สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 436 ผลกระทบที่คาดไม่ถึงจากหนึ่งกระบี่ของเหลยเผิง
- Home
- สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation
- บทที่ 436 ผลกระทบที่คาดไม่ถึงจากหนึ่งกระบี่ของเหลยเผิง
เจตจำนงกระบี่ขั้นแรก … ความเข้าใจพื้นฐานของเจตจำนง
กระบี่ เจตจำนงกระบี่ขั้นที่สอง … เจตจำนงกระบี่หัวใจแปลง และ
เจตจำนงกระบี่ขั้นที่สาม … เจตจำนงกระบี่แปลงรูปลักษณ์
สำหรับเซียนกระบี่ การบรรลุเจตจำนงกระบี่หมายความว่า
พวกมันมีพรสวรรค์และศักยภาพเหนือลํ้ากว่าผู้อื่น เมื่อครั้งที่เหวย
เสิ้งก้าวเข้าสู่เจตจำนงกระบี่ขั้นที่สองในด่านหนิงม่าย ก็สร้างความ
สะท้านสะเทือนไม่น้อย
การบรรลุเจตจำนงกระบี่ไม่ใช่เรื่องหายาก นอกเขตภูมิภาค
อาณาจักรนภาจันทร์ก็ล้วนแล้วแต่สนใจเรื่องนี้เช่นกัน สำนักใหญ่
หลายแห่งมีวิธีการมากมาย ที่จะช่วยให้ศิษย์ของพวกมันเข้าใจ
เจตจำนงกระบี่ ยกตัวอย่างเช่นกระถางหลอมกระบี่ ที่ใช้หลักการ
คล้ายๆ กับค่ายกลกระบี่ห้าธาตุของจั่วม่อ
อย่างไรก็ตาม การเข้าใจเจตจำนงกระบี่ยังเป็นเพียงก้าวแรกที่
เพิ่งข้ามผ่านประตูเข้ามาเท่านั้น เส้นทางก้าวต่อๆ ไปหาได้เรียบ
ง่ายไม่ สำหรับศิษย์ที่สามารถบรรลุเจตจำนงกระบี่ขั้นที่สามใน
ด่านหนิงม่าย กระทั่งในสำนักใหญ่ที่เพียบพร้อมไปด้วยอัจฉริยะ ยัง
ไม่อาจเพิกเฉยต่อพวกมัน
สองขั้นแรกไม่ได้ช่วยเพิ่มพลังแก่กระบวนท่ากระบี่มากมายอัน
ใด เจตจำนงกระบี่ขั้นที่สอง เจตจำนงกระบี่หัวใจแปลง ยังคงไม่
มั่นคงอย่างยิ่ง แต่เมื่อเจตจำนงกระบี่บรรลุถึงขั้นที่สาม สามารถ
สำแดงรูปลักษณ์ออกมา พลังกระบี่ของแต่ละกระบวนท่าจะพุ่ง
ทะยานขึ้นดุจมัจฉากระโดดข้ามประตูมังกร!
