สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 378 ข้อเสนอของอสูรควันด ำ
เหตุการณ์ยิ่งใหญ่นั้นก็คือ ฟงซิ่นจื่อ*ได้ชัยในศึกทลายคุกชั้นที่สาม เปลี่ยน
นามเรียกขานของคุกชั้นที่สามเป็น ‘บทเพลงสายลม’!
(*ฟงในที่นี้คือตระกูลฟง หรือตระกูลสายลม ซิ่นจื่อหมายถึงคนน่าเชื่อถือ
แต่ฟงซิ่นจื่อยังหมายถึงดอกผักตบชวาได้ด้วย)
เหตุการณ์นี้ยังโด่งดังสะท้านฟ้ากว่าครั้งที่จั่วม่อสร้างกระดานหมากรุก
สัตว์ร้ายแดนร้างขึ้นใหม่เสียอีก คุกชั้นแรกเป็นเพียงพื้นที่สำหรับบรรดาอสูร
น้อยที่เพิ่งเข้าสู่ตำหนักศาสตร์อสูรเข้ามาเล่นกันเท่านั้น หากมิใช่ว่าคุกชั้นที่หนึ่ง
ไม่ได้ถูกทำลายมานานมากแล้ว จะไม่ได้รับความสนใจใดๆ เลยด้วยซ้ า แต่คุก
ชั้นที่สามแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง อสูรที่ฝึกปรืออยู่ในคุกชั้นที่สาม มักจะอยู่
ในขั้นสุดท้ายของด่านจ่งหุน กำลังจะก้าวเข้าสู่ด่านหยินเสิน
(จ่งหุนเทียบเท่าหนิงม่าย หยินเสินเทียบเท่าจินตัน)
การสร้างคุกชั้นที่สามขึ้นใหม่ เทียบกับการสร้างคุกชั้นที่หนึ่งแล้ว ไม่ทราบ
ว่ายากเย็นกว่าเท่าใด
ฟงซิ่นจื่อเป็นผู้ดูแลระดับสูงของสมาพันธ์อัจฉริยะ และอาศัยความสำเร็จ
จากศึกทลายคุกครั้งนี้ ย่างเท้าเข้าสู่สภาผู้อาวุโสแห่งสมาพันธ์อัจฉริยะอย่างเต็ม
ภาคภูมิ เหล่าคนที่วิพากษ์วิจารณ์เรื่องเซียวม่อเกอปะทะสมาพันธ์อัจฉริยะ
บัดนี้พากันหุบปากเงียบกริบ สมาพันธ์อัจฉริยะใช้การกระทำเพื่อพิสูจน์ว่าการ
ที่นำเซียวม่อเกอมาเปรียบเทียบกับสมาพันธ์อัจฉริยะ เป็นเรื่องน่าหัวร่อเพียงใด
อย่างไรก็ตาม จั่วม่อกลับไม่เห็นว่าปัญหาของมันลดน้อยลงเลย
นี่อาจเป็นเพราะเงินรางวัลจากตลาดอสูรใหญ่ๆ หลายแห่ง!
เงินรางวัลสำหรับการฆ่ามันในคุกสิบนิ้วหนึ่งครั้ง เพิ่มขึ้นจากห้าล้านเป็น
แปดล้าน สิ่งที่ทำให้มันยิ่งพูดไม่ออกบอกไม่ถูกมากกว่าเดิม ก็คือสามารถฆ่าได้
ไม่จำกัดจำนวนครั้ง เงินรางวัลมีจ่ายให้ไม่อั้น ผลรวมมหาศาลนี้ทำให้จั่วม่อ
ถึงกับตาแดงฉาน เรื่องเสียหน้าไม่เสียหน้าอันใดล้วนหลงลืมหมดสิ้น มันหันไป
หาหนานเยว่ กล่าวว่า “พวกเจ้าลองฆ่าข้าดู แล้วใช้ศาสตร์อสูรบันทึกภาพไป
รับเงินรางวัล จากนั้นค่อยมาแบ่งกันดีหรือไม่?”
