สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 389 มองหาเป้าหมาย
บนมือจั่วม่อ กลุ่มแสงแปรเปลี่ยนต่อเนื่องไม่สิ้นสุด มันหัวคิ้วขมวดมุ่น ศาสตร์อสูร
น้อยพวยพุ่งผ่านปลายนิ้วดุจสายนํ้า สีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง ไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย พายุเพลิง
เหนือโลกทวีกำลังกล้าแข็งขึ้นทุกขณะ บันดาลให้ความรู้สึกกดดันที่มันได้รับรุนแรงขึ้นอย่างชัดเจน
แต่ละกระบวนท่าของมันทุ่มเทจิตสมาธิสิบสองส่วน หากเผลอประมาทสักเล็กน้อย มันจะถูกการ
โจมตีอันท่วมท้นดุดันกลบกลืนลงไปในทันที
ศาสตร์อสูรธาตุไฟที่ศัตรูผู้นี้ใช้ออกเป็นวิชานอกสารบบโดยแท้ ผิดแผกจากศาสตร์อสูร
ทั้งมวลที่มันเคยพบเห็นมา แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของมันที่สุด กลับเป็นรอยประทับศาสตร์อสูรที่
อีกฝ่ายทิ้งไว้ในจิตสำนึกของคังหลิน ซึ่งมันได้ทำการแยกสลายไปก่อนหน้านี้ รอยประทับศาสตร์
อสูรนั้นทั้งแปลกพิสดารและชั่วร้ายมากเล่ห์ แตกต่างจากศาสตร์อสูรอันเกรี้ยวกราดรุนแรงที่เห็นอยู่
ในยามนี้อย่างสิ้นเชิง
จั่วม่อใจจดใจจ่ออยู่กับศาสตร์อสูรธาตุไฟที่คล้ายสับสนยุ่งเหยิง ประหนึ่งมัจฉาแหวก
ว่ายในสายธารอันเชี่ยวกราก จิตสำนึกของมันจดจ่ออยู่กับศาสตร์อสูรมากมายที่ผ่านเข้ามาตรงหน้า
จิตใจสงบเยือกเย็นเช่นปกติ ดวงตาประหนึ่งทะเลสาบกระจกอันสงบนิ่ง ศาสตร์อสูรที่ผ่านตาไม่ต่าง
จากภาพเงาสะท้อนบนผิวทะเลสาบ
ทีละเล็กทีละน้อย ภาพสะท้อนของศาสตร์อสูรบนพื้นผิวทะเลสาบเหล่านี้
กลายเป็น
กระจ่างชัดขึ้นทุกขณะ
จั่วม่อแม้แต่ดวงตายังไม่กะพริบ ท่าเท้าลิ่วล่องประดุจผีเสื้อโบยบิน ฉวัดเฉวียนกลาง
มวลบุปผา ศาสตร์อสูรน้อยบนฝ่ามือปรากฏขึ้นในช่วงเวลาที่เหมาะเจาะพอดีเป็นที่สุด จู่โจมอย่าง
แม่นยำเฉียบขาด! กระทั่งมันเองยังไม่ได้ตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงของตัวเอง จิตสมาธิจรดจด
จ่ออย่างไม่เคยบรรลุถึงมาก่อน แน่วแน่มั่นคงหาใดเทียบ
กาลเวลาประดุจเส้นสายที่ถูกดึงจนยืดยาว ยิ่งมายิ่งยาวนานขึ้น ศาสตร์อสูรไฟที่รวดเร็ว
ดุจสายฟ้าแลบ ดูคล้ายว่าจะช้าลงและช้าลงเรื่อยๆ
ศาสตร์อสูรแต่ละกระบวนท่าในสายตาจั่วม่อ ล้วนกระจ่างชัดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
พวกมันคล้ายเชื่องช้าดุจหอยทาก รายละเอียดยิบย่อยทั้งมวลล้วนปรากฏชัดในสายตาของจั่วม่อ
สภาวะมหัศจรรย์พันลึกไม่ได้ทำให้จิตใจจั่วม่อสั่นไหวแม้แต่น้อย
ใบหน้ามันสงบ
ราบเรียบ
ยังคงตั้งหน้าตั้งตาค้นหาร่องรอยของสิ่งที่มันสนใจท่ามกลางพายุศาสตร์อสูร
เหล่านี้! เป้าหมายที่มันตามหาในครั้งนี้ ย่อมเป็นรอยประทับศาสตร์อสูรที่เคยทรมานคังหลินมานาน
เถาหนามเลือด!
