สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 309 ก้าไรก้อนโตที่สุด
ภายในค่าย
“เร็วกว่านี้ได้หรือไม่?” ผูเยาคอยร้องเร่งอย่างอดรนทนไม่ไหวจากทางด้านหลัง
“รีบร้อนหาอันใด? ให้ข้าดูเสียก่อนว่ามีสิ่งใดหลงหูหลงตาไปบ้าง!” จั่วม่อค้นไป
ตามร่างกายของนักพรตเฒ่าอย่างละเอียดถี่ยิบหลายครั้งหลายหน จนกระทั่งแน่ใจว่า
ไม่มีสิ่งใดหลงเหลืออยู่แล้วจริงๆ ค่อยโยนนักพรตเฒ่าไปให้ผูเยาอย่างไม่เต็มใจนัก
ผูเยารีบเปลี่ยนเป็นกระแสลมสีดำสายหนึ่ง หอบร่างนักพรตเฒ่าหายวับไป
“น่าสงสารยิ่ง!” จั่วม่อสั่นศีรษะอย่างเห็นอกเห็นใจ แต่พอสายตาหันกลับมายัง
กองสินสงคราม ใบหน้าก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มเบิกบานในบัดดล การต่อสู้กับจินตันเป็น
ขั้นตอนที่เจ็บปวด แต่การตรวจนับสินสงครามเป็นประสบการณ์ที่สุขสำราญบานใจ
เป็นที่สุด
โอ้… …
ในร่างของนักพรตเฒ่ามีสมบัติเพียงไม่กี่ชิ้น แต่สมบัติที่มีค่าถึงขั้นต้องตาจินตัน
ย่อมไม่ใช่สินค้าธรรมดาสามัญ ชิ้นแรกคือชุดระฆังทองแดงมารดาบุตร ชิ้นที่สองเป็น
ก้อนหินสีเขียวรูปร่างคล้ายภูเขาขนาดเท่าฝ่ามือ สุดท้ายคือม้วนหยกสามม้วน
จั่วม่อลำดับแรกหยิบระฆังมารดาบุตรขึ้นมาชมดู ประกอบด้วยระฆังทองแดงสี
เหลืองหนึ่งใหญ่หนึ่งเล็ก รวมสองใบ ร้อยเชือกแดงผูกไว้ด้วยกัน
จั่วม่อเห็นว่าน่าสนใจไม่น้อย ทดลองเขย่าระฆังทองแดงเบาๆ คราหนึ่ง
ตง!
จั่วม่อไม่ต่างจากถูกสัตว์ร้ายมหึมาพุ่งชนสุดแรง ยังไม่ทันรู้สึกตัว ร่างก็กระเด็น
ลิ่วไปหลายจั้ง
อึดใจใหญ่ต่อมา มันค่อยตะกายขึ้นจากพื้น สะบัดหัวเร่าๆ ถ่มเศษทรายออก
จากปาก ดวงตาลุกวาบ จ้องมองระฆังคู่ที่ร่วงอยู่บนพื้น
ยุทธภันฑ์เวทอันร้ายกาจ!
หากมิใช่ว่าครอบครองสังขารปิศาจมหาทิวา มันอาจตายคาที่อยู่ตรงนี้เอง นี่เป็น
ครั้งแรกที่มันพบเห็นยุทธภัณฑ์เวทประเภทเสียงอันแปลกพิสดารถึงเพียงนี้ ปกติ
ยุทธภัณฑ์เวทประเภทเสียงเน้นจู่โจมจิตใจ ที่ทรงพลังขึ้นมาหน่อย อาจสามารถโจมตี
ดวงวิญญานได้โดยตรง
แต่ระฆังมารดาบุตรคู่นี้กลับสามารถโจมตีทางกายภาพ
แปลกประหลาด… แปลกประหลาดเกินไปจริงๆ!
