สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 456 โด่งดังชั่วข้ามคืน
โด่งดังสะท้านไปทั่ว!
เพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ ห้องเรียนฝึกวิชาของเกาะเต่าก็เป็นที่
รู้จักกันไปทั่วเมือง
ฝูงชนเนืองแน่นห้อมล้อมสถานที่ลงทะเบียนของห้องเรียนทุก
แห่ง ผู้คนนับไม่ถ้วนร่อนจิงสือออกมาอย่างไม่รีรอลังเล ด้วย
ความหวังว่าจะได้ที่นั่งเรียนดีๆ ซิวเจ่อค่ายจูเชวี่ยที่รับหน้าที่จัดการ
เรื่องทั่วไป ไหนเลยจะเคยพบเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ อดรีบร้อนลน
ลานจนมือไม้ปั่นป่วนไม่ได้
ห้องเรียนที่เป็นระเบียบเรียบร้อยที่สุดคือหอบรรยายกระบี่ของ
เหวยเสิ้ง อาคันตุกะทั้งหมดล้วนเข้าแถวอย่างเรียบๆ ร้อยๆ เสนอจิ
งสือให้อย่างจริงใจ หลังจากได้รับอนุญาตก็เสาะหาที่ว่าง ทรุดกาย
ลงนั่งเงียบๆ รอคอยให้ห้องเรียนเริ่มการเรียนการสอน
เจตจำนงกระบี่อันแกร่งกร้าวของเหวยเสิ้งสะท้านทั่วเมืองซวีห
ลิง กระทั่งเซียนกระบี่ด่านจินตันยังมาขอลงทะเบียนเข้าเรียน
วันแรกผ่านไปอย่างรวดเร็วและวุ่นวายเช่นนี้เอง
เหล่าเซียนกระบี่ค่ายจูเชวี่ยที่คิดว่าจะได้พักหายใจหายคอเสีย
ที พอถึงวันที่สองกลับยิ่งแตกตื่นตะลึงลานกว่าเดิม จำนวนคนที่
ลงทะเบียนเรียนคราวนี้ มากันมากมายถึงขั้นถล่มทลาย หลายคน
วันแรกยังรีรอไม่ค่อยมั่นใจ แต่ระดับฝีมือและความรอบรู้ของจงหยู
กับคนอื่นๆ ล้วนเป็นของจริงแท้แน่นอน เปิดเผยออกมาอย่าง
เด่นชัดในห้องเรียนครั้งแรก ซิวเจ่อที่ยังรอรีล้วนหวั่นไหวใจ รีบรุด
มาลงทะเบียนโดยเร็วที่สุด
ฉากอันยุ่งเหยิงวุ่นวายตรงหน้านี้ ไม่มีผู้ใดคิดฝันมาก่อน
กระทั่งจั่วม่อยังถึงกับหนังศีรษะชาซ่าน
หลังจากขบคิดอยู่เป็นนาน จั่วม่อในที่สุดค่อยเข้าใจเหตุผล
เบื้องหลัง
เนื่องเพราะห้องเรียนทั้งหมดที่มีอยู่ในท้องตลาด อันที่จริงในแง่
ของวิชาความรู้ที่สั่งสอน เรียกได้ว่ามีน้อยมาก หากผู้คนคิดรํ่า
เรียนเวทวิชาดีๆ สักสองสามวิชา พวกมันสมควรต้องทำอย่างไร
เล่า? ก็ย่อมต้องเข้าสู่สำนัก ซึ่งความจริงบรรดาห้องเรียนตาม
ท้องตลาด ล้วนมีไว้เพียงเพื่อเฟ้นหาศิษย์เข้าร่วมสำนัก เมื่อสำนัก
คัดเลือกศิษย์ ก็จะมีการทดสอบหาผู้ที่เหมาะสมอีกครั้ง
ดังนั้นเมื่อจั่วม่อกับพวกเปิดห้องเรียนฝึกวิชา ย่อมประหนึ่ง
กระเรียนกลางฝูงไก่ วิชาและทักษะฝีมือที่พวกมันสอนให้ ล้วน
เหนือชั้นกว่าห้องเรียนอื่นๆ มาก
เวทวิชาและเคล็ดลับที่จั่วม่อกับพวกถ่ายทอดให้ ในสายตา
พวกมันเอง เป็นเพียงวิชาขั้นพื้นฐานทั่วไปเท่านั้น แต่สำหรับซิว
เจ่ออับโชคด้อยวาสนา ที่ได้แต่ติดคาอยู่หน้าประตูทางเข้าสำนัก
เหล่านี้ นี่คือสัจธรรมอันลึกซึ้งที่สามารถพลิกชีวิตของพวกมัน
ภายในวันเดียว ชื่อของห้องเรียนฝึกวิชาเกาะเต่าก็โด่งดังคับ
ฟ้า บรรดาซิวเจ่อที่เข้าเรียนในวันแรกล้วนตื่นเต้นยินดีจนบอกไม่
ถูก รีบส่งข่าวบอกญาติสนิทมิตรสหายทันที เมื่อจ่ายเงินเข้าร่วม
ห้องเรียนสักแห่งหนึ่ง สิ่งที่พวกมันหวาดเกรงที่สุดคือเรื่องใด
เล่า? ย่อมต้องกลัวว่าจ่ายจิงสือออกไป แต่ไม่ได้รํ่าเรียนสิ่งใด
กลับมา บัดนี้พวกมันเมื่อพบว่าเหล่าซือของห้องเรียนเหล่านี้ล้วน
ทรงพลังอำนาจอย่างแท้จริง ผู้คนทั้งหมดไหนเลยจะไม่ลิงโลดยินดี
แทบคลุ้มคลั่งได้?
