สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 374 กระดานหมากรุกสัตว์ร้ายแดนร้าง – เปิดกระดาน!
- Home
- สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation
- บทที่ 374 กระดานหมากรุกสัตว์ร้ายแดนร้าง – เปิดกระดาน!
อันที่จริง สารรูปของอสูรผมสีส้มในเวลานี้เรียกได้ว่าแปลกพิกลถึงที่สุด
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเมื่อเจ้าตัวไม่รู้ว่าบนปากของมันก็มีบุปผาฟ้าครามเปล่งแสงอยู่
ดอกหนึ่ง แต่มันยังคงพูดพร่ าไม่หยุดปาก ดังนั้นบุปผาฟ้าครามอ้าๆ หุบๆ พะเยิบพะ
ยาบ ดูพิกลพิการขัดตายิ่ง
“อะแฮ่ม เจ้าไม่รู้สึกอึดอัดหรือ?” จั่วม่ออดถามไม่ได้
อสูรผมสีส้มทั่วร่างล้วนปกคลุมไปด้วยบุปผาฟ้าครามส่องประกาย แต่มันดู
เหมือนไม่สะทกสะท้าน จั่วม่อไม่คิดว่าบุปผาฟ้าครามดูงดงามตระการตา ตรงกันข้าม
มันมีข้อสรุปว่าบุปผาฟ้าคราม ‘โหดเหี้ยมและร้ายกาจ’ หัตถ์พันใบน้อยที่ไม่เคย
ล้มเหลวมาก่อน กลับไม่สามารถหยุดบุปผาฟ้าครามไว้ได้แม้แต่ชั่ววูบ นับตั้งแต่มัน
ฝึกปรือหัตถ์พันใบน้อย นี่เป็นครั้งแรกที่พบเจอสถานการณ์เช่นนี้
ในแง่ของความพิสดารและความโหดเหี้ยม บุปผาฟ้าครามสามารถจัดเข้าสู่สาม
ลำดับแรกในบรรดาศาสตร์อสูรที่จั่วม่อเคยพบมา ทันทีที่บุปผาฟ้าครามปรากฏขึ้น
จั่วม่อถึงกับขนหัวลุกชี้ชัน สังหรณ์อันตรายร้ายแรงพลุ่งขึ้นจากก้นบึ้งหัวใจ ทั้งยัง
กลายเป็นหมอกควันปกคลุมหัวใจมัน จนกระทั่งถึงตอนนี้ยังไม่เลือนหายไป
“ไม่เป็นไร” อสูรผมสีส้มตอบอย่างภาคภูมิใจ “ร่างอมตะอันสง่างามของข้าผู้นี้
ไฉนเลยจะเกรงกลัวดอกไม้ร้ายกาจเหล่านี้? ไม่ต้องอิจฉาเลื่อมใสข้า!”
อสูรควันดำใบหน้าแข็งค้าง แล้วเปลี่ยนเป็นประหลาดพิกลอย่างรวดเร็ว
จั่วม่ออดแย้มยิ้มไม่ได้ เจ้าผู้นี้น่าสนใจนัก
“แต่ดอกไม้ร้ายกาจเหล่านี้ยังมีฝีมืออยู่บ้าง ข้าไม่อาจแยกแยะมันได้ทั้งหมด”
อสูรผมสีส้มที่กำลังภาคภูมิใจ พอกล่าวถึงเรื่องนี้สีหน้าก็หดหู่ลง เต็มไปด้วยความไม่
ยินยอมพร้อมใจ “น่าเสียดายนัก ข้าอยากเรียนรู้กระบวนท่านี้ นี่น่าเล่นยิ่ง”
“นี่อาจจะเป็นยอดวิชาศาสตร์อสูรเฉพาะตัวของตระกูลชิงฮวา แน่นอนว่าไม่
อาจลอกเลียนได้โดยง่าย” จั่วม่อปลอบประโลม “อีกอย่างวิชานี้มีกลิ่นอายของสตรี
มากเกินไป ไม่เหมาะกับบุรุษแท้จริงอย่างเจ้าหรอก”
“นั่นก็ใช่แล้ว” อสูรผมสีส้มอารมณ์ดีขึ้นทันตาเห็น หัวร่อพลางกล่าว “พี่น้อง
เจ้าช่างเข้าใจข้าจริงๆ เราไม่ต้องการดอกไม้ร้ายกาจเหล่านี้ บุรุษผู้มีคุณธรรมน้ ามิตร
ต้องการศาสตร์อสูรอันโอ่อ่าผ่าเผย! โอ้ สายฟ้าแกร่งเปลวเพลิงนับว่าสมบูรณ์พร้อม
พอดี!”
