สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 349 พิโรธ
หนานเยว่สั่นศีรษะพลางกล่าว “ข้าต้องถามความเห็นของลูกพี่ลูกน้องของข้า
เสียก่อน”
ฉีเหล่าซือทราบว่าจิตเจตนาของมันถูกพบเห็น ใบหน้าสูงวัยแดงวูบ แต่กลับเป็น
ปกติอย่างรวดเร็ว “แน่นอน แน่นอน”
อสูรต้นไม้ อสูรดอกไม้และคนอื่นๆ มองจากที่ห่างไกล เห็นฉีเหล่าซือสนทนากับ
หนานเยว่อย่างเกรงอกเกรงใจ ล้วนตะลึงลานไม่เว้นแม้แต่คนเดียว
ประกายไฟโปรยปรายดุจหยาดฝน
จั่วม่อถลึงตากว้าง กวาดมองรอบข้างอย่างระแวดระวัง ฉากแวดล้อมไม่ได้แปร
เปลี่ยนไป แต่ความรู้สึกอันตรายไม่เพียงแต่ไม่ลดน้อยลง กลับยิ่งรุนแรงขึ้นกว่าเดิม
นี่เพิ่งอุ่นเครื่องใช่หรือไม่?
จั่วม่อไม่เพียงไม่หวาดหวั่น ตรงกันข้ามจิตวิญญาณการต่อสู้กลับยิ่งฮึกเหิมเปี่ยม
ล้นอยู่ในร่างกาย เพียงหวังให้การต่อสู้ครั้งถัดไปยิ่งดุเดือดรุนแรงกว่านี้!
สิบหกศาสตร์อสูรน้อยเชื่อมประสานอย่างวิจิตรบรรจง ตัดสะบั้นลูกไฟของอีก
ฝ่ายเป็นชิ้นๆ ในทันที ทำให้มันตื่นเต้นเร้าใจอย่างบอกไม่ถูก ที่ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงคับ
ขันอันตราย มันถึงกับใช้หนึ่งในการแปลงร่างทั้งหกของสังขารปิศาจมหาทิวาออกมา
…ปีกแสงศูนยตา
ปีกแสงศูนยตาหนุนเสริมความรวดเร็ว เป็นความเร็วประหนึ่งอัสนีบาตฟาดฟ้า
นี่เป็นการแปลงร่างท่าแรกในหกท่วงท่าที่จั่วม่อฝึกปรือ แต่เมื่อใช้งานในคราวนี้ มัน
บังเกิดความคิดอันบรรเจิดวูบหนึ่ง พยายามสะกดการก่อรูปของปีกแสงสีทอง
เปลี่ยนเป็นหน่วงพลังขุมนั้นไปยังสองขาของมันแทน ถึงกับกลายเป็นพลังที่ทำให้มัน
ก้าวทะลวงผ่านความว่างเปล่า
ที่แท้ปีกแสงศูนยตาสามารถใช้งานเช่นนี้ได้!
จั่วม่อรู้สึกเห็นแสงสว่างลำหนึ่ง เป็นแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ พลังของปีก
แสงศูนยตาในเมื่อเคลื่อนย้ายไปยังสองขาของมันได้ เช่นนั้นหากเคลื่อนย้ายไปยังสอง
แขนจะเกิดอะไรขึ้น? หรือไม่ก็ส่วนอื่นของร่างกาย? มันกระทั่งยังครุ่นคิด การแปลง
ร่างอื่นๆ อีกห้าท่วงท่าใช่สามารถใช้งานได้เช่นเดียวกันหรือไม่?
มันกระหายที่จะทดลองดู เต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้
วันนี้ได้กำไรจริงๆ!
สิ่งที่จั่วม่อไม่ล่วงรู้ก็คือ ในทะเลแห่งจิตสำนึกของมัน ผูเยาถลึงตาโปนโตจนแทบ
หลุดลงพื้น
ในความเห็นของมัน การเปลี่ยนแปลงใหม่ของปีกแสงศูนยตานับว่าน่าอัศจรรย์
อยู่บ้างจริงๆ แต่เพียงเท่านี้ ย่อมไม่มากพอที่จะทำให้อสูรฟ้าผู้ยิ่งใหญ่อย่างมันต้อง
แตกตื่นจนขวัญหนีดีฝ่อถึงเพียงนี้ สิ่งที่ทำให้มันรู้สึกว่าเหลือเชื่ออย่างแท้จริง คือการที่
จั่วม่อใช้ทักษะปิศาจในคุกสิบนิ้วต่างหาก!
