สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 466 ม่านหมอกห้าธาตุ
ยุทธภัณฑ์เวทอันร้ายกาจ!
จั่วม่อบังเกิดความรู้สึกว่าสายโซ่หมอกบนร่างยิ่งมายิ่งรัดแน่น
เริ่มหายใจลำบาก อาจสามารถได้ยินเสียงแตกร้าวเสียดกระดูกดัง
ออกมาจากกระดูกทุกชิ้นในร่างมัน
หากมิใช่ว่าสังขารปิศาจมหาทิวาแข็งแกร่งยิ่ง ลำพังแรงกดทับ
นี้ ก็เพียงพอจะบดขยี้ร่างกายเลือดเนื้อของมันเป็นผุยผง!
แต่แรงบดขยี้นี้ยังทำให้จั่วม่อเจ็บปวดจนแทบกรีดร้องออกมา!
มันปลดปล่อยพลังของชุดเกราะผนึกเพลิงออกมาอย่างไม่
ลังเล เห็นเปลวไฟสีแดงสดของชุดเกราะผนึกเพลิงพลันปรากฏขึ้น
เปลวไฟลายชั้นมหาทิวาพอกระทบถูกโซ่หมอก ประหนึ่งราดนํ้ามัน
ลงในกองไฟ เปลวไฟลายชั้นมหาทิวาพลันลุกฮือโหม ห่อหุ้มจั่วม่อ
ไว้ทั้งร่าง ดูราวกับกองไฟโชติช่วงกองหนึ่ง!
ในเวลาเดียวกัน เห็นเจตจำนงกระบี่มหายักษ์เล่มหนึ่งแทงผ่าน
ม่านหมอก พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า!
เสียงสังวัธยายพระสูตรดังกระหึ่มในโสตประสาท ลำแสงสีทอง
ลำเล็กๆ นับร้อยนับพันสายสาดส่องทะลุออกมาจากหมอกห้าสีที่
ปกคลุมชั้นฟ้า จิตแห่งเซนเที่ยงแท้อันสุขสงบกวาดออกไปรอบทิศ!
เซี่ยซานอยู่ในม่านพลังทรงกลมเจ็ดสี ม่านพลังทรงกลมนี้สวย
สดเป็นประกาย หมอกห้าสีเมื่อเข้ามาใกล้ อาจได้ยินเสียงปะทะหัก
หาญเบาๆ ดังระรัว
กู้หมิงกงสีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย ม่านหมอกห้าธาตุ
เชื่อมโยงกับจิตใจมัน สิ่งที่เกิดขึ้นภายใน ไม่มีสิ่งใดรอดพ้นหูตา
ของมันไปได้
คนทั้งสี่นี้ รับมือไม่ง่ายนัก!
โซ่หมอกห้าธาตุของมันนี้ ไม่ทราบเคยฝังกลบผู้เหี้ยมหาญมา
มากมายเท่าใด แต่คนทั้งสี่เพียงลงมือคราหนึ่งก็สะบัดหลุดรอด
ออกมาอย่างง่ายดาย มันอดตื่นตัวขึ้นมาไม่ได้ โซ่สายหมอกแม้
เป็นกระบวนท่าสังหารอันทื่อด้านที่สุด แต่เห็นคนทั้งสี่รับมืออย่าง
ไม่ลำบากกินแรงอันใด ยังทำให้มันสะท้านใจอยู่บ้าง
หนิงอี้ก็ประหลาดใจไม่น้อย แต่มันหาได้หวาดกลัวไม่ แผด
เสียงหัวร่อปานคลุ้มคลั่งพลางกล่าว “ฮ่าฮ่า! ไม่เลวไม่เลว! พวกมัน
มีความเข้มแข็งอยู่บ้าง! ร่มอสุราภูตโลหิตของข้าพอดีขาดดวง
วิญญาณที่เข้มแข็ง อสุรายากก่อกำเนิด เหยียบยํ่าจนรองเท้าสึก
หรอไม่พบพาน ครั้นได้มากลับไม่ยากเย็น! วันนี้ไม่ว่าผู้ใดก็อย่าคิด
หมายหลบหนี!”
