สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 460 ยอดยุทธ์
“พวกมันกล้าโอหังบังอาจปานนี้เชียว!” เถียนหย่งชิงสายตา
เย็นเยือก มันไม่เคยคาดคิดว่าคนกลุ่มนี้จะบ้าบิ่นและไร้ยางอายถึง
เพียงนี้ พวกมันไม่กลัวว่าจะล่วงเกินขุมอำนาจอื่นๆ ในเมืองซวีหลิง
บ้างหรือ? หรือพวกมันไม่หวั่นเกรงว่าพรรคซวีหลิงจะไม่พอใจ?
พวกมันใช่กำลังแสดงพลังสู้รบของตนหรือไม่?
ไม่ผิดแล้ว! พวกมันกำลังอวดโอ่ขุมกำลังของตัวเอง!
เซียนกระบี่สองพันคนในชุดเกราะออกศึกเข้ามาในเมืองเพียง
เพื่อขายม้วนหยก ไม่ใช่อวดโอ่ขุมกำลังจะเป็นอะไร?
เถียนเหิงปอขุ่นแค้นจนใบหน้าบิดเบี้ยวเกรี้ยวกราด เถียนหย่
งชิงรู้สึกราวกับกลืนกินแมลงวันเข้าไปทั้งตัว มันพลันค้นพบอย่าง
ตื่นตระหนก ว่ามันกลับไม่มีหนทางแก้ปัญหาที่ดี!
เกาะเต่าอาจกล้าส่งเซียนกระบี่สองพันคนเข้าไปในเมือง แต่
มันไม่ขวัญกล้าบ้าบิ่นถึงปานนั้น! มันเชื่อมั่นในพลังของกอง
พันเถียนเยี่ย เชื่อว่ากองพันอันดับหนึ่งของพวกมันสามารถบดขยี้
เซียนกระบี่สองพันคนนี้ได้ในชั่วพริบตา แต่มันย่อมไม่กล้าลงมือ
ประเจิดประเจ้อถึงเพียงนั้น หากทำศึกใหญ่โตเช่นนั้นกลางเมืองซ
วีหลิง ก็จะเป็นการท้าทายขีดความอดทนของพรรคซวีหลิงมาก
เกินไป! ตระกูลเถียนแม้เป็นขุมกำลังอันดับสองในเมืองซวีหลิง แต่
หากให้พวกมันต่อกรกับพรรคซวีหลิงตรงๆ เถียนหย่งชิงก็ไม่มี
ความเชื่อมั่นในโอกาสได้ชัยของพวกมันแล้ว
หากมิใช่สถานการณ์ที่ต้องแตกดับกันไปข้าง ตระกูลเถียนยัง
ไม่กล้าตอแยโทสะของพรรคซวีหลิง
แต่หากยังปล่อยให้อีกฝ่ายกำเริบเสิบสานเช่นนี้ต่อไป มิเท่ากับ
เป็นการยอมรับว่าฝ่ายพวกมันสู้ผู้อื่นไม่ได้หรือ? นี่ทำให้เถียนหย่
งชิงกับพวกรู้สึกอึดอัดจนแทบคลั่งใจตาย กระทั่งเหล่ากิจการ
ร้านค้าที่ร่วมหัวจมท้ายกับตระกูลเถียน ยังรู้สึกอึดอัดขัดข้องไป
ด้วย!
มีคำกล่าวกันว่ามังกรเข้มแข็งไม่รุกรานงูเจ้าถิ่น แต่ ‘งูเจ้า
ถิ่น’ เช่นพวกมัน กลับไม่มีวิธีจัดการกับคนดื้อด้านกลุ่มนี้ นี่เป็น
ความเสื่อมเสียหน้าอย่างร้ายกาจ! พวกมันทุกคนยังต้องอาศัยอยู่
ในเมืองซวีหลิงต่อไป แล้วจะให้พวกมันเอาหน้าไปไว้ที่ใด?
