สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 472 ทัพถล่มดั่งภูผาทลาย
ไม่ว่าคนของฝ่ายใด เมื่อชมดูภาพอันน่าประหวั่นพรั่นพรึงนี้ ล้วนตก
ตะลึงพรึงเพริดอยู่กับที่!
นี่เป็นปฏิบัติการอันสมบูรณ์แบบ!
ไม่ว่าจะเป็นหน่วยของม้าฝานที่ทำหน้าที่หลอกล่อชักจูงศัตรู หรือ
สามร้อยเซียนกระบี่ที่เหินวนมาจากทุกทิศทาง รับหน้าที่ลงมือลอบจู่โจม
อย่างเงียบเชียบ รวมถึงการถักประสานปราณกระบี่ยักษ์หนึ่งร้อยเล่มดุจ
ร่างแหอันแน่นขนัด ระหว่างปราณกระบี่แต่ละเล่มแทบจะเว้นช่องว่าง
เพียงเท่าเส้นผมเท่านั้น ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ!
เมื่อปราณกระบี่มหึมาหนึ่งร้อยเล่มที่จดจ่อรวมรั้งถึงที่สุด แตกระเบิด
ขึ้นในพื้นที่เล็ก ๆ เพียงสามจั้ง พลังทำลายล้างนั้นน่าสะพรึงกลัวสุดเปรียบ
ปาน พวกเถียนเหิงปอสามจินตัน มีอยู่สองจินตันที่ไม่ทันมีปฏิกิริยาใด ถูก
ระเบิดเป็นผุยผงในชั่วพริบตาเดียว!
อีกหนึ่งจินตันที่เหลือจากสามคนกระเสือกกระสนออกมาในสภาพ
เลือดเนื้อเลอะเลือน แทบแยกไม่ออกว่าเป็นผู้ใด
ถึงตอนนี้ผู้คนเพิ่งฟื้นสติจากการระเบิดครั้งมโหฬาร ปฏิกิริยาระหว่าง
ทั้งสองฝ่ายแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ศิษย์ตระกูลเถียนมีสีหน้างงงวย เหตุการณ์เปลี่ยนพลิกอย่างกะทันหัน
ราวกับค้อนใหญ่หวดฟาดกลางแสกหน้า หัวหมุนงุนงงจนปากอ้าตาค้าง!
หลายคนยังไม่ทันรู้สึกตัวด้วยซ้าว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น ส่วนบรรดาผู้ที่มี
สายตาแหลมคมรู้สึกสมองลั่นอึงอล กลายเป็นขาวว่างเปล่าไปหมด!
จากนั้นก็ตามมาด้วยใบหน้าเขียวคล้า!
สำหรับม้าฝานกับพวก แม้ว่าการจู่โจมสังหารครานี้พึ่งพาโชควาสนา
เป็นส่วนใหญ่ เกรงว่าไม่อาจกระทำซ้าเป็นหนที่สอง แต่ก็ช่วยเพิ่มพูนขวัญ
กำลังใจอีกอักโข ม้าฝานกับเว่ยหยานเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นอย่างเปี่ยม
ล้น ร่องรอยขลาดกลัวที่เกิดจากการที่ไม่มีแม่นางน้อยพลันมลายหายไป
จนหมดสิ้น!
เซียนกระบี่ค่ายจูเชวี่ยบางคนใบหน้ายังทอแววเหลือเชื่อ แผนการที่
พวกมันวางแผนเองและลงมือดำเนินการด้วยตัวเอง ถึงกับลอบจู่โจม
สำเร็จ เชือดจินตันสองคนในคราเดียว!
ในสนามรบขนาดเล็กและปิดตาย การตายของสองจินตันสามารถ
เปลี่ยนแปลงหลายสิ่ง
ภายใต้ปฏิบัติการสมบูรณ์แบบนี้ การซุ่มจู่โจมสังหารถือเป็นสัญญาณ
เปิดม่านการตอบโต้เต็มรูปแบบของค่ายจูเชวี่ย!