ร่มอสุราภูตโลหิตในมือหนิงอี้ สร้างขึ้นจากการเก็บรวมรวบ
ภูตโลหิตที่สุดหยิน สุดชั่วร้ายลี้ลับ ภูตโลหิตปริมาณมหาศาล
ภายในร่มกว้างใหญ่ไพศาลดุจห้วงสมุทร ดวงวิญญาณของผู้
บริสุทธิ์นับไม่ถ้วนล่องลอยอยู่ในทะเลภูตโลหิตราวกับขุมนรก หาก
มันสามารถคร่ากุมดวงวิญญาณอันเข้มแข็งทรงพลังใส่ลงไปในร่ม
จะสามารถเคี่ยวกรำดวงวิญญาณให้กลายเป็นอสุรา พลังอำนาจ
ของร่มชั่วร้ายคันนี้จะพุ่งทะยานดุจก้าวกระโดด!
รอจนร่มถูกหลอมสร้างไปถึงขอบเขตสูงสุด จะสามารถ
ก่อกำเนิดโลกภายในของตน!
แต่ดวงวิญญาณอันเข้มแข็งไหนเลยจะเสาะพบได้ง่ายดายดัง
ใจนึก จวบกระทั่งวันนี้ หนิงอี้ค่อยพบพานผู้ที่มีดวงวิญญาณ
เข้มแข็งตรงตามความต้องการ ทั้งยังพบพานคราเดียวถึงสี่
คน! โดยเฉพาะอย่างยิ่งเซียนกระบี่ที่ถือกระบี่ดำ มีดวงวิญญาณ
เข้มแข็งที่หาได้ยากเป็นพิเศษ! ดวงวิญญาณยิ่งเข้มแข็งเท่าใด อสุ
ราที่ถือกำเนิดขึ้นภายในร่มยิ่งทรงพลังมากขึ้นเท่านั้น! หากมันใช้
ดวงวิญญาณของคนผู้นี้ในการหลอมสร้างอสุราวิญญาณภูต ไม่
ทราบว่าจะเข้มแข็งแกร่งกร้าวถึงเพียงไหน!
หนิงอี้เบิกบานใจยิ่ง หากมันทราบว่ามีดวงวิญญาณอันทรง
พลังเช่นนี้ ต่อให้ไม่ได้รับการไหว้วานมา มันยังจะคิดหาวิธีเข่นฆ่า
และช่วงชิงดวงวิญญาณเหล่านี้ให้จงได้! นี่เป็นสิ่งดึงดูดใจที่มันไม่มี
ปัญญาปฏิเสธ!
วันนี้นับว่าประสบโชคลาภก้อนโตจริงๆ!
โดยไม่สิ้นเปลืองวาจามากความ หนิงอี้แผดเสียงหัวร่อพลาง
โผนเข้าหาเหวยเสิ้งดุจภูตร้ายวิกลจริตตนหนึ่ง!
เยวียนซิ่นดวงตานิ่งขึงอยู่บนลำแสงสีทองอำไพ จิตแห่งเซน
เที่ยงแท้อันกว้างใหญ่ไพศาลที่แผ่ซ่านออกมาจากลำแสงเหล่านั้น
ทำให้มันตะลึงพรึงเพริด ทั้งยังอิจฉาริษยาจนขอบตาร้อนผ่าว!
มันถือกำเนิดจากสำนักเล็กๆ แห่งหนึ่ง ‘เคล็ดไม้เท้าพระ
โพธิสัตว์’ ที่มันฝึกปรือเป็นมันประสบโชควาสนา พบเจอจากในถํ้า
ลึก มันเดิมทีก็มีพรสวรรค์สูงเยี่ยม เมื่อเพิ่มเคล็ดไม้เท้าพระ
โพธิสัตว์เข้ามาก็ประดุจพยัคฆ์ติดปีก ระดับพลังบำเพ็ญเพียร
รุดหน้าอยู่ตลอดเวลา ค่อยๆ เข้าสู่ทำเนียบยอดยุทธ์ หลังจาก
กลายเป็นจินตัน มันยังสิ้นเปลืองเรี่ยวแรงไม่น้อย กว่าจะรวบรวม
วัตถุดิบทุกประเภท หลอมสร้างไม้เท้าพระโพธิสัตว์ในมือสำเร็จ
ทว่ามันเมื่อพบเห็นจิตแห่งเซนเที่ยงแท้พิสุทธิ์ของฝ่ายตรงข้าม
ยังคงริษยาจนดวงตาแดงฉานอย่างสุดจะระงับยับยั้ง!