เนื่องเพราะห้องเรียนฝึกวิชาทั้งหลายนี้ล้วนมาจากเกาะเต่า ทุก
คนพร้อมใจกันเรียกหาพวกมันอย่างง่ายๆ ว่าห้องเรียนฝึกวิชาเกาะ
เต่า
เหล่าผู้ฝึกตนขั้นแรกเริ่มเป็นกลุ่มคนที่มีจำนวนมากที่สุด ทั้ง
ยังไม่ค่อยมีผู้คนให้ความสนใจกับพวกมันนัก พวกมันส่วนใหญ่ไม่
มีพรสวรรค์ กระทั่งสำนักเล็กๆ ยังยากจะเข้าร่วม โดยมากพวกมัน
ประทังชีวิตด้วยการรับจ้างทำงานระดับตํ่าสุด เรียนรู้เวทวิชา
พื้นฐานเพียงคนละไม่เกินหนึ่งวิชาสองวิชา มีชีวิตอย่างขัดสน
ไม่ว่าอยู่ที่อาณาจักรใด ผู้ที่แตกฉานเวทวิชาจำนวนมาก ย่อม
หมายความว่ามีความหวังจะหางานที่ดีได้มากกว่า และยิ่งแตกฉาน
เวทวิชาลึกลํ้าเท่าใด ก็ยิ่งสามารถหางานที่ดีได้มากขึ้นเท่านั้น
ยกตัวอย่างเช่นเวทวิชาเพลิงไฟระดับหนึ่ง ซึ่งเป็นเวทวิชาธาตุ
ไฟพื้นฐานที่แพร่หลายที่สุด พวกมันได้แต่ทำงานใช้แรงงานที่
เกี่ยวข้องกับเปลวไฟซึ่งยากลำบากที่สุด อย่างเช่นดูแลเร่งไฟใน
เตา ส่วนเวทวิชาธาตุไฟระดับสองหมายความว่าพวกมันสามารถ
เข้าไปทำงานในห้องครัว และปรุงอาหารปราณทั่วไปบางชนิด
สำหรับเวทวิชาระดับสาม หมายความว่าพวกมันสามารถเข้าสู่หอ
โอสถเฉพาะทาง รับหน้าที่ดูแลวัตถุดิบและสมุนไพรทุกชนิด
ระหว่างเวทวิชาต่างระดับชั้น ความแตกต่างของรายได้ก็ห่าง
ชั้นกันหลายขุม
แต่ผู้ที่ถือครองเวทวิชาทั้งหมดคือผู้ใดเล่า? ย่อมต้องเป็น
บรรดาสำนักน้อยใหญ่เหล่านั้นเอง ผู้คนได้แต่เข้าสู่สำนักเพื่อ
เรียนรู้เวทวิชา อย่างเช่นสำนักกระบี่สุญตาที่จั่วม่อเคยอาศัยอยู่
มองจากตอนนี้อาจดูเหมือนเป็นสำนักเล็กกระจ้อยร่อย แต่ในตอน
นั้น กระทั่งเคล็ดวิชากระบี่ระดับสองของสำนัก ศิษย์ฝ่ายนอกคิดชม
ดูสักครั้ง ยังต้องจ่ายแต้มคุณูปการเป็นจำนวนไม่น้อย
ดังนั้นเพียงแค่จ่ายจิงสือจำนวนหนึ่ง แล้วสามารถรํ่าเรียนเวท
วิชาที่ค่อนข้างดี สำหรับซิวเจ่ออาภัพอับโชคเหล่านี้ นับเป็นแรง
ดึงดูดใจอย่างร้ายกาจ
จั่วม่อในเวลานี้ย่อมคาดคิดไม่ถึง ว่าห้องเรียนฝึกวิชาเกาะเต่า
จะก่อผลกระทบเป็นวงกว้าง ด้วยระดับความเร็วอันน่าตระหนก ทั้ง
ในเมืองซวีหลิงและละแวกใกล้เคียง ไปจนถึงเขตแคว้นที่ห่างไกล
ออกไป
มองดูห้องเรียนที่ว่างเปล่า เถียนจงโจวใบหน้าทอแววสับสน
งุนงง
ไม่กี่วันมานี้ ในห้องเรียนฝึกวิชาของมันยังมีผู้คนตั้งสองร้อย
สามร้อยคน!
