สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 327 ผลงานของศิษย์น้องเฉิง
จั่วม่อรีบห้อตามฉุนอวี๋เฉิงไปยังห้องเพาะเลี้ยงของมัน
จะว่าไปนี่เป็นครั้งแรกที่จั่วม่อมายังห้องที่ศิษย์น้องเฉิงใช้ทำงานและกินอยู่หลับ
นอนไปพร้อมกัน มันอดละอายใจอยู่บ้างไม่ได้ ทุกวันนี้มันมีเรื่องราวมากมายให้ต้อง
จัดการ จนแทบจะหลงลืมเรื่องของศิษย์น้องเฉิงไปเสียสนิท
ห้องเพาะเลี้ยงของศิษย์น้องเฉิงแบ่งออกเป็นหลายส่วน หลักจากเพ่งมองอย่าง
ละเอียด จั่วม่อต้องตกตะลึงไม่น้อย เห็นแต่ละส่วนพื้นที่ล้วนเป็นบ่อฟูมฟักสัตว์ร้ายที่
แยกขาดจากกัน ศิษย์น้องเฉิงสามารถสร้างบ่อฟูมฟักสัตว์ร้ายด้วยตัวเองตั้งแต่เมื่อใด?
“ศิษย์พี่ ท่านยังไม่ทราบ ยามที่มันออกมา มันไม่เหมือนกับพวกพ้องในสายพันธุ์
เดียวกันเลย” ฉุนอวี๋เฉิงสีหน้าดูไม่ดีนัก คล้ายถูกเขย่าขวัญวิญญาณอย่างรุนแรง แต่
เมื่อมีจั่วม่ออยู่ข้างกาย มันค่อยรู้สึกคลายใจลงบ้าง
“ศิษย์น้อง บ่อฟูมฟักสัตว์ร้ายเหล่านี้ เป็นเจ้าสร้างด้วยตัวเองหรือ?” จั่วม่อถาม
ขัดจังหวะ
“นี่ อา ใช่แล้ว” ฉุนอวี๋เฉิงเห็นได้ชัดว่าไม่ค่อยสนใจคำถามของจั่วม่อนัก หัวข้อ
สนทนาวกกลับไปยังเรื่องที่มันห่วงกังวลอย่างรวดเร็ว “มันเป็นผีเสื้อปราณรุ่นที่เก้า ใน
รุ่นเดียวกันกับมันมีอยู่สองร้อยตัว… …”
“ศิษย์น้อง ค่ายกลหลายส่วนนี้ไม่เหมือนกับที่ข้าเคยสร้างให้เจ้าในคราวนั้น” จ่
วม่อกล่าวพลางชี้ไปยังลวดลายอักขระยันต์ของค่ายกลบนบ่อฟูมฟักสัตว์ร้าย
“ข้าแก้ไขปรับเปลี่ยนมันเอง ใช่มีที่ใดผิดหรือไม่?” ฉุนอวี๋เฉิงลูบศีรษะอย่างอับ
อาย “ข้ารู้สึกว่าจุดนั้นไม่ค่อยสมบูรณ์นัก ดังนั้นพยายามลองแก้ไขดู จากนั้นพบว่า
ผลลัพธ์ค่อนข้างดี จึงยังคงใช้มันอยู่เช่นนี้”
จั่วม่อยิ่งมายิ่งตื่นตะลึง รีบโบกมือปฏิเสธ “ไม่ผิด ไม่ผิด เจ้าไม่ได้ทำอะไรผิดเลย
แม้แต่น้อย หากศิษย์น้องเจ้ารู้สึกว่ามันได้ผลดี ก็ใช้ไปเถอะ”
ที่แท้ขณะที่มันไม่ทันสังเกต ฝีมือในการเพาะเลี้ยงของศิษย์น้องเฉิงก็สูงส่งถึงขั้น
นี้แล้ว!
