สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 388 พายุเพลิงเหนือโลก
ผูเยาดูดซับวิญญาณทองคำอย่างหิวกระหาย การต่อสู้ระหว่างมันกับเว่ย มันแม้ช่วงชิง
เป็นฝ่ายมีเปรียบ แต่ก็จ่ายค่าตอบแทนไปไม่น้อย วิญญาณทองคำสองดวงที่ผู้อาวุโสสูงสุดตระกูลคัง
เพิ่งส่งมา นับเป็นฝนที่ตกได้ถูกเวลา มันหยิบฉวยเอาจากมือจั่วม่อโดยไม่รีรอลังเล จั่วม่อก็ไม่ได้ห้าม
ปรามหรือหยุดยั้งมัน อาจบางทีจั่วม่อเห็นว่าไม่ว่าหยุดยั้งอย่างไร ก็ล้วนแล้วแต่ไร้ประโยชน์กระมัง
กลุ่มหมอกสีทองแทรกซึมเข้าไปในร่างกายผูเยาด้วยระดับความเร็วที่มองเห็นได้ชัดตา
ผูเยาเผยสีหน้าพึงพอใจ แต่ส่วนหนึ่งของหมอกสีทองยังคงล่องลอยไปทางเว่ย แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่
หนึ่งในสี่ แต่ผูเยาก็ยังคงไม่พอใจอยู่บ้าง
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้มันไม่มีหนทางอื่นใด เช่นเดียวกันกับที่เรื่องที่ว่า ไม่ว่ามันจะเห็น
วิญsูชนจอมปลอมผู้นี้เป็นที่ขัดตาสักเพียงใด ก็ไม่สามารถฆ่าอีกฝ่ายได้ ระหว่างสามพันปีที่ดิ้นรน
เอาชีวิตรอดอยู่ในหอหลอมอสูร ระหว่างมันกับชุดเกราะประหลาดที่ร้ายกาจนี้ก่อเกิดความเชื่อมโยง
กันโดยตรง เว่ยเป็นวิญญาณเกราะของชุดเกราะที่ร้ายกาจนี้ ผูเยาก็คล้ายคลึงกัน เพียงแต่มันไม่ได้ถูก
ชุดเกราะผูกมัดหรือจำกัดเอาไว้
มันเฝ้าครุ่นคิดวางแผนการยาวนานถึงสามพันปี พยายามหาวิธีเข้ายึดชุดเกราะป้ายศิลา
สุสานชุดนี้ แต่ชุดเกราะป้ายศิลามีระบบอันแปลกแยกเป็นเอกเทศ ประหลาดลี้ลับถึงที่สุด
แต่เมื่อมันคิดถึงว่าเจ้าวิญsูชนจอมปลอมผู้นี้ ไม่สามารถหดหัวกลับเข้าไปในกระดอง
เต่าได้อีก ผูเยาอดกระหยิ่มยิ้มย่องไม่ได้ เรื่องนี้ช่วยไม่ได้เลย มันเป็นอสูรฟ้าผู้หนึ่ง มิหนำซํ้ายังเข้าใจ
วิธีการผนึกลับหลายชนิด ท้ายที่สุดมันค้นพบวิธีที่มีประสิทธิภาพหลายวิธี
ในแง่หนึ่งมันกับเว่ยดำรงอยู่ร่วมกัน
ทั้งสองฝ่ายต่างฝ่ายต่างไม่สามารถทำลายซึ่งกัน
และกันได้ ผูเยาก็ไม่อาจดูดซับวิญญาณทองคำทั้งหมดได้ด้วยตัวเองเพียงผู้เดียว ส่วนหนึ่งย่อมต้อง
ถูกเว่ยดูดซับไป แม้ว่าผูเยาเห็นได้ชัดว่าอยู่ในตำแหน่งที่เหนือกว่า แต่เพียงเท่านี้ยังไม่อาจทำให้มัน
ยินดีปรีดาได้ วิญsูชนจอมปลอมผู้นี้แม้มีประวัติความเป็นมาไม่รวบรัดธรรมดา แต่ในสายตาของผู
เยาผู้มีดวงตาสูงส่งอยู่เหนือศีรษะ เจ้าสิ่งของนี้ตํ่าต้อยกว่ามันมาก
เป็นเพียงแค่ชิ้นส่วนของเกราะ กลับกล้าเหิมเกริมนั่งอยู่ในตำแหน่งที่เท่าเทียมกับมัน…
…มารดามันเถอะ จะให้มันสุขสำราญใจได้อย่างไร!