นี่เป็นไปไม่ได้!
มันแทบจะร้องตะโกนออกมาอย่างลืมตัว
ควรทราบว่าคุกสิบนิ้วเป็นดินแดนมายาที่รังสรรค์ขึ้นจากศาสตร์อสูร มีเพียงพลัง
ของศาสตร์อสูรเท่านั้น จึงสามารถใช้ในคุกสิบนิ้วได้ ไม่ว่าจะเป็นทักษะปิศาจหรือเวท
วิชาเซียน ย่อมไม่สามารถปรากฏตัวในโลกแห่งคุกสิบนิ้วได้ กระทั่งนภาจรัสวารี
ไพศาลซึ่งเป็นเพียงคุกชั้นแรก ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น!
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้ามันนี้ ไม่แยแสนสนใจกฎเหล็กที่ดำรงคงอยู่มายาวนาน
จนนับปีไม่ถ้วนอย่างสิ้นเชิง
นี่มัน… …นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ภายใต้ความลี้ลับพิสดารนี้ ในใจของผูเยาปรากฏเค้าความประหวั่นพรั่นพรึง
สายหนึ่ง
จั่วม่อย่อมไม่ล่วงรู้เรื่องความประหวั่นพรั่นพรึงในใจผูเยา แต่ต่อให้มันล่วงรู้ มัน
ก็เพียงแค่แค่นเสียง แล้วหัวร่อเย้ยหยันไม่กี่คำ มันฝึกปรือมากมายหลายสิ่ง ไม่มีอคติ
กับพลังอำนาจประเภทใด มีแต่ความกระหายใคร่รู้อย่างเปี่ยมล้น
ที่สำคัญไปกว่านั้น มันไม่ได้มีเวลาจะมัวมาสนทนากับผูเยา แม้ว่าลูกไฟยักษ์จะ
ถูกทำลายไปแล้ว แต่บรรยากาศอันตรายที่อัดแน่นในอาณาบริเวณไม่เพียงไม่เบาบาง
ลง กลับมีแต่จะเพิ่มขึ้นทุกขณะ
ทันทีที่ประกายไฟดวงสุดท้ายตกกระทบพื้น เหตุแปรเปลี่ยนพลันอุบัติ
ในความว่างเปล่า ทันใดนั้นปรากฏเงาเลือนรางที่คล้ายไม่มีตัวตนผืนใหญ่ พลัง
ธาตุน้ าอันหนักหน่วงดุดัน กวาดทะลักไปทุกทิศทาง
แม่น้ าโปร่งใสวาววามตัดไขว้รอบกายมัน ห้อมล้อมปิดสกัดทุกด้าน บ้างรวดเร็ว
เร่งร้อน บ้างเชื่องช้าอ่อนโยน บ้างสุกใสดุจอัญมณีล้ าค่า บ้างขุ่นคลั่กเหมือนน้ าโคลน
สนามประลองในคุกดูคล้ายกลับคืนสู่สภาพก่อนเปิดศึกทลายคุก
จั่วม่อไม่กล้าออมรั้งพลังจิตสำนึก กวาดกระจายออกไปในบัดดล
ทันใดนั้นศรวารีดอกหนึ่งพวยพุ่งออกมาจากแม่น้ าที่ขวางอยู่เบื้องหน้า ศรวารี
โปร่งใสดอกนี้เป็นสัญญาณประกาศศึกระลอกที่สอง
แสงสีฟ้าเจิดจ้าระเบิดขึ้นอย่างฉับพลัน!
ศาสตร์อสูรธาตุน้ ามากมายสุดประมาณพลันไหลบ่าออกจากแม่น้ าทุกสาย ปิด
ฟ้าคลุมดิน ประหนึ่งพายุฝนฟ้าคะนองถล่มปฐพี!
บรรดาอสูรที่ชมดูสีหน้าแปรเปลี่ยน กระทั่งเหล่ายอดฝีมือที่คิดว่าตนเอง
แตกฉานศาสตร์อสูรธาตุน้ า พอเห็นฉากนี้กับตา ถึงกับแตกตื่นจนขวัญหนีดีฝ่อ
การโจมตีระลอกนี้ครอบคลุมศาสตร์อสูรธาตุน้ าทั้งสิ้น สามร้อยหกสิบเอ็ดวิชา!