หนานเยว่กับคังเจ๋อสีหน้าเหมือนกลืนแมลงวัน พวกมันไม่ทราบจะกล่าว
กระไรดี
“เงินมากมายมหาศาลนัก!” จั่วม่อตาวาวจ้า ถูมืออย่างคึกคัก
ระหว่างนั้นหนานเยว่กับคังเจ๋อยังคงยืนหยัดอย่างแน่วแน่อาจหาญ
ช่วยเหลือมันสังหารศัตรูที่พากันบุกเข้าไม่ขาดสาย ประหนึ่งฝูงแมงเม่าบินเข้า
กองไฟ พวกมันทั้งสองยิ่งมายิ่งคุ้นเคยกับศาสตร์อสูรใหม่ของพวกมัน ผลัดกัน
โจมตีเข่นฆ่าอย่างรวดเร็วและทรงอานุภาพ
หลังจากนั้นสักครู่ อสูรผมสีส้มก็วิ่งหน้าเริดเข้ามาอย่างตื่นเต้น พร้อมด้วย
อสูรควันดำสหายรัก
“พี่น้อง สมาพันธ์อัจฉริยะทลายคุกที่สามแล้ว!” อสูรผมสีส้มพอพบเห็น
จั่วม่อก็ตะโกนโหวกเหวกทันที “ยอมไม่ได้ พี่น้อง เราไปทลายคุกที่สามกัน
เถอะ! แสดงพลังของเจ้าให้พวกสมาพันธ์อัจฉริยะได้ประจักษ์!”
หนานเยว่กับคังเจ๋อสีหน้าดำคล้ ากว่าเดิม อสูรควันดำที่อยู่ด้านหลังอสูร
ผมสีส้มอดมีสีหน้าลำบากใจไม่ได้ ส่งสายตาขอโทษขอโพยให้กับอสูรทั้งสอง
จั่วม่อกลับไม่แยแสสนใจสักนิด “ไม่ไป!”
“ไฉนไม่ไป?” อสูรผมสีส้มอ้าปากค้าง ใบหน้าไม่อยากจะเชื่อ
“ทำไปก็ไม่ได้เงิน!” จั่วม่อลูบมือเข้าหากัน
อสูรผมสีส้มงงงันวูบ นิ่งคิดสักครู่ “ถูกของเจ้า” มันเห็นว่ามีเหตุผล จึงไม่
คัดง้างใดๆ อีก
“พี่น้อง เจ้าอย่าไปสนใจเรื่องเหลวไหลเหล่านั้นเลย ไฉนไม่ฆ่าข้าเสียเล่า?
จากนั้นค่อยเอาเงินรางวัลมาแบ่งกันดีหรือไม่?” จั่วม่อดึงหัวเรื่องเก่าออกเสนอ
อีกรอบ มองอสูรผมสีส้มด้วยความปรารถนาอย่างแรงกล้า
“ความคิดนี้ไม่เลว” อสูรผมสีส้มมีสีหน้าเอียงอายอยู่บ้าง “แต่ข้าคืออสูร
คุณธรรมน้ ามิตร จะเข่นฆ่าพี่น้องตัวเองได้อย่างไร?”
“โอย ไม่เป็นไร ข้าไม่ถือสา แต่เจ้าต้องจำไว้ว่าแบ่งส่วนแบ่งให้ข้ามากกว่า
ก็แล้วกัน” จั่วม่อโบกมืออย่างไม่ยี่หระ
คังเจ๋อในที่สุดอดรนทนไม่ไหวอีกต่อไป “ต้าเหริน วิธีหาเงินมีตั้งหลายวิธี
อย่าขายหน้าตัวเองได้หรือไม่!”
สวรรค์! มันแทบคิดไม่ออกเลย หากต้าเหรินใช้วิธีนี้หาเงินจริงๆ เกรงว่า
ทุกคนคงได้หัวร่อจนขาดใจตายกันแล้ว ต้าเหรินอาจใบหน้าด้านหนาไร้เทียม
ทาน สามารถเพิกเฉยต่อการวิพากษ์วิจารณ์ได้ทุกรูปแบบ แต่มันไม่สามารถ
มันใบหน้าไม่หนาพอ เบื้องหลังมันคือตระกูลคังทั้งตระกูล! ความคิดของต้าเห
รินทำให้มันถึงกับตัวสั่นเทา
น่าสะพรึงกลัวยิ่ง! ไม่ได้การ มันต้องหยุดความคิดบ้าๆ ของต้าเหรินให้ได้!
เห็นใบหน้าไม่หวั่นไหวของจั่วม่อ คังเจ๋อแทบร่ าไห้ “ต้าเหริน หากท่าน
ต้องการเงิน ข้าจะให้ท่าน ให้ทั้งหมดเลย อย่าทำเช่นนี้ได้หรือไม่!”