เคล็ดวิชาของอีกฝ่ายเห็นได้ชัดว่าเป็นยอดวิชาแนวทางพุทธที่
ลึกลํ้าสุดหยั่ง ถึงกับลึกลํ้ากว่าเคล็ดไม้เท้าพระโพธิสัตว์ของมันเสีย
อีก! มันศึกษาเคล็ดไม้เท้าพระโพธิสัตว์จนแตกฉานสมบูรณ์ ไม่
อาจช่วยให้รุดหน้าได้อีกต่อไป! เคล็ดวิชานี้แม้หนุนส่งให้มันบรรลุ
ด่านจินตัน แต่ไม่อาจช่วยให้มันขึ้นเป็นหยวนอิงได้!
นักบวชเซนผู้ลือนามเผลอกำไม้เท้าพระโพธิสัตว์แนบแน่น
เนื่องเพราะออกแรงมากเกินไป ถึงกับกำแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด!
ไม่ว่าจะอย่างไร มันต้องช่วงชิงยอดวิชาแนวทางพุทวิชานี้ให้จง
ได้!
มีเพียงเคล็ดวิชาแนวทางพุทธที่เลิศลํ้ากว่านี้ จึงสามารถช่วย
ให้มันก้าวเข้าสู่ด่านหยวนอิงได้!
ไม้เท้าพระโพธิสัตว์ในมือมันพลันหยุดชะงักลง กริ๊ง ทันใดนั้น
เสียงห่วงทองแดงกระทบกันดังกังวานอย่างพร้อมเพรียง ท่ามกลาง
เสียงสวดสรรเสริญพระพุทธคุณ เป็นเจตนาฆ่าฟันอันเกรี้ยวกราด!
เยวียนซิ่นใบหน้าเปล่งรัศมีศักดิ์สิทธิ์ชนิดหนึ่ง มุ่งตรงเข้าหาจง
หยู คล้ายเชื่องช้าคล้ายรวดเร็ว ไม้เท้าในมือเขย่าเป็นระยะด้วย
จังหวะจะโคนอันพิสดารลํ้า!
ทันทีที่เกราะผนึกเพลิงปรากฏออกมา จั่วม่อรู้สึกแรงกดดัน
สลายคลายอย่างฉับพลัน เปลวไฟลายชั้นมหาทิวาทรงพลานุภาพ
อย่างที่คาด ต้องระบายลมหายใจอย่างโล่งอกคราหนึ่ง
แต่มันยังคงไม่มีแนวทางรับมือม่านหมอกห้าธาตุอันอัศจรรย์
พันลึกนี้! ม่านหมอกห้าธาตุเพียบพร้อมด้วยธาตุทั้งห้า พันเปลี่ยน
หมื่นแปร เห็นได้ชัดว่าความสามารถในการหลอมสร้างของผู้อื่นสูง
ลํ้าสุดยอด แน่นอนว่าต้องมีไพ่ลับหลายประการที่มันคาดไม่ถึง
ซ่อนเอาไว้อีก
ลำแสงบดกระดูกทลายมายาพิสูจน์ยืนยันแล้วว่าไร้ผลอย่าง
สิ้นเชิง นี่หมายความว่าม่านหมอกเบื้องหน้านี้ไม่ใช่ภาพมายา
เช่นนั้นเป็นสิ่งใดกันแน่?
ทันใดนั้นมันฉุกคิดถึงพลังของค่ายกลที่สัมผัสได้ จั่วม่อ
สะท้านขึ้นทั้งร่าง หรือว่า…ม่านหมอกห้าธาตุนี้ …ใช่กอรปด้วยการ
เปลี่ยนแปลงดุจเดียวกันกับขบวนค่ายกลหรือไม่?
มันยิ่งขบคิดยิ่งรู้สึกว่านี่เป็นไปได้อย่างยิ่ง
ห้าธาตุสามารถก่อเกิดและสะกดข่มซึ่งกันและกัน ในวิชาค่าย
กลมีวิธีการใช้งานพลังห้าธาตุมากมายนับไม่ถ้วน ส่วนหมอกนั้น
ไม่มีรูปร่างแน่นอน สามารถแปรเปลี่ยนได้ตามใจปรารถนา ใน
ศาสตร์แห่งค่ายกล สามารถเพิ่มรูปแบบการเปลี่ยนแปลงเหลือคนา
นับ
หากเป็นไปตามที่คาดคิดจริงๆ เช่นนั้นก็เป็นความปวดเศียร
เวียนเกล้าครั้งใหญ่แล้ว!
