สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 405 อวี้เหิง*
(อวี้ – หยก เหิง – คันตราชั่ง ชั่งนํ้าหนัก พิจารณา)
“หมายเกณฑ์ทหารกองพลปฐพีหนักหน่วงของเซียวม่อ
เกอเต็มไปด้วยกลิ่นอายของแผนการและเล่ห์อุบายฉุนกึก อย่างที่
ทุกท่านทราบกันดี ลุงของอวี้จื่อโจว อวี้เหิง เป็นผู้บัญชาการกอง
พลปฐพีหนักหน่วง ผู้คนแทบไม่ต้องคิดอันใด ก็ได้กลิ่นไม่ดีโชย
ออกมาอย่างชัดแจ้ง… …”
“ความแข็งแกร่งของเซียวม่อเกอไม่มีที่กังขา แม้ว่าจะถูกสี่
อสูรนักรบรุมล้อม ยังสามารถโค่นอีกฝ่ายลงได้อย่างง่ายดาย ยอด
ยุทธ์อายุเยาว์ที่โดดเด่นเช่นนี้ หากให้เข้าร่วมมหาสงครามที่กำลัง
ปะทุดุเดือด ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยอมรับไม่ได้ เพียงแต่เรายังสงสัยอยู่บ้าง
ยอดยุทธ์อายุเยาว์ที่เด่นลํ้าถึงเพียงนี้ เมื่อเข้าไปอยู่ในกองพลปฐพี
หนักหน่วง จะต้องประสบชะตากรรมเช่นไร? บางทีอาจมีแนวโน้ม
ว่าจะได้เป็นกระสุนปืนใหญ่ใช้แล้วทิ้งมากที่สุดกระมัง… …”
“คำสั่งเกณฑ์ทหารของกองพลปฐพีหนักหน่วงเห็นได้ว่า
ไม่สอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติอย่างสิ้นเชิง นี่เป็นการเริ่มต้นที่
เลวร้ายยิ่ง เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเซียวม่อเกอกับอวี้จื่อโจว เราคงไม่
จำเป็นต้องกล่าวอันใดมากความ เราเพียงข้องใจว่าต่อไปหากมี
ยอดยุทธ์อายุเยาว์ที่โดดเด่นปรากฏขึ้นอีก แล้วได้รับการบังคับขู่
เข็ญในนามของหมายเกณฑ์ทหารดุจเดียวกันนี้อีก เช่นนั้น
กองทัพจะมีอันใดแตกต่างจากโจรผู้ร้าย? หรือจะต้องกล่าวว่า หาก
คนผู้หนึ่งไม่มีภูมิหลังที่ยิ่งใหญ่ ไม่ได้รับการปกป้องจากตำหนัก
ศาสตร์อสูรอันทรงอำนาจ กระทั่งเสรีภาพของตนเองยังไม่สามารถ
รับประกันได้… …”
อวี้เหิงในยามนี้อารมณ์ยํ่าแย่เป็นอย่างยิ่ง จ้องมองรองแม่
ทัพด้วยอย่างเย็นชา สายตาคมกล้าของท่านแม่ทัพบันดาลให้รอง
แม่ทัพเหงื่อเย็นไหลท่วมแผ่นหลัง รู้สึกราวกับมีปลายดาบจ่อจี้อยู่
กลางหลัง
“พูด นี่มันเรื่องอะไรกัน?” อวี้เหิงเค้นเสียงเย็นเยือกถาม
ลอดไรฟันออกมา
รองแม่ทัพทราบดีว่าต้าเหรินโกรธมาก มันคิดไม่ถึงว่า
เรื่องจะเปลี่ยนแปลงไปในทางเลวร้ายถึงเพียงนี้ ได้แต่กล่าวเสียง
อ่อนว่า “เป็น… เป็นนายน้อย… …เมื่อไม่กี่วันก่อน นายน้อยบอกว่า
ต้องการหมายเกณฑ์ทหาร”
“แล้วเจ้าก็ให้มันไป?” อวี้เหิงผิวหน้ากระตุก ดวงตาดุจ
อินทรีจับจ้องรองแม่ทัพตาเขม็ง
รองแม่ทัพในที่สุดก็สูญเสียการควบคุมความหวดผวาใน
ใจ มันทราบว่าคราวนี้ต้าเหรินพิโรธอย่างแท้จริง ใบหน้าซีดเผือด
ในบัดดล รีบละลํ่าละลัก “ผู้น้อย… …ผู้น้อย… …”
“เศษสวะ!” อวี้เหิงใบหน้าเย็นยะเยียบ มือขวาทำท่าคว้า
จับกลางอากาศอย่างฉับพลัน
ราวกับผลแตงระเบิด รองแม่ทัพถูกขยี้แหลกเหลวใน
บัดดล แขนขาปลิวกระจายไปทั่ว!
