สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 453 ใช้จิงสือเหมือนเศษดิน
ฟังว่าเถ้าแก่ใหญ่จั่วม่อต้องการซื้อยุทธภัณฑ์เวทจำนวนมาก
เลี่ยวฉีชางรีบรุดมาเยือนพร้อมตัวอย่างยุทธภัณฑ์เวทครบถ้วน ใน
การมาเยือนเกาะเต่าครั้งก่อน สิ่งหนึ่งที่ทิ้งความประทับใจให้แก่มัน
อย่างลึกลํ้า ก็คือบนเกาะมีผู้คนมากมาย อีกทั้งจั่วม่อยังกล่าวอย่าง
ชัดแจ้ง ว่าการสั่งซื้อจำนวนมากในครั้งนี้ เป็นอาวุธยุทโธปกรณ์
สำหรับกองทัพของมัน นี่ย่อมเป็นการค้าชิ้นใหญ่!
ศาลาเมฆามักขายสินค้าชั้นยอดในท้องตลาด แต่กับการค้า
ครั้งใหญ่เช่นนี้ ก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องปฏิเสธ เลี่ยวฉีชางรุดมาด้วย
ตัวเอง เพิ่มด้วยความหวังเป็นการส่วนตัว ว่ามันจะสามารถสร้าง
สัมพันธ์อันดีกับจั่วม่อ
ในห้องโถงใหญ่เต็มไปด้วยผู้คน เมื่อเหลยเผิงกับคนอื่นๆ ได้
ยินว่าเหล่าป่านจะซื้อยุทธภัณฑ์เวทให้แก่พวกมัน พวกมันคึกคัก
ขึ้นอักโข ล้อมวงเข้ามาร่วมสนุกทันที
เลี่ยวฉีชางเสนอยุทธภัณฑ์เวทที่มันหอบหิ้วมาด้วย ให้จั่วม่
อชมดูทีละชิ้นๆ
“นี่คือเกราะแสงเย็นวิญญาณฟ้า ระดับสี่ชั้นกลาง สามารถ
สร้างโล่พื้นที่ซึ่งเบาบางแต่แข็งแกร่ง ช่วยลดความเสียหายจาก
กระบี่บินและยุทภัณฑ์เวทได้เป็นอย่างมาก และเนื่องเพราะโล่พื้นที่
นี้มีคุณสมบัติเยือกแข็งและเย็นเยียบตามธรรมชาติ ยิ่งเพิ่มความ
ต้านทานต่อเวทวิชาและกระบี่บินธาตุไฟเป็นพิเศษ ค่ายกลทักษะ
ยุทธสองชนิด ‘กระแสยะเยือก’ ‘นํ้าแข็งแกร่งกร้าว’ สามารถเพิ่ม
พลังป้องกันได้”
เสียงสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บดังสะท้อนไปทั่วห้องโถง
ใหญ่ เหลยเผิงกับพวกจ้องมองเกราะปราณสีฟ้าอ่อนในมือเลี่ยวฉี
ชาง ราวกับปรารถนาจะกลืนกินลงไปทั้งชุด เกราะปราณสีฟ้าอ่อน
นี้คล้ายถักทอขึ้นจากเศษนํ้าแข็งอันสวยสดงดงาม
โล่พื้นที่! นั่นมิใช่ของวิเศษที่มีเพียงสัตว์ปราณระดับห้าจึง
สามารถครอบครองได้หรอกหรือ? ทุกคนทราบดีว่ามันร้ายกาจ
เช่นไร! นี่เป็นสิ่งที่ดี เป็นสิ่งที่ดีโดยแท้!