ศาสตร์อสูรธาตุไฟอันเปี่ยมล้นสมบูรณ์แม้ดูละลานตา แต่ไม่ใช่สิ่งที่มันต้องการ
ในเวลานี้ กลุ่มแสงบนมือจั่วม่อในที่สุดก็มั่นคงมีเสถียรภาพ กลุ่มแสงจางๆ ทอประกาย
ดูคล้ายก่อเกิดเป็นถุงมือแสงอันเบาบางคู่หนึ่ง ห่อหุ้มสองมือของมันเอาไว้อย่างสมบูรณ์ ศาสตร์อสูร
นี้ขนานนามว่า ‘ฝ่ามือคว้าจับกระจ่างแจ้ง’ เป็นศาสตร์อสูรที่จั่วม่อคิดค้นขึ้นเอง วิชานี้ไม่ซับซ้อน
เพียงแต่ต้องใช้กำลังสมาธิจิตใจมหาศาล ศาสตร์อสูรนี้สามารถแยกแยะคุณลักษณะของศาสตร์อสูร
ที่มันสัมผัสได้อย่างกระจ่างแจ้งชัดเจน เป็นศาสตร์อสูรที่มันสร้างขึ้นเพื่อช่วยแยกสลายศาสตร์อสูร
อื่นๆ โดยเฉพาะ
แต่นี่เป็นครั้งแรกที่มันใช้ฝ่ามือคว้าจับกระจ่างแจ้งในการต่อสู้จริง
ทันใดนั้น ใบดาบสีแดงเลือดเล่มหนึ่ง ทะลวงใส่ลำคอของมันจากตำแหน่งแง่มุมที่ยาก
จะระวังป้องกัน
จั่วม่อตวัดมือขึ้น คว้าจับดาบไฟเล่มนั้นอย่างทื่อด้าน ฝ่ามือที่ปกคลุมด้วยกลุ่มแสงคล้าย
คาดคำนวณอย่างแม่นยำ ตะบปใส่ดาบไฟอย่างพอดิบพอดี!
ดาบไฟดิ้นรนอย่างรุนแรงราวกับเป็นปลาที่ถูกขยุ้มจับเอาไว้ คิดสะบัดให้หลุดออกจาก
มือ ชิ้ง ชิ้ง ชิ้ง! เปลวไฟชั้นนอกของดาบไฟสลายไปอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นเถาหนามเลือดเสี้ยว
หนึ่ง จั่วม่อตาเป็นประกาย ฝ่ามือฉกปราด คว้าเถาหนามเลือดไว้อย่างทันท่วงที
รูปแบบโครงสร้างพิเศษที่น่าสนใจนัก… …
จั่วม่อหลับตาลง จิตสำนึกพุ่งเข้าไปในเถาหนามเลือด!
ม่อหรูหั่วที่กำลังคึกคักลิงโลดถึงกับอึ้งงัน
เซียวม่อเกอหลับตาลงจริงๆ!เจ้าผู้นี้คิดทำ
อะไร? ใช่คิดยอมแพ้หรือไม่? เฮอะ! เซียวม่อเกอคิดหรือว่าข้าจะยินยอมปล่อยเจ้าไปง่ายๆ? ม่อห
รูหั่วดวงตากระหายเลือดสาดประกายแรงกล้า ความหวาดกลัวที่มีต่อจั่วม่อถูกเหวี่ยงทิ้งไปจากใจ
รอยยิ้มโหดเหี้ยมย่ามใจปรากฏขึ้นบนใบหน้า แต่แล้วทันใดนั้นเอง มันพลันเบิกตากว้าง
รอยยิ้มแข็งค้างอยู่บนใบหน้า
ภายในพายุเปลวไฟ เห็นร่างของเซียวม่อเกอที่พริ้มตาหลับสนิท โลดแล่นพลิกพลิ้วราว
กับควันไฟสายหนึ่ง ปรวนแปรสุดหยั่งคาด ศาสตร์อสูรธาตุไฟที่โหมจู่โจมอย่างมืดฟ้ามัวดิน ไม่อาจ
สัมผัสถูกแม้แต่ชายเสื้อของมัน!
