สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 419 เข้าตาจน
จั่วม่อสติแจ่มใสขึ้นมาอย่างฉับพลัน กระแสพลังเย็นฉํ่าสายนั้น
มาจากลูกแก้วห้าธาตุภายในกายมันเอง!
พลังธาตุนํ้าเบาบางโคจรไปตามเส้นชีพจรปราณ เข้าหล่อ
เลี้ยงเส้นชีพจรที่ร้อนแดงและแห้งผาก แต่ส่วนเสี้ยวพลังธาตุนํ้านี้
เมื่ออยู่ต่อหน้าบ่อเพลิงไฟลายชั้นมหาทิวาอันกราดเกรี้ยว ไม่ต่าง
อันใดกับนํ้าจอกน้อยๆ เพียงหนึ่งจอก ถูกเปลวไฟอันแข็งกล้า
เขมือบกลืนลงไปในทันที
แต่พลังธาตุนํ้าอ่อนจางสายนี้ยังช่วยเหลือจั่วม่อคราหนึ่ง ช่วย
ฉุดดึงมันกลับจากสภาวะผิดปกติ ให้ฟื้นคืนสติแจ่มใสช่วงสั้นๆ นี่
เป็นความแจ่มชัดที่กระชั้นสั้นยิ่ง แต่ยังฉุดลากจั่วม่อกลับมาจาก
การถลำหลุดลงไปในหุบเหวได้ทันการณ์
มันค้นพบอันตรายในบัดดล อันตรายที่หนักหนาสาหัสยิ่ง!
ซึ่งความจริงมันไม่ทราบว่าอันตรายอยู่ที่ใด ตรงกันข้าม มัน
กลับรู้สึกว่าพลังอำนาจที่เพิ่มพูนขึ้น ทำให้มันเคลิบเคลิ้มมึนเมา
แต่ในช่วงเวลาคับขันอันตรายนี้ จั่วม่อแสดงความสงบเยือกเย็น
อย่างน่าอัศจรรย์ เนื่องเพราะมันสูดได้กลิ่นอันตรายร้ายแรง อยู่
ภายใต้พลังอำนาจอันยิ่งใหญ่นี้เอง!
แต่จั่วม่อก็ค้นพบแทบจะในทันที มันไม่ล่วงรู้ว่าจะนำพาตัวเอง
กลับจากสภาวะผิดปกตินี้ได้อย่างไร
“ผู… …”
มันคิดเรียกให้ผูเยาช่วยเหลือ แต่ไม่ว่าจะตะโกนร้องเรียก
เท่าใด ก็ไม่รู้สึกถึงตัวตนของผูเยาแม้แต่น้อย ดูเหมือนว่าจะมีพลัง
บางอย่างปิดกั้นระหว่างมันกับผูเยาเอาไว้
เรื่องราวหนักหนาสาหัสถึงเพียงนี้… …
มันกระทั่งเวลาจะโอดครวญยังไม่มี ก่อนจะถูกเปลวไฟลุกโหม
กลืนกินลงไปอีกครั้ง
ในเวลานี้เอง แสงสีฟ้าอ่อนสาดส่องออกมาจากลูกแก้วห้าธาตุ
ภายในร่างมันอีกหน ลูกแก้วห้าธาตุหมุนควงอย่างเชื่องช้า พลัง
ธาตุนํ้าเบาบางปะทุขึ้นเป็นคำรบสอง
พลังธาตุนํ้าระลอกนี้หนาแน่นกว่ารอบที่แล้วอยู่หลายส่วน
เปลวไฟลายชั้นมหาทิวาอาละวาดอยู่ภายในร่างจั่วม่ออย่าง
ย่ามใจ เปลวไฟนี้ถือกำเนิดขึ้นจากสังขารปิศาจมหาทิวา เปลวไฟ
ลายชั้นมหาทิวาระดับหกความจริงเต็มไปด้วยความดุร้ายกระหาย
เลือด ตั้งแต่เริ่มแรกก็ไม่ได้ถูกจั่วม่อสยบเอาไว้อยู่แล้ว เมื่อถูกปลุก
เร้าจากพายุทรายภายนอก พลันเริ่มต่อสู้ด้วยตัวมันเอง
มันประหนึ่งสัตว์ร้ายพิโรธ ไฟโทสะพลุ่งพล่านดุจระลอกคลื่น
ยักษ์!