“เจ้ามีเงินมากมายเท่าใดกัน?” จั่วม่อใบหน้าเหยียดหยามดูแคลนอย่าง
เต็มที่ คังเจ๋อถึงกับสำลัก
ทันใดนั้นอสูรควันดำสอดคำว่า “อันที่จริง ข้ามีวิธีหนึ่ง”
“บอกมาบอกมา รีบบอกมาเร็วๆ!” อสูรผมสีส้มเร่งรัดอย่างคึกคักแจ่มใส
อสูรควันดำค่อยๆ อธิบายแผนการของมันช้าๆ กล่าวไปกล่าวมา ทำเอา
ทุกคนถึงกับเงียบกริบ
“เยียนเยียน (เจ้าควัน) เจ้าร้ายกาจเกินไปแล้ว!” อสูรผมสีส้มร้องโพล่ง
อย่างตื่นตกใจ จากนั้นสีหน้ากลายเป็นลิงโลดยินดี รีบหันไปถามจั่วม่อ “พี่น้อง
ความคิดนี้ยอดเยี่ยมหรือไม่!?”
จั่วม่อแทบไม่ต้องคิด พยักหน้ารับทันที “ตกลงตามนี้!”
“ข่าวใหม่ล่าสุด หลังจากฟงซิ่นจื่อสร้างคุกที่สามขึ้นใหม่ เซียวม่อเกอก็
เคลื่อนไหวแล้ว”
“เซียวม่อเกอตั้งเวทีประลองในคุกกระดานหมากรุกสัตว์ร้ายแดนร้าง มัน
ประกาศอย่างชัดแจ้งว่าจะยอมรับทุกการท้าประลอง ผู้ท้าประลองจะต้องจ่าย
ค่าธรรมเนียมเข้าประลอง เพียงรอบละห้าหมื่นต่อคน จะสามารถได้รับ
คุณสมบัติเบื้องต้นสำหรับท้าประลอง”
“ผู้ที่ได้รับคุณสมบัติเบื้องต้นจะต้องผ่านการต่อสู้รอบแรก ผู้ที่ได้ชัยใน
รอบคัดเลือกจึงสามารถท้าประลองเซียวม่อเกอได้โดยตรง ส่วนผู้ที่จ่ายเงินสอง
แสน ไม่ต้องเข้าประลองรอบแรก สามารถท้าประลองเซียวม่อเกอโดยตรง”
จีลี่หวี่ชมดูช่องข่าวอสูร ใบหน้ามืดคล้ าดำทะมึน นางยังคงนิ่งงัน ส่วนที่
ด้านข้าง จีเฉิงสีหน้าประหลาดพิกล แต่มันปิดปากแน่นสนิท ด้วยทราบกระจ่าง
ว่าพี่สาวของมันอยู่ในสภาพที่ใกล้ระเบิดเต็มที ยามนี้มันไม่กล้ากระทั่งจะหายใจ
เสียงดัง แต่ในใจมันเต็มไปด้วยความเลื่อมใสเทิดทูนเซียวม่อเกอ ไม่ว่าพลังฝีมือ
ของเซียวม่อเกอจะร้ายกาจหรือไม่ แต่หากไม่มีใบหน้าที่หนาเป็นอย่างยิ่งและใจ
ดำอำมหิตยิ่ง ไหนเลยจะกล้ากระทำเรื่องเช่นนี้
สุดยอดในสุดยอด! ยอดคนในหมู่ยอดคน!
มันแทบไม่อาจทนรอ รีบแล่นไปทำความรู้จักด้วยตัวเอง แน่นอน เมื่อเห็น
ดวงตาที่เกือบจะพ่นไฟของพี่สาวของมัน จีเฉิงรีบสะกดกลั้นแรงกระตุ้นนี้ทันที
“ประเสริฐมาก” จีลี่หวี่เค้นเสียงลอดไรฟัน เย็นเยียบเหมือนสายลมหนาว
อันลึกล้ า “แต่ข้าไม่ทราบว่ามันจะอยู่รอดจนจบการประลองหรือไม่?”
จีเฉิงสะท้านขึ้นทั้งร่าง
เจี่ยเจียเดือดดาลสุดขีดแล้ว!
