สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 457 ลึกซึ้งชั่วร้าย
เถียนเสี่ยวเวยเดินโซเซไปตามถนนด้วยความเมามาย มันเพิ่ง
กลับจากการรํ่าสุราตามปกติ
นับตั้งแต่ลิ้มรสสุราปราณเป็นครั้งแรกเมื่อสามปีก่อน มันก็ลุ่ม
หลงในรสชาติของสุราเมรัย ทุกครั้งที่ได้รับเงินค่าจ้าง เป็นต้องรีบ
แล่นไปยังร้านสุราคล้อยตามธรรมชาติเพื่อรํ่าดื่มสักเล็กน้อย
สำหรับสุราชั้นดีมันย่อมไม่มีปัญญาจ่าย ได้แต่ดื่มสุราชั้นรองลงมา
เท่านั้น
มันไม่ค่อยสนใจฝึกฝีมือนัก จึงติดค้างอยู่ที่ด่านจู้จีขั้นสองมา
นานกว่าห้าปีแล้ว โดยไม่มีทีท่าว่าจะรุดหน้า
สายลมราตรีโชยพัดเข้าปะทะหน้า ฤทธิ์สุราพลุ่งขึ้นอย่าง
ฉับพลันอีกคำรบ มันเคลิบเคลิ้มมึนเมากว่าเดิม
ทันใดนั้นเอง ปรากฏผู้คนสองคนเดินสวนทางมา พอพบเห็น
เถียนเสี่ยวเวย คนทั้งสองร้องทักทายอย่างเป็นกันเอง “พี่เสี่ยวเวย!”
เถียนเสี่ยเวยแม้รู้สึกว่าพวกมันไม่ค่อยคุ้นหน้า แต่ยังคงแสร้ง
เป็นจดจำพวกมันได้ รีบคารวะตอบอย่างมีมารยาท “พวกเจ้าทั้ง
สองกำลังจะไปที่ใด?”
“ตั้งใจจะไปดื่มสุราสักจอก เช่นนี้เป็นไร พี่เสี่ยวเวย พวกเราไป
ด้วยกัน ไปด้วยกัน!” อีกฝ่ายกระตือรือร้นยิ่ง คนทั้งสองเข้าห้อม
ล้อมมันทั้งสองฟากข้าง ช่วยประคองแขนคนละข้าง ฉุดลากเถียน
เสี่ยวเวยร่วมทางไปด้วย
เถียนเสี่ยวเวยทันใดนั้นระมัดระวังตัวขึ้นทันที คิดสลัดหลุด
จากคนทั้งสอง แต่แล้วมันค่อยพบอย่างตื่นตระหนก ว่าร่างกายของ
ตนมิอาจกระดิกได้แม้แต่ปลายนิ้ว!
มันคิดรํ่าร้องขอความช่วยเหลือ แต่ไม่ว่าพยายามดิ้นรนเท่าใด
ก็มิอาจมีถ้อยคำหลุดออกมาจากปากได้
ดวงตามันทอแววหวาดหวั่นพรั่นพรึง
มันถูกคนทั้งสองสะกดตรึงเอาไว้ด้วยพลังมหาศาล ทั้งคู่หิ้วสอง
ปีกของมันอย่างสบาย มองผิวเผินคล้ายผู้คนประคองสหายที่เมา
มายกลับคืนเคหะสถาน สุดท้ายเถียนเสี่ยวเวยถูกพวกมันใช้
เส้นทางอันซับซ้อน พาหายลับออกไปนอกเมือง
“พวกมันกำลังหาที่ตาย!” เถียนหย่งชิงพอฟังรายงานจาก
เถียนจงโจวจบสิ้น ค่อยแค่นเสียงหัวร่อเย้ยหยัน “คนสายตาฝ้าฟาง
เหล่านี้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่แล้ว”
เถียนเหิงปอสีหน้าไม่สู้ดีนัก “ข้าลองเลียบเคียงถามสวีเจิ้งเวย
มันไม่บอกกล่าวอย่างชัดแจ้ง แต่พอจับความได้ว่าคนเหล่านี้ไม่คิด
ขายเกาะเต่าแน่นอน กระทั่งแลกเปลี่ยนยังไม่สนใจ! ข้าต้องการดู
นักว่าพวกมันจะเอาสิ่งใดมางัดข้อกับตระกูลเถียนเรา ท่านย่ามัน
เถอะ! เจ้าพวกหน้าด้านไร้ยางอาย!