หลังจากดูดซับวิญญาณทองคำเสร็จสิ้น เรือนผมของผูเยายิ่งดำเข้มเงางาม นัยน์ตาสี
เลือดเพิ่มประกายมากกว่าเดิม ลิ้นยาวเหมือนงูแลบเลียริมฝีปากอย่างหิวกระหายโดยไม่ตั้งใจ มัน
เหลือบมองเว่ยที่นั่งขัดสมาธิอยู่อีกด้าน สามารถเห็นได้ว่าวิญญาณทองคำก็เป็นประโยชน์ต่อเว่ยนับ
อเนกอนันต์เช่นกัน
รอยยิ้มเยาะหยันเย็นชาจุดขึ้นที่มุมปากผูเยา หลังจากอยู่ร่วมกันมาสามพันปี มันเข้าใจ
เพื่อนบ้านของมันเป็นอย่างดี เจ้าผู้นี้แม้รับปากว่าจะไม่ถ่ายทอดทักษะปิศาจให้แก่จั่วม่อ แต่มันต้อง
ไม่ยอมรามือง่ายๆ เช่นนี้แน่
อย่างไรก็ตาม เว่ยต้องคิดไม่ถึงแน่ ว่าการพล่ามยาวเหยียดอย่างที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นในวัน
นั้น กลับจุดประกายแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ให้กับผูเยา
สำหรับบุคคลอันวิปลาสเช่นผูเยา เพียงเงื่อนงำเล็กน้อยเท่านี้ ก็นำมาซึ่งแรงบันดาลใจที่
อาจเปลี่ยนแปลงหลายสิ่งมากมาย
เพียงแค่รอดูไปเถอะ!
ผูเยาหรี่ตาแคบดุจคมมีด
จั่วม่อมองดูม่อหรูหั่ว ต้องแปลกใจเล็กน้อย บุคคลที่ดูหยาบกระด้างเช่นนี้ กลับใช้
ศาสตร์อสูรอันลี้ลับพิสดารถึงเพียงนั้น พวกอสูรนี้ไม่อาจดูแต่ภายนอกจริงๆ
ภายใต้การจ้องมองของจั่วม่อ ม่อหรูหั่วตัวสั่นระริก ความเงียบของจั่วม่อยังกดดันมัน
อย่างรุนแรง เวลานี้มันสมควรกล่าวว่ากระไรดี?
“ขออภัย ข้าจำคนผิด? หรือ พี่ชาย ข้านับถือเลื่อมใสท่านมานานแล้ว โปรดเมตตา
น้องชายผู้นี้ด้วย!” หรือแค่วิ่งหนีไปทื่อๆ เลยดี?… …
ในบรรดาความคิดหลากหลายที่ผุดขึ้นในใจม่อหรูหั่วผู้น่าสงสาร ไม่ได้มีความคิดต่อสู้
อยู่เลยแม้แต่น้อย ต่อให้มันเผชิญหน้าอวี้จื่อโจว ยังไม่วิตกกังวลเท่านี้ อวี้จื่อโจวแม้แข็งแกร่งกว่ามัน
แต่มันเชื่อว่าหากมันกัดฟันต่อสู้อย่างไม่กลัวตาย ยังมีโอกาสได้ชัยครึ่งต่อครึ่ง มันมักรู้สึกเสมอว่าใน
เรื่องความดุดันอำมหิต อัจฉริยะส่วนใหญ่ไม่สามารถเปรียบเทียบกับมันได้
แต่เผชิญหน้าเซียวม่อเกอ ไม่ว่าจะประชันกันด้วยความแข็งแกร่งหรือความดุดันอำมหิต
มันก็ไม่มีโอกาสแม้แต่น้อย
สิ่งที่ทำให้มันปรารถนาจะรํ่าไห้เป็นกำลัง นั่นก็คือมันกลับเป็นผู้ที่กระตุ้นเรื่องนี้ขึ้นมา
เอง! ช่างแส่หาที่ตายโดยแท้! มันอยากตบหน้าตัวเอง