จั่วม่อหยิบระฆังมารดาบุตรขึ้นมาอย่างระมัดระวัง พลังจิตสำนึกเจาะเข้าไป
ภายใน วิธีการที่ดีที่สุดในการทำความเข้าใจยุทธภัณฑ์เวท คือใช้จิตสำนึกตรวจสอบ
มัน
ทันทีที่จิตสำนึกของมันเข้าสู่ระฆังทองแดง จั่วม่อรู้สึกทิวทัศน์แปรเปลี่ยนวูบ
กลายเป็นพื้นที่ว่างเปล่าผืนหนึ่ง
เห็นลวดลายอักขระยันต์อันซับซ้อนและเก่าแก่มากมายเหลือคณานับ ลอยวน
อยู่รอบกายมัน พวกมันล่องลอยอย่างอิสระเสรีดุจมีชีวิต แม้ว่าจั่วม่ออาจเรียกได้ว่า
รอบรู้ แต่เมื่อเห็นลวดลายอักขระยันต์เหล่านี้ ยังอดมึนงงวิงเวียนไม่ได้
ไม่ห่างออกไปนัก เป็นวัตถุทรงกลมสูงท่วมหัวคน สร้างขึ้นจากชั้นลวดลาย
อักขระยันต์อันซับซ้อนหนาแน่น ทับซ้อนกันหลายต่อหลายชั้น นั่นเป็นอาคมหวงห้าม
ชุดหนึ่ง! ลูกกลมใหญ่โตถึงเพียงนี้ ไม่ทราบบรรจุไว้ด้วยอาคมหวงห้ามมากมายเท่าใด!
จ้องมองลูกกลมที่ห่อหุ้มด้วยอาคมหวงห้าม จั่วม่อจู่ๆ ก็กระหายใคร่รู้เป็นอย่าง
ยิ่ง ภายในลูกกลมเป็นสิ่งของเช่นไรกันแน่?
สิ่งที่ซ่อนอยู่ในลูกกลมอาคมหวงห้าม บางทีอาจเป็นกุญแจสำคัญในการควบคุม
ระฆังมารดาบุตรคู่นี้หรือไม่? พลังมหาศาลที่อัดมันจนตัวปลิวปลดปล่อยออกมาได้
อย่างไร? หรือเป็นฝีมือของลวดลายอักขระยันต์เหล่านี้? หรือไม่ก็มีสิ่งอื่นที่บรรจุอยู่
ภายในนั้น?
จั่วม่อไม่ค่อยมั่นใจนัก แต่เวลานี้มันไม่กล้าบุ่มบ่ามเคลื่อนไหว ลวดลายอักขระ
ยันต์ที่ล่องลอยล้อมรอบ อยู่นอกเหนือจากขอบเขตความเข้าใจของมัน หากเกิด
อุบัติเหตุจนติดอยู่ภายใน มันไม่แน่ใจว่าจะมีปัญญาหลบหนีออกมาได้หรือไม่!
ถอนพลังจิตสำนึกออกมาจากระฆังทองแดง จั่วม่อยังหวาดหวั่นไม่คลาย
สำหรับระดับที่แท้จริงของยุทธภัณฑ์เวทชิ้นนี้ มันไม่สามารถตัดสินได้แน่ชัด แต่
แน่นอนว่าสูงกว่าระดับห้า สัญชาตญานของมันบ่งบอกว่าของสิ่งนี้อันตรายยิ่ง ไม่มี
ทางเลือกอื่นใด จั่วม่อตัดสินใจวางไว้ด้านข้างชั่วคราว บางทีกระทั่งตาเฒ่าที่ถูกมันทุบ
ตี ก็อาจจะไม่เข้าใจวิธีใช้งานระฆังทองแดงคู่นี้เสียด้วยซ้ า
จากนั้นจั่วม่อหันเหความสนใจไปยังหินเขียวรูปทรงเหมือนภูเขา ของสิ่งนี้พอ
หยิบฉวยขึ้นมา ต้องตกตะลึงจนตาค้าง
หนักหน่วงยิ่ง!
ก้อนหินขนาดเพียงเท่าฝ่ามือ กลับมีน้ าหนักที่น่าสะพรึงกลัวถึงสองพันจิน!
