สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 450 ศัตรูตึงมือ
จั่วม่อรู้สึกว่ารอบข้างแปรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน
บุรุษกลางคนเบื้องหน้ามันยังคงจ้องมองมันอย่างเย็นชา แต่ม้า
ฝานกับพวกที่เดิมทีอยู่ข้างกายมันกลับหายสาบสูญไป
เกิดอะไรขึ้น?
จั่วม่อหรี่ตาลงตามสัญชาตญาณ
“ไม่ต้องค้นหาแล้ว” บุรุษกลางคนเยาะหยันเสียงเย็น “แผ่นจาน
พันมณีแดนลวง ระดับหก หากเจ้ามิใช่หยวนอิง อย่าคิดหมายหนี
รอดไปได้! อย่าได้ดิ้นรนเสียแรงเปล่าจะดีกว่า”
ตัวโง่งม! จั่วม่อคิดในใจ ร่างพลันหายวับไปจากจุดเดิม
ปรากฏขึ้นด้านหลังบุรุษกลางคนในชั่ววิบตา หัตถ์ขวาราวกับ
อสรพิษร้ายฉกวาบออกจากรัง แทงใส่แผ่นหลังผู้อื่นอย่างแยบคาย!
แต่แล้วกลับทะลุผ่านไปอย่างแปลกประหลาด!
พริบตาที่หัตถ์ดาบแทงออกไป จั่วม่อสีหน้าแปรเปลี่ยน
เล็กน้อย
ผิดท่า!
ร่างที่อยู่เบื้องหน้ามันสั่นไหววูบ แตกระเบิดเบาๆ แล้วหายวับ
ไปต่อหน้าต่อตา
ภาพมายา!
“ฮ่าฮ่า!” เสียงหัวร่ออย่างโอหังลำพองของบุรุษกลางคนดังมา
จากรอบด้าน สะท้อนก้องไปมาไม่ขาดสาย “โหดเหี้ยมดุดันอย่างที่
คาด! แต่ก่อนอื่นเจ้าจะไม่ถามไถ่สักคำหรือ ว่าข้าลงมือกับเจ้า
เพราะเหตุใด?”
จั่วม่อฉุกใจคิด แสร้งเป็นคล้อยตามคำของอีกฝ่าย “เจ้าเป็น
ใคร? ไฉนคิดฆ่าข้า?”
“เฮอะ! ต่อให้เจ้าไม่ถาม ข้าก็จะให้เจ้าทราบกระจ่างอยู่ดี! เจ้า
จะได้เข้าใจว่าเจ้าต้องตายเพราะเหตุใด! ข้าเรียกว่ากู่เซี่ยงเทียน ใน
อดีตเคยเป็นหนี้ตระกูลเยิ่นอยู่มาก ยังไม่ทันจะได้ชดใช้ พวกมัน
กลับตกตายใต้เงื้อมมือเจ้า ข้าไม่สนใจว่าระหว่างพวกเจ้ามีข้อ
บาดหมางอันใด แต่หนี้ของข้า ข้าต้องชดใช้ ทว่าพวกมันในเมื่อ
ตายไปแล้ว ข้าย่อมไม่อาจจ่ายหนี้ให้แก่พวกมันได้ ดังนั้นข้าจะเอา
ศีรษะเจ้ามาเซ่นไหว้พวกมันแทน ถือเป็นการชำระหนี้ที่คั่งค้างมา
นานปี จะได้อโหสิกรรมระหว่างข้ากับพวกมันเสียที!”
“เป็นความจริง?” จั่วม่อไม่สะทกสะท้าน แต่ฉวยโอกาสที่อีก
ฝ่ายพูดพล่ามอย่างพลุ่งพล่านใจ ใช้ญานสัมผัสของมันค้นหา
ร่องรอยของศัตรูอย่างรวดเร็ว ทว่ามีกระแสพลังอันแปลกประหลาด
ปกคลุมไปทั่ว ญาณสัมผัสของมันเมื่อกระจายออกไปในระยะสาม
จั้ง ก็ถูกก่อกวนจนปั่นป่วนวุ่นวายทันที
แผ่นจานพันมณีแดนลวงนี้ช่างแปลกพิสดารตามคาด! ขบวน
ค่ายกลที่อยู่ภายในโลกลวงแห่งนี้ถึงกับสามารถก่อกวนจิตสำนึก
จั่วม่อเพิ่งเคยเผชิญกับเรื่องเช่นนี้เป็นครั้งแรก อดตื่นตัวไม่ได้ วันนี้
ดูเหมือนมันยากจะหลบหลีกรอดพ้นเสียแล้ว
แต่ตื่นตัวก็ส่วนตื่นตัว มันหาได้เกรงกลัวไม่ กว่าจะมาถึงวันนี้
มันไม่ทราบว่าผ่านการต่อสู้อาบเลือดมากมายเท่าใด ยังจะเกรง
กลัวการต่อสู้อันใดอีกเล่า
แต่แล้วในเวลานี้เอง สุ้มเสียงกึกก้องสะท้านฟ้าคล้ายผุดขึ้น
จากใต้อเวจี
“เกิดมาเพื่อต่อสู้!”
