สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 471 ปฏิบัติการอันสมบูรณ์แบบ
เสียงฉีกฝ่าอากาศแหลมสูงดังกึกก้อง ราวกับหมื่นภูตผีครวญคร่า
พร้อมกัน
สุ้มเสียงกระหึ่มอันเป็นเอกลักษณ์ของสามคลื่นพิฆาต บันดาลให้ผู้คน
หนังศีรษะชาซ่าน!
เห็นเหล่าเซียนกระบี่ในขบวนทัพอันแน่นขนัด ประหนึ่งห่าพิรุณลูก
ธนูหนาแน่นเป็นแผ่นผืนโถมทะยานลงมาในแนวเฉียง กระชั้นเข้ามาอย่าง
เร่งร้อน รวดเร็วสุดยอดดุจสายฟ้าฟาด!
เถียนเหิงปอหน้าเผือดขาวไร้สีเลือด อ้าปากกว้าง หมายตะโกนเตือน
ทุกคน แต่ยังไม่ทันจะเค้นเสียงออกมา เหล่าเซียนกระบี่แห่งเกาะเต่าก็
บรรลุถึงตัวพวกมัน สภาวะอันดุดันและความเร็วขั้นสุดยอดย่อมเป็นที่คาด
คำนวณได้
ปัง!
ชุดเกราะของศิษย์ตระกูลเถียนผู้หนึ่งซึ่งอยู่ไม่ห่างจากมัน พลันแตก
กระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ปราณกระบี่วาบขึ้นตรงลำคอของศิษย์ผู้นั้น
ด้วยพลังที่ยังหลงเหลือ ประดุจมีดตัดเต้าหู้ ศีรษะหัวหนึ่งปลิวกระเด็นขึ้น
ฟ้า!
เถียนเหิงปอเห็นชัดตาแม้แต่สีหน้าเหลือเชื่อบนใบหน้าของศิษย์
ตระกูลเถียนเคราะห์ร้ายผู้นั้น
เพียะเพียะเพียะ!
นักรบตระกูลเถียนคล้ายไม่มีปัญญาคุ้มครองตัวเอง ถูกปราณกระบี่
โหมซัดใส่ไม่ขาดสาย! ต่อหน้าปราณกระบี่คมกล้าของฝ่ายตรงข้าม ชุด
เกราะปราณระดับสามที่พวกมันสวมใส่ไม่ต่างอันใดกับแผ่นกระดาษเบา
บาง ยังไม่ทันกระทบถูกก็แตกสลายเป็นชิ้น ๆ โลหิตสาดกระเซ็นทุกแห่ง
หน
ดูเหมือนจะชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น ศิษย์ตระกูลเถียนหลายร้อยคน
ทอดร่างเป็นซากศพภายใต้ฝนแสงกระบี่!
กองทัพเสียขบวนรวนเรทันที ฝ่ายตรงข้ามประดุจมีดร้อนตัดผ่านเนย
เข่นฆ่าเป็นทางโลหิตกว้างใหญ่สายหนึ่ง ทะลวงลึกเข้าไปในกระบวนทัพ
ตระกูลเถียนอย่างย่ามใจ!
เส้นทางโลหิตสายนี้ถึงกับกว้างยี่สิบกว่าจั้ง เลือดเนื้อชิ้นส่วนร่างกาย
ของศิษย์ตระกูลเถียนสาดกระเซ็นไปทั่ว พวกมันล้วนตายคาที่ ไม่มีผู้ใด
เหลือรอดชีวิตแม้แต่คนเดียว!
เห็นบรรดาศิษย์ตระกูลเถียนถูกเข่นฆ่าราวแพะแกะต่อหน้าต่อตา
เถียนเหิงปอดวงตาแดงฉานด้วยสายเลือด เจตนาฆ่าฟันและความดุร้าย
เคียดแค้นอัดแน่นอยู่เต็มอก ราวกับเพลิงไฟลุกฮือโหมในบัดดล!
