สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 427 แนวป้องกันปลิงดำ
“เส้นทางนี้ปลอดภัยจริงๆ หรือไม่?” เหนียนลู่พึมพำ ปากแม้
กล่าวเช่นนั้น แต่มือเคลื่อนไหวอย่างว่องไว ไม่ได้รับผลกระทบ
แม้แต่น้อย ดอกบัวขาวขนาดเท่าเล็บมือลอยขึ้นลงไม่หยุดยั้ง
เหนียนลู่นิสัยใจคอร่าเริงแจ่มใส วิธีการฝึกฝีมือของมันยังแตกต่าง
จากผู้อื่นไม่น้อย
เหลยเผิงลูบคลำกระบี่หนักผลึกทองอย่างรักใคร่ สีหน้า
เคลิบเคลิ้มมึนเมา
ม้าฝานเคี้ยวก้านหญ้าเขียว นอนหงายเหยียดยาวบนพื้น
ศีรษะหนุนบนท่อนแขน สายตามองขึ้นไปบนฟ้า ท้องฟ้าบนเรือเป็น
เพียงท้องฟ้าที่เกิดจากค่ายกลลวงตา แต่มีชีวิตชีวาคลับคล้ายของ
จริงเป็นอย่างยิ่ง ทำให้ผู้คนจิตใจผ่อนคลาย ท้องฟ้าของสนามรบ
ปิดผนึกล้างเผ่าพันธุ์ดูเหมือนถูกย้อมด้วยโลหิตอยู่ตลอดเวลา
คอยกดดันให้ผู้คนเสียกำลังใจ ไม่มีผู้ใดอยากเห็นท้องฟ้าสีโลหิต
นั้น
“รอจนผ่านไปก็รู้เอง” ม้าฝานตอบอย่างเฉื่อยชา
“หากไม่ปลอดภัยก็ยิ่งดี!” เหลยเผิงคำราม ช่วงหลายวัน
หลังจากที่มันฟื้นขึ้นมา มันคล้ายเปลี่ยนเป็นคนละคนโดยสิ้นเชิง
ทั้งเงียบขรึมและสงบนิ่งอย่างน่าประหลาด แต่รอจนได้รับกระบี่ยักษ์
ผลึกทอง ในที่สุดค่อยกลับเป็นปกติ ทั้งยังกระหายการต่อสู้มาก
กว่าเดิม ดวงตาสาดประกายด้วยจิตวิญญาณการต่อสู้ มือหยาบ
ใหญ่ลูบไล้กระบี่ยักษ์ไม่หยุด ไม่ว่าผู้ใดที่บังเอิญเหลือบมาเห็นฉาก
นี้ ล้วนรู้สึกหนาวเยือกจับใจ
ติง ติง ติง!
เสียงเตือนกรีดแหลมดังกึกก้องอย่างกะทันหัน
“เจ้าปากอีกาอัปมงคล!” ม้าฝานสบถด่า หางเสียงยังไม่ทัน
ขาดหาย มันดีดร่างขึ้นจากพื้น เปลี่ยนเป็นลำแสงกระบี่สายหนึ่งพุ่ง
ทะยานไป เหลยเผิงกับเหนียนลู่ไม่กล้าชักช้า ทั้งสองร่างกลายเป็น
ลำแสงกระบี่ หายวับไปเช่นกัน
ภายในเต่าดำ ลำแสงกระบี่มากมายสาดพุ่งข้ามท้องนภา มุ่ง
ตรงไปยังทิศทางเดียวกัน
“พวกมันเป็น… … ปิศาจใช่หรือไม่?” จั่วม่อไม่กล้ายืนยันเป็น
มั่นเหมาะ พวกมันกำลังชมดูภาพจากด้านนอกเรือ ที่ส่งผ่านค่าย
กลภาพมายาเข้ามาภายในตัวเรือ แต่บรรดาผู้คนหน้าตาประหลาด
ที่อยู่ในภาพ ดูไม่คุ้นตาแม้แต่น้อย
“มิผิด!” กงซุนชาสีหน้าเคร่งขรึม นอกเหนือจากปิศาจที่ดู
แปลกหูแปลกตาแล้ว มันยังระมัดระวังต่อแม่นํ้าสีดำที่ทอดยาวอยู่