เสียงนี้สะท้อนสะท้านอยู่ในสองหูของมัน!
“เกิดมาเพื่อต่อสู้… …เกิดมาเพื่อต่อสู้… …”
จั่วม่อหน้าแปรเปลี่ยนเป็นปั้นยากในบัดดล
นี่มัน… …ทหารยันต์!
บนพื้นห่างออกไปสิบจั้ง เห็นร่างหนึ่งค่อยๆ ปรากฏกายขึ้น
จั่วม่อสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บ!
ไม่ผิดแน่ เป็นทหารยันต์จริงๆ!
เมื่อเทียบกับทหารยันต์ที่จั่วม่อเคยใช้ ทหารยันต์ที่ตรงหน้ามี
ขนาดเล็กกว่ามาก ใกล้เคียงกับร่างคนจริง อีกทั้งรูปโฉมยังดู
เหมือนจริงเป็นอย่างยิ่ง มันผู้นี้ใบหน้าเย็นเยือก ร่างคล้ายหล่อ
หลอมจากเหล็กกล้ารูปร่างกล้ามเนื้อคมชัดหมดจด ส่องประกาย
ดุจโลหะแวววาม ไม่ได้สวมเกราะ มีเพียงเรือนร่างงดงามสมบูรณ์
แบบเยี่ยงบุรุษเพศ
สองเท้าเปล่าเปลือย ดวงตาว่างเปล่าไร้อารมณ์ดุจคนตาย
มันจ้องมองจั่วม่ออย่างเย็นชา
จั่วม่อขนหัวลุกเกรียว ทหารยันต์ตรงหน้าสร้างแรงกดดัน
ให้แก่มันอย่างที่ไม่เคยเผชิญมาก่อน มันรู้สึกราวกับถูกสัตว์ร้าย
กระหายเลือดจ้องตะครุบ ไม่กล้ากระดิกตัวแม้แต่น้อย!
“ฮ่าฮ่า! ได้ตายใต้เงื้อมมือทหารยันต์ระดับหก ทั้งยังได้ตาย
ภายในแผ่นจานพันมณีแดนลวงระดับหก ความตายของเจ้านับว่า
คุ้มค่าแล้ว!”
ทหารยันต์…ระดับหก?
จั่วม่อแตกตื่นจนขวัญหนีดีฝ่อ ม่านตาหดแคบลงในบัดดล!
ทันใดนั้นทหารยันต์ทองคำดำตรงหน้ามันพลันหายวับไป!
ผิดท่าแล้ว!
จู่ๆ เงาร่างเลือนรางของขาข้างหนึ่งวูบขึ้นตรงหน้ามัน!
จั่วม่อใจหายวาบ สองแขนดีดผึงขึ้น ประสานไขว้ป้องกันอยู่
เบื้องหน้า แต่แล้วสองแขนคล้ายกรอบไม้ที่บอบบาง ถูกเตะจน
สะบัดเริดไปทันควัน!
ปัง!
จั่วม่อรู้สึกราวกับเพิ่งถูกปิศาจแรดพุ่งชนอย่างถนัดถนี่ มัน
ประหนึ่งถุงทรายเก่าใบหนึ่ง ร่างปลิวลิ่วไปด้านหลังอย่างไม่อาจ
หยุดยั้ง!
พลังอันน่าสะพรึงกลัวนัก!
จั่วม่อตื่นตระหนกสุดระงับ มันถึงกับพ่ายแพ้ผู้อื่นในด้านพลัง
กาย!
นี่จะเป็นไปได้อย่างไร?