มองอสูรผมสีส้มผู้เลอะเลือนงมงาย อสูรควันดำในปากขมปร่า ตระกูลชิงฮวา!
เมื่อครู่คือตระกูลชิงฮวาเชียวนะ! ตระกูลชิงฮวาไหนเลยตอแยได้โดยง่าย? ถึงตอนนี้
มันสำนึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง มันไฉนไม่หยุดยั้งต้าเฉิง (เจ้าส้มใหญ่) ไว้ตั้งแต่แรก? หาก
พวกมันไม่ก่อกวนค่ายกลลวงตาของผู้อื่น ก็คงไม่ตอแยเซียวม่อเกอออกมา และหาก
พวกมันไม่ดึงรั้งเซียวม่อเกอ ก็ไม่ต้องกลายมาเป็นปฏิปักษ์กับตระกูลชิงฮวาเช่นนี้
ใบหน้าของมันที่มืดดำอยู่แล้วถึงกับดำคล้ าลงไปอีก ถึงตอนนี้แทบจะดำลึกล้ า
เหมือนก้นหม้ออยู่รอมร่อ แต่มันก็รู้ด้วยว่าความบาดหมางได้ก่อตัวขึ้นเรียบร้อยแล้ว
เวลานี้ต้าเฉิงล่วงเกินตระกูลชิงฮวาเข้าอย่างถนัดถนี่
แต่อสูรผมสีส้มไม่ได้ใส่ใจ ทั้งยังไม่วิตกกังวลแม้แต่น้อย มันวิ่งเข้าไปหาจั่วม่ออ
ย่างตื่นเต้นฮึกเหิม “พี่น้อง หากมีเรื่องสนุกสนาน อย่าลืมเรียกหาข้าด้วย”
จั่วม่อหางตาเหลือบเห็นอสูรอื่นๆ กำลังชี้มายังพวกมัน ต้องสะท้านใจวูบ มัน
ทราบว่าอสูรเหล่านั้นจดจำมันได้แล้ว มันแย้มยิ้มให้อสูรผมสีส้ม กล่าวรับคำว่า “อา
อา ต่อไปหากมีเรื่องสนุกสนาน ข้าย่อมต้องเรียกหาเจ้าแน่ แต่เวลานี้ข้ายังมีเรื่อง
บางอย่างต้องไปจัดการ”
อสูรผมสีส้มเศร้าเสียดายอยู่บ้าง หลังจากแลกรอยประทับวิญญาณกับจั่วม่อ ก็
อำลาไปอย่างไม่ยินยอมพร้อมใจ มันเห็นได้ชัดว่ายังสนุกไม่พอ อสูรควันดำเองก็
สังเกตเห็นสถานการณ์ที่เริ่มตั้งเค้าในระยะไกล อดเหลือบมองจั่วม่ออย่างแปลกใจ
ไม่ได้
อสูรผมสีส้มคล้ายเหน็ดเหนื่อยอยู่บ้าง หลังจากโบกมืออำลา มันก็จากไปพร้อม
อสูรควันดำ
จั่วม่อชมชอบตัวโง่งมเล็กน้อยผู้นี้มาก ด้วยเหตุนี้มันจึงไม่ต้องการให้อีกฝ่ายเข้า
มาเกี่ยวข้องกับปลักน้ านี้ มันเหลือบมองไปทางอสูรที่ชี้มายังมันจากที่ห่างไกล ทราบดี
ว่าร่องรอยของมันไม่อาจปกปิดได้อีก หนานเยว่กับคังเจ๋อกำลังอยู่ในห้วงแห่งการรู้
แจ้งในศาสตร์อสูรที่พวกมันเพิ่งได้รับ เป็นเวลาที่ไม่สมควรถูกรบกวนใดๆ
จั่วม่อทราบดีว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น มันสงบเยือกเย็นยิ่ง อารมณ์ความรู้สึก
ไม่ได้สั่นไหวแม้แต่น้อย นับตั้งแต่ออกจากภูเขาสุญตา มันก็ผ่านพบประสบการณ์อย่าง
โชกโชน รุดหน้าไปตามทาง พร้อมกับการต่อสู้ฆ่าฟันนับครั้งไม่ถ้วน มันไม่รู้สึก
หวาดกลัวการต่อสู้มาตั้งนานแล้ว
จั่วม่อยืนนิ่งเงียบงัน เฝ้ารอผู้มาให้ปรากฏตัว
หลังจากนั้นสักครู่ เงาร่างหลายสายทะยานใกล้เข้ามาด้วยระดับความเร็วอันน่า
ตระหนก
“เซียวม่อเกอ!”
