สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 459 ตอบโต้
ความเป็นจริงมักร้ายกาจกว่าผู้เข้มแข็ง
เมื่อกิจการร้านค้าทั้งหมดในเมืองซวีหลิงรวมหัวกันกีดกันศิษย์
ของห้องเรียนฝึกวิชาเกาะเต่า อัตราการสมัครเข้าเรียนก็ได้รับ
ผลกระทบอย่างรุนแรง
ผู้คนที่มีหัวคิดอยู่บ้าง ย่อมสามารถเห็นได้ชัดเจนว่าเกิดอะไร
ขึ้น ศิษย์บางคนหาได้หวั่นเกรงไม่ พวกมันไม่กังวลสนใจแม้แต่
น้อย หางานในเมืองซวีหลิงไม่ได้แล้วจะเป็นไร? ตราบเท่าที่พวกมัน
ฝึกปรือเวทวิชาที่ดี พวกมันสามารถเดินทางไปยังเมืองอื่น ไยต้อง
กลัวหางานไม่ได้?
แต่ก็ไม่ใช่ว่าศิษย์ทุกคนจะอาจหาญเช่นนี้ และไม่ใช่ทุกคน ที่
จะยินดีวิ่งไปยังเมืองที่ไม่รู้จักมักคุ้น เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่
จำนวนคนในห้องเรียนฝึกวิชาเกาะเต่าลดลงอย่างฮวบฮาบ
ก่อนหน้านี้ยังต้องปวดเศียรเวียนเกล้ากับการขยายห้องเรียน
จั่วม่อถึงกับอ้าปากค้างอยู่ครึ่งค่อนวัน เพียงแค่ไม่กี่วันเท่านั้น ไฉน
เป็นเช่นนี้ไปเสียได้?
มันรีบส่งซางเว่ยหมิงไปสืบสวนเรื่องราว เหล่ากิจการร้านค้า
เข้าใจว่าพวกมันเข้มแข็งแกร่งกร้าวยิ่ง จึงไม่ได้ปกปิดซ่อนเร้นสิ่ง
ใด ซางเว่ยหมิงไปไม่นานก็กลับมาพร้อมข่าวคราวโดยละเอียด
จั่วม่อพอฟังว่าเป็นฝีมือของตระกูลเถียนอีกครั้ง ต้องบันดาลโทสะ
ในบัดดล!
การลอบทำร้ายคราวนั้นยังไม่ทันจะคิดบัญชี พวกเจ้าก็มาท้า
ทายเราอีกแล้ว!
นี่จะให้ผู้คนยอมกลํ้ากลืนฝืนทนได้อย่างไรกัน?
จั่วม่อเดิมทีตั้งใจปล่อยให้ผูเยากลั่นแกล้งทรมานตระกูลเถียน
แต่บัดนี้มันถลกแขนเสื้อขึ้น ตระเตรียมลงมือด้วยตัวเอง!
เมื่อครั้งที่ต้องคิดหาวิธีการดีๆ มาหาเงิน จั่วม่อได้แต่งอมืออับ
จนหนทาง แต่พอต้องคิดหาทางทำเรื่องชั่วร้าย จั่วม่อประหนึ่งถูก
ฉีดด้วยเลือดไก่ คึกคักกระตือรือร้นขึ้นมาทันควัน!
เกอไม่ใช่ตัวดีจริงๆ!
จั่วม่อทอดถอนใจ เต็มไปด้วยอารมณ์ จากนั้นอุทิศตัวเอง
ให้กับเรื่องยิ่งใหญ่ของการแก้แค้นตระกูลเถียน เมื่อลองขบคิด
อย่างถี่ถ้วน จั่วม่อรู้สึกว่านี่กลับไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเสียทีเดียว ซึ่ง
ความจริงอาศัยกำลังคนของพวกมัน การขยายห้องเรียนไม่ต่าง
จากแส่หาที่ตายด้วยตัวเอง ห้องเรียนฝึกวิชาในยามนี้สงบเงียบกว่า
แต่ก่อนมาก แต่ก็เพียงเทียบกับช่วงที่รุ่งโรจน์เรืองรองที่สุดเท่านั้น
ยังคงมีซิวเจ่อมากมายที่ไม่สนใจเรื่องถูกกีดกัน พวกมันปิติยินดี
เป็นอย่างยิ่ง ที่ได้รับที่นั่งว่างสำหรับเข้าเรียนเสียที
ที่สำคัญไปกว่านั้น จั่วม่อผู้กำลังตื่นเต้นฮึกเหิม กลับนึกได้
ความคิดอันร้ายกาจประการหนึ่ง
“ท่านที่นับถือ ไม่ทราบต้องการให้เราช่วยเหลือสิ่งใด?” ผู้ที่
ต้อนรับจั่วม่อเป็นชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง
“อ้อ ข้าอยากหารือเรื่องความร่วมมือกับสำนักของเจ้า” จั่วม่
อกล่าวตรงๆ
“ความร่วมมือ?” บุรุษกลางคนดวงตาเป็นประกาย การค้าราย
ใหม่!
