สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 443 ปะทะเดือด
ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าจั่วม่อจะฉวยโอกาสลอบโจมตี ทั้งยังลงมือ
ประสบผลในคราวเดียว!
สวีเจิ้งเวยศีรษะลั่นอึงอล เหม่อมองเยิ่นจิ้งที่ลำคออยู่ในมุม
แปลกประหลาด ถึงกับตะลึงงันตัวแข็งทื่อ ความเหี้ยมเกรียมเฉียบ
ขาดของอีกฝ่ายเหนือความคาดหมายของมันมาก มันร้อยไม่คิด
พันไม่คิด ไม่เคยคิดว่าความบาดหมางนี้จะกลายเป็นการต่อสู้เดิม
พันชีวิต!
ด้วยนิสัยตามใจให้ท้ายของสามผู้อาวุโสเยิ่น และความรักใคร่
เอ็นดูที่พวกมันมีต่อเยิ่นจิ้ง เรื่องราวครั้งนี้จะมีเพียงผลลัพธ์เดียว ไม่
ตายไม่เลิกรา!
ส่วนบุรุษหนุ่มที่ไม่ทราบประวัติความเป็นมาเหล่านี้ ได้ใช้การ
ลอบจู่โจมอันรวบรัดหมดจด สำแดงเจตนาที่จะเข่นฆ่าหํ้าหั่นของ
พวกมัน รวมทั้งความไม่หวาดหวั่นพรั่นพรึงของพวกมัน
หลังจากตะลึงลาน เป็นความตื่นตระหนกสุดระงับ
สามจินตันแห่งตระกูลเยิ่นมีชื่อเสียงกระเดื่องดังในเมืองซวีหลิง
กระทั่งพรรคซวีหลิงยังไว้หน้าพวกมันหลายส่วน สวีเจิ้งเวยแม้เป็น
จินตันผู้หนึ่งเช่นกัน แต่มันทราบกระจ่างดีแก่ใจ ว่าพลังฝีมือของ
มันเทียบไม่ได้กับสามคนที่ไร้เหตุผลนี้
สวีเจิ้งเวยทันใดนั้นตกอยู่ในตำแหน่งที่น่ากระอักกระอ่วนยิ่ง
ล่วงเกินสามผู้อาวุโสเยิ่นย่อมไม่ใช่เรื่องดี แต่เหล่าบุรุษหนุ่มที่
ไม่ทราบที่มาเหล่านี้ก็ยากตอแย บุรุษหนุ่มกลุ่มนี้ไม่ได้หวั่นเกรง
สามผู้เฒ่าเยิ่นแม้แต่น้อย ผนวกกับเรื่องที่ว่ามันไม่สามารถมองเห็น
พลังบำเพ็ญเพียรของอีกฝ่ายได้ชัดเจน ทำให้สวีเจิ้งเวยไม่กล้า
บุ่มบ่ามลงมือ ทว่าหากมันยังคงรักษาความเป็นกลางเอาไว้ แล้ว
ฝ่ายตระกูลเยิ่นพ่ายแพ้ ย่อมนับว่าประเสริฐสุด แต่หากตระกูลเยิ่น
ได้ชัย เกรงว่าวันคืนของมันจากนี้คงไม่สุขสบายแล้ว ด้วยนิสัยใจ
คอของสามผู้เฒ่าเยิ่น ต่อไปต้องมารังควานหาเรื่องมันแน่
ชั่วพริบตานี้ สวีเจิ้งเวยในจิตใจบังเกิดความคิดขัดแย้งนับไม่
ถ้วน
เห็นหลานสาวสุดที่รักตกตายอย่างอนาถต่อหน้าต่อตา เฒ่า
ชราทั้งสามถลึงตาโปนโตอย่างเคียดแค้นเดือดดาล ดวงตาทั้งสาม
คู่แดงฉานด้วยสายเลือด พวกมันตวาดด้วยโทสะ โถมทะยาน
ออกไปอย่างพร้อมเพรียง!
