สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 425 สุดยอดเรือสัตว์ประหลาด
อากาศหนาแน่นราวกับแข็งตัว!
ทุกคนลมหายใจหยุดชะงักโดยไม่รู้ตัว รอบข้างเงียบสงัด
เสมือนตาย
ทันใดนั้น เสียงระเบิดหนักทึบ เปลวไฟสีทองปนแดงเข้มพวย
พุ่งออกจากกระถางภูตแดงเพลิง เสาเพลิงอวบหนาแทงทะลุท้องฟ้า
ประดุจปราณกระบี่ยักษ์เล่มหนึ่ง! คลื่นความร้อนกวาดวาบออกมา
ในชั่วพริบตา ดุจคลื่นเพลิงพิโรธทำลายล้าง ไม่ว่าผ่านไปยังที่ใด
ลวยลายค่ายกลที่ร้อยเรียงแน่นขนัด ล้วนถูกเผาผลาญเป็นเถ้า
ถ่านปลิวเวียนว่อน
บังเกิดเสียงแค่นหนักๆ หลายเสียงดังขึ้นพร้อมกัน เป็นซิวเจ่อ
ค่ายจินวูบางส่วนไม่อาจยืนหยัดต้านทานคลื่นความร้อนอันดุดัน
ขุมนี้ กระแทกเท้าถอยหลังไปหลายก้าว!
ในเวลานี้เอง ทุกคนสีหน้าแปรเปลี่ยน!
ลวดลายค่ายกลที่สุกใสบนตัวกระถาง เผยพลังสภาวะอันเรียบ
ง่ายและหนักหน่วงออกมา แต่เปลวไฟสีแดงเข้มปนทอง กลับ
แผ่ซ่านกลิ่นอายเชื่อมั่นอหังการที่ไม่อาจบ่งบอกบรรยายได้ชนิด
หนึ่ง!
ชาวค่ายจินวูพากันลิงโลดยินดี เหม่อมองกระถางภูตแดงเพลิง
อย่างเคลิ้บเคลิ้มมึนเมา ยุทธภัณฑ์เวทชิ้นนี้แทบจะเปลี่ยน
รูปลักษณ์ไปอย่างสมบูรณ์ พลังกดดันอันน่าพรั่นพรึงที่แผ่ซ่าน
ออกมาจากกระถางภูตแดงเพลิงใหม่ ช่วยพิสูจน์ยืนยันถึงความไม่
ธรรมดาสามัญอย่างชัดแจ้ง!
ลวดลายค่ายกลบนกระถางค่อยๆ สลัวเลือนรางลง กระถางภูต
แดงเพลิงกลับกลายเป็นเรียบง่ายเยือกเย็นอีกครั้ง กระถางภูตแดง
เพลิงหดตัวเล็กลงมาก เหลือเพียงราวๆ สองในสามของขนาดเดิม
เท่านั้น ซิวเจ่อค่ายจินวูเห็นเข้าก็ไม่อาจระงับยับยั้งอีกต่อไป พากัน
เฮละโลเข้าไปอย่างพร้อมเพรียง
“หนักยิ่ง! หนักกว่าของเดิมมาก!”
“เราใช้ผลึกทองไปตั้งมากมาย จะไม่หนักได้อย่างไรเล่า?”
“แต่เราใส่ผลึกทองลงไปตั้งหนึ่งพันตัน กลับหดตัวลงเหลือ
เท่านี้เอง จุ๊จุ๊ น่าอัศจรรย์เหลือเกิน!”
“น่าอัศจรรย์ที่ไหนกันเล่า! ก็แค่สิ่งสกปรกลดน้อยลงไป
มาก! เปลวไฟยังยกระดับขึ้นด้วย วัตถุดิบที่อ่อนแอย่อมถูกเผา
ผลาญทิ้งเป็นธรรมดา มันจะไม่เล็กลงได้อย่างไร?”
