สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 288 ประจัญบาน!
ทันใดนั้น สามสิบหกหอรบค่ายกลสงครามสว่างวาบ แสงสีเงินเจิดจ้าสาดพุ่ง
ทะลวงก้อนเมฆ เหล่าซิวเจ่อหอสำนักนอกที่บุกโจมตีรู้สึกว่าสายตาเต็มไปด้วยสีขาว
พร่าง เจิดจรัสเสียจนพวกมันลืมตาไม่ขึ้น!
กองทัพซิวเจ่อหอสำนักนอกที่โหมบุกอย่างดีเดือด ยังอดชะงักงันวูบไม่ได้
เห็นหลายร้อยริ้วแสงสีเงินดุจกระบี่คมกล้า ระดมยิงออกจากหอรบค่ายกล
สงครามไม่ขาดสาย
เช้ง เช้ง เช้ง!
หลายสิบซิวเจ่อกรีดร้องโหยหวน ถูกสายฟ้าแกร่งทะลวงร่างในชั่วพริบตา! ไม่ว่า
จะเป็นปราณเมฆาที่วูบไหวอยู่รอบกาย หรือโล่พลังปราณของชุดเกราะปราณ ล้วนไม่
อาจขวางกั้นสายฟ้าแกร่งอันดุดันได้แม้แต่แวบเดียว
ในการสร้างหอรอบค่ายกลสงครามเหล่านี้ จั่วม่อใช้กระบวนท่าสายฟ้าแกร่ง
ภูตหยางของมันเป็นพื้นฐาน สายฟ้าแกร่งเหล่านี้พลานุภาพยังเหนือล้ ากว่าสายฟ้า
แกร่งภูตหยางที่จั่วม่อใช้ออกมาเสียอีก เหล่าซิวเจ่อตัวเล็กตัวน้อยที่มีเพียงเกราะ
ปราณระดับสาม ไหนเลยจะต้านทานการโจมตีที่รุนแรงถึงขั้นนี้ได้?
แต่สำหรับกองทัพหนึ่งพันห้าร้อยคน การสูญเสียไพร่พลไม่กี่สิบคนไม่นับเป็น
อย่างไรได้ ผู้อาวุโสที่สองยังคงตวาดเร่งเร้า “”บุกเข้าไป! อย่าหยุด! หอรบค่ายกล
สงครามโจมตีได้ช้ามาก! อย่ามัวรีรอ รีบบุกเข้าไปเร็ว!”
สายฟ้าแกร่งร้อยกว่าสายเพียงหยุดยั้งพวกมันได้ชั่วอึดใจเดียวเท่านั้น
บุรุษกลางคนที่เฝ้าดูแต่ไกลอดสั่นศีรษะไม่ได้ “เจ้าเมืองคล้ายไม่ล่วงรู้วิธีใช้หอ
รบค่ายกลสงคราม จังหวะโจมตีเมื่อสักครู่ใช้การไม่ได้”
“เพราะเหตุใด?” คนร่างใหญ่รีบเรียนถาม
“หอรบค่ายกลสงครามแม้ทรงพลัง แต่ไม่สามารถโจมตีติดต่อกันได้ มันต้องใช้
ระยะเวลาเตรียมการไม่น้อย ด้วยเหตุนี้จังหวะโจมตีจึงสำคัญมาก” บุรษเครายาว
อธิบาย “สามสิบหกหอรบค่ายกลสงคราม อันที่จริงสามารถหนุนเสริมซึ่งกันและกัน
อย่างสมบูรณ์ หากสลับสับเปลี่ยน โจมตีอย่างต่อเนื่อง สามารถก่อกวนและลากถ่วง
จังหวะของศัตรูได้เป็นอย่างดี ช่วยให้ฝ่ายมันมีเวลามากขึ้น”
“ที่แท้เป็นเช่นนี้!” บุรุษร่างใหญ่เข้าใจกระจ่าง
“เมืองอีกาทองคำกลับโจมตีโดยไม่คิดหลงเหลือสิ่งใดไว้ สามสิบหกหอโหมจู่โจม
พร้อมกันในคราวเดียว นี่ย่อมสามารถหยุดยั้งศัตรูได้เพียงช่วงสั้นๆ เท่านั้น” บุรุษ
กลางคนจ้องมองเมืองอีกาทองคำตาไม่กะพริบ กล่าวว่า “สำหรับหอสำนักนอก นี่เป็น
โอกาสอันดีงาม! หากพวกมันสามารถฉวยโอกาสเข้าประชิด แม้ว่าหอรบค่ายกล
สงครามจะเริ่มโจมตีได้อีกครั้ง แต่ถึงตอนนั้นก็ไม่อาจหยุดยั้งหอสำนักนอกได้อีกแล้ว!”