“อ้อ เช่นนั้นก็ประเสริฐ!” ฉุนอวี๋เฉิงถอนหายใจโล่งอก แต่แล้วสีหน้ากลับมา
เครียดขรึมอีกครั้ง มันย้อนกลับมาจดจ่ออยู่กับหัวข้อสนทนาเดิม “ศิษย์พี่ เจ้าตัวนี้เมื่อ
มันออกมา มันกลืนกินผีเสื้อปราณไปตัวหนึ่ง ข้าแปลกใจอยู่บ้าง ข้าเลี้ยงดูผีเสื้อปราณ
มานาน แต่ยังไม่เคยเห็นตัวที่ดุร้ายป่าเถื่อนถึงเพียงนี้มาก่อน”
ฉุนอวี๋เฉิงในที่สุดดึงดูดความสนใจของจั่วม่อมายังเรื่องนี้ได้สำเร็จ จั่วม่อพอฟัง
ถึงตอนนี้ ยังอดถามไม่ได้ “แล้วหลังจากนั้นเล่า?”
“หลังจากนั้น?” ฉุนอวี๋เฉิงกลืนน้ าลายอย่างฝืดคอ “มันเขมือบผีเสื้อปราณไปอีก
ไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยตัว ข้าคิดว่าหากปล่อยไว้เช่นนี้ มันคงจะฟาดผีเสื้อปราณทุกตัวจน
ราบเรียบ จึงนำมันไปรวมไว้กับแมลงพิษบางชนิด แมลงพิษเหล่านี้ข้าเริ่มเพาะเลี้ยง
พวกมันในอาณาจักรขุนเขาน้อย ล้วนดุร้ายยิ่ง ทั้งยังมีศักยภาพสูงส่ง ข้าคาดเอาไว้ว่า
หลังจากเพาะเลี้ยงต่อไปอีกสักสองสามรุ่น อาจเพาะสร้างสัตว์ปราณระดับห้าออกมา
ได้สักตัว”
ฟังถึงตรงนี้ ความอยากรู้อยากเห็นของจั่วม่อถูกกระตุ้นขึ้นมาอย่างสมบูรณ์
“แล้วจากนั้นเล่า?”
“สองสามวันให้หลังข้ากลับไปดูอีกครั้ง” ฉุนอวี๋เฉิงสีหน้าดูหวาดผวาอยู่บ้าง
“แมลงพิษเหล่านั้นล้วนตายเกลี้ยง ร่างของพวกมันเป็นสีเทาแห่งความตาย ไม่มี
ร่องรอยของชีวิตแม้แต่น้อย ศิษย์พี่ ท่านทราบหรือไม่ ข้านับว่าค่อนข้างสนิทชิดเชื้อ
กับผีเสื้อปราณไม่น้อย แต่ไม่เคยได้ยินได้ฟังเกี่ยวกับผีเสื้อปราณที่ชั่วร้ายน่ากลัวถึง
เพียงนี้มาก่อน”
มองดูร่องรอยหวาดผวาบนใบหน้าศิษย์น้องเฉิง จั่วม่อยิ่งอยากรู้อยากเห็นมาก
กว่าเดิม
“ซากแมลงพิษเหล่านั้นจะโยนทิ้งไปเปล่าๆ ก็น่าเสียดาย เดิมทีข้าตั้งใจจะนำ
เปลือกแข็งของแมลงเหล่านั้นมาใช้ แต่คาดไม่ถึงจริงๆ ไม่ว่าเปลือกแข็ง เล็บหรือฟัน
เขี้ยวของแมลงพิษ กลับไม่มีพลังปราณหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่เส้นสายใยเดียว” สุ้ม
เสียงของศิษย์น้องเฉิงเริ่มเต็มไปด้วยความคาดหวัง “ในเวลานั้น ข้าค่อยตระหนักว่า
ผีเสื้อปราณตัวนี้ไม่รวบรัดธรรมดาแล้ว”
จั่วม่อทราบว่าหากเรื่องราวมีเพียงเท่านั้น ศิษย์น้องเฉิงไหนเลยจะประสาทเสีย
ถึงปานนี้ได้ จึงถามว่า “จากนั้นมีสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นกระมัง?”