สังขารปิศาจมหาทิวาที่เพิ่งจะสำเร็จการสุกงอมครั้งแรกได้ไม่
นาน ต่อหน้าพลังอันน่าประหวั่นพรั่นพรึงนี้ ช่างอ่อนแอเปราะบาง
อย่างคาดไม่ถึง คล้ายสามารถถูกแผดเผาเป็นจุณได้ทุกเมื่อ เปลว
ไฟลายชั้นมหาทิวาสาดแสงสีทอง แผ่กระจายแทรกซึมไปใน
กล้ามเนื้อทุกมัด กระดูกทุกชิ้น กระทั่งสังขารจอมปิศาจของสังขาร
ปิศาจมหาทิวาที่สำเร็จการสุกงอมครั้งแรก ยังไม่สามารถต้านทาน
พลังสุดแกร่งกร้าวอหังการของเปลวไฟลายชั้นมหาทิวาได้
เลือดเนื้อที่ยังไม่ทันพัฒนาจนสมบูรณ์เต็มที่ ถูกแผดเผาเป็น
จุณในบัดดล กระทั่งเลือดเนื้ออันแข็งแกร่งที่พัฒนาจนสมบูรณ์
เต็มที่แล้ว ยังค่อยๆ หลอมละลายภายใต้ความร้อนอันน่าพรั่นพรึง
ของเปลวไฟลายชั้นมหาทิวา
กระบวนการนี้ ดูผิวเผินคล้ายกระบวนการกลั่นเกลาสังขาร
หากสำเร็จเสร็จสิ้น สังขารร่างกายของจั่วม่อจะบรรลุถึงระดับพลัง
อำนาจที่น่าสะพรึงกลัว ในขอบเขตขั้นใหม่!
พลังธาตุนํ้าที่เพิ่งปลดปล่อยออกมาจากลูกแก้วห้าธาตุ พลัน
ถูกเปลวไฟลายชั้นมหาทิวาเข้าล้อมกรอบ เกิดการปะทะหํ้าหั่น
อย่างดุเดือดเลือดพล่าน!
ซื่อซื่อซื่อ!
กระแสพลังสีฟ้าอ่อนกับเปลวไฟสีทองทะยานเข้าโรมรันพันตู
แต่พลังธาตุนํ้าเพลี่ยงพลํ้าในบัดดล เปลวไฟลายชั้นมหาทิวาอันดุ
ร้ายกระหายเลือด ราวกับสัตว์ร้ายป่าเถื่อนทรงพลัง เผาผลาญพลัง
ธาตุนํ้าจนไม่หลงเหลือแม้แต่หยดเดียวอย่างง่ายดาย จากนั้นคล้าย
ยังไม่สาสมใจ กระโจนเข้าหาลูกแก้วห้าธาตุเป็นรายต่อไป!
การปะทะที่ดูเหมือนไร้คุณค่าความหมายนี้ กลับช่วยให้จั่วม่อ
ได้สติแจ่มใสช่วงสั้นๆ อีกรอบหนึ่ง
ราวกับว่ามันมองออกจากภายใต้หินหลอมเหลว จั่วม่อใน
สายตายังคงเป็นสีแดงฉาน หากบอกว่าก่อนหน้านี้มันเพียงสูดได้
กลิ่นอันตราย ถึงตอนนี้มันก็แน่ใจแล้วว่า มันกำลังตกอยู่ใน
สถานการณ์คับขันอันตรายอย่างแท้จริง!
มันหอบหายใจอย่างหนักหน่วง เส้นประสาททุกเส้นถูกเผา
ผลาญด้วยความเจ็บปวด
แรงกระตุ้นที่ดุร้ายป่าเถื่อนและคลุ้มคลั่งจู่โจมจิตประสาทของ
มันไม่หยุดยั้ง มันพยายามระงับยับยั้งแรงกระตุ้นของมารร้ายที่
เรียกร้องให้ทำลายล้างทุกสิ่ง
ไม่! มันไม่อาจปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป!
จั่วม่อเค้นสมองครุ่นคิดหาทางออก มันคล้ายถูกปิดขังไว้
ภายในกระถางหลอมกลั่น ไม่ทราบเกิดอะไรขึ้นกับผูเยา ไม่ทราบ
ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนอื่น มันไม่ได้มีเวลาหรือเรี่ยวแรงพอจะห่วง
กังวลกับผู้ใด
ถูกต้อนเข้าตาจนถึงเพียงนี้ ในใจมันหลงเหลือเพียงความคิด
เดียว หยุดยั้งเปลวไฟลายชั้นมหาทิวาให้จงได้!