ลูกศิษย์สามคนสุดท้ายหันมองหน้ากัน แล้วเก็บข้าวของออก
จากห้องอย่างเงียบๆ พวกมันที่ยังมา ก็เพียงเพราะความหวังเสี้ยว
สุดท้ายเท่านั้น แต่เห็นห้องเรียนฝึกวิชาของตระกูลเถียนตกอยู่ใน
สภาพเช่นนี้ พวกมันพลันตระหนักทันที…
ไม่มีผู้ใดโง่งม!
ห้องเรียนฝึกวิชาของเกาะเต่าแม้ไม่ใช่ราคาถูก แต่เวทวิชาและ
ความรู้ที่พวกมันสอนก็ลึกซึ้งกว่าห้องเรียนอื่นๆ มาก ที่ผ่านมา
ห้องเรียนฝึกวิชาตระกูลเถียนเป็นห้องเรียนวิชาพืชปราณที่เก่าแก่
และมีชื่อเสียงที่สุดในเมืองซวีหลิง แต่พวกลูกศิษย์ที่ไปเข้าร่วม
ห้องเรียนวิชาพืชปราณของเกาะเต่า หลังจากนั้นก็ไม่เคยกลับมา
อีกเลย
เมื่อศิษย์สามคนสุดท้ายจากไป เถียนจงโจวร่างแข็งทื่อเหมือน
ท่อนไม้ สมองขาวว่างเปล่า
เมื่อไม่กี่วันก่อน ระดับสูงของตระกูลร้องขอให้พวกมันจัดการ
สั่งสอนห้องเรียนฝึกวิชาที่เปิดใหม่นี้ ให้รู้จักที่ตํ่าที่สูงเสียบ้าง เถียน
จงโจวกับพวกเต็มไปด้วยความคึกคักกระตือรือร้น พวกมันแต่ละ
คนล้วนงัดไม้เด็ดออกมา สอนเหล่าศิษย์อย่างสุดความสามารถ
และเฝ้ารอเวลาที่จะเหยียบยํ่าอีกฝ่ายให้จมดิน!
ในสาขาวิชาอื่นๆ ตระกูลเถียนอาจไม่กล้าประชันขันแข่ง แต่
ในศาสตร์วิชาพืชปราณ ในเมืองซวีหลิงยังจะมีผู้ใดทัดเทียมกับ
พวกมัน?
เหล่าซือแต่ละคนของห้องเรียนฝึกวิชาตระกูลเถียนเต็มไปด้วย
ขวัญกำลังใจ สิ่งที่ห้องเรียนฝึกวิชาเกาะเต่าสอนในวันแรก ใน
สายตาของเถียนจงโจวกับพวก นี่เป็นแค่ลูกไม้ของฝ่ายตรงข้าม
เท่านั้น ทั้งยังแสดงให้เห็นว่าฝ่ายตรงข้ามไม่แข็งแกร่งเท่าพวกมัน
จึงต้องใช้วิธีการนอกรีตนอกรอยเช่นนี้
ห้องเรียนฝึกวิชา สุดท้ายแล้วย่อมต้องขันแข่งกันด้วยพลังที่
แท้จริง!