ฉุนอวี๋เฉิงใบหน้าทอแวววิตกกังวล “เริ่มตั้งแต่เมื่อวาน มันจู่ๆ กลายเป็นพลุ่ง
พล่านเกรี้ยวกราดถึงที่สุด พยายามบุกทะลวงออกมาด้านนอกบ่อฟูมฟักสัตว์ร้ายไม่
หยุด ผีเสื้อปราณตัวนี้ทรงพลังโดยแท้ ข้าสังเกตเห็นว่าบ่อฟูมฟักสัตว์ร้ายอาจยันมัน
เอาไว้ได้ไม่นาน ข้าก็ไม่มีปัญญาสะกดมันได้อีก ดังนั้นรีบไปตามศิษย์พี่”
สนทนาถึงตอนนี้ พวกมันทั้งคู่มาถึงบ่อฟูมฟักสัตว์ร้ายแห่งหนึ่ง
จั่วม่อในที่สุดได้ยลโฉมผีเสื้อปราณที่ศิษย์น้องเฉิงกล่าวถึง เพียงมองแวบแรก
มันก็ตื่นตระหนกสุดระงับ เห็นผีเสื้อปราณตัวนี้ มีปีกสองสีที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ปีกข้างหนึ่งเป็นสีดำสนิท อีกข้างหนึ่งเป็นสีขาวล้วน ไม่มีสีอื่นใดเจือปนแม้แต่น้อย ที่
โดดเด่นที่สุดและไม่มีผู้ใดเสมอเหมือน คือหนวดทั้งสองเส้นบนศีรษะของมัน หนวดแต่
ละเส้นมีลูกหมอกลอยติดอยู่ที่ปลายเส้นหนวด ยังคงเป็นเหมือนเช่นเดิม หนึ่งเป็น
หมอกดำ อีกหนึ่งเป็นหมอกขาว ภายในกลุ่มหมอกทั้งสอง อาจมองเห็นร่างเล็กๆ สอง
ร่างอย่างเลือนราง
แต่สิ่งที่ทำให้จั่วม่อตื่นตะลึงอย่างแท้จริง กลับเป็นกลิ่นอายเบาบางที่ปลดปล่อย
ออกมาจากผีเสื้อปราณตัวนี้ นี่เป็นกลิ่นอายที่เจือจางยิ่ง แต่ก็ชัดเจนยิ่ง และเป็นกลิ่น
อายที่ทำให้จั่วม่อหวนนึกถึงงูยักษ์เขาโลหิตระดับห้าในคราวนั้น
นี่ใช่เป็นผีเสื้อปราณระดับห้าหรือไม่?
“ผีเสื้อปราณตัวนี้พิเศษเฉพาะยิ่ง” ฉุนอวี๋เฉิงมีสีหน้าภาคภูมิใจ “ข้าเรียกมันว่า
ผีเสื้อแฝด”
เจ้าผีเสื้อแฝดสังเกตเห็นจั่วม่อ มีทีท่าหวาดระแวงขึ้นมาทันที จั่วม่อเพ่งจิต
ปลดปล่อยกลิ่นอายของสังขารปิศาจมหาทิวาออกมาแวบหนึ่ง ผีเสื้อแฝดตื่นตระหนก
อย่างฉับพลัน ถอยกรูดไปยังมุมบ่อฟูมฟักสัตว์ร้าย
ผีเสื้อปราณอันเฉลียวฉลาดนัก!
