สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 482 นกป่าเถื่อน
จั่วม่อเมื่อมาถึงปากถ้า พลันได้ยินเสียงกรีดแหลมดังสะท้อนก้องอยู่
ภายในถ้า ต้องสีหน้าแปรเปลี่ยนในบัดดล
นกโง่!
มันโถมทะยานเข้าไปอย่างไม่รีรอลังเล!
พุ่งดิ่งเข้าไปในถ้า แสงสว่างกลายเป็นสลัวเลือนรางลง แต่สำหรับ
จั่วม่อยังคงสว่างไสวราวกับแสงแดดเที่ยงวัน เห็นบนพื้นถ้าสุมซ้อนด้วย
ซากแมลงหนาเป็นชั้น ๆ แต่ยามนี้มันไม่เหลือบมองสักแวบ เหินลิ่วเข้าไป
ในส่วนลึกของถ้าดุจสายฟ้าแลบ
ชั่วอึดใจให้หลัง จั่วม่อพบเห็นนกโง่ ค่อยคลายใจลงส่วนหนึ่ง
นกโง่กำลังเผชิญหน้ากับแมลงมหึมาตัวหนึ่ง!
ในมุมถ้าที่อยู่ใกล้ ๆ เห็นสือผิ่นถือกระบี่กระชับแน่น ทว่ากำลังหอบ
หายใจหนัก ๆ เห็นได้ชัดว่าอยู่ในสภาพหมดสิ้นเรี่ยวแรง
รอจนจั่วม่อหันเหความสนใจจากนกโง่กับสือผิ่นไปยังแมลงยักษ์ตัว
นั้น อดไม่ได้ต้องสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บ แมลงมหึมาตัวนี้ตระหง่าน
ง้าดุจขุนเขาย่อม ๆ ทั้งร่างปกคลุมด้วยเปลือกเกราะดำ ดูแข็งแกร่งทนทาน
เป็นที่สุด ส่วนขายาวผิดธรรมดาคล้ายขาแมงมุม แต่ละข้างทั้งหยาบหนา
ทั้งแกร่งกร้าว เห็นแท่งหนามยาวที่โค้งเล็กน้อยงอกเรียงรายเป็นแถวเป็น
แนวอยู่บนลำขา บันดาลให้ท่อนขายาว ๆ เหล่านั้นดูคล้ายปกคลุมไปด้วย
ฟันเขี้ยว จั่วม่อเชื่อเหลือเกิน ไม่ว่าขาข้างใดหากกวาดถูกเป้าหมาย เกรงว่า
เลือดเนื้อผิวหนังคงถูกฉีกขาดสะบั้นในคราเดียว!
ส่วนปลายเท้าเป็นหนามกระดูกตะขอจิกแน่นติดพื้น ภายใต้กรงเล็บ
อันร้ายกาจนี้ หินแกร่งถูกเจาะลงไปอย่างง่ายดายไม่ต่างจากพื้นโคลน
เหลว
แมลงยักษ์สองตาสีแดงฉานน่าขนลุก จับจ้องมองดูนกโง่ตาเขม็ง พลัง
สภาวะอันดุร้ายรุนแรงแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายเน่าเปื่อยผุสลายชนิดหนึ่ง
แผ่ซ่านออกมาจากร่างมันไม่ขาดสาย
จั่วม่อไม่เคยคาดฝันมาก่อนว่าสัตว์อสูรอันตรายเช่นนี้จะอาศัยอยู่บน
เกาะของมัน!
ในเวลานี้เอง นกโง่พลันลงมือ!
ในสายตาของจั่วม่อ เห็นภาพติดตาพุ่งวาบดุจสายฟ้าฟาดกลาง
อากาศ รวดเร็วเสียจนมองตามไม่ทัน!
เคล้ง!
เสียงปะทะดังแหลมสูงคล้ายเหล็กกล้ากระแทกใส่กัน!
ในความมืดมน เห็นประกายไฟแลบลั่นเป็นทางยาว!