ขณะที่ศิษย์ตระกูลเถียนยังมีสีหน้าไม่รู้เรื่องรู้ราว บนท้องฟ้าพลัน
ท่วมท้นไปด้วยเสียงกระบี่คำรามกระหึ่ม ประหนึ่งเสียงทวงวิญญาณจาก
ขุมนรก กึกก้องกัมปนาทขึ้นอย่างพร้อมเพรียง!
เกาะเต่ามีขนาดใหญ่โตมโหฬาร ช่วยให้เหล่าวิหคเพลิงแห่งค่ายจู
เชวี่ยสามารถเริงรำในสนามรบที่กว้างใหญ่ ดังนั้นพวกมันเร่งความเร็วขึ้น
ไม่หยุดยั้ง บุกทะลวงสังหารอย่างดุดัน! ฝ่ายหนึ่งสับสนงุนงง อีกฝ่ายขวัญ
กำลังใจพลุ่งพล่าน สนามรบอันโกลาหลวุ่นวาย ทันใดนั้นกลับกลายเป็น
การเข่นฆ่าสังหารแต่ฝ่ายเดียว
โลหิตฉีดพ่นละเลงท้องฟ้า เสียงแหวกฝ่าอากาศคำรามก้องไม่หยุดยั้ง
ผู้คนผงะร่วงลงไม่ขาดสาย
ศิษย์ตระกูลเถียนหลายคนตั้งสติเตรียมรับมือ แต่เมื่อทั้งสองฝ่ายเข้า
ปะทะหักหาญอย่างซึ่งหน้า พวกมันกลายเป็นหัวใจเย็นเฉียบ!
ในมือกวัดแกว่งกระบี่ผลึกทองระดับห้า สวมใส่ชุดเกราะแสงเย็น
วิญญาณฟ้าระดับสี่ เผชิญหน้ากับศิษย์ตระกูลเถียนที่ส่วนมากสวมใส่ชุด
เกราะปราณระดับสาม เหล่าเซียนกระบี่แห่งค่ายจูเชวี่ยดูคล้ายคหบดีมั่ง
คั่งกำลังโถมเข้าทุบตีอันธพาลน้อยข้างถนน! เมื่อต้องปะทะหักหาญกับ
เซียนกระบี่ที่เพียบพร้อมด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์เช่นนี้ ย่อมบันดาลให้ผู้คน
รู้สึกหมดหวังจากก้นบึ้งของหัวใจ!
กระบี่ของผู้อื่นหากไม่ฆ่าพวกมันในกระบี่เดียว ก็ทำให้พวกมัน
บาดเจ็บหนักหนาสาหัส แต่หากพวกมันคิดสร้างความเสียหายให้แก่ศัตรู
บ้าง เหล่าศิษย์ตระกูลเถียนจะต้องโจมตีถึงสามครั้งซ้อน! แต่หากกล่าวว่า
ลำพังความห่างชั้นของอาวุธเวทยังไม่เพียงพอจะเหยียบย่าความอาจหาญ
ของพวกมันจนราบคาบได้ เช่นนั้นความต่างชั้นอย่างใหญ่หลวงของ
ยุทธวิธีการรบ ก็เป็นสิ่งที่ทำให้ความสิ้นหวังแผ่กระจายไปทั่วร่างของพวก
มัน
เซียนกระบี่แห่งเกาะเต่าประดุจฝูงสุนัขป่าที่โหดเหี้ยมและเจ้าเล่ห์
พวกมันไม่เคยไปไหนมาไหนเพียงลำพัง แต่จับกลุ่มสามคนห้าคนอยู่
ตลอดเวลา แม้ว่าศัตรูจะตัวคนเดียว พวกมันยังคงใช้สามคนห้าคนเข้ากลุ้ม
รุมสังหาร หากพวกมันพบพานศัตรูเข้มแข็ง หน่วยทัพเล็ก ๆ ที่กระจัด
กระจายเหล่านี้จะพลันไหลบ่ามาจากทุกทิศทุกทาง ผนึกรวมตัวกันอย่าง
คล่องแคล่วว่องไว แล้วบุกทะลวงอย่างเกรี้ยวกราด!
