สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 463 นี่มันตัวประหลาดอันใด?
ตรงหน้าจั่วม่อ วางไว้ด้วยกระดาษทองคำดำยาวสามชุ่น ปก
คลุมด้วยลวดลายอักขระยันต์สีทองขนาดเล็กจิ๋วเท่าลูกอ๊อด ดูลี้ลับ
ซับซ้อนสุดหยั่ง
ด้านบนสุดของกระดาษทองคำดำเป็นร่างเล็กๆ สูงหนึ่งฉื่อ มัน
คือทหารยันต์ทองคำดำ!
พลังจิตสำนึกของจั่วม่อราวกับชั้นนํ้ามัน แผ่ปกคลุมไปทั่ว
แผ่นกระดาษอย่างแน่นหนา มันกระทั่งกะพริบตายังไม่กล้า ชั่วอึด
ใจให้หลัง บนหน้าผากปรากฏชั้นเหงื่อเล็กละเอียดไหลซึมออกมา
เส้นใยไฟบางเฉียบสายหนึ่งพวยพุ่งออกจากปลายนิ้ว ลอยเข้า
ไปในแผ่นกระดาษยันต์ ไล่ไปตามลวดลายอักขระบนกระดาษยันต์
จั่วม่อกำลังพยายามซ่อมแซมทหารยันต์ทองคำดำ
นึกถึงทหารยันต์ทองคำดำที่ดูเหมือนจะฆ่าไม่ตาย จั่วม่อ
นํ้าลายแทบไหลหยดย้อย อย่างไรก็ตาม การโจมตีครั้งสุดท้ายของ
มันคล้ายสร้างความเสียหายให้แก่ทหารยันต์ทองคำดำอยู่บ้าง
เวลานี้มันกำลังพยายามหาวิธีซ่อมแซมทหารยันต์ เคราะห์ดีที่มัน
ค้นพบม้วนหยกจากร่างของกู่เซี่ยงเทียน ภายในนั้นบันทึกวิธีการ
อย่างละเอียด รวมถึงคำชี้แนะในการสร้างทหารยันต์ทองคำดำ
เอาไว้อย่างครบถ้วน จั่วม่อหลังจากทดลองอยู่สองสามครั้ง ในที่สุด
พอจะหาหนทางแก้ปัญหาได้
เมื่อครอบครองเปลวไฟลายชั้นมหาทิวา จั่วม่อย่อมมีข้อ
ได้เปรียบในการหลอมสร้างตามธรรมชาติ
กู่เซี่ยงเทียนแม้มีฝีมือในการสร้างยันต์กระดาษ แต่ที่จริงแล้ว
ไม่ใช่คนรํ่ารวยอันใด นี่สามารถเห็นได้จากจำนวนทรัพย์สินอัน
น้อยนิดจนน่าสังเวชที่ริบได้จากในร่างของมัน จั่วม่อเดิมทีเข้าใจว่า
สามารถเก็บเกี่ยวสินสงครามก้อนโต แต่กลับค้นได้เพียงไม่กี่ชิ้น
ทหารยันต์ทองคำดำเป็นกระบวนท่าสุดยอดของกู่เซี่ยงเทียน
มันได้ทุ่มเทหยาดเหงื่อเลือดเนื้อและแรงกายทั้งหมดลงไปในทหาร
ยันต์ทองคำดำใบนี้ แต่ในความเห็นของจั่วม่อ วัตถุดิบที่ใช้ยังคง
คุณภาพตํ่าไปบ้าง
เรื่องนี้กระทั่งบันทึกที่กู่เซี่ยงเทียนหลงเหลือไว้ในม้วนหยก ก็ยัง
กล่าวถึงอย่างชัดเจน เนื่องเพราะในเวลานั้นมันไม่อาจเสาะหา
วัตถุดิบหลายชนิด กู่เซี่ยงเทียนได้แต่ใช้วัตถุดิบอื่นๆ ที่มีคุณสมบัติ
คล้ายคลึงกันเข้าแทนที่ นี่ทำให้เมื่อเทียบกับสิ่งที่มันออกแบบไว้ใน
ตอนแรก ทหารยันต์ทองคำดำที่หลอมสร้างออกมาเรียกได้ว่าขาด
ตกบกพร่องไปมาก ซึ่งเรื่องนี้จวบจนตาย มันยังคงสำนึกเสียใจเป็น
อย่างยิ่ง
กู่เซี่ยงเทียนขาดแคลนวัตถุดิบ แต่จั่วม่อไหนเลยจะขาดแคลน
วัตถุดิบด้วย!