ไฉนเป็นเช่นนี้… …
ม่อหรูหั่วทันใดนั้นสังหรณ์เลวร้ายปะทุขึ้น เมื่อครู่เซียวม่อเกอยังอยู่ในสารรูปน่าสังเวช
แต่บัดนี้กลับดูสบายอารมณ์ดุจกำลังเดินเล่นชมทิวทัศน์
คงมิใช่ว่าก่อนหน้านี้มันเสแสร้งแกล้งดัด
หรอกกระมัง?
ภายในดาบไฟเล่มนี้ มีเศษเสี้ยวเถาหนามเลือดซ่อนอยู่ภายใน!
ท่ามกลางความประหลาดใจ จั่วม่อหัวใจโลดขึ้น พบแล้ว! เถาหนามเลือดที่มันสนใจ
อยู่ที่นี่เอง! เมื่อตอนที่มันรักษาคังหลิน จั่วม่อพบเถาหนามเลือดที่พิเศษเฉพาะยิ่ง เจ้าสิ่งนี้สามารถ
หยั่งรากฝังลึกอยู่ในจิตสำนึกของศัตรูอย่างเหนียวแน่นมั่นคง
ยากจะกำจัดได้
จั่วม่อต้องเปลือง
เรี่ยวแรงไม่น้อยกว่าจะแยกสลายเถาหนามเลือดเศษเล็กๆ นั้นได้ โครงสร้างอันเป็นเอกลักษณ์หลาย
ส่วนในนั้นจุดประกายความสนใจอย่างแรงกล้าให้แก่มัน นี่เป็นเหตุผลที่มันรอคอยให้ม่อหรูหั่วมา
เสาะหามันโดยเฉพาะ!
ไม่มีกำไรไม่ลงมือ นี่เป็นพฤติการณ์ปกติของจั่วม่อ มิเช่นนั้นอยู่ดีๆ มันย่อมไม่ออกหน้า
หาเรื่องใส่ตัวแทนคังหลินแน่
ชิ้นส่วนเล็กๆ ของเถาหนามเลือดปลุกเร้าความตื่นเต้นสนใจของจั่วม่อ แต่จะอย่างไรสิ่ง
นั้นก็เป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวเล็กๆ เท่านั้น ไม่ใช่โครงสร้างรูปแบบที่สมบูรณ์ จั่วม่อต้องการเถาหนาม
เลือดที่สมบูรณ์กว่านี้ เนื่องเพราะเจ้าสิ่งนี้ดูเหมือนจะแฝงเร้นไว้ด้วยกลิ่นอายของศาสตร์อสูรพิสดาร
อีกวิชาหนึ่ง
สิบอึดใจให้หลัง จั่วม่อบดขยี้ชิ้นส่วนเถาหนามเลือดเล็กๆ ที่มันเพิ่งเรียนรู้เสร็จสิ้น เริ่ม
มองหาเป้าหมายถัดไป
ฝ่ามือแสงคว้าจับเป็นศาสตร์อสูรวิชาใหม่ที่มันคิดค้นขึ้นเอง ประกอบด้วยศาสตร์อสูร
น้อยสิบสองวิชา มีความสามารถพิเศษในการลอกเปลือกชั้นนอกของศาสตร์อสูรไฟที่อีกฝ่ายโจมตี
เข้ามา ฝีมือการใช้ศาสตร์อสูรน้อยของมันบรรลุถึงขั้นแตกฉาน กระทั่งผูเยายังต้องชมเชยหลายต่อ
หลายครั้ง
หลังจากคว้าจับและแยกสลายศาสตร์อสูรไฟหกสายอย่างต่อเนื่อง
จั่วม่อพบว่าเถา
หนามเลือดที่อยู่ภายในศาสตร์อสูรไฟเหล่านี้ไม่แตกต่างกันมากนัก มันขมวดคิ้วอีกครั้ง เถาหนาม
เลือดภายในศาสตร์อสูรไฟเหล่านี้ยังคงไม่สมบูรณ์
มันเงยหน้าขึ้น หรี่ตามองม่อหรูหั่ว ดูเหมือนว่ามันต้องกระตุ้นให้เจ้าผู้นี้ออกแรงแข็งขัน
กว่านี้หน่อย!
ม่อหรูหั่วพอดีสบสายตาจั่วม่อโดยไม่ตั้งใจ ร่างเย็นเฉียบในบัดดล ใบหน้ามันดูขัดตายิ่ง
อีกฝ่ายคล้ายปรับตัวให้คุ้นเคยกับพายุเพลิงเหนือโลกของมันเสียแล้ว
บัดซบ!