แมลงมหึมาไม่ใช่สัตว์อสูรทั่วไป มีปฏิกิริยาฉับไวผิดธรรมดา สองขา
หน้ายกขึ้นป้องกันส่วนหน้าอย่างฉับพลัน ไม่เปิดเผยช่องว่างรอยโหว่ใด ๆ
เปลือกเกราะแข็งบนร่างของมันก็แกร่งกร้าวทนทานเหนือธรรมดา
กรงเล็บของนกโง่ที่สามารถเจาะทะลวงอาวุธเวทอย่างง่ายดาย กลับไม่
สามารถทำอย่างไรกับเกราะแข็งนี้ได้
นกโง่เห็นได้ชัดว่าถูกความแข็งกระด้างของศัตรูกวนใจจนบันดาล
โทสะ ท่ามกลางเสียงขู่คำรามแหลมยาว นางพลันกางปีกแผ่กว้าง ดวงตา
คล้ายลุกไหม้ด้วยแสงสีแดงฉาน ส่องสะท้อนจะงอยปากจนกลายเป็นสี
แดงสด ประหนึ่งย้อมด้วยหยดโลหิต!
ทันใดนั้นนางสะบัดปีกวูบ ร่างสาดพุ่งเร็วยิ่งกว่าสายฟ้าฟาด!
เคล้ง!
ประกายไฟแลบลั่นปะทุแรงกว่าเดิม เบ่งบานกลางอากาศดุจดอกไม้
ไฟระเบิด!
แมลงยักษ์เห็นได้ชัดว่าไม่อาจยืนหยัดต้านทานได้ ถูกกระแทกถอย
หลังไปครึ่งจั้ง แผ่นหินใต้ฝ่าเท้าแตกกระจายเป็นทางยาว
ภายใต้สภาวะฆ่าฟันพลุ่งพล่านทะยานฟ้า นกโง่โหมจู่โจมอย่างเกรี้ยว
กราด!
เคล้ง เคล้ง เคล้ง!
แมลงยักษ์กระเด็นลิ่วไปอีกรอบ พื้นหินใต้ฝ่าเท้าแตกทลายไม่หยุดยั้ง
ภายใต้การกระแทกถอยร่นติดต่อกันของแมลงยักษ์และการโหมโจมตีเป็น
จักรผันของนกโง่ ถึงกับถูกเหยียบย่าบดขยี้เป็นผุยผง! ยึดถือแมลงมหึมา
เป็นศูนย์กลาง คลื่นแรงกดดันกวาดวาบออกไปทุกทิศทุกทาง!
แมลงยักษ์ร่างทรุดลงอย่างต่อเนื่อง ประหนึ่งเสาไม้แกร่ง ถูกกระหน่า
ตอกลงบนพื้นอย่างบ้าคลั่ง!
มันในที่สุดเผยสีหน้าหวาดหวั่นพรั่นพรึง แต่คิดหลบหนีจากนกโง่ที่
คลุ้มคลั่งไหนเลยง่ายดายดั่งใจนึก! การจู่โจมของนกโง่มาอย่างต่อเนื่อง
และรวดเร็จดุจพายุบุแคม แมลงยักษ์กระทั่งโอกาสหายใจหายคอยังไม่มี
อย่าว่าแต่จะฉวยโอกาสหลบหนี
หากมิใช่เกราะแข็งสุดพิสดารของมัน เกรงว่ามันคงถูกบดขยี้เป็น
ผุยผงไปนานแล้ว
จั่วม่อที่ด้านข้างถึงกับปากอ้าตาค้าง
มันเร่งรุดมาพร้อมกับความตื่นตระหนก คิดกอบกู้สถานการณ์คับขัน
อันตราย แต่เวลานี้ในใจมันหลงเหลือเพียงความคิดเดียว… เจ้าแมลงที่น่า
เวทนานัก!
แน่นอน แม้ว่าจะสังเวชใจ แต่มันย่อมไม่คิดยื่นมือเข้าช่วยเหลือ!
มองเกราะแข็งสุดพิสดารของเจ้าแมลงยักษ์ตัวนี้ มันน้าลายไหลหยด
ย้อยตั้งแต่แรก เกราะที่สามารถยืนหยัดต้านรับการโจมตีอันดุเดือดเลือด
พล่านถึงปานนี้ได้ แน่นอนว่าเป็นสมบัติวิเศษ! หากมันนำแผ่นเกราะนี้ไป
หลอมสร้างเป็นชุดเกราะปราณ เมื่อเผชิญหน้ากับกระบี่บินทั่วไป มันแทบ
ไม่จำเป็นต้องหลบเลี่ยงเสียด้วยซ้า
สมบัติ อา สมบัติวิเศษ!