“ฆ่าพวกมันให้หมด!” มันราวกับราชสีห์พิโรธ โถมทะยานเข้าหา
ขบวนทัพเซียนกระบี่เป็นคนแรก!
จินตันอีกห้าคนที่ข้างกายมัน แค่นเสียงตวาดด้วยโทสะอย่างพร้อม
เพรียง บุกทะลวงติดตามเถียนเหิงปออย่างกระชั้นชิด!
ในสนามรบอันสับสนอลหม่าน หกจินตันราวกับดวงอาทิตย์อันพร่าง
พราย แผ่ซ่านพลังสภาวะขู่ขวัญสะท้านวิญญาณผู้คน อาศัยพลังสภาวะ
ของหกจินตันผสานรวม สะกดข่มกองทัพเซียนกระบี่เกาะเต่าเอาไว้อย่าง
ซึ่งหน้า!
ศิษย์ตระกูลเถียนพากันกู่คำรามกึกก้องกัมปนาท ขวัญกำลังใจที่
กำลังตกต่าเพราะการจู่โจมอย่างฉับพลันของพวกม้าฝาน พลุ่งพล่าน
ขึ้นมาทันที!
จินตันทั้งหกประหนึ่งลูกธนูแหลมคมหกดอก กล้าแข็งสุดเปรียบปาน
นักรบตระกูลเถียนแยกย้ายติดตามด้านหลังพวกมันทั้งหก ก่อเกิดเป็น
กระแสธารหกสาย กระโจนเข้าหากองทัพของม้าฝานอย่างดุดัน!
ม้าฝานกับพวกสีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย พวกมันนึกไม่ถึงว่าฝ่าย
ตรงข้ามจะส่งจินตันมาด้วยถึงหกคน! สำหรับเกาะเต่าในยามนี้ ลำพังจิน
ตันหกคนก็เพียงพอจะเป็นอันตรายร้ายแรง!
หากนี่เป็นเพียงจินตันหกคน อันที่จริงไม่ได้น่ากลัวมากนัก พวกมัน
แข็งแกร่งพอที่จะบดขยี้จินตันจนตาย! แต่จินตันเหล่านี้นำพากองทัพ
นักรบมาด้วยเป็นจำนวนมากเช่นกัน มิหนำซ้าจินตันทั้งหกยังประพฤติตน
ประหนึ่งปลายหอกแหลมคม เข่นฆ่าอยู่ด้านหน้าสุดอย่างไม่เกรงกลัว
สถานการณ์ของพวกมันก็กลับกลายเป็นยุ่งยากมากแล้ว!
ม้าฝานกับพวกตระหนักแน่แก่ใจว่าไม่อาจปล่อยให้จินตันของอีกฝ่าย
บุกฝ่าอาละวาดได้ดั่งใจปรารถนาเยี่ยงนี้ มิเช่นนั้นหากปล่อยให้อีกฝ่ายเข่น
ฆ่าจนบ้าคลั่ง ต่อให้พวกมันได้ชัย ฝ่ายมันยังจะประสบความเสียหาย
ร้ายแรงชนิดที่ไม่อาจแบกรับไหว
แต่ต้าเหรินกับบรรดายอดยุทธ์ไม่ได้อยู่ที่นี่… …
เว่ยหยานยามนี้พิสูจน์ตัวเองว่าเป็นบุคคลที่รักษาความคิดแจ่มใส
และความเยือกเย็นไว้ได้ดีที่สุด แม้ว่าสถานการณ์คับขันอันตรายยิ่ง
น้าเสียงของมันยังไม่แปรเปลี่ยนแม้แต่น้อย “ถอยทัพเข้าไปด้านใน! ยืด
ระยะห่างของพวกมันออกไป!”