จั่วม่อตื่นเต้นคึกคักขึ้นมาทันที นี่ต้องเป็นยุทธภัณฑ์เวทอันทรงพลังอีกชิ้นหนึ่ง
มันอดตรวจสอบอย่างละเอียดไม่ได้ บนพื้นผิวของภูเขาสามารถเห็นอักขระยันต์
มากมายนับไม่ถ้วน ลวดลายเหล่านี้เรียวบางเท่าเส้นผม เผยให้เห็นฝีมืออันเลิศล้ า
เหนือธรรมดาของผู้หลอมสร้างอย่างชัดเจน
จั่วม่อประจุพลังปราณเข้าไปในก้อนหินเขียว
ถ้อยคำ ‘สยบมาร’ สีแดงสดพลันปรากฏขึ้นบนพื้นผิวของก้อนหินเขียว ภูเขา
เล็กๆ ขยายใหญ่พรวดพราดในชั่วพริบตา กลายเป็นสูงห้าจั้ง
จั่วม่อเพ่งจิต ดรรชนีจี้ไปยังจุดหนึ่ง ตวาดอย่างดุดัน “ผนึก!”
ภูเขาห้าจั้งพลันปรากฏขึ้นในตำแหน่งที่ดรรชนีของจั่วม่อชี้ไป กระแทกลงอย่าง
หนักหน่วง!
บึม!
แผ่นดินสะท้านยวบ จั่วม่อเสียหลักแทบล้มฟาดพื้น คลื่นอากาศอันแข็งกร้าว
ม้วนกวาดดุจพายุหมุนมหาประลัย หอบฝุ่นผงคละคลุ้งเต็มฟ้า
สุ้มเสียงดังสนั่นลั่นโลกนี้ ทำเอาทั้งค่ายตื่นตระหนกกันยกใหญ่ เงาร่างหลายสาย
เร่งรุดมายังสถานที่แห่งนี้อย่างพร้อมเพรียง
เมื่อทุกคนเห็นภูเขาสีเขียวฝังจมลงไปในพื้นครึ่งลูก เห็นรอยแตกร้าวแผ่กระจาย
ไปทั่วดุจใยแมงมุม พวกมันอุทานอย่างตื่นตะลึง ยืนเหม่อมองซึมเซาอยู่กับที่
“อา พวกเจ้าไปเถอะ! ไม่มีอันใด ไปไป! ข้าแค่ทดลองยุทธภัณฑ์เวทเท่านั้น”
จั่วม่อขับไล่พวกมันจากไป แล้วทะยานเข้าไปยังภูเขาเล็กๆ ลูกนั้น จ้องมอง
ถ้อยคำ ‘สยบมาร’ สีแดงสดที่เขียนไว้บนพื้นผิวอย่างลุ่มหลงมึนเมา
สมบัติที่ดี สมบัติอันเลิศล้ า!
หากถูกของสิ่งนี้ฟาดทับอย่างถนัดถนี่ กระทั่งซิวเจ่อด่านจินตันยังต้องถูกทุบเป็น
เนื้อบด แม้ว่าจะเพียงแค่เฉียดผ่านร่าง อย่างน้อยๆ ต้องแขนขาดขาหักกันบ้าง
ยอดเขาสยบมารลูกนี้เป็นยุทธภัณฑ์เวทระดับห้า จั่วม่อไม่อาจวางมันลงได้
ยุทธภัณฑ์เวทระดับห้าจะต้องมีค่ายกลทักษะยุทธ์ หากเพียงแค่การโจมตีปกติยัง
รุนแรงถึงเพียงนี้ ไม่ทราบว่าหากใช้งานค่ายกลทักษะยุทธ์ การโจมตีจะสะท้านฟ้า
สะเทือนดินสักเพียงไหน
มันยังคงเก็บยอดเขาสยบมารไว้ในแหวนก่อน การตรวจหาค่ายกลทักษะยุทธ์
ไม่ใช่เรื่องง่าย จำเป็นต้องใช้เวลาอีกนาน
ยุทธภัณฑ์เวทสองชิ้นล้วนแล้วแต่ยิ่งใหญ่เกรียงไกร จั่วม่อความอยากรู้อยากเห็น
พุ่งขึ้นถึงจุดสูงสุด เต็มไปด้วยความคาดหวังต่อม้วนหยกอีกสามม้วนที่เหลือ
นำม้วนหยกออกมาวางเรียงราย เริ่มอ่านพวกมันทีละม้วน
ม้วนหยกม้วนแรกบันทึกเวทวิชาที่นักพรตเฒ่าชุดเหลืองฝึกปรือ เรียกว่า‘เวท
วิชาพสุธาหนักอึ้ง’ เป็นเวทวิชาธาตุดินระดับหกที่หาได้ยากยิ่ง นี่ทำให้จั่วม่ออัศจรรย์
ใจอย่างแท้จริง ในดินแดนคุนหลุน เวทวิชาห้าธาตุชั้นสูงนั้นหาได้ยากยิ่ง เนื่องเพราะที่