เห็นสีหน้าของบรรดาลูกสมุนของจั่วม่อ เลี่ยวฉีชางพออก
พอใจยิ่ง อย่างน้อยก็แสดงให้เห็นว่าความสำเร็จทางการเร่ขายของ
มันทำให้เกิดความสนใจขึ้น
“นี่คือชุดปีกเมฆา หลอมสร้างด้วยกลวิธีลับเฉพาะ ใช้
วิญญาณเมฆชั้นยอดของอาณาจักรทะเลเมฆเราเป็นวัตถุดิบ
คุณลักษณะที่โดดเด่นที่สุดของมันคือความเร็ว รวดเร็วดั่งสายลม
สามารถเพิ่มพูนความเร็วได้อย่างมาก! เชื่อว่าข้าคงไม่ต้องสาธยาย
ความสำคัญของความเร็ว ยอดฝีมือของกองทัพชั้นยอด
โดยเฉพาะหน่วยสอดแนม สมควรมีสินค้าจำเป็นนี้ไว้ใน
ครอบครอง! เร็วปานใด? ไยมิให้สหายเหล่านี้ทดลองดูด้วยตัวเอง
เล่า?”
กระทั่งจั่วม่อพอฟังยังต้องหวั่นไหวใจ หันกลับไปถาม “ผู้ใด
ต้องการลอง?”
มือนับไม่ถ้วนชูสลอนในบัดดล
ท้ายที่สุดมันเลือกเหนียนลู่ การแสดงของเหนียนลู่รวดเร็วสุด
ขีด เรียกเสียงอุทานดังระงม ทุกผู้คนล้วนเป็นทหารเก่าที่ชาญศึก
พวกมันล้วนคำนวณเปรียบเทียบอยู่ในใจ หากทั้งสองฝ่ายมีพลัง
ทัดเทียมกัน และพวกมันมีข้อได้เปรียบด้วยยุทธภัณฑ์เวทชิ้นนี้
เช่นนั้นพวกมันก็ยิ่งเหนือลํ้ากว่ามาก!
สำหรับเลี่ยวฉีชาง นี่เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น!
“สำหรับกองทัพ การเดินทัพระยะไกลมักจะเกิดขึ้นเป็นประจำ
ไหนเลยจะขาดพาหนะที่ดีได้? พวกมันสามารถช่วยพวกท่าน
ประหยัดพลังปราณ ช่วยให้ท่านเดินทางได้ไกลกว่า พวกมัน
สมควรเป็นสหายคู่ใจที่น่าเชื่อถือที่สุดของทุกท่าน! ปีกเมฆาแม้
รวดเร็ว แต่ไม่เหมาะกับการบินระยะไกล ทีนี้ให้ข้าแนะนำยอด
พาหนะที่ผลิตโดยอาณาจักรทะเลเมฆเรา เมฆวิเศษ!”
ราวกับร่ายมนตรา ก้อนเมฆสีขาวหิมะปรากฏขึ้นตรงหน้ามัน
อย่างกะทันหัน
“เมฆวิเศษหลอมสร้างด้วยการค่อยๆ เก็บเกี่ยวเมฆดอกไม้
กล้ามเนื้อมารวมกัน บรรลุถึงระดับสี่ชั้นกลาง สามารถเดินทางวัน
ละสามพันลี้! ไม่จำเป็นต้องเลี้ยงดู ไม่จำเป็นต้องกระตุ้น ขยัน
ขันแข็ง ทนทานต่องานหนัก ไม่ปริปากบ่น ต่อให้เดินทางท่องไป
สุดขอบโลก สหายที่ดีที่สุดสำหรับการเดินทัพทางไกล!”
ถ้อยคำของเลี่ยวฉีชางราวกับสายนํ้าที่ไหลหลั่งไม่รู้จบ มุ่งเน้น
คุณสมบัติที่น่าตื่นตาตื่นใจ จั่วม่อย่อมไม่หลงกลถูกมันล่อลวง แต่
ยุทธภัณฑ์เวทที่คนผู้นี้นำมา ล้วนเป็นยุทธภัณฑ์เวทที่เลิศลํ้าอย่าง
แท้จริง ทำให้ผู้คนหวั่นไหวอย่างไม่อาจควบคุมบังคับ
จนกระทั่งเสร็จสิ้น รอจนจั่วม่อกับกงซุนชาปรึกษาหารือกัน
จั่วม่อก็สั่งซื้อ เป็นคำสั่งซื้อที่เรียกได้ว่าการค้าครั้งมโหฬาร!
เมื่อเลี่ยวฉีชางชมดูรายการสั่งซื้อ มันแทบหน้ามืดหมดสติลง
ตรงนั้น!