เรื่องโง่เขลาเช่นนี้ถึงกับเกิดขึ้นกับมัน
เอง! เหล่ายอดยุทธ์ทั่วทั้งภพอสูรต่างพากันหลีกเลี่ยงดาวมฤตยูผู้นี้ แต่มันกลับแส่หาเรื่อง เสนอหน้า
เอาศีรษะมาขึ้นเขียงด้วยตัวเอง… …
มันยังล่วงรู้อีกว่าเงินรางวัลในตลาดอสูรสำหรับการเข่นฆ่าเซียวม่อเกอ กำลังลดน้อยลง
อย่างต่อเนื่อง ครั้งนี้เหล่าผู้เสนอเงินรางวัลที่รอชมดูเรื่องสนุกสนาน เกิดหวาดกลัวจนหัวหดอย่าง
แท้จริง ดุดันอำมหิตและโหดเหี้ยมไร้นํ้าใจ กระหายเลือด โหยหาการเข่นฆ่าสังหาร พลังสภาวะ
เหล่านี้แน่นอนว่าไม่ใช่สิ่งที่อสูรใจซื่อมือสะอาดผู้หนึ่งจะสามารถเพาะสร้างขึ้นได้ จิตสำนึกย่อมไม่
สามารถเสแสร้งแกล้งดัด
เรื่องราวเมื่อมาถึงขั้นนี้ อสูรแทบทั้งหมดล้วนเห็นพ้องต้องกันอย่างน่าประหลาด
เซียวม่อเกอเป็นมารร้ายเดนตายที่สองมือชุ่มโชกไปด้วยโลหิต!
เหล่าผู้อาวุโสล้วนสั่งให้ลูกหลานหรือศิษย์ของพวกมันหยุดตอแยเซียวม่อเกอ ลูกหลาน
ที่ดื้อรั้นบางคนถึงกับถูกตระกูลของพวกมันจับกุมกักบริเวณเอาไว้ ไม่ให้ออกมาก่อเรื่อง ตระกูลจีกับ
ตระกูลชิงฮวาวางท่าสงบเสงี่ยมเจียมตัว เห็นได้ชัดว่าไม่ต้องการก่อกวนเรื่องราวซํ้าสอง กระทั่ง
สมาพันธ์อัจฉริยะที่มักจะเสียงดังกว่าผู้ใด ยังคงเงียบกริบเป็นเป่าสาก
พวกมันแม้มีอำนาจอิทธิพลมากพอ มีขุมกำลังแข็งแกร่งพอ แต่ไม่มีผู้ใดยินดีกระตุ้น
ตอแยมารร้ายเดนตายผู้นี้ ยิ่งไปกว่านั้นมารร้ายเดนตายแม้ยังเยาว์วัยยิ่ง แต่กลับแข็งแกร่งทรงพลังถึง
เพียงนี้ อสูรที่มีประสบการณ์โชกโชนลอบประเมินอย่างลับๆ ในหมู่พวกมันเอง ว่าหากเซียวม่อเกอ
ผู้นี้สามารถมีชีวิตรอดไปได้อีกยี่สิบปี เกรงว่าภพอสูรจะปรากฏจอมมารร้ายอีกผู้หนึ่งแล้ว
ขณะที่ม่อหรูหั่วกำลังครุ่นคิดแทบตายว่าจะทำอย่างไรดี เซียวม่อเกอพลันเอ่ยปาก
“เจ้าเป็นผู้ทิ้งรอยประทับศาสตร์อสูรไว้บนร่างคังหลินใช่หรือไม่?”
ม่อหรูหั่วสะท้านขึ้นทั้งร่าง นี่เป็นการสอบถามที่ล่วงรู้คำตอบอยู่แล้ว!วาจาของอีกฝ่าย
ทำลายเศษเสี้ยวความหวังสุดท้ายในใจมันจนหมดสิ้น แต่ม่อหรูหั่วถึงที่สุดแล้วก็เป็นบุคคลอันดุร้าย
อย่างแท้จริง
สถานการณ์อันสิ้นหวังกลับสะกิดความดุร้ายของมันขึ้นมาแทน
มันเงยหน้าขวับ
กระชากเสียงอย่างเกรี้ยวกราด “มิผิด! เป็นฝีมือข้าเอง!”
