สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 365 เรามีเรื่องต้องหารือกัน!
ปัญหาข้อที่หกถูกแก้ได้แล้ว!
ข่าวนี้ประดุจพายุหมุน ม้วนกวาดตำหนักศาสตร์อสูรแทบทั้งหมดในรวดเดียว
ไม่ต่างจากโยนสะเก็ดไฟลงในกระทะที่เต็มไปด้วยน้ ามัน
เดิมทีหกปัญหาทลายคุก แม้น่าอัศจรรย์ใจและหลุดพ้นจากขอบเขตความเข้าใจ
ดั้งเดิม แต่ก็ไม่ถึงกับทำให้ทุกคนต้องขวนขวายหาทางแก้ปัญหา แม้ว่าอสูรลึกลับที่
ทลายคุกกับสมาพันธ์อัจฉริยะ จะยิ่งบาดหมางรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่ผู้ที่มีสติปัญญาอยู่
บ้างย่อมไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้สักเท่าใด เนื่องเพราะความบาดหมางนี้เห็นได้ชัด
ว่าเกิดจากฝีมือของผู้ที่ลอบก่อกวนจากเงามืด ผู้คนเพียงเฝ้ารอชมความสนุกสนาน ไม่
มีผู้ใดเชื่อว่าอสูรลึกลับสามารถพิชิตสมาพันธ์อัจฉริยะได้ อสูรทั่วไปแทบทั้งหมดล้วน
สามารถประเมินได้อย่างชัดเจน
ดังนั้นเมื่อไหวเกอเอ๋อร์ประสบความสำเร็จในการเปิดศึกทลายคุก ทุกผู้คนแม้
เพียงรอชมดูความสนุกสนาน แต่ยังอดรู้สึกคาดหวังอยู่บ้างไม่ได้ ทุกคนพากันคาดเดา
อย่างสนุกสนาน ว่าเมื่อใดสมาพันธ์อัจฉริยะจะสามารถทลายคุกได้สำเร็จ ผู้ดูแลคน
หนึ่งของสมาพันธ์อัจฉริยะเมื่อสามารถเปิดศึกทลายคุก ในสมาพันธ์อัจฉริยะยังมี
ผู้ดูแลอีกมากมาย การจะทำลายคุกได้เมื่อใด ก็เป็นเรื่องของเวลาเท่านั้น
หกปัญหาทลายคุกเป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับทุกผู้คน ช่วยเปิดหูเปิดตาให้พวกมัน
ได้เห็นมรรคาทางความคิดที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อสามารถนำเสนอสิ่งพิเศษ
เฉพาะในศาสตร์อสูรน้อยที่ถูกศึกษาค้นคว้าจนทะลุปรุโปร่งหมดแล้ว ความแข็งแกร่ง
ของอสูรทลายคุกผู้ลึกลับก็ไม่อาจประเมินได้ มหาอสูรที่ทรงพลังอำนาจบางตนกับ
เหล่าซือที่มีชื่อเสียงจากตำหนักศาสตร์อสูรชั้นนำ ล้วนพากันยกย่องชมเชยเป็นเสียง
เดียว ทั้งยังมีความเห็นที่เป็นเอกฉันท์อย่างน่าตกใจ ว่าพวกมันชมชอบศักยภาพของ
อสูรทลายคุกลึกลับผู้นี้ และประเมินว่าอนาคตของมันจะต้องยาวไกลไร้ขีดจำกัด
หกปัญหาทลายคุกแม้จะดึงดูดความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ในสายตาของผู้คน
ทั่วไป นี่ไม่นับเป็นอะไรได้
ในแต่ละปี มักปรากฏดวงดาวอันเจิดจรัสที่ได้รับการยกย่องชมเชยจากผู้ที่
เรียกว่าเหล่าซือผู้มีชื่อเสียงเหล่านี้ขึ้นเป็นประจำ แต่พวกมันส่วนใหญ่จะค่อยๆ
สูญเสียประกายและเลือนหายไปจากความทรงจำของผู้คนในที่สุด
แต่ในขณะที่ผู้คนกำลังเฝ้ารอให้สมาพันธ์อัจฉริยะออกกระบวนท่าที่สอง ทุกคน
เริ่มสังเกตเห็นเรื่องราวแปลกๆ ประการหนึ่ง
นั่นคือยังไม่มีการประกาศว่าปัญหาทลายคุกข้อที่หกถูกแก้ไขแล้ว!