รายการสั่งซื้อเป็นชุดเกราะครบชุดตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า แต่ละ
ชุดประกอบด้วยเสื้อเกราะแสงเย็นวิญญาณฟ้าหนึ่งตัว ปีกเมฆา
หนึ่งคู่ รองเท้าประกายแสงจิตพยัคฆ์หนึ่งคู่ หมวกเกราะปัญญา
หทัยสันติหนึ่งชิ้น และเมฆวิเศษหนึ่งก้อน
พลังความสามารถของชุดเกราะเต็มชุดนี้ครบถ้วนครอบคลุม
ทุกด้าน ไม่ว่าชิ้นใดก็ล้วนแล้วแต่เป็นระดับสี่ ส่งผลให้ชุดเกราะชุด
นี้เป็นระดับสี่อย่างแท้จริง! ชุดระดับสี่ย่อมไม่มีราคาย่อมเยา สินค้า
ที่ถูกที่สุดในชุดนี้ ยังราคาหกสิบชิ้นจิงสือระดับสี่ และตั้งแต่ศีรษะ
จรดเท้าใช้ต้นทุนทั้งสิ้น ห้าร้อยชิ้นจิงสือระดับสี่ต่อชุด!
หากพิจารณาตามท้องตลาด ชุดแต่งกายชุดนี้แม้ไม่อาจบอก
ว่าสุดยอดที่สุด แต่แน่นอนว่าไม่ตํ่าต้อยแม้แต่น้อย! โดยทั่วไปผู้ที่มี
ความสามารถซื้อสินค้าเช่นนี้ ล้วนเป็นซิวเจ่อที่ใกล้จะบรรลุด่านจิน
ตัน และสั่งสมความมั่งคั่งไว้พอสมควร! สำหรับจินตันที่ไม่รํ่ารวย
มากมาย การสวมชุดที่คล้ายๆ กันนี้ ยังคงไม่น่าแปลกใจอันใด
แต่คนเหล่าคนตรงหน้ามันนี้ล้วนเป็นหนิงม่าย!
และสิ่งที่ทำให้เลี่ยวฉีชางหน้ามืดวิงเวียนอย่างแท้จริง คือ
จำนวนที่ท้ายรายการ สองพันชุด! รวมทั้งสิ้นสองพันชุด!
มารดาของข้า!
นี่เท่ากับหนึ่งล้านชิ้นจิงสือระดับสี่ หรือหนึ่งพันชิ้นจิงสือระดับ
ห้า หรือเท่ากับหนึ่งชิ้นจิงสือระดับหก!
กระทั่งคนเช่นเลี่ยวฉีชางที่เคยพบพานการค้าครั้งใหญ่มา
หลายครั้ง ยังอดตื่นเต้นระทึกใจไม่ได้!
หนึ่งล้านชิ้นจิงสือระดับสี่!
เศรษฐี! นี่มันมหาเศรษฐีชัดๆ! มันลอบยินดีที่รีบมาในครั้งนี้
ช่างคุ้มค่าจริงๆ!
ดูเอาเถอะ ดูเอาเถอะ! ใช้จ่ายจิงสืออย่างกับเศษดิน อีกฝ่าย
กระทั่งดวงตายังไม่กะพริบด้วยซํ้า!
สวีเจิ้งเวยที่ร่วมทางมาด้วยถึงกับตกตะลึงตาค้าง มันคาดไม่ถึง
ว่าจั่วเหล่าป่านที่ดูไม่มีอันใดโดดเด่นสะดุดตา จะมือเติบถึงเพียง
นี้! จั่วเหล่าป่านช่างเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อคนของตนโดยแท้ ผู้ที่ใช้เงิน
มากถึงเพียงนี้เพื่อลูกสมุน มันไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อนเลย!
ชุดเกราะระดับสี่ครบชุดสมบูรณ์ หากกองทัพเช่นนี้ปรากฏตัว
ต่อหน้าผู้คน ลำพังรัศมีสมบัติวิเศษบนร่างพวกมัน ก็เพียงพอจะ
ล่อลวงผู้คนนับไม่ถ้วน!
สวีเจิ้งเวยอิจฉาริษยาจนตาแดงฉาน!