การบุกทะลวงของพวกมันดุเดือดอำมหิตสุดประมาณ ทั้งยังไม่รู้จัก
เหน็ดเหนื่อย ลำแสงกระบี่ของพวกมันแหลมคมเหลือคณา ไม่มีผู้ใด
สามารถขวางรั้งได้ พวกมันทั้งยะเยียบเย็นชา ทั้งไร้เมตตาปราณี เป็น
ระเบียบเรียบร้อย ผ่านการฝึกปรือมาอย่างเข้มงวด ทั้งยังแตกฉานยุทธวิธี
พวกมันประหนึ่งผีร้ายที่ผุดขึ้นจากไฟนรกอันน่าสะพรึงกลัว กอรปด้วย
กลิ่นอายแห่งความตายอย่างแรงกล้า!
ฟากฟ้าคล้ายถูกย้อมเป็นสีแดงฉาน ด้วยโลหิตที่สาดพุ่งปะทุไปทั่ว
สนามรบ ปราณกระบี่เย็นเยียบตัดไขว้ประสานไม่หยุดยั้ง ดุจดั่งบุปผาเบ่ง
บานอย่างงดงามในยามที่ชีวิตปลิดปลิวออกจากร่าง
การตอบโต้ที่ไร้ประสิทธิภาพของเหล่าศิษย์ตระกูลเถียน ถูกคลื่นแสง
กระบี่ไร้ที่สิ้นสุดกลืนกินลงไปอย่างหมดจดสมบูรณ์
เถียนห่าวริมฝีปากสั่นระริก ทั้งร่างสั่นเทาอย่างสุดจะระงับยับยั้ง
ท้องฟ้าเต็มไปด้วยเสียงกระบี่แหวกทะลวงอากาศ ประหนึ่งนกฮูกนับ
ไม่ถ้วนคำรามเสียงต่าพร้อมกัน ถึงกับบังเกิดความรู้สึกว่ามันกำลังจะถูก
ฉีกเป็นชิ้น ๆ ในชั่วอึดใจข้างหน้า! มันไม่ใช่สามเณรมือใหม่ แต่เป็นกองพัน
ชั้นสูงที่ผ่านศึกมาอย่างโชกโชน
แต่เวลานี้มันยังคงสั่นสะท้านไปทั้งร่างอย่างไม่อาจควบคุมตัวเอง!
มันยังทราบดีว่าสุ้มเสียงสะท้านขวัญวิญญาณจากกระบี่ของศัตรู เป็น
สิ่งที่สร้างขึ้นอย่างจงใจ ด้วยการลดระดับการควบคุมพลังปราณ แต่มัน
ยังคงหวาดกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ!
มันไม่เคยคาดคิด ว่าจะมีวันที่ต้องประจันหน้ากับศัตรูที่น่าพรั่นพรึง
ถึงเพียงนี้!
ลำพังอาวุธเวทกับกระบี่บินที่ชวนให้ผู้คนอิจฉาริษยายังไม่เพียงพอ
จะพิชิตนักรบที่ผ่านศึกมานับร้อยเช่นมันได้ เถียนห่าวเคยสังหารศัตรูที่มี
อาวุธยุทโธปกรณ์แข็งแกร่งกว่ามันมาไม่น้อย แต่ศัตรูขบวนนี้บัดเดี๋ยว
รวมตัว บัดเดี๋ยวกระจายออกไป ทั้งปุบปับฉับพลันและไร้ร่องรอยให้สืบ
สาว ยากหยั่งคำนวณโดยแท้ การบุกทะลวงแต่ละครั้งทั้งเฉียบขาดและ
ดุดัน พวกมันไม่ว่าตกอยู่ในสถานการณ์ได้เปรียบหรือเสียเปรียบ ก็ยังคง
รักษารูปขบวนทัพค่ายกลเล็ก ๆ ของพวกมันเอาไว้เสมอ พวกมันไม่ต่าง
จากเครื่องจักรกลไกที่รู้จักเพียงเข่นฆ่าสังหาร ไม่เคยวอกแวกหรือมือไม้
อ่อน และไม่เคยกระทำผิดพลาดแม้แต่ครั้งเดียว!