จั่วม่อลอบชื่นชมในใจ มันยิ่งแน่ใจว่าผีเสื้อแฝดตัวนี้อยู่ไม่ไกลจากระดับห้า
ขบคิดแวบหนึ่ง จั่วม่องอนิ้วดีดใส่ป้ายบงการสัตว์ร้ายที่เอว ผีเสื้อดำทมิฬพุ่งวาบ
ออกมา นับตั้งแต่ผีเสื้อสายรุ้งยกระดับขึ้นเป็นผีเสื้อดำทมิฬ มันก็กลายเป็นระดับสี่
มิหนำซ้ ายังห่างจากระดับห้าเพียงก้าวเดียวเท่านั้น ผีเสื้อดำทมิฬเมื่อบินออกมา พลัน
พบเห็นผีเสื้อแฝด มันดูคล้ายระแวงระวังผีเสื้อแฝดอยู่บ้าง
ทันใดนั้นเอง ลูกหมอกที่ปลายเส้นหนวดของผีเสื้อแฝด พลันดีดพุ่งออกมา พุ่ง
วาบราวกับสายฟ้าเกลียวขาวดำสายหนึ่ง ฟาดใส่ผีเสื้อดำทมิฬอย่างแม่นยำ!
ผีเสื้อดำทมิฬตัวแข็งค้างอยู่กลางอากาศ พลังชีวิตไหลรี่ออกไปอย่างรวดเร็ว
เพียงชั่วลัดนิ้วมือเดียว หมอกดำขาวคู่นั้นก็พุ่งกลับเข้าไปในบ่อฟูมฟูกสัตว์ร้าย
ซี๊ด จั่วม่อกับฉุนอวี๋เฉิงสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บ
เหตุเปลี่ยนแปลงนี้กะทันหันเกินไป จั่วม่อนึกไม่ถึงว่าลูกหมอกขาวดำของผีเสื้อ
แฝด ถึงกับสามารถบุกฝ่าอาคมหวงห้ามของบ่อฟูมฟักสัตว์ร้ายออกมาจู่โจมต่อหน้า
ต่อตามันได้
ทันทีที่ลูกหมอกขาวดำย้อนกลับเข้าสู่ร่างของผีเสื้อแฝด จั่วม่อค้นพบอย่างเฉียบ
ไว ว่ากลิ่นอายของผีเสื้อแฝดเพิ่มพูนขึ้นอย่างมาก! เห็นปีกขาวดำของผีเสื้อแฝดยิ่ง
บริสุทธิ์ผุดผ่องกว่าเดิม และการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุด เกิดขึ้นกับสองคนตัวเล็กๆ
ที่อยู่ภายในลูกหมอก ร่างของสองคนตัวเล็กในลูกหมอกดูเป็นรูปเป็นร่างและคมชัด
กว่าเดิมมาก พวกมันมีขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือ ล่องลอยอยู่ภายในลูกหมอกเหมือน
ทารกในครรภ์
ผีเสื้อปราณอันแปลกประหลาดและน่าขนพองสยองเกล้านัก!
ขณะที่จั่วม่ออัศจรรย์ใจ ผูเยาโพล่งขึ้นอย่างกะทันหัน “ฮะ ผีเสื้อแฝดหยินหยาง
ตัวนี้น่าสนใจไม่เบา”
“ผีเสื้อแฝดหยินหยาง?” จั่วม่อตอบสนองทันควัน
“ศิษย์น้องของเจ้าผู้นี้มีฝีมืออยู่บ้างจริงๆ ถึงกับเพาะเลี้ยงผีเสื้อปราณหายาก
เช่นนี้ขึ้นมาได้” ผูเยาชื่นชมฉุนอวี๋เฉิงเป็นอันดับแรก จากนั้นกล่าวว่า “ข้าไม่เคยเห็น
ผีเสื้อแฝดหยินหยางกับตามาก่อน ดังนั้นสิ่งที่ข้ารู้ก็มีอยู่กำจัดมาก ผีเสื้อแฝดของศิษย์
น้องเจ้าตัวนี้แตกต่างจากผีเสื้อแฝดหยินหยางที่ข้ารู้จักอยู่หลายส่วน ลองใช้เนตร
ปราณของเจ้ามองดูสักครา”
จั่วม่อรีบเบิกเนตรปราณของมัน เห็นเส้นใยพลังงานสีดำไหลบ่าเข้าไปในบ่อฟูม
ฟักสัตว์ร้ายและเข้าสู่ร่างของผีเสื้อแฝดอย่างต่อเนื่อง
“พลังงานภูตทมิฬ?” จั่วม่อสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บอีกรอบ “ผีเสื้อตัวนี้
กำลังดูดกลืนพลังงานภูตทมิฬ!”