แห่งนี้อยู่ภายใต้อำนาจอันอหังการของเซียนกระบี่
มันค้นพบกระบวนท่าที่นักพรตเฒ่าชุดเหลืองใช้ในเมืองหมิงสุ่ยอย่างรวดเร็ว
กระบวนท่านี้เรียกว่า ‘พสุธาจับกุม’ ในชั่วพริบตา สามารถควบคุมพลังธาตุดินใต้
พื้นดิน สร้างแรงกดอันหนักหน่วงกักขังศัตรู
นอกจากกระบวนท่านี้ ยังมีความสามารถอื่นอีกมากมาย จั่วม่อยิ่งอ่านยิ่งเหงื่อ
เย็นไหลท่วมแผ่นหลัง
วันนี้หากอีกฝ่ายไม่ประมาท จนถูกลวงเข้ามาต่อสู้ในระยะประชิด ก็ยากบอกได้
ว่าผู้ใดจะเป็นฝ่ายได้ชัย ซิวเจ่อด่านจินตันที่เชี่ยวชาญเวทวิชาห้าธาตุแตกต่างจาก
เซียนกระบี่ด่านจินตันอย่างสิ้นเชิง แม้ว่าการโจมตีของพวกมันจะไม่รุนแรงดุดันเท่า
เซียนกระบี่ แต่กระบวนท่าของพวกมันสารพันเปลี่ยนแปลง ยากจะคาดเดายิ่งกว่า
จั่วม่อตกลงใจว่าจะต้องฝึกปรือเวทวิชาพสุธาหนักอึ้ง พรสวรรค์ของมันในเวท
วิชาห้าธาตุ ไม่ได้เหนือล้ ากว่าพรสวรรค์เชิงกระบี่เพียงแค่ขั้นสองขั้น
ม้วนหยกม้วนที่สองทำให้จั่วม่อหัวใจโลดขึ้นอีกครั้ง ในม้วนหยกบันทึก
คำแนะนำในการประทับรอยจิตวิญญาณและการใช้งานยอดเขาสยบมาร จั่วม่ออ่าน
อย่างหลงใหล เบิกบานใจถึงที่สุด ยอดเขาสยบมารลูกนี้ หลอมสร้างจากหินเขียว
นภาลัยระดับสาม จำนวนถึงหนึ่งแสนสามหมื่นจิน ผ่านการกลั่นเกลาให้บริสุทธิ์ซ้ า
แล้วซ้ าเล่าหลายร้อยครั้ง จนหลงเหลือเพียงแก่นสาระสำคัญหนักหนึ่งหมื่นจิน
ในม้วนหยกยังบันทึกค่ายกลทักษะยุทธ์ของยอดเขาสยบมารเอาไว้ด้วย คำ
บรรยายนั้นร้ายกาจเสียจนจั่วม่อยังใจสั่นสะท้าน
ยอดเขาสยบมารเป็นยุทธภัณฑ์เวทที่คล้ายคลึงกับประเภทยันต์พลิกสวรรค์
ยุทธภัณฑ์เวทประเภทนี้มักทรงพลังอย่างล้นเหลือ แต่ล้วนมีจุดอ่อนที่เด่นชัด
ยกตัวอย่างเช่นยอดเขาสยบมารลูกนี้ ซิวเจ่อที่จะใช้งานต้องถือเอาไว้ในมือ แต่ของสิ่ง
นี้หนักหน่วงอย่างน่าสะพรึงกลัวถึงหนึ่งหมื่นจิน แม้ว่ายังไม่เปิดใช้งาน ยังคงหนักถึง
สองพันจิน คนที่ร่างกายไม่แข็งแกร่งย่อมไม่มีพลังพอที่จะใช้มันได้
พรตเฒ่าชุดเหลืองครอบครองยอดเขาสยบมารมานานปี แต่เนื่องจากข้อจำกัดนี้
มันได้แต่ทิ้งไว้ในมุมหนึ่งของแหวนมิติ
แต่สำหรับจั่วม่อนับว่าเหมาะเจาะพอดีเป็นที่สุด สังขารปิศาจมหาทิวาของมัน
แข็งแกร่งทรงพลังยิ่ง อย่าว่าแต่สองพันจิน กระทั่งน้ าหนักเต็มที่หนึ่งหมื่นจิน มันยังถือ
เอาไว้ได้อย่างสบาย และหากมันฝึกปรือเวทวิชาพสุธาหนักอึ้งสำเร็จ ใช้ทั้งสองร่วมกัน
พลังทำลายล้างยังจะทวีคูณขึ้นอีกหลายเท่า
ในม้วนหยกยังบันทึกขั้นตอนหลอมสร้างเพิ่มเติมเอาไว้ด้วย แต่จั่วม่อเพียงกวาด
ตามองแวบหนึ่ง แล้วเก็บลงในแหวน หันไปเริ่มอ่านม้วนหยกม้วนสุดท้าย
ม้วนหยกม้วนสุดท้ายกลับเป็นแผนที่อาณาจักร!