มันได้รับวัตถุดิบชั้นสูงชุดใหญ่จากสนามรบปิดผนึกล้าง
เผ่าพันธุ์ รวมถึงทรายผลึกทองจำนวนมหาศาลอย่างน่าตระหนก
ทหารยันต์ทองคำดำย่อมต้องการวัตถุดิบจำพวกนี้มากที่สุด และ
ในบรรดาวัตถุดิบที่กู่เซี่ยงเทียนโศกเศร้าเสียใจที่ไม่สามารถหาได้
คือวัตถุดิบที่มีสติปัญญา แต่จั่วม่อมีของเช่นนี้มากมายจนนับไม่
ไหว ในคลังสินค้าของเปาอี้ มีเศษชิ้นส่วนสัญลักษณ์ศึกกองสุม
ซ้อนเป็นภูเขาเลากาลูกย่อมๆ
เมื่อพลังจิตสำนึกและพลังปราณโคจรไปยังตำแหน่งที่ต้องการ
สังขารร่างกายของจั่วม่อคล้ายถูกดึงด้วยเส้นด้ายที่มองไม่เห็นนับ
ไม่ถ้วน สั่นระริกอย่างรุนแรงโดยไม่อาจควบคุมบังคับ
ความรู้สึกกระจ่างชัดแต่แปลกพิสดารบังเกิดขึ้น
มันเริ่มจะคุ้นเคยกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากพลังสามขุม
รวมเป็นหนึ่ง และค้นพบพลังความสามารถมากมายหลายประการ
ตัวอย่างเช่นการควบคุมไฟในการหลอมสร้าง สิ่งที่ต้องพึ่งพามาก
ที่สุดคือพลังจิตสำนึกและพลังปราณ แต่ในเวลานี้มันสามารถใช้
การควบคุมบังคับเลือดเนื้อร่างกาย เพื่อเพิ่มพลังความแข็งแกร่ง
ของจิตสำนึกและพลังปราณ
ถึงตอนนี้พลังทั้งสามขุมของจั่วม่อ แทบจะเรียกได้ว่าเป็นหนึ่ง
เดียว
ประโยชน์ของสิ่งนี้ย่อมเห็นได้ง่ายดายและชัดเจน ในด้านของ
ความบริสุทธ์ของพลังปราณ มันไม่อาจเทียบได้กับซิวเจ่อที่ฝึกปรือ
เพียงพลังปราณอย่างเดียว แต่ในการต่อสู้ระยะยาว ความทนทาน
ของผู้อื่นไม่สามารถเปรียบเทียบกับมันได้
เส้นใยของเปลวไฟลายชั้นมหาทิวาอันเล็กละเอียดวาดโค้งไป
ตามกระดาษยันต์ จากนั้นเปลี่ยนเป็นเปลวไฟเล็กๆ นับไม่ถ้วน
พวกมันคล้ายถูกทหารยันต์ทองคำดำดึงดูด ค่อยๆ เคลื่อนออก
จากลวดลายยันต์บนกระดาษ มุ่งเข้าไปในภาพร่างของทหารยันต์
ทองคำดำ
ทันใดนั้นอักขระยันต์บนร่างทหารยันต์ทองคำดำพลันสว่าง
วาบ ราวกับร้อนขึ้นจนเป็นสีแดงฉาน
จั่วม่อไม่กล้าย่อหย่อนผ่อนคลาย ทรายผลึกทองที่ตระเตรียม
เอาไว้ล่วงหน้า ถูกโยนไปยังทหารยันต์ทองคำดำทันที ทหารยันต์
ทองคำดำประหนึ่งแม่เหล็กทรงพลัง ดูดกลืนทรายผลึกทองทั้งหมด
เข้าไป ชั่วพริบตานี้เอง เปลวไฟละเอียดอ่อนพลันลุกท่วม ห่อหุ้ม
ทหารยันต์ทองคำดำเอาไว้ภายใน
อักขระยันต์ที่ปกคลุมทั่วร่างทหารยันต์ทองคำดำยิ่งเจิดจ้าบาด
ตา ประดุจดวงตะวันอันร้อนแรงดวงหนึ่ง!