ดังนั้นเมื่อฝ่ายศัตรูเห็นเจตจำนงกระบี่แปลงรูปลักษณ์ของม้า
ฝาน หลายคนอดตื่นตะลึงไม่ได้
แน่นอนว่าพวกมันแม้ตื่นตะลึงไม่เบา แต่หาได้หวาดหวั่นพรั่น
กลัวไม่ พวกมันเป็นกองพันจากคุนหลุน ในคุนหลุนอัจฉริยะไม่ได้
หายาก สำหรับศิษย์ที่บรรลุเจตจำนงกระบี่ขั้นที่สามในด่านหนิง
ม่าย แม้ไม่ถึงกับเดินเกลื่อนกลาดเต็มถนน แต่ก็พบพานได้ไม่ยาก
นัก กระทั่งในบรรดาสำนักสาขายังมีอยู่ไม่น้อย
เหนือสิ่งอื่นใดทั้งหมด พวกมันก่อตั้งค่ายกลแล้วเสร็จสมบูรณ์
นี่ทำให้พวกมันเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นต่อการโจมตีที่กำลังจะ
มาถึง
แทบทุกกระบวนทัพมักมีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน นั่นคือเมื่อ
การโจมตีเริ่มต้น ก็จะโหมโจมตีต่อเนื่อง ระลอกแล้วระลอกเล่า
จนกว่าศัตรูจะแตกพินาศสิ้น
เห็นม้าฝานสกัดกั้นเจ็ดปราณกระบี่เอาไว้ได้ กระบวนทัพ
ฝ่ายหมิงเลี่ยก็แปรขบวนอีกครั้ง
เจ็ดคนของแต่ละหน่วยทัพจัดเรียงเป็นค่ายกลเจ็ดดาวขนาด
เล็ก จากนั้นเจ็ดหน่วยทัพรวมเป็นหนึ่งหมู่ ก่อตัวเป็นค่ายกลเจ็ด
ดาวที่ใหญ่โตขึ้นอีกขั้น
ทั้งหมดทั้งสิ้นสี่สิบเก้าเซียนกระบี่ ก่อตัวเป็นค่ายกลเจ็ดดาว
ใหญ่เล็กซ้อนสองอย่างแยบคาย
ผู้นำของหมู่รัศมีดารานี้เป็นเซียนกระบี่ด่านจินตันผู้หนึ่ง เรียก
ว่าเฮ่อเจี้ยน มันเป็นผู้รับผิดชอบค่ายกลเจ็ดดาวที่สร้างขึ้นจาก
ผู้คนสี่สิบเก้าคนขบวนนี้ เมื่อมันเห็นเพลงกระบี่ของฝ่ายตรงข้าม
อดตื่นตะลึงอยู่บ้างไม่ได้ เจตจำนงกระบี่ของอีกฝ่ายถึงกับเหนือลํ้า
กว่ามันด้วยซํ้า แต่นี่ไม่ได้ทำให้มันตึงเครียดกังวลอันใด เพียง
กวาดตามอง ก็ทราบว่าคนกลุ่มนี้ล้วนมีพลังบำเพ็ญเพียรอยู่ใน
ด่านหนิงม่ายทั้งสิ้น
ระหว่างหนิงม่ายกับจินตัน ความห่างชั้นลึกลํ้าไพศาล แม้ว่า
อีกฝ่ายจะมีระดับเจตจำนงกระบี่สูงลํ้ากว่ามันขั้นหนึ่ง ยังคงไม่ใช่
คู่มือของมัน!
เฮ่อเจี้ยนแสยะยิ้มอย่างดุร้าย!
ผู้ใดสนใจว่าอัจฉริยะเป็นเช่นไร ภายใต้เงื้อมมือของมัน คน
เช่นนั้นมีแต่จะต้องตายเท่านั้น!
มันพลันอ้าปาก พ่นเม็ดยากระบี่ออกมาหนึ่งเม็ด!
เม็ดยากระบี่มีขนาดเพียงเมล็ดข้าว แต่เมื่อสัมผัสกับอากาศก็
ขยายใหญ่พรวดพราดขึ้นทันที หลังจากพุ่งทะยานออกไปสิบจั้ง ก็
ขยายใหญ่กว่าสามจั้ง ลากหางเป็นแสงสีฟ้ายาวเหยียด กลายเป็น
ขวานสีฟ้าเล่มมหึมา ส่งเสียงแหวกฝ่าอากาศแหลมสูง หวดฟาดใส่
กลุ่มของม้าฝานอย่างกราดเกรี้ยว!
เสียงกรีดฝ่าอากาศราวกับเสียงภูตผีสะอื้นไห้ สะท้านขวัญ
วิญญาณผู้คน!
