สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 447 บนเกาะ
จั่วม่อตรวจสอบร่างกายของอากุ่ย ก่อนที่ใบหน้าจะทอแววปิติ
ยินดี อากุ่ยในดวงตายิ่งมีประกายชีวิตมากกว่าเดิม นางไม่ได้ดู
เหมือนคนตายอีกต่อไป เปรียบเทียบกับก่อนหน้านี้ พลังงานสีม่วง
ในร่างนางเพิ่มพูนขึ้นอีกเท่าตัว
การเปลี่ยนแปลงของอากุ่ยเป็นไปในทางที่ดี จั่วม่อเบิกบานใจ
ยิ่ง
จ้องมองใบหน้าที่ยังคงแข็งทื่อของนาง ไม่ทราบเพราะเหตุใด
จั่วม่อรู้สึกเจ็บปวดใจอยู่บ้าง หากมิใช่ว่านางปกป้องมัน อากุ่ยคงไม่
ต้องตกอยู่ในสภาพผิดธรรมชาติเช่นนี้ จะคนก็ไม่ใช่ผีก็ไม่เชิง
จั่วม่อแม้ไม่ทราบว่าอากุ่ยไฉนยินดีสละชีวิตเพื่อมัน แต่ไม่ว่าจะ
อย่างไร หนี้ชีวิตหนนี้ก็มีคุณค่ามากพอให้จั่วม่อยินดีชดใช้ด้วย
ชีวิตของมันเอง
รออีกเพียงครึ่งปี พวกมันจะเสาะหาจนพบตัวอ่อนเมฆวารี แล้ว
อากุ่ยจะได้ทุเลาหายดี นึกถึงเรื่องนี้ จั่วม่ออดเต็มไปด้วยความ
คาดหวังต่ออนาคตไม่ได้
บัดนี้พวกมันครอบครองเกาะเต่า อาจเรียกได้ว่าครอบครอง
ทรัพย์สินของตัวเองจริงๆ เสียที ลำพังแค่ท้องทุ่งปราณหมื่นกว่าหมู่
ก็มากพอให้มันเลี้ยงดูพี่น้องทุกคนอย่างสุขสบาย
พวกมันตั้งหลักมั่นบนเกาะแห่งนี้แล้ว ส่วนที่เหลือก็คือวิธีการ
จัดการที่มีประสิทธิภาพ นี่ได้แต่ค่อยๆ ทดลองดู ทุกผู้คนรวมทั้งตัว
มันเองล้วนมีชาติกำเนิดตํ่าต้อย นี่เป็นครั้งแรกที่พวกมันต้อง
จัดการกับอาณาเขตมหึมาเช่นนี้ แต่จั่วม่อหาได้หวาดหวั่นไม่ เก
อบุกฝ่าพายุโลหิตมานักต่อนัก กับเรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านี้ ไม่
เพียงพอให้เกอต้องหวาดกลัว
จั่วม่อปลาบปลื้มประโลมใจยิ่ง
ฉุนอวี้เฉิงเมื่อเสร็จสิ้นการสำรวจนํ้าพุปราณแห่งสุดท้าย อด
ทอดถอนชมเชยไม่ได้ “ช่างเป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมโดยแท้!”