มันอาจจะเป็นจินตันผู้หนึ่ง ปกติแล้วจิงสือไม่เคยขาดมือ แต่
สำหรับการใช้เงินพันจิงสือ ไม่ถูกต้อง ใช้เงินหนึ่งล้านจิงสือใน
คราวเดียว มันกระทั่งคิดยังไม่เคยคิดฝันถึงมาก่อน! ด้วยจิงสือ
จำนวนนี้สามารถซื้อยุทธภัณฑ์เวทได้ตั้งกี่ชิ้น! กระทั่งยุทธภัณฑ์
เวทระดับห้าก็สามารถซื้อหาได้มากมาย! มันไม่รู้ด้วยซํ้าว่าตลอด
ชีวิตของมัน จะสามารถมีจิงสือได้มากมายเท่านี้หรือไม่!
สวีเจิ้งเวยมียุทธภัณฑ์เวทระดับสี่อยู่หลายชิ้น ทั้งยังมีระดับห้าที่
เลี่ยวฉีชางกำนัลให้อีกหนึ่งชิ้น แต่ลองมองดูผู้คนเหล่านี้ พวกมัน
ล้วนเป็นหนิงม่าย กลับสวมใส่ยุทธภัณฑ์เวทระดับสี่ตั้งแต่ศีรษะจรด
เท้า!
คนต่อคนด้วยกัน ไฉนแตกต่างกันถึงเพียงนี้!
สวีเจิ้งเวยสั่นศีรษะทอดถอน ราวกับว่ามันเป็นผู้จ่ายจิงสือเสีย
เอง
จั่วม่อเจ็บปวดใจอยู่บ้าง หนึ่งชิ้นจิงสือระดับหก! นั่นแทบจะ
เท่ากับความมั่งคั่งเก้าในสิบส่วนของมัน ก่อนหน้านี้ความมั่งคั่ง
ทั้งหมดของมันยังเป็นหนึ่งพันกับอีกสามสิบกว่าจิงสือระดับห้า
ตอนนี้เหลือเพียงสามสิบจิงสือระดับห้า! แต่มันคิดว่าชีวิตของพวก
มันทุกคนสำคัญกว่า มันได้แต่กัดฟันจ่ายเงินซื้อของ!
หลังจากตัดสินใจเด็ดขาด จั่วม่อรีบจ่ายเงินให้เสร็จสิ้น
เฮอะ! คิดแข่งกับข้าด้วยยุทธภัณฑ์เวทหรือ?
เกอจะให้พวกเจ้าได้เห็น ว่าอันใดเรียกว่าแข่งกันด้วย
ยุทธภัณฑ์เวท!
จินตนาการถึงการนำกองทัพอันหรูหรานี้เข่นฆ่าไปทั่วสี่ทิศ
แปดทาง จั่วม่อทั้งเจ็บปวดใจทั้งสุขสำราญไปพร้อมกัน!
สำหรับการค้าครั้งใหญ่โตมโหฬารเช่นนี้ เลี่ยวฉีชางย่อม
ให้บริการอย่างครบถ้วนกระบวนความ มันไม่เพียงรับปากว่าจะส่ง
สินค้ามายังเกาะโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ มันยังรับปากว่าจะ
จัดหาชุดวัตถุดิบสำหรับซ่อมบำรุงให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
ยุทธภัณฑ์เวทเมื่อใช้งานย่อมมีโอกาสที่จะได้รับความเสียหาย
ความเสียหายเล็กน้อยบางอย่างสามารถแก้ไขซ่อมแซมได้ แน่นอน
ว่าหากความเสียหายร้ายแรงเกินไป ก็ได้แต่โยนทิ้งเท่านั้น
ค่ายจูเชวี่ยทุกคนล้วนตื่นเต้นลิงโลดยิ่ง แต่ละชุดที่พวกมันจะ
ได้รับ ราคาเท่ากับห้าร้อยชิ้นจิงสือระดับสี่! อย่างที่คาดไว้ พวกมัน
ต้องติดตามต้าเหรินจึงสามารถมีชีวิตที่ดี! อาศัยพลังบำเพ็ญเพียร
ของพวกมัน หากอยู่ที่อื่น ไม่มีเวลาครํ่าเคร่งทำงานสักเจ็ดแปดปี ก็
ไม่ต้องคิดถึงห้าร้อยชิ้นจิงสือระดับสี่แล้ว
พวกมันลอบอิจฉาเลื่อมใสชุดแต่งกายของสามองครักษ์เกราะ
ทองมานานแล้ว แต่ไม่มีใครกล้าคิดฝันว่าจะได้เป็นเจ้าของ สินค้า
เหล่านี้แพงมาก! ในสถานที่อื่น มีเพียงองครักษ์ส่วนตัวของคน
ใหญ่คนโต จึงสามารถได้รับการปฏิบัติอย่างเลิศหรูเช่นนี้! แต่เมื่อ
พวกมันได้ครอบครองชุดเกราะเช่นนี้จริงๆ หลายคนรู้สึกราวกับว่า
พวกมันกำลังฝันไป! กระทั่งมีผู้คนจำนวนมากกว่าที่กำลังคิดว่าจะ
สืบทอดยุทธภัณฑ์เวทชุดนี้ไปชั่วลูกชั่วหลาน แม้ว่าตอนนี้พวกมัน
ล้วนยังไม่มีลูกหลานเลยก็ตาม!