ไม่มีสิ่งใดน่าสะพรึงกลัวหรือทำให้เถียนห่าวสิ้นหวังมากไปกว่านี้อีก
แล้ว!
จู่ ๆ มันก็รู้สึกว่าตระกูลเถียนโง่บัดซบยิ่ง ไฉนตอแยศัตรูที่ร้ายกาจกว่า
พวกมันมากมายถึงเพียงนี้?
ฝนลำแสงกระบี่เบ่งบานกลางนภา กวาดผ่านแผ่นฟ้าประหนึ่งหวีสาง
เส้นผมในหอห้อง ศัตรูที่อยู่ภายใต้ห่าพิรุณลำแสงกระบี่ ไม่ว่าต่อต้านแข็ง
ขืนสักเท่าใด ยังคงเปราะบางไม่ต่างอันใดจากฟองอากาศ เพียงกระทบถูก
ก็ย่อยยับอัปราในบัดดล
ฝ่ายหนึ่งเมื่อช่วงชิงเป็นฝ่ายมีเปรียบอย่างท่วมท้น จังหวะการต่อสู้
พลันกระชั้นเร่งร้อนขึ้นทันที!
จินตันคนที่สามในที่สุดไม่อาจรักษาชีวิตเอาไว้ได้ ร่วงลิ่วลงไปดุจ
กระสอบทรายเก่าใบหนึ่ง!
ตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงบัดนี้ หกจินตันเป็นเป้าหมายสำคัญที่ค่ายจูเชวี่ย
คิดปลิดชีวิต จินตันผู้นี้หลังจากได้รับบาดเจ็บสาหัส ยังถูกเซียนกระบี่ค่ายจู
เชวี่ยหนึ่งร้อยห้าสิบคนโอบล้อมกลุ้มรุม ผลลัพธ์มีเพียงร่างแหลกเละพลัง
ปราณสูญสิ้น ทอดร่างเป็นซากศพราวกับสุนัขข้างถนนตัวหนึ่ง
ไม่ต้องเอ่ยถึงบรรดาลูกหลานตระกูลเถียนแล้ว ยามนี้กระทั่งสามจิน
ตันที่เหลือรอดยังแตกตื่นจนขวัญหนีดีฝ่อ สามจินตันกลับถูกฆ่าตาย
ติดต่อกันในช่วงระยะเวลาอันกระชั้นสั้น การต่อสู้ที่ดุเดือดรุนแรงถึงเพียง
นี้ พวกมันไม่เคยประสบพบเจอมาก่อน
น่ากลัวเกินไปแล้ว!
พวกมันในเมื่อเป็นจินตัน สายตาย่อมต้องแหลมคมกว่านักรบทั่วไป
ทราบดีว่ากระบี่บินสีทองในมือของเซียนกระบี่ฝ่ายศัตรูมีระดับสูงล้าจนน่า
ตระหนก ทรงพลานุภาพมากกว่ากระบี่บินระดับสี่ที่โดดเด่นที่สุดเสียอีก!
ตัวตนที่แข็งแกร่งยิ่งกว่ากระบี่บินระดับสี่ที่ร้ายกาจที่สุด เช่นนั้น
สมควรเป็นระดับใดเล่า?
มองไปยังกระบี่บินสีทองจำนวนมากมายมหาศาล พวกมันไม่กล้าคิด!
หนี!
ทัพถล่มดั่งภูผาทลาย เหล่าศิษย์ตระกูลเถียนไม่หลงเหลือความกล้า
หาญใดอีก ล้วนแตกพ่ายไม่เป็นขบวน กระจัดกระจายหลบหนีดุจสุนัข
สูญเสียเจ้าของ พวกมันเพียงคิดหลบหนีออกจากสถานที่ที่น่าสยดสยองนี้
โดยเร็วที่สุด พวกมันไม่ได้ต่อสู้แข็งขืนแม้แต่น้อย เนื่องเพราะการต่อต้าน
แข็งขืน จะส่งผลกระทบต่อความเร็วในการหลบหนีของพวกมัน
ในใจพวกมันมีเพียงความคิดเดียว
หนี! หลบหนีให้เร็วที่สุด!