หนึ่งวัน สองวัน สามวัน … …
เรื่องราวของอสูรทลายคุกลึกลับกับสมาพันธ์อัจฉริยะดูเหมือนสูญเสียความ
ร้อนแรง หลุดพ้นจากความสนใจของผู้คนไปแล้ว แต่ข่าวคราวเกี่ยวกับการแก้ปัญหา
ข้อที่หกกลับยังเงียบเชียบตลอดมา ไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นคนแรกที่กล่าวถึงเรื่อง
ประหลาดนี้ แต่ก็กลายเป็นหัวข้อที่ดึงดูดความสนใจของทุกผู้คนในทันที
หรือว่าปัญหาข้อที่หกนี้ยากเกินไปจริงๆ?
ทุกคนเดิมทีหมดความสนใจในเรื่องนี้ไปบ้างแล้ว แต่ความกระหายใคร่รู้ของ
พวกมันกลับถูกกระตุ้นขึ้นมาอีกครั้ง
คนในสมาพันธ์อัจฉริยะไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้นัก พวกมันเต็มไปด้วย
ความเชื่อมั่นอย่างเปี่ยมล้น ไหวเกอเอ๋อร์แม้พ่ายแพ้ในศึกทลายคุก แต่ยังคงเป็นการ
เริ่มต้นที่ดี อัจฉริยะอายุเยาว์? แล้วจะเป็นไร สมาพันธ์ไม่เคยขาดแคลนอัจฉริยะอายุ
เยาว์ เหล่าผู้ดูแลหลายคนเห็นพ้องต้องกันในเรื่องนี้อย่างน่าประหลาดใจ พวกมันไม่
คิดรบกวนผู้คนระดับสูงในสมาพันธ์ พวกมันเชื่อมั่นว่าลำพังความสามารถส่วนบุคคล
ของพวกมัน ก็เพียงพอที่จะแก้ปัญหานี้ได้
แต่รอจนผู้คนภายนอกเริ่มพูดกันหนาหู ว่าเมื่อใดคำตอบของปัญหาข้อที่หกจะ
ถูกประกาศออกมา พวกมันทันใดนั้นค่อยรู้สึกตัวอย่างตื่นตระหนก ว่าโดยที่พวกมันไม่
ทันสังเกต พวกมันยังคงติดอยู่ในปัญหาข้อนี้มาหลายวันแล้ว
ถึงตอนนี้ทุกคนเริ่มร้อนรนขึ้นมา
สาขาของสมาพันธ์อัจฉริยะในแต่ละอาณาจักร เปลี่ยนท่าทีจากผ่อนคลายเฉื่อย
ชา เป็นเร่งจัดตั้งกลุ่มอย่างรวดเร็ว เพื่อสุมหัวช่วยกันแก้ปัญหาข้อที่หก
จนกระทั่งถึงวันที่เก้า ในที่สุดคำตอบของปัญหาข้อที่หกก็ถูกประกาศออกมา
ความกระหายใคร่รู้ของโลกภายนอกถูกกระตุ้นขึ้นอีกครั้ง เมื่อคำตอบของ
ปัญหาข้อที่หกถูกประกาศออกมา เรื่องราวการประชันขันแข่งระหว่างอสูรทลายคุก
ลึกลับกับสมาพันธ์อัจฉริยะก็ถูกผลักดันขึ้นไปถึงจุดสูงสุดอีกครั้ง ทุกผู้คนพลันพบว่า
ชัยชนะของสมาพันธ์อัจฉริยะ เห็นทีจะไม่ง่ายดายอย่างที่คิดกันไว้เสียแล้ว
การต่อสู้ของพลังอำนาจที่ไม่เท่าเทียมกัน ตามธรรมดาไม่สามารถดึงดูดความ
