สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 423 ความคิดของอัจฉริยะ
ชั่วพริบตาที่ลมทรายปะทะร่าง ร่างกายของจั่วม่อก็ตอบสนอง
ในบัดดล
ศาสตร์อสูรน้อยนับไม่ถ้วนพลันปรากฏขึ้นรอบกายโดยไม่มี
เค้าลางล่วงหน้า ศาสตร์อสูรน้อยเหล่านี้ มากมายหลากสีสัน มองดู
ราวกับม่านแสงสารพัดสีห้อมล้อมอยู่รอบกายจั่วม่อ
พร้อมกันกับที่ศาสตร์อสูรน้อยปรากฏขึ้น เจตจำนงกระบี่เบา
บางก็เผยตัวออกมา ประหนึ่งกระบี่บินค่อยๆ หลุดออกจากฝัก เผย
ประกายอันคมกล้าน่าสะท้านใจ
เกราะประทับเพลิง ดาบเที่ยงวัน ฝ่ามือประทับสุริยัน ปีก
แสงศูนยตา ฝ่าเท้าอีกาทองคำ มหาทิวา!
โดยไม่เกี่ยวข้องกับความคิดของจั่วม่อแม้แต่น้อย การแปลง
ร่างทั้งหกของสังขารปิศาจมหาทิวาพลันเริ่มสำแดงฤทธิ์ด้วยตัวเอง
ก่อตัวขึ้นพร้อมกัน ห่อหุ้มร่างกายของจั่วม่อด้วยชุดเกราะเต็ม
อัตราศึก
ชั่วขณะนี้ จั่วม่อกอรปด้วยสภาวะยิ่งใหญ่เกรียงไกรผิด
ธรรมดา สังขารปิศาจมหาทิวาเต็มยศเปล่งแสงสีทองอำไพ แบบ
ฉบับอันแหลมคมของจอมปิศาจแผ่ซ่านรังสีอำมหิต บันดาลให้
ผู้คนหวาดกลัวจับใจ สองมือทำท่าราวกับกำลังถือกระบี่ยักษ์ที่มอง
ไม่เห็น ยื่นเหยียดไปเบื้องหน้าทรวงอก เจตจำนงกระบี่เบาบางจด
จ่อรวมรั้ง ไม่ปะทุรั่วไหลออกมา ศาสตร์อสูรน้อยเปล่งแสงสลับ
สับเปลี่ยน บัดเดี๋ยวเร่งร้อน บัดเดี๋ยวเชื่องช้า พลังงานธาตุนํ้าสีฟ้า
อ่อน เปลวไฟสีแดงเป็นจุดแต้ม… …
ไม่น่าแปลกใจที่ผู้คนภายในขบวนค่ายกลป้องกัน พากันเหม่อ
มองด้วยอาการตะลึงงัน
พายุทรายอันดุร้ายรุนแรงดูคล้ายทนุถนอมความงดงามนี้เป็น
พิเศษ ภายในรัศมีสามจั้งรอบกายจั่วม่อสงบเงียบดุจดั่งห้วงวิกาล
ไม่มีสิ่งใดกลํ้ากรายเข้ามาแม้แต่น้อย
จั่วม่อเต็มไปด้วยความสงสัยอยากรู้ พลังทั้งสามสายภายใน
ร่าง จู่ๆ เร่งเร้าสำแดงเดชออกมาพร้อมกัน มันก็เพิ่งเคยพบเรื่อง
เช่นนี้เป็นครั้งแรก รู้สึกได้ว่าพลังในร่างเปี่ยมล้นไพศาลดุจห้วง
สมุทร เมื่อเทียบกับพลังมากมายที่อัดแน่นอยู่ภายในร่าง พลังที่ปะทุ
ออกมายามนี้เป็นเพียงแค่ส่วนเสี้ยวเล็กๆ เท่านั้น ไม่ต่างจากคลื่น
ลูกเดียวที่ผุดขึ้นยามสายลมกระโชกผ่านท้องทะเล แต่ลำพังคลื่น