“พี่เถียน ท่านต้องคิดหาวิธีรับมือ! คนนอกเหล่านี้เย่อหยิ่ง
จองหองนัก พวกมันไม่ไว้หน้าเราแม้แต่น้อย! กล้าดีอย่างไร! พวก
มันกล้าดีอย่างไร! เราไม่อาจปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป!” เจ้าของ
ร้านแห่งหนึ่งอดรนทนไม่ไหว ตวาดเอ็ดอึงอย่างเดือดดาลใจ
ถ้อยคำของมันเรียกเสียงร้องรับอย่างเห็นพ้องเป็นเอกฉันท์
“ใช่แล้ว! พวกเราไหนเลยจะปล่อยให้คนนอกเหยียบยํ่าอยู่บน
ศีรษะเราได้? หากเรื่องราวแพร่ออกไป พวกเรายังจะสู้หน้าผู้ใดได้!”
“ยโสโอหังจริงๆ! หากไม่สั่งสอนพวกมันสักครา พวกมันคงไม่
ทราบว่าฟ้าสูงแผ่นดินตํ่าเป็นอย่างไร!”
“ฮา หากให้ข้ากล่าว คนเช่นนี้ต้องถูกทุบตีให้หลาบจำ!”
ฟังคนเหล่านี้ผลัดกันกล่าววาจา เถียนหย่งชิงดวงตาสาด
ประกายเย็นเยียบวูบหนึ่ง ก่อนที่สีหน้าจะกลับเป็นสงบเยือกเย็น
ดังเดิม มันกวาดตามองไปรอบห้องอย่างยิ้มแย้ม มองไล่ไปทีละคน
จากนั้นกล่าวเสียงเนิบนาบ “เถ้าแก่ทุกท่าน พวกท่านล้วนกล่าว
ถูกต้อง เช่นนั้นพวกท่านมีความคิดดีๆ อันใด สามารถบอกกล่าว
ออกมาอย่างเต็มที่ ทุกคนจะได้ช่วยกันพิจารณาวางแผนการที่ดี!”
“ยังต้องวางแผนอันใด!” เจ้าของร้านที่อารมณ์วู่วามผู้หนึ่งร้อง
ขัดขึ้น “พวกมันมิใช่อยากเปิดห้องเรียนฝึกวิชาหรือ? พวกเรา
เสาะหายอดยุทธ์มาเชือดพวกมันทิ้งเถอะ ข้าต้องการชมดูนัก ว่า
พวกมันจะยังมีหน้ามาเปิดห้องเรียนฝึกวิชาอีกหรือไม่!”
“ความคิดนี้ไม่เลวเลย… …”
“ไม่เลวผายลมเจ้าเถอะ!” เถ้าแก่อีกคนขัดคออย่างไม่ไว้หน้า
“ครั้งที่แล้วก็มิใช่กู่เซี่ยงเทียน ชิงซวีซ่านเหรินและคนอื่นๆ ลงมือ
อย่างพร้อมเพรียงหรอกหรือ? แล้วผลสุดท้ายเป็นอย่างไร? กู่เซี่ยง
เทียนถูกฆ่าตาย แผ่นจานพันมณีแดนลวงของชิงซวีซ่านเหรินถูก
ทำลายเสียหาย กระทั่งตัวมันหลบลี้หนีหน้าไปที่ใดแล้วพวกเราก็หา
ทราบไม่!”
“มิผิด!” เถ้าแก่อีกคนตอบรับ “หรือว่าพวกเจ้าไม่รู้จักห้องเรียน
เจตจำนงกระบี่ขั้นสุดยอด? เซียนกระบี่ผู้นั้นร้ายกาจสุดเปรียบปาน
เจตจำนงกระบี่ที่มันปลดปล่อยออกมาในวันนั้นขู่ขวัญผู้คนแทบ
ตาย! ข้ารู้จักเซียนกระบี่ด่านจินตันผู้หนึ่ง มันยํ้าเตือนกับข้าอย่าง
จริงจัง ไม่ว่าจะอย่างไร อย่าได้ตอแยคนผู้นี้เป็นอันขาด… …”
ถ้อยคำเหล่านี้บันดาลให้ทุกผู้คนเริ่มลังเลใจ
เถียนหย่งชิงใบหน้าค่อยๆ เคร่งเครียดเย็นชา โดยเฉพาะเมื่อ
ได้ยินเรื่องกู่เซี่ยงเทียนถูกฆ่าตายและชิงซวีซ่านเหรินหลบหนี
หายไป ไฟโทสะในอกปะทุขึ้นอีกคำรบ เถียนเหิงปอที่ด้านข้าง
ทำท่าจะโต้แย้ง แต่มันลอบสั่นศีรษะห้ามปราม ส่งสัญญานให้ผู้เป็น
น้องชายอย่าเพิ่งเคลื่อนไหว
รอจนทุกคนสงบปากสงบคำอย่างอับจนปัญญา ไม่ทราบจะทำ
อย่างไรดี เถียนหย่งชิงค่อยแย้มยิ้มเล็กน้อย กล่าวช้าๆ ว่า “เรื่องนี้
จะว่ายากก็ยาก แต่จะว่าง่ายก็ง่าย”
ทุกผู้คนถูกดึงดูดความสนใจทันที หันมองมาเป็นตาเดียว
“พี่เถียนมีหนทางใด?” เถ้าแก่ผู้หนึ่งทำท่าเรียนถาม
เถียนหย่งชิงก็ไม่อมพะนำ “ซึ่งความจริง กล่าวถึงพลังอำนาจ
อาศัยเพียงเกาะเต่ายังไม่ถึงขั้นต้องให้พวกเราทั้งหมดสิ้นเปลือง
กำลังความคิดมากไป ไม่ต้องกล่าวถึงอื่นใด ลำพังตระกูลเถียนของ
ข้า ก็เพียงพอจะทำลายพวกมันจนสิ้นซาก!”