“มันอยู่ตรงนั้น!”
สุ้มเสียงเหล่านี้เต็มไปด้วยความลิงโลดยินดี เงินรางวัลที่มุ่งเป้ามายังเซียวม่อเกอ
ในตลาดอสูรขนาดใหญ่ทุกแห่งกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากพวกมันสามารถใช้
ศาสตร์อสูรบันทึกภาพการพิชิตเซียวม่อเกอ พวกมันจะได้รับผลตอบแทนอันยิ่งใหญ่
เงินตราไม่เพียงสามารถสั่นคลอนจิตใจผู้คน แต่ยังสามารถสั่นคลอนจิตใจอสูรด้วย
เช่นกัน ที่สำคัญไปกว่านั้น ผู้ที่สามารถเอาชัยเซียวม่อเกอ ไม่เพียงได้ครอบครองความ
มั่งคั่งร่ ารวย แต่ยังจะได้รับชื่อเสียงอันรุ่งโรจน์ สถานที่แห่งนี้คือคุกสิบนิ้ว ไม่มีใครตาย
จริงๆ ให้เลวร้ายที่สุดก็แค่เพียงบาดเจ็บในจิตสำนึก เมื่อเทียบกับรางวัลมหาศาลแล้ว
ความเสี่ยงเล็กน้อยเพียงเท่านี้ยังจะนับเป็นอะไรได้ เรื่องราวอันดีงามที่สามารถ
ครอบครองความร่ ารวยและชื่อเสียงพร้อมกัน ยังจะไปหาได้จากที่ใดอีก?
จั่วม่อราวกับแม่เหล็กที่ทรงพลังสุดฟ้าสุดดิน ดึงดูดเหล่าอสูรเข้ามาจากทุกทิศ
ทุกทางไม่ขาดสาย
เฝ้ามองร่างที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ดวงตาใสกระจ่างไม่แยแสของจั่วม่อ ทันใดนั้น
สาดประกายเย็นชาสยบขวัญผู้คน
โดยไม่มีเค้าลางล่วงหน้า คนเหล่านี้พลันกรีดร้องแหลม
หลายร่างคล้ายถูกบางสิ่งตัดขาดเป็นสองท่อน ร่างที่ถูกตัดลอยลิ่วไปหลายจั้ง
ก่อนจะสลายหายไป
“ระวัง! มีใบบีดน้ าแข็งซ่อนอยู่!”
“มันเป็นค่ายกลลวงตา!”
เสียงอุทานดังระงม ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าเซียวม่อเกอจะก่อตั้งค่ายกลลวงตาใบมีด
น้ าแข็งไว้ห่างไกลจากตัวมัน โดยไม่ทิ้งร่องรอยไว้แม้แต่น้อย! ซี๊ด หลายคนอดไม่ได้
ต้องสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บ ค่ายกลลวงตาใบมีดน้ าแข็งเหล่านี้ไม่ใช่ศาสตร์อสูร
ชั้นสูงอันใด ใบมีดน้ าแข็งเป็นศาสตร์อสูรน้อย ส่วนค่ายกลลวงตาประกอบขึ้นจาก
ศาสตร์อสูรธาตุน้ าระดับต่ าสองวิชา
สิ่งที่ทำให้อสูรทั้งหมดต้องสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บ กลับเป็นการที่เหยื่อ
ของคมมีดน้ าแข็งเหล่านั้น ยังอยู่ห่างจากเซียวม่อเกออีกอย่างน้อยหนึ่งร้อยห้าสิบจั้ง!