ไฉนเป็นเช่นนี้?
พายุเพลิงเหนือโลกเป็นหนึ่งในท่าไม้ตายสุดยอดของมัน ไม่เคย
ผิดพลาดมาก่อน
ดวงตามันสาดประกายดุร้าย เรื่องราวล่วงเลยมาถึงขั้นนี้ ไม่ใช่เจ้าตายก็เป็นข้าม้วย! มัน
ขบกรามแน่น โถมเข้าไปในพายุเพลิง
การเคลื่อนไหวของม่อหรูหั่วทำให้จั่วม่องงงันวูบ มีสีหน้าท่าทีระวังป้องกันในทันที
เห็นพายุเพลิงเหนือโลกที่อาละวาดอย่างเกรี้ยวกราด พลันกลับกลายเป็นสงบเงียบโดยที่
ความเร็วไม่ลดลงแม้แต่น้อย ศาสตร์อสูรภายในพายุเปลวไฟพุ่งไปรวมตัวกันอย่างรวดเร็ว ม่อหรูหั่ว
ประดุจแม่เหล็กพลังสูง ดึงดูดศาสตร์อสูรไฟทั้งมวลเข้าหามัน
พลังสภาวะอันแปลกประหลาดและอันตรายกดทับลงหาจั่วม่อในบัดดล
จั่วม่อเพ่งมองม่อหรูหั่วบนท้องฟ้า สงบนิ่งไม่เคลื่อนไหว
ม่อหรูหั่วยามนี้ห้อมล้อมไปด้วยศาสตร์อสูรธาตุไฟสารพัดชนิด มันถลึงตามองจั่วม่อ
ร่องรอยวิกลจริตวาบผ่านดวงตา! เวลานี้ความคิดทั้งหมดสลายหายไป เร่งเร้าพลังจิตสำนึกขึ้นมาถึง
ขีดสุด ศาสตร์อสูรไฟอันคึกคักเกรี้ยวกราดลอยอยู่รอบกาย ฉับพลันนั้นสาดแสงสีแดงอันน่าลุ่มหลง
ออกมา
เพียะ!
ประดุจแม่เหล็กอันแรงกล้า ศาสตร์อสูรธาตุไฟทั้งมวลดึงดูดเข้าหากัน
เพียะเพียะเพียะ!
เห็นศาสตร์อสูรธาตุไฟรอบกายม่อหรูหั่ว บ้างสองบ้างสาม จับกลุ่มผสานรวมกันอย่าง
รวดเร็ว กลายเป็นสาสตร์อสูรธาตุไฟที่ใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ
พลังสภาวะอันเกรี้ยวกราดทรงพลังประดุจลมกระโชก กวาดผ่านจั่วม่ออย่างดุดัน
จั่วม่อหรี่ตาแคบลง สองมือคลี่คลายประหนึ่งบุปผาบาน ฝ่ามือคว้าจับกระจ่างแจ้งทุ่มเท
ใช้ออกจนถึงขอบเขตขั้นสูงสุด เส้นใยแสงล่องลอยอยู่ระหว่างสองมือ กลุ่มหมอกแสงก่อตัวเป็น
ชั้นผลึก ประดุจลูกกลมแสงที่ทับซ้อนกันเป็นชั้นๆ ในอากาศ ครอบคลุมเหนือฝ่ามือที่กรีดวาดไม่
หยุดยั้งของจั่วม่อ มันอาศัยวิธีการทบชั้นทับซ้อนของหมัดคลื่นสวรรค์กระจกฟ้า ลอกเลียนใช้ในฝ่า
มือคว้าจับกระจ่างแจ้ง สร้างเป็นลูกแก้วผลึกแสงอ่อนจางเหล่านี้ขึ้น
กลุ่มแสงพวยพุ่งออกจากดรรชนีอันพร่าเลือนของจั่วม่อไม่ขาดสาย
เพิ่มเข้าไปใน
ลูกแก้วผลึกแสงอย่างต่อเนื่อง
ลูกแก้วผลึกแสงเริ่มหมุนคว้างอย่างแช่มช้า ค่อยๆ ก่อรูปเป็นฝ่ามือผลึกแก้วฝ่ามือหนึ่ง
ดวงตาหรี่แคบของจั่วม่อสาดประกายเจิดจ้า ในพื้นที่รอบๆ ฝ่ามือผลึกแก้ว ทุกการ
เปลี่ยนแปลงอันเล็กละเอียดล้วนปรากฏในสายตาของมัน กระทั่งเส้นใยพลังจิตสำนึกเบาบางเท่าเส้น
ผมที่ส่งผ่านออกมาจากฝ่ามือของตน จั่วม่อยังสามารถสัมผัสได้อย่างถูกต้องแม่นยำ
นี่เป็นครั้งแรกที่มันเร่งเร้าพลังของฝ่ามือคว้าจับกระจ่างแจ้งจนบรรลุถึงระดับชั้นนี้!