จั่วม่อเมื่อยืนยันแล้วก็ไม่รีรอลังเล ศาสตร์อสูรน้อยหลายสายพวยพุ่งออกจากมือ จู่โจม
เข้าหาม่อหรูหั่วจากแง่มุมที่แตกต่าง
ทันทีที่การต่อสู้เปิดฉากขึ้น ม่อหรูหั่วสงบใจลง ตั้งรับการโจมตีของจั่วม่ออย่างเยือกเย็น
หลังจากประมือกันหลายกระบวนท่า มันค้นพบอย่างรวดเร็ว ว่าเซียวม่อเกอไม่ได้มีพลังสภาวะไร้ผู้
ต้านเหมือนที่เคยปรากฏในบันทึกศาสตร์อสูร การจู่โจมของเซียวม่อเกอไม่อาจเรียกว่ารุนแรง แต่ม่
อหรูหั่วผ่านการต่อสู้ฆ่าฟันนับครั้งไม่ถ้วน
มันแม้ดุร้ายกระหายเลือด
แต่เมื่อลงมือต่อสู้กลับ
รอบคอบระมัดระวังยิ่ง
ผ่านไปอีกยี่สิบกระบวนท่า เซียวม่อเกอยังคงอบอุ่นนุ่มนวลราวกับสายนํ้า ไม่ได้เป็น
อันตรายมากนัก ถึงยามนี้ม่อหรูหั่วในที่สุดคลายใจลงอย่างสมบูรณ์ เปลี่ยนเป็นเร่งมือจู่โจมในบัดดล
ศาสตร์อสูรของม่อหรูหั่วพิเศษเฉพาะเป็นอย่างยิ่ง รอบกายมันเต็มไปด้วยเปลวไฟลุก
โชนมากมายสุดประมาณ
สองมือของมันสะบัดตบฟาดอย่างต่อเนื่อง
กรีดวาดเปิดเป็นช่องว่าง
ตรงหน้ามันเสมอ เปลวไฟในอากาศจู่โจมด้วยเส้นทางแปลกพิสดารที่ผิดธรรมชาติ ราวกับว่ามี
เส้นด้ายล่องหนอยู่เบื้องหน้ามัน คอยชักนำเปลวไฟรอบกายมันไปตามทิศทางที่ฝืนทวนฟ้าสวรรค์
จั่วม่อจู่โจมศาสตร์อสูรน้อยออกไปโดยไม่ขบคิด
ตรงเข้าสกัดกั้นเส้นใยเปลวไฟ
เหล่านั้น ทันใดนั้น เส้นขนตรงท้ายทอยพลันลุกชี้ชัน สังหรณ์อันตรายปะทุขึ้นอย่างรุนแรง มันก้ม
ศีรษะวูบอย่างไม่ลังเล เห็นคมมีดเพลิงสายหนึ่งเฉียดผ่านหนังศีรษะมันไปเพียงองคุลีเดียว มันเพิ่งจะ
หลบรอดอย่างทุลักทุเล หอกเปลวไฟเล่มหนึ่งพลันพุ่งขึ้นจากพื้น แทงใส่ท้องน้อยของมันอย่างหัก
โหม
จั่วม่อสลับเท้าปราด ดรรชนีมือซ้ายดีดซัดรัวเร็ว ศาสตร์อสูรน้อยกระแทกใส่ปลายหอก
เพลิงอย่างแม่นยำ เบี่ยงเบนทิศทางการแทงของปลายหอกอย่างฉิวเฉียด แต่การโจมตีของม่อหรูหั่ว
ไม่มีหยุดชะงักรั้งรอ ยิ่งมายิ่งต่อเนื่อง ยิ่งนานยิ่งดุเดือดกราดเกรี้ยว! เปลวไฟรอบกายมันไม่เพียงแต่
สามารถโลดแล่นไปได้ทุกตำแหน่งแง่มุม จู่โจมได้ดั่งใจปรารถนา แต่ยังสามารถแปรเปลี่ยนรูปแบบ
การโจมตีอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ยากจะคาดเดาระวังป้องกันอย่างเหลือเชื่อ
นี่เป็นครั้งแรกที่จั่วม่อพบพานศาสตร์อสูรที่ลี้ลับพิสดารถึงเพียงนี้ ต้องมือไม้ปั่นป่วน
กระบวนท่าไม่ประสานต่อเนื่อง ถึงกับมีสารรูปทุลักทุเลอยู่บ้าง
ม่อหรูหั่วย่อมเห็นสภาพนี้ชัดตา ขวัญกำลังใจเพิ่มพูนขึ้นอักโข มันคาดเดาว่าชุดเกราะสี
เหลืองทองอันไร้ผู้ต้านของเซียวม่อเกอ สมควรมีข้อจำกัดพิเศษบางประการ หรือความเป็นไปได้อีก
ทางหนึ่ง คือในการประลองครั้งนั้นเซียวม่อเกอก็ได้รับบาดเจ็บด้วย มิเช่นนั้น ผู้อื่นไม่มีเหตุผลใดที่
ไม่ใช้ชุดเกราะอันร้ายกาจนั้น
คิดได้เช่นนี้ ความหวาดหวั่นพรั่นพรึงในใจม่อหรูหั่วสูญสลายไป เซียวม่อเกอสมควร
อยู่ในสภาพไม่ปกติ สำหรับศาสตร์อสูรที่มีพลังอย่างน่าอัศจรรย์ ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีข้อจำกัดอัน
เข้มงวด หรือต้องจ่ายค่าตอบแทนมหาศาล
หากเป็นเช่นนี้ นี่ก็คือช่วงเวลาที่เซียวม่อเกออ่อนแอที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย!
นี่ใช่เป็นโอกาสที่สวรรค์ประทานให้แก่มันหรือไม่?
นึกถึงว่ามารร้ายที่สะท้านทั่วภพอสูร ต้องถูกพิชิตอย่างราบคาบใต้เงื้อมมือมัน ม่อหรูหั่ว
ทั่วร่างอัดแน่นไปด้วยความตื่นเต้นระทึกใจอย่างไม่เคยมีมาก่อน
ร่างมันถึงกับสั่นระริกด้วยความ
ลิงโลด! โอกาสอันประดุจปาฏิหาริย์! เรื่องที่มันไม่กล้าคิดฝันกลับปรากฏขึ้นตรงหน้า
ความ
หวาดกลัวสุดขั้วหัวใจกับความสิ้นหวังจากก่อนหน้านี้สลายหายไปหมดสิ้น แรงกระตุ้นและความ
ยินดีปรีดาแทบจะกลืนกินมันเข้าไป ภายใต้สถานการณ์แห่งปาฏิหาริย์เช่นนี้ พลังสภาวะของมัน
บรรลุถึงจุดสูงส่งสุดยอดในชีวิต ศาสตร์อสูรของมันที่เพิ่งจะรุดหน้าได้ไม่นาน กลับใช้ออกอย่าง
เชื่อมั่นถึงที่สุด
ไม่มีสะดุดติดขัดแม้แต่น้อย
แต่ละกระบวนท่าศาสตร์อสูรจู่โจมออกตาม
สัญชาตญาณ สมบูรณ์พร้อมเสียจนมันรู้สึกว่าช่างสนุกสนานน่ารื่นรมย์นัก!