กฎบ้านอันใด ระเบียบวินัยอันใด เวลานี้พวกมันล้วนขว้างทิ้งไปหมด
ไม่ทราบเริ่มต้นจากที่ใด แต่ยามนี้ขบวนทัพของพวกมันถล่มล่มดุจภู
ผาทลายจริง ๆ! ผู้คนทั้งหมดร่าร้องตะโกนอย่างขวัญเสีย จากนั้นหันหลัง
หลบหนีเอาชีวิตรอด!
กองพันเถียนเยี่ยที่ตะลีตะลานติดตามเข้ามาในเกาะ พอดีปะทะกับ
ฝูงชนที่กำลังหนีตายเหล่านี้อย่างถนัดถนี่!
เถียนเยี่ยสีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นปั้นยาก!
บรรดานักรบของมันที่ด้านหน้าสุดเริ่มปั่นป่วนรวนเร เห็นไพร่พลร่วม
ตระกูลที่แตกพ่ายเหล่านั้น พากันโถมร่างเข้ามาในกองพันของพวกมันราว
เสียสติ สำหรับเหล่าศิษย์ตระกูลเถียนที่สูญเสียความคิดต่อสู้ไปหมดสิ้น ใน
ความเข้าใจของพวกมัน ขอเพียงพวกมันอยู่ใกล้กับกองทัพร่วมตระกูล
มากเท่าใด พวกมันยิ่งมีโอกาสรอดชีวิตมากเท่านั้น
ฝูงทหารแตกทัพประหนึ่งคลื่นยักษ์ถาโถม ถล่มทับใส่กองพันเถียน
เยี่ยโดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น
“อย่าทำลายขบวนทัพ… …” เถียนเยี่ยร้องตวาดอย่างรุ่มร้อน แต่แล้ว
ทันใดนั้นต้องม่านตาเบิกกว้าง สุ้มเสียงขาดหายไปกลางคัน
ปราณกระบี่!
มืดฟ้ามัวดินไปหมด!
เห็นคลื่นปราณกระบี่พิโรธมากมายสุดคนานับ ติดตามไล่หลังเหล่า
ทหารแตกทัพมาอย่างกระชั้นชิด มุ่งเป้ามายังกองพันเถียนเยี่ยของมัน!
เถียนเยี่ยถลึงตาอย่างเดือดดาล แต่ความคิดจิตใจยังคงกระจ่างชัดดุจ
เดิม มันทราบดีว่ายามนี้หากลังเลแม้แต่น้อย กองทัพของมันจะพินาศตาม
ไปด้วย ดังนั้นแผดเสียงตวาดอย่างดุดัน “ฆ่า!”
กองพันเถียนเยี่ยเคยเดินทางไปทำศึกยังมหานครนภาโลหิตมาแล้ว
ประสบการณ์ต่อสู้เหนือล้ากว่ากองทัพทั่วไปมาก นักรบกองพันเถียนเยี่ย
แม้ไม่อาจหักใจได้ แต่พวกมันก็ทราบดีแก่ใจ ว่าหากขบวนทัพค่ายกลของ
พวกมันถูกพี่น้องร่วมตระกูลก่อกวนจนพังทลาย จากนั้นพวกมันล้วนกอด
คอกันตายทั้งหมดแล้ว!
พวกมันสองตาแดงก่า แต่ยังคงขู่คำรามสุดเสียง “ฆ่า!”
เหล่าศิษย์ตระกูลเถียนไหนเลยจะคาดคิด ว่ากองพันเถียนเยี่ยจะลง
มือกับพวกมัน ในความแตกตื่นและไม่ทันระวัง เห็นโลหิตฉีดพ่นพร่างฟ้า
ศิษย์ตระกูลเถียนเจ็ดสิบกว่าคนถูกพี่น้องร่วมตระกูลสังหารทิ้งในดาบ
เดียว!