ลูกเดียวนี้ ก็ใหญ่โตเกรี้ยวกราดมากพอให้จั่วม่อต้องอกสั่นขวัญ
แขวน
ห้วงสมุทรในกายมัน กว้างไพศาลเสียจนมันรู้สึกหวาดผวา
พลังขุมนี้เป็นดาบสองคม ไม่เพียงสามารถฉีกศัตรูเป็นชิ้นๆ ยัง
สามารถกลืนกินตัวมันเองเข้าไปด้วย
จั่วม่อพยายามระงับความหวาดเกรงในใจ ยังไม่ได้ทดลอง
ควบคุมขุมพลังที่อยู่ภายในร่าง แต่เริ่มสำรวจตรวจสอบอย่าง
ใกล้ชิดเหมือนคนที่ชมดูจากข้างกระดาน มันสังเกตเห็นว่าพลังอัน
แกร่งกล้าภายในกายมัน จะสนองตอบต่อภัยคุกคามที่กลํ้ากราย
เข้ามาถึงตัว
จมอยู่ในการค้นพบของตน จั่วม่อหลงลืมการคงอยู่ของพายุ
ทรายไปโดยสิ้นเชิง พายุทรายมอบโอกาสทองหนึ่งในพันให้แก่มัน
นี่คือการโจมตีอันบ้าคลั่งที่โหมซัดเข้ามาโดยไม่มีช่องว่างรอยโหว่
จู่โจมจากทุกทิศทาง ทุกตำแหน่งแง่มุม สามารถปลุกเร้าปฏิกิริยา
โต้ตอบทุกชนิดในร่างกายของมันอย่างเต็มที่ จั่วม่อเพียงแค่ต้อง
เฝ้าสังเกตปฏิกิริยาตอบสนองที่เกิดขึ้นนอกเหนือการควบคุม
เหล่านี้
จั่วม่อที่มุ่งมั่นจดจ่อ รู้สึกราวกับว่ามันเป็นคนอื่นอย่างสมบูรณ์
ร่างกายของมันบังเกิดการเปลี่ยนแปลงละลานตาไม่หยุดยั้ง แต่
ไม่ได้ทำให้มันใจสั่นหวั่นไหวแม้แต่น้อย ยังคงสงบเยือกเย็นเหมือน
นํ้าแข็ง
มันค้นพบเงื่อนปมอย่างรวดเร็ว
ดูผิวเผินคล้ายว่าเหตุผลที่การกระทำของมันรวดเร็วกว่า
ความคิด เป็นเพราะว่าปฏิกิริยาตอบสนองของมันรวดเร็วขึ้น
กว่าเดิมมาก กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ปฏิกิริยาความคิดของมันช้า
เกินไป! จึงตามปฏิกิริยาทางร่างกายที่เฉียบไวขึ้นไม่ทัน ทั้งคู่เคย
ชินกับการเชื่อมโยงประสานกัน แต่เมื่อการเปลี่ยนแปลงของสังขาร
ทำให้ปฏิกิริยาตอบสนองทางร่างกายเพิ่มความเร็วขึ้นอย่างมาก
แต่ปฏิกิริยาทางความคิดกลับไม่ได้เพิ่มความเร็วมากมายเท่ากับ
การเปลี่ยนแปลงทางสังขารร่างกาย ดังนั้นพวกมันไม่อาจเชื่อมโยง
ประสานกันได้อีก
จากมุมมองของฐานราก การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นผลมาจากการ
ที่สามพลังผสานรวมเป็นหนึ่ง
พลังทั้งสามระบบของเซียน อสูรและปิศาจ เมื่อผสานรวมเป็น
หนึ่งเดียว ข้าอยู่ภายในเจ้า เจ้าอยู่ภายในข้า มิอาจแยกจากกันอีก