เซียนกระบี่ร่วมขบวนอีกสี่สิบแปดคน พอเห็นการโจมตีของผู้
เป็นหัวหน้าขบวน ก็เผยรอยยิ้มคลายใจ เนื่องเพราะที่ผ่านมา พวก
มันไม่เคยเห็นเซียนกระบี่ภายใต้ด่านจินตันคนใด หลบรอดจาก
การโจมตีของหัวหน้าขบวนได้!
การต่อสู้กำลังจะจบสิ้นลง!
ปราณกระบี่ของเฮ่อเจี้ยนรวดเร็วยิ่ง ทั้งยังขยายใหญ่ขึ้น
กว่าเดิมมาก รอจนบรรลุถึงตัวม้าฝานกับพวก ปราณกระบี่ที่คล้าย
ขวานยักษ์สายนี้ ก็แทบจะใหญ่โตจนกลืนกินพวกมันลงไปได้ทั้ง
กลุ่ม!
เจตจำนงกระบี่คมกล้าคุกคาม กดทับใส่ศีรษะพวกมันโดยตรง
บันดาลให้พวกมันรู้สึกว่าไม่มีปัญญาต้านรับเอาไว้ได้!
การโจมตีของจินตันมีพลังสภาวะสะท้านฟ้าสะเทือนดินเสมอ!
บนเรือดำ เซี่ยซานยิ้มกริ่ม มองดูบรรดาเซียนกระบี่ฝ่ายตรง
ข้ามโอ้อวดฝีมือ จากนั้นเบ้ปาก กล่าวว่า “ม้าฝานที่น่าสงสาร ถูก
ผู้อื่นดูแคลนอีกแล้ว“
“น่าสงสารจริงๆ… …” อีกคนเห็นด้วย
“น่าสงสารหรือ? เฮอะเฮอะ ข้าว่าเจ้าม้าฝานกำลังหัวร่ออยู่ใน
ใจต่างหาก หากมันทำได้ มันคงสวมหนังแกะลงไปด้วยแล้ว เจ้าผู้นี้
ลึกซึ้งชั่วร้ายมาจากก้นบึ้งหัวใจเลยทีเดียว!”
กลุ่มคนว่างงานพากันวิพากษ์วิจารณ์อย่างร้อนแรง
ม้าฝานเพ่งมองปราณกระบี่ที่ใกล้เข้ามา ดวงตาหรี่แคบอย่าง
ไม่รู้ตัว ร่างพลันถลันหลบไปด้านข้าง
โผล่ออกมาครึ่งตัวด้านหลังมันเป็นเหลยเผิง ผู้กำลังถลึงตา
โปนโตอย่างพิโรธโกรธกริ้ว มันเงื้อกระบี่ยักษ์ผลึกทองขึ้นสูง งอ
เข่าลงเล็กน้อยกลางเวหา ราวกับว่าใต้ฝ่าเท้าของมันมีพื้นดินที่มอง
ไม่เห็นผืนหนึ่ง กล้ามเนื้อทุกมัดบนร่างเบ่งพอง พลังปราณผนึก
รวมรั้ง ประดุจเพลิงผลาญปะทุขึ้นจากทั่วร่าง
แต่ทั้งหมดทั้งมวลเงียบสนิทสงบนิ่ง ราวกับว่ามันเป็นเพียงรูป
สลักหินรูปหนึ่ง
นี่บันดาลให้ผู้คนรู้สึกย้อนแย้งอย่างสุดขั้ว เหลยเผิงกำลังซ่อน
เร้นปราณกระบี่ที่พลุ่งพล่านดุเดือด สะกดกลั้นเอาไว้ด้วยความ
เงียบสงัด
เห็นปราณกระบี่ใหญ่โตมโหฬาร ลากหางยาวพราวพร่างลง
มาจากฟากฟ้า แผดเสียงกระหึ่มดุจสายฟ้าคำรน
การเคลื่อนไหวที่รุนแรงกับความนิ่งงันอย่างสุดขั้ว เสียงคำราม
ดุจสายฟ้ากับความเงียบสงัดเสมือนตาย!
