สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 409 อสูรเพลิงเหล็กหมาด
ประเภททหารที่กงซุนชาเลือก ทำให้บรรดาอสูรที่พอมี
ความรู้ด้านแม่ทัพบัญชาการศึกอยู่บ้างต้องพากันอัศจรรย์ใจยิ่ง
แม่ทัพบัญชาการศึกหลายคนถึงกับสั่นศีรษะ บอกว่าเซียวม่อเกอ
ไม่ใช่ผู้สันทัดทางด้านนี้จริงๆ
เป็นที่ทราบกันดีว่าไม่ว่าในหมากรุกสงครามหรือศึก
สงครามจริง กองทหารที่มีทหารเพียงประเภทเดียวนั้นมีโอกาสอยู่
รอดน้อยมาก เนื่องเพราะพวกมันไม่อาจแปรแปลี่ยนเพื่อรับมือ
ความซับซ้อนและผันผวนปรวนแปรในสนามรบได้
เทียบกับกงซุนชาแล้ว การเลือกของอวี้เฉิงทำให้ผู้ชมตา
กระจ่างวูบ ทหารโจมตีห้าส่วน ทหารป้องกันสองส่วน และทหาร
สนับสนุนอีกสามส่วน การมีศาสตร์อสูรหลายประเภท ทำให้ทหาร
ประเภทสนับสนุนสามารถก่อเกิดการผสมผสานกลยุทธ์ที่
หลากหลายกว้างไกล แม่ทัพบัญชาการศึกหลายคนเริ่มคาด
คำนวณกลยุทธ์ที่สามารถใช้ออกได้ ตามองค์ประกอบของทหาร
ที่อวี้เหิงเลือก
อึดใจให้หลัง เหล่าแม่ทัพบัญชาการศึกพากันทอดถอน
ชมเชยอย่างจริงใจ สัดส่วนกองทหารของอวี้เหิงไม่เพียงเหมาะสม
เท่านั้น ยังสามารถก่อเกิดกลยุทธ์หลากหลายที่ยากจะคาดเดา
พวกมันยิ่งครุ่นคิดมากเท่าใด ยิ่งยกย่องชมเชยมากเท่านั้น
จุดแข็งที่ทั้งสองฝ่ายแสดงออกมาในช่วงต้นกระดานช่าง
แตกต่างกันอย่างใหญ่หลวง เรื่องนี้สร้างความผิดหวังอย่างยิ่งแก่
บรรดาผู้ชมที่กำลังตั้งตารอคอยการต่อสู้อันยิ่งใหญ่
ชนิดทหารอันหลากหลายมากมายจนละลานตา ทำเอากง
ซุนชาแทบหัวหมุนวิงเวียน ทหารส่วนใหญ่ในรายการมันยังเพิ่งจะ
เคยพบเห็นเป็นครั้งแรก หมากรุกสงครามที่ผูเยาคุ้นชินเป็นหมาก
รุกสงครามของเมื่อสามพันปีที่แล้ว หลังจากผ่านการพัฒนามา
สามพันปี หมากรุกสงครามแปรเปลี่ยนไปมากมาย
พลิกดูรายการประเภททหารทั้งหมดอย่างใจเย็น กงซุนชา
อดขมวดคิ้วนิ่วหน้าไม่ได้ สำหรับทหารที่เคยไม่รู้จักนั้น คิดสำแดง
พลังสูงสุดออกมานับว่าเป็นไปได้ยาก ไม่มีแม่ทัพบัญชาการศึกคน
ใดยินดีบัญชาการกองทหารที่ไม่รู้จักมักคุ้น ไม่ว่าพวกมันจะทรงพ
ลานุภาพสักปานใดก็ตาม
แต่มันรีบขจัดความคิดฟุ้งซ่านออกไปจากใจ กงซุนชาไม่
เคยคิดว่าการสัประยุทธ์เช่นนี้ไม่ยุติธรรม นับตั้งแต่ที่มันเพิ่งสัมผัส
กับอาชีพแม่ทัพบัญชาการศึกในอาณาจักรขุนเขาน้อย มันก็ไม่
เคยเพียบพร้อมสมบูรณ์พอที่จะสร้างกองทัพตามกลยุทธ์ตามที่มัน
ปรารถนาอยู่แล้ว ตรงกันข้าม มันได้แต่เลือกกลยุทธ์ที่ตั้งอยู่บน
เงื่อนไขของความเป็นจริง อย่างเช่นค่ายจูเชวี่ยที่แทบจะประกอบไป
ด้วยเซียนกระบี่ล้วนๆ
ในการทำศึกสงครามจริง มักมีหลายอย่างไม่สมมาด
ปรารถนา ชีวิตก็เป็นเช่นนี้เอง หากแม่ทัพบัญชาการศึกเพียง
สามารถต่อสู้เฉพาะในเงื่อนไขที่พวกมันพึงพอใจ มิสู้กลับไปทำไร่
ไถนาจะดีกว่า
ในความเห็นของมัน ที่เรียกว่าแม่ทัพบัญชาการศึก คือ
คนที่ไม่ว่าจะตกอยู่ในเงื่อนไขเลวร้ายปานใด ก็ต้องคิดหาทาง
เอาชนะให้จงได้!
นอกเหนือจากชัยชนะแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นศัตรู
ผมเผ้าอันยุ่งเหยิงปัดผ่านใบหน้าเยือกเย็นที่แฝงแววคลุ้ม
คลั่งของกงซุนชา มันหรี่ตากวาดมองผ่านรายการทหารทุก
ประเภทอย่างรวดเร็วโดยไม่มีหยุดชะงัก
ทันใดนั้น ทหารที่คุ้นเคยชนิดหนึ่งแทบจะพุ่งเข้าใน
สายตา
อสูรเพลิงเหล็กหมาด!
ผูเยาเมื่อเห็นรายการประเภททหาร ยังสะอึกอึ้งไปครู่ใหญ่
นี่เหนือความคาดหมายของมันเช่นกัน ต้องสีหน้าแปรเปลี่ยน
เล็กน้อย มันเผลอละเลยปัจจัยสำคัญนี้ไปเสียได้
มันเป็นแม่ทัพบัญชาการศึกที่เรียกได้ว่าลํ้าเลิศ ไม่ถูกต้อง
ซึ่งความจริงคำว่าเลิศลํ้ายังไม่เพียงพอจะใช้บ่งบอกบรรยายผูเยา ผู
เยาในฐานะแม่ทัพบัญชาการศึกกำลังรุ่งโรจน์เจิดจรัส นอกจากศึก
ครั้งสุดท้ายที่ทำให้พวกมันถูกกวาดล้างพินาศสิ้น มันเป็นยอดแม่
ทัพบัญญชาการศึกในหมู่แม่ทัพบัญชาการศึก ชั่วชีวิตมันพบ
ความปราชัยเพียงครั้งเดียว นับเป็นแม่ทัพบัญชาการศึกที่
แตกฉานพิชัยสงครามถึงขั้นสุดยอดผู้หนึ่ง
มันทราบดี ในโลกนี้ไม่มีกลยุทธ์ที่ทรงพลังที่สุด ต่อให้เป็น
สุดยอดกลยุทธ์ที่ร้ายกาจที่สุด หากถูกศึกษาค้นความเป็นเวลาร่วม
สามพันปี ย่อมมีหนทางพิชิตได้ วิชาพิชัยสงครามจะถูกพัฒนา
รุดหน้าไม่เคยหยุด คลื่นลูกหลังไล่คลื่นลูกแรกฉันใด กลยุทธ์เก่า
ย่อมต้องถูกแทนที่ด้วยกลยุทธ์ใหม่ที่ทรงพลังกว่าฉันนั้น
ผูเยาสีหน้าไม่สู้ดีนัก ผิดไปจากเวลาปกติอย่างเห็นได้ชัด
ประเภททหารที่หลากหลายมากมายจนหัวหมุนนี้ เท่ากับตบหน้า
มันอย่างเย้ยหยันคราหนึ่ง
เมื่อเห็นกงซุนชาเลือกอสูรเพลิงเหล็กหมาดอย่างที่คาดไว้
สีหน้ามันยิ่งหนักอึ้งกว่าเดิม
การศึกยังไม่ทันจะเปิดฉากขึ้น กงซุนชาก็ตกอยู่ในสภาพ
เสียเปรียบอย่างสุดลิ่มทิ่มประตูเสียแล้ว
“อสูรเพลิงเหล็กหมาด… … จุ๊จุ๊”
หลายคนสั่นศีรษะระรัว ยังมีหลายคนหัวร่อ อีกหลายคน