สถานการณ์เป็นไปตามที่มันคาดไว้ไม่ผิดเพี้ยน หอรบค่ายกลสงครามของเมือง
อีกาทองคำหยุดโจมตี กองทัพหอสำนักนอกยิ่งโหมเร่งความเร็วขึ้น เพียงชั่วไม่กี่อึดใจ
ก็บุกเข้าไปในระยะห่างจากเมืองอีกาทองคำเพียงสิบลี้
บางครั้งปรากฏสายฟ้าแกร่งไม่กี่สายยิงออกมาจากเมืองอีกาทองคำอย่าง
ประปราย ฟาดใส่ศัตรูบางคน แต่การโจมตีเหล่านี้กระจัดกระจาย ไร้พลานุภาพอย่าง
สิ้นเชิง ไม่สามารถหยุดยั้งการรุดหน้าของซิวเจ่อหอสำนักนอกได้ กองทัพที่นำโดยผู้
อาวุโสที่สองขวัญกำลังใจพลุ่งพล่านทะยานฟ้า! เห็นเมืองอีกาทองคำใกล้เข้ามา ใกล้
เข้ามาทุกขณะ ทุกผู้คนลิงโลดยินดีสุดระงับ กู่คำรามอย่างบ้าคลั่ง เกราะปราณถูกเร่ง
เร้าพลังไปถึงขีดสุด มือยกกระบี่บินชี้ไปข้างหน้า หวังเพียงโถมเข้าไปถึงเมืองอีกา
ทองคำ แล้วกระหน่ าฟันให้ย่อยยับ!
จิงสือกับยุทธภัณฑ์เวทมากมายเหลือคณานับรอคอยพวกมันอยู่… …
สายฟ้าแกร่งจากเมืองอีกาทองคำยังคงยิงออกมาอย่างประปราย ภายใต้การ
โถมโจมตีอย่างเกรี้ยวกราดของอีกฝ่าย สายฟ้าเหล่านี้ดูอ่อนแอและอับจนหนทาง
แปดลี้!
เหล่าซิวเจ่อที่เฝ้าดูเมืองอีกาทองคำจากที่ห่างไกล พากันทอดถอนอย่างเศร้า
เสียดาย จบสิ้นแล้ว เมืองอีกาทองคำจบสิ้นแล้ว! ขอเพียงเข้าประชิดเมืองได้อีกสี่ห้าลี้
ซิวเจ่อของหอสำนักนอกสามารถเริ่มโจมตีเมืองอีกาทองคำ
ผู้คนหนึ่งพันห้าร้อยคนโหมโจมตีอย่างพร้อมเพรียง ต่อให้แต่ละคนเพียงโจมตี
ด้วยเวทวิชาระดับหนึ่งระดับสอง แต่พลังที่กระหน่ าลงมาพร้อมกัน กระทั่งจินตันยังไม่
สามารถต้านทานได้ จินตันผู้หนึ่ง เป็นไปได้ยากที่จะกำจัดหนิงม่ายหนึ่งพันห้าร้อยคน
พร้อมกัน แต่ความได้เปรียบของจินตันก็คือ เมื่อมันไม่อาจรับมือซึ่งหน้า ยังสามารถ
หลบหนีได้ นั่นหมายความว่ามันครอบครองความสามารถในการเป็นฝ่ายโจมตีอยู่
เสมอ
พลานุภาพการโจมตีประสานของซิวเจ่อเป็นพันๆ คน เมื่อต้องเผชิญใน
ระยะใกล้ แน่นอนว่าเป็นฝันร้ายเหลือจะกล่าว
ลำแสงเวทวิชากับปราณกระบี่จะกระหน่ าลงมาดุจห่าฝน ไม่มีหนทางหยุดยั้งได้
ทุกผู้คนสามารถคาดเดาได้ ว่าสิ่งที่รอคอยเมืองอีกาทองคำอยู่เบื้องหน้า คือ
ความพินาศย่อยยับ!