ในชั่วพริบตานี้ สองความขัดแย้งที่ยากจะบ่งบอกบรรยาย ก่อ
เกิดภาพเหตุการณ์เขย่าขวัญสะท้านวิญญาณฉากหนึ่ง!
เหลยเผิงคล้ายหวนคืนสู่สนามรบในเสี้ยวพริบตานี้เอง ก่อนที่
พวกมันทั้งสามจะหมดสติ พลังปราณทั้งหมดในร่างราวกับเปลวไฟ
โหมเดือด เผาผลาญเส้นประสาททุกเส้นในความเงียบอันไร้สรรพ
เสียงนี้!
ฉากเหตุการณ์ที่พร่าเลือน สุ้มเสียงจากที่ห่างไกล เสียงคำราม
อย่างไม่ยินยอมพร้อมใจ… …
ความสับสนอลหม่านวาบผ่านในใจมันดุจคลื่นโหมซัด มีเพียง
ด้ามกระบี่อันหยาบกร้านที่มันกระชับแนบแน่น จึงทำให้มันอุ่นใจ
เล็กน้อย จิตใจกระจ่างชัดเล็กน้อย!
บางสิ่งบางอย่างคล้ายไหลผ่านจิตใจมันไป
สายใยความกระจ่างชัดเพียงหนึ่งเดียวนี้ ราวกับเส้นใยที่มอง
ไม่เห็น ถูกกระตุกเบาๆ
โดยไม่รีรอลังเล พลังปราณไหลบ่าผ่านท่อนแขน ผ่านฝ่ามือ
เข้าสู่ด้ามกระบี่อย่างบ้าคลั่ง กระบี่ยักษ์ที่เงื้อขึ้นสูง พลันเคลื่อนไหว
ติดต่อตามกันในรวดเดียว นั่นคือตวัดขึ้นสุดล้า แล้วสะบัดฟันลง
สุดแรงกำลัง!
ในชั่วพริบตานี้ ความสับสนพลุ่งพล่านหายไป เสียงกู่คำราม
หายไป สรรพเสียงทั้งมวลคล้ายหายไปอย่างฉับพลัน!
เพียงฟาดฟันลงอย่างเงียบเชียบ!
ห่างไกลออกไป เฮ่อเจี้ยนสีหน้าแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง ดวงตา
ทอแววหวาดกลัว ยังไม่ทันจะมีปฏิกิริยาตอบสนอง กระบี่หนักของ
อีกฝ่ายก็ฟาดฟันใส่กระบี่บินของมันอย่างหักโหม!
คว้าก!
ปรากฏเสียงคล้ายผ้าถูกฉีกกระชาก ดังสดใสชัดเจนผิดปกติ
ม่านแสงสีฟ้าขนาดมหึมาถูกผ่าออกเป็นสองส่วนในกระบี่เดียว
เฮ่อเจี้ยนแค่นเสียงหนักๆ ใบหน้าซีดขาว ดวงตาแตกตื่นสุด
ระงับ! มันบาดเจ็บ! มันแทบเชื่อไม่ลงว่ามันถึงกับได้รับ
บาดเจ็บ! ถูกชนชั้นหนิงม่ายผู้หนึ่งทำร้ายจนสาหัส!
กระบี่บินของมันถูกทำลาย! กระบี่ของอีกฝ่ายสับกระบี่บินของ
มันออกเป็นสองส่วนอย่างโหดเหี้ยมดุดัน!
ไม่ว่าเซียนกระบี่คนใด กระบี่บินของพวกมันเชื่อมโยงกับชีวิต
ของพวกมัน กระบี่บินเมื่อถูกทำลาย คนย่อมได้รับบาดเจ็บอย่าง
หนักหนาสาหัส!