สนใจของผู้คนได้มากนัก แต่เมื่อผู้คนจู่ๆ ก็พบว่า คนที่พวกมันคิดว่าอ่อนแอและต้อง
พ่ายแพ้ในกระบวนท่าเดียว กลับคล้ายต้านรับได้สิบกระบวนท่าโดยไม่มีวี่แววจะ
เพลี่ยงพล้ า อยู่ในสภาพที่ดีกว่าที่พวกมันคาดคิดเอาไว้มาก มิใช่ว่าไม่มีโอกาสชนะเอา
เสียเลย กลับจุดประกายความหวังของผู้คนขึ้นมา ความสนใจของผู้ชมพลันพุ่งทะยาน
ขึ้นทันที
ผู้ที่ต้องการชมดูสมาพันธ์อัจฉริยะเสียหน้า รับรองว่าไม่ได้มีเพียงแค่กลุ่มสอง
กลุ่มเท่านั้น
“เราต้องตอบโต้!” ผู้ดูแลจากอาณาจักรหมอหลัวร้องอย่างตื่นเต้นฮึกเหิม
อารมณ์ของมันร้อนแรงตั้งแต่แรก ยามนี้ยังได้รับแรงกระตุ้นด้วยถ้อยคำจากโลก
ภายนอกเพิ่มเข้าไปอีก
“ใช่ใช่! เราต้องตอบโต้!” ผู้ดูแลอื่นๆ พากันขานรับอย่างลิงโลด
บุคคลที่ทระนงถือดีตลอดมาเหล่านี้ จะทานทนรับการเยาะเย้ยเหยียดหยามได้
มากสักเท่าใด? พวกมันเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยม ว่าสมาพันธ์อัจฉริยะเป็นที่รวมของยอด
อัจฉริยะอันเด่นล้ าที่สุดของภพอสูร พวกมันอยู่ท่ามกลางคนเหล่านี้ ย่อมภาคภูมิใจ
เป็นอย่างยิ่ง
“ฮึ่ม เราเพียงแค่เสียเวลาไปไม่กี่วัน ทั้งแมวทั้งสุนัขล้วนวิ่งออกมารุกรานเรา!”
“เราต้องทำให้พวกมันตระหนักถึงความเป็นจริง” หนึ่งในผู้ดูแลยักไหล่ด้วยสี
หน้าอับจนปัญญา “แม้ว่าความเป็นจริงจะโหดร้ายไปบ้างก็ตาม”
“ทุกคนมีความคิดดีงามอันใดบ้าง? เราไม่สามารถถูกเหยียดหยามเช่นนี้ได้
สมาพันธ์อัจฉริยะของเราเคยเพลี่ยงพล้ าเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใด?” ผู้ดูแลจากอาณาจักร
หมอหลัวเร่งรัดเหล่าสหาย
“ฮ่า ง่ายดายยิ่ง เพิ่มรางวัลเข้าไปสิ!”
“ถูกต้อง ภายใต้รางวัลล่อใจ ย่อมปรากฏผู้หาญกล้าขันอาสา!“
ผู้ดูแลอสูรเหล่านี้ล้วนมีศัตรูคนเดียวกัน คนนี้กล่าวคำ คนนั้นกล่าวอีกคำ
แผนการของพวกมันก็เป็นรูปเป็นร่างอย่างรวดเร็ว
“ทุกคนช่วยกันบริจาคแต้มความดีความชอบสักเล็กน้อย หากมีแต้มความดี
ความชอบสักหลายร้อยแต้ม ข้าจึงไม่เชื่อว่าในสมาพันธ์จะไม่มีคนสนใจข้าจะบริจาค
แต้มความดีความชอบสิบแต้ม”
“ข้าบริจาคยี่สิบแต้ม!”