ทุกคนวนเวียนชมดูและลูบคลำไปรอบๆ กระถาง สีหน้าพิศวง
ระคนกระหายใคร่รู้ ความร้อนแรงที่สามารถหลอมละลายผลึกทอง
เมื่อครู่คล้ายเป็นเพียงภาพฝัน เมื่อลองลูบคลำตัวกระถาง มีเพียง
ความอบอุ่นเล็กน้อยเท่านั้น
หลังจากกระถางภูตแดงเพลิงถูกหลอมสร้างอีกครั้ง ก็เกิดการ
เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นยิ่งทรงพลังอำนาจมากขึ้น
สำหรับทุกคนมันยิ่งลึกลับมากกว่าเดิม พวกมันส่วนใหญ่ไม่เคยมี
โอกาสได้เห็นโลกกว้าง หากกล่าวถึงยุทธภัณฑ์เวทระดับสูง อย่า
ว่าแต่หลอมสร้าง แค่โอกาสได้เห็นยังเคยเห็นมาไม่กี่ชิ้นเท่านั้น แต่
กระนั้นพวกมันยังรู้สึกภาคภูมิใจอย่างมาก
ซุนเป่ากับจี๋เหว่ยสบตากันวูบ ในดวงตาของพวกมันทอ
ประกายปิติยินดีอันล้นเหลือ!
เพิ่มระดับ!
พลังสภาวะอันน่าตระหนกเมื่อครู่ สมควรเกิดขึ้นด้วยเหตุผล
ประการเดียวเท่านั้น …การยกระดับ!
ก่อนหน้านี้กระถางภูตแดงเพลิงเผยท่าทีว่าจะเพิ่มระดับมานาน
แล้ว แต่ก็ยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์เสียที ทว่าหลังหลังหลอมรวมผลึก
ทองหนึ่งพันตันเข้าไป ในที่สุดก็ยกระดับ!
ระดับหก!
นี่เป็นยุทธภัณฑ์เวทระดับหกของแท้!
ในร้านค้ายุทธภัณฑ์เวทส่วนใหญ่ จะต้องกลายเป็นสินค้าสุด
ยอดของพวกมัน!
นี่เป็นยุทธภัณฑ์เวทที่ทุกคนสร้างขึ้นด้วยนํ้ามือ
ตัวเอง! ยุทธภัณฑ์เวทระดับหก!
สิ่งที่ทำให้พวกมันยิ่งเบิกบานใจกว่าเดิม ก็คือเมื่อกระถางภูต
แดงเพลิงยกระดับสำเร็จ ย่อมหมายความว่าแผนการของพวกมัน
ลุล่วงไปแล้วกว่าครึ่ง! เนื่องเพราะในแผนการของพวกมัน กระถาง
ภูตแดงเพลิงจะเป็นหัวใจหลักของเรือผลึกทอง
จั่วม่อเงยหน้าขึ้นมองเรือใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า รู้สึกแปลกๆ อยู่
บ้าง
เรือใหม่ไม่ได้ใหญ่โตมากนัก เทียบกับเรือขนส่งทาสเดิมยัง
เล็กกว่าหลายส่วน ยาวสิบสองจั้ง กว้างเพียงสองจั้ง เปล่งแสงสีดำ
ด้านๆ ไม่มีใดโดดเด่นสะดุดตา ไม่ว่านำไปวางไว้ที่ใด ก็เป็นแค่เรือ
เล็กธรรมดาสามัญอย่างยิ่งลำหนึ่ง
ผู้ใดจะคาดคิดว่าเรือเล็กๆ ลำนี้สร้างขึ้นจากผลึกทองทั้งลำ มิ
อาจประเมินค่าได้!
“ผลึกทองล่อตาล่อใจผู้คนมากเกินไป!” ซุนเป่าบอกเล่าอย่าง
ยิ้มแย้ม “เพื่อปกปิดเรื่องนี้ เราใช้ผงก้านดำกับหินลายแยกส่วนเข้า
ช่วย นี่ไม่ส่งผลต่อประสิทธิภาพแท้จริงของผลึกทอง แต่ทำให้
รูปลักษณ์ภายนอกแปรเปลี่ยนไป หากไม่เพ่งมองอย่างละเอียด
ต้องไม่มีผู้ใดมองออกว่าเป็นผลึกทอง สิ่งนี้เหมือนเหล็กดำมาก
เกินไปแล้ว!”