ในเวลานี้เอง เหตุเปลี่ยนแปลงพลันอุบัติ!
แมลงยักษ์ที่เอาแต่ปิดป้องการโจมตีอยู่ตลอดเวลา ทันใดนั้นอ้า
ปากกว้าง พ่นลูกพลังสีดำออกมา นกโง่ผู้กำลังเมามันจึงไม่ทันระวัง ถูก
กลุ่มพลังงานสีดำกระทบใส่ร่างอย่างถนัดถนี่
นกโง่พลันร่างแข็งทื่อ สูญเสียการควบคุม ล้มคว่าลงกับพื้นทันที!
จั่วม่อผู้กำลังวาดฝันถึงเกราะปราณชั้นเลิศ คาดคิดไม่ถึงว่าเจ้าแมลง
จะมีกระบวนท่าเช่นนี้ เมื่อเห็นสถานการณ์เกิดขึ้นคาตาก็โถมร่างเข้าจู่โจม
ในบัดดล!
แต่กระนั้นที่มันคาดไม่ถึงยิ่งกว่า คือกลับเห็นนกโง่คืบคลานบนพื้น
ประหนึ่งเมาสุรา จากนั้นดีดร่างทะยานขึ้นจากพื้น
จั่วม่อค่อยคลายใจลงเล็กน้อย ดูเหมือนว่านกโง่จะไม่เป็นอะไรมาก
มันหันเหความสนใจไปเพ่งมองแมลงยักษ์ หากเจ้าแมลงมีทีท่าว่าจะจู่โจม
ทำร้ายนกโง่ มันจะลงมือด้วยอำมหิตอย่างไม่ลังเล ทว่าแมลงยักษ์ก็มีท่าที
เหน็ดเหนื่อยอ่อนล้า ดูท่าลูกควันดำเมื่อครู่อาจไม่ใช่ปลดปล่อยออกมาได้
โดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทน
แมลงยักษ์หันมาจ้องมองจั่วม่อตาเขม็ง เปล่งเสียงขู่คำรามอย่างดุดัน
จากนั้นร่างล่าถอยไปช้า ๆ
มันคิดหลบหนี!
จั่วม่อพลันเข้าใจจิตเจตนาของเจ้าแมลงในบัดดล ตัดสินใจลงมือปลิด
ชีวิตมันด้วยตัวเอง!
สมบัติล้าค่าเช่นนี้ จะปล่อยให้หลุดมือไปได้อย่างไร?
ทันใดนั้นเอง เสียงกรีดแหลมสะท้านฟ้าแผดลั่นออกมาจากด้านข้าง
เสียดลึกเข้าไปในโสตประสาท จั่วม่อสีหน้าแปรเปลี่ยน ยกมือขึ้นปิดหูตาม
สัญชาตญาณ! ก้อนหินบนเพดานถ้าเริ่มถล่มร่วงกราวเป็นห่าฝน แมลง
ยักษ์สีหน้าหวาดหวั่นขวัญผวา
นกโง่เริ่มจู่โจมอีกครั้ง!
เช่นเดียวกับครั้งที่แล้ว เจ้าแมลงยักษ์รีบขดตัวเป็นก้อนกลม ใช้ขา
หน้าหลายข้างประสานไขว้ป้องกันส่วนหน้า
แต่แล้วทันใดนั้น ขณะที่จะงอยปากของนกโง่กำลังจะกระทบถูกร่าง
ของแมลงยักษ์ กระบวนท่าแทงทะลวงพลันแปรเปลี่ยนเป็นตวัดฉกอย่าง
พิสดาร!
จั่วม่อเบิกตาค้างแทบถลน สีหน้าประหวั่นพรั่นพรึง เห็นนกโง่คาบร่าง
แมลงยักษ์ที่ตัวโตกว่านางหลายเท่า ตวัดยกขึ้นกลางอากาศอย่างง่ายดาย
ราวกับนกอินทรีใหญ่คาบลูกแกะ!