จั่วม่อดวงตาคล้ายถูกเข็มนับไม่ถ้วนทิ่มแทงใส่ แต่มันไม่กล้า
หลับตาหลบเลี่ยง ในมือปรากฏเศษชิ้นส่วนสัญลักษณ์ศึกขึ้น
ชิ้นส่วนสัญลักษณ์ศึกนี้มีขนาดประมาณฝ่ามือ สลักไว้ด้วย
ตัวอักษรเรียบง่ายและเก่าแก่โบราณ จั่วม่อไม่ทราบว่าอักขระนี้มี
ความหมายว่าอย่างไร แม้ว่าลองถามผูเยากับเว่ย พวกมันก็ไม่ล่วงรู้
อันใดเช่นกัน
แต่ชิ้นส่วนสัญลักษณ์ศึกนี้ เป็นหนึ่งในชิ้นส่วนสัญลักษณ์ศึก
ที่โดดเด่นเลิศลํ้าที่สุดไม่กี่ชิ้นที่มันได้มา จั่วม่อรู้สึกว่าครั้งนี้มันยอม
กรีดเลือดออกมาไม่น้อยจริงๆ
มันลังเลเล็กน้อย ก่อนจะหักใจโยนเศษสัญลักษณ์ศึกชิ้นนั้น
เข้าไปในกลุ่มแสง
บึม!
กลุ่มแสงขยายตัวพรวดพราด จั่วม่อรู้สึกราวกับถูกเข็ม
เหล็กกล้านับไม่ถ้วน ทิ่มแทงใส่ทั่วร่างพร้อมกัน มันตื่นตระหนกสุด
ระงับ รีบหลับตาลงทันควัน
กลุ่มแสงแปรเปลี่ยนไม่หยุดยั้ง บิดเบี้ยวไปมาราวกับมีบางสิ่ง
ดิ้นรนอยู่ภายใน
จั่วม่อทันใดนั้นพบว่าจิตสำนึกของมันไม่อาจบุกฝ่าเข้าไปใน
กลุ่มแสงอีก ยิ่งแตกตื่นตะลึงลานกว่าเดิม!
เกิดอะไรขึ้น?
ด้วยการที่หลับตาสนิทแน่น จั่วม่อจึงไม่ทันสังเกตเห็น ว่า
อักขระยันต์บนยันต์กระดาษคล้ายกลับกลายเป็นมีชีวิต คืบคลาน
มาทางมันอย่างรวดเร็ว
การแปรสภาพนี้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องถึงหกชั่วยามเต็ม
ตลอดทั้งหกชั่วยามนี้ จั่วม่อไม่กล้าผ่อนคลายแม้แต่น้อย เคราะห์ดี
ที่กลุ่มแสงนี้ไม่สนใจพลังปราณของมัน ดังนั้นมันไม่ต้องคอยโคจร
พลังปราณเติมเข้าไปในกลุ่มแสง เรื่องนี้ทำให้มันถอนใจโล่งอก
คราหนึ่ง พลังปราณเป็นจุดอ่อนของมันเสมอ แม้ว่าสามพลังของ
มันจะรวมเข้าด้วยกัน สามารถชดเชยพลังปราณที่อ่อนด้อยของ
มันได้ในระดับหนึ่ง แต่ระหว่างกระบวนการหลอมสร้าง ยังคงต้อง
จำกัดจำเขี่ยพลังปราณอยู่เสมอ
กลุ่มแสงค่อยๆ อ่อนจางลง จั่วม่อจิตใจเขม็งตึงเครียดขึ้นมา
ทันที
แต่รอจนมันเห็นรูปโฉมของทหารยันต์ทองคำดำชัดตา ถึงกับ
เหม่อมองอย่างโง่งม
ทหารยันต์ทองคำดำแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เปลี่ยนจาก
ตัวตนสีดำแกมทองกลายเป็นสีทองเข้มตลอดทั้งร่าง ลวดลาย
อักขระยันต์ทั้งหมดบนร่างหลบซ่อนอยู่ใต้พื้นผิว มองไม่เห็นอีก
ต่อไป แต่สิ่งที่ทำให้จั่วม่อตื่นตะลึงมากที่สุด กลับเป็นรูปโฉม
ใบหน้าของทหารยันต์ทองคำดำ มันดูคล้ายคลึงกับจั่วม่อราวกับคู่
แฝด!
นี่มันอะไรกัน?
เจ้าตัวนี้จะมีหน้าตาเหมือนกับมันได้อย่างไร?