ดูกหมิ่นเหยียดหยาม อสูรเพลิงเหล็กหมาดเป็นทหารที่ธรรมดา
สามัญยิ่ง แต่เป็นทหารที่นิยมกันเมื่อสามพันปีก่อน ในบรรดา
ศาสตร์อสูรทั้งหมด ศาสตร์อสูรธาตุไฟมักเป็นประเภทวิชาที่มีพลา
นุภาพรุนแรง อสูรเพลิงเหล็กหมาดยังเป็นสายพันธุ์ที่ลี้ลับในหมู่
อสูรไฟทั้งมวล พวกมันถือกำเนิดจากหินหลอมเหลวแห่งไฟพิภพ
พวกมันคล้ายถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อใช้ศาสตร์อสูรธาตุไฟ
โดยเฉพาะ ไม่ว่าศาสตร์อสูรไฟวิชาใด เมื่ออยู่ในมือพวกมันจะทรง
อานุภาพอย่างคาดไม่ถึง เนื่องเพราะเหตุนี้เอง ในสงครามหมากรุก
อสูรเพลิงเหล็กหมาดจึงมีพลังโจมตีสูงส่งยิ่ง แต่อสูรเพลิงเหล็ก
หมาดย่อมต้องมีจุดอ่อนในด้านอื่น อย่างเช่นสติปัญญาตํ่าเตี้ยเรี่ย
ดิน ได้แต่ทำตามคำสั่งเท่านั้น และเมื่อเทียบกับพลังบุกทะลวงอัน
น่าสะท้านใจ พลังป้องกันของพวกมันได้แต่อธิบายว่าบอบบางยิ่ง
เท่านั้น นี่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับความจริงที่ว่าศาสตร์อสูรธาตุไฟ
ไม่ใช่วิชาที่เหมาะสมกับการป้องกัน แต่ก็ยังคงสะท้อนให้เห็นถึง
การตั้งค่าที่สมดุลของหมากรุกสงคราม อีกทั้งข้อบกพร่องเหล่านี้
ยังทำให้พวกมันใช้งานได้ค่อนข้างง่าย
เนื่องเพราะเหตุเหล่านี้เอง อสูรเพลิงเหล็กหมาดกลายเป็น
ที่นิยมชมชื่นของบรรดาสามเณรมือใหม่ มือใหม่มักจะชมชอบ
ทหารที่ง่ายต่อการควบคุมและมีพลังโจมตีอันร้ายกาจ สำหรับพวก
มัน การบุกทะลวงไปเบื้องหน้าอย่างสาสมใจ ยังสุขสำราญเสียยิ่ง
กว่าชัยชนะอีก
แต่สำหรับยอดฝีมือ จุดอ่อนแม้เพียงเล็กน้อยล้วนเป็น
อันตรายถึงชีวิต ลดจุดอ่อนให้น้อยลงคือสิ่งที่ทุกคนเข้าใจดี อสูร
เพลิงเหล็กหมาดจะต้องใช้ผสานกับทหารอสูรชนิดอื่นที่สามารถ
ปกปิดจุดด้อยของอสูรเพลิงเหล็กหมาดได้
การเลือกกองทัพที่ประกอบไปด้วยอสูรเพลิงเหล็กหมาด
ทั้งหมด มิใช่หมายความว่าคิดแสวงหาที่ตายหรอกหรือ?