กระบวนท่านี้ของเถียนเยี่ยนับว่าโหดเหี้ยมดุดัน แต่ได้ผลดีเยี่ยม เผย
ประกายความเด็ดเดี่ยวเฉียบขาดของยอดแม่ทัพบัญชาการศึกระดับเงิน
อันเด่นล้าออกมา
แต่มันหารู้ไม่ว่าภายใต้ตำแหน่งตั้งทัพของพวกมัน มีอีกกองกำลังหนึ่ง
ซุ่มรอพวกมันอย่างเงียบเชียบ!
ความสนใจของทุกผู้คนถูกดึงดูดไว้ด้วยห่าพิรุณลำแสงปราณกระบี่
พร่างฟ้าที่ทั้งเจิดจ้าและงดงามตระการ กลุ่มของซู่หลงที่ปรากฏกายขึ้น
อย่างเงียบ ๆ จึงไม่ดึงดูดความสนใจใด ๆ
องครักษ์ทุกข์ยากสามร้อยคนที่เพิ่งครอบครองศาสตรามาร ยืนนิ่ง
เงียบงันดุจรูปปั้น
ซู่หลงจับจ้องมองท้องฟ้าอย่างเย็นชา ใบหน้าสง่างามสงบเยือกเย็น
แม้ซู่หลงไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นแม่ทัพบัญชาการศึก แต่มันได้รับการสอนสั่ง
จากผูเยาโดยตรง ในด้านความแหลมคมของดวงตาย่อมไม่มีขาดตก
บกพร่อง ผูเยาเคยคิดจะเพาะสร้างซู่หลงเป็นแม่ทัพบัญชาการศึก แต่น่า
เสียดายที่วิถีทางแห่งแม่ทัพอสูรกับแม่ทัพปิศาจแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
อาศัยฝีมือบัญชาการอันสูงส่งของผู้เยา ยังไม่มีปัญญาสอนสั่งซู่หลงให้
กลายเป็นแม่ทัพปิศาจได้
ผู้ที่สามารถรับสัมผัสถึงพลังสังขารของสหายได้อย่างง่ายดาย เกรงว่า
คงมีเพียงตัวประหลาดเช่นจั่วม่อเท่านั้น
แต่ในด้านความรอบรู้และความสามารถในการประเมินสถานการณ์ที่
แม่ทัพบัญชาการศึกผู้หนึ่งพึงมี ซู่หลงก็ไม่ได้ขาดตกบกพร่องไป ย่อมเห็น
ได้ถนัดตาว่ากองทัพของม้าฝานกำลังช่วงชิงเป็นฝ่ายมีเปรียบ ค่ายเว่ยค่าย
จูเชวี่ยแม้ชมชอบประชันขันแข่ง แต่นั่นเกิดจากความจงใจของซู่หลงกับ
ม้าฝานเอง ซู่หลงล่วงรู้ถึงขีดความสามารถในการต่อสู้ของค่ายจูเชวี่ยอย่าง
ลึกซึ้ง มันทราบว่าค่ายจูเชวี่ยเมื่อช่วงชิงเป็นฝ่ายมีเปรียบ เช่นนั้นจุดจบ
ของการต่อสู้ก็อยู่ไม่ไกลเท่าใดแล้ว
ดังนั้นมันยังไม่ลงมือ เพียงหลบซ่อนตัวอย่างมิดชิด เฝ้ารอโอกาสลง
ดาบประหารใส่บรรดาไพร่พลแตกทัพอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
แต่เมื่อมันเห็นกองพันเถียนเยี่ยเข้ามาช่วยเหลือ ก็พลันเปลี่ยนใจ
ทันที หากหยิบยืมคำพูดของเหล่าป่านมาใช้บรรยาย ต้องบอกว่ามันพบ
เจอแพะอ้วนเข้าแล้ว!