เมื่อใช้พลังอย่างหนึ่ง ก็จะฉุดลากอีกสองอย่างไปด้วยพร้อมกัน
เดิมทีพลังทั้งสามประการนี้ไม่ได้ทัดเทียมกันแต่แรก ถึงกับห่างชั้น
กันอย่างมากเสียด้วยซํ้า ในบรรดาพลังทั้งสาม นับสังขารปิศาจ
เข้มแข็งที่สุด รองลงมาเป็นจิตสำนึกอสูร ส่วนที่อ่อนแอที่สุดคือ
พลังปราณซิวเจ่อของมัน
นี่จึงเป็นสาเหตุที่แท้จริงของการสูญเสียสภาวะสมดุล
พอค้นพบสาเหตุของเรื่องราว จั่วม่อได้แต่ฝืนยิ้มขมขื่น
ค้นพบปัญหาก็ไม่ได้หมายความว่าจะแก้ไขได้ เร่งฝึกปรือพลัง
จิตสำนึกกับพลังปราณให้รุดหน้ากล้าแข็งเช่นนั้นหรือ? ใช่เรื่อง
ง่ายดายที่ไหนกันเล่า! เริ่มแรกสุดที่มันฝึกปรือคือพลังปราณ
ต่อมาเป็นพลังจิตสำนึก ซึ่งเพิ่งจะเริ่มฝึกปรือหลังจากพบพานผูเยา
ส่วนสังขารปิศาจเริ่มต้นล่าช้าที่สุด แต่ผู้มาทีหลัง กลับรุดหน้าก้าว
ไกลกว่าผู้ใด ทอดทิ้งอีกสองพลังล้าหลังไปมาก ผู้ใดทราบว่าจะมี
วันที่ต้องประสบเหตุการณ์มหัศจรรย์พันลึก ซึ่งพลังทั้งสามผสาน
รวมเข้าเป็นหนึ่งเดียวกัน!
สิ่งที่น่าหดหู่ใจยิ่งไปกว่านั้น คือด้วยพลังทั้งสามรวมเป็นหนึ่ง
ต่อให้นำเวทวิชาทั้งมวลมากองรวมกันไว้ตรงหน้ามัน มันก็ไม่มี
ปัญญาฝึกปรือ
ในทางตรงกันข้าม หากฝึกปรือสังขารปิศาจต่อไป กลับเป็น
เรื่องง่ายดายที่สุด!
แต่มันก็ทราบว่ายามนี้ยังไม่อาจฝึกปรือสังขารปิศาจ ใน
บรรดาสามพลัง สังขารปิศาจเหนือลํ้ากว่าอีกสองพลังตั้งแต่แรก
หากยังคงฝึกปรือสังขารปิศาจต่อไป ความห่างชั้นระหว่างทั้งสามจะ
ยิ่งถ่างกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ
ลองนึกภาพตนเองกลายเป็นสัตว์ร้ายที่อาศัยสัญชาตญาณ
เพียงอย่างเดียว จั่วม่อสั่นเทาไปทั้งร่าง!
ไม่ได้การ!
มันไม่อาจเป็นเช่นนั้น!
ขณะที่จั่วม่อขบกรามแน่น ตกลงใจอย่างเด็ดเดี่ยว ทันใดนั้น
พลันสังเกตเห็นภาพเหตุการณ์แปลกๆ ฉากหนึ่ง
บนพื้นผิวของไข่มุกโลหิตทั้งสามสิบหกเม็ด เห็นแสงสีทอง
สว่างไสวขึ้น เส้นใยแสงสีทองแหวกว่ายระหว่างเลือดเนื้ออย่าง
รวดเร็ว ไข่มุกโลหิตฉีดพ่นแสงสีทองออกมาไม่ขาดสาย
จ้องมองแสงสีทองเบาบางดั่งเส้นผมเหล่านี้ จั่วม่อพลัน
ตระหนัก ว่ามันพลาดสิ่งที่สำคัญที่สุดไป!
เปลวไฟลายชั้นมหาทิวา!