เห็นผู้เฒ่าเยิ่นต้า (เยิ่นลำดับหนึ่ง) ทั่วร่างปรากฏชั้นสีเขียวแผ่
กระจายอย่างรวดเร็ว ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้ม รูปโฉมชรา
ภาพคล้ายปกคลุมไปด้วยชั้นเปลือกไม้ ผิวหนังเปลี่ยนเป็นหยาบ
กระด้างเป็นอย่างยิ่ง พลังธาตุไม้อันหนาแน่นพลุ่งทะยานขึ้น! เมื่อสี
เขียวลุกลามไปถึงศีรษะของมัน ผมเผ้าสีเขียวเข้มก็ยืดยาวด้วย
ระดับความเร็วอันน่าตระหนก กลายเป็นเถาวัลย์เขียวหยาบหนา
เท่านิ้วหัวแม่มือ เถาวัลย์เขียวสะบัดพลิ้วอย่างดุร้ายป่าเถื่อน ราวกับ
อสรพิษเขียวบิดกายอย่างเกรี้ยวกราดดุร้าย!
เพียะเพียะเพียะ!
เหล่าอสรพิษเขียวเต้นเร่า สะบัดฟาดใส่เจตจำนงกระบี่ของ
เหวยเสิ้ง
เถาวัลย์เขียวสดเหล่านี้แข็งแกร่งผิดธรรมดา พวกมันพอปะทะ
หํ้าหั่นกับเจตจำนงกระบี่ของเหวยเสิ้ง ส่งเสียงโลหะปะทะกันดังบาด
หู สะเก็ดประกายไฟแลบลั่นกระเด็นว่อน!
เยิ่นเอ้อ (เยิ่นลำดับสอง) ทั่วร่างปกคลุมด้วยชั้นหมอกวารีขาว
ทั่วร่างกลายเป็นโปร่งใส ร่างของมันผสานเข้ากับม่านนํ้าอย่าง
รวดเร็ว ภายในชั่วอึดใจเดียว คนคล้ายกลายเป็นมนุษย์นํ้าโปร่งใส
ตนหนึ่ง
เผชิญหน้ากับเจตจำนงหมัดอันหนักแน่นของจงหยู มนุษย์นํ้า
รูปร่างแปรเปลี่ยน กลับกลายเป็นกระแสนํ้าเพรียวบาง หลบหลีก
ด้วยตำแหน่งแง่มุมอันพิสดาร ประหนึ่งอสรพิษเลื้อยปราดอย่าง
ว่องไว!
เยิ่นซัน (เยิ่นลำดับสาม) ทั้งร่างกลายเป็นกองไฟขุมหนึ่ง เปลว
ไฟลุกโชติช่วง ปะทุแลบลั่นออกจากร่างไม่ขาดสาย แผ่นหินแสง
ดาวประกายทองใต้ฝ่าเท้าเริ่มหลอมละลาย ผิวหนังของมันคล้าย
กะเทาะออกเล็กน้อย
เจตจำนงกระบี่ของเซี่ยซาน เมื่อพุ่งผ่านเข้าไปใกล้เปลวไฟ
จากร่างของเยิ่นซัน พลันแตกระเบิดเป็นฝนประกายนับไม่ถ้วน!
จั่วม่อหลังจากเข่นฆ่าเยิ่นจิ้งตายคามือ ก็หวนกลับมายืนข้าง
กายกงซุนชาในบัดดล มันพอเห็นเฒ่าชราทั้งสามลงมือ พลัน
สะท้านใจวูบหนึ่ง!
คนเหล่านี้เป็นเซียนสัญจร!
ตาเฒ่าทั้งสามที่แท้เป็นเซียนสัญจร!