เถียนหย่งชิงกล่าวด้วยสุ้มเสียงราบเรียบแผ่วเบา แต่กลับ
แผ่ซ่านกลิ่นอายเย่อหยิ่งอหังการออกมาเต็มที่
ทุกผู้คนสะท้านใจอย่างพร้อมเพรียง
สีหน้าท่าทีของพวกมันไหนเลยจะรอดพ้นไปจากสายตาของ
เถียนหย่งชิง ในใจลอบยิ้มเยาะอย่างเย็นชา แต่ภายนอกย่อมไม่
เปิดเผยออกมา “อย่างไรก็ตาม เมืองซวีหลิงเป็นสถานที่ที่พวกเรา
ทุกคนทำการค้าร่วมกัน การต่อสู้เข่นฆ่ามิใช่สิ่งที่ดี น่าเสียดายที่
อีกฝ่ายไม่ยอมรับกุศลเจตนาของพวกเรา อาจบางทีพวกเกาะเต่า
อาจคิดว่าพวกมันแข็งแกร่ง และคิดว่าพวกเราเกรงกลัวพวกมัน”
กล่าวถึงตรงนี้ ทุกคนสีหน้าผ่อนคลายลง พากันผงกศีรษะเห็น
พ้อง
“ใช่แล้ว! นี่มิใช่สมควรสั่งสอนพวกมันเสียบ้างหรือ?” เถ้าแก่ผู้
หนึ่งเอ่ยปากสอดคำ
เถียนหย่งชิงเมินเฉยต่อคนที่ขัดจังหวะนั้น ยังคงกล่าวสืบต่อ
“คนกลุ่มนี้มียอดยุทธ์หลายคน หนึ่งในนั้นก็คือเซียนกระบี่ด่านจิน
ตันที่เถ้าแก่สวี่กล่าวถึง เรียกว่าเหวย คนผู้นี้ฝีมือไม่ตํ่าทราม”
กล่าวถึงตรงนี้ เถียนหย่งชิงเสียงดังขึ้นอย่างฉับพลัน “แต่ทว่า…”
ทุกผู้คนลอบตื่นตัว พวกมันทราบว่าจุดสำคัญกำลังจะมาแล้ว!
“หรือว่าพวกเราจะเพียงแค่ยืนดูพวกมันอาละวาดอยู่ในบ้าน
ของเรา? ยอมกลํ้ากลืนฝืนทนต่อพฤติการณ์ไม่ไว้หน้าผู้ใดของ
พวกมัน? ยอดยุทธ์? ยอดยุทธ์เช่นนั้นหรือ!” เถียนหย่งชิงกระแทก
เสียงด้วยอารมณ์ “พวกมันเป็นยอดยุทธ์แล้วจะเป็นไร? ยอดยุทธ์ที่
เย่อหยิ่งโอหังถึงเพียงนี้ ข้ากลับไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อน! ยิ่งไป
กว่านั้น พวกมันมียอดยุทธ์ หรือพวกเราไม่มียอดยุทธ์? เถ้าแก่ทุก
ท่านที่นั่งอยู่ที่นี่ ผู้ใดไม่ชุบเลี้ยงยอดยุทธ์ไว้สักคนสองคนบ้าง?