เถียนจงโจวกับพวกบังเกิดความเชื่อมั่นอย่างเปี่ยมล้น
ทว่าเรื่องราวที่แปรเปลี่ยนอย่างฉับพลัน ทำให้ทุกผู้คนต้องนิ่ง
ขึงตะลึงงัน
ไม่มีผู้ใดคาดคิด ว่าห้องเรียนฝึกวิชาเกาะเต่าที่พวกมันเห็น
เป็นตัวตลก จะได้รับความนิยมถึงเพียงนี้ โด่งดังจนหยุดไม่อยู่ถึง
เพียงนี้! ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่วัน ลูกศิษย์ลูกหาของห้องเรียนฝึก
วิชาตระกูลเถียนลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว
แรกเริ่มเดิมที เถียนจงโจวยังครุ่นคิด ศิษย์เหล่านี้ไม่นาน
สมควรหวนกลับมาอีกครั้ง ทั้งมันและบรรดาเหล่าซือของห้องเรียน
ล้วนทุ่มเทฝีมือทั้งหมด พวกมันไม่เคยลงทุนลงแรงมากถึงเพียงนี้มา
ก่อน และไม่เคยตั้งอกตั้งใจสอนวิชาถึงเพียงนี้มาก่อน! พวกมันหวัง
จะใช้วิธีนี้เปลี่ยนทิศทางกระแสนํ้า
แต่พวกมันได้ตระหนักอย่างรวดเร็ว ว่าความพยายามของพวก
มันล้วนสูญเปล่า
จำนวนศิษย์ที่มาลดน้อยลงเรื่อยๆ
ออกจากภวังค์ความคิด เถียนจงโจวดวงตาแดงฉานด้วย
สายเลือด สองมือกำแน่นอย่างไม่รู้ตัว ความขุ่นข้องขัดเคืองระเบิด
ขึ้นในใจ!
ไฉนเป็นเช่นนี้!
เพราะเหตุใด!
มันผลุนผลันออกไปอย่างกะทันหัน ใบหน้าเด็ดเดี่ยวแน่วแน่
มันจะไปดูให้เห็นกับตา ห้องเรียนฝึกวิชาของผู้อื่นที่แท้ใช้วิธีการ
ชั่วร้ายใด!
มันกระทั่งอารมณ์เก็บข้าวของบนโต๊ะยังไม่มี เดินปึงปังออกมา
โดยไม่เหลียวหลังแม้สักแวบ
มันจะต้องเปิดโปงกลลวงของฝ่ายตรงข้ามต่อหน้าคนทั้งหมด
ให้จงได้!
เมื่อเดินออกมาภายนอก ปรากฏหยาดพิรุณโปรยปรายเบาๆ
เถียนจงโจวสาวเท้าเดินเร็วรี่ ไม่ได้รู้สึกถึงหยดนํ้าฝนที่ตกเปาะแปะ
กระทบร่าง
การเสาะหาห้องเรียนวิชาพืชปราณของเกาะเต่าไม่ใช่เรื่องยาก
มันเพียงแค่สอบถามไม่กี่คำก็ล่วงรู้สถานที่คร่าวๆ เถียนจงโจวคุ้น
เคยกับเมืองซวีหลิงเป็นอย่างยิ่ง ในไม่ช้าก็ค้นพบเป้าหมาย
นั่นเป็นตรอกลึกเล็กๆ ที่เงียบสงัดแห่งหนึ่ง
คนเหล่านี้ดูเหมือนไม่ค่อยมีเงินทอง ตรอกเล็กๆ แห่งนี้ทำเล
ที่ตั้งไม่ดี เป็นพื้นที่ห่างไกลที่สุดที่ไม่มีผู้ใดมา เถียนจงโจวฟื้นฟู
ความเชื่อมั่นขึ้นอักโข เทียบกับสถานที่แห่งนี้ ตำแหน่งที่ตั้งของ
ห้องเรียนตระกูลเถียนอยู่ในย่านทำเลทองของเมืองชั้นใน
ทว่ารอจนเถียนจงโจวเลี้ยวตรงมุมตรอก มันคล้ายร่างแข็งค้าง
ในบัดดล
เห็นในตรอกแคบยาว เต็มไปด้วยผู้คนนั่งเรียงรายบนพื้น เงย
หน้ามองอย่างจดจ่อ ตั้งอกตั้งใจฟังเสียงที่ดังมาจากท้ายตรอก ใน
ตรอกแน่นขนัดจนไม่มีพื้นที่ว่าง แต่เงียบสนิท ไม่มีผู้ใดกล่าววาจา
มีเพียงเสียงบรรยายดังต่อเนื่องสมํ่าเสมอ
เถียนจงโจวอัศจรรย์ใจอย่างสุดแสน!