แปลกพิกลยิ่ง!
ขณะที่จั่วม่อยังคงเลอะเลือนงุนงง ทันใดนั้นทหารยันต์ทองคำ
ดำพลันลืมตาพรึบ!
ตูม!
จั่วม่อรู้สึกสมองลั่นอึงอล ประหนึ่งถูกค้อนหนักหวดฟาดใส่
อย่างถนัดถนี่ ยึดถือทหารยันต์ทองคำดำเป็นจุดศูนย์กลาง สภาวะ
เกรี้ยวกราดเหี้ยมหาญกวาดวาบออกมาในบัดดล!
จั่วม่อที่หน้ามืดวิงเวียน พลันได้ยินเสียงร้องอย่างตื่นตระหนก
ของเว่ยดังก้องอยู่ในใจ “เสนอเครื่องบูชายัญเร็วเข้า! รีบด่วนด้วย!”
“เสนอเครื่องบูชายัญ?” ยังไม่ทันจะฟื้นคืนจากความมึนงง
จั่วม่อคิดตามไม่ทัน
“ใช้สามองครักษ์เกราะทอง!” เว่ยร้องบอกอย่างไม่ลังเล
จั่วม่อรู้สึกตัวขึ้นมาทันที “สามองครักษ์เกราะทอง?” อย่างไรก็
ตาม มันทราบว่านี่ไม่ใช่เวลาจะมัวมาซักถาม รีบเรียกหาเหล่า
องครักษ์เกราะทองออกมาตามคำของเว่ย
เมื่อองครักษ์เกราะทองร่างใหญ่โตปรากฏขึ้นเบื้องหน้าทหาร
ยันต์ทองคำดำ ทหารยันต์ทองคำดำดวงตาสาดประกายเจิดจ้า
สามองครักษ์เกราะทองพลันลอยเข้าหาทหารยันต์ทองคำดำอย่าง
ไม่อาจหยุดยั้งตัวเอง พวกมันยิ่งลอยเข้าไปใกล้ ร่างยิ่งหดเล็กลงทุก
ขณะ
ที่ผ่านมาว่าน่าตื่นตะลึงมากแล้ว แต่ภาพถัดไป ยังทำให้จั่วม่อ
ถึงกับนิ่งขึงตะลึงงันอยู่กับที่
เห็นทหารยันต์ทองคำดำพลันอ้าปากกว้าง จากนั้นสาม
องครักษ์เกราะทองที่ตัวหดจนเล็กจ้อย ลอยหายเข้าไปในปากของ
ทหารยันต์ทองคำดำ!
พวกมันเมื่อลอยเข้าไปในปากของทหารยันต์ทองคำดำ ก็
หลงเหลือขนาดเพียงเท่าเม็ดถั่วเท่านั้นเอง
ทหารยันต์ทองคำดำกลืนกินสามองครักษ์เกราะทองลงไปใน
คำเดียว!
หลังจากสวาปามสามองครักษ์เกราะทองลงไป ทหารยันต์
ทองคำดำก็สงบลง พลังสภาวะดุร้ายไพศาลถดถอยไปอย่างรวดเร็ว
ร่างของมันลอยกลับไปยังด้านบนของยันต์กระดาษอย่างเงียบเชียบ
ดวงตาพริ้มหลับลงอีกครั้ง ค่อยๆ เคลื่อนลงไปหายันต์กระดาษ
รอจนมันลอยลงไปถึงกระดาษยันต์ทองคำดำ กลับยังคงจมลง
ไปอีก กระดาษยันต์ทองคำดำประหนึ่งวังวนมหึมา ดูดกลืนทหาร
ยันต์ทองคำดำลงไปอย่างแช่มช้า
ร่างของทหารยันต์ทองคำดำค่อยๆ จมหายลงไปในกระดาษ
ยันต์ทองคำดำเช่นนี้เอง
ประกายแสงบนกระดาษยันต์ทองคำดำเลือนหายไป จากนั้นก็
นิ่งสนิท ไม่มีการเคลื่อนไหวใดอีก
นี่… …นี่มันอะไรกัน?
จั่วม่อตะลึงลานไม่คลาย!