ซึ่งความจริงเซียนสัญจรเป็นคำเรียกหาที่เหมารวมอย่างกว้างๆ
โดยทั่วไปแล้ว นอกเหนือจากเซียนกระบี่ เซียนยันต์และเซียนวร
ยุทธ์แล้ว ซิวเจ่อที่เหลือล้วนถูกจัดเป็นเซียนสัญจรทั้งหมด ในหมู่
เซียนสัญจร ที่พบมากที่สุดส่วนใหญ่เป็นเซียนสัญจรสายห้าธาตุ
ห้าธาตุรํ่าเรียนได้ง่ายดาย แต่ยากจะแตกฉาน แต่หากคนผู้หนึ่ง
บรรลุถึงขั้นแตกฉาน ก็จะบรรลุถึงระดับพลังอันน่าอัศจรรย์พัน
ลึก! ในท้องตลาดมีเวทวิชาห้าธาตุมากมายนับไม่ถ้วน ดังนั้นเซียน
สัญจรที่ฝึกปรือวิชาสายห้าธาตุ จึงมีมากที่สุดโดยปริยาย
สามผู้เฒ่าตระกูลเยิ่นล้วนฝึกปรือหนึ่งในห้าธาตุ ทั้งยังบรรลุถึง
ขั้นลึกลํ้าสุดหยั่ง!
พวกมันพอลงมือโจมตี ก็สำแดงความเลิศลํ้าออกมาอย่างชัด
แจ้ง!
พลังที่สามผู้เฒ่าตระกูลเยิ่นเปิดเผยออกมา ทำให้สวีเจิ้งเวยถึง
กับสีหน้าแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง!สามผู้อาวุโสเมื่อสามารถ
อาละวาดอยู่ในเมืองซวีหลิงมาเป็นเวลานาน ชื่อเสียงของพวกมัน
ย่อมไม่อาจดูแคลนได้! สวีเจิ้งเวยแม้ทราบดีว่าสามผู้เฒ่านี้ยาก
ตอแย แต่ยังนึกไม่ถึงว่าจะร้ายกาจถึงเพียงนี้!
เรื่องราวคราวนี้ สำหรับมันแล้วช่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
อย่างแท้จริง … …สวีเจิ้งเวยลอบครํ่าครวญอย่างหวนโหย
จั่วม่อแม้แตกตื่นแต่ไม่ได้กังวลใจนัก มันเพียงเฝ้าจับตา
ระมัดระวังสวีเจิ้งเวยผู้สีหน้าแปรเปลี่ยนไม่หยุดยั้ง ศิษย์น้องกงซุน
แม้มีฝีมือรบทัพจับศึกเป็นเลิศ แต่ความสามารถเชิงยุทธ์แทบไม่
นับเป็นอะไรได้ ลำพังผู้คุ้มกันทั่วไปก็สามารถฆ่ามันได้อย่าง
ง่ายดาย ดังนั้นเมื่อลอบโจมตีสำเร็จ จั่วม่อก็หวนกลับมาคุ้มครอง
กงซุนชาทันควัน เพื่อไม่ให้ศิษย์น้องกงซุนพลาดพลั้งถูกลูกหลง
จากการต่อสู้
เมื่อปลิดชีวิตของสตรีที่น่ารังเกียจนั้นด้วยมือตัวเอง จั่วม่อ
โทสะในใจล้วนระบายออกไปเกือบหมดสิ้น เพียงเฝ้าจับตามองการ
สัประยุทธ์เดิมพันชีวิตสามคู่อย่างเยือกเย็น
เซี่ยซานกับพวกทั้งสามเผชิญกับพลังสภาวะที่พลุ่งพล่านขึ้น
ของคู่ต่อสู้ บังเกิดปฏิกิริยาที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
เห็นเจตจำนงกระบี่ของมันถูกทำลายอย่างง่ายดาย เซี่ยซาน
แค่นเสียงอย่างเย็นชา กระบี่คู่เงามายาหายวับไปจากมือ ลำแสง
สองสายแผดเสียงกระหึ่มกลางอากาศ เสียงหนึ่งทุ้มลึกหนาหนัก
อีกเสียงหนึ่งแหลมสูงบาดหู ทั้งคู่ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างพร้อม
เพรียง!
ตามหลังพวกมันไปเป็นสายรุ้งสองสายบิดพันเป็นเกลียว
ท่ามกลางเสียงกรีดแหลมสะท้านขวัญวิญญาณ กระบี่คู่จู่โจมเข้า
ใส่เยิ่นซันอย่างหักโหม!