ผู้อาวุโสที่สองโลหิตเดือดพล่าน ลิงโลดยินดีจนร่างสั่นระริก มันจะกลายเป็นผู้
อาวุโสคนแรกที่เหยียบลงในเมืองอีกาทองคำ สามารถเลือกยุทธภัณฑ์เวทได้สามชิ้น
ความสำเร็จของมันจะโชติช่วงชัชวาล หนุนส่งให้มันผงาดขึ้นในหอสำนักนอก
“ฆ่า!” มันตวาดอย่างเกรี้ยวกราด
“ฆ่าฆ่าฆ่า!” ซิวเจ่อรอบข้างตะโกนก้องอย่างพร้อมเพรียง
จั่วม่อหรี่ตาแคบดุจคมมีด ทุกหอรบค่ายกลสงครามเต็มไปด้วยซิวเจ่อเข้าประจำ
ที่
“ประจำแหน่งของพวกเจ้า!”
“เตรียมรับช่วงได้ทุกเมื่อ!”
“ดูลำดับการสับเปลี่ยนให้แม่นยำ!”
“ไม่ต้องหลงเหลือสิ่งใดไว้! มีพลังเท่าไรอัดเข้าไปให้หมด! เมื่อพลังปราณของเจ้า
ใช้หมดแล้วให้ถอยออกจากตำแหน่งทันที จำทิศทางสำหรับการฟื้นฟูกับลำดับต่อไป
ไว้ให้มั่น ดูตำแหน่งทางออกของเจ้าให้ดี อย่าได้กีดขวางผู้อื่น”
“ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องตื่นตระหนก เพียงแค่ทำเหมือนที่เราฝึกกันเป็นประจำก็พอ
ไม่ต้องเล็ง เพียงยิงไปยังจุดที่มีผู้คนหนาแน่นเท่านั้น”
หอรบค่ายกลสงครามแต่ละแห่งเขม็งตึงเครียดเป็นที่สุด ใบหน้าของทุกผู้คน
หนักอึ้งเคร่งขรึม แต่พวกมันไม่หวาดกลัว แม้ว่าพวกมันล้วนเป็นนักโทษที่ถูกกวาด
ต้อนมา แต่พวกมันก็เป็นผู้รอดชีวิตอยู่ในอาณาจักรขุนเขาน้อยเป็นเวลานาน เมื่อก่อน
พวกมันอาจไม่มีระเบียบวินัย แต่หลังจากฝึกฝนมาช่วงใหญ่ พวกมันในที่สุดพอใช้การ
ได้บ้าง
เหล่าผู้บังคับบัญชาซึ่งเป็นหัวใจหลักของค่ายตะวันออกกับค่ายตะวันตกมาจาก
ค่ายจูเชวี่ย พวกมันรับมอบผู้คนจากแม่นางน้อยมาทั้งหมด
เมื่อจบสิ้นเสียงสั่งการสุดท้าย เสียงพึมพำของทุกคนก็เงียบหายไป แต่ละคน
เส้นประสาทเขม็งเกลียว พวกมันกำลังรอคอยคำสั่งจากเหล่าป่าน
สามสิบหกหอรบค่ายกลสงครามยามนี้เงียบสนิท หากมีเข็มสักเล่มตกลงพื้น คง
ได้ยินอย่างชัดเจน
จั่วม่อจ้องมองเหล่าซิวเจ่อมืดฟ้ามัวดินโถมใกล้เข้ามา เมื่อเคยชินกับสามคลื่น
พิฆาตของกงซุนชา พอมองการบุกจู่โจมของศัตรูเบื้องหน้า ในใจไม่บังเกิดระลอกใด
แม้แต่น้อย ระยะห่างระหว่างสองฝ่ายถูกคำนวณเร็วรี่อยู่ในหัว ดวงตาเฝ้ามองบน
ท้องฟ้าตาไม่กะพริบ
ระยะห่างยิ่งย่นใกล้เข้ามา กระบวนทัพของอีกฝ่ายก็ยิ่งบีบเข้าหากัน กลายเป็น
หนาแน่นอย่างรวดเร็ว
ซิวเจ่อหอสำนักนอกทะยานร่างตรงเข้าหาเมืองอีกาทองคำอย่างบ้าคลั่ง แต่
เมืองอีกาทองคำเป็นเพียงเมืองเล็กๆ หากพวกมันคิดเข้าประชิด ย่อมต้องร่นระยะห่าง
ระหว่างกันเข้ามา ในสายตาของผู้ชม ซิวเจ่อหนึ่งพันห้าร้อยคนพอรวมตัวเข้าด้วยกัน
ประดุจคลื่นน้ าถาโถม เสียงกู่คำรามในอากาศดังกระหึ่มขึ้นหลายเท่า สั่นสะท้าน
วิญญาณผู้คน!