จั่วม่อในที่สุดก็เข้าใจว่ามันไฉนรู้สึกแปลกๆ ใช่แล้ว นี่เป็น
เหล็กดำชัดๆ! เหล็กดำเป็นวัตถุดิบระดับสามที่นิยมใช้กันทั่วไป จั่ว
ม่อคุ้นเคยกับวัตุดิบชนิดนี้ไม่น้อย ดังนั้นพอมองไปที่เรือจึงอดรู้สึก
แปลกๆ ไม่ได้
“ดูคลับคล้ายมากจริงๆ! ไม่เลวไม่เลว!” จั่วม่อชมเชยไม่ขาด
ปาก หากซุนเป่าไม่บอกให้ทราบ เกรงว่ากระทั่งมันเองยังมองข้าม
เรื่องนี้ไป มันเดินเข้าไปทดลองลูบคลำตัวเรือ รอจนสัมผัสถูก ค่อย
ค้นพบความแตกต่างทันที
“ท่านมิอาจแตะต้อง หากลองสัมผัสถูก ก็ต้องโผล่หางออก
มาแล้ว” สองปรมาจารย์กระดากอายเล็กน้อย
“ปกปิดได้ถึงขั้นนี้ก็นับว่าไม่ง่ายแล้ว!” จั่วม่อกล่าวพลางโคลง
ศีรษะ จากนั้นเงยหน้ามองลำเรือ กล่าวเร่งรัดด้วยสีหน้าคาดหวัง
อย่างเต็มเปี่ยม “มาเถอะ พาข้าเข้าไปดูเร็วๆ!”
มองจากด้านนอก เรือใหม่นี้ถือว่าเล็กยิ่ง แต่พอเข้ามาข้างใน
เรือ มันพบว่าภายในใหญ่โตกว้างขวางอย่างน่าสะพรึงกลัว เพื่อ
สำรวจให้ถ้วนทั่ว พวกมันจำเป็นต้องเหาะเหินบนอากาศแทนการ
เดิน
“เราใช้ค่ายกลพื้นที่มิติจำนวนมาก ผลึกทองสมกับเป็น
วัตถุดิบชั้นเลิศโดยแท้! ภายในเรือมีพื้นที่รวมกันทั้งหมดสามหมื่น
หมู่ สามารถรองรับพี่น้องทั้งหมดได้อย่างสะดวกสบาย ต่อให้เพิ่ม
มาอีกสองสามพันคนยังรองรับได้อย่างไม่แออัด” ซุนเป่าสุ้มเสียง
ตื่นเต้นกระตือรือร้น สามารถหลอมสร้างเรือเช่นนี้ขึ้นมาลำหนึ่ง
หากเป็นในอดีต พวกมันกระทั่งคิดยังไม่กล้าคิด
พื้นที่สามหมื่นหมู่!
แม้จะพบว่าด้านในกว้างใหญ่เพียงพอสำหรับทุกคน แต่ตัวเลข
พื้นที่นี้ ยังทำให้จั่วม่อตะลึงงัน!
สามหมื่นหมู่กว้างใหญ่เท่าใดน่ะหรือ? ก็ใหญ่โตกว่าเกาะแมก
ไม้รกร้าง! ถึงกับใหญ่โตกว่าเมืองอีกาทองคำเสียด้วยซํ้า!
นี่ยังนับเป็นเรืออยู่อีกหรือ?
สำหรับพื้นที่สามหมื่นหมู่นี้ ซุนเป่ากับพวกยังวางแผนจัดการ
เอาไว้อย่างสมบูรณ์ จัดแบ่งพื้นที่ทั้งหมดตามบทบาทโครงสร้าง
พื้นฐานที่แตกต่างกันออกไป มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายจน
ผู้คนรู้สึกละลานตา
มีห้องปิดด่านฝึกตน มีสนามประลองยุทธ์ และสิ่งที่ทำให้จั่ว
ม่อตื่นตะลึงมากที่สุด คือมีกระทั่งท้องทุ่งปราณ สำหรับเพาะปลูก
พืชหญ้าปราณภายในลำเรือโดยเฉพาะ!
