สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 505 อานุภาพแห่งเทียนหวน (ตอนปลาย)
จั่วม่อมองไปในทิศทางของแท่นบวงสรวงบูชายัญ ความคิดหมุนเร็วรี่
ในเวลาเช่นนี้ไม่มีใครสังเกตเห็นท่าทีผิดปกติของจั่วม่อ ทุกสายตา
ล้วนจ้องเขม็งไปยังเปลวไฟโปร่งใสบนฝ่ามือของเซินอู๋ไฮ่
เพลิงซ่อนเร้นว่างเปล่า!
ไฟโปร่งใสลุกไหม้โดยไร้เสียง ปะทุขึ้นบนฝ่ามือของเซินอู๋ไฮ่ อากาศ
คล้ายผนึกแข็งตัวอย่างกะทันหัน ทุกครั้งที่ดวงไฟแตกปะทุก็แผ่ซ่าน
ระลอกคลื่นที่มองไม่เห็นออกมา ร้อนลวกจนรู้สึกได้ชัดเจน
เพลิงซ่อนเร้นว่างเปล่า!
หลีซู่ตื่นตระหนกสุดระงับ ผู้อาวุโสเซินกำลังจะลงมือสุดกำลัง!
ภายใต้ความตื่นตะลึง มันถลึงจ้องตาเขม็ง เกรงว่าจะพลาดสิ่งใดใน
การต่อสู้นี้ไป เพลิงซ่อนเร้นว่างเปล่าคือยอดวิชาที่สร้างชื่อให้แก่ผู้อาวุโส
เซิน เป็นที่รู้จักกันดีในเทียนหวน เพลิงซ่อนเร้นว่างเปล่าอันเบาบางสายนี้
เป็นผลึกความเข้าใจจากการศึกษาวิชายันต์ของผู้อาวุโสเซิน แม้ว่าเรียก
ขานในชื่อของเพลิงไฟ แต่แท้ที่จริงไม่ใช่ไฟในห้าธาตุ
เพลิงซ่อนเร้นว่างเปล่าสายนี้มีขนาดเท่านิ้วก้อย แต่อันที่จริงกลับถูก
สร้างขึ้นจากค่ายกลยันต์เล็กจิ๋วถึงสามร้อยชุด เกาะเกี่ยวกระหวัดพันเป็น
ชั้น ๆ นับเป็นสุดยอดผลงานอันวิจิตรบรรจงชิ้นหนึ่ง
ว่ากันว่าเพลิงซ่อนเร้นว่างเปล่าบรรลุถึงขอบเขตสูงสุดแห่งเพลิงยันต์
หลีซู่พอเห็นผู้อาวุโสเซินงัดท่าไม้ตายสุดยอดออกมา ยังอดตื่นเต้นระทึกใจ
ไม่ได้!
จู๋จ้างเหล่าเหรินหน้าเปลี่ยนสี ชั่วพริบตาที่เพลิงซ่อนเร้นว่างเปล่า
ปรากฏขึ้น มันก็สัมผัสได้ถึงพลังอำนาจอันน่าแตกตื่นสะท้านใจขุมหนึ่ง
จู๋จ้างเหล่าเหรินสีหน้าหนักอึ้ง พลันซัดไผ่ทะเลศพขึ้นกลางอากาศ
ร่ายคาถาอย่างเร็วรี่ ไผ่ทะเลศพสีดำดุจน้าหมึกเริ่มหลอมละลาย กลายเป็น
บ่อน้าสีดำสนิทบ่อหนึ่ง ส่งกลิ่นเหม็นอันแปลกประหลาดฟุ้งกระจาย
ออกมา แทรกลึกเข้าไปในใจของผู้คน
เซินอู๋ไฮ่แสยะยิ้มอย่างเย็นชา เปลวเพลิงซ่อนเร้นว่างเปล่าขดตัวอยู่
บนฝ่ามือของมันดุจอสรพิษโปร่งใสตัวหนึ่ง
เพลิงซ่อนเร้นว่างเปล่าทั้งโปร่งใสและไร้สีสัน หากไม่เพ่งพินิจให้ดี
ยากจะพบเห็นการคงอยู่ของมัน