ด้านหลังทัพปิศาจ แม่นํ้าดำสายนํ้ากว้างราวๆ สิบจั้ง นํ้าเป็นสีดำ
ดุจนํ้าหมึก ดูประหนึ่งไส้เดือนตัวมหึมาที่กำลังบิดกายอย่างเชื่องช้า
กงซุนชารู้จักแม่นํ้าสีหมึกนี้ ในหมากรุกสงครามมันเคยพบ
พานมานับครั้งไม่ถ้วน นั่นไม่ใช่แม่นํ้า แต่เป็นแนวป้องกัน สิ่งที่ไหล
ช้าๆ อยู่ภายในไม่ใช่นํ้าสีดำชนิดใดเลย แต่เป็นสิ่งที่เรียกว่า ปลิง
ดำ
แนวป้องกันปลิงดำ หนึ่งในแนวป้องกันเผ่าปิศาจที่นิยมใช้กัน
มากที่สุด มันเคยบุกฝ่าข้ามแนวป้องกันมหาประลัยนี้มานักต่อนัก
แล้ว
จั่วม่อกับแม่นางน้อยสีหน้าไม่สู้ดีนัก พวกมันพยายาม
หลีกเลี่ยงทั้งสามฝ่ายที่ทำสงครามกันอย่างสุดความสามารถ แต่ยัง
นึกไม่ถึงว่าจะมาปะหน้าแนวป้องกันของทัพปิศาจเข้าเต็มรัก!
จั่วม่อตระหนักในบัดดลว่าปัญหาอยู่ที่ใด เป็นแผนที่
อาณาจักรเอง พวกมันเลือกเส้นทางโดยอ้างอิงจากแผนที่
อาณาจักรของหมิงเจวี๋ยจื่อ แต่เมื่ออาศัยอยู่ในภพอสูร สิ่งที่หมิง
เจวี๋ยจื่อล่วงรู้ย่อมเน้นหนักไปทางรายละเอียดแนวป้องกันของเผ่า
อสูร ส่วนแนวป้องกันของกองทัพปิศาจ เพียงล่วงรู้ตำแหน่งคร่าวๆ
เท่านั้น
สถานที่นี้ยังอยู่ห่างไกลจากแนวทะเลปิศาจของทัพหลักเผ่า
ปิศาจไม่น้อย แสดงว่าทัพปิศาจผลักดันแนวป้องกันของพวกมันรุก
คืบเข้ามาไกลมาก!
มันทราบว่านี่หมายความว่าอย่างไร! ย่อมหมายความใน
ขณะที่ทัพอสูรเพลี่ยงพลํ้าติดต่อกัน ทัพปิศาจกลับไม่ได้เผชิญแรง
กดดันอันใด เป็นเหตุให้พวกมันไม่มีข้อห่วงพะวง
อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะมัวมาวิตกกังวลเรื่อง
อื่น ปัญหาเฉพาะหน้านี้ชัดแจ้งยิ่ง ทัพปิศาจจะต้องคิดว่าพวกมัน
เป็นศัตรูอย่างแน่นอน!
ปัญหาที่พวกมันสู้อุตส่าห์พยายามหลีกเลี่ยงมาโดยตลอด
สุดท้ายยังคงเกิดขึ้น!
“บุกฝ่าไปเลย!” วิธีแก้ไขหลายประการวิ่งผ่านในใจมันอย่าง
เร็วรี่ สุดท้ายยังออกคำสั่งนี้อย่างไม่ลังเล
แม่นางน้อยเข้าใจดี แนวป้องกันปลิงดำแม้ร้ายกาจ แต่ยังไม่
เพียงพอให้มันแตกตื่นลนลาน แนวป้องกันปลิงดำสายนี้กว้างเพียง
สิบจั้ง นับว่าผอมบางยิ่ง มันมีวิธีการเอาชนะมากมาย แต่ในสถาน
กาณณ์เบื้องหน้านี้ พวกมันเพียงแค่ต้องใช้วิธีการอันทื่อด้านและ
เรียบง่ายที่สุดเท่านั้น
“ถูกต้อง บุกทะลวงเข้าไปตรงๆ !”
เต่าดำเร่งความเร็วทะยานลิ่วไปในบัดดล!