ม่อหรูหั่วดูเหมือนห้อมล้อมด้วยม่านแสงสีแดงฉาน
แสงสีแดงอันน่าลุ่มหลงแฝงเร้น
ด้วยกลิ่นอายโลหิตฉุนกึก ศาสตร์อสูรที่ลอยอยู่ข้างกายมันแปรเปลี่ยนไปอย่างสมบูรณ์ พวกมันขยาย
ใหญ่กว่าเดิมร่วมห้าหกเท่าตัว
จั่วม่อดวงตาทอประกายเจิดจ้า
ในศาสตร์อสูรไฟที่พองโตจนแทบปริแตกเหล่านี้
แผ่ซ่านคลื่นจิตสำนึกแปลก
ประหลาดที่ต่างไปจากเดิม! จั่วม่อจู่ๆ คล้ายเกิดความรู้สึกหลอน ว่าแต่ละศาสตร์อสูรไฟเหล่านี้ ดู
เหมือนจะแฝงไว้ด้วยบางสิ่งบางอย่างที่มีชีวิต!
จั่วม่อพลันนึกถึงศาสตร์อสูรของมัน … ศาสตร์บำบวงแดนร้างกาลสมัย!
จนถึงตอนนี้มันผ่านพบศาสตร์อสูรมามากมาย
แต่ศาสตร์อสูรที่คลับคล้ายกับศาสตร์
บำบวงแดนร้างกาลสมัย มันเพิ่งจะเคยพบเจอเป็นหนที่สอง!ศาสตร์อสูรก็คือศาสตร์อสูร ไม่ว่าจะ
ทรงพลังสักปานใด เป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงสักเพียงไหน แต่ศาสตร์อสูรที่แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายของ
ชีวิต มีเพียงสองศาสตร์อสูรนี้เท่านั้น!
เมื่อยามที่จั่วม่อแยกสลายรอยประทับศาสตร์อสูรภายในร่างกายคังหลิน
มันก็ค้นพบ
กลิ่นอายของชีวิตเบาบาง แฝงเร้นอยู่ภายในเถาหนามเลือดชิ้นนั้น นี่ทำให้มันกระหายใคร่รู้ยิ่ง แต่
กลิ่นอายในครั้งนั้นยังไม่เข้มแข็งแรงกล้าเท่ากับตอนนี้!
เศษเสี้ยวจิตสำนึกที่อยู่ภายในศาสตร์อสูรธาตุไฟเต็มไปด้วยความมุ่งร้ายและลี้ลับมืดมน
เทียบกับศาสตร์บำบวงแดนร้างกาลสมัยแล้ว พลังชีวิตที่แฝงเร้นอยู่ในศาสตร์อสูรไฟเหล่านี้อ่อนแอ
กว่า ทั้งยังขาดพร่องไม่สมบูรณ์ แต่เศษเสี้ยวจิตสำนึกที่เต็มไปด้วยพลังชีวิตเหล่านี้ บันดาลให้จั่ว
ม่อตื่นเต้นคึกคักอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน!
ศาสตร์บำบวงแดนร้างกาลสมัยเป็นท่าไม้ตายสุดยอดของมัน
จะใช้ออกก็ต่อเมื่อใช้
รักษาชีวิตของมันในช่วงคับขันอันตราย! ผูเยาเคยบอกมันว่าศาสตร์บำบวงแดนร้างกาลสมัยไม่ใช่
กระบวนท่าเดียว แต่เป็นศาสตร์อสูรชุดหนึ่ง ทว่าไม่ว่าจั่วม่อจะซักถามเรื่องนี้สักเท่าใด ผูเยาก็ไม่เคย
อธิบายถึงกระบวนท่าอื่นในศาสตร์อสูรชุดนี้แม้แต่ท่าเดียว ผูเยายังหุบปากสนิท ไม่เคยกระทั่งบอก
เล่าต้นกำเนิดของสัตว์ร้ายแดนร้างตนนี้
สิ่งที่จั่วม่อรู้สึกอับจนปัญญายิ่งไปกว่านั้น
ก็คือการที่มันไม่อาจค้นหาศาสตร์อสูรที่
คล้ายคลึงกันมาใช้อ้างอิงได้ ผูเยาไม่บอกมัน มันหาเกรงกลัวไม่ แค่หากกระทั่งศาสตร์อสูรที่พอจะ
ใช้เปรียบเทียบอ้างอิงยังหาไม่ได้ มันก็จนปัญญาจะทำอะไรได้จริงๆ!