ซิวเจ่อรอบด้านรู้สึกคล้ายฟ้าดินเปลี่ยนสี ภูเขาพังทลาย พื้นปฐพีแตกแยก แต่
ละคนใบหน้าเผือดสี ซิวเจ่อที่ขลาดเขลาบางคนริมฝีปากสั่นระริกอย่างไม่อาจควบคุม
จ้องมองกระบวนทัพที่บีบกระชับของอีกฝ่าย จั่วม่อทันใดนั้นดวงตาสาด
ประกายคมกล้า ราวกับว่ากระแสหนักหน่วงพุ่งทะลักจากทรวงอก เจตนาสังหารอัน
แรงกล้าสะท้อนก้องอยู่ในเมืองอีกาทองคำ “ฆ่า!”
ชั่วพริบตานั้นเอง สามสิบหกหอรบค่ายกลสงครามที่มืดสลัว ทันใดนั้นพลัน
ระเบิดวาบด้วยลำแสงเจิดจ้า!
สายฟ้าแกร่งนับไม่ถ้วนกระจุกตัวราวกับคลื่นยักษ์สีเงิน พวยพุ่งขึ้นไปบนฟากฟ้า
พวกมันรวดเร็วถึงที่สุด!
กองทัพหอสำนักนอกรู้สึกในสายตาเต็มไปด้วยแสงเจิดจ้า แตกตื่นสุดระงับ ไม่
รอให้พวกมันทันได้มีปฏิกิริยาตอบสนอง พลันรู้สึกว่าบางสิ่งบางอย่างกระแทกใส่ร่าง
พวกมันอย่างหนักหน่วงรุนแรง
หนึ่งคลื่นมนุษย์ หนึ่งคลื่นสายฟ้าแกร่ง ระลอกคลื่นสองฝั่งปะทะกันอย่างหัก
โหม!
เพียะ เพียะ เพียะ!
เสียงกระแทกปะทะดังรัวเร็วราวกับเสียงกลองศึก ซิวเจ่อด้านหน้าถูกสายฟ้า
ทะลวงร่าง สูญเสียการควบคุม ความเร็วลดฮวบ ซิวเจ่อในแถวด้านหลังไม่มีเวลาให้ตั้ง
ตัว ได้แต่เบิกตามองตัวเองพุ่งชนใส่ร่างสหายอย่างถนัดถนี่
กองทัพหนึ่งพันกว่าคนปั่นป่วนวุ่นวายในบัดดล!
คลื่นสายฟ้าแกร่งรวดเร็วเกินไป ไม่มีผู้ใดทันได้มีเวลาหลบหลีก ความเร็วของ
ฝ่ายพวกมันก็บรรลุถึงจุดสูงสุด เมื่อถึงขั้นนี้พวกมันยังจะทำอันใดได้อีก
“บุกต่อไป! บุกต่อไป!” ผู้อาวุโสตะโกนสุดเสียง ใบหน้าของมันขาวเผือดอยู่บ้าง
“บุก… …”
เสียงตวาดของผู้อาวุโสนั้นชะงักขาดห้วงอย่างกะทันหัน สายฟ้าแกร่งห้าสาย
ฟาดใส่โล่พลังปราณของมันอย่างพร้อมเพรียง เกราะปราณระดับสี่แตกกระจาย ร่าง
ของมันถูกสายฟ้าอันกร้าวแกร่งฉีกกระชากเป็นชิ้นๆ
พลานุภาพสะท้านฟ้าสะเทือนดินของสายฟ้าแกร่งสำแดงออกมาอย่างชัดเจนใน
เวลานี้ เกราะปราณระดับสามทั่วไปไม่อาจต้านรับได้แม้แต่ชั่วอึดใจ สายฟ้าแกร่ง
ทะลวงร่างซิวเจ่อผู้หนึ่งอย่างง่ายดาย ทั้งยังหลงเหลือพลังพอที่จะฟาดใส่โล่พลังปราณ
ของซิวเจ่ออีกผู้หนึ่ง
สามสิบหกหอรบค่ายกลสงครามรวมรั้งการโจมตีทั้งหมดไว้ในพื้นที่เพียงสิบจั้ง
ภายในกระแสธารสิบจั้งนี้ ไม่มีพื้นที่ว่างให้หลบหนีแม้แต่น้อย
การโจมตีนี้กะทันหันเกินไป ดุดันอำมหิตเกินไป ซิวเจ่อหอสำนักนอกได้แต่เหม่อ
มองสายฟ้าทะลวงร่างของตนอย่างโง่งม แตกพ่ายอย่างฉับพลัน
ในเวลานี้ สามสิบหกหอรบค่ายกลสงครามก็โกลาหลวุ่นวายเช่นกัน
“ไม่ต้องออมรั้งพลังปราณเอาไว้ ไม่ต้องเล็งเป้า รีบด่วน ยิงออกไปให้เร็วที่สุด!”