ทันใดนั้น ในทรวงอกมันอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะบ่ง
บอกบรรยายชนิดหนึ่ง ริมฝีปากสั่นระริกอย่างไม่อาจควบคุม ตัว
มันเองมีพรสวรรค์เชิงยุทธ์สามัญธรรมดา ศักดิ์ฐานะในตระกูลก็
ไม่ได้สูงส่งนัก มิเช่นนั้นคงไม่ถูกส่งมาเป็นเหล่าซือในห้องเรียนวิชา
พืชปราณแล้ว
มันเป็นเหล่าซือในห้องเรียนวิชาพืชปราณมาร่วมสิบปี
แต่ในสิบปีที่มันสอนสั่งผู้คนมาโดยตลอด กลับไม่เคยพบเห็น
ภาพอันน่าตื่นตะลึงถึงเพียงนี้มาก่อน!
เถียนจงโจวไม่มีความรู้สึกที่ดีต่อบรรดาลูกศิษย์ในห้องเรียน
ของตน เหล่าซิวเจ่อที่มีชีวิตอยู่ในระดับล่างสุดของสังคมมักมี
ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเหน็ดเหนื่อยท้อแท้ ไม่เคยตั้งใจศึกษา
เล่าเรียน พวกมันส่วนใหญ่หยาบกระด้างป่าเถื่อน ยากที่จะให้ผู้คน
ชมชอบ เป็นตัวอย่างอันดีของซิวเจ่อระดับตํ่าสุดในภพซิวเจ่อ ไม่
เคยมีร่องรอยของความประณีตและความงาม หรือสิ่งอื่นๆ ที่สมควร
มาพร้อมกับพลังบำเพ็ญเพียร
ทว่ามันกลับเห็นคนกลุ่มเดียวกันนี้ นั่งเงียบเชียบด้วยความสน
อกสนใจเป็นอย่างยิ่ง… …
เถียนจงโจวเลอะเลือนงุนงง บรรดาศิษย์ที่นั่งเรียงรายด้วยสี
หน้าจริงจัง คล้ายแฝงแววศรัทธาแรงกล้าอยู่บ้าง ไม่มีร่องรอยเหน็ด
เหนื่อยเมื่อยล้าหลงเหลืออยู่บนใบหน้า สีหน้าจรดจดจ่อของพวก
มันเปล่งประกายด้วยรัศมีชนิดหนึ่ง
กับบรรดาลูกศิษย์ที่คล้ายคุ้นหน้าหากทว่าไม่คุ้นเคยนี้ เถียน
จงโจวได้แต่เหม่อมองอย่างโง่งมซึมเซา
สุ้มเสียงที่มาจากท้ายตรอกไม่ดังมากนัก แต่กระจ่างชัดเจน
เป็นอย่างยิ่ง เหล่าซือที่อยู่ด้านในคล้ายคาดการณ์สภาพเช่นนี้
เอาไว้ล่วงหน้า จึงใช้ยุทธภัณฑ์เวทสำหรับขยายเสียงเข้าช่วย
“วิชาห้าธาตุสำหรับพืชปราณเต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ใน
ตัวเอง วันนี้เราจะมาพูดคุยกันถึงวิชาธาตุนํ้า เวทวิชาธาตุนํ้ามี
มากมายนับไม่ถ้วน แต่นั่นหมายความว่าเวทวิชาธาตุนํ้าทั้งหมด
เหมาะสมกับพืชปราณใช่หรือไม่? แน่นอนว่าย่อมมิใช่ เวทวิชาธาตุ
นํ้าที่สามารถใช้กับพืชปราณ จะต้องมีคุณสมบัติอ่อนโยนและหล่อ
เลี้ยงบำรุง วันนี้เราจะมาสนทนากันถึงเรื่องเวทวิชาธาตุนํ้าที่เรียกว่า
เคล็ดเมฆฝนหล่นริน นี่ไม่ใช่เวทวิชาที่ลึกซึ้งอันใด แต่สำหรับพวก
เราเหล่าเกษตรกรปราณ กลับมีประโยชน์นับเอนกอนันต์ ถึงตรงนี้
ข้าต้องบอกเตือนพวกเจ้าทุกคนเสียก่อน ว่าอย่าได้เอาแต่ไล่ล่าเวท