หากอวี้เหิงล่วงรู้เรื่องนี้ มันอาจแหงนหน้าหัวร่อดังสนั่นไป
ถึงชั้นฟ้า แต่ยามนี้ มันย่อมไม่อาจทราบสภาพการณ์ ของฝ่ายตรง
ข้าม มันระมัดระวังถึงที่สุด เนื่องเพราะมันไม่คิดเสื่อมเสียชื่อเสียง
ชั่วชีวิตของมัน
กระดานหมากรุกเบื้องหน้าใหญ่โตมโหฬารยิ่งกว่าที่
คาดคิดเอาไว้มาก แต่นี่ไม่ใช่ปัญหาสำหรับมัน อวี้เหิงทั้งมีฝีมือใน
การตั้งค่ายจัดขบวนทัพและความสงบเยือกเย็นเช่นแม่ทัพที่กรำศึก
มานักต่อนัก มันรับใช้กองทัพมานานปี ความเข้าใจเกี่ยวกับศึก
สงครามลึกลํ้ากว่าแม่ทัพบัญชาการศึกระดับทองทั่วไป และความ
เข้าใจอันลึกลํ้านี้เผยให้เห็นอย่างรวดเร็วผ่านกับปรับขบวนทัพและ
ตั้งค่ายของมัน มันแทบไม่จำเป็นต้องหยุดคิด ก็สามารถส่งคำ
บัญชาการออกมาเป็นชุดไม่ขาดตอน
ส่งหน่วยลาดตระเวนออกสอดแนม จัดรูปแบบขบวนทัพ…
…
เทียบกับการกระทำอันยํ่าแย่ของเซียวม่อเกอแล้ว ผลงาน
ของอวี้เหิงเป็นที่สบายตาและน่าประทับใจกว่ามาก
รอจนหน่วยสอดแนมกลับมาพร้อมข่าวสารที่รวบรวมมา
ได้ ขบวนทัพของอวี้เหิงก็ตั้งค่ายแล้วเสร็จ มองลงมาจากที่สูงมาก
ค่ายทัพของมันราวกับปูตัวหนึ่ง กลุ่มทหารหนาแน่นอยู่ตรงกลาง
ซึ่งเป็นลำตัวของปู หน่วยทัพปีกสองข้างคล่องแคล่วปราดเปรียว
ประดุจก้ามปูอันคมกริบคู่หนึ่ง
ว่ากระไร! ทั้งหมดเป็นอสูรเพลิงเหล็กหมาด?
มันแทบจะคิดว่าหน่วยสอดแนมเกิดปัญหาอันใด แต่เมื่อ
หน่วยสอดแนมทยอยกลับมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับข่าวสาร
เหมือนกันทั้งหมด อวี้เหิงค่อยสงบใจลงอย่างรวดเร็ว
ความคิดแรกของมันคืออีกฝ่ายมีทหารประเภทที่มีฝีมือใน
ศาสตร์อสูรลวงตา ในประเภททหารทั้งหมด มีอยู่ยี่สิบแปดชนิดที่
สามารถร่ายศาสตร์อสูรลวงตา ศัตรูจะต้องใช้วิชาเหล่านี้ปลอมร่าง
ทหารชนิดอื่นให้เป็นอสูรเพลิงเหล็กหมาดแน่ มันหวนคิดทบทวน
ในใจอย่างรวดเร็ว มันกำลังใคร่ครวญชนิดทหารที่สามารถใช้
ผสานกับอสูรเพลิงเหล็กหมาดได้
มันได้ข้อสรุปอย่างรวดเร็ว มีทหารหกชนิดที่สามารถใช้
ศาสตร์อสูรลวงตา และสามารถทำงานประสานเสริมกับอสูรเพลิง
เหล็กหมาดได้
อวี้เหิงขมวดคิ้วทันควัน
ตรงกันข้ามกับทุกผู้คนที่ไม่เชื่อว่าเซียวม่อเกอไม่ได้มี
ความสามารถของแม่ทัพบัญชาการศึก อวี้เหิงแทบจะแน่ใจว่าเซียว
ม่อเกอเป็นแม่ทัพบัญชาการศึกที่มีพรสวรรค์เด่นลํ้า ก่อนจะตอบ
รับคำท้าสู้ มันได้ศึกษาประวัติของเซียวม่อเกออย่างถี่ถ้วน พบว่า
เสียวม่อแม้โอหังและบ้าระหํ่า แต่เรื่องใดที่กล่าวออกมา ไม่ว่าจะ
เหลวไหลไร้สาระสักปานใด ล้วนต้องทำได้ตามที่พูดเสมอ
เนื่องเพราะเหตุนี้ ในขณะที่ผู้คนกำลังกังขาในทักษะฝีมือ
ของเซียวม่อเกอ อวี้เหิงกลับตั้งอกตั้งใจพิจารณาว่าเซียวม่อเกอทำ
เช่นนี้ ที่แท้มีเจตนาใดกันแน่?