“พวกมันบุกมาแล้ว… … บุกเข้ามาจริงๆ!” ซีเหย่อ้าปากค้าง
อย่างตื่นตะลึง เหม่อมองเรือดำที่บุกทะลวงเข้าหาแนวป้องกันอย่าง
กับแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ
หลานชิงก็ตะลึงงันไม่แพ้กัน แม้ว่านี่เป็นเพียงแนวเฝ้าระวังทัพ
หน้า และแนวป้องกันปลิงดำสายนี้ไม่ได้มั่นคงเพียบพร้อมอันใด แต่
ยังไม่ใช่สิ่งที่เรือเล็กๆ เช่นนี้จะบุกฝ่าซึ่งๆ หน้าได้
เรือเล็กเพียงเท่านี้สมควรเป็นเรือลาดตระเวน เรือลาดตระเวน
ส่วนใหญ่ใช้เป็นพาหนะของหน่วยสอดแนม พวกมันทั้งรวดเร็วสุด
ขีดและคล่องแคล่วปราดเปรียว แต่ความสามารถในการป้องกัน
อ่อนด้อยยิ่ง เพียงแต่หน่วยสอดแนมที่อยู่ภายในสมควรยากจะ
รับมือ เหล่าคนที่เป็นหน่วยสอดแนมแนวหน้า มักเป็นยอดฝีมือที่
แท้จริง
อาศัยเรือเล็กเพียงเท่านี้ คิดบุกทะลวงผ่านแนวป้องกันปลิงดำ
กว้างสิบจั้ง เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด
เรือดำลำน้อยรวดเร็วยิ่ง เร็วดุจสายฟ้าพาดผ่านนภา ช่วย
ยืนยันสิ่งที่หลานชิงคาดเดา ให้ยิ่งมีนํ้าหนักกว่าเดิม
ชั่วพริบตาที่เรือดำลำน้อยบรรลุถึงแนวป้องกัน แนวป้องกัน
ปลิงดำที่เงียบเชียบสงบนิ่งพลันเริ่มกู่คำรามดังกระหึ่ม ปลิงดำเหลือ
คณานับกระหนํ่าซัดลงบนเรือดำลำน้อย
ปลิงดำเป็นแมลงปิศาจที่ดุร้ายกระหายเลือดยิ่ง พวกมันมี
ความสามารถในการเแพร่พันธุ์อันน่าสะพรึงกลัว ปลิงที่เติบโตเต็ม
วัยมีความยาวร่วมสามชุ่น ดำสนิทตลอดทั้งตัว รูปร่างเรียวยาว
คล้ายกระสวย มีดวงตาเพียงข้างเดียว สัญชาตญาณหวงอาณา
เขตของพวกมันรุนแรงยิ่ง ผู้ที่กล้ารุกลํ้าดินแดนของพวกมัน
จะต้องเผชิญการตอบโต้อย่างดุร้ายป่าเถื่อน
เพียงแค่การโถมโจมตีของเหล่าปลิงดำ ก็สามารถทัดเทียมกับ
กระบวนท่าโจมตีสุดแรงกำลังของปิศาจด่านเจี้ยว!
ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า คือการโจมตีของแนวป้องกันปลิงดำไม่
มีที่สิ้นสุด โหมกระหนํ่าติดต่อกันนับเป็นหมื่นๆ ครั้ง กระทั่งปิศาจ
เที่ยงแท้ด่านถงหลิ่งยังไม่กล้ากระตุ้นโทสะเจ้าตัวน้อยเหล่านี้
เรือน้อยที่ไม่มีใดสะดุดตา ถูกกลืนหายไปในคลื่นปลิงดำอย่าง
ฉับพลันทันใด
เพียะเพียะเพียะ! เสียงปะทุเบาๆ ดังระรัวดุจห่าฝนแน่นขนัด
แนวป้องกันทั้งสายเดือดพล่านอย่างกราดเกรี้ยว เสียงกรีดแหลม
พิเศษเฉพาะของปลิงดำดังสะเทือนแก้วหู
ฮะ? นี่ไม่ถูกต้อง… …
หลานชิงดวงตาทอแววฉงนใจ มันรู้สึกว่าบางสิ่งไม่ปกติ
“ไฉนไม่ระเบิด?” ซีเหย่ลูบใบหน้าอย่างผิดหวัง
หลานชิงตัวแข็งทื่อ สีหน้าแข็งค้างราวกับพบพานผีสาง
มันในที่สุดก็ทราบว่าอะไรไม่ถูกต้อง ใช่แล้ว! เรือน้อยลำนี้ไฉน
ยังไม่ระเบิด! ถูกปลิงดำหลายหมื่นตัวโจมตีพร้อมกัน ผลลัพธ์ที่
สมเหตุสมผลมากที่สุด จะต้องระเบิดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยจึงถูกต้อง!