ทุกผู้คนไหวพริบเฉียบแหลม พอฟังก็เข้าใจในบัดดล พวกมันไม่หันไป
ต่อสู้อีก กลับหันหลัง โกยอ้าวเข้าไปในเกาะแทน!
เห็นทัพเซียนกระบี่เกาะเต่าถอยหนีไป นักรบตระกูลเถียนยิ่งคึกคัก
ขึ้นอักโข พวกมันขู่คำรามอย่างย่ามใจ ไล่ล่าตามติดไม่หยุดยั้ง! พากันลืม
เลือนการจู่โจมสังหารอันดุดันที่แทบกดทับพวกมันจนหายใจไม่ออกเมื่อ
ครู่ไปหมดสิ้น พวกมันล้วนเผยสีหน้าตื่นเต้นเร้าใจเป็นที่สุด
ฝ่ายหนึ่งหลบหนีไม่คิดชีวิต อีกฝ่ายไล่ล่าอย่างบ้าคลั่ง!
ไม่มีผู้ใดทันสังเกต ด้านล่างพวกมัน มีดวงตาที่ทอแสงพลังสีม่วงคู่
หนึ่งและนกใหญ่อันดุร้ายตัวหนึ่ง กำลังเฝ้ามองพวกมันอย่างเย็นชา!
ม้าฝานกับพวกรวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ ในฐานะกองกำลังที่ติดตาม
จั่วม่อมานานที่สุด การล่าถอยและหลบหนีอันที่จริงเป็นฝีมือที่พวกมัน
ถนัดจัดเจนที่สุด! ที่ผ่านมาเมื่อจั่วม่อกับบรรดาจินตันอยู่ที่นี่ จินตันฝ่าย
ตรงข้ามย่อมไม่ใช่ปัญหา ดังนั้นม้าฝานกับคนอื่น ๆ จึงไม่ค่อยมีโอกาส
เผชิญหน้ากับจินตันโดยตรงมากนัก
เมื่อเผชิญหน้ากับหกจินตันที่ลากหางยาวเฟื้อยมาด้วยเป็นครั้งแรก
พวกมันรีดเค้นพลังงานทั้งหมดไปกับการหนีตาย!
แสงกระบี่ของพวกมันยามนี้ ยังรวดเร็วกว่ายามที่พวกมันบุกทะลวง
ด้วยสามคลื่นพิฆาตเสียอีก
แต่ศัตรูยังคงติดตามพวกมันอย่างกระชั้นชิด โดยเฉพาะจินตันทั้งหก
ที่ร่นระยะใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว! หกจินตันค่อย ๆ ทิ้งระยะห่างจาก
บรรดานักรบของพวกมัน แต่ระยะห่างนี้ยังไม่มากพอ หากพวกม้าฝานหัน
กลับไปบุกจู่โจมในยามนี้ พวกมันจะต้องสู้รบติดพันกับหกจินตัน จากนั้น
เมื่อบรรดานักรบตระกูลเถียนติดตามมาถึง จะถึงคราวที่ฉีกพวกมัน
ออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้ว!
“เชือดจินตันก่อน! ทุกกองร้อย แยกกันออกไป! ลากพวกมันวนไป
รอบ ๆ ทำให้แน่ใจว่าลากพวกมันออกห่างจากเหล่าอาหารสัตว์กระสุนปืน
ใหญ่บัดซบนั่นมากพอ!” ม้าฝานเค้นเสียงลอดไรฟันออกมา
ความเข้าใจอันชัดแจ้งและความเป็นน้าหนึ่งใจเดียวกันในหมู่กองทัพ
ของพวกมันสำแดงออกมาในเวลานี้เอง กองทัพทั้งหมดจู่ ๆ แยกกระจาย
ออกไปดุจบุปผาบานสะพรั่ง!
คราวนี้เหล่านักรบตระกูลเถียนล้วนตะลึงงันวูบ
พวกมันสมควรไล่ล่าทางใด?
