สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 511 ความหวัง
“เจ้าได้ยินมาหรือไม่?
? นี่มิเท่ากับรอรับความตายหรือ
“รอรับความตายอันใด พวกมันกล้าต่อสู้กับกองทัพปิศาจ! นี่จึงเป็น
บุรุษที่แท้จริง!”
“แต่พวกมันสามารถเอาชัยได้หรือไม่เล่า?
?”
“ข้าไม่รู้หรอกว่าพวกมันแข็งแกร่งหรือไม่ แต่ข้ารู้ว่าในขณะที่ทุกคน
กำลังหลบหนี มีเพียงพวกมันที่กล้ายืนหยัดต่อสู้ พวกมันจึงเป็นยอดบุรุษที่
แท้จริง ข้านับถือเลื่อมใสพวกมัน! ไม่ได้การ ข้าต้องเข้าร่วมการต่อสู้ครั้งนี้
ให้ได้ ต่อให้ต้องตายก็ไม่โทษว่าตำหนิ!”
“อย่าทำอะไรโง่ ๆ น่า … …” ผู้เป็นสหายรีบตักเตือนอย่างห่วงกังวล
ข่าวที่ว่าเกาะเต่าตระเตรียมทำศึกกับกองทัพปิศาจ ประดุจขว้างก้อน
หินเล็ก ๆ ลงไปในบ่อน้าเดือด สิ่งที่สะท้อนกลับมาคือเสียงหัวร่อเยาะหยัน
ดูถูกดูแคลนและเมินเฉยไม่ใส่ใจ แต่ในขณะเดียวกันก็ดึงดูดความสนใจ
จากเหล่าบุรุษเลือดระอุทั้งหลาย ซิวเจ่ออาณาจักรทะเลเมฆมากมายเติบ
ใหญ่ขึ้นที่นี่ ไหนเลยจะยินดีละทิ้งบ้านเกิดเมืองนอนเพื่อหลบหนีไปที่อื่น
และยังมีผู้คนเช่นเลี่ยวฉีชาง ซึ่งมีธุรกิจการค้าขนาดใหญ่โตและทรัพย์สิน
น้าใจพวกมัน ข้าเห็นในหมู่พวกมันมียอดฝีมือเลื่องชื่ออยู่ไม่น้อย นี่เป็นขุม
กำลังอันยิ่งใหญ่ หากท่านประมุขเกาะสามารถรับตัวพวกมันเอาไว้
ภายหลังเหตุการณ์สงบลงแล้ว ในอาณาจักรทะเลเมฆเราจะไม่มีผู้ใดเป็น
คู่มือของท่านประมุขเกาะได้อีก!”
จั่วม่อลอบฝืนยิ้มอย่างขมขื่น มันไม่ได้บอกข้อห่วงกังวลของมันต่อ
เลี่ยวฉีชาง สำหรับการศึกสงคราม คนผู้นี้ก็เป็นได้แค่มือใหม่ที่ไม่เข้าใจอัน
ใด
มันขบคิดอยู่ครู่ใหญ่ การมาของคนเหล่านี้ย่อมไม่ใช่สิ่งเลวร้ายแต่
อย่างใด เกาะเต่าอันที่จริงมีพื้นที่ไม่น้อย แต่จำนวนผู้คนบางตาเกินไป และ
ส่วนใหญ่ยังเป็นซิวเจ่อสายการผลิตที่ไม่มีฝีมือต่อสู้ นับว่าองค์ประกอบ
ของไพร่พลไม่สมเหตุสมผลเท่าใด หากพวกมันต้องการเอาชีวิตรอดใน
อาณาจักรทะเลเมฆ พวกมันต้องมีเซียนนักรบจำนวนมากพอ มิเช่นนั้น
หากผู้คนของค่ายจูเชวี่ยและค่ายเว่ยเกิดบาดเจ็บล้มตาย และไม่อาจหาคน
ทดแทนได้ เช่นนั้นพวกมันยิ่งต่อสู้มากเท่าใด ก็จะยิ่งอ่อนแอลงเท่านั้น
ตราบใดที่รอยแยกแห่งความโกลาหลยังคงอยู่ อาณาจักรทะเลเมฆก็
มิได้แตกต่างอันใดจากแนวหน้า สามารถเกิดศึกได้ทุกเมื่อ
จั่วม่อกัดฟัน กล่าวอย่างเฉียบขาดว่า “เราจะรับตัวพวกมันไว้!”