มองดูนํ้าพุปราณอันเย็นเยียบและเงียบสงบ ในใจรู้สึกสุขสม
อย่างบอกไม่ถูก นํ้าพุปราณแห่งนี้เป็นนํ้าพุปราณระดับสี่ เนื่องจาก
อยู่ใกล้กับถํ้าไหมหิมะที่สุด นํ้าจึงเย็นเยียบเป็นพิเศษ เมื่อมัน
ทดลองจุ่มมือลงไปในบ่อนํ้าพุ ท่อนแขนทั้งท่อนแทบจะถูกแช่แข็ง
ในบัดดล นี่เป็นครั้งแรกที่ฉุนอวี้เฉิงพบพานนํ้าพุปราณที่คุณภาพ
ดีเยี่ยมถึงเพียงนี้ ความเบิกบานใจของมันย่อมเป็นที่คาดคำนวณ
ได้
นี่เป็นนํ้าพุปราณระดับสี่แห่งที่สามที่มันตรวจสอบ ส่วนนํ้าพุ
ปราณอื่นๆ ที่เหลือล้วนเป็นระดับสาม แม้ว่านํ้าพุปราณแต่ละแห่ง
คุณภาพผิดแผกแตกต่าง แต่ทั้งหมดล้วนใสสะอาดและเป็นนํ้าพุ
ปราณคุณภาพเยี่ยม นํ้าพุปราณที่ลํ้าเลิศเช่นนี้สามารถใช้
ประโยชน์ได้มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหมาะสมสำหรับการ
เพาะเลี้ยงสัตว์ปราณธาตุนํ้าบางประเภท หรือเพาะปลูกพืชหญ้า
ปราณพิเศษเฉพาะบางชนิด ไม่ว่าวิธีการธาตุนํ้าใด ล้วนต้องพึ่งพา
นํ้าพุปราณที่ดีเลิศ
ภายในสรวงสวรรค์ลับทั้งหลาย นํ้าพุปราณเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้
ด้วยนํ้าพุปราณเหล่านี้ มันมีความเชื่อมั่นอย่างเปี่ยมล้น ว่าจะ
สามารถเพาะเลี้ยงสัตว์ปราณอันเยี่ยมยอด ความรอบรู้ในบ่อฟูม
ฟักสัตว์ร้ายของมันลํ้าลึกกว่าเมื่อครั้งแรกเริ่มมาก แต่ก็ยังมีแนวคิด
มากมายที่มันไม่สามารถทดสอบ เนื่องเพราะปัจจัยรอบด้านไม่
เพียงพอ มันไม่เคยคิดฝัน ว่าจะมีวันที่มันครอบครองสภาพปัจจัย
เพียบพร้อมสมบูรณ์ พอให้ศึกษาค้นคว้าทุกสิ่งตามที่มันต้องการ
ดังนั้นเมื่อมันทราบว่าบนเกาะมีนํ้าพุปราณอยู่มากมาย มันก็
รีบแล่นไปตรวจสอบทีละแห่งๆ
ผลลัพธ์ที่ได้ทำให้มันเบิกบานสำราญใจอย่างสุดแสน!
สภาพปัจจัยบนเกาะและคุณภาพของนํ้าพุปราณ ล้วนเหนือ
ความคาดหมายของมันไปมาก ฉุนอวี๋เฉิงคิดไม่ถึง ว่าจะมีวันที่มัน
สามารถครอบครองสภาพปัจจัยทั้งหมดนี้จริงๆ
มันรู้สึกราวกับฝันไป!
โปรดอย่าได้ตื่นจากฝันนี้เลย!
ฉุนอวี๋เฉิงรำพึงรำพันกับตัวเอง
“นี่คือถํ้าไหมหิมะหรือ?” เว่ยเฉิงปินชะโงกหน้าเข้าไปในถํ้า
กวาดตามองอย่างสนอกสนใจ
“ใช่แล้ว ต้าเหริน” ผู้ที่นำทางมาเป็นหัวหน้าคนงานผู้หนึ่ง ใย
ไหมเมฆารินไหลที่ผลิตได้จากถํ้าไหมหิมะเป็นแหล่งรายได้หลัก
ของเกาะ เนื่องเพราะเหตุนี้ตระกูลเยิ่นจึงให้ความสำคัญกับสถาน
ที่นี้มาก จึงว่าจ้างหัวหน้าคนงานมาเป็นการเฉพาะ เพื่อให้
รับผิดชอบจัดการถํ้าไหมหิมะ
ในส่วนลึกของถํ้าเป็นสีดำสนิท สายลมเย็นเยียบพัดออกมา
จากภายในถํ้าอย่างกะทันหัน กระทบกายผู้คนจนสะท้านเยือกกัน
เป็นทิวแถว
“หนาวเย็นยิ่ง!”
“สวรรค์ของข้า!”
“นี่มันสถานที่เยี่ยงไรกัน!”