เซินอู่ไฮ่แม้สีหน้าภาคภูมิถือดี แต่ไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย ของ
วิเศษเช่นไผ่ทะเลศพมักซ่อนเร้นพลังประหลาดที่เหนือคาดคิด มันไม่
ต้องการเรือล่มในน้าตื้น
บ่อน้าดำทะมึนเหนือศีรษะจู๋จ้างเหล่าเหรินพลันหมุนคว้างอย่างแช่ม
ช้า ทันใดนั้นหน่อไม้สีดำผุดขึ้นจากบ่อน้าทมิฬ เติบโตเป็นต้นไผ่สีดำด้วย
ระดับความเร็วที่มองเห็นได้ชัดตา
ต้นไผ่สีดำงอกงามรวดเร็วยิ่ง ภายในชั่วพริบตาเดียว ก็กลายเป็นป่า
ไผ่ดำขนาดพื้นที่ครึ่งหมู่ คล้ายก้อนเมฆดำทะมึนผืนใหญ่ ล่องลอยอยู่เบื้อง
บนศีรษะจู๋จ้างเหล่าเหริน
บรรยากาศกลายเป็นหนักหน่วงราวกับก้อนตะกั่ว
แรงกดดันที่เกิดจากสองหยวนอิงต่อสู้หักหาญอย่างสุดกำลัง ไม่ต้อง
สงสัยเลยว่าเป็นมหันตภัยต่อจินตันที่อยู่รอบๆ! กระทั่งหลีซู่ กับการต่อสู้
ระดับสูงเช่นนี้ ยังไม่มีช่องว่างให้มันสอดมือเข้าไปแม้แต่น้อย!
แรงกดดันสะท้านขวัญวิญญาณจนผู้คนแทบหายใจหายคอไม่ออก
หลีซู่รู้สึกว่าการหายใจสักเฮือกยังลำบากยากเย็นยิ่ง!
หยวนอิง! นี่ก็คือระดับชั้นของหยวนอิง!
หลีซู่ดวงตาร้อนผ่าว เปล่งประกายเทิดทูนบูชา นี่เป็นครั้งแรกที่มันได้
ประจักษ์กับพลังอันยิ่งใหญ่ไพศาลถึงเพียงนี้ด้วยสายตาตัวเอง ความตื่น
ตะลึงและครั่นคร้ามยำเกรงที่เกิดขึ้น เหนือความคาดหมายของมันไปมาก
มันโคจรพลังปิดจมูกปากอย่างรอบคอบระมัดระวัง กลิ่นประหลาดที่
โชยออกมาจากไผ่ทะเลศพเต็มไปด้วยพลังกัดกร่อนอันแข็งกล้า มันลองยก
เท้าขึ้น ฝุ่นศิลาฟุ้งกระจายขึ้นกลางอากาศ หลงเหลือรอยเท้าอันเด่นชัด
ประทับแน่นอยู่บนแผ่นศิลาแข็งบนพื้น ภายใต้พลังกัดกร่อนอันน่า
ตระหนกของไผ่ทะเลศพ แผ่นหินอันแข็งแกร่งของวิหารเทพกลายเป็นนุ่ม
เละเหมือนแป้งเปียก
เหล่าจินตันต้องเร่งเร้าพลังของชุดเกราะปราณของพวกมัน เพื่อ
ต้านทานพลังกร่อนสลายของไผ่ทะเลศพ
หากมีซิวเจ่อด่านหนิงม่ายอยู่ที่นี่ ลำพังพลังสภาวะของไผ่ทะเลศพก็
เพียงพอจะสังหารพวกมันทั้งหมดในคราวเดียว
จู๋จ้างเหล่าเหรินผนึกมุทราร่ายเวทวิชา ใบไผ่จากทะเลไผ่ดำเหนือ
ศีรษะมันเริ่มปลิดปลิวลงมา ใบไผ่สีดำแปรสภาพเป็นแมลงพิษสารพัดชนิด
รวมถึงด้วงศพ บุกตะลุยเข้าหาเซินอู๋ไฮ่อย่างไม่กลัวเกรง!