เพราะการลุกไหม้ที่ไม่อาจบังคับควบคุม ผลก็คือไม่มีสิ่งใดอยู่
ในการควบคุมอีก!
ลูกแก้วห้าธาตุเห็นได้ชัดว่าตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพลํ้าในศึกกับ
เปลวไฟลายชั้นมหาทิวา ทั้งสองฝ่ายห่างชั้นกันเกินไป เปลวไฟ
ลายชั้นมหาทิวาล้อมกรอบลูกแก้วห้าธาตุเอาไว้อย่างแน่นหนา
ระดมกดดันอย่างเกรี้ยวกราด!
การหมุนของลูกแก้วห้าธาตุเริ่มช้าลง ช้าลงทุกขณะ
ทำอย่างไร… …จะทำอย่างไรดี?
เปลวไฟลายชั้นมหาทิวาไม่ฟังคำสั่งของจั่วม่อแม้แต่ครึ่งคำ
มันราวกับสัตว์ประหลาดกระหายโลหิตอาละวาดภายในร่างอย่าง
คลุ้มคลั่ง เคล็ดวิชาที่ใช้ในการฝึกปรือสังขารปิศาจมหาทิวาล้วนไร้
ประโยชน์ เปลวไฟลายชั้นมหาทิวาที่ถือกำเนิดขึ้นโดยบังเอิญ
เหนือลํ้ากว่าขอบเขตที่สังขารปิศาจมหาทิวาจะสามารถบังคับ
ควบคุมได้ไปแล้ว
การรุดหน้าอย่างก้าวกระโดดนี้ ในที่สุดย้อนกลับมาสร้าง
ปัญหาให้แก่จั่วม่อเป็นครั้งแรก
บัดซบ! จะทำอย่างไรดี?
ถูกบีบคั้นจนแทบคลั่งใจตาย จั่วม่อผนึกกำลังทั้งหมดเท่าที่มี
อยู่ในร่างเข้ารับมือ!
พลังปราณ พลังจิตสำนึก… …
สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่พลังที่เข้มแข็ง แต่จั่วม่อเร่งเร้าพวกมันอย่างเอา
เป็นเอาตาย ราวกับว่ามันเสียสติไปอย่างสมบูรณ์ นี่เป็นครั้งแรกที่
มันใช้พลังปราณ พลังจิตสำนึกและพลังสังขารออกมาโดยพร้อม
เพรียง เร่งเร้ารีดเค้นทุกขุมพลังออกมาอย่างไม่คิดชีวิต!
เพียงเพื่อต่อกรกับเปลวไฟลายชั้นมหาทิวาระดับหก!
พวกมันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่พลังที่ไม่ประสาน
สอดคล้องเหล่านี้กำลังต่อสู้ร่วมกัน พวกมันเริ่มเปิดศึกสัประยุทธ์
กันอย่างดุเดือดรอบๆ ลูกแก้วห้าธาตุ
พลังปราณของจั่วม่อถาโถมไปยังลูกแก้วห้าธาตุ ลูกแก้วห้า
ธาตุที่ถูกปิดล้อมตรวจพบอันตราย รีบสูบกลืนพลังปราณของจั่วม่
ออย่างตะกละตะกลาม ลูกแก้วห้าธาตุที่แทบจะหยุดนิ่งไปแล้ว เริ่ม
หมุนคว้างเร็วขึ้นทีละน้อย แสงหม่นมัวสว่างไสวขึ้นอีกคำรบ พลัง
ธาตุนํ้าที่ปลดปล่อยออกมาคราวนี้รุนแรงขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า
และพลังจิตสำนึกของจั่วม่อ ปลดปล่อยศาสตร์อสูรธาตุนํ้า
ออกมาภายในร่างกายตัวเองอย่างหนาแน่น จิตสำนึกของมัน
ควบคุมบังคับได้ง่ายดายกว่า ความเร็วในการปลดปล่อยศาสตร์
อสูรธาตุนํ้า รวดเร็วสุดยอดจนชวนสะท้านใจ
เผชิญกับพลังธาตุนํ้าของลูกแก้วห้าธาตุและศาสตร์อสูรธาตุ