“คิดงัดข้อกับตระกูลเถียนเรา พวกมันจำเป็นต้องมี
ความสามารถใหญ่หลวง” ผู้อาวุโสอีกคนกล่าวอย่างยิ้มแย้ม “กอง
พันเยี่ยเกอเอ๋อร์ของพวกเราเลื่อนอันดับรวดเดียวถึงสี่สิบอันดับ
ช่างน่ายำเกรงนัก”
กล่าวถึงเรื่องนี้ เหล่าคนตระกูลเถียนล้วนมีสีหน้ายิ้มแย้ม
แจ่มใส
ในหมู่สถานีอินกุยของอาณาจักรทะเลเมฆ มีรายการที่เรียกว่า
วิจารณ์กองทัพ พวกมันมักจะวิพากษ์วิจารณ์และจัดอันดับเหล่า
กองพันชั้นนำของอาณาจักรทะเลเมฆอยู่เป็นประจำ มีอิทธิพล
อย่างสูง กองพันเถียนเยี่ยพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว ประสบ
ความสำเร็จในการเข้าสู่สองร้อยอันดับบน ถูกจัดอยู่ลำดับหนึ่งร้อย
เก้าสิบสอง หนุนส่งให้พลังอำนาจของตระกูลเถียนในสายตาของ
ผู้คน พุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็วตามไปด้วย กลายเป็นขุมกำลัง
อันดับสองของเมืองซวีหลิง เพียงเป็นรองพรรคซวีหลิงอยู่บ้าง
เท่านั้น
พลังอำนาจของกองทัพ เท่ากับเป็นตัวแทนพลังอำนาจของขุม
กำลัง!
และเมื่อเทียบกับอันดับฝีมือของเหล่ายอดยุทธ์ อันดับของ
กองทัพยังมีอำนาจอิทธิพลน่าเชื่อถือยิ่งกว่า ดังนั้นเมื่อกอง
พันเถียนเยี่ยทะยานขึ้นฟ้าอย่างกะทันหัน ก็ดึงดูดความสนใจของ
ผู้คนจำนวนมากทันที เมื่อตระกูลเถียนกลายเป็นขุมกำลังอันดับ
สองของเมือง ขุมกำลังรอบข้างก็เปลี่ยนแปลงท่าทีในบัดดล เรื่องนี้
พวกมันสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจน
และในเวลานี้ เหล่าคนตระกูลเถียนผู้กำลังลำพองใจ ย่อมต้อง
เห็นเกาะเต่าเป็นที่ขัดตา!
“เราต้องครอบครองเกาะเต่า!” เถียนหย่งชิงดวงตาสาด
ประกายเย็นเยียบ “นี่เป็นเรื่องสำคัญที่สุดของตระกูลเถียน! ไม่ว่า
จะต้องใช้วิธีการใด พวกเราต้องครอบครองเกาะเต่าให้จงได้!”
ทุกผู้คนแทบหยุดหายใจ เฝ้ารอประโยคถัดไปอย่างใจจดใจจ่อ
“ห้องเรียนฝึกวิชาของเกาะเต่าได้บีบคั้นห้องเรียนฝึกวิชาแทบ
ทั้งหมด จนแทบต้องออกจากตลาด ฮ่า คนนอกกลับแย่งชิงธุรกิจ
การค้าของทุกผู้คน นี่เป็นข้อห้ามที่พ่อค้าทุกคนล้วนถือสา!”
“ลองตรวจสอบดูว่าตระกูลใดได้รับผลกระทบมากที่สุด เราต้อง
ให้คนนอกได้เห็นพลังของพวกเรา!เฮอะ เป็นแค่คนนอก พวกมัน
คิดว่าพวกมันสามารถก่อกวนคลื่นลมอันใดก็ได้หรือ?”