นับตั้งแต่มันฝึกปรือสังขารปิศาจ กำลังวังชาของมันก็เพิ่มพูน
ขึ้นไม่หยุดยั้ง จนกระทั่งสำเร็จวิชาสังขารปิศาจมหาทิวา ในด้าน
พลังกาย มันไม่เคยพบพานคู่มือเปรียบติด!
บัดนี้มันถึงกับพ่ายแพ้ในด้านพลังกาย พ่ายแพ้ในจุดที่
แข็งแกร่งที่สุดของตน จั่วม่อพบว่ายากจะทำความเข้าใจอยู่บ้าง!
ในเวลานี้เอง สังหรณ์อันตรายแล่นปราดขึ้นในใจ จั่วม่อไม่มี
เวลาสนใจสิ่งอื่นอีก พลันงอตัวเป็นก้อนกลม ความเจ็บปวด
มหาศาลระเบิดขึ้นตรงสีข้าง จั่วม่อแค่นเสียงหนักๆ ท่าเตะของผู้อื่น
รุนแรงยิ่ง พอที่จะทำให้มันรู้สึกราวกับว่ากระดูกแทบกระเด็นหลุด
ออกไป
จั่วม่อที่กระเด็นลิ่วไปอีกรอบ เห็นพื้นดินขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
มันทราบดีว่าการโจมตีของทหารยันต์ยังไม่จบเพียงเท่านี้ ชั่ว
พริบตาที่ร่างมันจะฟาดใส่พื้น จั่วม่อกัดฟันกรอด สองมือตะปบใส่
พื้นด้วยความเร็วดุจสายฟ้าแลบ อาศัยท่ายันพื้นอันพิสดารนี้ ร่าง
พลันดีดพุ่งไปอีกทาง อยู่ในท่วงท่าประหลาดพิกลยิ่ง!
วู้ม!
จั่วม่อรู้สึกถึงกระแสอากาศคมกริบดุจมีด เฉียดผ่านสันหลังมัน
ไปอย่างชัดเจน
หลบหลีกรอดพ้นอย่างฉิวเฉียด จั่วม่อพลิกร่างเปลี่ยนท่วงท่า
ร่างสาดวาบดุจสายฟ้า บัดเดี๋ยวหายวับบัดเดี๋ยวปรากฏ พยายาม
ทิ้งระยะห่างจากศัตรูอย่างสุดความสามารถ!
ทหารยันต์ทองคำดำไม่ได้ติดตามไล่ล่า เพียงหยุดยั้งยืนหยัด
อยู่ที่เดิม
จั่วม่อหอบหายใจหนักๆ สายตาจับจ้องมองตามทหารยันต์
ทองคำดำตาไม่กะพริบ คลื่นความเจ็บปวดแผ่ซ่านมาจากแผ่นหลัง
จนมุมปากสั่นกระตุกบิดเบี้ยวอย่างสุดระงับยับยั้ง หากเปลี่ยนเป็น
ผู้อื่นซึ่งเป็นซิวเจ่อด่านจินตันธรรมดา ไม่ใช่เซียนวรยุทธ์ เผชิญ
การโจมตีอันดุดันถึงสองครั้งซ้อน เกรงว่ายามนี้คงตายไปครึ่งตัว
แล้ว
นานเท่าใดแล้วที่มันไม่ได้รู้สึกเป็นอันตรายถึงชีวิตเช่นนี้?
ในดวงตาของจั่วม่อ คล้ายมีดวงไฟสองดวงลุกโชนอยู่ภายใน
“โอ้ ชีวิตของเจ้าดื้อรั้นไม่เลว!” กู่เซี่ยงเทียนประหลาดใจอยู่
บ้าง “สามารถรับการโจมตีของทหารยันต์ทองคำดำของข้าได้สอง
กระบวนท่า ทั้งยังไม่ตาย หรือว่าเจ้าเป็นเซียนวรยุทธ์?”
ปีกแสงศูนยตาสีทองโปร่งแสงปรากฏขึ้นบนแผ่นหลัง จั่วม่อ
พลังสภาวะพลุ่งพล่านขึ้นในบัดดล
ทหารทองคำดำหายวับไปจากที่อีกครั้ง ในเวลาเดียวกัน ร่าง
ของจั่วม่อก็หายไปด้วย!
ปัง!
สองร่างปะทะชนอย่างหนักหน่วง สองหมัดกระแทกใส่กันตรงๆ
โดยไม่มีลวดลาย!
มวลอากาศบิดเบี้ยว ระเบิดเป็นระลอกคลื่น กระจายออกอย่าง
ฉับพลัน
ปังปังปัง!