เหล่าคนของค่ายจินวูพากันอุทานเสียงหลง สายลมเย็นเยือกนี้
เสียดแทงไปถึงกระดูก นี่ยังคงเป็นเพียงบริเวณปากทางเข้าถํ้า
เท่านั้น พวกมันยังรู้สึกว่าสุดจะทานทนอยู่บ้าง
หัวหน้าคนงานผู้เคยชินกับเรื่องเช่นนี้ ไม่ได้ตื่นตระหนกอันใด
เพียงอธิบายว่า “ถํ้าไหมหิมะนี้ลึกมาก จุดที่ตัวไหมหิมะอาศัยอยู่
ห่างจากปากถํ้าร่วมสองร้อยจั้ง ไม่มีผู้ใดเคยเข้าไปลึกกว่านั้น
หลังจากผ่านระยะสามร้อยจั้งเข้าไป จึงเป็นความเย็นเยียบที่แท้จริง
ชนชั้นหนิงม่ายจะกลายเป็นก้อนนํ้าแข็งในระยะเวลาเพียงสิบอึดใจ
ดังนั้นพวกเราเพียงเข้าไปเก็บเกี่ยวใยไหม แต่จะไม่เข้าไปลึกกว่า
นั้น”
ทุกผู้คนหน้าเผือดสีเล็กน้อย ชนชั้นหนิงม่ายกลายเป็นก้อน
นํ้าแข็งในสิบอึดใจ หนาวเย็นกระไรปานนั้น!
พวกมันล้วนเป็นผู้ใช้ไฟ ย่อมไม่ชมชอบสถานที่หนาวเย็น
เช่นนี้เป็นที่สุด หลังจากกวาดตามองรอบๆ คนละแวบ ทุกคนก็
พร้อมใจกันล่าถอยออกมา
“แถวนี้มีถํ้าเพลิงหรือไม่?” ปรมาจารย์ซุนเป่าถาม
“มีมี!” หัวหน้าคนงานผู้นั้นรีบพยักหน้า สีหน้าท่าทีนอบน้อม
ถ่อมตนยิ่ง ภายใต้การเปลี่ยนนายจ้าง หลายสิ่งหลายอย่างอาจ
เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย อย่างเช่นตำแหน่งหัวหน้าคนงานของมัน
มันไม่อยากสูญเสียหน้าที่การงานดีๆ ไป
“อยู่ที่ใด?” จี๋เหว่ยรีบถามด้วยดวงตาลุกวาว
ค่ายจินวูมีฝีมือที่สุดในด้านหลอมสร้าง เวลานี้พวกมันทั้งหมด
แม้ครอบครองไฟอีกาทองคำ แต่ถํ้าเพลิงยังคงมีส่วนช่วยต่อพวก
มันอย่างใหญ่หลวง
“เป็นสถานที่ที่ซันเหล่าเหยีย (นายผู้เฒ่าที่สาม) เคยใช้
ฝึกปรือในกาลก่อน เรียกว่าถํ้าหยางแกร่งกร้าว!” หัวหน้าคนงาน
กล่าว
“รีบพาพวกเราไป”
ทั้งหมดยกขบวนไปถึงปากทางเข้าถํ้าหยางแกร่งกร้าวอย่าง
รวดเร็ว เทียบกับถํ้าอื่นๆ ถํ้าแห่งนี้ดูสะอาดสะอ้านกว่ามาก ปกคลุม
ด้วยชั้นหินตะกอนเพลิง หินตะกอนเพลิงสีแดงดำเหล่านี้ระดับไม่สูง
นัก เพียงแค่ระดับสอง เป็นหินเพลิงที่เกิดจากหินหลอมเหลวซึ่งพบ
เห็นได้ทั่วไป
ภายใต้ความร้อนสูง อากาศที่ปากทางเข้าบิดเบี้ยวพร่าเลือน
คลื่นความร้อนปะทุออกมาจากภายในถํ้า ทุกคนรู้สึกกระแสความ
ร้อนกดทับจากที่ห่างไกล
พวกมันตาลุกวาบ
ซิวเจ่อที่ฝึกปรือวิชาธาตุไฟชมชอบเพลิงไฟทุกประเภท พวก
มันไม่หวาดกลัวเปลวไฟอันร้อนแรง เพียงหวั่นเกรงว่าจะร้อนแรงไม่
พอ
พวกมันพอพบเห็นภาพปากทางเข้าถํ้าหยางแกร่งกร้าว ทุก
ผู้คนล้วนทราบว่าอุณหภูมิภายในถํ้าหยางแกร่งกร้าวร้อนแรงยิ่ง
ซุนเป่าผู้สงบเยือกเย็นอยู่ตลอดเวลา พลันตวาดเรียกซิวเจ่อที่
กำลังกระตือรือร้นจะเข้าไปในถํ้าให้กลับมา ไม่อนุญาตให้พวกมัน
บุกเข้าไปกันเอง ถํ้าหยางแกร่งกร้าวนี้เป็นดินแดนของพวกมันแล้ว
ไม่จำเป็นต้องรีบเร่งร้อนใจ สามารถค่อยๆ ดำเนินการอย่างช้าๆ
และระมัดระวัง โดยใช้มาตรการที่เหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงภัย
อันตรายที่ไม่คาดคิดทั้งปวง
เมื่อพวกมันทราบว่าบนเกาะแห่งนี้มีถํ้าเพลิงเพียงแห่งเดียว
กระทั่งซุนเป่ายังสูญเสียความกระตือรือร้นสนใจต่อถํ้าอื่น
ถํ้าหยางแกร่งกร้าวย่อมเป็นสถานที่ที่พวกมันสนอกสนใจมาก
ที่สุด!