โหมซัดออกมาในคราวเดียว นับจากศรวารีที่เรียบง่ายที่สุด ระเบิดวารี ศาสตร์อสูร
เชื่อมประสาน ก่อเกิดเป็นวิหควารี ผีเสื้อวารี ไปจนถึงมังกรวารีและสัตว์ร้ายระดับสูง
สิ่งที่น่าสะท้านใจยิ่งกว่าคือ วิหควารีแต่ละตัวประดุจมีชีวิตจิตใจ เส้นขนโปร่งใสวิจิตร
บรรจงราวกับเส้นขนจริง
จนถึงตอนนี้ บรรดาอสูรในที่สุดค่อยประจักษ์แน่แก่ใจว่า เชียนหลิวต้าเหริน ที่
แท้บรรลุศาสตร์อสูรธาตุน้ าถึงระดับที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้!
นภาจรัสพันธารา (คงหมิงเชียนหลิว) น่าแตกตื่นสะท้านโลกอย่างแท้จริง!
นอกเหนือจากความตะลึงลาน ใบหน้าของเหล่าอสูรทอแววหลงใหลคลั่งไคล้
ศาสตร์อสูรธาตุน้ าอันวิจิตรตระการตานี้ งดงามสุดเปรียบปาน เป็นหนึ่งไม่มีสองอย่าง
แท้จริง ชั่วพริบตานี้ สำหรับจั่วม่อผู้เปิดศึกทลายคุก ไม่มีผู้ใดชายตามองมันอีก
บางทีมันอาจจะมีพรสวรรค์น่าตื่นตะลึง บางทีมันอาจจะเป็นผู้สืบทอดศาสตร์
อสูรลี้ลับชุดหนึ่ง แต่ต่อหน้าเชียนหลิวต้าเหริน มันถูกกำหนดให้ต้องสูญสิ้นรัศมีอัน
เรืองรอง ต้องเผชิญชะตากรรมของความต่ าต้อยด้อยค่าดุจฝุ่นธุลี
ภายในสนามประลอง จั่วม่อสีหน้าแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง
ในครรลองสายตามันแน่นขนัดไปด้วยทะเลสีฟ้าโหมซัดเข้ามาทุกทิศทาง ถักทอ
ขึ้นจากกลุ่มแสงของศาสตร์อสูรธาตุน้ าสารพัดชนิด ศาสตร์อสูรธาตุน้ าอันเจิดจรัสงาม
ตระการเหล่านี้มีรูปร่างผิดแผกแตกต่าง บ้างเร็วบ้างช้า บ้างจู่โจมตรงๆ บ้างวกอ้อม
เป็นวง แต่ทั้งหมดล้วนเต็มไปด้วยกลิ่นอันตรายร้ายแรง
จั่วม่อขนหัวลุกชี้ชัน กล่าวตามความสัตย์ ศาสตร์อสูรธาตุน้ าเหล่านี้แต่ละวิชา
สำหรับมันแล้วไม่ถือว่าร้ายกาจหรือซับซ้อนอันใด แต่ศาสตร์อสูรธาตุน้ าสามร้อยหก
สิบเอ็ดวิชาโหมโจมตีเข้ามาพร้อมกันในคราวเดียว กลายเป็นภัยคุกคามถึงชีวิตอย่าง
ฉับพลัน ไม่มีช่องว่างรอยโหว่ให้หลบหลีกแม้แต่น้อย!
ศาสตร์อสูรธาตุน้ าอันเหลือเชื่อ!