“ท้องทุ่งปราณสร้างไม่ยากนัก ภายในเรือมีพลังปราณ
ธรรมชาติเปี่ยมล้นสมบูรณ์อยู่แล้ว คิดบุกเบิกท้องทุ่งปราณแทบไม่
สิ้นเปลืองเรี่ยวแรง เพียงแต่น่าเสียดายที่อาณาจักรนี้ไม่มีดินที่ดีอัน
ใด ในพื้นดินมีแต่พลังภูตหนักข้นมากเกินไป หากเราสามารถ
เสาะหาดินที่ดีอย่างเช่นดินปราณสีชาดหรือดินหนักดำมืด เราอาจ
มีท้องทุ่งปราณระดับห้าเอาไว้เล่นสักสองร้อยหมู่ นั่นคงน่า
สนุกสนานไม่เลว!” ซุนเป่ากล่าวอย่างเศร้าเสียดาย
มีท้องทุ่งปราณระดับห้าเอาไว้เล่นสักสองร้อยหมู่… …
จั่วม่อรู้สึกว่าสมองของมันไม่เพียงพอจะประมวลผลเรื่องนี้
“ต้าเหริน ทางนี้เป็นทะเลสาบปราณขนาดเล็ก มีตานํ้าพุ
ปราณเล็กๆ อยู่ภายใน แต่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดี เราพบชิ้นส่วน
สัญลักษณ์ศึกจำนวนหนึ่งที่มีคุณสมบัติธาตุนํ้า จึงนำพวกมันมา
ฝังไว้ใต้ทะเลสาบ จากนั้นสร้างค่ายกลรวบรวมพลังปราณลงไปที่
นั่น ทำให้ภายในนํ้าเริ่มสั่งสมพลังปราณธรรมชาติเอาไว้ ต่อไปใน
อนาคต หากเราพบนํ้าพุปราณระดับสูงและย้ายพวกมันเข้ามา
ทั้งหมด การสั่งสมพลังปราณจะรวดเร็วขึ้นกว่านี้ เวลานี้เรายังได้
แค่เพาะเลี้ยงสัตว์ปราณธรรมดาสามัญเท่านั้น”
ตระหนกตกใจจนพูดไม่ออกไปนานแล้ว กลุ่มของจั่วม่อบิน
ตามหลังสองปรมาจารย์ไปยังพื้นที่สีแดงฉานโดยไม่มีวาจาหลุด
จากปากแม้แต่ครึ่งคำ
เหินร่างเข้าไปในอาณาบริเวณนี้ ในสายตากลายเป็นสีแดง
จางๆ ทันที ความร้อนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
“นี่เป็นเขตหลอมสร้าง สามารถให้เปลวไฟระดับห้าแก่นัก
หลอมสร้าง อา พี่น้องที่ฝึกปรือเจตจำนงกระบี่ธาตุไฟก็สามารถมา
ฝึกปรือที่นี่เช่นกัน จะประสบความสำเร็จเป็นเท่าตัวโดยที่ลงแรง
เพียงครึ่ง!”
สองปรมาจารย์สีหน้าเอิบอิ่มภาคภูมิใจ สามารถหลอมสร้างสิ่ง
ที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ในระยะเวลาอันสั้น ย่อมเพียงพอให้พวกมัน
ภาคภูมิใจ แม้ว่าหลายแห่งในตอนนี้ยังคงอยู่ในช่วงเริ่มพัฒนา แต่
ต่อไปในอนาคต ทุกอย่างจะสมบูรณ์พร้อม
คนเหล่านี้ทำให้จั่วม่อตื่นตะลึงจากใจจริง!
นี่ไม่ใช่เรือแล้ว นี่เป็นสวรรค์ลับชัดๆ!
สวรรค์ลับเคลื่อนที่ขนาดใหญ่โตมโหฬาร!
รอจนระงับความแตกตื่นในใจ จั่วม่อลิงโลดยินดีทันที มิผิด นี่
เป็นสวรรค์ลับ สวรรค์ลับที่ไม่เคยมีมาก่อนในโลกหล้า! มันไม่ใช่
เป็นแค่สวรรค์ลับ แต่ยังเป็นค่ายทัพหลักของพวกมันด้วย! อาศัย
เรือใหญ่เช่นนี้ลำหนึ่งเท่ากับว่าพวกมันมีรากฐานที่แท้จริง ต่อไปใน
อนาคต ไม่ว่าพวกมันไปยังที่ใด ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีที่อยู่!