เหล่าผู้ดูแลขบคิดใคร่ครวญสักครู่ เห็นว่าแผนการนี้ไม่เลวเลย สมาชิกของ
สมาพันธ์อัจฉริยะ ไม่ใช่ทุกคนที่มีตระกูลอันเข้มแข็งคอยหนุนหลัง ในสมาพันธ์ไม่เคย
ขาดแคลนสมาชิกที่มาจากตระกูลยากจน คนเหล่านี้เข้าร่วมสมาพันธ์อัจฉริยะ ส่วน
ใหญ่เป็นเพราะประโยชน์อันยิ่งใหญ่ที่สมาพันธ์อัจฉริยะมอบให้ บรรดาอสูรยากจน
เหล่านี้สนใจเรื่องวัตถุดิบมากที่สุด ไม่เคยใส่ใจไยดีกับชื่อเสียงจอมปลอม พวกมันปกติ
ไม่ค่อยคบหาสมาคมกับเหล่าผู้ดูแลที่ร่ ารวยเหล่านี้ สามารถกล่าวได้ว่าแบ่งออกเป็น
สองพวกอย่างชัดเจน
แต่บรรดาอสูรเหล่านี้ย่อมมีจุดอ่อนร้ายแรง นั่นคือแต้มความดีความชอบ แต้ม
ความดีความชอบในสมาพันธ์อัจฉริยะปกติได้รับจากการสั่งสมผลงานเท่านั้น พวกมัน
สามารถใช้แต้มความดีความชอบที่ได้รับจากสมาพันธ์ เพื่อแลกเปลี่ยนศาสตร์อสูรทุก
ประเภท รวมถึงสมบัติล้ าค่าแห่งฟ้าดินชนิดต่างๆ
เหล่าผู้ดูแลพอเผชิญกับปัญหาที่ยากลำบาก ค่อยนึกถึงเหล่าอสูรยากจนที่พวก
มันมักจะดูถูกดูแคลนขึ้นมาทันที
ในมุมห้องด้านหนึ่ง ไหวเกอเอ๋อร์ไม่ได้กล่าววาจาแม้แต่ครึ่งคำ สีหน้าท่าทีเหี่ยว
แห้งอับเฉา แต่มุมปากกลับซ่อนรอยยิ้มเย็นชาที่มองไม่เห็นจุดหนึ่ง หลายวันมานี้
ผู้ดูแลคนอื่นๆ จงใจหลบหน้ามัน ทั้งชืดชาต่อมัน ปล่อยให้มันรู้สึกถึงความหนาวเย็น
ในใจผู้คนอย่างลึกล้ า มันทราบดีว่าเพราะเหตุใด ในบรรดาผู้ดูแลทั้งหมด ผู้ที่เปิดศึก
ทลายคุกสำเร็จกลับเป็นมัน นี่ทำให้ผู้ดูแลหลายคนรู้สึกไม่พอใจ วันนั้นหากมันได้ชัย
มันจะกลายเป็นวีรบุรษ ไม่ว่าความไม่พอใจใดล้วนถูกสะกดไว้ภายใน พวกมันมีแต่จะ
สรรเสริญเยินยอมัน แต่มันในเมื่อพ่ายแพ้ ก็ต้องกลับกลายเป็นเป้าหมายระบาย
อารมณ์และดูถูกเหยียดหยามแทน
ไหวเกอเอ๋อร์ทันใดนั้นรู้สึกน่าหัวร่ออยู่บ้าง
มันไฉนสุมหัวรวมอยู่กับเหล่าตัวบัดซบใจแคบที่หลงคิดว่าตัวเองสูงส่งเหล่านี้?