กลิ่นอายของความตายคุกคามเข้ามาใกล้ จั่วม่อสองแก้มเย็นเฉียบ ราวกับ
มัจจุราชเผยอยิ้มพิกลพิการ แนบใบหน้าเน่าเปื่อยลงกับแก้มของจั่วม่อ
จั่วม่อสมองขาวว่างเปล่า มือเท้าแข็งทื่อเหมือนท่อนไม้ จิตวิญญาณการต่อสู้
ทั้งหมด ความฮึกเหิมทั้งมวล ต่อหน้าการโจมตีสะท้านฟ้าสะเทือนดินเช่นนี้ ล้วน
เปราะบางไม่ต่างจากแก้วถูกทุบกระจายสลายหายไปทันที
จั่วม่อร่างแข็งทื่อ กระดิกไม่ได้แม้แต่ปลายนิ้ว
มันได้แต่เบิกตาอย่างซึมเซา เหม่อมองพิรุณแสงสีฟ้าโหมซัดเข้าหามันประดุจฝน
คลุ้มทะเลคลั่ง พลังธาตุน้ าอันหนักข้นดุจมีตัวตนจี้เข้ามาถึงหว่างคิ้ว เห็นได้ว่ามันกำลัง
จะถูกทะเลสีฟ้าอันเกรี้ยวกราดไพศาลกลืนกินลงไป
บัดซบ!
จั่วม่อทันใดนั้นสะท้านขึ้นทั้งร่าง ตื่นขึ้นจากสภาพเซื่องซึม สิ่งที่ตามมาในทันที
เป็นความอับอายสุดขั้วหัวใจ! มันถึงกับแตกตื่นลนลานกับการโจมตีของศัตรู ถูกขู่ขวัญ
เสียจนสูญเสียกระทั่งความคิดต่อต้านแข็งขืน!
บัดซบเอ๊ย!
จั่วม่อสองตาเปลี่ยนเป็นแดงฉานดุจลูกไฟสองดวงในบัดดล โลหิตที่เย็นเฉียบ
เดือดพล่านขึ้นมาในทันใด ไฟโทสะอันรุนแรงอัดแน่นอยู่เต็มทรวงอก แทบล้นทะลัก
ออกมา! มันพิโรธแล้ว พิโรธโกรธเกรี้ยวในความอ่อนแอของตัวเอง พิโรธโกรธกริ้วที่
มันถึงกับสูญเสียความคิดต่อสู้!
จิตวิญญาณการต่อสู้ปะทุออกมา ทลายชั้นน้ าแข็งหนา ความพิโรธกับความอับ
อายผสานรวมกัน กลายเป็นแรงอาละวาดอย่างดุดัน!
จั่วม่อเดือดดาลทะยานฟ้า
สองตาแดงฉาน จั่วม่อในความพิโรธประกบสองมือเข้าหากัน แล้วแยกออก
เสียงซี่ซี่ปะทุขึ้น ระหว่างสองหัตถ์ปรากฏตาข่ายสายฟ้าเจิดจ้าผืนหนึ่ง งูสายฟ้าสีเงิน
เรียวบางแล่นพล่านไปมา เห็นลูกพลังสายฟ้าแกร่งขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือสามสิบกว่า
ลูก ดีดพุ่งไปมาภายในตาข่ายสายฟ้าอย่างไม่มีรูปแบบ
สายฟ้าแกร่งภูตหยาง!
จั่วม่อหากยังมีสติชัดเจน ยามนี้คงต้องปิติยินดีอย่างสุดแสนกับความรุดหน้าใน
ฝีมือศาสตร์อสูร สายฟ้าแกร่งภูตหยางที่มันใช้ออกมาคราวนี้ พลังสภาวะผิดแผกไป
จากเดิมอย่างสิ้นเชิง เปี่ยมล้นไปด้วยพลังกดดันอันน่าตระหนก ไม่ว่าจะเป็นการ
เติบโตของพลังจิตสำนึก หรือความเข้าใจในศาสตร์อสูรที่ลึกล้ ากว่าแต่ก่อน ล้วน
สำแดงออกมาอย่างสมบูรณ์ ผ่านทางสายฟ้าแกร่งภูตหยางที่มันเคยใช้มาหลายครั้ง
หลายหน
“ไปลงนรกเสียเถอะ!”
ภายในทะเลแสงสีฟ้า เสียงตวาดอย่างเกรี้ยวกราดดังกึกก้องอย่างกะทันหัน
ชั่วพริบตานั้น ภายในทะเลแห่งแสงสีฟ้า เห็นจุดแสงสีเงินสว่างวาบในบัดดล จุด
แสงสีเงินยิ่งมายิ่งร้อนแรงเจิดจรัส ยิ่งนานยิ่งใหญ่โตขึ้นทุกขณะ!
นี่คืออะไร?