อึดใจใหญ่ให้หลัง อวี้เหิงเพลิงโทสะค่อยสลายคลายลง
บ้าง สายตาเย็นเยียบจ้องมองบนพื้นที่เต็มไปด้วยเลือดเนื้อเลอะ
เลือน จมลงไปในภวังค์ความคิด ปกติมันรักใคร่เอ็นดูหลานชายผู้
นี้ไม่น้อย ทั้งยังตั้งความหวังไว้อย่างสูง นึกไม่ถึงว่าผู้เป็นหลานจะโง่
เขลาถึงเพียงนี้ ในช่วงเวลาอันอ่อนไหวเช่นนี้ ยังจะกระทำเรื่องไร้
สาระตามใจชอบ จนถูกผู้คนจับได้ ซํ้ายังโพนทะนาออกอากาศไป
ทั่ว ทำให้กองพลปฐพีหนักหน่วงทั้งหมดต้องตกอยู่ในสถานะกลืน
ไม่เข้าคายไม่ออก
มันบังเกิดความผิดหวังต่อวี้จื่อโจวอย่างลึกลํ้า มันทราบ
ว่าอวี้จื่อโจวตามติดพันจีลี่หวี่ มันยังเห็นดีเห็นงามด้วยซํ้า แต่คิดไม่
ถึงว่าอวี้จื่อโจวจะใจแคบและเจ้าคิดเจ้าแค้น เพียงเพื่อความสมใจ
ชั่วแล่น ถึงกับกระทำเรื่องโง่เขลาถึงเพียงนี้!
ช่องข่าวอสูรเหล่านั้นพากันประโคมข่าวอย่างต่อเนื่อง
ตลอดทั้งวันเฝ้าตอกยํ้าแต่เรื่องนี้ไม่ยอมเลิกรา
ขบคิดถึงตรงนี้ เจตนาฆ่าฟันพลุ่งพล่านขึ้นทันที เหล่า
ช่องข่าวอสูรที่สมควรตาย!แต่คนที่สมควรตายมากที่สุดยังคงเป็น
เซียวม่อเกอ! อวี้เหิงเป็นบุคคลเจ้าความคิดผู้หนึ่ง สถานการณ์
กำลังทวีความดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ ไม่ต่างจากราดนํ้ามันลงบนกองไฟ
เห็นได้ชัดว่ามีคนคอยกระพือพัดจากในเงามืด
แต่เป็นผู้ใดเล่า? ในเวลาเช่นนี้ เป็นผู้ใดคิดสร้างปัญหา
ซํ้าเติมใส่มันด้วย?
มันดวงตาสาดประกายวาบ ค่อยๆ สงบใจลง หลายชื่อผุด
ขึ้นในหัว คนเหล่านี้แม้ไม่ใช่ตัวการหลัก แต่พวกมันจะต้องไม่
พลาดโอกาสถมหินลงบ่อแน่
เฮอะ คิดชมดูข้าเสื่อมเสียหน้า ไม่ใช่เรื่องง่ายนักหรอก!
อวี้เหิงคืนสู่ความสงบเยือกเย็น กลิ่นคาวเลือดอันรุนแรง
ในห้องทำให้มันขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ ตวาดเรียกคนที่อยู่ด้าน
นอก “ผู้ใดอยู่ เข้ามานี่!”