“ศิษย์น้องของเจ้าเพาะเลี้ยงสิ่งที่ดีขึ้นมาตัวหนึ่ง” ผูเยากล่าว จากนั้นกระตุ้น
เตือน “รีบด่วน รีบรับมันเข้าไปในป้ายบงการสัตว์ร้าย อย่าลืมใช้สังขารปิศาจมหาทิวา
เสียก่อน”
ได้รับการชี้แนะจากผูเยา จั่วม่อรีบอธิบายเรื่องราวต่อศิษย์น้องเฉิง ศิษย์น้องเฉิง
ทั้งประหลาดใจทั้งตื่นเต้นยินดี รีบกล่าว “ศิษย์พี่ รีบด่วน กำราบมันเสียก่อน!” ฉุนอวี๋
เฉิงพลังบำเพ็ญเพียรอ่อนด้อยเกินไป เมื่อเพาะเลี้ยงสัตว์ปราณไม่มีปัญหาใด แต่พอถึง
เวลาที่ต้องกำราบสัตว์ปราณอันทรงพลังเช่นผีเสื้อแฝด กลับไม่มีพลังอำนาจเพียงพอ
กระทั่งจั่วม่อยังจำเป็นต้องใช้พลังอำนาจของสังขารปิศาจมหาทิวา เพื่อกำราบ
ผีเสื้อแฝดตัวนี้
จั่วม่อไม่รีรอลังเล นำป้ายบงการสัตว์ร้ายที่ยังว่างเปล่าออกมาใบหนึ่ง จากนั้น
เร่งเร้าพลังสังขารปิศาจมหาทิวาโดยไม่ออมรั้ง ปีกแสงศูนยตาปรากฏขึ้นบนแผ่นหลัง
ห้องเพาะเลี้ยงสัตว์ปราณเปี่ยมล้นไปด้วยพลังกดดันอันหนักหน่วงจนแทบมีตัวตน
สัตว์ปราณทุกตัวในทุกบ่อฟูมฟักสัตว์ร้ายขดตัวเป็นก้อนกลม ทั้งยังสั่นเทาไม่หยุด คน
ตัวเล็กทั้งสองที่ปลายยอดเส้นหนวดของผีเสื้อแฝดร่างสั่นสะท้าน มันดูคล้ายสัมผัสได้
ถึงบางสิ่งบางอย่าง อย่างไรก็ตาม พลังกดดันอันแข็งกร้าวของสังขารปิศาจมหาทิวา
ทำให้ปีกของมันหุบลู่ลง
เห็นเช่นนี้ จั่วม่อกรีดนิ้วตัวเองอย่างไม่ลังเล ซัดหยดเลือดไปยังผีเสื้อแฝด ร่าย
เวทวิชา จี้ดรรชนี ลำแสงพวยพุ่งออกไปพร้อมกัน ตวาดเรียกหา “เข้ามา!”