ชั่วพริบตาเดียว เสียงคำรามกระหึ่มน่าขนพองสยองเกล้าเหมือนคลื่น
น้าถาโถม โหมซัดเข้ามาอย่างครอบฟ้าคลุมดิน!
ผู้คนพลันรู้สึกว่าวิหารเทพกลายเป็นมืดมิดในบัดดล ราวกับว่าไม่มีที่
ใดเลยที่จะหลบหลีกรอดพ้นจากการโจมตีสะท้านฟ้านี้ได้
เซินอู๋ไฮ่สีหน้าหนักอึ้งเคร่งขรึม ยกมือขวาขึ้นอย่างแช่มช้า แล้ว
กระแทกฝ่ามือเข้าปะทะตรง ๆ โดยไม่มีเล่ห์กลอุบายใด!
บังเกิดภาพฝ่ามือโปร่งใสขนาดมหึมาพวยพุ่งออกจากฝ่ามือของมัน
ตบฟาดใส่ฝูงแมลงดำทะมึนอย่างหักโหม
เพียะเพียะเพียะ!
ภายใต้ฝ่ามือโปร่งใส แมลงดำแตกระเบิดเป็นฝุ่นควัน สลายหายไปใน
ชั่วพริบตา
จู๋จ้างเหล่าเหรินแค่นเสียงอย่างเย็นชา ใบไผ่ดำปลิดปลิวลงมา
มากกว่าเดิม จำนวนแมลงดำเพิ่มพูนขึ้นอย่างรวดเร็ว ผนึกรวมกันเป็น
กระแสน้าหลาก ตรงเข้าห้อมล้อมเซินอู๋ไฮ่อย่างแน่นหนา
ภายใต้การโหมจู่โจมอย่างไม่กลัวเกรงของฝูงแมลงดำ รอยประทับฝ่า
มือมหึมาไม่อาจยืนหยัดได้นาน ภายในชั่วพริบตาเดียว ฝูงแมลงดำปกคลุม
รอยประทับฝ่ามือข้างนั้นจนมืดมิด ดูน่าสะพรึงกลัวยิ่ง เสียงกัดเคี้ยวและ
กลืนกินของฝูงแมลง บันดาลให้ทุกผู้คนหนังศีรษะชาซ่าน รู้สึกอกสั่นขวัญ
แขวนขึ้นมา
หากนี่เป็นผู้คน เกรงว่ากระทั่งกระดูกก็ไม่หลงเหลือ!
ยังมีแมลงดำที่แตกระเบิดและสูญสลายไปไม่ขาดสาย แต่แมลงดำ
เหล่านี้ไม่รู้จักความกลัว ยังคงรุมทึ้งฝ่ามือมหึมาอย่างคลุ้มคลั่ง
ฝ่ามือมหึมาเริ่มหดเล็กลงเรื่อย ๆ ด้วยระดับความเร็วที่มองเห็นได้ชัด
ตา
พริบตาดุจประกายไฟ ฝ่ามือมหึมาซึ่งใหญ่โตหลายจั้ง ถูกกัดกินจน
หลงเหลือเพียงขนาดเท่ากำมือมนุษย์
จู๋จ้างเหล่าเหรินดวงตาทอประกายลำพองใจวูบ ไผ่ทะเลศพนี้มันได้
รับมาโดยบังเอิญ นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา มันก็แทบทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่าง
ลงไปกับการหลอมสร้างให้เป็นอาวุธเวท
เพื่อให้ไผ่ทะเลศพบรรลุถึงศักยภาพขั้นสูงสุด จู๋จ้างเหล่าเหรินใช้วิธี
หลอมสร้างซากศพ
กล่าวไปก็ประหลาดนัก หลังจากไผ่ทะเลศพหลอมสร้างเสร็จสมบูรณ์
ท่อนไผ่ก็มีสีเขียวประดุจหยก ไม่ปรากฏร่องรอยกลิ่นอายแห่งความตาย
แม้แต่น้อย ในอาณาจักรทะเลเมฆแห่งนี้ จู๋จ้างเหล่าเหรินมีศักดิ์ฐานะสูงส่ง
ไม่จำเป็นต้องลงมือต่อสู้กับผู้คนมาหลายปีแล้ว ดังนั้นพลังของไผ่ทะเลศพ
ไม่เคยเผยโฉมมาก่อน
จวบกระทั่งถึงวันนี้!