ใช้พลังจิตสำนึกลองหยั่งดูเล็กน้อย จั่วม่อสีหน้ากลายเป็นยิ่ง
ขัดตาในทันที หมอกทั้งห้าชนิดดูคล้ายผสมผสานอย่างไม่มี
รูปแบบแน่นอน แท้ที่จริงกลับแฝงรูปแบบเฉพาะที่ไม่อาจหยั่งวัดได้
และอีกฝ่ายไม่ทราบหลอมสร้างด้วยวิธีการลับใด หมอกทั้งห้าชนิด
นี้บางครั้งแยกออกจากกัน บางครั้งผสมผสานราวนํ้ากับนํ้านม
ยากจะหยั่งคำนวณอย่างแท้จริง
ทันใดนั้น มันฉุกคิดถึงภาพที่เปลวไฟลายชั้นมหาทิวาเพิ่งจะ
แผดเผาโซ่หมอกจนมลายสิ้น จั่วม่อดวงตาเป็นประกาย บางทีมัน
อาจใช้เปลวไฟลายชั้นมหาทิวาได้!
เปลวไฟบนร่างพลันระเบิดพลุ่งพล่านออกมาอีกครั้ง จั่วม่อ
ทะยานเข้าหาจุดที่หมอกหนาแน่นที่สุด ได้ยินเสียงดังซี่ซี่ไม่ขาดหู!
“เปลวไฟไม่เลว! น่าเสียดายที่คนอ่อนด้อยเกินไป! คิดเอาชัย
ม่านหมอกห้าธาตุของข้าด้วยพลังเพียงเท่านี้หรือ อย่าได้เพ้อฝัน
ไป!” กู้หมิงกงกล่าวด้วยสุ้มเสียงเย็นชา เสียงนั้นแว่วมาจาก
ตำแหน่งอันเลื่อนลอย มันเห็นได้ชัดว่าบันดาลโทสะแล้ว! มันเพียง
เผลอผ่อนคลาย ลดการระวังป้องกันลงชั่ววูบ กลับเป็นเหตุให้ม่าน
หมอกห้าธาตุได้รับความเสียหายเล็กน้อย มันรักใคร่หวงแหน
ยุทธภัณฑ์เวทชิ้นนี้มาก พอเห็นความเสียหายที่เกิดขึ้น ต้อง
เจ็บปวดใจเป็นอันมาก
จั่วม่อรู้สึกภาพเบื้องหน้าแปรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน หมอกห้า
สีรอบกายพลันกลับกลายเป็นหมอกสีแดงสด! หมอกชนิดนี้แดง
ฉานดุจเปลวเพลิง พลุ่งพล่านประหนึ่งฉลามร้ายได้กลิ่นเลือด ม้วน
ตัวเข้าหาจั่วม่ออย่างเกรี้ยวกราด!
ยังไม่ทันจะมีปฏิกิริยาใด แรงดึงดูดอันรุนแรงพลันกระโชกวูบ
เปลวไฟลายชั้นมหาทิวาเริ่มถูกดึงออกไปจากร่างมัน!
จั่วม่อสะท้านขึ้นทั้งร่าง!
หมอกแดงเข้าห้อมล้อมเปลวไฟลายชั้นมหาทิวา หนาแน่น
เข้มข้นจนแทบจับต้องได้ แรงดึงดูดมาจากหมอกสีแดงประหลาด
เหล่านี้เอง!
หมอกธาตุไฟ!
นี่มัน… ค่ายกล!
จั่วม่อตอบสนองอย่างฉับพลัน รีบรั้งพลังไฟลายชั้นมหาทิวา
กลับคืน นี่เป็นช่วงเวลาเพียงชั่วอึดใจเดียวเท่านั้น แต่เปลวไฟลาย
ชั้นมหาทิวาถึงกับหายไปเกือบครึ่ง! เป็นหมอกธาตุไฟดูดกลืน
เปลวไฟลายชั้นมหาทิวาเข้าไป!
จั่วม่อทั้งตื่นตะลึงทั้งเจ็บปวดใจ!
หมอกอันร้ายกาจ! ค่ายกลอันร้ายกาจ!
ฝีมือของศัตรูร้ายกาจเหนือความคาดหมายของจั่วม่อมาก
ผู้อื่นถึงกับสามารถอาศัยกลุ่มหมอกก่อตั้งค่ายกลดูดกลืนเพลิงไฟ
มิเช่นนั้นไม่ว่าหมอกธาตุไฟจะร้ายกาจปานใด แต่ยังไม่อาจกลืน
กินเปลวไฟลายชั้นมหาทิวาภายในเวลาเพียงชั่วอึดใจเช่นนี้ได้!