นี่เป็นครั้งแรกที่มันรับบาดเจ็บสาหัสถึงเพียงนี้!
สิ่งที่ยากยอมรับที่สุดสำหรับมัน คืออีกฝ่ายเป็นเพียงเซียน
กระบี่ด่านหนิงม่ายเท่านั้น!
เป็นไปได้อย่างไร… …
สายตาของมันเลื่อนลอย สีหน้าว่างเปล่า
กระทั่งม้าฝานกับพวกยังตกตะลึงกับหนึ่งกระบี่ของเหลยเผิงนี้
กระบวนท่าที่รุนแรงถึงขั้นทำร้ายเซียนกระบี่จินตันในกระบี่เดียว
เรื่องที่เหลือเชื่อเช่นนี้ ถึงกับบังเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาพวกมันจริงๆ
แต่รอจนพวกมันสังเกตเห็นว่าเหลยเผิงยังคงแข็งค้างอยู่ในท่า
โจมตี สงบงันดุจรูปปั้น พวกมันล้วนสีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นปั้นยาก!
มารดามันเถอะ!
สหายตัวโตนี้ถึงกับบังเกิดสภาวะรู้แจ้งในเวลาเช่นนี้! ม้าฝาน
ในใจลอบครํ่าครวญอย่างหวนโหย ที่นี่มันสนามรบ!
สภาวะรู้แจ้งเป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่งสำหรับการรุดหน้า มักจะ
เกิดขึ้นโดยไม่เลือกเวลาและสถานที่ ไม่มีผู้ใดล่วงรู้วิธีที่จะปลุกเร้า
สภาวะรู้แจ้ง แต่ทุกคนล้วนล่วงรู้ สภาวะรู้แจ้งเป็นโอกาสสำหรับ
ความก้าวหน้า!แต่หากสภาวะรู้แจ้งถูกรบกวน ไม่ต้องสงสัยเลยว่า
เป็นการสูญเสียโอกาสอันดีงาม!
ไม่มีผู้ใดทราบ ว่าเมื่อใดจึงจะมีโอกาสเข้าถึงสภาวะรู้แจ้งอีก
ครั้ง
แต่ม้าฝานตอบสนองทันควัน แทนที่จะล่าถอยกลับรุกคืบไป
ข้างหน้า ตวาดก้อง “ฆ่า!”
ในเวลานี้ยอดฝีมือของฝ่ายตรงข้ามบาดเจ็บสาหัส กระบวน
ทัพของอีกฝ่ายกำลังอยู่ในจุดที่อ่อนแอที่สุด ในการต่อสู้ตะลุมบอน
ของผู้คนหลายสิบคน จินตันผู้หนึ่งอาจเป็นปัจจัยชี้ขาดผลแพ้ชนะ
หากพวกมันล่าถอยในเวลานี้ เท่ากับปล่อยให้อีกฝ่ายมีเวลา
หาทางตอบโต้ นี่เป็นเขตแดนของผู้อื่น หากศัตรูตอบโต้ภายใต้ข้อ
ได้เปรียบนี้ ถึงตอนนั้นฝ่ายม้าฝานจะตกอยู่ในสภาพคับขัน
อันตรายแล้ว
ฉวยโอกาสรุกแทนการตั้งรับ นับเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาด
กว่า เรื่องราวนอกเหนือจากนี้ พวกมันต้องพึ่งพากงซุนต้าเหริน
แล้ว!
ความไร้ประสบการณ์ของกองพันหมิงเลี่ยเผยตัวออกมาอย่าง
เต็มที่ในตอนนี้เอง บรรดาเซียนกระบี่ที่เข้าใจว่าชัยชนะอยู่ในกำมือ
ของพวกมันแล้ว คาดคิดไม่ถึงว่าเหตุการณ์จะพลิกผันกลับกลาย
อย่างฉับพลัน เป็นเหตุให้พวกมันตอบสนองชักช้าไปสองจังหวะ
ดังนั้นได้แต่ตอบโต้อย่างแตกตื่นลนลาน
บนสนามรบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำศึกในพื้นที่คับแคบ
การชักช้าไปสองจังหวะเพียงพอที่จะชักนำเภทภัยถึงชีวิต!