สามารถใช้ผู้อาวุโสแห่งเทียนหวนมาเซ่นอาวุธเวทของมัน นับว่า
คุ้มค่ามากพอแล้ว!
จู๋จ้างเหล่าเหรินดวงตาสาดประกายอำมหิต วันนี้หากคนของเทียน
หวนทั้งสองไม่ตายที่นี่ เช่นนั้นวันคืนของพวกมันในภายหน้า เกรงว่าต้อง
ใช้ไปกับการหลบหนีจากการไล่ล่าแล้ว!
เพื่อขจัดสิ่งกีดขวางในอนาคต ต้องฆ่าพวกมันให้จงได้!
จู๋จ้างเหล่าเหรินเปี่ยมล้นไปด้วยรังสีฆ่าฟัน ชี้ดรรชนีไปยังเซินอู๋ไฮ่
อย่างไม่ลังเล แผดเสียงตวาดก้อง “ไป!”
เสียงกรีดฝ่าอากาศแหลมสูงระเบิดขึ้นพร้อมกัน แมลงทมิฬดำนับไม่
ถ้วนบุกทะลวงเข้าหาเซินอู๋ไฮ่เป็นจุดเดียว
เห็นชัดตาว่าเซินอู๋ไฮ่จะถูกฝูงแมลงดำกลืนกินลงไป ริมฝีปากของมัน
พลันแย้มยิ้มวูบหนึ่ง
“กระบวนท่าที่ดี!”
ฝ่ามือมหึมาที่ถูกกัดกินจนหลงเหลือเพียงขนาดเท่ากำปั้น พลันแตก
ระเบิดเป็นแสงประกายเจิดจรัสบาดตา ฝูงแมลงที่อยู่ใกล้เคียงกับมือยักษ์
ถูกไฟโปร่งใสลุกลามใส่อย่างไม่อาจหลบเลี่ยง พวกมันล้วนถูกแผดเผาเป็น
เถ้าถ่าน ก่อนจะทันได้กรีดร้องเสียด้วยซ้า
ในสายตาของทุกผู้คน เห็นเปลวไฟโปร่งใสสายหนึ่งปรากฏตัวขึ้นอีก
ครั้ง
มันลุกไหม้อย่างเงียบงันอยู่กลางอากาศ
ภายใต้เปลวไฟ เห็นลวดลายยันต์แน่นขนัด เรียงรายพัวพันประดุจใย
แมงมุมยักษ์ผืนหนึ่ง แผ่กระจายเป็นวงกล้าง ห้อมล้อมทุกผู้คนเอาไว้ในใย
แมงมุมโปร่งใสผืนนี้
ค่ายกลขบวนนี้ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่เมื่อใด ไม่มีผู้ใดทราบชัด
จู๋จ้างเหล่าเหรินสีหน้าแปรเปลี่ยน มันแม้ไม่ล่วงรู้ว่านี่คือค่ายกลอันใด
แต่ย่อมทราบดีว่ายามนี้ตนตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ การเคลื่อนไหวทั้งหมด
ของมันกลับอยู่ในการคาดคำนวณของผู้อื่น เป็นเพียงแผนการส่วนหนึ่ง
ของฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น
จริงดังที่คาด เห็นเปลวไฟโปร่งใสปะทุขึ้นโดยไร้เสียง ค่ายกลสว่าง
วาบ วู้ม เปลวไฟระเบิดขึ้นรอบกายเซินอู๋ไฮ่ ฝูงแมลงดำที่เหลือล้วนถูก
เปลวไฟเขมือบกลืนลงไปสิ้น
กระแสของการต่อสู้พลันพลิกกลับตาลปัตรในชั่วพริบตาเดียว!