ทว่า… …
นับตั้งแต่เรือดำลำน้อยแล่นเข้ามาในแนวป้องกัน ความเร็วก็
ลดตํ่าลงมาก จากรวดเร็วดุจสายฟ้า กลายเป็นเต่าขาเจ็บ มันถูก
ปลิงดำนับไม่ถ้วนทับถมกลืนกิน ทำให้ดูคล้ายกลุ่มก้อนปลิงดำอัน
หนาหนัก มองไม่เห็นลำเรือแม้แต่ส่วนเสี้ยว แต่… …
กลุ่มก้อนปลิงดำมหึมานี้ยังคงเคลื่อนไปข้างหน้าอย่าง
เชื่องช้า! ความเร็วนั้นช้ามาก ราวกับว่ากำลังกระเสือกกระสนไปที
ละชุ่นๆ แต่ก็ยังคงรุดหน้าอยู่จริงๆ ราวกับว่า… …ราวกับว่าแนว
ป้องกันปลิงดำกำลังถูกผลักดันไปข้างหน้าอย่างช้าๆ!
ทว่าแม้ความเร็วจะเชื่องช้าถึงเพียงนี้ แต่การข้ามแนวป้องกันที่
กว้างเพียงสิบจั้ง กลับไม่ต้องใช้เวลามากมายอันใด
รอจนกลุ่มก้อนปลิงดำบรรลุถึงฝั่งตรงข้ามของแนวป้องกัน ชั้น
ปลิงดำหนาหนักพลันแตกกระจายออกประดุจหิมะถล่มแผ่นดิน
ทลาย เผยให้เห็นเรือดำที่อยู่ภายใน!
หลานชิงม่านตาหดแคบลงในบัดดล!
เรือดำยังคงปกติสมบูรณ์ดี ไม่ได้บุบบี้เปลี่ยนรูปทรง กระทั่งริ้ว
รอยยังไม่มี ดูเหมือนเดิมไม่มีผิดเพี้ยน
ไม่ใช่แค่มันผู้เดียวที่แตกตื่นจนขวัญหนีดีฝ่อ ทัพปิศาจทั้งกอง
พันเงียบกริบเป็นเป่าสาก! ทหารปิศาจทุกคนตัวแข็งทื่อ มือเท้าเย็น
เฉียบไปหมด
เต่าดำพอหลุดพ้นจากแนวป้องกันปลิงดำ ความเร็วพลันพุ่ง
ทะยานขึ้นอีกคำรบ!
หลานชิงสะท้านขึ้นทั้งร่าง ตั้งสติได้ในบัดดล ตวาดเตือนอย่าง
รุ่มร้อน “สัญญาณเตือน! รีบด่วน! ส่งสัญญาณเตือนเร็ว!”
กล่าวยังไม่ทันจบประโยค พลันเห็นซีเหย่โถมทะยานไปเบื้อง
หน้า หลานชิงทราบว่านี่ไม่ดีแล้ว ได้แต่กัดฟันแน่น รีบติดตามไป
ทันควัน
บุกทะลวงผ่านแนวป้องกันปลิงดำเป็นผลสำเร็จ ภายในเต่าดำ
เสียงไชโยโห่ร้องดังกระหึ่ม การโจมตีอันดุเดือดของแนวป้องกัน
ปลิงดำทำเอาพวกมันหายใจไม่ทั่วท้อง พอผ่านมาได้ เสียงโห่ร้อง
ย่อมดังกว่าปกติ
“มารดามันเถอะ ทำเอาข้าหวาดกลัวแทบตาย เคราะห์ดีที่
กระดองเต่าของเราแข็งพอ!”
“เราไม่อาจประเมินพวกปิศาจตํ่าเกินไป หากมิใช่เต่าน้อยของ
เรา บางทีเราอาจไม่สามารถบุกผ่านมาได้!”