เมืองซวีหลิงเรากลายเป็นถูกปกครองด้วยจินตันไม่กี่คนไปตั้งแต่
เมื่อใด?”
ถ้อยคำเหล่านี้คล้ายหวดฟาดเข้าไปกลางใจบรรดาเถ้าแก่ใน
ห้อง ใช่แล้ว พวกมันมียอดยุทธ์แล้วจะเป็นไร? ต่อให้พวกเจ้าเป็น
มังกรเข้มแข็ง ยังต้องยอมศิโรราบต่อหน้าเรา! ก่อนหน้านี้ยังมิใช่มี
ยอดยุทธ์มากมายเข้ามายังเมืองซวีหลิงหรือ แต่สุดท้ายเมื่อเข้ามา
ในเมือง พวกมันยังมิใช่กลายเป็นเรียบๆ ร้อยๆ ไปหรือ
เถียนหย่งชิงทันใดนั้นหันไปทางหนึ่ง “เถ้าแก่สวี่ ฟังว่าท่านมี
สัมพันธ์อันดีกับหนิงอี้ใช่หรือไม่?”
เท่านั้นเอง เถ้าแก่สวี่คล้ายเพิ่งสะดุ้งตื่นขึ้นมา เห็นสายตาทุกคู่
ล้วนมองมาที่มัน อดรู้สึกภาคภูมิใจไม่ได้ “ไม่อาจกล่าวว่ามี
ความสัมพันธ์อันใด เพียงสามารถสนทนาไม่กี่คำ”
ได้ยินชื่อของหนิงอี้ หลายคนสีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย เริ่ม
ถกเถียงกันทันที
นามของหนิงอี้กระเดื่องดังสะท้านอาณาจักรทะเลเมฆ จัดอยู่
อันดับสามสิบสองในทำเนียบยอดยุทธ์แห่งอาณาจักรทะเลเมฆ คน
ผู้นี้กระหายการต่อสู้ นิสัยใจคอดุร้ายอำมหิต ผู้ที่เคยต่อสู้กับมัน
หากไม่ตาย ก็บาดเจ็บสาหัสจนหมดสิทธิ์คืนสภาพ
ขณะที่ทุกคนกำลังงุนงงสงสัย ว่าไฉนเถียนหย่งชิงจึงกล่าวถึง
บุคคลอันโหดเหี้ยมและฉาวโฉ่ผู้นี้ เถียนหย่งชิงกล่าวด้วยด้วยยิ้ม
บางๆ “เช่นนั้นก็ประเสริฐ เถ้าแก่สวี่ โปรดนำถ้อยคำของข้าไปเรียน
บอกต่อหนิงอี้ ตระกูลเถียนยินดีมอบสินนํ้าใจสามสิบชิ้นจิงสือระดับ
ห้า เพื่อเชื้อเชิญหนิงเซียนเซิงไปต่อสู้กับเซียนกระบี่แซ่เหวย!”
ว่าจ้างหนิงอี้?
เหล่าเถ้าแก่ร้านค้าทีแรกใบหน้าเผือดสี ตระกูลเถียนช่างขวัญ
กล้าบังอาจนัก!
แต่แล้วพวกมันพลันพบว่าความคิดนี้ปราดเปรื่องยิ่ง หนิงอี้คือ
ผู้ใด? นั่นก็คือเทพมฤตยูที่เข่นฆ่าโดยไม่ต้องถามหาเหตุผล! หาก
ยืมมือคนเช่นนี้ไปฆ่าคนผู้หนึ่ง ยังจะมีผู้ใดสงสัยพวกมันอีกเล่า!
หนิงอี้มีฉายานามเรียกว่า ‘ซาเสินอี้’ (อี้สังหารเทพ)
พวกมันไม่ใช่สามเณรมือใหม่ ล่วงรู้ว่าการลงมือโดยเปิดเผย
กับการปล่อยให้ผู้คนคาดเดาเอาเอง ส่งผลแตกต่างกันเป็นคนละ
เรื่อง สิ่งที่พวกมันห่วงกังวลที่สุด ย่อมเกรงว่าจะสะกิดความไม่พอใจ
ของพรรคซวีหลิงขึ้นมา แต่หากพวกมันทำตามแนวคิดของ
เถียนหย่งชิง ต่อให้พรรคซวีหลิงคิดยุ่งเกี่ยว ก็ไม่มีหลักฐานแน่ชัด
หรือยังจะทำสิ่งใดได้
ทุกผู้คนทางหนึ่งลิงโลดยินดี ทางหนึ่งทอดถอนอย่างตื่นตะลึง
ตระกูลเถียนช่างมั่งคั่งนัก สามสิบชิ้นจิงสือระดับห้า! จิงสือจำนวน
มหาศาลนี้ เพียงพอให้ผู้ได้ยินล้วนตกตะลึงตาค้าง!