เซินอู๋ไฮ่กวาดตามองรอบ ๆ ด้วยสีหน้าภาคภูมิลำพอง “เพียงแค่พวก
เจ้ามีคนมาก ก็กล้าแย่งชิงกับเทียนหวนของข้าเช่นนั้นหรือ? ช่างไม่รู้จัก
ประมาณตน! วันนี้เราผู้เฒ่าจะให้พวกเจ้าได้ลิ้มลองรสชาติของเพลิงซ่อน
เร้นว่างเปล่าอย่างเต็มที่ จะได้จดจำติดไปในปรภพ ว่าอานุภาพแห่งเทียวน
หวนเป็นเช่นไร!”
เห็นลวดลายยันต์หมุนคว้างอย่างเร่งร้อน ทุกผู้คนพลันพบว่าสองเท้า
ถูกตรึงแน่นกับพื้น ไม่ว่าดิ้นรนสักเท่าใด พวกมันก็ไม่อาจหลุดพ้นไปได้!
เพลิงซ่อนเร้นว่างเปล่าแตกปะทุโดยไร้เสียง
ตูม ปรากฏเปลวไฟสองสายพวยพุ่งขึ้นจากพื้นใต้ฝ่าเท้าของซิวเจ่อ
สองคนอย่างกะทันหัน กลืนกินพวกมันลงไปในบัดดล
เปลวไฟหายวับไปในชั่วพริบตา คนทั้งสองไม่หลงเหลือแม้แต่เถ้าธุลี
ทุกผู้คนสีหน้าแตกตื่นตะลึงลาน เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ดิ้นรนใช้ทุก
วิถีทางเพื่อเอาตัวรอดอย่างบ้าคลั่ง แต่กลับไร้ผลโดยสิ้นเชิง
เพ่งมองเพลิงซ่อนเร้นว่างเปล่าที่ปะทุอย่างเงียบเชียบ หลีซู่ถูกดึงดูด
อย่างลึกล้า ดวงตาเต็มไปด้วยความเคารพเทิดทูน เพลิงซ่อนเร้นว่างเปล่า
ของผู้อาวุโสช่างสมคำร่าลือโดยแท้! กระบวนท่านี้แม้เป็นค่ายกลมหึมาชุด
หนึ่ง แต่สิ่งที่ร้ายกาจอย่างแท้จริง คือเพลิงซ่อนเร้นว่างเปล่าที่
ประกอบด้วยค่ายกลยันต์สามร้อยชุด!