แมลงมหึมาแตกตื่นจนขวัญหนีดีฝ่อ ขาทั้งหกไขว่คว้ากลางอากาศ
อย่างไม่คิดชีวิต แผดเสียงกรีดร้องไม่ขาดหู ราวกับกำลังวิงวอนขอชีวิต
จั่วม่อคล้ายจะเห็นนกโง่แสยะยิ้มอย่างอำมหิตแวบหนึ่ง นางชูร่าง
แมลงยักษ์ขึ้นสุดล้า ใช้ตัวเองเป็นแกนหมุน เหวี่ยงฟาดแมลงยักษ์อย่าง
ดุดัน!
แมลงยักษ์ประหนึ่งค้อนที่กวัดแกว่งอย่างรุนแรง พลันซัดลิ่วออกจาก
มือ ท่ามกลางเสียงแหวกฝ่าอากาศแหลมสูง ร่างมหึมาฟาดใส่ผนังถ้าดัง
สนั่นลั่นโลก!
ตง!
สุ้มเสียงกึกก้องกัมปนาทสะท้านใจ โถงถ้าสั่นสะเทือน เศษหินร่วง
กราวลงมาจากเพดาน!
จั่วม่อถึงกับบังเกิดความรู้สึกว่าถ้ากำลังจะถล่มทลายลงมา!
ไม่ว่าเปลือกเกราะของมันจะแข็งกระด้างสักปานใด แรงกระแทกสุด
ดุดันอำมหิตครั้งนี้ ยังทำให้แมลงยักษ์สะบัดหัวเร่า ๆ อย่างวิงเวียน ทรุด
พังพาบอยู่ในหลุมหินที่แตกละเอียด ซึ่งเป็นหลุมที่เกิดจากร่างของมันถูก
ฟาดกระแทกลงมาเอง!
ยังไม่ทันจะได้ดิ้นรนลุกขึ้นยืน พลันรู้สึกร่างเบาโหวง
ที่แท้ถูกกระชากร่างลอยขึ้นกลางอากาศอีกรอบ!
แล้วถูกฟาดลงอีกหน!
ตง!
เศษหินกระเด็นถูกร่างจั่วม่อ แต่มันไม่รู้สึกตัวแม้แต่น้อย เนื่องเพราะ
มัวแต่ตะลึงลานอยู่กับภาพเหตุการณ์อันบ้าคลั่งที่อยู่เบื้องหน้า!
นกโง่ในสภาพคลุ้มคลั่งอาละวาด จับร่างแมลงยักษ์กระหน่าฟาดซ้า
แล้วซ้าเล่า เจ้าแมลงที่น่าเวทนาไม่ต่างจากค้อนยักษ์ด้ามหนึ่ง ถูกเหวี่ยง
แล้วฟาด เหวี่ยงแล้วฟาด อย่างไม่หยุดยั้งขาดตอน บัดเดี๋ยวกระแทกใส่พื้น
บัดเดี๋ยวหวดใส่เพดาน บัดเดี๋ยวฟาดใส่ผนังและหินงอกหินย้อย หากมิใช่
ประจักษ์ด้วยสายตาตัวเอง ผู้ใดจะคาดคิดว่าในร่างกายที่ดูคล้ายไม่มี
เรี่ยวแรงกำลังของนกโง่ จะแฝงไว้ด้วยพลังอันน่าสะพรึงกลัวถึงปานนี้!
จั่วม่อสั่นเทาไปทั้งร่าง ในเวลาเดียวกัน สือผิ่นผู้อ้าปากหวออยู่ในมุมก็
สั่นเทาอย่างพร้อมเพรียง
น่ากลัวเหลือเกิน… …
ตง ตง ตง!
ห้าร้อยห้าสิบเอ็ด… … ห้าร้อยห้าสิบสอง… …
ตง ตง ตง!
ผู้คนต่อให้ต้องล่วงเกินจอมมารร้ายที่ฆ่าคนไม่กะพริบตา ก็อย่าได้
ตอแยนกโง่เป็นอันขาด!
นกโง่! นกโง่อันใด! นี่มันนกอำมหิต! นกป่าเถื่อนชัด ๆ!
เปรี๊ยะ!
ร่างแมลงแม้กร้าวแกร่งแข็งกระด้างอย่างวิปริตผิดธรรมชาติ แต่เมื่อ
เทียบกับนกโง่ บอกได้เพียงว่ายังวิปริตผิดธรรมชาติไม่พอ สุดท้ายถูก
กระชากออกเป็นห้าชิ้น!