การกระทำของจั่วม่อทำให้ทุกคนตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก
เหล่าป่านผู้หนึ่งดีเพียงใด ขึ้นอยู่กับว่ามันปฏิบัติต่อทุกคนดี
เพียงใด! ลองดูเหล่าป่านของพวกมันเถอะ ถึงกับยอมเชือดเนื้อเถือ
หนัง นำความมั่งคั่งกว่าเก้าในสิบส่วนของตน ออกมาซื้อหายุทธ์
ภัณฑ์เวทให้ทุกคน!
เหล่าป่านที่ประเสริฐถึงเพียงนี้ พวกมันไม่เคยได้ยินได้ฟังมา
ก่อน!
พวกมันทั้งหมดเป็นซิวเจ่อที่รอดชีวิตมาจากอาณาจักรขุนเขา
น้อย สถานที่ที่เห็นแก่ตัว เต็มไปด้วยเล่ห์เพทุบายและแผนการ
พวกมันรู้ซึ้งถึงความเป็นจริงของโลกกระจ่างชัดกว่าผู้อื่น ย่อม
ซาบซึ้งถึงความอบอุ่นจากพฤติการณ์ของจั่วม่อได้มากกว่าผู้อื่น
สำหรับเหล่าป่านที่สามารถนำทรัพย์สินเก้าในสิบส่วนของตน
ออกมาเสริมกำลังให้แก่ลูกสมุน ไม่ว่าจะกระทำไปเพื่อซื้อใจพวก
มันหรือมีเป้าหมายอื่นใด ขอถามมีกี่คนที่สามารถกระทำเช่นนี้ได้?
และยิ่งไปกว่านั้น เหล่าป่านไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้เสียด้วยซํ้า!
ได้ติดตามเหล่าป่านเช่นนี้ พวกมันยังจะมุ่งมาดปรารถนาสิ่งใด
มากไปกว่านี้เล่า?
ไม่มีผู้ใดกล่าวคำซาบซึ้งสำนึกในบุญคุณ นั่นไม่จำเป็นแม้แต่
น้อย แต่ต่อไปในภายภาคหน้า ไม่ว่าเผชิญเรื่องลำบากยากเข็ญ
สักเท่าใด พวกมันจะไม่ละทิ้งเหล่าป่าน!
“เหล่าสวี วันนี้เจ้ามีความเห็นอย่างไร?”
ระหว่างทางกลับ เลี่ยวฉีชางพลันถามสวีเจิ้งเวยอย่างอดรนทน
ไม่ได้
“ข้ารู้สึกว่าครึ่งชีวิตที่ผ่านมา ช่างใช้ไปอย่างสูญเปล่าเสียจริง”
สวีเจิ้งเวยกล่าวด้วยอารมณ์ความรู้สึก “วันนี้นับว่าได้เปิดหูเปิดตา
อย่างแท้จริง!”