สำนักสำเนียงปฐพีเป็นสำนักเล็กๆ แห่งหนึ่ง สินค้าที่มีชื่อเสียง
ที่สุดของพวกมัน คือขบวนค่ายกลอินกุยขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถ
ออกอากาศไปทั่วเมืองซวีหลิง บุรุษกลางคนที่อยู่หน้าร้านนี้ เป็น
เจ้าสำนักแห่งนี้เอง เรียกว่าอินหลิงจื่อ
หากมิใช่พึ่งพาความเฉลียวฉลาดและเจ้าความคิดของอินห
ลิงจื่อ สำนักสำเนียงปฐพีคงจบสิ้นไปนานแล้ว ด้วยความพยายาม
ของมัน รายการสำเนียงปฐพีน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ในเมืองซวีหลิงมี
ผู้ติดตามรับฟังมากมาย
แต่ทุกวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย รายการสำเนียงปฐพีได้รับความนิยม
น้อยลงเรื่อยๆ นี่ทำให้มันปวดเศียรเวียนเกล้าเป็นที่สุด แต่ยังคงไม่มี
หนทางใดมาแก้ไข ซึ่งความจริงเมืองซวีหลิงเป็นเพียงสถานที่ไม่
ใหญ่โตแห่งหนึ่ง สำนักสำเนียงปฐพียิ่งเป็นสำนักเล็กๆ แห่งหนึ่ง
มันอาจสามารถสร้างค่ายกลอินกุยที่ระดับสูงกว่านี้ ออกอากาศได้
กว้างไกลกว่านี้ แต่มันไม่สามารถสู้ราคาได้ ราคาของค่ายกลอิน
กุยระดับสูงกว่านี้ เป็นจำนวนเงินมหาศาลอย่างน่าตระหนก
อินหลิงจื่อยิ่งอบอุ่นเป็นกันเองกว่าเดิม ใบหน้าประดับรอยยิ้ม
จริงใจ “เชิญเข้ามา เชิญเข้ามา!”
จั่วม่อกับพวกเดินเข้าไปในสำนักสำเนียงปฐพี อินหลิงจื่อนำ
ใบชาปราณส่วนสุดท้ายออกมาอย่างระมัดระวัง แล้วต้มนํ้าชงชา
ต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี
หลังจากนั่งลงจิบชาพอเป็นพิธี จั่วม่อก็บอกเจตนาการมา
อย่างไม่อ้อมค้อม “ข้ามาวันนี้ ด้วยความหวังว่าพวกเราจะสามารถ
ใช้รายการสำเนียงปฐพีของสำนักเจ้า ช่วยโฆษณาประชาสัมพันธ์
สินค้าของเกาะเรา”
“ไม่มีปัญหา ไม่มีปัญหา!” อินหลิงจื่อยินดียิ่ง แต่ยังคงซักถาม
ตามประสาคนรอบคอบเจนจัด “ท่านที่นับถือมาจากเกาะเมฆใด?”
จั่วม่อยิ้มกว้าง “พวกเรามาจากเกาะเต่า!”
“เกาะเต่า!” อินหลิงจื่อถ้วยชาแทบหลุดมือ สีหน้าแปรเปลี่ยน
เป็นซีดเผือด ความคิดปฏิเสธบอกปัดผุดขึ้นทันที เรื่องความ
ขัดแย้งของเกาะเต่ากับตระกูลเถียน มันไหนเลยจะไม่ทราบได้?
ตระกูลเถียนเป็นขุมกำลังยิ่งใหญ่อันดับสองในเมืองซวีหลิง เพียง
เป็นรองพรรคซวีหลิงเล็กน้อยเท่านั้น ด้านรากฐานของขุมกำลังนั้น
ลึกลํ้าและใหญ่โตกว่าคนนอกเช่นเกาะเต่ามาก!