เถียนหย่งชิงแย้มยิ้มเย็นชา
ม้าฝานคืบคลานบนพื้นอย่างระมัดระวัง โคจรพลังปกปิดกลิ่น
อายทั่วร่างไว้เป็นอย่างดี มันแทบไม่กล้าหายใจด้วยซํ้า
มันกำลังทบทวนสภาพแวดล้อมและขบวนค่ายกล
ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่ามันกบดานอยู่ที่นี่มาตลอดสามวันสามคืน
ในสามวันมานี้ มันสนิทสนมคุ้นเคยกับพื้นที่ทั้งหมดโดยกระจ่างดุจ
นิ้วบนฝ่ามือตน นี่เป็นยุ้งฉางแห่งหนึ่งของตระกูลเถียน ขณะที่
ห้องเรียนฝึกวิชาของจั่วม่อกำลังเป็นที่นิยมอย่างล้นหลาม ม้าฝาน
ก็ได้รับมอบหมายให้ลอบสืบสวนตระกูลเถียนเป็นการลับ
ครั้งที่ต้าเหรินถูกลอบทำร้าย ม้าฝานกับสหายทั้งสองอยู่ที่นั่น
ด้วย ล้วนรู้สึกว่าเป็นความรับผิดชอบของพวกมันอย่างเต็มที่
หลังจากนั้นม้าฝานกับพวกทั้งหมดได้รับมอบหมายภารกิจ
ลอบสืบสวนตระกูลเถียนเป็นการลับ ซู่หลงมอบม้วนหยกให้แก่
พวกมันม้วนหนึ่ง ภายในบันทึกไว้ด้วยเคล็ดวิชาสอดแนมและเคล็ด
วิชาปกปิดซ่อนเร้นอันหลากหลายและมากมาย คนของหน่วย
เทียนฟงล้วนเป็นมือเก่าอันเผ็ดร้อน อาศัยม้วนหยกอันลี้ลับนี้ เรียก
ได้ว่ากลายเป็นพยัคฆ์ติดปีกฝูงหนึ่ง
พวกมันรวบรวมข้อมูลข่าวสารอย่างรวดเร็ว สืบเสาะสภาพ
ทั่วไปของตระกูลเถียน
คิดเล่นในที่มืดหรือ? นั่นต้องดูว่าผู้ใดลึกซึ้งชั่วร้ายกว่ากัน!
ม้าฝานรำพึงอยู่ในใจ กระทั่งมันเองยังไม่ทราบว่าผู้ใดเป็น
หัวหน้ากำกับดูแลภารกิจนี้ เดิมทีทุกผู้คนเข้าใจว่าเป็นแม่นางน้อย
แต่พวกมันก็ค้นพบอย่างรวดเร็วว่านี่เป็นแบบฉบับที่แตกต่างกัน
อย่างสิ้นเชิง แม่นางน้อยแม้เป็นแม่ทัพบัญชาการศึกที่ร้ายกาจ แต่
การลอบวางแผนเล่นงานจากที่มืดเช่นนี้ กลับไม่ใช่สิ่งที่แม่นางน้อย
ถนัดจัดเจน หรือว่านี่เป็นต้าเหรินบัญชาการเอง? แต่ก็ดูไปไม่
คล้ายเท่าใดนัก ต้าเหรินแม้บางครั้งชอบคดโกง แต่จะอย่างไรคล้าย
ตรงไปตรงมากว่านี้มาก
ที่แท้เป็นผู้ใดกันแน่?
แผนการอันลึกซึ้งชั่วร้ายเช่นนี้ กระทั่งมือเก่าอันเผ็ดร้อนเช่น
ม้าฝาน เมื่อชมดูแผนการทั้งหมด ยังรู้สึกหนังศีรษะชาซ่าน!
ลึกซึ้งชั่วร้ายกระไรปานนี้!
ช่างลึกซึ้งชั่วร้ายโดยแท้!