โดยที่สีหน้าไม่แปรเปลี่ยนแม้แต่น้อย มันกลับวางกับดักไว้ห่างไกลจากตัวถึงหนึ่ง
ร้อยห้าสิบจั้ง! ทั้งกลยุทธ์ พลังอำนาจและจิตใจโหดเหี้ยมอำมหิตล้วนเป็นสิ่งที่ขาด
ไม่ได้ หลายคนที่ก่อนหน้านี้กระเหี้ยนกระหือรือเต็มที่ คล้ายถูกอ่างน้ าเย็นราดรด
ศีรษะ เย็นเฉียบไปถึงขั้วหัวใจ
เงินรางวัลนี้ดูท่าไม่ใช่ได้มาง่ายดายนัก
เพียะ เพียะ
ลำแสงอีกหลายสายพวยพุ่งออกมา อีกหลายคนถูกดีดออกจากกระดานหมาก
รุกสัตว์ร้ายแดนร้าง อสูรหลายคนกระทั่งไม่สามารถบอกได้ว่าเหล่าคนที่จากไปแล้วตก
หลุมพรางที่ใด บรรยากาศกลายเป็นเขม็งตึงเครียดขึ้นมาทันที อสูรบางตนถึงกับ
บังเกิดความคิดล่าถอย ฝีเท้าของพวกมันชะลอช้าลง จ้องมองเซียวม่อเกออย่างอกสั่น
ขวัญแขวน
ผู้อื่นดูสงบเยือกเย็นเกินไป มันใช่มีที่ให้พึ่งพาหรือไม่? หากมันไม่ได้รับการหนุน
เสริม ไหนเลยจะสบายอกสบายใจถึงเพียงนี้ได้?
กลุ่มอสูรกระจายตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ผู้ที่กลอกกลิ้งอยู่บ้างดูเหมือนจะ
บังเกิดสังหรณ์อันตราย ปล่อยให้ผู้อื่นเข้าไปทดสอบดูก่อนน่าจะดีกว่า เฉพาะคนที่
สามารถอยู่รอดได้ถึงตอนสุดท้าย จึงจะสามารถเก็บเกี่ยวผลกำไรได้
จั่วม่อยืนสงบเยือกเย็นอยู่กับที่ ราวกับไม่เห็นคลื่นศัตรูที่ถาโถมเข้ามาจากทุก
ทิศทาง
มันไม่ได้เสแสร้งทำเป็นเยือกเย็น แต่ในใจมันสงบเยือกเย็นดุจสายน้ า จิตสำนึกมี
ชีวิตชีวาอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ทุกการเคลื่อนไหวรอบข้างมันเห็นกระจ่างชัดดุจนิ้ว
บนฝ่ามือตน ความสุขสบายราวกับมัจฉาที่อยู่ในวารี ทำให้เส้นประสาททุกส่วนในร่าง
รู้สึกสุขสำราญอย่างบอกไม่ถูก มันรู้สึกได้ชัดเจนถึงความใกล้ชิดสนิทสนมที่ล้นปรี่อยู่
ในสภาพแวดล้อมโดยรอบ
ฉับพลันนั้นมันก็เข้าใจ
นี่คือกระดานหมากรุกสัตว์ร้ายแดนร้าง นี่คือดินแดนของมันเอง!
ตูม!
จิตใจมันประหนึ่งระเบิดวาบในบัดดล สายใยผูกพันที่คล้ายมีคล้ายไม่มีใน
สภาพแวดล้อม พลันกลับกลายเป็นเจิดจ้าโชติช่วง ดุจเทน้ ามันลงบนกองไฟ
กระดานหมากรุกสัตว์ร้ายแดนร้าง!