หากพวกมันล่วงเกินตระกูลเถียน สำนักเล็กๆ เฉกเช่นสำนัก
สำเนียงปฐพีก็จบสิ้นอวสานแล้ว
“เป็นไร? สำนักเจ้าไม่ยินดีรับการค้าครั้งนี้หรือ?” จั่วม่อยิ้มมุม
ปาก จ้องมองอินหลิงจื่อเขม็งนิ่ง
อินหลิงจื่อยังไม่ทันกล่าวตอบ กลับเห็นจั่วม่อวาดมือ วางบาง
สิ่งลงบนโต๊ะอย่างเป็นธรรมชาติ รอจนมันเห็นชัดตาว่าวัตถุ
เหล่านั้นเป็นอะไร อินหลิงจื่อก็ดวงตาเบิกกว้างเท่าไข่ห่าน ไม่อาจ
ละสายตาจากไปได้อีก
สิบชิ้นจิงสือระดับสี่!
อินหลิงจื่อจ้องมองสิบชิ้นจิงสือระดับสี่บนโต๊ะ สายตาเริ่ม
ร้อนแรงขึ้นในทันที!
สำหรับสำนักสำเนียงปฐพี สิบชิ้นจิงสือระดับสี่เป็นรายได้ครึ่งปี
ของพวกมัน อินหลิงจื่อทราบกระจ่างแก่ใจ ว่าสำนักของพวกมัน
กำลังอยู่ในช่วงวิกฤติการณ์ จนถึงขั้นที่เรียกได้ว่ายากจนข้นแค้น
แทบไม่มีเงินซื้ออาหารเสียด้วยซํ้า หากพวกมันไม่สามารถหาเงิน
ได้มากกว่านี้ อาจไม่มีจิงสือมากพอจะรักษาค่ายกลอินกุยขบวน
ใหญ่ไว้ได้อีกแล้ว
จั่วม่อได้ยินเสียงกลืนนํ้าลายของอินหลิงจื่อ โดยไม่เสียเวลา
กล่าวคำที่สอง มันล้วงจิงสือระดับสี่ออกมาอีกสิบชิ้น!
อินหลิงจื่อลมหายใจกลายเป็นหนักหน่วง ดวงตาพลันแดงกํ่า
ด้วยสายเลือด สีหน้าดุร้ายกระหายโหยอยู่บ้าง
ยี่สิบชิ้นจิงสือระดับสี่!
“นี่ถือเป็นมัดจำล่วงหน้าสามในสิบส่วน”
วาจาสุดท้ายของจั่วม่อประหนึ่งมีดสั้นคมกล้า แทงทะลุปราการ
ป้องกันของอินหลิงจื่ออย่างง่ายดาย อินหลิงจื่อรู้สึกศีรษะลั่นอึงอล
สมองขาวว่างเปล่าไปหมด
มันเลือกกระโจนเข้าใส่จิงสือ!
ตระกูลเถียนเป็นตัวอะไร! ไปลงนรกเสียเถอะ!
จู้เจินอยู่ในอารมณ์แปลกๆ คล้ายเป็นความเหนื่อยหน่ายที่ยาก
จะบ่งบอกบรรยายชนิดหนึ่ง
เพื่อนร่วมงานของมันพากันมองดูมัน ซุบซิบนินทาอย่างสา
สมใจ แต่ละคนล้วนยินดีในคราเคราะห์ของมัน เมื่อไม่กี่วันก่อน คน
เหล่านี้ยังมองดูมันด้วยสายตาที่แตกต่างจากนี้เป็นคนละเรื่อง ใน
ฐานะศิษย์รุ่นแรกของห้องเรียนฝึกวิชาเกาะเต่า มันประสบโชค
วาสนาอย่างน่าตื่นตะลึง เมื่อที่นั่งเข้าเรียนในห้องเรียนถูกซื้อขาย
กันด้วยราคาสูงลํ้าเทียมฟ้าในตลาดมืด ขณะที่ผู้อื่นได้แต่นั่งฟังอยู่
บนพื้นตรอกด้านนอก มันนั่งอยู่ในห้องเรียนเพาะเลี้ยงสัตว์ปราณ
ของเฉิงเหล่าซือ รับฟังการสอนอย่างชัดเจนและสุขสบาย นับเป็น
ความปลาบปลื้มยินดีอย่างแท้จริง
ทว่ามันกลับคาดไม่ถึง ไม่นานหลังจากนั้น เจ้าของร้านมาพบ
มันและตักเตือนมัน ว่าหากยังไปเข้าเรียนในห้องเรียนฝึกวิชาเกาะ
เต่า มันจะถูกไล่ออก
อย่างอับจนปัญญา จู้เจินได้แต่เลือกออกจากห้องเรียน เพื่อ