เทียบกับเลี่ยวฉีชางที่ตื่นเต้นยินดีแล้ว คนอื่น ๆ ยังมีสีหน้าเคร่งขรึม
จริงจัง พวกมันทราบว่าหลังจากคำประกาศนี้ ต้าเหรินยังต้องมีวิธีการ
ตามหลัง
จั่วม่อก็ไม่อ้อมค้อมเกรงอกเกรงใจ กล่าวอย่างตรงประเด็น “เลือกผู้มี
ฝีมือจากกลุ่มคนเหล่านี้ ตั้งค่ายอีกแห่งหนึ่ง เรียกว่าค่ายเสวียนอู่ ยามนี้
พวกมันยังไม่มีฝีมือการรบ ต้องฝึกฝนกระบวนทัพให้แก่พวกมันเสียก่อน
ม้าฝาน เจ้าในเมื่อเป็นตัวก่อเรื่องครั้งนี้ ค่ายเสวียนอู่ก็ยกให้เจ้ารับผิดชอบ”
ม้าฝานสำนึกเสียใจอย่างสุดแสน เรียกให้มันฝึกปรือสามเณรมือใหม่
ทั้งกองทัพ นี่เลวร้ายยิ่งกว่าฆ่ามันเสียอีก!
เหนียนลู่กับเหลยเผิงที่ด้านข้างลอบหัวร่อยินดีในคราเคราะห์ของ
ผู้อื่น พวกมันยินยอมไปสนามรบเข่นฆ่าศัตรูเสียยังดีกว่าให้ควบคุมดูแล
สามเณรทั้งวัดเพื่อฝึกปรือทุกวัน พวกมันทราบกระจ่างกว่าผู้ใด ค่ายจู
เชวี่ยเริ่มจากไม่มีอะไรจนมีสถานะเช่นทุกวันนี้ เป็นเรื่องลำบากยากเย็นถึง
เพียงไหน จะให้คอยเคี่ยวเข็ญกลุ่มคนที่ไม่ล่วงรู้สิ่งใดเลย จนมีฝีมือ
เทียบเท่ากับค่ายจูเชวี่ย สมควรยากเย็นดุจปีนป่ายขึ้นสวรรค์แล้ว
ม้าฝานเหลือบมองสีหน้ากระหยิ่มยินดีของคู่หูมหาประลัยแวบหนึ่ง
จากนั้นแสร้งถามจั่วม่อด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า “ต้าเหริน ข้าไม่เก่งกาจ
พอที่จะทำเรื่องนี้เพียงลำพัง สามารถเรียกพี่น้องสักสองสามคนมา
ช่วยเหลือได้หรือไม่?”
เหลยเผิงกับเหนียนลู่หน้าเผือดสีทันที
จั่วม่อโบกมือ กล่าวอย่างรวบรัดหมดจด “ทำตามใจเจ้าเถอะ!”