มันคลับคล้ายจะมองเห็นสัตว์ร้ายแดนร้างที่ปกคลุมไปด้วยหมอกควันกำลังมอง
มายังมัน ดวงตาสีแดงฉานขนาดเท่าตะเกียงอันดุร้าย ไม่ได้ทอแววโหดร้ายกระหาย
เลือดเหมือนเช่นปกติ สัตว์ร้ายเพียงจับจ้องมองมันอย่างลึกซึ้ง
เสียงทอดถอนหายใจของผูเยาดังแว่วออกมาจากทะเลแห่งจิตสำนึก
จั่วม่อได้ยินเสียงทอดถอนที่เต็มไปด้วยความสะทกสะท้อนอย่างชัดเจน แต่ใน
เวลาเช่นนี้ มันไม่มีเวลาจะมัวมาขบคิดความหมายเบื้องหลังการทอดถอนที่เต็มไปด้วย
อารมณ์หลากหลายนี้ ดวงตาของมันไม่ได้คลาดคลาจากสัตว์ร้ายแดนร้างแม้แต่ชั่วแวบ
ใบหน้ามันแหงนเงยขึ้น สัตว์ร้ายแดนร้างย่อหมอบลงครึ่งร่างอยู่ตรงหน้ามัน จั่วม่อ
ไม่ได้ร่างเตี้ยเล็ก แต่มันเพียงสูงเท่านิ้วเท้าของสัตว์ร้ายแดนร้างเท่านั้น สัตว์ร้ายแดน
ร้างก้มลงมองจั่วม่อ ดวงตาสีแดงลึกล้ าลึกเท่ามหาสมุทร ยากจะเข้าใจได้
สัตว์ร้ายจ้องมองจั่วม่ออยู่ชั่วอึดใจหนึ่ง ก่อนที่ร่างกายของมันจะค่อยๆ เลือน
หายไปจากเบื้องหน้า
จั่วม่อทันใดนั้นสะท้านขึ้นทั้งร่าง เสียงคำรามกึกก้องกัมปนาทผ่านเข้าสู่โสต
ประสาทดุจกระแสน้ า มันดูเหมือนอยู่คนละโลก เช่นนั้นเมื่อครู่เป็นเพียงภาพลวงตา
ใช่หรือไม่? จั่วม่อสั่นศีรษะแรงๆ ตรงหน้ามันมีสัตว์ร้ายแดนร้างอยู่ที่ไหนกัน?
ไม่มีเวลาให้ขบคิดอีก ศัตรูที่อยู่ใกล้ที่สุด เข้ามาใกล้มันในระยะไม่เกินหนึ่งร้อย
จั้งแล้ว
ค่ายกลลวงตาใบมีดน้ าแข็งไม่ใช่ค่ายกลลวงตาระดับสูง หากฝ่ายตรงข้ามระวัง
ตัวสักหน่อย พวกมันก็ไม่มีผล ค่ายกลลวงตาใบมีดน้ าแข็งถูกทำลายหมดสิ้นในไม่ช้า
กลุ่มอสูรขวัญกำลังใจเพิ่มพูนขึ้นอักโข!
ต่อให้เซียวม่อเกอร้ายกาจอยู่บ้าง แต่สองหมัดไม่อาจต้านทานสี่ฝ่ามือ มันย่อม
ไม่อาจรับมือผู้คนมากมายถึงเพียงได้! อสูรที่พุ่งดิ่งเข้ามามีมากกว่าสี่สิบตน มิหนำซ้ า
อสูรอีกมากมายที่ตอนแรกเพียงแค่เฝ้ามอง ในที่สุดไม่อาจต้านทานแรงดึงดูดใจ พุ่งดิ่ง
เข้ามาเช่นกัน บางทีพวกมันอาจฉวยโอกาสจับปลาตอนน้ าขุ่นได้บ้าง? จากนั้นพวกมัน
ก็จะได้กำไรอย่างแท้จริง!
เห็นอสูรมากมายศาสตร์อสูรเริ่มส่องประกายขึ้นในมือ ฝูงชนยิ่งตื่นเต้นฮึกหาญ
ชั่วอึดใจเดียว ศาสตร์อสูรนับร้อยๆ สายสาดพุ่งไปยังเซียวม่อเกอดุจห่าฝน!