บนเกาะยุ่งวุ่นวายมาก จึงไม่ได้กังวลสนใจเกี่ยวกับเมืองซวีห
ลิงแม้แต่น้อย
เหตุการณ์สังหารสามผู้อาวุโสตระกูลเยิ่น แม้ทำให้ผู้คน
ปรบมืออย่างยินดี แต่ย่อมมีคนที่ไม่พอใจเป็นธรรมดา ขณะที่ซิว
เจ่อจากภายนอกยังคงเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ความตึงเครียด
ระหว่างซิวเจ่อท้องถิ่นกับซิวเจ่อจากภายนอกทวีความรุนแรงขึ้น
ทุกวัน การตายของสามเฒ่าตระกูลเยิ่น ยิ่งทำให้ความขัดแย้งแทบ
ปะทุถึงจุดเดือด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อซิวเจ่อท้องถิ่นพบว่า
พรรคซวีหลิงไม่รับฟังหรือถามไถ่เรื่องราว นี่ทำให้พวกมันยิ่งไม่
พอใจมากกว่าเดิม
ไม่ว่าเรื่องนี้สามผู้เฒ่าตระกูลเยิ่นจะเป็นฝ่ายผิดสักเท่าใด พวก
มันก็ยังคงเป็นซิวเจ่อของเมืองซวีหลิง ซิวเจ่อท้องถิ่นมากมายเริ่ม
พิโรธเดือดดาล วิพากษ์วิจารณ์กันว่าตระกูลเยิ่นถูกทำลายเช่นไร
แต่กระนั้นพรรคซวีหลิงก็ไม่ตอบสนอง และยินยอมให้เกาะเมฆ
ตระกูลเยิ่นถูกครอบครองไปโดยปริยาย
บางคนฝากความหวังไว้ที่ศาลาเมฆา ไม่ว่าผู้ใดก็ทราบ
เบื้องหลังของศาลาเมฆา คราครั้งนี้ร้านค้าทั้งหลังพินาศสิ้น
ยุทธภัณฑ์เวทจำนวนมากถูกทำลายหรือสูญหาย มูลค่าความ
เสียหายเรียกได้ว่ามากมายมหาศาล
ด้วยพฤติการณ์ของศาลาเมฆา ไม่มีผู้ใดเชื่อว่าศาลาเมฆาจะ
ยอมกลํ้ากลืน
เมื่อเทียบกับศาลาเมฆาแล้ว ตระกูลเยิ่นเป็นเพียงมดปลวกตัว
น้อยเท่านั้น หลายคนกล่าวว่า หากมิใช่ความจริงที่ว่าตระกูลเยิ่น
ผลิตใยไหมเมฆารินไหล ผู้ดูแลร้านของศาลาเมฆาเมืองสวีหลิง
กระทั่งเหลือบแลยังจะไม่เหลือบแลตระกูลเยิ่นเสียด้วยซํ้า ผู้ดูแล
ร้านผู้นี้หวังประจบเอาใจตระกูลเยิ่น เพื่อที่จะได้รับไหมเมฆารินไหล
จากตระกูลเยิ่นมากกว่าเดิม ช่วยยกระดับความดีความชอบให้แก่
มัน ผู้ใดจะทราบว่าความลำเอียงของมัน กลับล่วงเกินกลุ่มมารร้าย
เดนตายเข้า จนแทบรักษาชีวิตน้อยๆ เอาไว้ไม่ได้!