อาศัยรางวัลล่อใจเช่นนี้ กระทั่งหนิงอี้สมควรไม่อาจต้านทาน
ได้ สามสิบชิ้นจิงสือระดับสามเท่ากับสามหมื่นชิ้นจิงสือระดับสี่
เพียงพอจะซื้อหายุทธภัณฑ์เวทระดับห้าที่ดีงามได้ชิ้นหนึ่งทีเดียว
ข้อเสนอนี้ยังช่วยจุดประกายความคิดให้แก่เถ้าแก่ทั้งหมด ใช่
แล้ว อาศัยจิงสือในมือพวกมัน หรือยังจะขาดแคลนยอดยุทธ์ด้วย?
หากกล่าวถึงความแข็งแกร่ง ทั้งสองฝ่ายต้องลองสัประยุทธ์ดูสัก
ครา จึงสามารถล่วงรู้สูงตํ่าแน่ชัด แต่ในด้านของทรัพย์สินเงินทอง
เกาะเต่าไหนเลยจะเป็นคู่มือของพวกมัน? แต่ละคนที่นั่งอยู่ที่นี้ ผู้ใด
ไม่มีพันจิงสืออยู่ในถุงเงินของพวกมัน หากประชันขันแข่งกันด้วยจิ
งสือ พวกมันจะไม่รีรอลังเลแม้แต่น้อย
“ข้ารู้จักกับศิษย์ของกู้หมิงกงคนหนึ่ง เราไฉนไม่ลงขันกัน เชื้อ
เชิญกู้หมิงกงออกมาด้วยอีกคน?”
“ใช่เป็นกู้หมิงกงเจ้าของฉายานาม ‘กู้ฝูเซียน’ (เทพเซียนแห่ง
ยันต์แซ่กู้) หรือไม่? ประเสริฐยิ่ง! นับรวมข้าเข้าไปด้วยคน! กู้เซียน
เซิงจัดอยู่อันดับห้าสิบหกในทำเนียบยอดยุทธ์!”
“นับข้าด้วย!”
“ฮ่าฮ่า กลุ่มคนนอกเอ๋ย หากเราไม่เชือดพวกมันทิ้ง เหยียผู้นี้
คงไม่อาจอยู่เป็นสุขได้ ข้าขอสนับสนุนห้าชิ้นจิงสือระดับห้า!”
ได้ยินว่าทุกคนยินยอมเปิดถุงเงินของตน เถียนหย่งชิงรอยยิ้ม
กว้างขวางขึ้น กระทั่งเถียนเหิงปอหัวคิ้วที่ขมวดเป็นปมยังคลี่คลาย
ออก ทั้งคู่สบตากันวูบ แย้มยิ้มให้แก่กัน
ทุกผู้คนออกแรงอย่างแข็งขัน สุดท้ายได้ข้อสรุปถึงยอดยุทธ์ที่
พวกมันสามารถเสาะหาได้
‘ซาเสินอี้’ หนิงอี้ อันดับสามสิบสองในทำเนียบยอดฝีมือแห่ง
อาณาจักรทะเลเมฆ ‘กู้ฝูเซียน’ กู้หมิงกง อันดับห้าสิบหกใน
ทำเนียบยอดฝีมือแห่งอาณาจักรทะเลเมฆ ‘พุทธะเมฆตะวันออก’ เย
วียนซิ่น อันดับหกสิบในทำเนียบยอดฝีมือแห่งอาณาจักรทะเลเมฆ!