ไม่ว่าเซียวม่อเกอจะแข็งแกร่งสักปานใด ภายใต้ศาสตร์อสูรปิดฟ้าคลุมดินที่กลุ้ม
รุมเข้ามา มันก็ไม่มีปัญญาหลบเลี่ยงได้ทั้งหมด
ชัยชนะคล้ายส่องแสงอยู่ตรงหน้า ฝูงอสูรลิงโลดถึงที่สุด เหล่าผู้ชมก็พากันร่าย
ศาสตร์อสูรบันทึกภาพอย่างต่อเนื่อง ด้วยเกรงว่าจะมีสิ่งใดผิดพลาด เซียวม่อเกอกำลัง
จะถูกกลุ้มรุมสังหาร นี่เป็นข่าวใหญ่ที่จะสั่นสะเทือนภพอสูร เหล่าผู้มากประสบการ์
มักเตือนลูกศิษย์ของพวกมันเสมอ ว่านี่คือผลลัพธ์ของการล่วงเกินตัวตนอันยิ่งใหญ่
เจ้าสามารถได้ชัยในศึกทลายคุกแล้วจะเป็นไร? เมื่อผู้คนต้องการ พวกมันก็สามารถ
เหยียบย่ าเจ้าจนจมดินได้ทุกเมื่อ!
กลางวงต่อสู้ เซียวม่อเกอยืนนิ่งสงบงัน มันคล้ายไม่เห็นลำแสงศาสตร์อสูรที่ถา
โถมเข้ามาอย่างมืดฟ้ามัวดิน คล้ายไม่เห็นว่าในมือของอสูรเหล่านั้นยังพากันร่าย
ศาสตร์อสูรอีกระลอก มันเพียงยกมือขวาขึ้นเล็กน้อย
มือขวาที่ปกติธรรมดาเป็นอย่างยิ่ง!
ไม่มีแสงสว่างเจิดจ้าส่องขึ้นจากปลายนิ้วของมือขวาที่ยกขึ้นแต่อย่างใด
มันเพียงกระซิบออกมาช้าๆ ทีละคำ “กระดานหมากรุกสัตว์ร้ายแดนร้าง…เปิด
กระดาน!”
สุ้มเสียงนั้นไม่ดัง ทั้งยังนุ่มนวลดุจสายลมลูบไล้ แต่ก็พัดผ่านไปยังทุกซอกทุกมุม
ของกระดานหมากรุกสัตว์ร้ายแดนร้างในชั่วพริบตาเดียว อสูรทุกตนในกระดานหมาก
รุกสัตว์ร้ายแดนร้างล้วนสัมผัสได้ เงยหน้าขึ้นมองอย่างตื่นตะลึง
อย่างเงียบเชียบ พื้นตารางสีขาวและสีดำในระยะหนึ่งร้อยห้าสิบจั้งรอบกาย
จั่วม่อ คล้ายกลับกลายเป็นมีชีวิต ค่อยๆ แปรเปลี่ยนรูปร่างไป
ในชั่วพริบตานี้ เวลาประหนึ่งว่าหยุดลงอย่างฉับพลัน อสูรทุกตนที่ถาโถมเข้ามา
ในรัศมีหนึ่งร้อยห้าสิบจั้งรอบกายจั่วม่อ ล้วนแข็งค้างอยู่กับที่
เห็นรอบกายจั่วม่อทั้งใกล้และไกล มีรูปปั้นแปลกๆ มากมาย พวกมันยังคงอยู่ใน
ท่วงท่าพุ่งทะยาน บ้างยังคงมีลำแสงอยู่ในมือ บ้างเอียงไปข้างหน้าในท่วงท่าถาโถม
สุดกำลัง ราวกับว่าสามารถล้มคว่ าลงได้ทุกเมื่อ
เสียงเอะอะอึกทึกทั้งหมดหายไป ในรัศมีหนึ่งร้อยห้าสิบจั้งรอบกายจั่วม่อเงียบ
กริบดุจป่าช้า เหล่าอสูรที่เฝ้าชมดูจากระยะไกลเหม่อมองฉากประหลาดและเหลือเชื่อ
นี้ เกิดอะไรขึ้น? ไม่มีผู้ใดเข้าใจ ภายใต้สายตางุนงงสงสัย จั่วม่อค่อยๆ นั่งลงขัดสมาธิ
อย่างแช่มช้า
ท่ามกลางบรรดาผู้ชมทั้งหมด คนผู้หนึ่งสะท้านขึ้นทั้งร่าง
ใบหน้าที่ตอนแรกมีแต่ความงุนงงสงสัยของมัน พลันเปลี่ยนเป็นซีดขาวราว
กระดาษ ดวงตาเต็มไปด้วยความแตกตื่นตะลึงลาน
นี่มัน… …