บรรดาอสูรผู้ชมดูอดประหลาดใจอยู่บ้างไม่ได้ พากันคาดเดาว่าพลังงานสีเงินนี้
เป็นศาสตร์อสูรประเภทใด
บึม บึม บึม… …
ภายในทะเลแสงสีฟ้าอันหนาแน่น บังเกิดเสียงระเบิดดังระรัวไม่ขาดหู แต่ละ
เสียงทุ้มลึกหนักทึบราวกับระเบิดขึ้นจากก้นทะเล
แต่ไม่กี่อึดใจถัดมา เหล่าอสูรที่มีความรู้สึกเฉียบไวกว่าผู้อื่น พลันสีหน้า
แปรเปลี่ยนเป็นแปลกพิกลอยู่บ้าง พวกมันค้นพบอย่างประหลาดใจ ว่านับตั้งแต่เสียง
ระเบิดครั้งที่สิบ เสียงระเบิดก็ค่อยๆ เปลี่ยนไปอย่างเงียบเชียบ ไม่ได้ทุ้มลึกหนักทึบอีก
ต่อไป แต่กลับใสกระจ่างขึ้นทุกครั้งที่เกิดเสียงระเบิด
นี่มัน… …
ดวงตาของพวกมันอดบังเกิดเค้าความแตกตื่นไม่ได้
เสียงระเบิดกึกก้องกัมปนาทดุจฟ้าคำรน ดังสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่ว
ขณะที่เหล่าอสูรเริ่มสับสนรวนเร เสียงระเบิดพลันดังสนั่นไหวหวั่นปานโลกจะ
ถล่มทลาย อสูรทุกตนรู้สึกว่ากลุ่มแสงสีเงินจู่ๆ ก็สว่างวาบบาดตา ในสายตาของพวก
มันกลับกลายเป็นแผ่นผืนขาวเจิดจ้าในบัดดล
รอจนแสงสว่างจางหายไป ดวงตาของอสูรทุกตนกลับมามองเห็นดังเดิม พวกมัน
พอชมดูสนามประลองชัดตา ต้องแตกตื่นอลหม่านขึ้นมาในทันที
เป็น… …เป็นไปได้อย่างไร… …
ภายในสนามประลอง ทั่วร่างของจั่วม่อกรุ่นไปด้วยควันและไฟ สภาพ
อเนจอนาถสุดทนดู
แต่บัดนี้ไม่มีอสูรตนใดหัวร่อเยาะมัน ทุกตนเหม่อมองจั่วม่ออย่างไม่เชื่อสายตา
พวกมันอุทานเสียงดังอย่างแตกตื่นโดยไม่รู้ตัว เหล่าอสูรสาวโฉมงามและอ่อนเยาว์พา
กันกรีดร้องไม่สิ้นสุด สีหน้าของพวกนางเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเร้าใจ สุดจะระงับ
อารมณ์เอาไว้ได้
ฉีเหล่าซือยืนซึมเซา เมื่อไม่กี่อึดใจที่ผ่านมา มันยังถูกศาสตร์อสูรธาตุน้ าของ
เชียนหลิวต้าเหรินขู่ขวัญจนกระเจิดกระเจิง และปักใจว่าจั่วม่อไม่มีทางได้ชัยเป็นอัน
ขาด จากนั้นมันก็เห็นแสงระเบิดวาบ เห็นจั่วม่อยืนตระหง่านอยู่กลางสนามประลอง
อย่างทระนง นอกจากสะดุ้งผวาเฮือกหนึ่ง มันย่อมต้องทอดถอนอย่างผิดหวัง หาก
ก่อนการต่อสู้ระลอกที่สองนี้ มันยังเชื่อว่าตำหนักศาสตร์อสูรดอกบัวม่วงมีโอกาส
ดึงดูดอีกฝ่ายเข้าร่วมได้ เช่นนั้นหลังจากการต่อสู้รอบนี้ มันก็พลันตระหนักแน่แก่ใจ
ตำหนักศาสตร์อสูรดอกบัวม่วงไม่มีขีดความสามารถพอจะรองรับอัจฉริยะบุรุษผู้นี้ได้
ในดวงตาสุกใสดุจอัญมณีของหนานเยว่ ปรากฏเค้าความเคารพเทิดทูนอย่างลึก
ล้ า และปิติยินดีสุดหัวใจ!