“ต้าเหริน!” องครักษ์ที่เฝ้าหน้าประตูผู้หนึ่งรีบเข้ามาตาม
คำเรียก แต่มันเมื่อเห็นเลือดเนื้อเลอะเลือนบนพื้น อดหน้าเปลี่ยนสี
ไม่ได้
อวี้เหิงกล่าวอย่างเฉยเมยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ทำ
ความสะอาดให้ดี”
“รับคำสั่ง!” ถูกสายตาเย็นเยือกของท่านแม่ทัพกวาดมอง
องครักษ์ผู้นั้นหนังศีรษะชาซ่าน ความเย็นสายหนึ่งแผ่ซ่านขึ้น
จากปล้ายเท้า
อวี้เหิงเดินออกจากห้องโดยไม่หันไปมองแม้แต่แวบเดียว
อวี้จื่อโจวมือเท้าเย็นเฉียบ มันคิดไม่ถึงว่าเรื่องราวจะ
เปลี่ยนพลิกเป็นเช่นนี้ไป เจ้าคนที่ไม่ต่างจากมดปลวกผู้นั้น ไม่ว่า
จะมีพรสวรรค์เด่นลํ้าถึงเพียงไหน มิใช่ว่าไร้ประโยชน์หรอกหรือ?
ในยุคสมัยนี้ คนหากไม่มีภูมิหลังหรือผู้หนุนหลัง มิใช่ว่าเป็นเพียง
แค่ลูกแกะที่รอคอยจะถูกเชือดเฉือนแต่ถ่ายเดียวหรอกหรือ?
บรรดาสายตาที่ครั้งหนึ่งเคยยกย่องเทิดทูนมัน ล้วน
แปรเปลี่ยนไปทั้งหมด แทนที่ด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม… …
ไม่มีผู้ใดยินดีอยู่ใกล้มัน กระทั่งบรรดาเหล่าซือของ
ตำหนักศาสตร์อสูรพอพบเห็นมัน ล้วนส่ายหน้าทอดถอน อาจบาง
ทีพวกมันระอาใจเหลือจะกล่าว หรือบางทีอาจจะสังเวชจนไม่
อยากจะมอง
ไฉนเป็นเช่นนี้!
มันกำหมัดแน่นจนนิ้วขาวซีด! ในใจอัดแน่นไปด้วยเพลิง
โทสะและความเคียดแค้นชิงชัง! คนอย่างเซียวม่อเกอ! แค่คนอย่าง
เซียวม่อเกอ! เพียงเพื่อคนชั้นตํ่าเช่นนั้น ก็เพียงพอให้มันถูก
รังเกียจเดียดฉันท์แล้ว? เจ้าพวกนี้ตาบอดใช่ตาบอดหรือไม่?
ทันใดนั้นอวี้จื่อโจวเห็นสหายสนิทของมันเดินมาทางมัน
มันคล้ายได้พบพานคนรู้ใจให้บ่งบอกระบายเสียที รีบสาวเท้าเข้า
หาสหายรักตามสัญชาตญาณ! แต่สหายรักพอสบตากับมัน กลับสี
หน้าแปรเปลี่ยน แสร้งทำเป็นมองไม่เห็นอวี้จื่อโจว หลบเลี่ยงไปทาง
อื่นทันที
อวี้จื่อโจวยืนนิ่งขึงตะลึงงันอยู่กับที่ ประดุจสองเท้าถูกตอก
ตะปูตรึงไว้กลับพื้น
ได้แต่เบิกตามองเงาร่างสหายรักที่ลับหายไปอย่างซึมเซา
อวี้เหิงยืนอยู่ต่อหน้านักข่าวด้วยรอยยิ้มอบอุ่นอ่อนโยน
“ข้าไม่ได้คาดคิดว่าหมายเกณฑ์เซียวม่อเกอของเราจะทำ
ให้ทุกท่านต้องเป็นกังวล เป็นความสัตย์จริง ข้าคิดไม่ถึงอย่าง
แท้จริง เกี่ยวกับเรื่องนี้ ข้ายังได้ฟังข้อกังขาของเหล่าท่านมาไม่
น้อย ดังนั้นวันนี้จึงถึงโอกาสชี้แจงสักเล็กน้อย”
นักข่าวทั้งหมดล้วนเงี่ยหูฟัง
“หลายคนอาจเข้าใจว่าเรื่องนี้เกิดจากจื่อโจว หลานชาย
ข้า ลอบใช้เล่ห์อุบายเล่นงานเพื่อล้างแค้นเซียวม่อเกอจากเงามืด
เฮอะเฮอะ จื่อโจวเป็นหลานชายของข้า หลานชายที่ข้ารักใคร่ที่สุด
เรื่องเหล่านี้ข้าไม่ขอปฏิเสธใดๆ ในเรื่องนี้มีอยู่จุดหนึ่งที่ทุกท่าน
คาดเดาได้ถูกต้อง ถูกแล้ว ข้าทราบเรื่องเซียวม่อเกอจากปาก
หลานชายของข้าเอง”
ฮือฮา เหล่าผู้สื่อข่าวปั่นป่วนขึ้นมาทันที พวกมันก็คิดไม่
ถึงว่าอวี้เหิงจะไม่ปฏิเสธเรื่องนี้!