ม้าฝานพลันปลุกปลอบสติสมาธิ สายตาจ้องเขม็งไปยังยุ้งฉาง
ที่อยู่ด้านตรงข้าม เริ่มนับคำนวณเวลาอยู่ในใจ
หลังจากนั้นสักครู่ ประตูยุ้งฉางก็เปิดออก เห็นซิวเจ่อสองคน
เดินสนทนาพลางหัวร่อออกมาจากด้านใน
รอจนทั้งสองคนนี้จากไปไกล ม้าฝานพลันเคลื่อนไหว ทะยาน
ร่างลงสู่พื้นดุจลูกธนูหลุดจากแล่ง ด้านหลังมันติดตามมาด้วยเหล่า
สหายที่ลงมืออย่างพรักพร้อม
เมื่อคอยเฝ้าสอดส่องยุ้งฉางแห่งนี้มาหลายวัน ม้าฝานกับพวก
ทราบดีว่าในช่วงเวลานี้จะเป็นยามปลอด ไม่มีผู้ใดเฝ้าระวังยุ้งฉาง
แม้แต่คนเดียว
โถมทะยานเข้าไปเกือบสิบจั้ง ขบวนหยุดยั้งลงอย่างกะทันหัน
ม้าฝานล้วงป้ายหยกชิ้นหนึ่งออกมาแขวนไว้ที่เอว
ค่ายกลเบื้องหน้าสว่างขึ้น ชักนำให้ป้ายหยกที่เอวของม้าฝาน
ส่องแสงสดใสขึ้นพร้อมกัน
ประตูยุ้งฉางเปิดออกอย่างเงียบเชียบ
สภาพภายในยุ้งฉางปรากฏขึ้นในสายตาพวกมัน เห็น
ยุทธภัณฑ์เวทเพาะปลูกพืชปราณกองสุมซ้อนเป็นภูเขาเลากา
มากมายเสียจนม้าฝานกับพวกต้องสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บ
พวกมันแม้ทราบอยู่ก่อนว่าตระกูลเถียนเพิ่งเปลี่ยนชุดยุทธภัณฑ์
เวทเพาะปลูกพืชปราณเมื่อไม่นานมานี้ แต่รอจนได้ประจักษ์กับ
สายตาตัวเอง ยังอดตื่นตะลึงกับพลังอำนาจอันล้นเหลือของตระกูล
เถียนไม่ได้
มียุทธภัณฑ์เวทเพาะปลูกพืชปราณนับหมื่นชิ้น!
แม้ว่าของเหล่านี้เป็นเพียงยุทธภัณฑ์เวทระดับตํ่า เพียงระดับที่
สองเท่านั้น แต่เมื่อกองสุมซ้อนเป็นจำนวนมาก ยังคงสร้างความ
สะท้านสะเทือนแก่ผู้พบเห็น
อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากยุทธภัณฑ์เวทชุดนี้แล้ว สินค้า
อื่นๆ ในยุ้งฉางมีน้อยนิดจนน่าเวทนา
ม้าฝานกับพวกไม่รีรอลังเล ทุกคนล้วงขวดหยกใบเล็กๆ
ออกมา แยกย้ายกันเทราดลงบนกองยุทธภัณฑ์เวทเพาะปลูกพืช
ปราณเหล่านั้น เห็นนํ้ายาสมุนไพรหลากสีหยดลงบนกอง
ยุทธภัณฑ์เวทหลายหยด
ปรากฏกลุ่มหมอกสายรุ้งบางเบาแผ่กระจายออกโดยไร้เสียง
จนกระทั่งค่อยๆ สลายหายไป
ม้าฝานกับพวกซุกเก็บขวดหยก จากนั้นพากันหยิบฉวยสินค้า
ที่มีค่ามากที่สุดหลายชิ้นออกไปจนหมดสิ้น คลังสินค้ากลายเป็นยุ่ง
เหยิงกระจัดกระจายอย่างไม่มีที่เปรียบ!
หลังจากเสร็จสิ้นทุกอย่าง คนทั้งกลุ่มก็หายวับไปดุจเงาภูต
พรายฝูงหนึ่ง
“ว่ากระไร?” เถียนเหิงปอบันดาลโทสะอย่างรุนแรง สีหน้า
ประดุจเสือกินคนที่ดุร้าย ถลึงตามองผู้ดูแลยุ้งฉางที่ก้มหน้าตํ่าปาน
จะกินเลือดกินเนื้อ
เหล่าผู้ดูแลยุ้งฉางสะท้านขึ้นทั้งร่าง ใบหน้าซีดขาวเหมือนคน
ตาย
“ประเสริฐ! พวกเจ้าประเสริฐยิ่ง!” เถียนเหิงปอกระชากเสียง
อย่างมืดมน “ผู้คนเดินเข้ามาเที่ยวชม แล้วเอาทุกสิ่งทุกอย่าง
ไป! สิบหกแห่ง! ยุ้งฉางทั้งสิบหกแห่งล้วนถูกยกเค้าจนเกลี้ยง
เกลา! หากผู้คนไม่ทราบเรื่องราว ยังนึกว่าตระกูลเถียนเราเป็นคน
ใจบุญสุนทานใหญ่! เหล่าสัดใส่ข้าวทั้งหลาย!”
เถียนหย่งชิงก็สีหน้าอัปลักษณ์สุดทนดู มันร้อยไม่คิดพันไม่
คิด ไม่เคยคิดมาก่อนว่าผู้คนจะกล้ายกเค้ายุ้งฉางตระกูลเถียน!