อาจบางทีความพ่ายแพ้ในศึกทลายคุกของมันไม่ใช่เรื่องเลวร้าย แต่กลับช่วยให้
มันเห็นซึ้งกระจ่างในหลายสิ่งหลายอย่าง รวมถึงวิถีทางในภายหน้าของมัน
มันยืนชมดูเงียบๆ จากข้างกระดาน ในใจลอบเยาะหยันอย่างเย็นชา
ทุกวันกองคาราวานจะรุดหน้าไประยะทางหนึ่ง
พวกมันพอหยุดพัก จั่วม่อจะเริ่มต้นร่ าดื่มกับเหวยเสิ้ง ดื่มจนสาแก่ใจ สุราแม้
ไม่ใช่สิ่งที่ดี แต่ทั้งสองคนเมื่อร่ าดื่ม พวกมันจะสุขสำราญบานใจยิ่ง พวกมันบอกเล่าสิ่ง
ที่เกิดขึ้นกับพวกมันในช่วงหลายปีนับตั้งแต่แยกจากกัน ทั้งยังสนทนาถึงเรื่องราวอัน
ชวนหวนรำลึกในสำนักเมื่อครั้งอดีต
สุดท้ายอดทอดถอนหายใจไม่ได้
“จะว่าไป หากไม่ได้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ พวกเราก็คงไม่ได้เป็นเช่นทุกวันนี้”
ฤทธิ์สุราพลุ่งพล่านขึ้นสมองจั่วม่อ มันไม่ได้ใช้พลังปราณช่วยสะกดฤทธิ์สุราแม้แต่น้อย
กล่าวด้วยรอยยิ้มเมามายอยู่บ้าง “หากในอดีตไม่ต้องเผชิญกับปัญหาและความห่วง
พะวง ใจกระบี่ของศิษย์พี่ไหนเลยจะเข้มแข็งได้ถึงเพียงนี้? หากระหว่างทางไม่เคยพบ
พานอันตราย ข้าก็ไม่ทราบว่าวันนี้ข้าจะซุกตัวอยู่ในซอกมุมเล็กๆ ที่ใด ข้าอาจยังเป็น
เพียงเกษตรกรปราณหรืออะไรทำนองนั้น”
“ถูกต้อง!” เหวยเสิ้งยกถุงสุราขึ้นกรอกปากอักๆ ปล่อยให้สุราที่ล้นออกมา ไหล
ลงไปตามลำคออย่างไม่ใส่ใจ แล้วพลันกล่าว “ศิษย์น้อง จุดมุ่งหมายของเจ้าคือ
อะไร?”
“จุดมุ่งหมาย?” จั่วม่อชะงักกึก เอียงคอขบคิดอยู่ครู่ใหญ่ จากนั้นยกนิ้วขึ้นนับ
พลางกล่าว “ก่อนอื่นก็รักษาอากุ่ย แล้วค่อยสืบหาชาติกำเนิดของข้า อย่างไรก็ตาม
สองเรื่องนี้ไม่อาจบังคับแข็งขืน ข้าไม่ได้คาดหวังอันใดมากมาย สิ่งที่สำคัญที่สุด คือทำ
กำไรจิงสือมากขึ้นและทำให้ทุกคนมีวันคืนที่ดี พวกมันสู้อุตส่าห์ติดตามข้ามาเผชิญกับ
อันตรายเหล่านี้ ย่อมมิอาจทำให้พวกมันผิดหวัง”
“ฮ่าฮ่า!” เหวยเสิ้งแหงนหน้าหัวร่อดังกระหึ่ม “จากกันสามวัน ข้าต้องมองเจ้า
ใหม่! ศิษย์น้องในอดีตเป็นคนที่กลัวเกิดเรื่องมากที่สุด วันนี้กลับมีจุดมุ่งหมายอันยอด
เยี่ยม ประเสริฐ ประเสริฐยิ่ง!”
คำของเหวยเสิ้งทำเอาจั่วม่อหน้าแดงวูบ “จุดมุ่งหมายอันยอดเยี่ยมอันใด? ข้า
เพียงไม่อาจลงจากหลังม้า! ศิษย์พี่อย่าได้หัวร่อเยาะข้าแล้ว!”