เมื่อเกิดมาเป็นทาสฝึกตน ความอดทนอดกลั้นของซู่หลงเกินกว่าที่
ผู้ใดจะคาดคิดไปถึง มันอดทนเฝ้ารอโอกาสอย่างใจจดใจจ่อ
จวบกระทั่งชั่วพริบตานี้!
“ฆ่า!”
ชั่วพริบตาที่กองพันเถียนเยี่ยลงมือเข่นฆ่าพี่น้องร่วมตระกูลเพื่อ
หยุดยั้งสถานการณ์ ซู่หลงพลันตวาดอย่างดุดัน ง้าวทมิฬดำแทงทะลวงขึ้น
สู่ท้องฟ้า!
หมอกดำที่ห้อมล้อมรอบง้าวทมิฬดำ พลันก่อตัวเป็นเงาง้าวยาวสาม
จั้ง พุ่งแหวกฝ่าอากาศทะยานขึ้นกลางเวหาอย่างเกรี้ยวกราด!
“ฆ่า!”
องครักษ์ทุกข์ยากสามร้อยคนตวาดอย่างพร้อมพรัก ศาสตรามารใน
มือพวกมันจู่โจมออกอย่างสุดกำลัง!
เงาหมอกดำทมิฬก่อเกิดเงาศาสตราที่ผิดแผกแตกต่างสามร้อยเล่ม
แผดเสียงแหลมยาวดุจอีกากรีดร้อง พุ่งทะยานขึ้นจู่โจมกองพันเถียนเยี่ย
บนท้องฟ้า!
หมอกดำที่เหล่าองครักษ์ทุกข์ยากปลดปล่อยออกไป พลันผสานรวม
เป็นแผ่นผืน ม้วนคลั่งพลุ่งพล่าน นี่ย่อมเป็นค่ายกลปิศาจสังหารภูตอีกา!
เงาง้าวทมิฬดำของซู่หลงราวกับตะปูเหล็กขนาดยักษ์ ทิ่มทะลวงเข้า
ไปในกระบวนทัพของกองพันเถียนเยี่ย เพียะ ท่ามกลางเสียงระเบิดดัง
สะท้านใจ เงาง้าวแตกกระจาย กลายเป็นกลุ่มหมอกดำหนาแน่น
ครอบคลุมใส่เซียนนักรบของกองพันเถียนเยี่ยหลายสิบคน
เงาศาสตราสามร้อยเล่มที่ติดตามมาถึงพลันแตกระเบิดอย่างพร้อม
เพรียง กลายเป็นม่านหมอกดำหนาทึบ ปกคลุมกองพันเถียนเยี่ยกว่าครึ่ง
ขบวนทัพ!
กองพันเถียนเยี่ยเดิมทีตระเตรียมรับมือห่าฝนปราณกระบี่ที่มุ่งใกล้
เข้ามา แต่แล้วบังเกิดเหตุเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน เป็นเหตุให้ความ
สับสนอลหม่านแผ่กระจายไปทั้งขบวนทัพ กลายเป็นเสียขบวนรวนเร
ขึ้นมา
เถียนเยี่ยทั้งตระหนกทั้งเดือดดาล มันเองก็ถูกหมอกดำปกคลุมเอาไว้
กระทั่งนิ้วมือตัวเองยังมองไม่เห็น
ชั่วร้ายยิ่ง! การต่อสู้มาถึงขั้นนี้แล้ว ยังจะใช้เวทวิชาปิดบังวิสัยทัศน์
ของพวกมันอีก คนเหล่านี้ช่างชั่วร้ายโดยแท้!
ทั้งตระหนกทั้งเดือดดาล เถียนเยี่ยแผดร้องดังสนั่น “ป้องกันเต็ม
กำลัง! เตรียมรับมือปราณกระบี่!”
ในเวลานี้เอง หมอกดำที่ดูคล้ายไม่มีพิษมีภัย มีไว้เพียงเพื่อบดบัง
สายตาของศัตรูเท่านั้น กลับสยายเขี้ยวเล็บของพวกมันออกมาในบัดดล!