มันพลันฉุกคิดถึงปัญหาสำคัญยิ่งเรื่องหนึ่ง รีบซักถามว่า
“ระบบป้องกันเรือมีอะไรบ้าง?”
“ฮ่า!” คราวนี้ผู้เอ่ยปากคือจี๋เหว่ย สุ้มเสียงเต็มไปด้วยความ
เชื่อมั่น “ต้าเหริน เท่าที่ผู้น้อยเคยเห็นมาทั้งชีวิต เรือใหม่ลำนี้
นับเป็นเรือที่แข็งแกร่งที่สุด! ผลึกทองเป็นที่เลื่องลือด้านความ
แข็งแกร่ง กระบี่บินยากจะรุกลํ้ากลํ้ากราย ตลอดทั้งลำเรือ พวกเรา
เพียงก่อตั้งค่ายกลป้องกันชนิดเดียว นั่นก็คือ ‘โล่แกร่งกร้าว’”
“โล่แกร่งกร้าว?” จั่วม่อรู้สึกว่ายากจะเชื่อ ‘โล่แกร่งกร้าว’ เป็น
เพียงค่ายกลป้องกันระดับสาม มักสลักไว้บนเกราะปราณหรือ
อุปกรณ์ป้องกันต่างๆ
“ใช่แล้วต้าเหริน เราเพียงสลักค่ายกล ‘โล่แกร่งกร้าว’ ลงไป
หนึ่งหมื่นหกพันชุดเท่านั้น!”
หนึ่ง…หมื่น…หกพัน!
ซู๊ด จั่วม่อสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บ!
เรือลำนี้ขนาดไม่ใหญ่นัก ต่อให้สลัก ‘โล่แกร่งกร้าว’ ลงไปทุก
ซอกทุกมุม ก็ไม่ต้องใช้ค่ายกลจำนวนมากถึงเพียงนั้น
แต่จี๋เหว่ยอธิบายว่า “ค่ายกล ‘โล่แกร่งกร้าว’ หนึ่งหมื่นหกพัน
ชุดก่อตั้งเป็นขบวนเครือข่ายค่ายกลเชื่อมประสาน สามารถสร้าง
ม่านพลัง ‘โล่แกร่งกร้าว’ ซ้อนกันหนึ่งร้อยชั้น!”
จั่วม่อเหม่อมองสองปรมาจารย์อย่างโง่งม มันตระหนกตกใจ
เสียจนไม่รู้จะพูดอะไร! เสียสติ! นี่มันกลุ่มคนเสียสติชัดๆ! ค่าย
กล ‘โล่แกร่งกร้าว’ หนึ่งหมื่นหกพันชุดเชื่อมประสาน! มีเพียงคน
เสียสติจึงสามารถกระทำเรื่องเช่นนี้ได้!
ระหว่างมันกับคนเหล่านี้ ที่แท้ผู้ใดเป็นผู้เชี่ยวชาญรูปแบบเต่า
อมตะกันแน่?
สัตว์ประหลาดผลึกทองทั้งร่าง ที่มีม่านพลังเต่าอมตะหนึ่งร้อย
ชั้น… …
สวรรค์!
นึกถึงกระดองเต่าอมตะแน่นขนัดหนึ่งร้อยชั้น จั่วม่อรู้สึกหนัง
ศีรษะชาซ่าน! ต่อหน้าการออกแบบอันบ้าคลั่งและสุดโต่งนี้ มันไม่
ทราบจะกล่าวว่ากระไรดี สูญเสียความสามารถในการกล่าววาจา
ไปอย่างสิ้นเชิง
ซุนเป่าเห็นจั่วม่อใบหน้าขาวซีดเล็กน้อย เข้าใจว่าจั่วม่อกังวล
เรื่องไม่ปลอดภัยเพียงพอ จึงรีบอธิบายเสริมว่า “ต้าเหรินไม่ต้อง
ห่วง การป้องกันชนิดนี้ถือเป็นสุดยอดในใต้หล้า! เหตุที่เราเลือก
ค่ายกล ‘โล่แกร่งกร้าว’ มาใช้งาน หนึ่งคือประหยัดเวลาที่มีอยู่ไม่
มากนัก อีกหนึ่งคือเราได้พัฒนาขบวนค่ายกลเครือข่ายเชื่อม
ประสาน สามารถเพิ่มพลังของค่ายกลได้อย่างมหาศาล”
สวรรค์ของข้า!