นกโง่ในที่สุดค่อยเหวี่ยงขาแมลงในกรงเล็บของนางทิ้งอย่างพออก
พอใจ เชิดหน้าแบบนก ๆ ของนางจนสูงชัน เดินนวยนาดด้วยฝีเท้านกออก
จากที่แห่งนั้นไป ในกระบวนการทั้งหมดนี้ไม่ได้ชายตามองจั่วม่อแม้แต่
แวบเดียว
เราเป็นคนใจกว้าง เราจะไม่ถือสาหาความกับนกป่าเถื่อนเจ้า… …
ผู้ที่ไม่ใช่ตัวประหลาดเช่นข้า ถกเถียงกับตัวประหลาดที่ชมชอบใช้
กำลังไปก็ไม่มีประโยชน์!
จั่วม่อหันไปเก็บกวาดซากแมลงยักษ์อย่างสำนึกตัว
เจ้าแมลงที่น่าสังเวช มันมิใช่แค่พ่นควันดำน่ารัก ๆ ออกมาลูกหนึ่ง
เท่านั้นเองหรือ? กลับถูกหวดฟาดจนตาย! น่าเวทนาเหลือเกิน!
“ต้าเหริน! ต้าเหริน! นี่เป็นของชั้นเลิศ! เป็นสิ่งมหัศจรรย์จากสวรรค์!”
กู้หมิงกงถึงกับถูมืออย่างตื่นเต้น สองตาเป็นประกาย จ้องมองซากแมลงห้า
ชิ้นตรงหน้าอย่างลิงโลดยินดี “แมลงใบไม้ศิลาลึกที่ใหญ่โตถึงเพียงนี้
บริวารเพิ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรก! นี่เป็นแมลงราชินีใช่หรือไม่? มิผิด มิผิด
มิผิด! นี่คือแมลงราชินี!”
จั่วม่อทราบว่าแมลงยักษ์นี้เป็นของดี แต่มันไม่รู้จักแมลงชนิดนี้ จึงนำ
กลับมาให้กู้หมิงกงประเมินดู มันเชื่อว่าด้วยภูมิความรู้ของกู้หมิงกงจะต้อง
รู้จักของสิ่งนี้แน่
“แมลงใบไม้ศิลาลึก?”
“แมลงใบไม้ศิลาลึก โดยมากอาศัยอยู่ในถ้าที่ทั้งมืดและลึก พวกมัน
ต้องพึ่งพาอาศัยปราณปฐพีเป็นชีวิตจิตใจ แมลงใบไม้ศิลาลึกปกติจะยาว
เพียงหนึ่งชุ่น เพียงแต่แมลงรังหนึ่งจะมีแมลงราชินีอยู่หนึ่งตัว สำหรับ
แมลงใบไม้ศิลาลึกเหล่านี้ ส่วนที่มีประโยชน์ใช้สอยมากที่สุดคือเปลือก
แข็ง! เปลือกแข็งของมันคือเกราะใบไม้ทองคำดำอันเลื่องชื่อ!”
กู้หมิงกงผู้ตื่นเต้นยินดีบอกกล่าวเร็วปรื๋อ
“เปลือกแข็งรูปใบไม้สีทองคำดำเหล่านี้ แต่ละชิ้นเพียงมีขนาดใหญ่
กว่าใบหลิวเล็กน้อย แต่พลังป้องกันตามธรรมชาติเด่นล้าเป็นพิเศษ เมื่อมี
จำนวนสามร้อยชิ้น อาจสามารถหลอมสร้างเป็นชุดเกราะใบหลิวคลื่นทมิฬ
นั่นเป็นชุดเกราะปราณระดับห้า!”
จั่วม่อหวนคิดถึงซากแมลงที่กองทับถมเป็นกองหนาทึบในถ้า พลัน
ตื่นเต้นยินดีขึ้นมาทันที ซากแมลงมีจำนวนมากมายมหาศาล สมควรมี
มากกว่าหลายแสนชิ้น!
ชุดเกราะปราณระดับห้า!
ขนมเปี๊ยะชิ้นโตที่ร่วงหล่นลงมาจากฟ้านี้ ทำเอาจั่วม่อนิ่งขึงตะลึง
ลานไปนาน!