เถียนเหิงปอเลือดเข้าตาอย่างสิ้นเชิง มันเลือกติดตามไล่ล่ากลุ่มคนที่
ด้านหน้าสุดอย่างไม่ลังเล คนเหล่านั้นคล้ายจะเป็นหัวหน้า บรรดาเซียน
กระบี่กลุ่มนั้นพลังฝึกปรือสูงส่งที่สุดในกองทัพที่มันพบเห็น สมควรเป็นชน
ชั้นผู้นำของกองทัพนี้!
เหล่าจินตันข้างกายมันรีรอลังเลวูบหนึ่ง จากนั้นพากันติดตามเถียน
เหิงปอไป เถียนเหิงปอเป็นน้องชายร่วมสายโลหิตของเถียนหย่งชิง การ
รับประกันความปลอดภัยของเถียนเหิงปอ เป็นหนึ่งในภาระหน้าที่ของ
พวกมัน
เมื่อเป็นเช่นนี้ ศิษย์ตระกูลเถียนด้านหลังพวกมันก็ไม่มีคนสั่งการ
กระบวนทัพกลายเป็นสับสนวุ่นวายในทันที หลายคนแบ่งออกเป็นกลุ่ม
เล็ก ๆ พากันติดตามไล่ล่ากลุ่มเซียนกระบี่เกาะเต่าที่หลบหนีไป
ยามกะทันหัน ท้องฟ้าเหนือเกาะเต่ากลายเป็นโกลาหลอลหม่านใน
บัดดล
“เจ้าพวกโง่!” เถียนเยี่ยที่ไม่ได้ติดตามเข้าไปในค่ายกล อดสบถด่า
อย่างเดือดดาลไม่ได้
มันกับเถียนเหิงปอไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ดี ในความเห็นของมันเถียน
เหิงปอเป็นเพียงคนป่าเถื่อนที่มีแต่ความเหี้ยมหาญ แต่ไร้ไหวพริบ
สติปัญญา! สิ่งที่มันไม่พอใจมากที่สุด คือเถียนหย่งชิงกลับมอบหกจินตัน
ให้กับเถียนเหิงปอ! ขณะที่กองพันของมันมีเพียงสองจินตันเท่านั้น เรื่องนี้
สำหรับเถียนเยี่ยผู้ทระนงถือดี ไหนเลยจะยอมรับนับถือได้?
หลังจากสบถด่า เถียนเยี่ยกลับเพียงแย้มยิ้มเย็นชา ไม่ได้ขยับ
เคลื่อนไหว
ซึ่งความจริงนับตั้งแต่เริ่มแรกจนถึงบัดนี้ กองกำลังของศัตรูยังไม่ได้
รับความเสียหายใด ฉากเหตุการณ์ที่ดูเหมือนอลหม่านวุ่นวาย เป็นเพียง
ภาพลวงตาที่ผู้อื่นจงใจจัดฉากขึ้น! ในฐานะที่เฝ้าดูการต่อสู้ตั้งแต่ต้นจนถึง
ปัจจุบัน เถียนเยี่ยมีข้อสรุปเบื้องต้นอยู่ในใจแล้ว
กองทัพนี้แข็งแกร่งยิ่ง พลังบุกทะลวงของพวกมันยิ่งร้ายกาจสุด
เปรียบปาน พวกมันเชี่ยวชาญพิชัยยุทธ์ ทั้งยังช่าชองในการร่วมมือ
ประสานงาน! และพวกมันสามารถเป็นคู่มือของกองพันเถียนเยี่ยของตน
ได้!