เป็นเปลวไฟลายชั้นมหาทิวา! ผู้ร้ายตัวจริงของเรื่องทั้งหมดนี้
ไม่ใช่อื่นใด แต่เป็นเปลวไฟลายชั้นมหาทิวา! เป็นเมล็ดพันธุ์เพลิง
ไฟระดับหกที่เคยอาละวาดอยู่ในร่างกายของจั่วม่อ แต่ยามนี้ถูก
สยบเอาไว้จนคล้ายไม่มีพิษมีภัยนี่เอง!
มันทดลองควบคุมไข่มุกโลหิต ไข่มุกโลหิตสั่นสะเทือนวูบ
จั่วม่อยินดียิ่ง รีบโคจรพลังจิตสำนึกทันที สภาพภายในร่างมัน
ยามนี้ยุ่งเหยิงวุ่นวายถึงที่สุด สังขารปิศาจมหาทิวา ศาสตร์อสูร
น้อย เจตจำนงกระบี่ ล้วนพากันสำแดงเดชด้วยตัวเอง หลงเหลือ
พลังจิตสำนึกเพียงน้อยนิดที่มันสามารถควบคุมบังคับ ภายใต้การ
ควบคุมของจิตสำนึกส่วนเสี้ยวเล็กๆ นี้ ไข่มุกโลหิตในที่สุดขยับไป
ด้านข้างเล็กน้อย
แต่ระยะทางเล็กน้อยนี้ทำให้จั่วม่อมองเห็นแสงแห่งความหวัง
มันกัดฟัน พยายามโคจรพลังจิตสำนึกเพื่อเคลื่อนย้ายเม็ดไข่มุก
โลหิต
ในบรรดาพลังสภาวะที่จั่วม่อปลดปล่อยออกมา สังขารปิศาจ
มหาทิวาเหนือลํ้ากว่าอย่างชัดเจนแน่นอน พลังอำนาจเบ็ดเสร็จ
เด็ดขาดของสังขารปิศาจมหาทิวา คอยบีบบังคับให้อีกสองพลัง
ติดตามไปด้วยกัน
ท่ามกลางความยุ่งเหยิงอลหม่านนี้ จั่วม่อคล้ายเดินไต่อยู่บน
หน้าผา พยายามควบคุมเศษเสี้ยวจิตสำนึกเล็กๆ อย่างระมัดระวัง
สุดความสามารถ
การควบคุมเช่นนี้สิ้นเปลืองพลังจิตสมาธิเป็นอย่างยิ่ง เพียงชั่ว
อึดใจเดียว จั่วม่อบนศีรษะท่วมไปด้วยหยาดเหงื่อ
มันไม่กล้าคิดฟุ้งซ่านวอกแวก หากเผอเรอหละหลวมแม้แต่
น้อย เม็ดไข่มุกโลหิตที่สู้อุตส่าห์ขยับมาได้ จะกลับคืนสู่ตำแหน่ง
เดิมทันที นั่นหมายความความลำบากลำบนทั้งหมดล้วนสูญเปล่า
มุ่งมั่นจดจ่ออยู่กับการขยับเม็ดไข่มุกโลหิตอย่างแช่มช้า มัน
กระทั่งพายุทรายสิ้นสุดลงไปแล้ว ยังไม่รู้สึกตัว
อสุภประหลาดยกมือห้ามปรามไม่ให้ผู้อื่นรบกวนจั่วม่อ มัน
สามารถเห็นได้ ว่าจั่วม่อกำลังอยู่ในช่วงวิกฤติการณ์ที่สำคัญยิ่ง
ไม่ใช่แค่มันคนเดียวที่พบเห็นเรื่องนี้ เหวยเสิ้งกับพวกก็สามารถ
เห็นได้เช่นกัน พวกมันถึงกับไม่ใส่ใจในสิ่งที่เพิ่งได้รับผ่านพายุ
ทรายรอบนี้ แต่พากันอดทนรอคอยจั่วม่อ
จั่วม่อสมาธิจิตใจทั้งหมดจมอยู่ภายในร่างกายของตน ไม่ได้
รับรู้ถึงโลกภายนอกแม้แต่น้อย
เมื่อพายุทรายสิ้นสุดลง มันรู้สึกว่าความกดดันปะทุขึ้นอย่าง
ฉับพลัน!
เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจต่อต้านพายุทราย พลังของสังขารปิศาจก็
รั้งกลับคืน ไม่ยอมทำงานอีกต่อไป สำหรับจั่วม่อ สถานการณ์
กลายเป็นเลวร้ายลงทันที พลังสังขารปิศาจเป็นแกนหลักของพลัง
ทั้งสาม เมื่อกลับเป็นเงียบสงบ ย่อมหมายความว่าอีกสองพลังก็สงบ
ลงทันควันเช่นกัน
จั่วม่อไม่ได้มีโอกาสอีกต่อไป
แต่จั่วม่อไม่หดหู่ท้อแท้ กลับคึกคักแจ่มใสกว่าเดิม เพราะมัน
ทราบแล้วว่าความคิดของมันไม่ผิดพลาด!
ไข่มุกโลหิตที่ประจุไว้ด้วยเปลวไฟลายชั้นมหาทิวามอบแรง
บันดาลใจให้แก่จั่วม่อ พลังปิศาจของมันเข้มแข็งกว่าพลังอีกสอง
สาย เช่นเดียวกันกับระดับความสมดุล หากวางสังขารปิศาจไว้ด้าน
หนึ่ง แล้ววางพลังจิตสำนึกกับพลังปราณไว้ที่อีกด้านหนึ่ง สมดุลจะ
เอนเอียงไปทางสังขารปิศาจด้วยตนเอง
แต่หากมันใช้เปลวไฟลายชั้นมหาทิวาเป็นหลักสมดุลแทน
เล่า?
เปลวไฟลายชั้นมหาทิวาเป็นเปลวไฟระดับหก แข็งแกร่งทรง
พลังกว่าสังขารปิศาจมหาทิวาที่สุกงอมครั้งที่สอง ยิ่งแข็งแกร่งกว่า
สังขารปิศาจ จิตสำนึกและพลังปราณที่ร่วมมือกันต่อสู้เสียอีก
สถานการณ์อันตรายถึงชีวิตท่ามกลางพายุทรายครั้งแรก เพียงพอ
จะพิสูจน์ยืนยันเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจน มีเพียงรวมพลังทั้งสามให้เป็น
หนึ่งเดียว จึงสามารถสยบเปลวไฟเอาไว้ได้
แต่เปลวไฟลายชั้นมหาทิวา หากเผชิญกันหนึ่งต่อหนึ่ง ก็เพียง
พอที่จะปราบปรามพลังใดพลังหนึ่งในสามพลังเหล่านี้ได้อย่าง
สะดวกดาย
ที่สำคัญไปกว่านั้น เวลานี้เปลวไฟลายชั้นมหาทิวายังถูก
แบ่งแยกออกเป็นสามสิบหกส่วน กระจัดกระจายอยู่ในไข่มุกโลหิต
สามสิบหกลูก พวกมันเหมือนลูกตุ้มนํ้าหนักที่จะช่วยให้จั่วม่อ
สามารถปรับสร้างสมดุล ในช่องว่างระหว่างพลังทั้งสามขุมได้ดั่งใจ
ปรารถนา
แน่นอนว่าในขณะที่แนวคิดนี้อาจเรียกได้ว่าสมบูรณ์พร้อม แต่
ยังคงมีปัญหาปลีกย่อยมากมาย
สิ่งสำคัญที่สุดก็คือจะใช้หลักการใดในการจัดแบ่ง และเพิ่ม
พลังของเปลวไฟลายชั้นมหาทิวาให้แก่พลังทั้งสามขุม จึงสามารถ
สร้างสมดุลที่สมบูรณ์พร้อมขึ้นมาได้
จั่วม่อยังนึกได้ความคิดอันชาญฉลาดอีกอย่างหนึ่ง นั่นคือ
กระถางหลอมกลั่น!