กู้หมิงกงไม่ทันสังเกตเห็นสีหน้าของจั่วม่อ มันเอาแต่เพ่งมองซาก
แมลงยักษ์ที่อยู่ตรงหน้าด้วยดวงตาร้อนแรง สุ้มเสียงเต็มไปด้วยความ
ลิงโลดและเหลือเชื่อ “ซากแมลงราชินียิ่งเลิศล้ากว่านั้นอีก! อาศัยของสิ่งนี้
บริวารมั่นใจว่าสามารถหลอมสร้างเป็นชุดเกราะปราณระดับหก… ชุด
เกราะปราณระดับหกที่สามารถจัดเข้าสู่ทำเนียบยอดอาวุธเวท! แมลง
ราชินีอันสมบูรณ์แบบถึงเพียงนี้ช่างเหลือเชื่อนัก!”
ชุดเกราะปราณระดับหกที่สามารถจัดเข้าสู่ทำเนียบยอดอาวุธเวท!
จั่วม่อเกือบเป็นลมล้มตึง มันไม่เคยสวมใส่ชุดเกราะปราณระดับหก
มาก่อนเลย!
ชุดเกราะปราณระดับหกที่สามารถจัดเข้าสู่ทำเนียบยอดอาวุธเวท
เพียงแค่สวมใส่ลงบนร่าง มันมิเท่ากับกลายเป็นจินตันผู้หนึ่งหรอกหรือ…
…
“ไม่ทราบว่าเป็นยอดยุทธ์ท่านใด ฝีมือลี้ลับสุดหยั่งถึงจริง ๆ! กระทั่ง
แมลงราชินียังสามารถตัดออกเป็นชิ้น ๆ ร้ายกาจโดยแท้! ลองดูรอยตัด
เหล่านี้เถอะ ทั้งหมดจดและไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย … …”
กู้หมิงกงสีหน้าเคลิบเคลิ้มมึนเมา
จั่วม่อพลันสะท้านขึ้นเฮือกหนึ่ง สติแจ่มใสในบัดดล
ในใจนึกถึงนกป่าเถื่อนตัวนั้น
บนร่างของผีเสื้อคู่หยินหยาง สือผิ่นร่างเปลือยเปล่า พลังงานสีดำ
ห่อหุ้มมันเอาไว้ทั้งร่าง ดวงตาปิดสนิทแน่น เห็นได้ชัดว่าอยู่ในช่วงสำคัญ
เส้นใยพลังงานสีดำพวยพุ่งออกจากร่างอย่างต่อเนื่อง แทรกหายเข้า
ไปในปีกผีเสื้อสีดำที่อยู่ใต้ฝ่าเท้ามัน แต่สิ่งที่แปลกประหลาดคือ เส้นแบ่ง
ระหว่างสีขาวและสีดำไม่เพียงไม่ดันไปทางด้านสีขาว กลับผลักดันมา
ทางด้านสีดำแทน
พลังงานสีดำแต่ละเส้นแต่ละสายคล้ายเป็นของบำรุงสำหรับปีกสีขาว
ช่วยหล่อเลี้ยงบำรุงปีกข้างนั้นอย่างไม่หยุดยั้ง
ชั้นแสงสีขาวเบาบางค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนปีกสีขาว
เห็นจุดแสงสีขาวประกายพลันหลุดลอยออกมาจากปีกสีขาว ลอย
สูงขึ้นอย่างเชื่องช้า รอจนลอยขึ้นถึงระดับความสูงเดียวกันกับสือผิ่น จุด
แสงสีขาวเหล่านี้ก็ผนึกรวมตัวกัน เป็นกลุ่มแสงสีขาวขนาดเท่าเมล็ดข้าว
เมื่อกลุ่มแสงก่อตัวขึ้น ความเร็วในการดูดกลืนแสงสีขาวก็ทวีขึ้นอย่าง
รวดเร็ว
กลุ่มแสงสีขาวเหนือปีกด้านสีขาวรวมตัวกันอย่างเร่งร้อน ไม่ช้าก็
ปรากฏรูปร่างขนาดเท่ากับสือผิ่นร่างหนึ่ง
ถึงยามนี้สือผิ่นค่อยลืมตาขึ้น จ้องมองกลุ่มแสงสีขาว ดวงตาเผยแวว
ปลาบปลื้มยินดีที่หาได้ยาก
มันนั่งขัดสมาธิ เฝ้ารอคอยอย่างเงียบงัน