เสียงกรีดร้องอย่างเร้าใจของเหล่าอสูรสาวระบาดไปสู่ผู้อื่นอย่างรวดเร็ว กระทั่ง
ผู้ที่ปกติไม่ค่อยเปิดเผยอารมณ์ความรู้สึก บัดนี้ยังต้องเลียนแบบวิธีกรีดร้องตะโกน
เพื่อระบายความตื่นเต้นที่อึดอัดอยู่ในใจของพวกมันออกมา
การปะทะเดือดของรอบก่อนหน้านี้ พวกมันในที่สุดพบเห็นความหวังได้ชัยของ
จั่วม่อ!
นี่คือศึกทลายคุก!
ผู้ที่สามารถชนะศึกทลายคุก จะสามารถเปลี่ยนชื่อคุกที่พวกมันทำลายและสร้าง
ขึ้นใหม่!
นี่เป็นเกีรยติอันสูงส่งที่อสูรทุกตนล้วนเฝ้าฝันถึง เป็นจุดเริ่มต้นของตำนาน… …
ยามนี้เหตุการณ์อันเป็นตำนานกำลังเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาพวกมัน เพียงได้ชมดู
ด้วยสายตาตัวเองก็นับเป็นโชควาสนาประการหนึ่ง นี่เป็นเหตุผลหลัก ว่าไฉนพวกมัน
ไม่อาจสงบสติอารมณ์เอาไว้ได้ นี่มันน่าตื่นเต้นเร้าใจเกินไป!
เหล่าผู้ชมกำลังตื่นเต้นสุดบรรยาย พวกมันใช้ทุกวิถีทางเพื่อรีบบอกสหายและ
ตระกูลของพวกมันว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่ ผู้ที่เริ่มใช้ศาสตร์อสูรบันทึกภาพตั้งแต่ต้น ยิ้ม
กว้างจรดใบหู ราวกับพวกมันชนะพนันที่มีเดิมพันก้อนโต
ขณะที่เหล่าอสูรกำลังตื่นเต้นเร้าใจ จั่วม่อลืมตาขึ้นในสนามประลอง
ดวงตาแดงฉานยังไม่มีทีท่าว่าจะจางหาย
ยังคงเดือดดาลทะยานฟ้า จั่วม่อหันมองไปรอบๆ ราวกับสัตว์ร้ายกระหายเลือด
กวาดตามองหาเหยื่อ
เหล่าอสูรด้านนอกค่อยๆ ระงับสติอารมณ์ แม่น้ าลำธารที่ตัดไขว้ไปมาภายใน
สนามประลองยังไม่หายไป นี่หมายความว่าศึกทลายคุกยังไม่จบสิ้น เชียนหลิวต้าเห
รินแน่นอนว่ายังทิ้งกระบวนท่าอื่นไว้เบื้องหลัง
ทันทีที่เหล่าอสูรกลับมาเพ่งมองในสนามประลอง พวกมันพลันพบว่าบุรุษที่ปก
คลุมไปด้วยควันในสนามประลอง กำลังกวาดตามองไปรอบด้าน ราวกับว่ามันกำลัง
ค้นหาเหยื่อ จากนั้นมันโถมทะยานเข้าหาแม่น้ าสายหนึ่งด้วยเจตนาฆ่าฟันอันล้นปรี่
การเคลื่อนไหวผิดปกติในสนามประลองดึงดูดดวงตาทุกคู่ของเหล่าอสูร อสูรที่มี
สายตาแหลมคมบางคน ถึงกับสังเกตเห็นว่าจั่วม่อคล้ายกำลังร่ าร้องตะโกนอะไรสัก
อย่าง
ภายในชั่วพริบตา จั่วม่อพุ่งมาถึงแม่น้ าสายนั้น
กระบวนท่าต่อไปของจั่วม่อ แทบจะทำให้อสูรทุกตนหัวใจหยุดเต้นอย่าง
ฉับพลัน ด้านนอกสนามประลองที่เต็มไปด้วยเหล่าอสูร พลันตกอยู่ในความเงียบสงัด
ดุจป่าช้า…
…จั่วม่อยื่นสองมือ จุ่มลงไปในแม่น้ าตรงหน้ามัน!
คนผู้นี้… … ที่แท้คิดทำอะไร?