“ยินดีด้วย ผู้อาวุโสฟง! ยินดีด้วย ผู้อาวุโสฟง!” ผู้ดูแลผู้หนึ่งประสานมือ
คารวะฟงซิ่นจื่อ ไม่อาจปิดบังเค้าความอิจฉาเลื่อมใสและสีหน้าประจบเอาใจได้
ฟงซิ่นจื่อกลายเป็นผู้อาวุโสคนใหม่แห่งสภาผู้อาวุโสของสมาพันธ์อัจฉริยะ
สถานะของพวกมันทั้งสองแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน
มีเสียงแสดงความยินดีตามมาจากรอบข้าง
ฟงซิ่นจื่อบนใบหน้าประดับรอยยิ้มถ่อมตน “ขอบคุณทุกท่าน”
วันนี้มันมาเพื่ออำลาทุกคน หลังจากมันจัดตั้งคุกชั้นที่สามขึ้นใหม่ เสียง
วิพากษ์วิจารณ์สมาพันธ์อัจฉริยะก็ขาดหายไปทันที ทุกช่องข่าวอสูรยังเปลี่ยน
ท่าทีจากถากถางดูถูก กลายเป็นรีบยกย่องพลานุภาพของสมาพันธ์อัจฉริยะเป็น
การใหญ่
ศักยภาพอันยิ่งใหญ่ที่มันสำแดงออกมาในคราวนี้ เป็นที่ชื่นชมของ
ระดับสูงอย่างมาก กระทั่งประมุขสมาพันธ์อัจฉริยะหมิงเยวี่ยเยี่ย ยังแสดง
ความชื่นชมต่อมันหลายต่อหลายครั้ง
ฟงซิ่นจื่ออดทนอำลาเหล่าผู้ดูแลทุกคนกับบรรดาสมาชิกสมาพันธ์ ก่อนจะ
จากมาในที่สุด
“ต้าเหริน ฟังว่าที่สำนักงานใหญ่มีศาสตร์อสูรนับไม่ถ้วน รวมถึงระดับ
แผ่นดินกับระดับท้องฟ้าด้วย นี่เป็นเรื่องจริงหรือไม่?” เสี่ยวจินกะพริบดวงตา
น่ารักของนาง เต็มไปด้วยความมุ่งมาดปรารถนา นางเป็นผู้ติดตามของฟง
ซิ่นจื่อ เติบโตขึ้นมาพร้อมกับฟงซิ่นจื่อราวกับพี่น้องคลานตามกันมา
“ว่ากันว่าเป็นเช่นนั้น” ฟงซิ่นจื่อกำลังเหม่อมองไปยังที่ห่างไกล พอฟังก็
หันกลับมาตอบอย่างยิ้มแย้ม
“วิเศษแท้! ต่อไปต้าเหรินจะได้ฝึกปรือศาสตร์อสูรระดับท้องฟ้า!” เสี่ยว
จินตื่นเต้นยินดียิ่ง
ฟงซิ่นจื่อแย้มยิ้มเล็กน้อย แต่ไม่กล่าวคำใด
“ต้าเหริน ต้าเหริน วันนี้มีเรื่องสนุกสนานยิ่ง เซียวม่อเกอผู้นั้นถึงกับตั้ง
เวทีประลอง ทั้งยังเก็บค่าธรรมเนียม ในโลกนี้ไฉนมีอสูรโลภมากถึงเพียงนี้อยู่
ด้วย!” ใบหน้ากลมๆ ของเสี่ยวจินเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง
ฟงซิ่นจื่อชำเลืองมองใบหน้าน่ารักน่าเอ็นดูของเสี่ยวจิน อดขยี้ศีรษะนาง
ไม่ได้
เสี่ยวจินหน้าง้ า กล่าวอย่างไม่พอใจว่า “ต้าเหริน ท่านทำให้ผมของเสี่ยวจิ
นยุ่งเหยิงอีกแล้ว!”
“ฮ่าฮ่า!” ฟงซิ่นจื่อหัวร่ออย่างปลอดโปร่ง “ไปกันเถอะ!”
“ต้าเหริน รอข้าด้วย!”
“เจ้าว่าเราจะได้รับเงินจริงหรือไม่?” หนานเยว่ถามคังเจ๋ออย่างไม่ค่อย
แน่ใจนัก
“ข้าไม่รู้อะไรด้วยแล้ว” คังเจ๋ออารมณ์หมองหม่น คล้ายจะร่ าไห้ออกมาได้
ทุกเมื่อ ตระกูลคังแม้เสื่อมทรุดมาเป็นเวลานาน ต้องอาศัยอยู่ในมุมที่ห่างไกล
แต่ยังคงเป็นตระกูลเก่าแก่ที่เฝ้าปกป้องต้นไม้ทองคำมาโดยตลอด พวกมัน
จะต้องมาทำเรื่องน่าอับอายเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใด? มันเป็นนายน้อยของตระกูล
ต่อไปยังจะเป็นประมุขของตระกูลอีกด้วย!