ช่างเย่อหยิ่งโอหังจริงๆ!
หลายคนเผยสีหน้าขุ่นเคือง
อวี้เหิงยกมือเป็นเชิงห้ามปราม ชิงสะกดอารมณ์เดือดของ
คนเหล่านี้เอาไว้ก่อน แสดงท่วงท่าสภาวะของแม่ทัพบัญชาการกอง
พลออกมาตามสัญชาตญาณ ผู้สื่อข่าวที่พลุ่งพล่านดาลใจจึงเริ่ม
สงบลง
“ข้าไม่ปฏิเสธ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นไปตามที่พวก
ท่านคิด อันที่จริงเรื่องนี้แตกต่างจากความคิดในแง่ร้ายของพวก
ท่านไปคนละทาง หลานชายข้านิยมชมชื่นในตัวเซียวม่อเกอมาก
ด้วยเหตุนี้จึงเฝ้ารบเร้าข้าอย่างสุดความสามารถ พยายามแนะนำ
เซียวม่อเกอให้แก่ข้า ซึ่งแน่นอนว่าไม่ได้เกิดจากความคิดร้ายอัน
ใด”
คนที่อยู่ด้านล่างล้วนเบ้ปาก สีหน้าไม่เชื่อถือ มีกระทั่งคน
ที่หัวร่อออกมา
อวี้เหิงคล้ายไม่ได้ยิน สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมจริงจัง กล่าวเสียง
หนักๆ ว่า “กล่าวตามความสัตย์ ในฐานะทหาร ไม่ว่าจะเป็นตัวข้า
เองหรือกองพลปฐพีหนักหน่วงของพวกเรา ในช่วงเวลาหน้าสิ่ว
หน้าขวานเช่นนี้ พวกเราล้วนเตรียมพร้อมสละตนเพื่อเผ่าอสูร ข้า
ขอกล่าวไว้ในที่นี้ ข้าหวังว่าสภาผู้อาวุโสจะพิจารณากองพลปฐพี
หนักหน่วงของเราก่อน เราพร้อมจะไปยังแนวหน้าตั้งนานแล้ว!”