รักษาตำแหน่งงานเอาไว้
สายตาอิจฉาเลื่อมใสของคนรอบข้าง กลับกลายเป็นเหยาะ
หยันสมนํ้าหน้าในบัดดล
แต่สิ่งที่จู้เจินคาดไม่ถึงยิ่งกว่า คือเวทวิชาและค่ายกลที่เฉิง
เหล่าซือเคยสอนในห้องเรียน จะคอยผุดขึ้นในใจมันอย่างไม่รู้ตัว
ก่อนหน้านี้จู้เจินเคยเข้าเรียนในห้องเรียนฝึกวิชาต่างๆ ไม่น้อย
บอกได้ว่าความสามารถของเฉิงเหล่าซือจัดอยู่อันดับแรก มันนับ
ถือเลื่อมใสเฉิงเหล่าซืออย่างสุดจิตสุดใจ เพียงแค่เวทวิชาระดับสูงที่
เฉิงเหล่าซือเคยกล่าวถึงอย่างไม่ตั้งใจ ก็ทำให้มันเต็มไปด้วยความ
กระหายอยาก
หลายวันมานี้ มันคล้ายเหม่อลอยอยู่บ่อยครั้ง ไม่สนใจหน้าที่
การงาน เรื่องนี้ทำให้เจ้าของร้านตำหนิติเตียนมันหลายครั้ง
ไฉนเป็นเช่นนี้… …จู้เจินในใจรู้สึกยํ่าแย่ยิ่ง มันคิดว่าห้องเรียน
ฝึกวิชาเกาะเต่าเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมมาก
ชีวิตของมันกลับสู่สภาพเดิม จู้เจินทราบว่าความอึดอัด
ขัดข้องในใจมันจะค่อยๆ สลายไปตามกาลเวลา และหายไปในที่สุด
ทุกคนทำงานรวมกันอยู่ในที่เดียว เนื่องเพราะการทำงานเดิม
ซํ้าๆ ซากๆ ก่อเป็นความเบื่อหน่าย พวกมันจึงมีอินกุยไว้ฟังในตอน
ทำงาน เจ้าของร้านเห็นว่าไม่ได้ทำให้พวกมันฟุ้งซ่านเสียสมาธิ จึง
ไม่ได้ห้ามปรามแต่อย่างใด
ทันใดนั้นเอง เนื้อความที่ออกอากาศจากอินกุย กลับเป็นเหตุ
ให้จู้เจินถึงกับชะงักค้าง ลืมเลือนงานที่กำลังทำไปในทันที
“… …เนื่องจากมีศิษย์จำนวนมากไม่สามารถเข้าเรียนใน
ห้องเรียนฝึกวิชาของเกาะเราได้ พวกเราสำนึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง
ได้แต่โทษว่าตัวเองไร้ความสามารถ! การสอนสั่งเวทวิชาเป็นหน้าที่
รับผิดชอบของพวกเราเหล่าซิวเจ่อ เนื่องเพราะเหตุนี้ เวลานี้เราจึง
ได้ผลิตชุดม้วนหยกเกาะเต่าออกมา เนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่
เพาะปลูกพืชปราณไปจนถึงเพาะเลี้ยงสัตว์ปราณ จากเซียนกระบี่
ไปถึงเซียนวรยุทธ์ เราได้จัดทำม้วนหยกที่เต็มไปด้วยรายละเอียด
และเนื้อหาความรู้จำนวนมาก ด้วยความหวังว่าเหล่าศิษย์ที่ไม่
สามารถเข้าเรียนในห้องเรียนฝึกวิชา ไม่ว่าเนื่องด้วยเหตุผลกลใด
ก็ตาม จะได้ฝึกปรือตัวเองผ่านทางชุดม้วนหยกที่จัดทำออกมาด้วย
ใจจริงนี้… …”
คราวนี้ทุกผู้คนล้วนหยุดงานในมืออย่างพร้อมเพรียง ล้อมวง
เข้ามาฟังอย่างใจจดใจจ่อ
จู้เจินดวงตาค่อยๆ ทอประกายเจิดจ้าขึ้นทีละน้อย
ต่อหน้าขุมกำลังพันธมิตรท้องถิ่นอันทรงอำนาจอิทธิพล ทุก
ผู้คนล้วนเข้าใจว่าเกาะเต่าไม่สามารถทำอะไรได้อีก ได้แต่ล่าถอย
กลับไปอย่างจำยอม!
ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าเกาะเต่าจะตอบโต้อย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้
ทั้งยังแหลมคมและดุดันแม่นยำถึงปานนี้!
เมืองซวีหลิงที่เดิมทีสงบราบคาบลงไปแล้ว บัดนี้แตกฮือเดือด
พล่านดุจขว้างระเบิดลงกลางวง!
เสียงจากอินกุยพรํ่าโฆษณาชุดม้วนหยกเกาะเต่าตลอดทั้งวัน
เสียงตะโกนปลุกเร้าอย่างมีชั้นเชิง คล้ายราดนํ้ามันเดือดพล่านลง
ทั่วเมืองซวีหลิง
“เป็นไร? ไม่เชื่อหรือ? ใช่แล้ว ท่านได้ยินไม่ผิด! เก้าเก้าแปด
เพียงแค่เก้าเก้าแปดเท่านั้น! ไม่ใช่เก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบแปดหรือ
หนึ่งพันเก้าร้อยเก้าสิบแปด! แต่เป็นเก้าร้อยเก้าสิบแปด! เก้าร้อย
เก้าสิบแปด! เพียงแค่เก้าร้อยเก้าสิบแปด! ท่านก็สามารถนำชุด
ม้วนหยกเกาะเต่ากลับไปบ้านของท่าน! นี่เป็นข้อเสนอพิเศษสุด ที่
มีจุดมุ่งหมายเพื่อตอบแทนเหล่าศิษย์ที่ให้การสนับสนุนห้องเรียน
ฝึกวิชาเกาะเต่าเราด้วยดีมาโดยตลอด!เพียงเก้าร้อยเก้าสิบแปดชิ้น
จิงสือระดับสาม! ชุดม้วนหยกเกาะเต่าทั้งชุดจะเป็นของท่าน… …”
“สิ่งที่พวกเรากำลังมองดูในตอนนี้ ย่อมต้องเป็นม้วนหยกเวท
วิชาธาตุไฟในชุดม้วนหยกเกาะเต่า ม้วนหยกฉบับนี้บรรยายถึงเวท
วิชาธาตุไฟระดับสองทั่วไป จำนวนห้าวิชา แยกแยะแจกแจงทุกขั้น
วิชาอย่างละเอียดลออ ราคาเพียงหนึ่งชิ้นจิงสือระดับสามเท่านั้น ไม่
ต้องสงสัยเลยว่านี่คือม้วนหยกเวทวิชาที่คุ้มค่าเงินของท่านที่สุดใน
รอบปีนี้! เป็นไร? ท่านคิดว่าเวทวิชาระดับสองไม่เลิศลํ้าพอ? อา ไม่
มีปัญหา ไม่มีปัญหา นี่คือม้วนหยกเวทวิชาธาตุไฟระดับสาม
สวรรค์ ใช่แล้ว ท่านได้ยินไม่ผิดหรอก! เวทวิชาเพลิงไฟระดับ
สาม! ทุกคนคงทราบดีว่าราคาในท้องตลาดยามนี้เป็นเท่าใด แต่
สำหรับม้วนนี้ เพียงหนึ่งร้อยชิ้นจิงสือระดับสามเท่านั้น ท่านก็
สามารถนำกลับไปครอบครอง… …”
“ชุดม้วนหยกเกาะเต่า เป็นต้าหมิงซือ (ครูอาจารย์ที่มี
ชื่อเสียง) ของเกาะเต่ารวบรวมสร้างขึ้นด้วยตัวเอง แรงจนหยุดไม่
อยู่!”