มันในที่สุดได้ลิ้มรสความร้ายกาจของฝ่ายตรงข้าม สมดังนาม
เทพเซียนแห่งยันต์อย่างแท้จริง! ก่อนหน้านี้จั่วม่อเพียงทุ่มเทกำลัง
ความคิดไปที่หนิงอี้ ไม่ได้กังวลสนใจกับอีกสองคนมากนัก บัดนี้
มันเข้าใจกระจ่างแล้วว่า ภายใต้ชื่อเสียงยิ่งใหญ่ ไม่มีชนชั้น
จอมปลอม!
หลังจากอาละวาดในมหานครนภาโลหิตรอบหนึ่ง จั่วม่อไม่เคย
คาดคิดเลยว่าหลังจากเข้ามาในอาณาจักรที่สงบสุขอย่าง
อาณาจักรทะเลเมฆ กลับต้องเผชิญเภทภัยซํ้าแล้วซํ้าเล่า คราครั้ง
นี้มันพบว่าตกอยู่ในสภาพคับขันอันตรายถึงชีวิตอีกคำรบหนึ่ง ทั้ง
ยังไม่มีหนทางแก้ไข คราวที่แล้วเมื่อถูกแผ่นจานพันมณีแดนลวง
กักขังเอาไว้ ยันต์ทหารทองคำดำของกู่เซี่ยงเทียนก็เป็นภัยคุกคาม
อันยิ่งใหญ่ เกือบจะเอาชีวิตมันไปรอบหนึ่งแล้ว
รอประเดี๋ยว!
ยันต์ทหารทองคำดำ!
จั่วม่อดวงตาสาดประกายวาบ แต่เมื่อนึกถึงสภาพเกียจคร้าน
และเหลือทนของเจ้าผู้นั้น มันรู้สึกว่าความคิดนี้ไม่น่าเชื่อถือเอา
เสียเลย!
แต่ยามนี้มันไม่มีทางเลือกอื่นใดแล้วจริงๆ สังขารปิศาจมหา
ทิวาแม้ทรงพลานุภาพร้ายกาจ ยากจะพบพานคู่มือเปรียบติด ทว่า
ฝีมือของฝ่ายตรงข้ามพอดีเป็นดาวข่มของสังขารปิศาจมหาทิวา
นอกเหนือจากสิ่งนี้ มันยังนึกถึงท่าไม้ตายสุดท้าย ศาสตร์
บำบวงแดนร้างกาลสมัย แต่กระบวนท่านี้แม้เลิศภพจบแดน แต่
ค่าตอบแทนที่ต้องจ่ายออกไปก็มากมายมหาศาล หากมิใช่ตกอยู่ที่
หน้าประตูแห่งความเป็นตาย มันย่อมไม่กล้าใช้กระบวนท่านี้
ออกมา!
โดยไม่เปลืองวาจาซํ้าสอง จั่วม่อล้วงกระดาษยันต์ทองคำดำ
ออกมา โคจรพลังปราณเข้าไป
ไม่มีการตอบสนอง!
คิดถึงเหตุการณ์คราวที่แล้ว จั่วม่อหนังตากระตุก เดียรัจฉานนี้
ต้องให้ทุบตีถึงจะยอมโผล่หัวออกมาใช่หรือไม่!
เพียะ!.
ทันใดนั้นมันฟาดกระดาษยันต์ใส่ฝ่ามือตัวเองแรงๆ
“เกิดมาเพื่อต่อสู้”
สุ้มเสียงเกียจคร้านง่วงเหงาดังออกมาทันควัน ทหารยันต์
ทองคำดำปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าจั่วม่อ มองดูโฉมหน้าสีทอง
อร่ามที่คล้ายเหมือนกับตัวเอง กระทั่งในภาวะคับขันเช่นนี้ จั่วม่อยัง
รู้สึกในใจปั่นป่วนกระอักกระอ่วนอยู่บ้าง!
สวรรค์ ข้าไฉนตั้งความหวังไว้กับเจ้าคนไม่น่าเชื่อถือนี่?
ประเสริฐ ในเมื่อเรียกออกมาตัวหนึ่งแล้ว เช่นนั้นข้าจะเรียก
พวกมันออกมาทั้งหมดเลย!