ดังนั้นมันขมวดคิ้ว เนื่องเพราะมันไม่เข้าใจ
โดยทั่วไปแล้ว การใช้ศาสตร์อสูรลวงตามีจุดประสงค์เพื่อ
ปกปิดกลยุทธ์ที่แท้จริง แต่การปลอมตัวเป็นอสูรเพลิงเหล็กหมาด
ทั้งหมดไม่ใช่เรื่องฉลาด เนื่องเพราะไม่ว่าแม่ทัพบัญชาการศึกคน
ใดที่มีประสบการณ์อยู่บ้าง ล้วนดูออกว่านี่เป็นการปลอมตัว!
ดังนั้นจากจุดนี้ เจตนาในการปิดซ่อนย่อมไม่ได้ผล!
เซียวม่อเกอมีฝีมือเพียงเท่านี้เอง?
อวี้เหิงจึงไม่เชื่อ
กลยุทธ์อำพรางอาศัยทั้งจริงและเท็จ ต้องอยู่ในสภาพครึ่ง
จริงครึ่งเท็จ กลยุทธ์หลอกลวงที่ประสบความสำเร็จคือการล่อลวง
ศัตรูให้หลงเข้าใจผิด
มองจากด้านนี้ หากเปลี่ยนเป็นตามหลักเหตุผลทั่วไป
คำตอบที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด คืออสูรเพลิงเหล็กหมาดของ
เซียวม่อเกอ ล้วนเป็นอสูรเพลิงเหล็กหมาดตัวจริงเสียงจริง!
พวกมันเป็นอสูรเพลิงเหล็กหมาดทั้งหมดจริงๆ?
อวี้เหิงสั่นศีรษะ ผีสางจึงเชื่อเรื่องนี้ ในบรรดาข้อ
สันนิษฐานทั้งหมด นี่เป็นไปไม่ได้มากที่สุด แม่ทัพบัญชาการศึกไม่
ว่าผู้ใดเมื่อคุ้นเคยกับหมากรุกสงคราม จะไม่รู้จักมักคุ้นกับอสูร
เพลิงเหล็กหมาดได้อย่างไร ในบรรดากลยุทธ์นับพันๆ กลยุทธ์ที่อวี้
เหิงรู้จัก ไม่มีกลยุทธ์ใดที่ใช้กองทหารเริ่มต้นเป็นอสูรเพลิงเหล็ก
หมาดทั้งหมด
นี่ถูกตีกรอบไว้ด้วยความอ่อนแอที่ไม่มีผู้ใดเสมอเหมือน
ของอสูรเพลิงเหล็กหมาด
เซียวม่อเกอใช่เป็นเณรน้อยมือใหม่หรือไม่?
หากมันเชื่อเช่นนั้นก็โง่เง่าแล้ว
แต่เซียวม่อเกอที่แท้มีเจตนาใด?
อวี้เหิงพลันพบว่า แม้ทั้งสองฝ่ายจะยังไม่ได้เริ่มประมือกัน
แต่เซียวม่อเกอก็ประสบความสำเร็จในการก่อกวนไม่ให้มัน
สามารถตัดสินเจตนาทางกลยุทธ์ของอีกฝ่ายได้
ร้ายกาจดังที่คาด!