อากาศคล้ายแตกปะทุรัวเร็ว กวาดซัดออกไปทุกทิศทางอย่าง
เกรี้ยวกราด
คู่ต่อสู้ทั้งสองร่างหายวับไปพร้อมกัน แล้วปรากฏขึ้นที่จุดเดิม
ปะทะหักหาญอย่างดุเดือด ราวกับว่าพวกมันไม่ได้ก้าวออกไปจาก
ที่แห่งนั้นแม้สักก้าวเดียว
เห็นโลหิตสายหนึ่งไหลปรี่ลงมาตามลำแขนของจั่วม่อ แต่
จั่วม่อคล้ายไม่รู้สึกตัว ถลึงตาโปนโตราวกับสัตว์ร้าย จ้องมองทหาร
ยันต์ทองคำดำที่ยืนเผชิญหน้ากันตาเขม็ง!
สิบสามหมัด!
สิบสามหมัดที่ทุ่มเทเรี่ยวแรงกำลังทั้งหมดของมัน!
หลังจากการปะทะหักหาญอย่างรุนแรงสิบสามหมัดซ้อน
กระทั่งสังขารปิศาจมหาทิวาของจั่วม่อยังหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บ
ไม่พ้น บนท่อนแขนปรากฏรอยแผลยาวสามชุ่นเปิดกว้าง รอยแผล
นี้เกิดจากแรงกระแทกสะเทือนอันหนักหน่วง!
อย่างไรก็ตาม บาดแผลเพียงเท่านี้ไม่นับเป็นอะไรได้!
จั่วม่อจับจ้องมองดูสองหมัดของทหารยันต์ทองคำดำ บนหมัด
แต่ละข้าง ปรากฏตราประทับมหาทิวาเปล่งแสงเจิดจ้า!
ฝ่ามือประทับสุริยัน!
ระหว่างปะทะหักหาญสิบสามครั้งครา จั่วม่อใช้ฝ่ามือประทับ
สุริยันออกไปด้วย!
“ฮะ? แปลกประหลาดยิ่ง!” กู่เซี่ยงเทียนอดใจรักษาความสงบ
เยือกเย็นเอาไว้ไม่ได้ “นี่คือสิ่งใด?”
ตราประทับมหาทิวาบนหมัดของทหารยันต์ทองคำดำพลัน
เปล่งแสงเจิดจรัสกว่าเดิม หมัดทั้งสองข้างหลอมละลายอย่าง
รวดเร็ว มองเห็นได้ชัดเจนด้วยตาเปล่า กลายเป็นก้อนเหล็กบิด
เบี้ยวสองก้อน!
ทหารยันต์ทองดำคำสงบนิ่งไร้อารมณ์ ประหนึ่งว่าไม่รู้สึก
เจ็บปวดแม้แต่น้อย
ในฉับพลันทันใด ก้อนเหล็กบิดเบี้ยวที่สองมือของทหารยันต์
ทองคำดำ พลันกลับคืนเป็นสองมือที่มีสภาพสมบูรณ์ดังเดิมอีก
ครั้ง!
จั่วม่อสีหน้าน่าเกลียดสุดทนดู เจ้าผู้นี้ไม่ได้สร้างขึ้นจากเลือด
เนื้อเช่นปุถุชน เมื่อมันใช้ทหารยันต์ทุบตีผู้อื่น นั่นเป็นความ
สำราญใจ แต่เวลานี้เมื่อเป็นมันถูกผู้อื่นทุบตีด้วยทหารยันต์ ย่อม
ไม่ใช่เรื่องสุขสบายแล้ว
“ฮ่าฮ่า! เลิกดิ้นรนเปล่าประโยชน์เถอะ ยืนรอรับความตาย
อย่างหมดจดเสียดีๆ! ไฉนต้องต่อสู้ให้เหนื่อยเปล่าด้วย?” กู่เซี่ยง
เทียนเย้ยหยันอย่างลำพองใจ ดังสะท้อนสะท้านอยู่รอบด้าน
สุ้มเสียงของกู่เซี่ยงเทียนเลื่อนลอยไร้ทิศทางแน่ชัด ยากจะ
ค้นหาตำแหน่งแท้จริงของมันได้
ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่เป็นฝีมือของแผ่นจานพันมณีแดนลวง!