จงหยูแม้เห็นเจตจำนงหมัดของมันพลาดเป้า แต่สีหน้าไม่ได้
แปรเปลี่ยนแม้แต่น้อย ดวงตายังคงครึ่งหลับครึ่งลืมเหมือนเช่นเดิม
สีหน้าเคร่งขรึมสง่างาม ทว่าดอกบัวโลหิตบนหน้าผากเปล่งแสงเจิด
จ้า ราวกับว่าเพิ่งจุ่มลงไปในโลหิตสดๆ
ด้านหลังมัน เห็นเงาเลือนรางมหึมาสายหนึ่งปรากฏขึ้น
โพธิสัตว์มังกรคชสาร!
เงาร่างนั้นค่อยๆ กลายเป็นหนึ่งเดียวกับจงหยู อาภรณ์ของ
จงหยูโบกสะบัดโดยปราศจากแรงลม กระพือพัดอย่างหนักหน่วง
รุนแรง รอจนดวงตาทั้งคู่ลืมขึ้นอย่างแช่มช้า ดวงตาทั้งคู่ก็ว่างเปล่า
ปราศจากอารมณ์ใด ดอกบัวโลหิตบนหน้าผากเจิดจรัสดุจเปลว
เพลิงอันเกรี้ยวกราด
มันยกมือ ต่อยออกไปหนึ่งหมัด หนึ่งหมัดที่สุดแสนจะธรรมดา
สามัญ!
ในด้านของพลังสภาวะ ผู้ที่น่าตื่นตระหนกที่สุดกลับไม่มีผู้ใด
เกินเหวยเสิ้ง!
เห็นเถาวัลย์เขียวที่เต้นเร่าอย่างดุเดือดของฝ่ายตรงข้าม
สามารถทำลายเจตจำนงกระบี่ของมันอย่างง่ายดาย เหวยเสิ้งไม่ได้
แสดงความขลาดเขลาใดๆ ดวงตาดุจพยัคฆ์สาดประกายเจิดจ้า
จิตวิญญาณการต่อสู้ปะทุเดือดพล่านในทรวงอก! หลังจากทะลวง
ผ่านไปยังด่านจินตัน นอกเหนือจากประมือกับจั่วม่อเป็นครั้งคราว
และประจันหน้ากับกลุ่มของอสุภประหลาดในครั้งนั้นแล้ว มันก็ไม่
เคยได้ต่อสู้อย่างดุเดือดจริงจังเลยสักครั้ง!
เนื่องเพราะไม่มีคู่มือที่สมนํ้าสมเนื้อ!
จิตวิญญาณการต่อสู้ที่เก็บกดมาเป็นเวลานานปะทุขึ้นราวกับ
ภูเขาไฟระเบิด บันดาลให้เหวยเสิ้งเลือดลมเดือดพล่าน
กระทั่งกระบี่ดำยังไม่ยกขึ้น มันพลันสืบเท้าขวาไปข้างหน้า
ร่างโน้มไปเบื้องหน้าเล็กน้อย ประดุจกระบี่ที่ถูกชักออกจากฝัก!
เจตจำนงกระบี่สุญตาพวยพุ่งขึ้นไปถึงชั้นฟ้า!
สภาวะว่างเปล่า ไร้ซึ่งสรรพสิ่ง พลันโถมท่วมลงมาราวกับ
ความมืดมิดของรัตติกาล ยึดถือเหวยเสิ้งเป็นจุดศูนย์กลาง ม่าน
สุญตาที่ไร้สรรพสำเนียงกระจายเข้าสู่รอบข้าง กลืนกินทุกสิ่งทุก
อย่างลงไป!
ทุกผู้คนรู้สึกสายตาพร่าเลือน อยู่ในสภาพคล้ายกับว่า พวก
มันตกอยู่ในดินแดนแห่งห้วงมิติอันเวิ้งว้างว่างเปล่า
ไม่มีสรรพเสียง ไม่มีแสงสว่าง มีเพียงความเวิ้งว้างไร้ที่สุด และ
สภาวะสุญตาว่างเปล่าแห่งความตายนิรันดร์!
เจตจำนงกระบี่ของเหวยเสิ้งห่อหุ้มทุกผู้คนไว้ภายในนั้น!