“บทวิจารณ์เวทวิชาพื้นฐานของเกาะเต่า ม้วนหยกบทวิจารณ์
ที่ดีที่สุดสำหรับฝึกปรือด้วยตัวเอง! หนึ่งในบทวิจารณ์เวทวิชาขั้น
พื้นฐานที่ละเอียดครบถ้วนที่สุดในท้องตลาด! เมื่อพบปัญหาในการ
ฝึกปรือสมควรทำอย่างไร? ไม่ต้องกลัว! เรามีบทวิจารณ์เวทวิชา
พื้นฐานของเกาะเต่าอยู่ในมือ! ในนี้ได้บันทึกทุกปัญหาที่ท่านอาจ
พบเจอ รวมถึงวิธีแก้ไขที่มีประสิทธิภาพไว้อย่างถูกต้อง
ครบถ้วน! นี่เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของประโยคที่ว่า ‘กุมม้วนหยก
หนึ่งม้วนไว้ในมือ เท่ากับกุมโลกไว้ในมือ’ … …”
เมืองซวีหลิงเดือดพล่านในบัดดล!
เดือดพล่านอย่างสมบูรณ์!
ไม่ว่าระหว่างเกาะเต่ากับบรรดากิจการร้านค้าในเมืองซวีหลิง
จะบาดหมางกันด้วยเรื่องอันใด แต่สำหรับซิวเจ่อเหล่านี้ เพียง
ต้องการสิ่งที่สามารถช่วยเหลือพวกมันยกระดับฝีมือได้อย่าง
แท้จริง ผลลัพธ์ของห้องเรียนฝึกวิชาเกาะเต่าได้กลายเป็นระดับ
ตำนาน บรรดาศิษย์ที่เคยสัมผัสมาโดยตรง ยิ่งมีความเชื่อมั่นอย่าง
เปี่ยมล้น
ไม่ว่าซิวเจ่อใดที่มีความทะเยอทะยานอยู่บ้าง มักจะตั้ง
ความหวังว่าสามารถยกระดับฝีมือและเวทวิชาขึ้นไปอีกขั้น
เมื่อบรรดากิจการร้านค้ารวมหัวกันกีดกันพวกมันจากการเข้า
เรียนในห้องเรียนฝึกวิชาเกาะเต่า พวกมันในใจลอบขุ่นข้องขัด
เคืองไม่น้อย
ผู้ที่รู้ความอยู่บ้าง ย่อมทราบว่านี่เป็นการตอบโต้ของเกาะเต่า
เป็นไร? พวกเจ้าไม่ว่าจ้างลูกศิษย์ของห้องเรียนฝึกวิชาเกาะ
เต่าหรือ? เช่นนั้นข้าจะขายม้วนหยกโดยตรง! พวกเจ้าสามารถ
ตรวจสอบได้หรือไม่! ใครบางคนรํ่าเรียนเวทวิชาระดับตํ่าจากที่ใด
สักแห่ง พวกเจ้ายังจะตรวจสอบได้ด้วยหรือ? ห้องเรียนฝึกวิชา
ทั่วไปก็ล้วนแล้วแต่สอนเวทวิชาเหมือนๆ กัน!
การโหมประโคมโฆษณา คล้ายกับลอบวางเพลิงทุกหนแห่ง
อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
ไม่มีร้านค้าใดที่จะขายม้วนหยกเหล่านี้? ไม่เป็นไร! เห็นเซียน
กระบี่เหล่านั้นหรือไม่ เหล่าเซียนกระบี่ในชุดเกราะแสงเย็น
วิญญาณฟ้าที่สามารถพบเห็นได้ทุกหนทุกแห่งบนท้องถนน พวก
มันกำลังขายชุดม้วนหยกเกาะเต่า!
เซียนกระบี่สองพันคนในชุดเกราะออกศึกเต็มยศ คอย
เปลี่ยนเป็นลำแสง พุ่งทะยานไปตรงโน้นตรงนี้ แทบจะพบเห็นได้ทั่ว
ทุกมุมเมืองของเมืองซวีหลิง!
พวกมันเหยียบยืนบนลำแสงกระบี่บินของพวกมัน สีหน้า
โหดเหี้ยมเย็นชา ท่องทะยานผ่านบรรดากิจการร้านค้าทั้งหมด ราว
กับว่าร้านค้าเหล่านั้นไม่มีตัวตน ข้างกายพวกมันแต่ละคน มีตะกร้า
ใส่ม้วนหยกที่กองสุมซ้อนอย่างกับหัวผักกาด
บรรดากิจการร้านค้าหนาวเยือกไปถึงขั้วหัวใจ ไม่มีผู้ใดกล้า
ปริปากแม้สักครึ่งคำ
เย่อหยิ่งจองหอง!
เย่อหยิ่งจองหองเกินไปแล้ว!
วางอำนาจบาตรใหญ่!
วางอำนาจบาตรใหญ่เกินไปแล้ว!