ทั้งยังยกเค้าคราเดียว สิบหกแห่งรวด!
สะกดกลั้นเพลิงโทสะในใจ เถียนหย่งชิงกล่าวเสียงเย็นเยียบ
“ที่แท้เกิดเรื่องอันใด เล่ามาให้กระจ่าง!”
ผู้ดูแลยุ้งฉางผลัดกันอธิบายอย่างลนลาน เถียนหย่งชิงยิ่งรับ
ฟังมากเท่าใด ยิ่งหัวใจเย็นเฉียบมากเท่านั้น ยุ้งฉางของตระกูลเถีย
นสิบหกแห่งที่อยู่ในเมืองซวีหลิง ล้วนถูกยกเค้าพร้อมกัน! นี่แสดง
ชัดว่าผู้อื่นไม่เพียงคุ้นเคยกับตระกูลเถียนเป็นอย่างยิ่ง ทั้งยังมีพลัง
อำนาจมาก เมื่อสามารถยกเค้ายุ้งฉางสิบหกแห่งในเวลาเดียวกัน
พวกมันจะต้องมีซิวเจ่อจำนวนมาก นัดแนะกันลงมืออย่างพร้อม
เพรียง
ที่สำคัญมันยังได้รับรู้จากเหล่าผู้ดูแล ว่าทั้งหมดไม่มีผู้ใด
ระแคะระคายแม้แต่น้อย กว่าจะทราบว่าถูกปล้น ก็หลังจากพวกมัน
ได้เข้าไปเห็นภายในยุ้งฉางด้วยสายตาตัวเองอีกครั้ง!
เรื่องนี้เป็นเหตุให้เถียนหย่งชิงหนาวเยือกไปถึงไขสันหลัง!
เถียนหย่งชิงพยายามสอบซักรายละเอียดปลีกย่อยบางอย่าง
แต่ยังคงจับต้นชนปลายไม่ถูก ฝ่ายตรงข้ามไม่ได้ทิ้งเบาะแสเงื่อนงำ
ใดเอาไว้แม้สักน้อยนิด
ยุ้งฉางสิบหกแห่งถูกปล้น ตระกูลเถียนครั้งนี้ประสบความ
เสียหายอย่างใหญ่หลวง นอกจากยุทธภัณฑ์เวทระดับตํ่าที่ยากจะ
เคลื่อนย้ายแล้ว ยุทธภัณฑ์เวทที่มีคุณค่าอยู่บ้างล้วนถูกยกเค้าจน
ราบเรียบ!ในยุ้งฉางเหล่านี้ยังเก็บสะสมผลผลิตพืชปราณและข้าว
ปราณจำนวนมหาศาล ซึ่งตระกูลเถียนผลิตได้ในหลายปีนี้ แม้ว่า
สินค้าเหล่านี้จะไม่ใช่พืชพันธุ์ชนิดหายากหรือมีราคาค่างวดนัก แต่
จำนวนที่สูญเสียไปก็เรรียกได้ว่ามากมายมหาศาล!
ประมาณการโดยคร่าวๆ ตระกูลเถียนคราครั้งนี้ มีมูลค่าความ
เสียหายไม่น้อยกว่าสิบชิ้นจิงสือระดับห้า!
“อุบาทว์บัดซบ! อย่าให้เหยียผู้นี้ทราบว่าเป็นฝีมือผู้ใด! คอยดู
เหยียถลกหนังพวกมัน!” เถียนเหิงปอแผดเสียงอย่างกราดเกรี้ยว
เถียนหย่งชิงก็เจ็บปวดใจยิ่ง ความสูญเสียในครั้งนี้แน่นอนว่า
เป็นความเสียหายร้ายแรงที่สุดในรอบหลายปีมานี้ ที่ผ่านมายุ้งฉาง
เหล่านี้ไม่ได้เก็บสะสมสินค้าที่มีราคาค่างวดนัก ดังนั้นพวกมัน
ไม่ได้ระวังป้องกันเป็นพิเศษ อีกทั้งเมืองซวีหลิงมั่นคงปลอดภัย ดูแล
ความสงบเรียบร้อยอย่างเข้มงวดกวดขัน ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีเรื่อง
ร้ายแรงเกิดขึ้นมาก่อน!