ทุกคนพอเห็นรายชื่อเหล่านี้ ล้วนลิงโลดยินดีสุดระงับ
อาศัยยอดยุทธ์กลุ่มนี้ อย่าว่าแต่เกาะเต่าตัวน้อยๆ กระทั่ง
เถียนหย่งชิงยังอดใจสั่นสะท้านไม่ได้ เว้นเสียแต่ว่าท่านบรรพบุรุษ
รุ่นก่อนสามารถบุกฝ่าไปยังด่านหยวนอิงสำเร็จ มิเช่นนั้นแม้แต่
ตระกูลเถียน ยังไม่มียอดฝีมือที่สามารถต่อกรกับคนกลุ่มนี้
ได้! หนทางเดียวที่พวกมันทำได้ คือใช้กองพันค่อยๆ บั่นทอนกำลัง
ของพวกมันแทน
“ฮ่าฮ่า! คราวนี้ข้าไม่เชื่อว่าจะไม่สามารถเชือดพวกมันทิ้ง!”
“ท่านย่ามันเถอะ สามคนนี้แข็งแกร่งเกินไปแล้ว! พวกเราใช่
กระทำเกินเลยไปหรือไม่?”
“ดูเหมือนจะเกินเลยไปบ้างจริงๆ ได้แต่โทษว่าเป็นความโชค
ร้ายที่พวกเกาะเต่าต้องมาเจอกับพวกเรา! ฮ่าฮ่า!”
“เราต้องให้พวกมันได้เห็นดีบ้าง คิดต่อกรกับพวกเรา ไยมิใช่
แส่หาที่ตาย?”
บรรดาเถ้าแก่หัวร่อดังกึกก้อง แผนการนี้ทำให้พวกมันเบิก
บานใจยิ่ง อารมณ์ขุ่นมัวในช่วงสองสามวันมานี้ถูกกวาดหายวับไป
ทันที! จินตนาการถึงภาพในอนาคต พวกมันตื่นเต้นระทึกใจเป็น
ที่สุด!
เห็นภาพตรงหน้านี้ เถียนหย่งชิงพลันฉุกใจคิด เอ่ยปากว่า
“กระทำการใหญ่โตโอ่อ่าถึงเพียงนี้ ไม่เคยมีใครได้เห็นมาก่อน!”
“ย่อมไม่เคยเห็น! ไม่เคยเห็น! นอกเหนือจากพวกเรา ผู้ใดจะมี
ปัญญากระทำการใหญ่โตเช่นนี้!” ผู้คนทั้งกลุ่มยกหางซึ่งกันและ
กัน
“หากเรื่องนี้ประสบผล เมืองซวีหลิงเราจะโด่งดังไปทั่ว! ทุกคน
จะมีชื่อเสียงไปด้วยกัน! ผู้ใดจะมีอำนาจมากกว่าเรา? ผู้ใดจะมีฝีมือ
มากกว่าเรา? ผู้ใดจะอาจหาญเท่าเรา? หนึ่งในร้อยยอดยุทธ์บน
ทำเนียบ ผู้ใดไม่ได้มีดวงตาสูงส่งอยู่เหนือศีรษะ? ผู้ใดไม่ได้เป็นที่
เคารพนบนอบ? แล้วจะเป็นไร? พวกเรามิใช่หวดฟาดพวกมันลงมา
หรือ? หวดฟาดด้วยจิงสือ!” สุ้มเสียงของเถียนหย่งชิงปลุกเร้าจิตใจ
อันฮึกเหิม กรีดวาดมือไปมาด้วยสีหน้าตื่นเต้นเร้าใจ
คนอื่นๆ ก็ล้วนแล้วแต่ตื่นเต้นฮึกเหิมตาม!
ใช่แล้ว! ยังจะมีใครกล้าทำการใหญ่โตเช่นพวกมัน? เป็นยอด
ยุทธ์ในทำเนียบยอดยุทธ์แล้วจะเป็นไร? พวกมันมิใช่สามารถถูกจิ
งสือหวดฟาดลงมาหรือ!
ในชั่วขณะนี้ ทุกผู้คนในที่นี้ ล้วนรู้สึกยิ่งใหญ่เกรียงไกรกว่า
ผู้ใดทั้งหมด!
สำหรับกลุ่มคนจากเกาะเต่า ไม่ได้อยู่ในสายตาพวกมันอีก ต่อ
หน้าขุมกำลังเช่นนี้ เกาะเต่าน้อยๆ จะต่างอันใดกับมดปลวกตัว
กระจ้อยร่อย เพียงนิ้วเดียวก็สามารถบดขยี้พวกมันได้มากเกินพอ!
เกาะเต่า? พวกมันเป็นตัวอันใด?