นํ้า เปลวไฟลายชั้นมหาทิวายังคงเหนือลํ้ากว่า ระดับที่ห่างชั้นกัน
หลายขั้นไม่ใช่สิ่งที่จะชดเชยได้ด้วยจำนวน หากพลังธาตุนํ้า
พยายามจะรุกคืบไปข้างหน้า ก็จะถูกเปลวไฟลายชั้นมหาทิวาตีโต้
แตกพ่ายกลับมา ส่วนศาสตร์อสูรธาตุนํ้าแม้มีปริมาณมหาศาล
อย่างน่าอัศจรรย์ แต่เมื่อพวยพุ่งเข้าปะทะกับเปลวไฟลายชั้นมหา
ทิวา พวกมันคล้ายถูกโยนลงไปในหลุมลึกไร้ก้นบึ้ง ไม่ก่อให้เกิด
ผลกระทบใดแม้แต่น้อย
จั่วม่อควบคุมสังขารปิศาจ พยายามขับดันพลังของเปลวไฟ
ลายชั้นมหาทิวาออกไปนอกร่างกาย แต่ยังคงไม่ได้ผล เปลวไฟ
ลายชั้นมหาทิวาในร่างมันประหนึ่งสัตว์ร้ายหลุดจากกรง ทุกวิธีการ
ที่เคยใช้ควบคุมได้ในกาลก่อน ยามนี้ล้วนสูญเสียประสิทธิภาพไป
อย่างสิ้นเชิง
สภาพการณ์ยังคงคืบหน้าไปในทิศทางที่เป็นอันตรายอย่าง
ช้าๆ และไม่อาจหยุดยั้งได้
สิ่งเดียวที่นับเป็นวาสนาในคราเคราะห์ คือในขณะที่เปลวไฟ
ลายชั้นมหาทิวากำลังอาละวาด ก็ยังคงปิดกั้นพายุลมแกร่งและเม็ด
ทรายผลึกทองจากภายนอกเอาไว้อย่างง่ายดาย
สถานการณ์คับขันอันตรายของจั่วม่อทำให้ผูเยากับเว่ยสีหน้า
หนักอึ้งเคร่งเครียด ห่วงกังวลเป็นที่สุด พลังของเปลวไฟลายชั้น
มหาทิวาตัดการเชื่อมโยงระหว่างพวกมันกับจั่วม่ออย่างสมบูรณ์
พวกมันได้แต่เบิกตามอง ไม่มีปัญญาทำอะไรได้ เนื่องเพราะความ
จริงที่ว่าเปลวไฟลายชั้นมหาทิวาถือกำเนิดขึ้นจากสังขารปิศาจ
มหาทิวา ครอบครองพลังสุดหยางสุดแกร่งกร้าว นับเป็นดาวข่ม
สำหรับตัวตนครึ่งผีครึ่งคนเช่นผูเยากับเว่ยอย่างร้ายแรง
ในอดีตผูเยากับเว่ยสูญเสียพลังไปแทบหมดสิ้น แม้ว่าพวกมัน
จะได้รับดวงวิญญาณทองคำมาหล่อเลี้ยง จนฟื้นฟูสภาพขึ้นมา
บางส่วน แต่เผชิญหน้ากับดาวข่มตามธรรมชาติเช่นเปลวไฟลาย
ชั้นมหาทิวา พวกมันยังคงไม่มีปัญญาทำอะไรได้!
“เจ้าผู้นั้นไฉนยังไม่ลงมืออีก?” ผูเยาดวงตาสีเลือดสาด
ประกายเย็นชา
“มันช่างใจเย็นดีเหลือเกิน” เว่ยกล่าวอย่างขุ่นข้อง สีหน้าไม่สู้
ดีเช่นกัน เหตุการณ์นี้เดิมทีนับเป็นโอกาสอันดีงามสำหรับมัน หาก
เกลี้ยกล่อมให้จั่วม่อยินยอมสืบทอดคำสาบาน มันก็สามารถอาศัย
พลังของเกราะป้ายศิลา แก้ไขปัญหาแทรกซ้อนได้อย่างง่ายดาย
ปานพลิกฝ่ามือ แต่มันก็นึกไม่ถึงเช่นกัน ว่าเปลวไฟลายชั้นมหา
ทิวาจะแกร่งกร้าวดุดัน จนถึงขั้นใช้กำลังบังคับปิดกั้นการเชื่อมโยง
ระหว่างพวกมันกับจั่วม่อได้
ตอนนี้พวกมันอย่าว่าแต่จะสืบทอดมรดกอันใด กระทั่งจะยื่นมือ
เข้าช่วยยังไม่มีปัญญา