เทียบกับความแตกตื่นลนลานของฝ่ายตรงข้าม หน่วย
เทียนฟงที่นำโดยม้าฝานไม่รีรอลังเลแม้แต่ชั่ววูบ ประเคนพลัง
ทั้งหมดลงไปในการโจมตีแรก!
ปราณกระบี่เจิดจรัสดุจดวงตะวันกลางหาว ไม่อาจจ้องมอง
โดยตรง!
สามคลื่นพิฆาต!
พวกมันประดุจคมมีดร้อนฉ่า ตัดผ่านกองทัพราวผ่าก้อน
ไขมันแช่แข็ง!
เพียงแรกปะทะ สิบห้าเซียนกระบี่ก็ถูกสังหารในบัดดล!
ชุดเกราะปราณบนร่างพวกมันเพียงช่วงชิงเวลาให้แก่พวกมัน
ชั่ววูบ ก่อนที่ชุดเกราะจะแตกร้าวดุจเปลือกไข่บางๆ ในเวลานี้ค่าย
กลทักษะยุทธ์ ‘คมกล้า’ บนกระบี่ผลึกทองสำแดงพลานุภาพอัน
ยิ่งใหญ่ เซียนกระบี่ทั้งสิบห้าคนกระทั่งไม่มีเวลากรีดร้อง ก่อนที่จะ
ถูกทะลวงร่าง ชีวิตปลิดปลิวไปอย่างง่ายดาย!
การโจมตีระลอกแรกประสบผลอย่างสมบูรณ์ ม้าฝานกับพวก
ไม่รีรอลังเล เร่งเร้าพลังโจมตีของคลื่นระลอกที่สองทันที!
ถึงตอนนี้เซียนกระบี่ฝ่ายศัตรูคล้ายเพิ่งสะดุ้งตื่นขึ้นมา ยก
กระบี่ขึ้นต้านทานอย่างประหวั่นพรั่นพรึง
ม้าฝานมองดูคู่ต่อสู้ที่ชักช้าจนน่าเบื่อหน่ายเหล่านี้ ไม่ต่างจาก
มองฝูงแพะแกะที่รอรับการเชือดเฉือนแต่ถ่ายเดียว ไม่มีร่องรอย
ของความเมตตาปราณีแม้แต่น้อย
เซียนกระบี่ที่แตกตื่นลนลานเหล่านี้ ไหนเลยจะเป็นคู่มือของม้า
ฝานกับพวกได้?
ท่ามกลางปราณกระบี่ตัดไขว้สอดประสาน บุปผาโลหิตฉีดพ่น
เต็มฟ้า ความเปราะบางของชีวิตสำแดงตัวออกมาอย่างเต็มที่ เซียน
กระบี่อีกสิบคน ชีวิตหลุดลอยไปกับตา
เพียงสองคลื่นการโจมตี อีกฝ่ายพินาศย่อยยับไปกว่าครึ่งหมู่!
เห็นการโจมตีอันเกรี้ยวกราดสุดเปรียบปานนี้ กองพันหมิงเลี่ย
ทั้งเบื้องสูงเบื้องตํ่าล้วนใจสั่นสะท้าน ต่อหน้าปราณกระบี่เจิดจ้าเย็น
เยียบเหล่านั้น ความเย่อหยิ่งถือดีของพวกมันสลายวับโดยไม่เหลือ
ร่องรอย
กระทั่งหมิงเลี่ยยังสีหน้าแปรเปลี่ยน ความสามารถในการสู้รบ
ของหน่วยทัพหนิงม่ายเล็กๆ นี้ เหนือลํ้ากว่าที่มันคาดคิดเอาไว้
มาก!