จั่วม่อรู้สึกว่ามันอยู่ท่ามกลางพายุหมุนเปลวเพลิงลูกมหึมา
ศาสตร์อสูรธาตุไฟอัน
หลากหลายครอบฟ้าคลุมดิน กระหนํ่าจู่โจมใส่มันไม่ขาดสาย ที่ยํ่าแย่ไปกว่านั้น มันไม่มีพื้นที่ให้
หลบหลีกอีกแล้ว ศาสตร์อสูรของผู้อื่นร้ายกาจกว่าที่มันคาดคิดเอาไว้มาก ถึงกับแพร่กระจายโอบ
ล้อมทุกทิศทาง
ปิดสกัดทางถอยอย่างแยบคาย
กอรปด้วยพลังสภาวะยิ่งใหญ่เกรียงไกรอย่าง
เหลือเชื่อ
แต่จั่วม่อไม่แตกตื่นลนลาน สารรูปมันแม้น่าอเนจอนาถ แต่ทั้งสีหน้าและแววตายังคง
สงบนิ่งไร้ระลอก
ลำแสงพวยพุ่งออกจากมือมันไม่หยุดยั้ง สำหรับกับมัน ศาสตร์อสูรน้อยง่ายดายไม่ต่าง
จากการหายใจ บางครั้งเป็นลำแสงสายเดียว บางคราวพวยพุ่งออกไปหลายสาย ศาสตร์อสูรน้อยทั้ง
ห้าร้อยวิชา เมื่ออยู่ในมือของมัน เต็มไปด้วยการผสมผสานนับไม่ถ้วน ศาสตร์อสูรน้อยที่ผสาน
รวมกันเหล่านี้ ใช้เบี่ยงเบนหรือปิดสกัดการโจมตีของพายุเพลิงสุดอำมหิต จั่วม่อมักสามารถค้นพบ
ช่องว่างรอยโหว่เล็กๆ ภายในพายุเพลิงอย่างรวดเร็ว อาศัยช่องว่างอันละเอียดอ่อนเหล่านี้ จั่วม่อยังคง
หลบหลีกรอดพ้นได้อย่างต่อเนื่อง
พายุหมุนเปลวเพลิงยังคงทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ!
เห็นเซียวม่อเกอตกอยู่ในสภาพทุลักทุเลภายใต้ศาสตร์อสูรของมัน
ม่อหรูหั่วภาคภูมิ
ลำพองอย่างสุดแสน ‘พายุเพลิงเหนือโลก’ ของมันยิ่งผ่านไปนานเท่าไร
ยิ่งร้ายกาจทรงพลังขึ้น
เท่านั้น ศาสตร์อสูรนี้จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งของตัวเองไม่หยุดยั้ง แต่พลังจิตสำนึกที่มันต้อง
จ่ายออกไปกลับไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก
การต่อสู้ครั้งนี้ยิ่งลากถ่วงออกไปนานเท่าใด ยิ่งทำให้มันมีเปรียบมากขึ้นเท่านั้น
จริงดังคาด เซียวม่อเกอยิ่งมายิ่งทุลักทุเล บนร่างรับบาดแผลมากขึ้นเรื่อยๆ
แม้ว่าล้วนเป็นบาดแผลเล็กน้อย
แต่ม่อหรูหั่วยังอดหัวร่อดังกระหึ่มอย่างย่ามใจไม่ได้
“เซียวม่อเกอ! ดิ้นรนเข้าไป! ลองลิ้มรสสุดยอดศาสตร์อสูรของข้าให้หนำใจ! ฮ่าฮ่า! โอ้ อีกแผล
แล้ว น่าเวทนายิ่ง!”
ม่อหรูหั่วยามนี้ลืมตัวอย่างสิ้นเชิง เริ่มการละเล่นที่มันโปรดปราน แมวหยอกเย้ามุสิก
มองเซียวม่อเกอกระเสือกกระสนอยู่ในพายุหมุนเพลิง มันไม่อยากพลาดแต่ฉากเดียว
“จุ๊จุ๊! ทนทายาดจริงๆ! สมกับเป็นเซียวม่อเกอ! ท่าร่างหมดจดงดงามโดยแท้! ฮ่าฮ่า
มามา! ลองดูอีกสักที! ฮ่าฮ่า!”
ม่อหรูหั่วหัวร่ออย่างปลอดโปร่ง
ภายในพายุหมุนเปลวไฟ จั่วม่อยืนเงียบงัน พยายามยืนหยัดต่อต้านอย่างหนักแรง แต่ม่
อหรูหั่วที่กำลังกระหยิ่มยิ้มย่อง
ไม่ได้สังเกตเลยว่ากลุ่มลำแสงบนมือของจั่วม่อ
กำลังค่อยๆ
เปลี่ยนแปลงไปทีละเล็กทีละน้อย