วิชาระดับสูง เวทวิชาระดับสูงแม้ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเวทวิชาระดับตํ่า
แต่ในทางตรงข้าม ก็สิ้นเปลืองพลังปราณมากกว่ากันไม่น้อย นี่
อาจเป็นเหตุให้พวกเจ้าต้องตกอยู่ในสภาพน่าคลั่งใจตาย แม้มีพลัง
ปราณเท่าใดก็ยังคงไม่พอใช้… …”
หลังจากลอบรับฟังชั่วระยะสั้นๆ เถียนจงโจวใบหน้าทอแววตื่น
ตระหนก
ห้องเรียนของพวกมันเองก็สอนเคล็ดเมฆฝนหล่นรินเช่นกัน
แต่ก็เพียงแค่สอนความรู้พื้นฐานซึ่งธรรมดาสามัญที่สุดเท่านั้น
สำหรับการเปลี่ยนแปลงขั้นสูง จะได้รับอนุญาตให้รํ่าเรียนก็ต่อเมื่อ
ศิษย์เหล่านั้นเข้าเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลเถียนแล้ว หลายส่วนซึ่ง
เต็มไปด้วยความอัศจรรย์พันลึกที่คนผู้นี้กล่าวออกมา เป็นสิ่งที่
กระทั่งเถียนจงโจวยังรู้สึกว่าน่าตื่นตาตื่นใจ เพียงรับฟังช่วงระยะ
สั้นๆ เช่นนี้ มันยังรู้สึกว่าได้เรียนรู้มากมาย!
ทว่ามันมิได้ยินดีปรีดา แต่กลับรู้สึกว่าเหลือเชื่อ!
มันไม่ได้ประหลาดใจในระดับความรู้ความเข้าใจอันลึกลํ้าที่คน
ผู้นี้มีต่อเวทวิชา แต่ประหลาดใจจนแทบเชื่อไม่ลง ที่คนผู้นี้กลับนำ
เนื้อความอันละเอียดลึกซึ้งเช่นนี้มาเผยแพร่ต่อสาธารณชน!
คนผู้นี้ใช่เสียสติไปแล้วหรือไม่?
มันใช่รู้ตัวหรือไม่ว่ากำลังสอนถึงเรื่องอันใด? มันทราบหรือไม่
ว่าสิ่งที่มันกำลังพรํ่าสาธยายอยู่นี้ ไม่ว่าสำนักใดก็ล้วนแล้วแต่ต้อง
เก็บงำไว้เป็นความลับ!
หากมันเพียงถ่ายทอดให้แก่คนไม่กี่คนคงไม่มีผู้ใดสนใจ! แต่
การสอนสั่งในห้องเรียนที่เปิดกว้างเช่นนี้ กลับถ่ายทอดเวทวิชาและ
เคล็ดลับระดับสูง นี่มีเพียงผลลัพธ์เดียว ล่วงเกินทุกสำนักอย่าง
พร้อมหน้าพร้อมตา!
ไฉนสำนักต่างๆ จึงเป็นตัวตนที่ทรงอำนาจอิทธิพลเล่า? ก็มิใช่
เนื่องเพราะพวกมันถือครองทรัพยากรส่วนมากเอาไว้หรือ? และเวท
วิชาเหล่านี้เองที่เป็นทุนรอนสำคัญที่สุด ในบรรดาทรัพยากร
ทั้งหมดที่สำนักต่างๆ ครอบครอง!
การผูกขาดเวทวิชาทั้งหมดไว้กับตัว ในความเป็นจริงเป็นหนึ่ง
ในรากฐานสำคัญที่สุดที่บรรดาสำนักใช้สร้างความมั่งคั่งและมั่นคง
เนื่องเพราะเหตุนี้เอง หลายพันปีมานี้ สำนักและขุมกำลังทั้งหมด
ล้วนรักษาข้อตกลงที่ไม่ได้บอกกล่าวออกมานี้โดยปริยาย
พฤติการณ์ของคนผู้นี้เท่ากับสอดมือเข้าไปขัดผลประโยชน์
ของสำนักและขุมกำลังต่างๆ รอบเมืองซวีหลิงโดยตรง!
ช่างเสียสติโดยแท้!
เถียนจงโจวสั่นศีรษะพลางทอดถอน เมื่อมองดูภาพอันน่า
อัศจรรย์ใจตรงหน้ามัน ไม่ทราบเพราะเหตุใด กลับรู้สึกเศร้า
เสียดายอยู่บ้าง