โดยไม่สิ้นเปลืองวาจามากความ จั่วม่อล้วงป้ายบงการสัตว์ร้าย
ทั้งหมดที่มีอยู่ในแหวนออกมา ปลดปล่อยพวกมันทีละตัวๆ ศิษย์
น้องเฉิงมอบสิ่งเหล่านี้ให้มันนานมาแล้ว แต่จั่วม่อไม่เคยใช้พวกมัน
มาก่อน
จิ้งจอกหางเพลิง ผีเสื้อแสงขาว นกกระจอกหางกรรไกรขาวดำ
… …
“เจ้ามีของเล่นมากมายจริงๆ” กู้หมิงกงแค่นหัวร่อเสียงเย็นชา
สุ้มเสียงกังวานมาจากเบื้องบนศีรษะ “แต่เพียงแค่เศษสวะเหล่านี้
เจ้าหวังให้พวกมันช่วยชีวิตเจ้า? ฮ่าฮ่า! จงฟังคำน้อมเตือนของเรา
ผู้เฒ่าเถอะ ยินยอมให้จับกุมแต่โดยดี อย่าได้ดิ้นรนเสียเปล่าอย่าง
ไร้ประโยชน์ เราผู้เฒ่ารับปากว่าจะไว้ชีวิตเจ้า!”
สุ้มเสียงของกู้หมิงกงทั้งจริงใจและมีเมตตา สมกับเป็นตาเฒ่า
จอมเจ้าเล่ห์อย่างแท้จริง
จั่วม่อแสร้งทำเป็นหูทวนลม ยังคงทยอยปลดปล่อยสัตว์ปราณ
ออกมาไม่หยุดยั้ง
หลังจากประมือกันมาหลายกระบวนท่า จั่วม่อพอจะประเมิน
สถานการณ์ได้โดยคร่าวๆ ม่านหมอกห้าธาตุของอีกฝ่ายแม้ร้าย
กาจ แต่ก็เฉพาะในด้านการเปลี่ยนแปลงสารพันของค่ายกลเท่านั้น
คิดกักขังมันเอาไว้อาจไม่มีปัญหา แต่หากคิดฆ่ามัน กลับไม่ใช่
เรื่องง่ายดายนัก
เมื่อหยั่งทราบสถานการณ์ มันก็สงบใจลงมาก
น่าเสียดายที่เจดีย์น้อยไม่ได้อยู่ที่นี่ มิเช่นนั้นคงไม่ต้องลำบาก
ถึงเพียงนี้ หมอกห้าธาตุนี้จะต้องเป็นของบำรุงชั้นดีให้แก่เจ้าตัวเล็ก
แน่ ทว่ายามนี้มันได้แต่คิดหาหนทางอื่น
มันคาดหวังว่าสัตว์ปราณเหล่านี้คงพอจะส่งผลกระทบอัน
ใดบ้าง อย่างน้อยพวกมันมีจำนวนมากมายมหาศาลทีเดียว… …
กองทัพสัตว์ปราณ ความคิดนี้ไม่เลวเลย!
จั่วม่อภาคภูมิใจเล็กน้อย
มันกวาดตามองรอบๆ อย่างรวดเร็ว เห็นข้างกายมันเต็มไป
ด้วยสัตว์ปราณมากมาย มากกว่าสองร้อยตัว! มันเรียกใช้ป้ายบง
การสัตว์ร้ายทั้งหมดที่ฉุนอวี๋เฉิงมอบให้ โดยไม่สนใจระดับสูงตํ่าอัน
ใด!
ไม่มีผู้ใดจะเหมือนกับจั่วม่ออีกแล้ว ปลดปล่อยสัตว์ปราณ
มากมายถึงเพียงนี้ออกมาในคราวเดียว ควรทราบว่ายิ่งปลดปล่อย
สัตว์ปราณออกมามากเท่าใด ยิ่งยากจะควบคุมบังคับมากเท่านั้น
กระทั่งนักเพาะเลี้ยงสัตว์ปราณยอดอัจฉริยะอย่างฉุนอวี๋เฉิง ยังไม่
สามารถควบคุมสัตว์ปราณหลายร้อยตัวพร้อมกัน
แต่จั่วม่อเวลานี้ไหนเลยจะใส่ใจมากความ จากเรื่องนี้จะเห็นได้
ว่ามันถูกบีบคั้นจนตรอกถึงเพียงไหน!
แต่สิ่งที่จั่วม่อไม่ทันสังเกตเห็น คือกองทัพสัตว์ปราณอันเกรียง
ไกรที่มันตั้งความหวังเอาไว้อย่างสูง กำลังถูกดวงตาเป็นประกาย
แวววามคู่หนึ่งจับจ้องตาเป็นมัน!
ทั้งยังมีเสียงท้องร้องโครกครากและเสียงกลืนนํ้าลายไม่
ห่างไกลจากมันนัก!