ผีเสื้อแฝดสองปีกขาวดำสะท้านสั่นไหว แต่มันไม่กล้าหลบเลี่ยง หยดเลือดกับ
ลำแสงเวทวิชาเมื่อกระทบถูกปีกของมัน พลันแทรกซึมลงไปอย่างรวดเร็วประดุจ
น้ าซึมลงในผืนทราย ภายในชั่วพริบตา เครื่องหมายจันทร์เสี้ยวสีเลือดปรากฏขึ้นบน
ปีกแต่ละข้างของมัน ทั้งปีกขาวและปีกดำ ผีเสื้อแฝดพลันเปลี่ยนเป็นลำแสงเกลียว
ขาวดำ พุ่งวาบเข้าสู่ป้ายบงการสัตว์ร้าย
บนผิวหน้าของป้ายบงการสัตว์ร้าย เห็นคนตัวเล็กๆ ทั้งสอง หนึ่งขาวหนึ่งดำ
ลอยขึ้นมาบนแผ่นป้ายในสภาพหันหลังชนกัน ส่วนด้านหลังแผ่นป้าย ปรากฏดาวห้า
ดวงสว่างเรืองรอง ฉุนอวี๋เฉิงกับจั่วม่อล้วนมีสีหน้าปิติยินดี ผีเสื้อแฝดตัวนี้เป็นสัตว์
ปราณระดับห้าจริงๆ!
“ข้าเพาะเลี้ยงสัตว์ปราณระดับห้าสำเร็จแล้ว! ข้าเพาะเลี้ยงสัตว์ปราณระดับห้า
สำเร็จแล้ว!” ฉุนอวี๋เฉิงผู้ลิงโลดยินดีได้แต่พึมพำเบาๆ ไม่มีปัญญากล่าวอะไรมากกว่านี้
การเพาะเลี้ยงสัตว์ปราณระดับห้าเป็นความใฝ่ฝันของมัน มันแม้มีพรสวรรค์ใน
การเพาะเลี้ยงสัตว์ปราณ แต่ถือกำเนิดจากสำนักเล็กๆ เทียบกับบรรดาศิษย์สำนัก
ใหญ่ที่มีทรัพยากรพร้อมสรรพแล้ว ต้นทุนที่มันมีก็จำกัดจำเขี่ยยิ่ง การเพาะเลี้ยงสัตว์
ปราณระดับห้าสมควรเป็นเป้าหมายสูงสุดตามขอบเขตขีดจำกัดของมัน มันทุ่มเท
ทำงานเพื่อเป้าหมายนี้ตลอดมา
แต่วันนี้เป้าหมายที่เคยคิดว่าจะต้องกระเสือกกระสนดิ้นรนไปทั้งชีวิต กลับ
สำเร็จลุล่วงเสียแล้ว
ฉุนอวี๋เฉิงรู้สึกคล้ายเป็นความฝันอยู่บ้าง เหนือจริงอยู่บ้าง ท่ามกลางความปิติ
ยินดี เป็นความเคว้งคว้างเลื่อนลอยสายหนึ่ง เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตมัน ถึงกับ
เสร็จสิ้นลงอย่างง่ายดายเช่นนี้เอง
มองดูความลิงโลดยินดีระคนสับสนงุนงงของศิษย์น้องเฉิง จั่วม่อแย้มยิ้ม มัน
เข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของศิษย์น้องเฉิงตอนนี้เป็นอย่างดี มันยัดม้วนหยกม้วนหนึ่ง
เข้าไปในมือศิษย์น้องเฉิง จากนั้นเดินออกจากห้องเพาะเลี้ยงสัตว์ปราณ
ฉุนอวี๋เฉิงจมอยู่กับความลิงโลดอยู่เป็นนาน สุดท้ายเมื่อสงบใจลง ค่อยพบว่าใน
มือตัวเองถือม้วนหยกอยู่ม้วนหนึ่ง
มันลองตรวจสอบเนื้อหาที่อยู่ภายใน ทันใดนั้นสะท้านขึ้นทั้งร่างดุจถูกสายฟ้า
ฟาดใส่ ยืนตะลึงงันอยู่กับที่
จั่วม่อออกจากเรือขนส่งทาส ไปพบกับเปาอี้เป็นลำดับถัดไป สั่งการไว้ว่าหากฉุ