จั่วม่อแตกตื่นจนขวัญหนีดีฝ่อ ศิษย์พี่ใหญ่ต่อสู้จนลืมตัวเสีย
แล้ว! มันมือหนึ่งคว้าร่างกงซุนชา อีกมือหอบหิ้วซางเว่ยหมิง รีบ
ทะยานออกจากที่แห่งนั้น ร่างของมันถอยห่างอย่างเร่งรีบ ต้องถอย
ออกไปสิบกว่าจั้ง ก่อนที่ทุกอย่างในสายตามันจะกลับเป็นปกติอีก
ครั้ง
โอ้! ศิษย์พี่ใหญ่พอคลุ้มคลั่งไป ช่างน่ากลัวโดยแท้!
จั่วม่ออดเห็นอกเห็นใจตาเฒ่าที่เป็นคู่มือของศิษย์พี่ใหญ่ไม่ได้
ถอนใจเฮือกหนึ่ง มันกระทั่งอิจฉาริษยาสักเล็กน้อยยังไม่มี ความ
แข็งแกร่งอันน่าพรั่นพรึงของศิษย์พี่ใหญ่ถือกำเนิดขึ้นมาได้
อย่างไร ไม่มีผู้ใดทราบกระจ่างไปกว่ามันอีก นั่นเป็นการสั่งสมทีละ
หยดทีละหยาดอย่างแท้จริง จากไม่มีสิ่งใดๆ ค่อยๆ ก้าวรุดหน้าจนมี
มากมาย สิ่งเหล่านี้ไม่มีหนทางลัด!
จั่วม่อทราบกระจ่างแก่ใจ สิ่งที่ศิษย์พี่ใหญ่สามารถกระทำ มัน
ไม่มีปัญญาลอกเลียนได้!
เซี่ยซานหนังตากระตุกอย่างเร่งร้อน ในใจตื่นตะลึงสุดระงับ!
เหวยเสิ้งกับมันล้วนเป็นจินตันด้วยกันทั้งคู่ ผู้อื่นถึงกับอ่อน
เยาว์กว่ามันเสียด้วยซํ้า แต่มันยังคงนับถือเทิดทูนเหวยซือ ฝีมือใน
วิถีกระบี่ของเหวยซือลํ้าลึกจนหยั่งไม่ถึง เพียงพอให้มันนับถือ
เลื่อมใสจนหมดใจ แต่เลื่อมใสส่วนเลื่อมใส มันกลับไม่เคยพบเห็น
การโจมตีสุดแรงกำลังของเหวยซือมาก่อน!
ด้วยกระบี่นี้ของเหวยเสิ้ง กระทั่งดวงตาเฉยชาไม่แยแสของจง
หยู ยังบังเกิดระลอกอย่างเห็นได้ชัด!
กระทั่งพวกมันยังตื่นตระหนกถึงเพียงนี้ ปฏิกิริยาของสามผู้
เฒ่าตระกูลเยิ่นย่อมเป็นที่คาดคำนวณได้ พวกมันล้วนหน้าเผือด
สี! ในศีรษะลั่นอึงอล ตระหนักในทันที ว่าคราครั้งนี้เตะถูกกระดาน
เหล็กกล้าเข้าเสียแล้ว!
“เพื่อล้างแค้นให้แก่จิ้งเอ๋อร์!” เยิ่นต้าสูดหายใจลึก ปลุกปลอบ
กำลังขวัญ ตวาดอย่างกราดเกรี้ยว
เมื่อสามารถฝึกปรือจนบรรลุด่านจินตัน ทั้งยังนำตระกูลเยิ่นสู่
ความรุ่งเรืองมาหลายสิบปี เยิ่นต้าย่อมมิใช่บุคคลอ่อนแอ เพียงแต่
มันรักใคร่ตามใจเยิ่นจิ้งมากเกินไป จนครั้งนี้ชักนำภัยพิบัติกราย
มาถึงศีรษะพวกมันแล้ว แต่เมื่อเผชิญกับเจตจำนงกระบี่อันน่า
แตกตื่นสะท้านใจ มันในที่สุดสงบเยือกเย็นลง
เรื่องราวมาถึงขั้นนี้ พวกมันถูกบีบบังคับเข้าสู่การต่อสู้เดิมพัน
ชีวิต ตระกูลเยิ่นถึงกับถูกบีบคั้นจนต้องเดิมพันด้วยชีวิต หากพวก
มันล่าถอยอีกเพียงก้าวเดียว นั่นหมายความว่าพวกมันได้แต่ถูกบด
ขยี้จนสิ้นซาก!นี่ไม่ใช่แค่เพื่อพวกมันทั้งสาม แต่ยังเพื่อตระกูลเยิ่น
ทั้งตระกูล!