หากจะมีจุดอ่อนอยู่บ้าง นั่นคือยอดยุทธ์! มันไม่พบเห็นยอดยุทธ์ใน
กองทัพนี้แม้แต่คนเดียว นี่ทำให้เถียนเยี่ยสับสนงงงวยไม่น้อย
เถียนหย่งชิงไม่ได้บอกแผนการสู้รบทั้งหมดแก่เถียนเยี่ย เพียงส่ง
เถียนเหิงปอมาด้วยความหวังว่าจะมีโอกาสกระทำความดีความชอบ
ทว่าสถานการณ์กลับไม่เป็นไปอย่างราบรื่นตามที่เถียนหย่งชิง
กับเถียนเหิงปอดีดลูกคิดรางแก้วเอาไว้
เถียนเยี่ยไม่รีบไม่ร้อน ในความเห็นของมันเถียนเหิงปอเป็นชนชั้นจิน
ตัน ทั้งยังมีจินตันอีกห้าคนติดตามปกป้องคุ้มครอง ด้านความปลอดภัยไม่
มีปัญหา ส่วนในด้านความปราชัย เถียนเยี่ยยิ่งปรารถนาให้เถียนเหิงปอ
ย่อยยับอัปราที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ นี่ยิ่งจะช่วยขับเน้นว่าเถียนเยี่ยผู้นี้
แข็งแกร่งถึงเพียงไหน!
ด้วยระดับฝีมือของกองทัพศัตรู เหตุการณ์คล้ายจะเป็นไปตามที่มัน
ตั้งใจไว้อย่างไม่ลำบากยากเย็นนัก
ยิ่งไล่ล่า บรรดาซิวเจ่อที่ไล่ติดตามม้าฝานกับพวกยิ่งลดน้อยลง
กระทั่งมีจินตันสามคนที่รู้สึกว่าการไล่ล่าเช่นนี้หาได้สาสมใจไม่ มิสู้แยก
ย้ายกันไปเข่นฆ่าศัตรูหาความสำราญ ดังนั้นพวกมันเสาะหาเป้าหมายใหม่
คนเหล่านี้ไม่มีพลังความสามารถใด แต่ยามหลบหนีกลับลื่นไหลปราด
เปรียวอย่างน่าคลั่งใจนัก
เพียงไล่ล่ากันไปไม่กี่อึดใจ ข้างกายเถียนเหิงปอก็หลงเหลือจินตัน
เพียงสองคนเท่านั้น
ไม่มีผู้ใดทันสังเกตเห็น ว่าบรรดาเซียนกระบี่ที่กำลังเร่งรีบหลบหนี
กระจัดกระจายในทุกทิศทาง พลันวาดเป็นเส้นโค้งยาวอันพิสดารพันลึก ที่
แทบจะมองไม่เห็น มิหนำซ้าปลายทางที่บรรดาเส้นโค้งเหล่านี้จะมา
บรรจบกัน ถูกซ่อนไว้ที่จุดหนึ่งอย่างแยบคาย!
ประหนึ่งบุปผาที่เบ่งบานเต็มที่ กำลังจะหุบกลีบลงอย่างฉับพลัน
เถียนเยี่ยที่ชมดูจากระยะไกลพลันใจหายวาบ คล้ายค้นพบบางสิ่ง
บางอย่าง หัวคิ้วขมวดมุ่นเล็กน้อย จากนั้นดวงตาเบิกกว้างอย่างกะทันหัน
เผยแววตื่นตระหนกออกมา!
สวรรค์! พวกมันทำได้อย่างไร?
เส้นโค้งที่ลี้ลับซับซ้อนถึงเพียงนั้น กลับมีปลายทางเพียงแห่งเดียว! ใน
สนามรบอันซับซ้อนวุ่นวายเช่นนี้ พวกมันทำได้อย่างไร? ช่างเหลือเชื่อนัก!
แต่แล้วเถียนเยี่ยสีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นปั้นยากในบัดดล ผิดท่าแล้ว!
เถียนเหิงปอตกอยู่ในอันตราย!
ในสายตามุมกว้างของมันย่อมมองเห็นได้ชัดเจน เถียนเหิงปอกำลัง
ถูกผู้อื่นหลอกล่ออย่างต่อเนื่อง เข้าใกล้จุดบรรจบมหาประลัยนั่นเข้าไปทุก
ขณะ!