ฝีมือในด้านค่ายกลยันต์ของผู้อาวุโสเซินทำเอาหลีซู่ยอมศิโรราบ
อย่างราบคาบ เมื่อเทียบกับวงแหวนฟ้าระฆังโลหิตของมันที่ดูเหมือนจะ
โฉ่งฉ่างมากไปหน่อย กระบวนท่าของผู้อาวุโสเลิศพิสดารกว่าไม่รู้เท่าไร
จู๋จ้างเหล่าเหรินกับเก๋อไห่สีหน้าน่าสะพรึงกลัวยิ่ง พวกมันลอบสบตา
กันวูบ ต่างค้นพบความคิดสู้ตายถวายชีวิตในดวงตาของอีกฝ่าย
พวกมันทั้งคู่เป็นหยวนอิง และเป็นเพียงสองคนท่ามกลางกลุ่มคน
ทั้งหมดที่ยังสามารถขยับเคลื่อนไหวได้
เซินอู๋ไฮ่ซึ่งจับตาสังเกตจู๋จ้างเหล่าเซินอยู่ตลอดเวลา พลันรู้สึกหัวใจ
บีบกระชับกว่าเดิม ค่ายกลเพลิงซ่อนเร้นว่างเปล่าของมันแม้ทรงพลานุ
ภาพ แต่คิดฆ่าสองหยวนอิงพร้อมกันยังไม่ใช่เรื่องง่าย มันเดิมทีตั้งใจจะ
กำจัดเหล่าอาหารม้ากระสุนปืนใหญ่ให้หมดเสียก่อน ค่อยรวบรวมกำลัง
ทั้งหมดเพื่อปะทะหักหาญกับสองหยวนอิง
เรื่องราวเมื่อมาถึงขั้นนี้ มันแม้สำนึกเสียใจก็สายเกิน
ป่าไผ่ดำครึ่งหมู่เหนือศีรษะของจู๋จ้างเหล่าเหรินพลันเปลี่ยนกลับเป็น
ไผ่ทะเลศพต้นเดิม จู๋จ้างเหล่าเหรินสะบัดปลายเล็บกรีดใส่ข้อมือตัวเอง
โลหิตสาดพุ่งออกมา ไผ่ทะเลศพคล้ายดื่มเลือดทั้งหมดที่ราดรดลงไปยังลำ
ไม้ไผ่จนเกลี้ยงฉาด
จู๋จ้างเหล่าเหรินคล้ายชราลงยี่สิบปีในชั่วพริบตา ผมเผ้าทั้งหมด
กลายเป็นขาวโพลนทั้งศีรษะ
เก๋อไห่สีหน้าเคร่งเครียดจริงจัง ล้วงไข่มุกไท่จี๋สีขาวดำออกมาอย่าง
ระมัดระวัง ไข่มุกนี้มีขนาดเท่าไข่นกพิราบ ไม่มีสิ่งใดโดดเด่นสะดุดตา
แม้แต่น้อย
แต่เซินอู๋ไฮ่พอเห็นไข่มุกไท่จี๋เม็ดนั้น พลันสีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นปั้น
ยาก ร้องอุทานอย่างตื่นตระหนก “ไข่มุกหยินหยางไร้จำกัด… …” (หยิน
หยางอู๋จี๋จู)
หลีซู่สีหน้ากลายเป็นขาวเผือด
ไข่มุกหยินหยางไร้จำกัดเป็นของวิเศษที่ลี้ลับมากชิ้นหนึ่ง ไม่ทราบว่า
ผู้ใดหลอมสร้างขึ้น ทั้งยังไม่ทราบว่าหลอมสร้างขึ้นมาเพื่ออะไร มีต้น
กำเนิดลึกลับยิ่ง แรกเริ่มเดิมทีไข่มุกนี้ไม่มีผู้ใดรู้จัก แต่หลังจากเหตุการณ์
หนึ่ง ก็กลับกลายเป็นมีชื่อเสียงโด่งดังคับฟ้า
เหตุการณ์นั้นก็คือ สำนักที่มีสามหยวนอิงกับอีกสิบหกจินตันถูกล้ม
ล้างในชั่วข้ามคืน
ผู้ลงมือมีเพียงคนเดียว
ข่าวนี้เมื่อแพร่สะพัดออกไปย่อมสะท้านทั่วสวรรค์สี่ดินแดน ไข่มุก
หยินหยางไร้จำกัดกลายเป็นที่เลื่องลือไปทั่ว
ไข่มุกหยินหยางไร้จำกัดมีข้อกำหนดที่เข้มงวดสำหรับผู้ใช้ นั่นคือผู้ใช้
ต้องอยู่ในด่านหยวนอิงขึ้นไป มันจะทำให้พลังปฐมของซิวเจ่อลุกไหม้อย่าง
รุนแรง สร้างพลังอำนาจน่าสะพรึงกลัวที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำลายล้าง
ศัตรู ด้วยระดับพลังที่เหนือล้ากว่าพลังปกติของตนหลายเท่า แต่เมื่อไข่มุก
สิ้นฤทธิ์ คนที่ใช้มันจะตาย
นี่เป็นหนึ่งในสมบัติหายากที่สามารถขู่ขวัญสำนักใหญ่ได้!