กับคำเรียกร้องอันห้าวหาญของแม่ทัพอวี้เหิงประโยคนี้
ผู้สื่อข่าวทุกคนล้วนตกตะลึงกันถ้วนหน้า
ความปราชัยอย่างต่อเนื่องที่แนวหน้าส่งผลกระทบต่อ
ขวัญกำลังใจอย่างรุนแรง บางกองพลถึงกับหวาดผวาไม่กล้าไปยัง
แนวหน้า แต่บัดนนี้แม่ทัพอวี้เหิงกลับประกาศก้องต่อหน้าผู้คน
เรียกร้องขอออกทำศึกที่แนวหน้า วาจาอันฮึกเหิมเร่าร้อนนี้จุด
ประกายทุกผู้คนในบัดดล เสียงปรบมือดังกึกก้องดุจสายฟ้าคำราม
อวี้เหิงไม่ได้มีทีท่าปิติยินดี เพียงกล่าวอย่างหนักแน่น “ใน
สายตาข้า เป็นหรือตายไม่สำคัญ แต่หากพ่ายแพ้เพราะพวกเราไร้
ความสามารถ ต่อให้พวกเราตายยังไม่อาจไถ่โทษ! ทุกท่านอาจ
รู้สึกว่าพวกเราบีบบังคับผู้คนจนเกินไป อาจคิดว่าเรามีเจตนาอื่น
แต่ยังไม่ทราบว่าพวกเราต้องการยอดยุทธ์ที่มีพรสวรรค์อย่างร้อน
รุ่มปานใด กระหายอยากมากเพียงไหน! เราไฉนร้อนรุ่ม? เราไฉน
กระหายอยาก? ก็เนื่องเพราะพวกเรารู้ดี ว่าภาระที่อยู่บนบ่าของ
พวกเรานั้นหนักหนาถึงเพียงไหน! เพราะเรารู้ดี ว่าไม่อาจทำให้ทุก
คนต้องผิดหวัง!”
แปะแปะแปะ! ผู้สื่อข่าวด้านล่างล้วนใบหน้าแดงฉาน
ปรบมือระรัวอย่างตื่นเต้นฮึกเหิม
แม่ทัพอวี้เหิงใบหน้าเคร่งขรึมสง่างาม เน้นยํ้าอย่างแช่มช้า
ว่า “เซียวม่อเกอเซียนเซิง! พวกเรารอต้อนรับเจ้าด้วยตำแหน่งผู้นำ
ทัพ! โปรดให้กองพลปฐพีหนักหน่วงของเราได้ยืมกำลังของเจ้า
ด้วย!”
ทั้งห้องเงียบกริบในพริบตา ประโยคนี้ทำให้เหล่าผู้สื่อข่าว
ตื่นตะลึงจนลืมซักถามสืบต่อ
“ฝีมืออันหมดจดนัก!” หมิงเจวี๋ยจื่อหน้าขาวเผือด ไม่ว่า
แผนการอันใด กระบวนท่าตามหลังอันใด ต่อหน้าการแสดงอัน
ยอดเยี่ยมของอวี้เหิง ล้วนสลายกลายเป็นฝุ่นผง
ต่อหน้าความเจนจัดของแม่ทัพอวี้เหิง หมิงเจวี๋ยจื่อค่อย
สำนึกว่าฝีมือของมันยํ่าแย่สุดทนดู
สิ่งที่ทำให้มันสิ้นหวังมากกว่าเดิม คือแผนการของมันไม่
เพียงไม่ได้ผล กลับช่วยตระเตรียมเวทีไว้สำหรับแม่ทัพอวี้เหิงโดย
แท้
หนานเยว่กับคนอื่นๆ ล้วนใบหน้าขาวเผือดพอกัน
ภายในชั่วข้ามคืน สายลมรุนแรงกลับเปลี่ยนทิศพลิกตลบ
ผู้คนพากันยกย่องแม่ทัพอวี้เหิง หันกลับมาต่อต้านพวกมันแทน
และเริ่มเปลี่ยนเป็นสนับสนุนหมายเกณฑ์ของเซียวม่อเกอ ผู้คน
ออกมาร้องเรียกเซียวม่อเกออย่างต่อเนื่อง หวังให้มันยอมรับหมาย
เกณฑ์ฉบับนี้
แม่ทัพอวี้เหิงถึงกับเสนอตำแหน่งผู้นำทัพให้แก่เซียวม่อ
เกอ ข้อเสนออันใจปํ้าของแม่ทัพอวี้เหิง เป็นเหตุให้ผู้คนที่กล่าวหา