แต่มันไม่ได้คัดค้านแม้แต่น้อย การโต้แย้งของมันต่อหน้าความตั้งใจ
ของต้าเหริน ช่างอ่อนแอไม่ต่างจากลมหายใจของมดแมลง
ต้าเหรินมีพลังสภาวะอันเฉียบขาด ดวงตาเต็มไปด้วยพลังอำนาจสยบ
ขวัญผู้คน เป็นวีรบุรุษที่ยิ่งใหญ่ คังเจ๋อในใจนับถือเลื่อมใสยิ่ง แต่ระดับความ
ละโมบนี้… …
หนานเยว่ไม่ได้สังเกตเห็นอารมณ์หม่นหมองของคังเจ๋อ กล่าวอย่าง
กระตือรือร้นว่า “นึกไม่ถึงว่าเจ้าผีดำที่มีรูปลักษณ์สามัญธรรมดา จะมีหัวคิด
ลึกซึ้งชั่วร้ายเช่นนี้ นับว่าหัวใจคดเคี้ยวเลี้ยวลดโดยแท้ แต่ความคิดนี้ดีจริงๆ! ข้า
หวังว่ารอบนี้จะได้เงินจำนวนมาก!”
ตระกูลเถิงแห่งสวรรค์แดนใต้เสื่อมทรุดมายาวนานกว่าตระกูลคัง
หลังจากกระเสือกกระสนดิ้นรนอยู่ระดับล่างสุดของภพอสูรมาเป็นเวลานาน ไม่
ว่าเกียรติศักดิ์ศรีอันรุ่งโรจน์ในอดีต หรือความภาคภูมิทระนงของตระกูลใหญ่
พวกมันล้วนหลงลืมไปหมดสิ้นแล้ว ชีวิตยากจนข้นแค้นสอนหนานเยว่ให้รู้ซึ้งถึง
ความยากลำบากของการมีชีวิตรอด และความสำคัญของเงินตรา เนื่องเพราะ
เหตุนี้เอง นางจึงเห็นพ้องกับความคิดของอสูรควันดำอย่างเต็มที่
ทั้งสามารถหารายได้อย่างโปร่งใสชอบธรรม ทั้งยังสามารถแก้ปัญหาไปใน
เวลาเดียวกัน ความคิดของเจ้าควันดำพอเหมาะพอดีกับเจตนาของจั่วม่อเป็น
ที่สุด
“หนานเยว่ ให้ความสำคัญกับการรับเงิน เฉพาะคนที่จ่ายเงินถึงจะได้รับ
สิทธิ์” จั่วม่อวางท่าราวกับแม่ทัพบัญชาการศึกผู้มากประสบการณ์ สั่งการอย่าง
สงบเยือกเย็น “จ้างอสูรมาจัดการบัญชีรับเงินสักตนน่าจะดีที่สุด ประเสริฐ
สำหรับรอบแรก ให้คังเจ๋อลงมือก่อน”
“ให้ข้าเป็นคนแรก!” อสูรผมสีส้มอดรนทนไม่ไหว กระโดดออกมาขัน
อาสา สองมือเท้าสะเอว แหงนหน้าหัวร่อ “ฮ่าฮ่า วันนี้เป็นวันที่ข้าจะมีชื่อเสียง
เลื่องลือ พวกเจ้าต้องถ่างตาดูให้ดี ว่าข้าจะจัดการพวกมันทั้งหมดอย่างไร!”
จั่วม่อไม่เห็นค้าน ร่างกายพิสดารของอสูรผมสีส้มที่แทบฆ่าไม่ตาย ก็นับว่า
เหมาะสมกับการลงมือเป็นคนแรก
อย่างไรก็ตาม เหล่าลูกค้าในเมื่อยอมจ่ายเงิน ก็ย่อมต้องได้รับการบริการที่
ดีที่สุด โอ้ สนามประลองสมควรเปลี่ยนแปลงเสียหน่อย เทียบกับสถานที่อื่น
สนามประลองในคุกปลดปล่อยกลิ่นอายอันสนิทชิดเชื้อออกมายิ่งกว่า ที่ทำให้
จั่วม่อมั่นใจมากที่สุด คือพลังสภาวะของสัตว์ร้ายแดนร้างที่สัมผัสได้อย่าง
ชัดเจน
พลังอันเข้มแข็งแกร่งกร้าวของสัตว์ร้ายแดนร้างประทับแน่นอยู่ในใจจั่วม่อ
มันเคยถามผูเยาเกี่ยวกับสัตว์ร้ายแดนร้าง แต่ทุกครั้งผูเยาเอาแต่นิ่งเงียบงัน จั่ว
ม่อคุ้นชินกับความปากหนักของผูเยาดี สิ่งที่มันไม่คิดบ่งบอก ย่อมไม่มีทางง้าง
ปากมันออกมาได้ เจ้าผู้นี้มีความลับมากเกินไปจริงๆ
เอาเถอะ ให้ความลับบัดซบเหล่านั้นกับเจ้าวัตถุโบราณเก่าแก่ไปลงนรก
ด้วยกันเถอะ สิ่งที่เกอรักคือจิงสือ!