ยุทธภัณฑ์เวทที่สามารถดึงผู้อื่นเข้ามาในโลกเฉพาะของตน
จั่วม่อเพิ่งเคยพบเจอเป็นครั้งแรก ช่างร้ายกาจโดยแท้! ม้าฝานกับ
คนอื่นๆ จะล่วงรู้หรือไม่ว่ามันติดอยู่ในนี้? หรือว่าพวกมันก็เผชิญ
กับอันตรายเช่นเดียวกัน?
ความคิดเหล่านี้วาบผ่านในใจจั่วม่อ แต่แล้วมันรีบดึงความ
สนใจกลับมายังทหารยันต์ทองคำดำที่อยู่ตรงหน้า
คราวนี้มันเผชิญความยุ่งยากครั้งใหญ่เสียแล้ว!
สิ่งที่มันพบว่ายุ่งยาก ไม่ใช่พลังและความเร็วของทหารยันต์
ทองคำดำ สองอย่างนี้ฝ่ายมันก็มีเช่นกัน แม้ว่าจะด้อยกว่าเล็กน้อย
ก็ตาม แต่ยังเรียกได้ว่าอยู่ในระดับทัดเทียมกัน สิ่งที่มันพบว่าเป็น
ปัญหาอย่างแท้จริง กลับเป็นร่างกายอันเหนียวแน่นทนทานของ
ทหารยันต์ทองคำดำ! สำหรับคนยากจนเช่นมันที่เคยแต่ใช้ทหาร
ยันต์ระดับสาม เรื่องความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับทหารยันต์ระดับหก
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าห่างไกลจากมันสุดกู่
ค่ายกลทักษะยุทธ์ที่อยู่ภายในกาย? วิธีหลอมสร้าง? กระทั่งสิ่ง
เหล่านี้ จั่วม่อยังไม่ล่วงรู้เลยแม้แต่น้อย ไม่ต้องเอ่ยถึงจุดอ่อนแล้ว
ในการประมือช่วงสั้นๆ นี้ มันกระจ่างแจ้งในร่างกายอัน
แข็งแกร่งทนทานของทหารยันต์ทองคำดำอย่างลึกซึ้ง จั่วม่อไม่
ทราบว่าถึงที่สุดแล้วสามารถทำลายเจ้าสิ่งนี้ด้วยพละกำลังหรือไม่
แต่มันทราบว่าเรื่องนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ตัวมันในยามนี้จะสามารถกระทำได้
ฝ่ามือประทับสุริยันไม่ได้ผล ได้แต่เปลี่ยนมือของทหารยันต์
เป็นก้อนเหล็ก นี่ไม่ถือว่าบังเกิดผลอันใด จั่วม่อยังสังหรณ์ใจว่า
ต่อให้หลอมละลายทหารยันต์ทองคำดำทั้งร่าง มันก็สามารถ
กลับคืนสู่สภาพเดิมในทันที
จั่วม่อถลึงจ้องทหารยันต์ทองคำดำอย่างดุดัน มันคิดว่าการทำ
ท่าทางเช่นนี้ สามารถช่วยให้พลังสภาวะของมันดูไม่อ่อนแอเกินไป
นัก แต่ในใจกลับกำลังเร่งขบคิดเร็วรี่
บางทีมันอาจคิดหาวิธีค้นหากู่เซี่ยงเทียน และเข่นฆ่าเจ้าวาย
ร้ายนั่นโดยตรงดีหรือไม่?
จั่วม่อเห็นว่าความคิดนี้สมควรเป็นไปได้ กู่เซี่ยงเทียนแม้
เปลี่ยนตำแหน่งอยู่ตลอดเวลา แต่อาจเป็นผลมาจากพลังของค่าย
กลลวงตาของแผ่นจานพันมณีแดนลวงเท่านั้น เนื่องเพราะเซียน
ยันต์ไม่อาจอยู่ห่างจากทหารยันต์มากเกินไป หากเซียนยันต์ออก
ห่างจากทหารยันต์ พลังของทหารยันต์ย่อมจะอ่อนด้อยลง
แต่เจ้าวายร้ายนี้ที่แท้อยู่ที่ใดกันแน่?
ทว่าทหารยันต์ทองคำดำไม่ให้โอกาสจั่วม่อครุ่นคิด ถลันเข้า
หาในบัดดล
อย่างอับจนปัญญา จั่วม่อได้แต่โยนความคิดอื่นๆ ทิ้งไป
ด้านหลัง หากมันประมาทสักเล็กน้อย ต่อหน้าเจ้าตัวร้ายกาจที่ทรง
พลังนี้ เกรงว่าอาจสูญเสียชีวิตน้อยๆ ของมันได้ง่ายๆ!