“อาศัยเพียงสามสิบชิ้นจิงสือระดับห้าก็คิดเชื้อเชิญข้าไปฆ่า
คน? ที่แท้ข้า หนิงอี้ผู้นี้ ก็มีมูลค่าแค่สามสิบชิ้นจิงสือเท่านั้น!” หนิง
อี้ใบหน้าเต็มไปด้วยการเยาะเย้ยถากถาง นํ้าเสียงไม่พอใจอย่าง
รุนแรง
ยอดฝีมืออันฉาวโฉ่ผู้นี้มีดวงตาแคบยาวคู่หนึ่ง นั่งขัดสมาธิท่า
ดอกบัว สองแขนพาดอยู่บนเข่า จ้องมองเถ้าแก่สวี่อย่างเย็นชา
เถ้าแก่สวี่สีหน้าแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง อดสำนึกเสียใจไม่ได้
ที่หุนหันพลันแล่นยินยอมรับหน้าที่เสี่ยงตายเช่นนี้ หนิงอี้ได้ชื่อว่า
วู่วามเจ้าอารมณ์ ไม่เคยไว้หน้าผู้ใด ฆ่าคนราวผักปลา หากผู้อื่น
ขุ่นข้องรำคาญขึ้นมา เกรงว่าชีวิตน้อยๆ ของมันคงไม่ปลอดภัย
แล้ว ฟังจากนํ้าเสียงของหนิงอี้ เห็นได้ชัดว่าบันดาลโทสะแล้ว เถ้า
แก่สวี่ความหวาดกลัวแผ่ซ่านไปถึงขั้วหัวใจ อดร่างสั่นสะท้านไม่ได้
“ต้าเหรินโปรดเมตตา… …ต้าเหรินโปรดเมตตา … …ผู้น้อยผิด
ไปแล้ว… …ผู้น้อยผิดไปแล้ว… …”
ในเวลานี้เอง บุรุษชุดสีครามข้างกายหนิงอี้ พลันกล่าวแทรก
ด้วยรอยยิ้มจางๆ “พี่หนิง อย่าได้ถือสาหาความคนโง่เขลาเหล่านี้
เลย! พวกมันเป็นเพียงมดปลวกเท่านั้น ต่อให้ฆ่าทิ้งไป เกรงว่าจะ
แปดเปื้อนมือของพี่หนิงเสียเปล่าๆ”
หนิงอี้สีหน้าคลายลงเล็กน้อย กล่าวเป็นเชิงขออภัยว่า “เป็นที่
ขายหน้าพี่หลีแล้ว”
บุรุษหนุ่มซึ่งหนิงอี้เรียกหาว่าพี่หลีโบกมือให้เถ้าแก่สวี่ กล่าว
ด้วยสุ้มเสียงอบอุ่นอ่อนโยนว่า “เจ้าไปเถอะ”
เถ้าแก่สวี่ประดุจได้รับการละเว้นโทษตาย รีบล้มลุกคลุกคลาน
ออกไปจากห้องอย่างลิงโลด
“พี่หลีมีเรื่องคิดกล่าวกระมัง?” หนิงอี้ถามอย่างสนอกสนใจ มัน
สูดได้กลิ่นอายผิดปกติจากการกระทำของผู้อื่นเมื่อครู่
“ผู้น้องมีเรื่องร้องขอต่อพี่หนิงประการหนึ่ง” บุรุษหนุ่มแซ่หลี
กล่าวอย่างเปิดเผย
หนิงอี้เมื่อสามารถอาละวาดไปทั่วทุกหนแห่ง ไหนเลยจะเป็น
บุคคลโง่เขลาเบาปัญญา พลันฉุกใจคิดทันที อดกล่าวอย่าง
ประหลาดใจไม่ได้ “คนเหล่านี้ถึงกับสามารถขอร้องให้พี่หลีกล่าว
วาจาแทนพวกมันได้?”