“นี่เป็นสิ่งที่ดี!” เหวยเสิ้งลดถุงสุราในมือลง กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “ข้าคิดมา
นานแล้วว่าศิษย์น้องไม่ได้ขาดแคลนพรสวรรค์ แต่นิสัยใจคอของเจ้าไม่อนาทรร้อนใจ
เกินไปหน่อย เวลานี้ศิษย์น้องเมื่อมีจุดมุ่งหมายที่ดี เจ้าย่อมต้องพบพานความสำเร็จ
เหล่าผู้ติดตามของศิษย์น้องเจ้าในตอนนี้ กระทั่งผู้คนในสำนักเรายังไม่อาจยกขึ้นเทียบ
ได้แม้แต่น้อย”
“แล้วศิษย์พี่เล่า? ท่านมีจุดมุ่งหมายอย่างไร?” จั่วม่อถามอย่างใคร่รู้
“ข้า?” เหวยเสิ้งขบคิดแวบหนึ่ง ทันใดนั้นยกถึงสุราเทกรอกปากอีกหน เมื่อลด
ถุงสุราลงมา ใบหน้ามันกลายเป็นเคร่งเครียดจริงจัง “ในชีวิตนี้ ข้าเพียงแสวงหา
จุดสูงสุดแห่งกระบี่!”
วาจาของเหวยเสิ้งทั้งเข้มเข็งแกร่งกร้าว และมั่นคงแน่วแน่ ปราศจากความลังเล
หรือความหวาดหวั่นพรั่นพรึงแม้สักส่วนเสี้ยว!
“ประเสริฐ!” ในทะเลแห่งจิตสำนึกของจั่วม่อ ผูเยาอดร้องชมเชยไม่ได้
จั่วม่อในใจบังเกิดความนับถือเลื่อมใส มันนึกถึงม้วนหยกที่ศิษย์พี่ใหญ่มอบให้แก่
มัน ซึ่งบันทึกความทุกข์ยากตรากตรำที่ศิษย์พี่ใหญ่เคยประสบมา ในระหว่างการ
ติดตามแสวงหามรรคากระบี่ ถ้อยคำเหล่านั้นไหลผ่านในสายตามัน ในแง่ของความ
มุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว ในบรรดาผู้คนที่มันพบพานมาทั้งหมด รับรองว่าไม่มีผู้ใดเกินศิษย์พี่
ใหญ่
มีเพียงคนเช่นศิษย์พี่ใหญ่เท่านั้น จึงสามารถเดินไปตามมรรคาแสวงหาจุดสุด
ยอดแห่งกระบี่!
จั่วม่อทั้งตื่นตะลึงทั้งเลื่อมใส แต่คำพูดพอมาถึงปาก กลับกลายเป็นว่า “ศิษย์พี่
เรามีเรื่องต้องหารือกันสักหน่อย!”
“หารือ? เรื่องอันใด?” การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันของจั่วม่อ ทำเอาเหวย
เสิ้งตามไม่ทัน
“ศิษย์พี่เมื่อคิดแสวงหามรรคาแห่งกระบี่ หากไม่มีการต่อสู้จริง ไหนเลยจะ
แสวงหาอันใดได้? การต่อสู้จึงเป็นวิถีทางที่ดีที่สุดสำหรับความก้าวหน้า!” จั่วม่อหัน
หน้าเข้าหาเหวยเสิ้ง ไม่ปิดบังสีหน้าที่แท้จริง หัวร่อฮี่ฮี่ พลางทำท่าประจบประแจง
“เอาอย่างนี้เป็นไร เราไยไม่ไปด้วยกันเสียเลย ข้ารับผิดชอบด้านจัดหาอาหาร ที่พักพิง
และจิงสือ! ศิษย์พี่ไม่ต้องห่วง เราขาดแคลนทุกสิ่ง แต่ไม่เคยขาดแคลนการต่อสู้! เรา