“เร็วเข้า เร็วขึ้นอีก! ชุดต่อไปเตรียมสับเปลี่ยน!”
“ประเสริฐ! ยิงได้!”
เห็นกลุ่มคนมากมายที่รับหน้าที่โจมตีในผลัดนี้ ในช่วงระยะเวลาที่สั้นที่สุด ระดม
ยิงสายฟ้าแกร่งออกไปให้ได้มากที่สุด ก่อนจะหลบออกจากหอรบทันที จากนั้นชุด
ถัดไปที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วจะรีบเข้าประจำที่ หมุนเวียนเป็นวัฏจักรไม่มีที่สิ้นสุด
สายฟ้าแกร่งพวยพุ่งออกจากหอรบค่ายกลสงครามไม่ขาดสาย โหมกระหน่ าเข้า
ใส่กระบวนทัพของหอสำนักนอกที่ถูกบีบเข้าหากันจนแออัดยัดเยียด
ในชั่วพริบตาเดียว ไพร่พลหอสำนักนอกมากกว่าครึ่งร่วงหล่นลงจากฟากฟ้า
หลงเหลือเพียงห้าร้อยกว่าคนเท่านั้น
ผู้อาวุโสที่สองก็ถูกหวดฟาดอย่างรุนแรงด้วยการโจมตีที่ไม่มีช่องว่างรอยโหว่นี้
อย่างไรก็ตาม มันเป็นชนชั้นใดแล้ว ย่อมล่วงรู้ว่าสถานการณ์ถึงช่วงขับคันอันตราย
ที่สุด ในเวลานี้ มันไม่มีปัญญาใส่ใจผู้อื่น ยุทธภัณฑ์เวทป้องกันทุกชิ้นที่มีล้วนถูกนำ
ออกมาใช้งาน
โล่พลังปราณหลายชั้นปรากฏขึ้นบนร่างมัน ดวงตาแดงฉานด้วยสีเลือด มันโถม
จู่โจมขึ้นไปด้านหน้าสุดอย่างฉับพลัน “ฆ่า!”
มันราวกับสัตว์ร้ายที่ถูกบีบคั้นจนตรอกตัวหนึ่ง!
หากศึกครั้งนี้มันพ่ายแพ้ ในหอสำนักนอกจะไม่หลงเหลือสถานที่สำหรับมันอีก
แล้ว
สายฟ้าแกร่งพุ่งเข้าปะทะโล่พลังปราณ เพียะ โล่พลังปราณแตกสลายไปชั้นหนึ่ง
ยุทธภัณฑ์เวทชิ้นหนึ่งบนร่างของมันหักพัง มันไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย ความเร็วแทนที่จะ
ลดลง กลับมีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อผู้อาวุโสที่สองพุ่งนำไปเบื้องหน้า ขวัญกำลังใจก็ลุกโชนขึ้นทันที ทุกผู้คนโถม
ทะยานเข้าหาเมืองอีกาทองคำอย่างบ้าดีเดือด!
ในเวลานี้ เมื่อพวกมันหลงเหลืออยู่เพียงห้าร้อยคน กลับนับว่าเป็นโชคดีคราว
หนึ่ง กระบวนทัพไม่แออัดหนาแน่นเหมือนเดิม อีกทั้งพวกมันยังจงใจกระจายตัว
ออกไป สถานการณ์กลับกลายเป็นดีขึ้น การโจมตีของเมืองอีกาทองคำเชื่องช้าลงครึ่ง
จังหวะ ความแม่นยำยังลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
กองทัพหอสำนักนอกฉวยโอกาสร่นระยะเข้าไปมากกว่าเดิม
สามลี้!