บุรุษหนุ่มแซ่หลีแย้มยิ้มเล็กน้อย แต่ไม่ได้อธิบาย เพียงบอก
เจตนาด้วยสุ้มเสียงอบอุ่นอ่อนโยน “ข้าไม่ปิดบังพี่หนิงแล้ว ผู้น้อง
ลอบสังเกตดูผู้คนเกาะเต่ามาระยะหนึ่ง พบว่าคนเหล่านี้มีที่มาลี้ลับ
มาก จนถึงตอนนี้ยังไม่เคยเปิดเผยเบาะแสอันใดออกมาเลย
อย่างไรก็ตาม เซียนกระบี่เหล่านี้มีพลังอำนาจไม่รวบรัดธรรมดา
อย่าว่าแต่กองพันสามัญทั่วไปเลย กระทั่งกองพันที่มีชื่อเสียงของ
อาณาจักรนี้ เกรงว่ายังไม่ใช่คู่มือของพวกมัน ทว่าไม่ว่าข้าจะ
สืบเสาะเท่าใด กลับไม่เคยพบเบาะแสใดแม้แต่น้อย ในเมื่อครั้งนี้
เป็นโอกาสอันดี คงต้องรบกวนพี่หนิงสืบสวนพวกมันให้แก่ข้าแล้ว”
“อ้อ เกาะเต่านี้ไม่ทราบมีความสามารถหรือกุศลผลบุญใด
ไฉนมาต้องตาพี่หลีได้?” หนิงอี้เพียงแย้มยิ้มจางๆ บนใบหน้า
ปราศจากเค้าดุร้ายกระหายเลือดใด
บุรุษหนุ่มแซ่หลีหัวร่อเบาๆ แล้วล้วงกระจกปากัวชิ้นหนึ่ง
ออกมา
“กระจกปฐมปากัวนี้แม้ไม่ใช่ยุทธภัณฑ์เวทที่เลิศลํ้าอันใด แต่มี
พลังอันน่าอัศจรรย์ สามารถช่วยให้ท่านสงบใจ รวมรั้งจิตสมาธิ
ระงับความกระหายเลือด หากพี่หนิงยินยอมช่วยเหลือผู้น้องสักครั้ง
กระจกปฐมปากัวนี้จะกำนัลให้แก่พี่หนิงแล้ว”
หนิงอี้สีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย ยุทธภัณฑ์เวทที่หนุนส่งมัน
ขึ้นสู่ทำเนียบยอดฝีมือ เรียกว่าร่มอสุราภูตโลหิต ยุทธภัณฑ์เวทนี้
แม้ทรงพลานุภาพร้ายกาจ แต่พลังงานภูตโลหิตรุนแรงเกินไป เมื่อ
ใช้งานร่มอสุราภูตโลหิตนี้ไปนานๆ จิตใจของมันจะได้รับผลกระทบ
หากได้ครอบครองกระจกปฐมปากัว สามารถช่วยยับยั้งผลกระทบ
เหล่านี้ เป็นประโยชน์ต่อการฝึกฝีมือของมันนับเอนกอนันต์
มันพลันกระหายใคร่รู้อยู่บ้าง ไฉนหลายคนให้ความสำคัญกับ
เกาะเต่า?
เรื่องนี้แอบแฝงความลับอันใดหรือไม่?
กระจกปฐมปากัวแม้เป็นสิ่งที่ดี แต่หากตอแยปัญหาใหญ่เพราะ
เรื่องนี้ เช่นนั้นก็ไม่คุ้มค่าแล้ว
ราวกับว่าล่วงรู้ความคิดของหนิงอี้ บุรุษหนุ่มแซ่หลีกล่าวอย่าง
ยิ้มแย้ม “พี่หนิง ไม่ต้องห่วงกังวลมากเกินไปแล้ว เซียนกระบี่กลุ่มนี้
แม้ร้ายกาจ แต่ข้ารับรองว่าพวกมันไม่ได้มาจากคุนหลุน ผู้น้อง
เพียงต้องการชมดูว่าพวกมันมีความสามารถใดอีกบ้าง มิได้มีจิต
เจตนาอื่นอีก”
ถูกอีกฝ่ายคาดเดาความคิดออก หนิงอี้กลับไม่มีโทสะ ขอ
เพียงไม่ใช่คุนหลุน มันก็หาได้หวาดกลัวไม่ มันหัวร่อฮี่ฮี่พลาง
กล่าว “ได้รับใช้พี่หลีถือเป็นเกียรติของหนิงอี้ หากเป็นเช่นนี้ เราก็
ตกลงกันได้”
“พี่หนิงมีนํ้าใจสหายจริงๆ” บุรุษหนุ่มแซ่หลีร้องชมเชยประโยค
หนึ่ง จากนั้นเสนอกระจกปฐมปากัวให้อย่างเรียบๆ ร้อยๆ
หนิงอี้ถือกระจกปฐมปากัวไว้ในมือ รู้สึกจิตใจสุขสงบและ
กระจ่างชัดอย่างบอกไม่ถูก สีหน้าปิติยินดีอย่างเห็นได้ชัด