“กล่าวตามความสัตย์ วันนี้ข้าเองก็หวาดหวั่นไม่น้อย!” เสียงฉี
ฉางฝืนยิ้ม จากนั้นกล่าวว่า “ที่ผ่านมาข้าเข้าใจว่าข้าเห็นโลกมา
มากมาย ไม่คาดคิดว่าวันนี้ยังถึงกับหวาดหวั่นขึ้นมา สองพัน
ชุด! นี่ช่างน่าปวดเศียรเวียนเกล้าโดยแท้!”
“เป็นไร?” สวีเจิ้งเวยประหลาดใจ “การค้าครั้งใหญ่เช่นนี้ต้อง
นับเป็นเรื่องดีถึงจะถูก!”
“ดีย่อมดีอยู่! เพียงแต่ข้าคาดไม่ถึงว่ามันจะต้องการมากมาย
ถึงเพียงนี้ ครั้งนี้เกรงว่าข้าต้องสิ้นเปลืองเรี่ยวแรงไม่น้อย เพื่อ
รวบรวมสินค้าทั้งหมด” เลี่ยวฉีชางกล่วอย่างเปิดเผย “ทีแรกข้าคิด
ว่าหากมันต้องการสักสองสามร้อยชุดก็นับว่าดีมากแล้ว คราวนี้ข้า
คงต้องขอหยิบยืมสินค้าจากที่อื่นแล้ว!”
สวีเจิ้งเวยล่วงรู้ขีดความสามารถของสหายรักดี จึงกล่าวอย่าง
ยิ้มแย้ม “อย่าโอดครวญไปหน่อยเลย!เรื่องเพียงเท่านี้หาใช่ปัญหา
ที่ต้าเหรินเช่นเจ้าจะต้องห่วงกังวลไม่ ลูกสมุนมีตั้งมากมาย ไหน
เลยจะมีพื้นที่ให้เจ้าต้องกังวลใจ?”
“ต้าเหริน?” เลี่ยวฉีชางฝืนยิ้มอีกรอบ กล่าวว่า “มันจึงเป็นต้า
เหรินที่แท้จริง! ยังหนุ่มแน่น กลับมีพลังอำนาจถึงเพียงนี้ แน่นอนว่า
ไม่ใช่พึ่งพาแค่โชคดี! สามารถกระทำเรื่องใหญ่โตเช่นนี้ ใจคออัน
กว้างขวางเหนือคน ชั่วชีวิตข้าเพียงเคยพบเห็นเป็นครั้งแรก! กับ
บุคคลเช่นนี้ เราไม่อาจเป็นศัตรูด้วยทุกกรณี!”
“ตระกูลเถียนคราครั้งนี้ตอแยศัตรูร้ายกาจเข้าแล้ว!” สวีเจิ้งเว
ยกล่าวด้วยอารมณ์ แม้ว่าซางเว่ยหมิงไม่มีปัญญาค้นหาเบาะแส
ของผู้บงการได้ แต่คนระดับสวีเจิ้งเวย ถึงแม้ว่าไม่ล่วงรู้รายละเอียด
ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ยังพอจะล่วงรู้เหตุการณ์โดยคร่าวๆ
“หลายปีมานี้ตระกูลเทียนเพาะสร้างความถือดีมากเกินไป”
เลี่ยวฉีชางลดเสียงกล่าวแผ่วเบา แล้วสงบปากสงบคำทันที มัน
เป็นพ่อค้าผู้หนึ่ง ไม่คิดยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งเหล่านี้! แต่แล้ว
ทันใดนั้นมันพลันนึกถึงสิ่งที่จั่วม่อกำชับก่อนที่พวกมันจะจากมา
เป็นคำกำชับเพื่อให้แน่ใจว่าการค้าครั้งนี้จะต้องเป็นความลับสุด
ยอด … เลี่ยวฉีชางสะท้านใจวูบ!
ทีแรกมันเพียงคิดว่าผู้อื่นไม่อยากดึงดูดความสนใจ แต่ยามนี้
ลองคิดทบทวนดูอีกที สมควรไม่เรียบง่ายปานนั้น!
จั่วเหล่าป่านไม่ใช่บุคคลรวบรัดธรรมดาจริงๆ!