จนกระทั่งวันนี้!
นี่เป็นครั้งแรกที่จั่วม่อพบพานศาสตร์อสูรที่มีคุณลักษณะคล้ายคลึงกับศาสตร์บำบวง
แดนร้างกาลสมัย ไหนเลยจะปล่อยให้หลุดมือไปได้?
เห็นศาสตร์อสูรไฟขนาดใหญ่โตมโหฬารห้าขุมลอยอยู่ข้างกายม่อหรูหั่ว ศาสตร์อสูร
ไฟยักษ์ทั้งห้าล้วนมีรูปร่างผิดแผกแตกต่าง ขุมหนึ่งดูคล้ายใบขวาน อีกขุมหนึ่งคลับคล้ายอสรพิษ ที่
เหลืออีกสามยากจะจำแนกแยกแยะ ม่อหรูหั่วทั้งร่างปกคลุมด้วยแสงสีแดงอันน่าลุ่มหลง ใบหน้าบิด
เบี้ยวเกรี้ยวกราด ดูไปลี้ลับชั่วร้ายอย่างบอกไม่ถูก
“ไปลงนรกให้แก่ข้า!”
ม่อหรูหั่วตวาดก้อง แสงสีแดงขนาดยักษ์ห้าสาย สาดพุ่งเข้าหาจั่วม่ออย่างหักโหม!
จั่วม่อม่านตาหดแคบลงอย่างฉับพลัน สองมือกรีดวาดประดุจคลื่นอันนุ่มนวล ฝ่ามือ
ผลึกแก้วคล้ายกิ่งหลิวโบกสะบัดไปตามลม ตรงเข้ารับหน้าหนึ่งในห้าลำแสงสีแดงอย่างเหมาะเจาะ
พอดี!
ในชั่วพริบตานี้เอง ข้อมูลมากมายเหลือคณานับโถมทะลักเข้าไปในจิตใจของจั่วม่อ
เวลาคล้ายหยุดชะงักลงอย่างฉับพลัน
ความคิดจิตใจของจั่วม่อหมุนเร็วรี่ด้วยระดับ
ความเร็วที่ไม่เคยมีมาก่อน แยกแยะข้อมูลจำนวนมหาศาลเหล่านี้ในชั่วพริบตา!
เพียงแต่เพื่อให้
สามารถแยกแยะข้อมูลปริมาณนี้ได้ มันต้องหยุดการเคลื่อนไหวทั้งมวล ร่างชะงักค้างในบัดดล
จั่วม่อกลายเป็นหุ่นไม้ไปในทันที
แสงสีแดงเบาบางอันน่าลุ่มหลง
พลันเปล่งประกายขึ้นในดวงตาแข็งทื่อของหุ่นไม้
จั่วม่อ
ลำแสงสีแดงอีกสี่สายพุ่งเข้ามาถึงเบื้องหน้ามันในบัดดล แสงสีแดงเจิดจ้าสะท้อนอยู่บน
ใบหน้าของจั่วม่อ ม่อหรูหั่วหัวร่อสนั่นหวั่นไหว ก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แต่จั่วม่อยังคงนิ่งงัน
ไม่คิดหลบหลีกแม้แต่น้อย
ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นว่าแสงสีแดงในดวงตามัน แตกระเบิดออกอย่างกะทันหัน!
แสงสีแดงกลืนกินจั่วม่อลงไปในบัดดล
ม่อหรูหั่วหัวร่ออย่างคลุ้มคลั่งอยู่กลางอากาศ ไม่ได้สังเกตเห็นพลังงานสีเทาเบาบางเท่า
เส้นผม คืบคลานขึ้นมาบนแผ่นหลังของมันอย่างเงียบเชียบ จากนั้นแทรกหายเข้าไปในร่างมันในชั่ว
พริบตา