เถียนเยี่ยตื่นตระหนกสุดระงับ รีบตวาดสุดเสียง “บุกเข้าไป!”
บรรดาซิวเจ่อสังกัดกองพันเถียนเยี่ยงงงันวูบ เหล่าต้ามิใช่บอกว่า
พวกมันจะรออยู่ที่นี่หรือ? ไฉนสั่งให้พวกมันบุกเข้าไปอย่างกะทันหัน? ฝ่าย
ของเถียนเหิงปอกำลังได้เปรียบอยู่ชัด ๆ!
“พวกเจ้าไม่มีหูกันแล้วหรือ?” เถียนเยี่ยร่าร้องอย่างเดือดดาล!
ทุกผู้คนคล้ายเพิ่งสะท้านตื่นจากฝัน ทะยานร่างลงไปในเกาะเต่าใน
บัดดล
เห็นเถียนเหิงปอยิ่งมายิ่งพุ่งดิ่งเข้าใกล้จุดบรรจบ เถียนเยี่ยยิ่งแตกตื่น
จนขวัญหนีดีฝ่อ! มันแม้ไม่ลงรอยกับเถียนเหิงปอ แต่หากเถียนเหิงปอเอา
ชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่ในขณะที่มันเอาแต่เฝ้ามองอยู่เฉย ๆ เมื่อกลับไปถึงตระกูล
เกรงว่าจะประสบปัญหายุ่งยากมากแล้ว!
เนื่องเพราะประมุขตระกูลเถียนคนปัจจุบันคือเถียนหย่งชิง!
ปล่อยให้เถียนเหิงปอเสื่อมเสียหน้าไม่นับเป็นอะไรได้ แต่หากเถียน
เหิงปอเสียชีวิตจริง ๆ… …
ทว่าตั้งแต่ที่เถียนเหิงปอพยายามทำลายค่ายกล กองพันเถียนเยี่ยก็รั้ง
ทัพอยู่ด้านหลัง เมื่อเถียนเหิงปอบุกทะลวงลงไปในเกาะเต่า กองพันเถียน
เยี่ยยังไม่ได้รุดหน้าไปแม้แต่ก้าวเดียว… …ยามกะทันหัน ไหนเลยคิดไปก็ไป
ได้ทันเวลาดั่งใจนึก
นี่เป็นครั้งแรกในชีวิต ที่เถียนเยี่ยภาวนาว่าการคาดการณ์ของมันจะ
ไม่กลายเป็นความจริง!
ม้าฝานกับพวกเร่งเร้าความเร็วของพวกมันไปจนถึงขอบเขตขั้นสูงสุด
เสียงแหวกฝ่าอากาศข้างหูกลบกลืนเสียงอื่น ๆ ไปสิ้น
พวกมันกำลังหลบหนีอย่างไม่คิดชีวิต!
จินตัน! ผู้ที่กำลังไล่ล่าสังหารพวกมันคือจินตัน! แม้ว่าพวกมันจะห่าง
จากจินตันเพียงครึ่งก้าว แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับซิวเจ่อด่านจินตันที่
แท้จริง ยังคงรู้สึกกดดันอย่างใหญ่หลวง!
เคราะห์ดีที่พวกมันไม่ได้ต่อสู้ด้วยตัวเองเพียงลำพัง… …
เนื่องเพราะชัยภูมิดินอยู่ข้างพวกมัน พวกมันคุ้นเคยกับทุกตารางนิ้ว
ของเกาะเต่า สภาพภูมิประเทศที่เลื่อนผ่านใต้ฝ่าเท้าพวกมันอย่างรวดเร็ว
ช่วยบ่งบอกตำแหน่งของพวกมันอยู่ตลอดเวลา และแล้วพวกมันดวงตา
พลันทอประกายเจิดจ้า!