“พวกเจ้าไฉนปวกเปียกถึงเพียงนี้ สมควรดูเกอเป็นตัวอย่าง
เห็นหรือไม่ว่าเกอเยือกเย็นยิ่ง! อาศัยหนอนน้อยเหล่านี้ไหนเลยจะ
ทำลายกระดองเต่าของเราได้ นี่คือกระดองเต่าอันดับหนึ่งในใต้
หล้า! อย่าได้ล้อเล่นแล้ว! เต่าน้อยของเราเคยผ่านการเคี่ยวกรำใน
พายุทรายผลึกทองมานักต่อนัก!”
“โอ้ ได้โปรดเถอะ เมื่อครู่ข้าเห็นเจ้าหน้าซีดแทบไม่เป็นผู้เป็น
คนแล้ว… …
ทุกผู้คนถกเถียงเกี่ยวกับอันตรายเมื่อครู่อย่างออกรสออกชาติ
เทียบกับบรรยากาศคึกคักฮึกเหิมที่ด้านล่าง จั่วม่อกับแม่นาง
น้อยไม่ได้ผ่อนคลายแม้แต่น้อย พฤติการณ์ของพวกมันคราวนี้ไม่
ต่างจากหวดฟาดใส่รังผึ้งโดยตรง อีกฝ่ายในเมื่อก่อตั้งแนวเฝ้าระวัง
ทัพหน้าไว้ที่นี่ กองทัพปิศาจสมควรอยู่ไม่ไกลจากสถานที่นี้นัก
การต่อสู้เพิ่งจะเปิดฉากขึ้นเท่านั้น
“ข้าจะไปเตรียมตัว” แม่นางน้อยบอกกล่าวคำหนึ่ง แล้วเดิน
ออกไปอย่างสงบเยือกเย็น
เต่าดำแม้มีความสามารถในการป้องกันขั้นสุดยอด แต่
ท่ามกลางสนามรบ หากเอาแต่ป้องกันเพียงอย่างเดียว ต่อให้เป็น
โล่ที่แข็งแกร่งที่สุดยังไม่อาจต้านรับไว้ได้
จั่วม่อจ้องมองแม่นํ้าอาณาจักรตาเขม็ง ในใจบัดเดี๋ยวยินดีบัด
เดี๋ยวขุ่นข้อง ดูเหมือนการต่อสู้ที่รุนแรงและยากลำบากจะหลีกเลี่ยง
ไม่พ้นเสียแล้ว แต่สำหรับพวกมันยังโชคดีอยู่บ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ
ไม่จำเป็นต้องชนะ ขอเพียงหาจังหวะหลบหนีไปให้เร็วที่สุด รีบบุก
ฝ่าออกไปจากมหานครนภาโลหิตให้ได้ก็พอ
สิ่งที่มันห่วงกังวลมากที่สุดคือถูกกองทัพปิศาจลากถ่วงเอาไว้
จนต้องทำศึกยืดเยื้อ นั่นจึงเป็นหนทางแห่งความตาย! กองกำลัง
ของมันอาจดูเหมือนมีคนมาก แต่หากเทียบกับแนวป้องกันหลัก
ของกองทัพปิศาจ พวกมันไม่เพียงพอจะอุดซอกฟันของกองทัพ
ปิศาจเสียด้วยซํ้า
ขณะที่มันกำลังครุ่นคิด ฝั่งทัพเฝ้าระวังแนวหน้าของกองทัพ
ปิศาจก็จัดรูปขบวนป้องกันเสร็จสิ้น
แต่สำหรับการทำศึก มันไม่จำเป็นต้องกังวลแม้แต่น้อย แม่นาง
น้อยสามารถจัดการทุกอย่างได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เสียงโห่ร้องดีใจในเรือค่อยๆ สงบลง ทุกผู้คนสีหน้าเปลี่ยนเป็น
เคร่งขรึมจริงจัง คำสั่งของแม่นางน้อยถ่ายทอดเข้าไปในใจพวก
มัน … เตรียมทำศึก!
เต่าดำเตรียมบุกเข่นฆ่าออกจากแดนอันตราย!