จั่วม่อเต็มไปด้วยความฮึกหาญทะยานฟ้า
สนามประลองในคุกแปรเปลี่ยนไปอย่างสมบูรณ์ สถานที่แห่งนี้กลายเป็น
ดินแดนในสวนหลังบ้านของจั่วม่อ เทียบกับความสงบสุขด้านนอก สนาม
ประลองในคุกก็เต็มไปด้วยอันตรายทุกย่างก้าว เห็นศาสตร์อสูรในรูปแบบของ
‘เสี่ยวม่อเกอ’ จำนวนมากมายมหาศาลไหลเวียนไปมา หากแตะถูกสิ่งใดแม้แต่
นิดเดียว จะต้องเผชิญการโจมตีต่อเนื่องอย่างดุดัน ประดุจลูกหนี้ที่ถูกเจ้าหนี้ไล่
ล่าทวงเงิน
เพื่อรับประกันว่าจะมีเพียงอสูรที่จ่ายเงินค่าธรรมเนียมจึงจะผ่านเข้ามาได้
จั่วม่อเร่งเร้าพลังของสนามประลองในคุกไปจนถึงขอบเขตความสามารถสูงสุด
บรรดาศาสตร์อสูรที่อัดแน่นอยู่ภายใน กระทั่งมันเองยังหนังศีรษะชาซ่าน
จั่วม่อถึงกับก่อตั้งค่ายกลลวงตาจำนวนมากในช่องทางเดินที่มันวางเอาไว้ นี่
ไม่ใช่สินค้าระดับต่ าดังเช่นค่ายกลลวงตาใบมีดน้ าแข็งอีกแล้ว แต่เป็นขบวนค่าย
กลลวงตาอันยิ่งใหญ่ ที่มันใช้เวลาสร้างถึงสองชั่วยามเต็ม กว่าจะแล้วเสร็จ
สมบูรณ์
บรรดาศาสตร์อสูรภายในสนามประลองในคุกล้วนอยู่ในมือมันอย่างเชื่อง
เชื่อ มันสามารถผสานทั้งหมดเข้ากับค่ายกลลวงตาได้ดั่งใจปรารถนา หลังจาก
ค่ายกลลวงตาขนาดใหญ่เสร็จสมบูรณ์ มันก็พึงพอใจอย่างสุดแสน
หากตัวโง่งมเหล่านั้นคิดใช้กำลังบุกฝ่าเข้ามา ฮ่า รอรับความเจ็บปวดเถอะ
ความเชื่อมั่นในวิชาค่ายกลของจั่วม่อ ย่อมเปี่ยมล้นกว่าความเชื่อมั่นใน
ศาสตร์อสูรที่มันเพียงเรียนรู้ได้ครึ่งๆ กลางๆ ขบวนค่ายกลอันงดงามตระการตา
ของจั่วม่อ ทำเอาหนานเยว่กับอสูรอื่นๆ ถึงกับตะลึงตาค้าง ความนับถือ
เลื่อมใสในดวงตาพวกมันท่วมท้นอย่างกับสายน้ าทลายเขื่อน กระทั่งอสูรควัน
ดำผู้มีใบหน้าดำเมี่ยม กับหัวใจดำที่คดเคี้ยวเลี้ยวลด ยังเผยทีท่าอัศจรรย์ใจสุด
ระงับ
ในภพอสูร มรรคาแห่งค่ายกลเป็นที่เลื่องลือเรื่องความยากเย็นแสนเข็ญ
ต่อการทำความเข้าใจ อสูรที่มีฝีมือทางค่ายกล เรียกได้ว่ามีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย
เซียวม่อเกอมีฝีมือค่ายกลเลิศภพจบพสุธา!
ในสายตาของอสูรควันดำ สาดประกายแปลกพิสดารวูบหนึ่ง