มิผิด! สิ่งแรกที่มันนึกถึงเป็นกระถางหลอมกลั่นนั่นเอง!
สังขารปิศาจแข็งแกร่งทรงพลัง สามารถทนทานต่อการเก็บกัก
เมล็ดพันธุ์เพลิงไฟ พลังอีกสองขุมสามารถก่อเกิดและหักล้างซึ่ง
กันและกันเป็นวัฏจักร ส่วนไข่มุกโลหิตสามสิบหกเม็ดเพียงพอให้
มันก่อตั้งค่ายกลไฟได้หลายชุด ทันทีที่ก่อตั้งค่ายกลไฟเสร็จสิ้น ก็
สามารถโยกย้ายพลังของเปลวไฟลายชั้นมหาทิวา เพิ่มลงไปใน
พลังทั้งสามขุม สมดุลของพลังก็จะบังเกิดขึ้นเอง!
ใช้เม็ดไข่มุกโลหิตก่อตั้งค่ายกลไฟในร่างกายตัวเอง สร้างวัฏ
จักรพลังอันสมดุลไร้ที่สิ้นสุดขึ้นมา ความคิดอันหาญกล้าบ้าระหํ่านี้
ทำให้มันตื่นเต้นระทึกใจอย่างบอกไม่ถูก!
มันไม่ทราบว่าความคิดนี้ถูกต้องหรือไม่ เนื่องเพราะแนวคิด
ทั้งหมดเป็นมันคิดค้นขึ้นเอง! ไม่ได้รับการชี้แนะแม้แต่คำเดียว มัน
เพียงใช้พลังของตนค้นหาทางแก้ไขด้วยตัวเอง! ดูเหมือนมี
ความหวังอยู่หลายส่วน แต่นั่นก็เพียงพอให้มันทดลองดู!
สภาพการณ์ที่อสุภประหลาด ผูเยาและเว่ยยังงอมืออับจน
ปัญญา ไม่อาจแก้ไขกลับกลาย แต่มันกลับค้นพบวิธีก้าวหน้า จะ
ไม่ให้มันตื่นเต้นฮึกเหิมได้อย่างไร?
จิตใจที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นฮึกเหิม ช่วยให้มันมีกำลังวังชา
ดำเนินการตามแผนได้สะดวกดายกว่าเดิม
สามชั่วยามให้หลัง
รอจนไข่มุกโลหิตเม็ดสุดท้ายขยับไปทีละน้อย กระทั่งบรรลุถึง
ตำแหน่งที่ต้องการ เหตุแปรเปลี่ยนพลันอุบัติขึ้น!
จั่วม่อพลันรู้สึกว่ารอบข้างเงียบสงัดเสมือนตาย มันคล้ายจม
อยู่ในห้วงความว่างเปล่าดำทะมึน
ทันใดนั้น ลำแสงสีทองสายเล็กๆ ส่องประกายขึ้นในห้วงความ
ว่างเปล่า แสงสีทองเจิดจรัสขึ้นเรื่อยๆ ราวกับหอกคมกล้าสีทองแทง
ทะลวงผ่านห้วงความว่างเปล่า แสงสีทองขยายใหญ่พรวดพราดใน
สายตาจั่วม่อ จนกระทั่งกลืนกินทุกอย่างในครรลองสายตาของมัน
ตูม!
จั่วม่อในจิตใจคล้ายมีบางสิ่งแตกปะทุ สมองกลายเป็นขาวว่าง
เปล่าในบัดดล
เพียะ!
ติดตามหลังเสียงระเบิดเบาๆ เห็นลูกไฟลายชั้นมหาทิวาพวย
พุ่งออกจากเท้าซ้ายของจั่วม่อ แล้วครอบคลุมห่อหุ้มเท้าทั้งข้าง อึด
ใจต่อมา เท้าขวาของมันก็พวยพุ่งลูกไฟลายชั้นมหาทิวาออกมา
เช่นเดียวกัน
เพียะ เพียะ เพียะ!