แม่ทัพบัญชาการศึกทั่วไปอาจไม่สามารถสังเกตเห็น
ความลังเลของอวี้เหิงได้ แต่แม่ทัพบัญชาการศึกที่แข็งแกร่งเช่นซัง
หนานไหนเลยจะผิดพลาดได้ มันสังเกตเห็นในบัดดล
“อวี้เหิงกำลังลังเล” ซังหนานกล่าวเบาๆ จากนั้นแย้มยิ้ม
เล็กน้อย “แต่ก็เป็นที่เข้าใจได้ หากเป็นผู้ใดประสบสถานการณ์
เช่นนี้ เกรงว่าพวกมันต้องผวาด้วยความอกสั่นขวัญแขวนเช่นกัน”
“นี่เรียกว่ายิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่าใด ยิ่งกลายเป็นขี้ขลาด
มากขึ้นเท่านั้น ใช่หรือไม่?” เหอเม่ยชม้ายชายตา
“มิผิด” ซังหนานฝืนยิ้ม “นี่ช่วยไม่ได้เลย กระบวนท่านี้
ของเซียวม่อเกอช่างไม่คาดฝันโดยแท้”
ในเวลาเดียวกัน แม่ทัพบัญชาการศึกหลายคนล้วนแย้ม
ยิ้มอย่างรู้เท่าทันเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาผู้ที่แน่ใจแล้วว่า
เซียวม่อเกอเป็นเพียงเณรน้อย ในสายตาของพวกมัน ฉากที่
เกิดขึ้นนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าน่าขบขันเป็นที่สุด
ผู้คนยิ่งมายิ่งเริ่มรู้สึกว่าเซียวม่อเกอเป็นเณรน้อยมือใหม่
เนื่องเพราะจนกระทั่งถึงตอนนี้ เซียวม่อเกอยังไม่ได้ตั้ง
ค่ายทัพ ยังไม่ได้จัดกระบวนทัพให้แล้วเสร็จ ขณะที่อวี้เหิงที่อีกด้าน
ได้เสาะพบตำแหน่งยุทธศาสตร์ที่ดี เต็มไปด้วยพื้นดินที่ดี เริ่มก่อตั้ง
ค่ายทัพหลัก ทั้งยังเริ่มเพาะปลูกต้นไม้อสูรนานาชนิด ยิ่งเวลาผ่าน
ไปนานเท่าใด ข้อได้เปรียบของอวี้เหิงจะยิ่งเห็นได้ชัดขึ้นเรื่อยๆ
หลายคนคิดหัวร่อในความระมัดระวังเกินเหตุของอวี้เหิง
แต่ทุกคนล้วนเข้าใจดี สำหรับอวี้เหิงศึกครั้งนี้สำคัญมากอย่างไม่
ต้องสงสัย และในศึกชี้ชะตานี้ การรักษาความตื่นตัวระแวงระวัง
เป็นท่วงท่าสภาวะของแม่ทัพชาญศึก
ก่อนที่จะเข้าใจเจตนาของฝ่ายตรงข้าม การรักษาความ
คืบหน้าของตัวเองอย่างมั่นคง เป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาด
ชํ่าชองชำนาญศึก รอบคอบระมัดระวัง ไม่เผยช่องโหว่ให้
อีกฝ่ายเห็นแม้สักส่วนเสี้ยว สมกับเป็นแม่ทัพบัญชาการกองพลผู้
หนึ่ง
ในทางกลับกัน เซียวม่อเกอยังคงมุ่งมั่นจัดกระบวนทัพ
อย่างครํ่าเคร่ง อสูรเพลิงเหล็กหมาดที่ยุ่งเหยิงกระจัดกระจาย กำลัง
ถูกจัดรวมเข้าเป็นกลุ่ม บ้างสามบ้างห้า ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความไร้
อำนาจและเงอะงะงุ่มง่ามของเซียวม่อเกอมากขึ้นเรื่อยๆ
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ยิ่งดังขึ้นดังขึ้น เสียงหัวร่อดูถูก
เหยียดหยามยิ่งมายิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ
แต่ท่ามกลางเสียงโหวกเหวกวุ่นวายเป็นฉากหลัง ซัง
หนานกับเหล่าแม่ทัพบัญชาการศึกระดับทองคนอื่นๆ พากันเงียบ
กริบลง
การดูหมิ่นเหยียดหยามและความขบขันในดวงตาพวกมัน
ประดุจหิมะกลางแสงแดดแผดจ้า สลายหายไปอย่างรวดเร็ว ดวงตา
ของพวกมันค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเจิดจ้าและคมกล้าขึ้นทุกขณะ
พวกมันล้วนเพ่งมองกระบวนทัพของอสูรเพลิงเหล็กหมาด
ที่กำลังจัดทัพอย่างยากลำบากนั้น!