เกอมีฝีมืออยู่หลายท่า เกอจึงไม่เชื่อว่าเกอไม่สามารถต่อกร
กับเจ้าได้!
จั่วม่อปลุกเร้าเจตนาฆ่าฟัน โถมเข้ารับหน้า สองขาห่อหุ้มด้วย
ชั้นแสงสีทองบางๆ กระแทกใส่พื้นอย่างหนักหน่วงเป็นจังหวะ! ฝ่า
เท้าอีกาทองคำ! พลังอันแกร่งกร้าวขุมหนึ่งปะทุขึ้นจากใต้ฝ่าเท้า
ร่างของมันที่รวดเร็วดุจสายฟ้า พลันระเบิดความเร็วเป็นสองเท่า!
มันราวกับผุดออกมาจากอากาศธาตุ จู่ๆ ปรากฏร่างขึ้น
ด้านหลังของทหารยันต์ทองคำดำ!
นี่เป็นครั้งแรก ที่ความเร็วของจั่วม่อเหนือลํ้ากว่าทหารยันต์
ทองคำดำ!
โดยไม่สิ้นเปลืองวาจา จั่วม่อตวัดขาขวาประดุจแส้สีทอง
ประกาย หวดใส่ทหารยันต์ทองคำดำสุดแรงเกิด!
ฉาด!
เสียงดังสนั่นสดใสยิ่งกว่าก่อนหน้านี้!
ทหารยันต์ทองคำดำกระเด็นลิ่วกลางอากาศ ร่างพลิกตีลังกา
ไม่หยุดยั้ง!
ในบรรดาการเปลี่ยนแปลงทั้งหกของสังขารปิศาจมหาทิวา ท่า
เท้าอีกาทองคำเป็นกระบวนท่าที่มีพละกำลังมากที่สุด หนึ่งเท้าหนัก
หน่วงเท่าขุนเขา! ด้วยความร้ายกาจของทหารยันต์ทองคำดำ ยัง
ไม่อาจหยุดยั้งยืนหยัดมั่น เป็นที่เห็นได้ว่ากระบวนท่านี้รุนแรงถึง
เพียงไหน!
เจ้าเมื่อเพลี่ยงพลํ้า ก็มอบชีวิตออกมา!
จั่วม่อกระทืบเท้าอีกครั้ง แล้วพลันปรากฏกายขึ้นด้านข้าง
ทหารยันต์ทองคำดำที่กำลังกระเด็นลิ่ว ในมือกุมกระชับดาบ
ประหลาดที่ห่อหุ้มด้วยเปลวไฟ!
พลังปราณและพลังจิตสำนึกภายในร่างมันคึกคักมีชีวิตชีวา
อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน จั่วม่อรู้สึกว่ากล้ามเนื้อทุกมัด กระดูกทุก
ชิ้น เส้นเอ็นทุกเส้นของสังขารปิศาจมหาทิวาพากันสั่นสะเทือน
กรีดร้องขึ้นอย่างพร้อมเพรียง!
พลังขุมเล็กๆ นับไม่ถ้วนผสานรวมเข้าด้วยกันในระยะเวลาอัน
กระชั้นสั้น ประดุจสายนํ้าไหลลงสู่ทะเล พวกมันรวมกันเป็นขุมพลัง
อันยิ่งใหญ่ไพศาล กระแสนํ้าอันน่าอัศจรรย์นี้ถาโถมผ่านทั่วร่าง
อย่างเกรี้ยวกราด แล่นไปบรรจบกันในแขนของมัน!
กล้ามเนื้อแขนของมันเคลื่อนไปพร้อมกัน เหมือนกับสายเหล็ก
นับไม่ถ้วนถูกดึงจนตึงเปรี๊ยะ ทันใดนั้นดีดสะท้าน เปล่งเสียงกระหึ่ม
กึกก้อง!
จั่วม่อจิตใจจมลงไปในสภาวะอันพิสดารพันลึก แทบไม่รู้สึกตัว
มันไม่ต่อต้านแข็งขืน เพียงปล่อยตัวเคลื่อนไปตามกระแสพลังอัน
กราดเกรี้ยวที่ถาโถมไปเบื้องหน้า ดาบเปลวไฟประหลาดในมือฟัน
ลงอย่างหักโหม
คมดาบเที่ยงวัน!