แผนที่อาณาจักรฉบับนี้ใหญ่โตกว้างไกลยิ่งกว่าฉบับที่จั่วม่อคัดลอกมาจากห
ยงเวย นี่ทำให้จั่วม่อตกตะลึงไม่น้อย มันคาดเดาว่าพรตเฒ่าชุดเหลืองได้รับแผนที่
อาณาจักรฉบับนี้มาจากที่ใดสักแห่ง ไม่ได้สำรวจด้วยตัวเอง
ในแผนที่อาณาจักรมีรายละเอียดมากกว่าห้าร้อยอาณาจักร รวมถึงอาณาจักร
บางแห่งที่อยู่ในสถานที่ห่างไกลยิ่ง จั่วม่อคล้ายสามารถติดตามเส้นทางที่ผู้สร้างแผนที่
อาณาจักรฉบับนี้ได้บุกผ่านมาทั้งชีวิต หลายเส้นทางเจาะลึกเข้าไปในสถานที่เร้นลับ
มากมาย
ข้อมูลของแต่ละอาณาจักรที่เขียนเอาไว้ ล้วนละเอียดลึกซึ้งอย่างน่าอัศจรรย์ใจ
จั่วม่ออดเคารพเลื่อมใสคนผู้นี้ไม่ได้ เมื่อสามารถเดินทางผ่านสถานที่มากมาย
เช่นนี้ ซิวเจ่อผู้นี้จะต้องทรงพลังอำนาจเป็นอย่างยิ่ง
ไล่ไปตามแผนที่อาณาจักร จั่วม่อค่อยๆ อ่านไปทีละอาณาจักรอย่างสนอกสนใจ
จนกระทั่งค้นพบอาณาจักรขนาดกลางแห่งหนึ่ง เรียกว่าอาณาจักรทะเลเมฆ
รายละเอียดที่เขียนไว้ภายใน ทำให้มันยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่อย่างฉับพลัน
“ในส่วนลึกที่สุดของทะเลเมฆวารี อาจสามารถเสาะหาตัวอ่อนเมฆวารี ซึ่งมีพลัง
ในการรักษาและหล่อเลี้ยงดวงวิญญาณ”
ตัวอ่อนเมฆวารี!
จั่วม่อแตกตื่นยินดียิ่ง กระทั่งยุทธภัณฑ์เวทกับม้วนหยกก่อนหน้านี้ ยังไม่
สามารถทำให้มันยินดีได้เท่ากับข่าวสารชิ้นนี้!
ตัวอ่อนเมฆวารีอยู่ในอาณาจักรทะเลเมฆ!