ความหวังเดียวของพวกมันคืออสุภประหลาด ระหว่างทางมา
ที่นี่ อสุภประหลาดไม่เคยมีท่าทีเป็นปฏิปักษ์ต่อจั่วม่อ ทั้งยังสนิทชิด
เชื้อเสียมากกว่า อาศัยพลังของอสุภประหลาด เพียงแค่กระดิกนิ้ว
คราเดียว ก็สามารถแก้ปัญหาของจั่วม่อได้อย่างง่ายดาย
แต่กระนั้น แม้ว่าสถานการณ์ยามนี้จะเข้าสู่จุดวิกฤติร้ายแรง
อสุภประหลาดกลับยังไม่มีท่าทีจะลงมือ
สำหรับผูเยากับเว่ย สถานการณ์ของจั่วม่อเกี่ยวข้องโดยตรง
กับอนาคตของพวกมัน หากเปลวไฟลายชั้นมหาทิวาปลดปล่อย
พลังออกมาอย่างเต็มที่ภายในร่างกายของจั่วม่อ จั่วม่อมีแต่จะถูก
แผดเผาเป็นเถ้าธุลีสถานเดียว พวกมันเองก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงชะตา
กรรมเดียวกันได้
สองคู่หูถลึงตาจ้องมองอสุภประหลาดอย่างขุ่นเคืองใจยิ่ง
จั่วม่อในที่สุดเข้าใจสภาพคับขันอันตรายของตนโดยกระจ่าง
มันดิ้นรนต่อสู้ขับไล่อิทธิพลของเปลวไฟลายชั้นมหาทิวา แม้ว่า
พลังอำนาจนี้จะเต็มไปด้วยความเย้ายวนใจก็ตาม
ฝ่ายใดเข้มแข็งฝ่ายใดอ่อนแอ เห็นได้ชัดเจนอย่างรวดเร็ว จั่ว
ม่อตระหนักว่าหากมันไม่สามารถหาหนทางแก้ปัญหาที่ได้ผล
ผลลัพธ์จะเลวร้ายยิ่ง!
หากมันมีเวลาให้คิด ยามนี้จะต้องสำนึกเสียใจที่ฝึกปรือสังขาร
ปิศาจมหาทิวาเป็นแน่!
แต่ดีที่มันไม่มีเวลาพอให้ขบคิด สมาธิจิตใจทั้งหมดมุ่งไปยัง
การสัประยุทธ์ภายในร่างกายของตน หลังจากหยุดชะงักไปชั่วครู่
เปลวไฟลายชั้นมหาทิวาก็รุกคืบบุกถล่มอยู่ฝ่ายเดียว ทำให้มัน
เข้าใจอย่างสุดซึ้ง ถึงช่องว่างอันกว้างใหญ่ไพศาลของระดับพลัง
มันยังเข้าใจด้วยว่าวิธีการทั่วไป เวลานี้ล้วนไร้ประโยชน์!
ความเจ็บปวดจากการเผาผลาญและความรื่นรมย์อันแปลก
ประหลาด ผลัดกันจู่โจมจิตใจจั่วม่อซํ้าแล้วซํ้าเล่าดุจคลื่นโหมซัด
แต่ถึงตอนนี้ จั่วม่อสงบใจลงอย่างอย่างสมบูรณ์
มันงัดเอาพลังทั้งหมดที่มีอยู่ในร่างออกมาใช้จนหมดสิ้น แต่
ยังคงไม่ใช่คู่มือของเปลวไฟลายชั้นมหาทิวา… …
จั่วม่อความคิดหมุนเร็วรี่
ทำอย่างไรพลังของมันจะแข็งแกร่งกว่านี้ได้?
ทันใดนั้น ประหนึ่งสายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงกลางใจ ความคิดอัน
สมเหตุสมผลแต่บ้าระหํ่า วาบขึ้นในใจอย่างเฉียบพลัน
พลังทั้งสามสายของมันล้วนต่อสู้เพื่อตัวมันเอง แต่ยังไม่ใช่
คู่มือของเปลวไฟลายชั้นมหาทิวา แล้ว…หากผสานรวมพวกมันเข้า
ด้วยกันเล่า?
จะยิ่งแข็งแกร่งทรงพลังหรือไม่?
ราวกับประตูจู่ๆ ก็เปิดกว้างออก แรงบันดาลใจมหาศาลผุด
พลุ่งขึ้นทันที!