แต่จั่วม่อย่อมคิดไม่ถึง ว่าสถานการณ์ยังซับซ้อนกว่าที่มันคิด
เอาไว้มาก เช่นเดียวกันกับที่กองทัพปิศาจผลักดันแนวป้องกันรุก
คืบมาถึงสถานที่นี้ ในความเป็นจริง รอบๆ บริเวณนี้ก็เต็มไปด้วย
หน่วยสอดแนมของทุกฝ่ายเช่นกัน
เหล่ายอดฝีมือที่มีกันไม่มากนี้ทำตัวประหนึ่งภูตพราย หลบ
ซ่อนอยู่ในม่านหมอกโลหิตอย่างระมัดระวัง
เมื่อเต่าดำแหวกฝ่าออกมาจากหมอกโลหิต ก็ดึงดูดความ
สนใจจากทุกฝ่ายตั้งแต่แรก
รอจนเต่าดำบุกทะลวงผ่านแนวป้องกันปลิงดำอย่างหักโหม
บันดาลให้บรรดาหน่วยสอดแนมผู้เร้นกายถึงกับปั่นป่วนวุ่นวาย
ขึ้นมาทันที ข่าวสารถูกส่งกลับไปยังแม่ทัพบัญชาการศึกของทุก
ฝ่ายด้วยความเร็วอันน่าสะพรึงกลัว
มหานครนภาโลหิตที่สถานการณ์กำลังค่อยๆ เข้ารูปเข้ารอย
เข้าสู่สภาพตั้งประจัน เพียงเพราะเรือดำลำน้อยลำเดียว พลัน
ปั่นป่วนวุ่นวายขึ้นมาอีกคำรบ!
ปิงหลันหรี่ตา “เจ้าบอกว่ามันเป็นเรือซิวเจ่อ?”
“ใช่แล้วต้าเหริน! แม้ว่าจะไม่มีตราสัญลักษณ์ แต่เป็น
ยุทธภัณฑ์เวทที่ซิวเจ่อหลอมสร้างขึ้นไม่ผิดแน่”รองแม่ทัพผงก
ศีรษะยืนยัน
“พวกมันไฉนจู่ๆ โจมตีใส่แนวป้องกันของทัพปิศาจอย่างบ้า
ระหํ่าเช่นนี้? เรือน้อยลำหนึ่งจะไปทำอะไรได้?” ปิงหลันใช้นิ้วเคาะ
โต๊ะเป็นจังหวะ พลางกล่าวอย่างครุ่นคิด
“เราแทบประเมินเรือลำนี้ผิดพลาดไปแล้ว” รองแม่ทัพกระตุ้น
เตือนอย่างนอบน้อม “เรือไม่รวบรัดธรรมดา ดังนั้นคนที่อยู่ภายใน
ยิ่งไม่รวบรัดธรรมดา”
แม่ทัพปิงหลันขบคิดแวบหนึ่ง จากนั้นสั่งการเบาๆ “ส่งข่าวไป
ยังเหลียงเวย มันย่อมทราบว่าสมควรทำอย่างไร”
“เจ้าบอกว่ามันเป็นเรือของฝ่ายซิวเจ่อเรา?”
บุรุษกลางคนท่วงท่ามีอำนาจย้อนถามอย่างแปลกใจ ใบหน้า
ทอแววครุ่นคิด
“ใช่แล้ว ต้าเหริน!” รองแม่ทัพก็มีสีหน้าฉงนใจอยู่บ้าง
เช่นกัน “แต่เราไม่ได้รับแจ้งจากพันธมิตรที่ใดเลย”
“ที่แท้เป็นเช่นนี้… …” บุรุษกลางคนรับคำอย่างครุ่นคิด
รองแม่ทัพไม่กล่าวกระไรอีก เพียงยืนค้อมกายรอรับคำสั่ง
“ผู้ใดอยู่ใกล้ที่สุด?” บุรุษกลางคนถาม
รองแม่ทัพทราบว่าต้าเหรินตัดสินใจได้แล้ว รีบตอบว่า “เป็นห
มิงเลี่ยต้าเหริน!”
“บอกให้มันเข้าไปดูใกล้ๆ มันสามารถตัดสินใจพลิกแพลงได้
ตามสถานการณ์ ข้าให้อำนาจมันเต็มที่”บุรุษกลางคนสั่งการ