เสียงปะทุเบาๆ ติดต่อตามกันไม่ขาดหู ลูกไฟลายชั้นมหาทิวา
หลายลูกพวยพุ่งออกมาจากทุกส่วนบนร่างกายของจั่วม่อ หัวเข่า
ท้องน้อย ท่อนแขน… …
ลูกไฟสามสิบหกลูกแยกออกจากกันอย่างชัดเจน ลุกโหม
อย่างเงียบเชียบ
จั่วม่อทั้งร่างปกคลุมด้วยกองไฟสามสิบหกดวง ใบหน้า
ราบเรียบไม่แยแส ไม่แสดงสีหน้าเจ็บปวดแม้แต่น้อย
ดวงตาไม่มีร่องรอยหวาดหวั่นพรั่นพรึง มีแต่ความว่างเปล่า
เฉยชา
ภายในทะเลแห่งจิตสำนึก ผูเยากับเว่ยอ้าปากค้าง เหม่อมอง
อย่างโง่งม
อึดใจให้หลัง ส่วนลึกของดวงตาคืนประกายอย่างแช่มช้า
จั่วม่อแววตาค่อยๆ กลับสู่สภาพปกติ
พอรู้สึกตัวอีกครั้ง เห็นเปลวไฟลายชั้นมหาทิวาลุกท่วมตัวเอง
จั่วม่อแตกตื่นจนขวัญหนีดีฝ่อ แต่แล้วพลันฉุกคิดอย่างรวดเร็ว มัน
…มันทำสำเร็จแล้ว!
มันแหกปากหัวร่อดังสนั่น!
สำเร็จ!
มันทำสำเร็จแล้วจริงๆ!
ร่างกายที่ยุ่งเหยิงวุ่นวายกลับคืนเป็นปกติ มันชมชอบ
ความรู้สึกของการที่สามารถเคลื่อนไหวได้ดั่งใจปรารถนาอีกครั้ง
ความรู้สึกนี้ยอดเยี่ยมยิ่ง!
มันพลันโผพุ่งขึ้น ร่างทะยานสู่ท้องนภา สัมผัสสายลมรุนแรง
ปะทะใบหน้า รู้สึกสุขสบายอย่างบอกไม่ถูก! ราวกับว่ากลับ
กลายเป็นเด็กน้อย โผบินไปทั่วท้องฟ้ากว้างอย่างไม่รู้จักเหน็ด
เหนื่อย
เสียงหัวร่อแจ่มใสของเด็กหนุ่มก้องกังวานไปทั่วเนินทราย
ชวนให้ผู้คนสบายอกสบายใจอย่างน่าประหลาด
รอจนเหน็ดเหนื่อยอยู่บ้างจั่วม่อค่อยหยุดลง คนคล้ายสร้างขึ้น
จากไฟทั้งร่าง เปลวไฟพวยพุ่งออกจากทุกส่วนในร่างกายมัน
จั่วม่อหัวร่อฮี่ฮี่ ยกมือขึ้น ทำท่าคว้าจับไปทางเนินทราย ทราย
ผลึกทองกลุ่มหนึ่งพุ่งเข้ามาอยู่ในมือของมัน
เปลวไฟลายชั้นมหาทิวาล้อมรอบทรายผลึกทองกองนี้ใน
บัดดล เม็ดทรายอ่อนยวบลงด้วยระดับความเร็วที่มองเห็นได้ด้วย
ตาเปล่า เปลี่ยนเป็นของเหลวสีทองกลุ่มหนึ่ง สิ่งสกปรกที่เจือปนอยู่
ภายในสลายหายไปท่ามกลางเปลวไฟ
จั่วม่อไม่สามารถยับยั้งรอยยิ้มกว้างบนใบหน้าได้อีกต่อไป ทั้ง
อดรนทนไม่ไหว แหงนหน้าหัวร่อดังก้องฟ้า!
วิชาหลอมสร้าง ข้าชมชอบวิชาหลอมสร้างจริงๆ!