นอวี๋เฉิงต้องการวัตถุดิบใด ให้จัดหาอย่าได้ขาดตกบกพร่อง เปาอี้รีบรับคำ ในใจลอบ
นึกยินดีในความรอบคอบของตน ที่ผ่านมามันมักพยายามตอบสนองความต้องการ
ของฉุนอวี๋เฉิงอย่างดีเสมอมา ในความเห็นของมัน ฉุนอวี๋เฉิงแม้ไม่ถามไถ่เรื่องราวทาง
โลก แต่จะอย่างไรยังคงเป็นศิษย์น้องของเหล่าป่านผู้หนึ่ง ดูเหมือนว่าการกระทำของ
มันไม่ผิดพลาดแล้ว
ม้วนหยกที่จั่วม่อมอบให้ฉุนอวี๋เฉิง เป็นบันทึกเนื้อหาทั้งหมดเกี่ยวกับบ่อฟูมฟัก
สัตว์ร้ายฉบับสมบูรณ์ที่มันได้รับจากผูเยา การปรับปรุงแก้ไขบ่อฟูมฟักสัตว์ร้ายของ
ศิษย์น้องเฉิง ทำให้จั่วม่อตระหนักถึงพรสวรรค์ในการเลี้ยงสัตว์ปราณอันเด่นล้ าของ
ศิษย์น้อง มันตัดสินใจมอบทุกสิ่งทุกอย่างของบ่อฟูมฟักสัตว์ร้ายฉบับสมบูรณ์ให้แก่
ศิษย์น้องเฉิง เพื่อที่ศิษย์น้องจะได้ศึกษาค้นคว้าต่อไป ยามนี้ศิษย์น้องเฉิงต้องการ
เป้าหมายใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม
จั่วม่อเรียกผีเสื้อแฝดออกมา เพ่งพินิจผีเสื้อปราณที่ไม่มีผู้ใดเสมอเหมือนนี้อีก
ครั้ง มันต้องยอมรับว่าเฉพาะตัวประหลาดอันบ้าคลั่งเช่นศิษย์น้องเฉิงเท่านั้น ที่ภายใต้
ความขาดแคลนระหว่างการสู้รบ อาศัยเศษม้วนหยกที่มีเพียงความรู้ฉบับคลุมเครือที่
จั่วม่อมอบให้ ยังสามารถเพาะเลี้ยงผีเสื้อปราณพิเศษตัวนี้ขึ้นมาได้ด้วยตัวเองตาม
ลำพัง
อย่างไรก็ตาม จากนั้นมันขมวดคิ้วนิ่วหน้า หากศิษย์น้องเฉิงคิดก้าวรุดหน้าไปอีก
ขั้น จะต้องเผชิญกับปัญหาสำคัญ …พลังบำเพ็ญเพียร ศิษย์น้องเฉิงยิ่งมาจะยิ่งพบว่า
ยากจะสะกดพฤติกรรมใดๆ ของสัตว์ปราณระดับสูง ผีเสื้อแฝดตัวนี้อาจเรียกได้ว่าเป็น
เหตุการณ์ที่โชคดีมากครั้งหนึ่ง
อีกคนหนึ่งที่เผชิญปัญหาเดียวกันคือศิษย์น้องกงซุน จั่วม่อยามนี้มีความรู้ความ
เข้าใจเกี่ยวกับแม่ทัพบัญชาการศึกเพิ่มมากขึ้น และทราบว่าเหล่าแม่ทัพบัญชาการศึก
มีระบบการฝึกปรือเวทวิชาที่ไม่เหมือนผู้ใด แม่ทัพบัญชาการศึกในระดับเริ่มต้น
ต้องการพลังบำเพ็ญเพียรไม่สูงนัก แต่ยิ่งพวกมันก้าวหน้าไปมากเท่าใด ยิ่งต้องมีพลัง
บำเพ็ญเพียรสูงส่งขึ้นเท่านั้น
นี่เป็นปัญหาที่น่าปวดเศียรเวียนเกล้าโดยแท้
จั่วม่อหัวคิ้วขมวดมุ่น จมลงสู่ห้วงความคิดอันลึกล้ า ไม่ได้สังเกตเห็นการกระทำ
ของผีเสื้อแฝดที่เรียกออกมาในตอนแรก