การตอบโต้ของศาลาเมฆา แน่นอนว่าจะต้องหนักหน่วงรุนแรง
เป็นที่สุด!
เพียงจินตันไม่กี่คน หากคิดเผชิญหน้ากับศาลาเมฆา นั่นเป็น
เพียงตัวโง่งมที่ฝันกลางวัน
ตระกูลท้องถิ่นบางตระกูลยังลอบเคลื่อนไหวในเงามืด ผู้ใดใช้
ให้เกาะเมฆของตระกูลเยิ่นอุดมสมบูรณ์นักเล่า!
ถึงตอนนี้ บังเกิดคลื่นลับใต้นํ้าหนุนเนื่องไม่ขาดสาย
ค่ายกลใหญ่บนเกาะเมฆตระกูลเยิ่นเดิมเรียกว่า ‘ค่ายกลเมฆ
สายฟ้าหยินหยาง’ ค่ายกลใหญ่ขบวนนี้มีพลังป้องกันอันโดดเด่น
เหมาะสมเป็นพิเศษกับเกาะขนาดใหญ่เช่นเกาะเต่า เพื่อก่อตั้งค่าย
กลเมฆสายฟ้าหยินหยางขบวนนี้ ตระกูลเยิ่นต้องจ่ายค่าตอบแทน
ออกไปเป็นจำนวนมหาศาล จึงสามารถเชื้อเชิญยอดฝีมือค่ายกล
มาลงมือด้วยตัวเอง
แต่ในสายตาของจั่วม่อผู้ชมชอบลอบจู่โจม ค่ายกลใหญ่
ขบวนนี้ไม่ปลอดภัยเพียงพอ
ผู้ที่ชมชอบการลอบจู่โจม โดยทั่วไปแล้วก็เป็นคนที่ระวัง
ป้องกันการลอบจู่โจมมากที่สุดเช่นกัน จั่วม่อมุ่งมั่นตรวจสอบค่าย
กลป้องกันของเกาะเต่าอย่างอดทน การจัดวางกำลังและ
ลาดตระเวนเป็นขอบเขตของแม่นางน้อย แต่ในด้านของค่ายกล มี
เพียงจั่วม่อที่สามารถกระทำได้
ในความเห็นของจั่วม่อ ค่ายกลเมฆสายฟ้าหยินหยางนี้ดูโอ่อ่า
หรูหรา แต่ไม่ค่อยมีประโยชน์ใช้สอย มีเพียงรูปโฉมที่ดูดี คล้าย
เต็มไปด้วยพลังอันร้ายกาจ แต่หากเผชิญศัตรูเข้มแข็ง อาจ
พังทลายได้ทุกเมื่อ ผู้ที่ก่อตั้งค่ายกลชุดนี้ก็เห็นได้ชัดว่าไม่มีเจตนา
ดี มันลอบทิ้งช่องโหว่เล็กๆ ไว้ภายในค่ายกล ตระกูลเยิ่นที่โง่งมไม่
สามารถตรวจพบ แต่ไหนเลยจะหลุดรอดจากสายตาอันเผ็ดร้อน
ของจั่วม่อได้?
จั่วม่อไม่ทำลายช่องว่างรอยโหว่นี้ทิ้ง กลับใช้เป็นเหยื่อล่อแทน
ขุดหลุมพรางดักไว้อีกชั้นหนึ่ง มันปรับปรุงแก้ไขลวดลายค่ายกลที่
อยู่ใกล้เคียงกับรอยโหว่ รอยโหว่นี้มองไปไม่มีอันใดแตกต่างจาก
กาลก่อน แต่หากมีคนมุดเข้ามาทางรอยโหว่สายนี้ ถึงตอนนั้น ฮี่ฮี่
… …
จั่วม่อแสยะยิ้มชั่วร้าย
แน่นอน เท่านี้ยังไม่พอ ในสายตาของมัน ค่ายกลเมฆสายฟ้าห
ยินหยางชุดนี้เพียงสามารถแสดงตนเป็นเปลือกบางๆ เท่านั้น ยัง
ห่างไกลจากกระดองเต่าอมตะที่มันคิดไว้มาก
ผู้คนไม่สามารถไม่สนใจฉายานามได้!