สามารถตอบสนองความพอใจของศิษย์พี่ได้อย่างแน่นอน รับรองว่าศิษย์พี่ได้ต่อสู้
สมใจอยากจนแทบอยากตายเลยทีเดียว! ความเข้าใจในมรรคากระบี่เอย
ประสบการณ์เอย มีแต่จะเพิ่มขึ้นทุกวัน ต่อให้ท่านคิดเลิกรายังทำไม่ได้! หากท่านโชค
ดี ท่านอาจจะได้พบพานโฉมสะคราญผู้รู้ใจสักนาง คู่รักเซียนกระบี่ ร่วมแสวงหา
มรรคา! พวกมันมิใช่กล่าวกันว่า รังอันอบอุ่นเป็นหลุมฝังผู้กล้าหรอกหรือ? โอ้โอ้โอ้
ไม่ใช่ ศิษย์พี่เป็นคนสัตย์ซื่อถือมั่น เข้มแข็งเด็ดเดี่ยว ย่อมไม่หวั่นไหวใจต่อความงาม
เป็นธรรมดา… …”
เหวยเสิ้งตะลึงลาน กระทั่งเทสุราราดรดลงบนร่างตัวเองยังไม่รู้สึกตัว
จั่วม่อพยายามชักแม่น้ าทั้งห้ามาเกลี้ยกล่อม พร่ าพูดไปเรื่อยๆ ไม่หยุดปาก
จนกระทั่งรู้สึกคอแห้งขึ้นมา ค่อยหยุดลงในที่สุด ยกถุงสุราขึ้นดื่มดับกระหาย ก่อนจะ
เช็ดปากลวกๆ ถามเหวยเสิ้งด้วยใบหน้ากระดากอยู่บ้าง “ศิษย์พี่ ท่านเห็นว่าดี
หรือไม่?”
เหวยเสิ้งชี้หน้าจั่วม่อ หัวร่อเสียงดังพลางกล่าว “หวังให้คนเกียจคร้านเช่นเจ้า
จริงจังสักหน่อย ก็เหมือนกับหวังให้สุกรปีนต้นไม้”
ดูเหมือนว่ามันยังลงแรงไม่แข็งขันพอ!
เห็นเช่นนี้ จั่วม่อยกสุรากรอกปากอีกคำโต ทั้งดับกระหายและย้อมใจไปพร้อม
กัน ตระเตรียมเริ่มเกลี้ยกล่อมอีกครั้ง
“ได้!”
เสียงแจ่มใสผ่านเข้าไปในหูจั่วม่อ จั่วม่อผู้กำลังย้อมใจ ตระเตรียมถ้อยคำจะ
เกลี้ยกล่อมอีกครั้ง ยังไม่ทันได้เตรียมใจ สุราที่เพิ่งกรอกเข้าไปแทบฉีดพ่นออกมา
“ว่ากระไร?”
สำลักสุราอยู่ครู่ใหญ่ ดวงตาเหลือกลานดุจปลาใกล้ตายของจั่วม่อค่อยหันไปมอง
เหวยเสิ้ง
เหวยเสิ้งยื่นถุงสุรามาตรงหน้าจั่วม่อ รอยยิ้มสราญรมย์กระจ่างจ้า ไร้ข้อผูกมัด
“ได้!”
จั่วม่อพอตั้งสติได้ ต้องลิงโลดยินดีแทบคลุ้มคลั่ง ยื่นถุงสุราไปเบื้องหน้าเช่นกัน
ถุงสุราสองถุงกระแทกชนกันหนักๆ หนหนึ่ง เสียงหัวร่อสุขสำราญดังกังวานไปทั้งใกล้
ไกล ทำเอาชาวค่ายทั้งหมดอดแย้มยิ้มตามไปด้วยไม่ได้
ค่ าคืนนั้น จั่วม่อฝันว่าศิษย์พี่เป็นยักษ์สุดแกร่งกร้าว เข่นฆ่าปราบพิชิตรอบทิศ
ทางตรงไปข้างหน้า โดยไม่มีผู้ใดต้านติด ส่วนมันติดตามอยู่ด้านหลัง คอยนับจิงสือ
มากมายด้วยรอยยิ้มโง่งม จิงสือมากมายมหาศาล มากเสียจนมันนับไม่หมด