จั่วม่อเคยคิดจะทดลองใช้ศาสตร์อสูรไฟในการหลอมสร้าง
ยุทธภัณฑ์ เนื่องเพราะมันไม่มีปัญญาบังคับควบคุมเปลวไฟลาย
ชั้นมหาทิวา แม้ว่าสุดท้ายไม่ประสบความสำเร็จ แต่กลับทำให้มัน
ค้นพบเส้นทางที่เป็นไปได้ ซึ่งอาจเชื่อมโยงศาสตร์อสูรไฟ พลัง
จิตสำนึก พลังปราณและการควบคุมไฟเข้าด้วยกันได้!
แนวคิดนี้เป็นเพียงแนวคิดต้นแบบ ที่ยังหยาบกระด้างและเลื่อน
ลอย มันเตรียมจะตั้งหลักให้มั่นคง ก่อนที่จะค่อยๆ ศึกษาลึกลงไป
แต่ในเวลานี้ ขณะกำลังจะจมลงไปในกลุ่มคลื่นพลังอันเกรี้ยว
กราด จั่วม่อคล้ายพบท่อนไม้ช่วยชีวิต โดยไม่คำนึงถึงสิ่งใด มัน
โถมเข้าคว้าเอาไว้อย่างไม่คิดชีวิต และเริ่มต้นทดสอบอย่างบ้าบิ่น
มันไม่มีเวลาให้รีรอลังเลอีกแล้ว!
มันรั้งพลังปราณคืนกลับจากลูกแก้วห้าธาตุ ถึงตอนนี้พลัง
ปราณของมันหลงเหลือเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น มันรีบเคลื่อนพลัง
จิตสำนึกเข้าห่อหุ้มพลังปราณ จั่วม่อสามารถรู้สึกได้ถึงทุก
รายละเอียดภายในพลังปราณ
การเชื่อมโยงพลังปราณกับพลังจิตสำนึกเป็นเรื่องที่ซับซ้อน
และลึกซึ้งยิ่ง พลังปราณภายในร่างของซิวเจ่อ เป็นสิ่งที่ซิวเจ่อดูด
ซับเข้ามาจากฟ้าดินภายนอก จากนั้นกลั่นเกลาให้เป็นพลังปราณ
บริสุทธิ์ เก็บกักไว้ภายในร่างกายตน ส่วนศาสตร์อสูร ใช้พลัง
จิตสำนึกควบคุมพลังปฐมทุกประเภทในฟ้าดินภายนอก ศาสตร์
อสูรคลับคล้ายกับการบังคับคันโยก เพื่อขับเคลื่อนพลังปราณ
ธรรมชาติทุกชนิดที่คงอยู่ในฟ้าดิน นำมาใช้เป็นพลัง
จิตสำนึกของจั่วม่อพอห่อหุ้มพลังปราณเอาไว้ ความรู้สึก
อัศจรรย์พันลึกประการหนึ่งพลันอุบัติขึ้น
ในหมู่ซิวเจ่อ พลังจิตสำนึกของจั่วม่อเรียกได้ว่าใหญ่โต
ไพศาล ส่วนในบรรดาอสูร พลังปราณของจั่วม่อก็นับว่าเข้มแข็ง
ทรงพลังยิ่ง
ดังนั้นเมื่อพลังทั้งสองเกี่ยวกระหวัดรัดพันเข้าด้วยกัน การ
เปลี่ยนแปลงอันแปลกพิสดารพลันอุบัติ
พลังจิตสำนึกสามารถควบคุมบังคับพลังปราณธรรมชาติที่
ไหลเวียนอยู่ในฟ้าดินได้ดั่งใจปรารถนา ส่วนพลังปราณภายใน
กายของมัน ไม่เพียงบริสุทธิ์กว่าพลังปราณธรรมชาติ ยังเปี่ยมล้น
สมบูรณ์กว่า!
แต่… …
ความรู้สึกแปลกพิกลยังคงรบกวนจิตใจจั่วม่อ อดขมวดคิ้วนิ่ว
หน้าไม่ได้ มันคล้ายรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างขาดหายไป
สังขารปิศาจ!
ใช่แล้ว เป็นสังขารปิศาจ!
มันเข้าใจในบัดดล ว่าในที่สุดก็ค้นพบกุญแจสำคัญที่สุดใน
การแก้ไขปัญหาหลักของมัน! จั่วม่อรีบระงับความตื่นเต้นยินดีใน
ใจ ความคิดที่ไม่เคยมีมาก่อน เป็นรูปเป็นร่างขึ้นอย่างรวดเร็วในใจ
มัน!