เสียงตวาดด้วยโทสะของเยิ่นต้ามาได้ถูกเวลาเป็นที่สุด เยิ่นเอ้อ
กับเยิ่นซันที่ถูกสะกดไว้ในตอนแรก หวนคิดถึงหลานสาวสุดที่รัก
ถูกเข่นฆ่าต่อหน้าต่อตาพวกมัน สองเฒ่าชราไฟโทสะระเบิดขึ้นใน
อกอีกครั้ง พลังสภาวะพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว!
ไม่เจ้าตายก็ข้าม้วย!
สามผู้เฒ่าแทนที่จะล่าถอย กลับโถมเข้าจู่โจมโดยพร้อม
เพรียง!
เยิ่นต้าชั้นสีเขียวบนร่างเติบโตขึ้นอีกส่วนหนึ่ง คนคล้าย
กลายเป็นต้นไม้โบราณต้นหนึ่ง กิ่งก้านสีเขียวเหลือคณานับผุดพุ่ง
ออกจากร่าง แทงลงไปในพื้น ต่อหน้าเถาวัลย์เขียวอันพิสดาร
เหล่านี้ กระทั่งหินแสงดาวประกายทองยังถูกเจาะทะลวงอย่าง
ง่ายดาย ไม่ต่างจากก้อนเต้าหู้
ปราณพิภพไหลบ่าขึ้นมาตามเถาวัลย์สีเขียวที่เจาะลึกลงไปใน
พื้นดิน พุ่งเข้าสู่ร่างของเยิ่นต้าไม่ขาดสาย
ซี่ซี่ซี่!
ราวกับอสรพิษจำนวนมากฉกลิ้นแปลบปลาบ เถาวัลย์เขียว
สะบัดฟาดอย่างคลุ้มคลั่ง เพียงทิ้งรอยแสงสีเขียวไว้กลางอากาศ!
ลำแสงสีเขียวตัดไขว้สอดประสาน ก่อเกิดเป็นค่ายกลขบวน
หนึ่งในบัดดล!
หน่ออ่อนสีเขียวงอกเงยออกมาจากพื้น เติบโตขึ้นด้วย
ความเร็วอันน่าตระหนก ผลิใบ ออกดอกและกลายเป็นผล!
ภายในชั่วพริบตา บนพื้นคล้ายปูลาดด้วยพรมพฤกษา
หนาแน่นเป็นชั้นๆ เช่นเดียวกับผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วย
พลังชีวิตอันล้นเหลือ ชีวิตกำเนิดขึ้น ดอกไม้ค่อยๆ โรยราเหี่ยวเฉา
กลีบดอกไม้เหินร่อนในอากาศ ใบไม้ร่วงหล่นปลิดปลิวจาก
กิ่งก้านสาขา ลอยละล่องไปทุกหนแห่ง! ผลไม้บนต้นปริแตกออก
เมล็ดพวยพุ่งไปทุกทิศทาง ฝังตัวลงไปในพื้น เริ่มเติบโตอย่างบ้า
คลั่งเป็นวัฏจักรใหม่
ชีวิตที่ไม่มีจุดสิ้นสุด!
กลีบบุปผากับใบไม้ปลิดปลิว ลอยละลิ่วไปในอากาศอย่าง
ต่อเนื่อง ในช่วงอึดใจสั้นๆ กลางเวหาก็เต็มไปด้วยใบไม้ดอกไม้
พวกมันเต้นสะบัดและหมุนคว้าง กระจัดกระจายไปทั่วทุกทิศทาง
เคลื่อนเข้าไปในส่วนลึกของม่านสุญตาอย่างไม่หยุดยั้ง!