ถึงตอนนี้ พวกมันเข้าสู่ระยะโจมตีที่มีประสิทธิภาพแล้ว ซิวเจ่อหอสำนักนอกที่
ยังเหลือรอดล้วนลิงโลดยินดีแทบคลุ้มคลั่ง! แม้ว่าผู้คนจะหลงเหลือเพียงสามร้อยคน
แต่ทุกผู้คนเชื่อว่าอีกฝ่ายใช้กระบวนท่าไปจนถึงขีดสุดแล้ว พวกมันอยู่ห่างจากการ
เอื้อมคว้าเมืองอีกาทองคำอีกเพียงก้าวเดียว!
กระบี่บินที่พวกมันตระเตรียมไว้นานแล้ว กำลังจะพวยพุ่งออกไป
นั่งอยู่บนเมฆมงคล จั่วม่อลอบทอดถอนใจ เมื่อเทียบกับค่ายจูเชวี่ย ระดับฝีมือ
ของค่ายตะวันออกกับค่ายตะวันตกยังคงอ่อนด้อยอยู่มาก เมื่อข้าศึกจู่ๆ ก็กระจายตัว
ออกไป จังหวะโจมตีของพวกมันก็เสียขบวนรวนเรทันที สายฟ้าแกร่งมากกว่าครึ่ง
โจมตีไม่ถูกเป้า หากมิใช่ว่าพวกมันเสียขบวนรวนเร ศัตรูจะต้องสังเวยชีวิตอีกไม่น้อย
กว่าหนึ่งร้อยคน
อย่างไรก็ตาม มันก็ทราบดีว่านี่เป็นกระบวนการฝึกฝนที่จำเป็น
เหตุเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันนี้ทำให้ผู้ชมเบิกตาค้างอย่างตื่นตะลึง พวกมัน
แทบลืมหายใจ จากการบุกโจมตีอันเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นของหอสำนักนอก ทุกคน
คิดว่าเมืองอีกาทองคำจบสิ้นแล้ว แต่เพียงชั่วพริบตา สถานการณ์สงครามก็พลิกกลับ
ตาลปัตร เหนือความคาดหมายของพวกมันอย่างสิ้นเชิง ที่แท้การโจมตีของเมืองอีกา
ทองคำที่หยุดชะงักขาดช่วงแต่แรก เห็นได้ชัดเป็นแผนการที่วางเอาไว้เป็นอย่างดี เป็น
เพียงกับดักที่ขุดล่อกองทัพหอสำนักนอกเข้าสู่พื้นที่สังหาร!
ชั่วพริบตาที่กองทัพซิวเจ่อกับคลื่นสายฟ้าแกร่งไหลบ่าเข้าปะทะกัน ทุกผู้คน
สมองขาวว่างเปล่า
พวกมันสูญเสียความสามารถในการคิดทั้งมวล ได้แต่อ้าปากค้าง ชมดูการ
ประจัญบานระหว่างผู้คนกับสายฟ้าแกร่ง ฉากอันงามตระการทว่าโหดร้ายกระไรปาน
นั้น! ดุเดือดรุนแรงแต่ก็เป็นโศกนาฏกรรมอันสุนทรีย์กระไรปานนั้น!
จากนั้นพวกมันเฝ้าชมผู้อาวุโสที่สองพุ่งทะยานนำไปเบื้องหน้า ตามติดด้วยซิว
เจ่อหอสำนักนอกที่ยังรอดชีวิต บุกฝ่าไปยังเมืองอีกาทองคำอย่างเกรี้ยวกราด พลัง
สภาวะของอีกหนึ่งร้อยคนที่หลงเหลือทันใดนั้นกลายเป็นป่าเถื่อนบ้าดีเดือด เหล่าผู้ชม
เหม่อมองอย่างตะลึงลาน พลางสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บ
พวกมันเฝ้ามองผู้อาวุโสที่สอง นำคนของมันประชิดเข้าไปในระยะห่างจากเมือง
อีกาทองคำเพียงหนึ่งลี้ พวกมันล้วนมีเพียงความคิดเดียวในใจ เมืองอีกาทองคำจบสิ้น
จริงๆ แล้ว!
แต่ในเวลานี้เอง บนท้องฟ้าเหนือเมืองอีกาทองคำซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางความ
สนใจของผู้คน บุรุษหนุ่มที่นั่งอยู่บนเมฆมงคลพลันเคลื่อนไหว
มันลุกขึ้นยืน