ในเวลาเดียวกัน ไผ่ทะเลศพที่ดื่มเลือดจนอิ่มเอมพลันถูกปักลงไปใน
พื้นหิน ท่อนไผ่เริ่มยืดยาวออกมาช้า ๆ ภายในไม่กี่อึดใจ ก็ก่อเกิดสิ่งที่คล้าย
กับใบหน้า
ไม่กี่อึดใจให้หลัง ไผ่ทะเลศพก็แปลงรูปลักษณ์เสร็จสิ้นสมบูรณ์
เห็นตัวประหลาดหน้าเขียวเขี้ยวยาวปรากฏขึ้น แขนขายาวเหยียด
ยืนตัวตรงคล้ายมนุษย์ เรือนผมสีดำที่แหลมคมดุจเข็มงอกเงยจากศีรษะ
ทิ้งตัวลงไปถึงช่วงเอว
มันยืนนิ่งงันอย่างไร้อารมณ์ความรู้สึก ไม่มีดวงตา มีเพียงพลังงานสี
ดำสองกลุ่มลอยอ้อยอิ่งอยู่บนใบหน้า
เวลาคล้ายหยุดนิ่งลงอย่างกะทันหัน
เผชิญหน้ากับไข่มุกหยินหยางไร้จำกัดและตัวประหลาดไผ่ทะเลศพ
พร้อมกัน กระทั่งเซินอู๋ไฮ่ยังขวัญหนีดีฝ่อ
“ฆ่ามัน!” จู๋จ้างเหล่าเหรินชี้ไปยังเซินอู๋ไฮ่ ตวาดอย่างดุร้าย
เซินอู๋ไฮ่เตรียมตัวต่อสู้เดิมพันชีวิต ตัวประหลาดที่ดุร้ายอำมหิตนี้ ดู
ไม่ง่ายที่จะรับมือ
แต่ตัวประหลาดไผ่ทะเลศพกลับไม่ขยับเคลื่อนไหว
“รีบด่วน! ฆ่ามันเดี๋ยวนี้!” จู๋จ้างเหล่าเหรินอดตวาดซ้าอีกรอบไม่ได้
ตัวประหลาดไผ่ทะเลศพยังคงนิ่งงันเหมือนเดิม
ในเวลานี้เอง ผู้คนค่อยพบว่าตัวประหลาดไผ่ทะเลศพไม่ใช่ไม่ยอม
ขยับเคลื่อนไหว เพียงแต่มันดูเหมือนกำลังจ้องมองใครบางคน… …
มองตามสายตาของตัวประหลาดไผ่ทะเลศพ ทุกผู้คนพบว่าสายตา
ของมันจ้องเขม็งไปยังคนที่สวมหน้ากากสัมฤทธิ์
เหตุแปรเปลี่ยนอย่างฉับพลันนี้ ยามกะทันหันกลับทำให้ทุกผู้คนนิ่ง
งันกันไปหมด
เป็นมัน?
เป็นมัน!
บัดนี้ทุกผู้คนค่อยตระหนักว่า พวกมันพากันละเลยคนลึกลับที่สวม
หน้ากากสัมฤทธิ์ตั้งแต่ต้น!
ในเวลานี้เอง จั่วม่อหัวใจโลดขึ้นอย่างฉับพลัน มันจับได้แล้ว!
ระลอกคลื่นจากแท่นเซ่นสรวงบูชายันต์! มันสัมผัสได้แล้ว!
ตูม! สรรพสิ่งสารพันถาโถมเข้ามาในใจมัน!
ภายใต้สายตาหวาดระแวง งุนงงสงสัย ขบคิดคาดเดาและไม่เข้าใจ
ของทุกผู้คน จั่วม่อชูสองมือขึ้นตามจิตใต้สำนึกสั่งการ
ด้วยท่วงท่าสภาวะดุจเดียวกันกับเมื่อหลายหมื่นปีที่แล้ว!