ด้วยความคิดเช่นนี้ จั่วม่อเริ่มต้นแผนการใหญ่
เพื่อเพิ่มพลังให้แก่ค่ายกลเมฆสายฟ้าหยินหยาง จั่วม่อปลูก
ต้นไม้ต้นหนึ่ง
เป็นต้นเหอเถาอัสนีคำรน ใช้ต้นเหอเถาอัสนีคำรนเป็นหัวใจ
หลักของค่ายกล เหอเถาอัสนีคำรนระดับสี่ ถึงตอนนี้ไม่ได้มีคุณค่า
เท่ากับเมื่อครั้งอดีตอีกแล้ว แต่มันยังคงเป็นวัตถุดิบธาตุไม้สายฟ้าที่
ดีเยี่ยม วางไว้เป็นศูนย์กลางของค่ายกล สามารถเพิ่มพลังให้แก่
ค่ายกลใหญ่อย่างมหาศาล
นอกเหนือจากนี้ เหล่าผู้คนค่ายจินวูซึ่งกำลังพยายามบุกเข้า
ไปในถํ้าหยางแกร่งกร้าว ล้วนถูกจั่วม่อกวาดต้อนมาเป็นคนงาน
ทั้งหมด
ไฟอีกาทองคำลุกโชนขึ้นทั่วเกาะ เปลวไฟสว่างไสวแทบจะบด
บังไปครึ่งฟ้า เป็นเหตุให้เกาะเมฆใกล้เคียงแตกตื่นตึงเครียดจนอก
สั่นขวัญหาย โดยไม่มีข้อยกเว้น ทุกเกาะเร่งเร้าค่ายกลป้องกันเกาะ
ไปจนถึงจุดสูงสุด หวั่นเกรงว่าอาจถูกโจมตีได้ทุกขณะจิต
ซิวเจ่อดั้งเดิมที่ยังหลงเหลืออยู่บนเกาะ พอเห็นฉากอันตระการ
ตานี้ ถึงกับเหม่อมองอย่างโง่งม ชาวนาปราณที่ห่วงกังวลและเริ่ม
วางแผนจะลาออกไป รีบโยนความคิดนี้ทิ้งทันควัน
มีเพียงความคิดเดียวหลงเหลืออยู่ในใจพวกมัน
ผู้คนที่รอบรู้มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง บางคนจดจำไฟอีกาทองคำ
ระดับสี่ได้ในบัดดล เมื่อข่าวคราวแพร่สะพัดออกไป ทุกผู้คนเต็มไป
ด้วยความลิงโลดแทบคลุ้มคลั่ง!
มารดามันเถอะ นี่เป็นจิงสือมากมายเท่าไร!
ไฟอีกาทองคำมากมายถึงเพียงนี้ หากตีค่าเป็นจิงสือ สามารถ
ซื้อเมืองซวีหลิงได้ทั้งเมือง! ซิวเจ่อสายการผลิตบนเกาะส่วนใหญ่
เป็นซิวเจ่อท้องถิ่น คลื่นลับใต้นํ้าก่อตัวในเมืองซวีหลิง พวกมันไหน
เลยจะไม่ล่วงรู้ได้? เดิมทีที่พวกมันห่วงกังวล ก็มิใช่เกรงว่าคนกลุ่ม
นี้จะไม่สามารถตั้งหลักมั่น จนเพลี่ยงพลํ้าให้แก่กลุ่มท้องถิ่นที่หลบ
เร้นอยู่ในเงามืดเหล่านั้นหรอกหรือ แต่บัดนี้ความวิตกกังวลทั้งหมด
ล้วนปลาสนาการไปสิ้น
จิงสือมากมายถึงเพียงนี้ โอ้ สวรรค์!
สำนักที่รํ่ารวย!
ตระกูลอันทรงพลัง!
ผู้ยิ่งใหญ่!
จินตนาการที่ไม่ค่อยบรรเจิดนัก ทำให้พวกมันนึกได้เพียงไม่กี่
คำเท่านั้น แต่เรื่องเพียงเท่านี้ ย่อมไม่อาจหยุดยั้งศรัทธาแรงกล้าที่
ระเบิดขึ้นจากส่วนลึกในหัวใจของพวกมันได้
เหล่าป่าน ซื้อตัวข้าไปด้วยเถอะ!
ทุกผู้คนดวงตาแดงฉานเหมือนกระต่าย