มันไม่ทราบว่ากระบี่บินสีทองเหล่านั้นทำมาจากวัตถุดิบใด แต่
อย่างน้อยสมควรเป็นระดับห้า สิ่งที่ทำให้มันตื่นตะลึงมากที่สุด คือ
ทุกคนในหน่วยทัพเล็กๆ นี้ อย่างน้อยบรรลุเจตจำนงกระบี่ขั้นที่สอง
กระทั่งมีหลายคนอยู่ในขั้นที่สาม!
สุดยอดฝีมือขนานแท้!
ดวงตามันสาดประกายเย็นชา หมู่ของเฮ่อเจี้ยนล้มตายแทบ
หมดสิ้น กลับไม่ได้ทำให้มันบันดาลโทสะแม้แต่น้อย สำหรับแม่ทัพ
บัญชาการศึก การระงับอารมณ์เมื่อเผชิญหน้ากับความสูญเสีย
เป็นทักษะขั้นพื้นฐานที่สุดอยู่แล้ว
ในเวลาเดียวกัน มันก็สังเกตเห็นเหลยเผิงที่สงบงันไม่ไหวติง…
สภาวะรู้แจ้ง?
รอยยิ้มลี้ลับจุดขึ้นที่มุมปาก
เซียนกระบี่ด่านหนิงม่ายที่สามารถทำร้ายจินตันบาดเจ็บสาหัส
ในกระบี่เดียว ทั้งยังเข้าสู่สภาวะรู้แจ้ง ผู้ใต้บังคับบัญชาเช่นนี้ ไม่ใช่
ผู้ที่แม่ทัพบัญชาการศึกคนใดจะสละทิ้งได้!
ปฏิกิริยาตอบสนองอย่างฉับไวของหัวหน้าหน่วยผู้นั้น ทำให้ห
มิงเลี่ยอดนับถือเลื่อมใสอยู่บ้างไม่ได้ แต่โอกาสอันดีงามถึงเพียงนี้
มันจะปล่อยให้หลุดลอยไปได้อย่างไร?
ความแข็งแกร่งของหน่วยทัพเล็กๆ นี้ทำให้มันประหลาดใจ
อย่างยิ่ง แต่มันเชื่อว่ายอดฝีมือระดับนี้ ย่อมไม่ใช่ระดับฝีมือทั่วไป
ของกองทัพทั้งหมด มันกำลังใคร่ครวญหาวิธีจับกุมยอดฝีมือ
เหล่านี้ทั้งเป็น เพื่อเกลี้ยกล่อมให้พวกมันเปลี่ยนมาติดตามตนแทน
สงบใจลง หมิงเลี่ยโยนความคิดเหลวไหลนี้ทิ้งไปจากใจ สิ่งที่
สำคัญที่สุดในตอนนี้คือบรรลุชัยชนะอันเบ็ดเสร็จเด็ดขาด!
กระบวนทัพแปรเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าไปยังตำแหน่งของ
เหลยเผิง
ภายในเต่าดำ กงซุนชาหัวร่อเบาๆ “เจ้าผู้นี้ช่างมีโชควาสนา
นัก”
กล่าวจบคำ สีหน้าพลันแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ แต่กล่าว
ด้วยสุ้มเสียงราบเรียบ “บุก!”
บนสมรภูมิรบมักเต็มไปด้วยปัจจัยที่คาดไม่ถึง ไม่มีผู้ใด
คาดคิดว่าเหลยเผิงจู่ๆ จะเข้าสู่สภาวะรู้แจ้ง กลายเป็นชนวนเหตุให้
ทั้งสองฝ่ายยังไม่ทันได้หยั่งเชิงเพียงพอ ก็ต้องกระโจนเข้าสู่
สงครามเข่นฆ่าเต็มรูปแบบ!