“ส่งคนไปลอบสืบเสาะดู หาคนที่เพิ่งขายพืชหญ้าปราณและ
ข้าวปราณจำนวนมากในระยะนี้!” เถียนหย่งชิงกลับสู่ความสงบ
เยือกเย็น “สินค้าเหล่านี้แม้ไม่มีราคาค่างวด แต่จำนวนมากมาย
มหาศาล หากมีการขายออกไป ย่อมยากจะปกปิดสายตา
ผู้คน! อย่าได้มุ่งความสนใจเฉพาะแค่เมืองซวีหลิง ให้ส่งคนไปดูใน
เมืองใกล้เคียงด้วย”
เถียนเหิงปอตาลุกวาบ “พี่ใหญ่กล่าวถูกต้อง! ผลผลิตพืช
ปราณและข้าวปราณของยุ้งฉางสิบหกแห่ง ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะ
ขายออกไป!”
“หากพบตัวพวกมันอย่าได้แหวกหญ้าให้งูตื่น!” เถียนหย่ง
ชิงสุ้มเสียงเย็นยะเยือก “คิดกลืนกินข้าวของของตระกูลเถียนเรา
ไม่ใช่เรื่องง่ายดายนัก!”
เถียนเหิงปอรีบรุดออกไปจัดการตามคำสั่ง
เถียนหย่งชิงเพ่งมองเหล่าผู้ดูแลยุ้งฉาง สีหน้ากลับคืนสู่ความ
เฉื่อยชา กล่าวว่า “อย่าได้สูญเสียยุทธภัณฑ์เวทเพาะปลูกพืช
ปราณส่วนที่เหลือ! ฤดูกาลหว่านเมล็ดกำลังจะเริ่มขึ้นในไม่ช้า
ยุทธภัณฑ์เวทเหล่านี้จำเป็นต้องใช้ หากยังเกิดเรื่องขึ้นอีก คงไม่
จำเป็นต้องให้ข้าบอกผลสุดท้ายของพวกเจ้ากระมัง”
เหล่าผู้ดูแลยุ้งฉางหน้าซีดเผือด พยักหน้าอย่างเอาเป็นเอา
ตาย
เถียนหย่งชิงทราบว่าผู้ดูแลร้านเหล่านี้ไหนเลยจะมีพลัง
เพียงพอ จึงหยิบพู่กันเขียนลงบนกระดาษครู่หนึ่ง จากนั้นวางพู่กัน
ลง มือขวาดีดเบาๆ คราหนึ่ง แผ่นกระดาษพลันกลายเป็นนก
กระเรียนกระดาษ บินหายลับไปอย่างรวดเร็ว
“อีกไม่นานจะมีคนมาช่วยพวกเจ้าเฝ้าระวังยุ้งฉาง” เถียนหย่
งชิงเงยหน้าขึ้นกล่าวเสียงราบเรียบ “เหล่ายุทธภัณฑ์เวทในยุ้งฉาง
ให้ขนย้ายกลับมายังตระกูลในบัดดล อย่าได้ล่าช้า!”
“ขอรับ ขอรับ ขอรับ!” บรรดาผู้ดูแลยุ้งฉางรีบผงกศีรษะระรัว
นับว่าในเคราะห์ร้ายยังมีโชคดีอยู่บ้าง ฝ่ายตรงข้ามไม่ค่อยใส่
ใจยุทธภัณฑ์เวทเพาะปลูกพืชปราณนัก มิเช่นนั้นครั้งนี้ต้องประสบ
ปัญหาใหญ่แน่! คิดซื้อหายุทธภัณฑ์เวทเพาะปลูกพืชปราณเหล่านี้
ต้องสิ้นเปลืองเรี่ยวแรงไม่น้อย การหว่านเมล็ดพืชจะเริ่มขึ้นในอีก
ไม่กี่วันแล้ว หากยุทธภัณฑ์เวทเพาะปลูกพืชปราณเหล่านี้ถูกขโมย
ไปด้วย ในระยะเวลาอันสั้น คิดซื้อหายุทธภัณฑ์เวทเพาะปลูกพืช
ปราณมากมายถึงเพียงนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายดายเลย!
หวนคิดถึงเรื่องนี้อีกครั้ง เถียนหย่งชิงเริ่มปวดเศียรเวียนเกล้า
แต่คลื่นลูกแรกไม่ทันจะสิ้นสุด คลื่นลูกถัดไปก็เริ่มโหมซัด!