เสียงกรีดฝ่าอากาศยังคงกระหึ่มก้องอยู่ในสองหู!
ทว่าในเวลานี้ สมาธิจิตใจของพวกมันจดจ่อรวมรั้งอย่างไม่เคยเป็นมา
ก่อน!
เนินเขาเล็ก ๆ ที่ไม่โดดเด่นสะดุดตาวาบผ่านใต้ฝ่าเท้าของพวกมันไป
ขบวนของม้าฝานดวงตาลุกวาวจ้า พลังปราณทั่วร่างสะท้านสั่นไหว
ความเร็วสูงสุดของพวกมัน ถึงกับเร่งเร็วขึ้นกว่าเดิมอีกส่วนหนึ่ง!
เป็นจังหวะนี้เอง!
ทันใดนั้นบนท้องฟ้าเหนือศีรษะพวกมัน ลำแสงสายหนึ่งสว่างวาบ!
ลำแสงเจิดจ้าบาดตาสายนี้ เป็นเหตุให้ทุกสิ่งทุกอย่างในสายตาพวก
มันกลายเป็นสีขาวพร่าง พวกมันบังคับตัวเองให้อดทนต่อลำแสงบาดตา
นั้น ยังคงรักษาความเร็วสุดขีด เหินทะยานต่อไปไม่หยุดยั้ง!
ปราณกระบี่กว้างเท่าบานประตูสายหนึ่งเฉียดผ่านร่างม้าฝานไป
เพียงเส้นยาแดงผ่าแปด บันดาลให้มันขนหัวลุกชี้ชัน!
นี่คือสัญญาณ!
ม้าฝานคล้ายตกอยู่ท่ามกลางพายุปราณกระบี่มหึมาอย่างฉับพลัน
เสียงคำรามกระหึ่มของปราณกระบี่ดังก้องอยู่ในสองหูของมัน! ปราณ
กระบี่สะท้านขวัญกระชากวิญญาณ วาบผ่านข้างกายไม่ขาดสาย ทำให้มัน
ต้องสั่นสะท้านขึ้นทุกครั้ง!
เหล่านี้คือปราณกระบี่ยักษ์ที่เกิดจากสามคลื่นพิฆาต ใช้ต่อกรกับ
เป้าหมายขนาดใหญ่และยอดยุทธ์โดยเฉพาะ!
ปราณกระบี่แต่ละเล่ม ก่อกำเนิดขึ้นจากเซียนกระบี่สามคนประสาน
พลังเป็นหนึ่งเดียว!
พริบตาดุจประกายไฟ ปรากฏปราณกระบี่มหึมาหนึ่งร้อยเล่มสาดพุ่ง
มาจากทุกทิศทาง ผนึกรวมกันเป็นห่าพิรุณมหายักษ์ ถล่มใส่พื้นที่สามจั้ง
รอบกายเถียนเหิงปอกับอีกสองจินตันอย่างหักโหม
ตูมตูมตูม!
หนึ่งร้อยปราณกระบี่มหึมาพกพาพลังสภาวะแกร่งกร้าวเหลือ
ประมาณ กระแทกชนกันสุดแรงพลัง!
กระแทกปะทะ ถล่มทลาย แตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ แล้วระเบิดดัง
สนั่นลั่นโลก!
แสงสว่างเจิดจ้ากว่าแรงระเบิดเมื่อครู่มาก คลื่นเสียงมหึมาหอบพา
เศษเจตจำนงกระบี่มากมายนับไม่ถ้วน กวาดซัดไปทุกทิศทาง ไม่ว่าผ่านไป
ยังที่ใด ล้วนกระหน่าซัดใส่ผู้คนจนสมองขาวว่างเปล่า เช่นเดียวกันกับ
ดวงตาที่เห็นแต่แสงขาวเจิดจ้าคลุมฟ้า!
ทั่วทั้งสนามรบตกอยู่ในความเงียบสงัดดุจป่าช้า!