จั่วม่อกลืนคำอุทานที่ขึ้นมาถึงปากกลับลงไปในท้อง พยายาม
ปลุกปลอบความสงบเยือกเย็นขึ้นมา โอ้ รูปแบบเต่าอมตะเป็นสิ่งที่
ดีมาก รูปแบบสุดยอดเต่าอมตะยิ่งดีกว่าเป็นธรรมดา!
ยอดเยี่ยมมาก… …ยอดเยี่ยมมาก… …
ซุนเป่ากล่าวต่อไปว่า “นอกเหนือจากการป้องกันแล้ว การเพิ่ม
ประสิทธิภาพอีกด้านหนึ่งของเราคือด้านความเร็ว ผลึกทองหนัก
เกินไป เรือใหม่ของเราหนักมากเป็นพิเศษ เราทุ่มกำลังความคิด
มากมายไปกับเรื่องนี้ สุดท้ายกลายเป็นว่าเศษชิ้นส่วนสัญลักษณ์
ศึกที่ต้าเหรินมอบให้เราใช้การได้!”
“เศษชิ้นส่วนสัญลักษณ์ศึก?” จั่วม่อชะงักกึก มันคิดถามว่า
ไม่ใช่เศษชิ้นส่วนนำไปใช้กับทะเลสาบปราณแล้วหรอกหรือ
“อา เราศึกษาค้นคว้าเศษชิ้นส่วนสัญลักษณ์ศึกจำนวนมาก
ในภายหลังค่อยค้นพบ ว่าชิ้นส่วนสัญลักษณ์ศึกเหล่านี้มี
คุณสมบัติที่ทั้งหลากหลายและแปลกประหลาด เรือที่หนักหน่วง
มากเช่นนี้ เมื่อเราครุ่นคิดหาวิธีการให้มันบิน ก็ฉุกคิดถึงชิ้นส่วน
สัญลักษณ์ศึกขึ้นมา ชิ้นส่วนสัญลักษณ์ศึกหลายชิ้นมี
ความสามารถในการบิน กระทั่งมีบางชิ้นครอบครองความสามารถ
ในการกระโดดข้ามมิติระยะสั้น เราใช้เศษชิ้นส่วนสัญลักษณ์ศึก
เหล่านี้เป็นหัวใจหลักของค่ายกล ทำหน้าที่ควบคุมค่ายกล เป็นไป
ตามคาด ความเร็วเพิ่มขึ้นอย่างมาก! เร็วยิ่งกว่าเรือขนส่งทาสเดิม
ของเราเสียอีก! สิ่งที่เหนือคาดหมายไปกว่านั้น คือเรือลำนี้
กลายเป็นมีความสามารถในการกระโดดข้ามมิติระยะสั้นด้วย!”
“กระโดดข้ามมิติ!” จั่วม่อตาโตเท่าไข่ห่าน แล้วกลายเป็น
ลิงโลดยินดีขึ้นมา
กระโดดข้ามมิติ เป็นเคล็ดวิชาลับในการหลบหนีที่ร้ายกาจ
ที่สุด!
ซุนเป่าก็มีสีหน้ายินดีเช่นกัน “มิผิด เราไม่ได้คาดฝันจริงๆ คิด
ไม่ถึงว่าพวกเราจะโชคดีถึงเพียงนี้!”
จั่วม่อที่ปิติยินดี ยืนแข็งทื่ออยู่กับที่เหมือนคนปัญญาอ่อน
นี่เป็นสุดยอดเรือเต่าอมตะที่ไม่สามารถทำลายได้ มีกระดอง
เต่าหนึ่งร้อยชั้น รวดเร็วดุจสายฟ้า ในเวลาคับขันอันตราย ยังมี
ความสามารถกระโดดข้ามมิติหลบหนี ทั้งยังเป็นสวรรค์ลับขนาด
ใหญ่กว่าสามหมื่นหมู่ในตัวเองอีกด้วย… …
สวรรค์!
นี่มันเรือปิศาจร้ายอันใดกัน!