อาณาจักรทะเลเมฆ! (อวิ๋นไห่เจี้ย – อวิ๋นไห่ ทะเลเมฆ , เจี้ย อาณาจักร)
จั่วม่อดวงตาเป็นประกาย มันค้นพบตำแหน่งของอาณาจักรวารีฟ้า และพบ
เส้นทางที่จะนำไปสู่อาณาจักรทะเลเมฆอย่างรวดเร็ว
เป็นเส้นทางที่ยาวไกลยิ่ง ต้องเดินทางผ่านเจ็ดอาณาจักรขนาดกลางกับอีกยี่สิบ
หกอาณาจักรขนาดเล็ก มันไม่เคยคิดว่าจะมีวันที่มันต้องเดินทางยาวไกลถึงเพียงนี้
ผ่านสถานที่มากมายหลายแห่งถึงเพียงนี้ แต่มันไม่หวาดหวั่นขลาดเขลาแม้แต่น้อย
มันต้องเสาะหาตัวอ่อนเมฆวารีเพื่อรักษาอากุ่ยให้จงได้
อากุ่ยนั่งเงียบๆ ดุจหุ่นไม้ มีนกโง่ เจดีย์น้อยและตัวเล็กๆ อื่นห้อมล้อมเล่นกันอยู่
รอบกายนางอย่างมีความสุข นับตั้งแต่อากุ่ยได้รับบาดเจ็บ พลังสภาวะอันน่าขนพอง
สยองเกล้ารอบกายของนางหายไป นกโง่กับเหล่าเจ้าตัวเล็กไม่เกรงกลัวนางอีก
ตรงกันข้าม พวกมันกลับชมชอบใกล้ชิดกับนางยิ่ง
เจ้าเพลิงน้อยชมชอบม้วนพันไปตามร่างกายของอากุ่ย เจ้าดำน้อยชอบเกาะอยู่
บนเรือนผมของอากุ่ย เจดีย์น้อยชอบบินรอบๆ เป็นวงกลม สิ่งที่ไม่น่าเชื่อที่สุดสำหรับ
จั่วม่อก็คือนกโง่ ไม่ทราบเพราะเหตุใด เจ้านกตัวนี้ดีต่ออากุ่ยมากเป็นพิเศษ กระทั่ง
ยินยอมให้อากุ่ยขี่หลังอย่างไม่เกี่ยงงอน
นี่คือสิ่งที่จั่วม่อไม่สามารถจินตนาการได้
บางทีมันอาจคิดไปเอง แต่จั่วม่อรู้สึกว่าหลังจากที่ทั้งสี่เข้ามาดูแลใกล้ชิดนาง
ใบหน้าแข็งทื่อเหมือนไม้ของอากุ่ยดูคล้ายมีชิวิตชีวากว่าเดิม
จั่วม่อมองดูฉากเหล่านี้ ในใจรู้สึกอบอุ่นเป็นพิเศษ
ซูเยวี่ยกลับไปยังสำนักดุจคนไร้วิญญาณ ฉากที่ได้ชมดูก่อนหน้านี้ยังคงส่งผล
กระทบต่อนางอย่างรุนแรง นางเป็นเจ้าสำนักของพันธมิตรร้อยบุปผามายี่สิบปี พบ
เห็นเล่ห์กลอุบายสารพัดชนิดจนคุ้นชิน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้เห็นการต่อสู้อย่าง
ตรงไปตรงมาและดุดันอำมหิตถึงเพียงนี้!
ดูเหมือนว่านางจะเหมาะสมกับการเล่นเล่ห์กลเบื้องหลังเท่านั้น ซูเยวี่ยยิ้มขื่น
เยาะหยันตัวเอง
ทรุดกายลงนั่งอย่างระทดระทวย ยกถ้วยชาปราณขึ้นจิบ จิตวิญญาณค่อย
กระเตื้องขึ้นเล็กน้อย
ทันใดนั้นเอง ศิษย์สตรีนางหนึ่งพรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าแตกตื่นลนลาน
“ท่านเจ้าสำนัก! แย่แล้ว! ศิษย์น้องหญิงถูกรหัสฟ้าหมายเลขหนึ่งฆ่าตาย มัน…
… มันหลบหนีไปแล้ว!”
ถ้วยชาที่ยกจ่ออยู่ที่ปากถูกกระแทกลงบนโต๊ะอย่างหนักหน่วง ซูเยวี่ยถลึงตา
กลมโต ตำหนิสั่งสอนอย่างโกรธกริ้ว “แล้วเจ้ามัวยืนอยู่ที่นี่หาอันใด? รีบไปจับมัน
กลับมา! เหล่าสัดใส่ข้าวที่ใช้การไม่ได้! หากพวกเจ้านำตัวมันกลับมาไม่ได้ พวกเจ้า
ทั้งหมดไม่ต้องกลับมาพบข้า!”