ว่าแม่ทัพอวี้เหิงตั้งใจจะใช้เซียวม่อเกอเป็นกระสุนปืนใหญ่ ได้แต่
เบิกตามองโดยไร้วาจาจะกล่าว
ตำแหน่งผู้นำทัพ เงื่อนไขตํ่าสุดคือต้องเป็นแม่ทัพ
บัญชาการศึกระดับเงิน นี่แน่นอนว่าเป็นตำแหน่งสำคัญในกองทัพ
ในสถานการณ์เช่นนี้หากเซียวม่อเกอยังคงปฏิเสธหมาย
เกณฑ์ นี่ย่อมทำให้ผู้คนยากจะยอมรับ
กระทั่งจั่วม่อยังอดชื่นชมไม่ได้ ฝีมือของอวี้เหิงรอบนี้
เรียกได้ว่าหมดจดงดงามยิ่ง!หมิงเจวี๋ยจื่อคาดไม่ถึง มันเองก็คาดไม่
ถึง แม้แต่ผูเยาจอมเจ้าเล่ห์ก็ยังคาดไม่ถึง
มองใบหน้าเผือดขาวของหมิงเจวี๋ยจื่อกับพวก จั่วม่อกลับ
แย้มยิ้ม
มันย่อมทราบว่าหนานเยว่กับคนอื่นๆ วิตกกังวลเรื่องอัน
ใด สถานการณ์ของเซียวม่อเกอในตอนนี้ไม่ต่างจากขึ้นขี่หลังเสือ
ยากจะลง หากมันยังคงบอกปัดปฏิเสธหมายเกณฑ์หทาร ผู้คนจะ
ไม่ถือหางเซียวม่อเกออีก ชื่อเสียงของมันยังจะมัวหมองป่นปี้
แต่นั่นสำหรับเซียวม่อเกอ เกี่ยวข้องอันใดกับจั่วม่อ?
สำหรับจั่วม่อผู้ซึ่งสามารถปรากฏตัวขึ้นได้แต่ในคุกสิบนิ้ว ยังจะมี
อะไรข่มขู่คุกคามมันได้?
ชื่อเสียงในภพอสูร? มีคุณค่าใดกันเล่า?
ก่อนหน้านี้มันเพียงกังวลสนใจเรื่องความปลอดภัยของ
หนานเยว่กับคนอื่นๆ แต่ยามนี้เรื่องนี้นับว่าแก้ไขได้สำเร็จลุล่วงไป
ด้วยดี เมื่อกลายเป็นหัวข้อใหญ่โตที่ผู้คนล้วนสนใจ กองพลปฐพี
หนักหน่วงย่อมไม่กล้าลอบลงมือแก้แค้นเอากับหนานเยว่และพวก
กล่าวได้ว่า ไม่ว่าเซียวม่อเกอจะยอมรับหมายเกณฑ์หรือไม่ พวก
มันก็ไม่มีเหตุผลที่จะรังควานหาเรื่องหนานเยว่กับพวกอีก นี่ยังเป็น
เหตุให้แผนการอันบ้าคลั่งที่จั่วม่อตระเตรียมเอาไว้ในตอนแรก ไม่มี
โอกาสได้ใช้ออก
ในทะเลแห่งจิตสำนึก ผูเยาใบหน้าเขียวคลํ้า ดวงตาสี
เลือดหรี่แคบดุจคมมีด สาดประกายน่าพรั่นพรึง แค่นเสียงเย็นเยือก
“กระบวนท่าอันประเสริฐ! กระบวนท่าอันประเสริฐ! จุ๊จุ๊ ยังมีคนที่
น่าสนใจเช่นนี้อยู่ด้วย!”
ใบหน้าที่มักจะสุภาพอ่อนโยนของเว่ยเผยแววไม่ชอบใจ
“ไม่อาจปล่อยให้มันกระทำอย่างย่ามใจเช่นนี้!”
ปลอบโยนหนานเยว่กับพวกให้คลายกังวล จั่วม่อเลื่อน
สายตาไปมองอวี้เหิงผู้เร่าร้อนฮึกหาญในภาพข่าวอสูร มันรู้สึก
เหมือนกลืนกินแมลงวันเข้าไป
“แน่นอนว่าเราจะไม่ปล่อยมันไปง่ายๆ” จั่วม่อหรี่ตาแคบลง
สาดประกายดุร้ายอำมหิต
ทั้งสามล้วนเห็นพ้องต้องกันอย่างน่าอัศจรรย์!
“เล่นมันเลย!”