แต่ในเวลาเดียวกัน พืชพรรณนับไม่ถ้วน ดอกไม้และใบไม้ ก็
เหี่ยวแห้งโรยราด้วยระดับความเร็วอันน่าแตกตื่นสะท้านใจ
กลายเป็นความว่างเปล่าผืนหนึ่ง!
นี่คือการประหัตถ์ประหารระหว่างชีวิตและความตาย!
จั่วม่อสีหน้ากลายเป็นเคร่งขรึมจริงจัง ตาเฒ่าน่าชังผู้นี้มีฝีมือ
ธาตุไม้ลึกลํ้าสุดหยั่งถึงอย่างแท้จริง!
ธาตุไม้เป็นธาตุหลักของชีวิต!
นี่เป็นคุณลักษณะที่แข็งแกร่งที่สุดของธาตุไม้ แต่ใน
ขณะเดียวกันก็เป็นคุณลักษณะที่ยากจะเข้าใจมากที่สุด! จั่วม่อ
พลันฉุกคิดถึงฉากสุดท้ายในศึกทลายคุกนภาจรัสวารีไพศาล ครั้ง
ที่มันต้องต่อกรกับพลังชีวิตอันไพศาล อดสั่นสะท้านขึ้นมามิได้
ชีวิตและความตายเป็นทวิภาวะที่เหมือนกับคู่แฝด เป็นหนึ่งใน
พลังพื้นฐานที่สุด
เจตจำนงกระบี่สุญตาของศิษย์พี่ใหญ่เป็นกระบี่แห่งความตาย
ไร้สิ้นซึ่งสิ่งใด ส่วนเวทวิชาธาตุไม้ของผู้อื่น จัดเป็นเวทวิชาที่เรียบ
ง่ายที่สุดสำหรับการเข้าใจคุณลักษณะของชีวิต เวทวิชาธาตุไม้
ไม่ได้มีชื่อเสียงในด้านพลังอันโดดเด่น แต่กลับเป็นดาวข่มสำหรับ
เจตจำนงกระบี่สุญตาของศิษย์พี่ใหญ่พอดี!
แต่จั่วม่อไม่คิดยื่นมือเข้าช่วยเหลือ
มันเชื่อมั่นในตัวศิษย์พี่ใหญ่!
นับตั้งแต่ครั้งแรกที่อ่านบันทึกการฝึกปรือของศิษย์พี่ใหญ่ มัน
ก็เริ่มเชื่อมั่นในตัวศิษย์พี่ใหญ่ เชื่อมั่นสุดหัวใจ เชื่อมั่นในความ
ทรหดอดทน ความเข้มแข็ง และความไม่ย่อท้อของศิษย์พี่ใหญ่
เชื่อมั่นในบุคคลที่เพื่อค้นหาวิถีกระบี่ ถึงกับยอมตนเป็นข้ารับใช้
กระบี่ เชื่อมั่นในบุคคลที่เพียงเพื่อเข้าใจเจตจำนงกระบี่ ถึงกับออก
ไล่ล่าลิงบึงโคลนตามลำพังผู้เดียว!
ในความเห็นของจั่วม่อ นิมิตแห่งฟ้าดินที่ปรากฏขึ้นในยามที่
ศิษย์พี่ใหญ่เข้าสู่ด่านจู้จี ไม่ใช่สิ่งที่พิสูจน์ยืนยันพรสวรรค์ของศิษย์
พี่ใหญ่ แต่เป็นรางวัลที่สวรรค์ประทานให้แก่ศิษย์พี่ใหญ่ รางวัลแด่
ความอดทนอดกลั้นและการบากบั่นพากเพียรอย่างยากลำบาก แต่
ยังคงมุ่งมั่นไม่ย่อท้อต่อจุดเริ่มต้นที่หนักหนาสาหัส!รางวัลสำหรับ
การไม่ห่วงใยชีวิตและการสั่งสมบาดแผลนับไม่ถ้วน! รางวัลแด่วัน
คืนที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและโลหิต!
ศิษย์พี่ใหญ่เช่นนี้หรือจะพ่ายแพ้ผู้อื่น?
นี่เป็นยอดบุรุษเหล็กที่ไม่มีผู้ใดเสมอเหมือน!