แล้วเรื่องราวก็สรุปได้เช่นนี้เอง
ปู้ซือตงจ้องมองเมฆเพลิงแดงที่ส่วนบนสุดของเกาะเต่า ความคิด
จิตใจอดล่องลอยไปไกลไม่ได้ มันเป็นหนึ่งในซิวเจ่อกลุ่มแรกที่มาถึงเกาะ
เต่า มันถือกำเนิดและเติบใหญ่ในอาณาจักรทะเลเมฆ ย่อมไม่ยินดีจาก
อาณาจักรทะเลเมฆไป ยิ่งไม่ยินดีเห็นอาณาจักรทะเลเมฆกลายเป็นสวน
หลังบ้านของอสูรปิศาจ เมื่อได้ยินว่าเกาะเต่าเตรียมทำศึกใหญ่กับกองทัพ
ปิศาจ มันก็รีบแล่นมาในบัดดลด้วยความหวังว่าจะเข้าร่วมเกาะเต่า
แต่มันคาดไม่ถึงว่าเกาะเต่ากลับไม่ยอมรับผู้คนในทันที ค่ายกลพิทักษ์
เกาะปิดสนิทอย่างแน่นหนา นอกเหนือจากชมดูบรรดาซิวเจ่อที่เข้าออก
จากค่ายกลทุกวัน ไม่มีผู้ใดกล่าววาจากับพวกมัน
มันเฝ้าประจักษ์ด้วยสายตาตัวเองมาตั้งแต่ต้น รอบเกาะเต่าจากเวิ้ง
ว้างว่างเปล่า ถึงยามนี้เต็มไปด้วยผู้คนเลือดระอุ ซิวเจ่อทุกคนที่ดั้นด้น
มาถึงที่นี่ ล้วนมีเพียงจุดมุ่งหมายเดียว นั่นคือหวังจะเข้าร่วมกับเกาะเต่า
ทำศึกกับกองทัพปิศาจให้ระบือลือลั่นสักครา
แต่ยังคงไม่มีผู้ใดแยแสสนใจพวกมัน
หลายคนที่ใจร้อนวู่วามเริ่มบันดาลโทสะ พากันโถมเข้าโจมตีค่ายกล
จากนั้นพวกมันก็ถูกค่ายกลแผดเผาเป็นเถ้าถ่านในชั่วพริบตา เหล่าเมฆ
สนธยาสีแดงฉานอันตระการตานั้น เป็นอันตรายถึงชีวิต
ภาพอันน่าสะพรึงกลัวนี้ ทำให้ผู้คนรอบข้างใจเย็นลงทันควัน
เห็นซิวเจ่ออีกกลุ่มหนึ่งขี่เมฆวิเศษเหินพุ่งมาแต่ไกล ท่ามกลางเสียง
อากาศคำรามแหลมสูง แล้วพากันดิ่งหายลงไปในหมู่เมฆเพลิงแดง ทุกครั้ง
?
หรือคิดว่ายังสิ้นเปลืองไม่พอ
ผู้คนนับไม่ถ้วนแทบโถมเข้าไปลอกคราบพวกมันให้หมดจด ตอน
เริ่มแรก ผู้คนแม้อิจฉาริษยาแต่ยังพอยอมรับได้บ้าง อาศัยความเข้มแข็ง
ของเกาะเต่า คิดติดอาวุธระดับนี้ให้แก่ยอดฝีมือจำนวนหนึ่ง มิใช่ว่าเป็นไป
ไม่ได้
กองกำลังใดไม่มียอดฝีมือที่ซื่อสัตย์ภักดีโดยไม่มีเงื่อนไขสักสามร้อย
ห้าร้อยคน
แต่ในไม่ช้าพวกมันก็ค้นพบอย่างตื่นตะลึง ว่าชุดเหล่านี้หาใช่ชุดแต่ง
กายของยอดฝีมือจำนวนหนึ่งไม่ แต่เป็นชุดยุทโธปกรณ์มาตรฐานของไพร่
พลเกาะเต่า ทุกคนที่ออกมาจากค่ายกลล้วนสวมใส่ชุดแบบเดียวกัน!
ผู้คนนับไม่ถ้วนน้าตาไหลพราก คนเหล่านี้เป็นมหาเศรษฐีตัวจริง!
หัวใจที่เดิมก็ร้อนเร่าด้วยเพลิงริษยาอยู่แล้ว พลันลุกฮือโหมจนเพลิงริษยา
แทบจะแผดเผาตัวเอง
ปู้ซือตงไม่ได้สูญเสียความเยือกเย็น มันกวาดตามองไปรอบ ๆ พลาง
ขบคิดใคร่ครวญ เกาะเต่ายังคงรักษาความเงียบดุจเดิม มันจู่ ๆ ก็รู้สึกว่า
ต้องการเข้าร่วมเกาะเต่า อันที่จริงหาใช่เรื่องง่ายดายดังใจคิดไม่ ความคิดนี้
พอผุดขึ้นในใจ มิเพียงไม่ทำให้มันท้อแท้หดหู่ กลับยิ่งหนุนเสริมให้มัน
บังเกิดความเชื่อมั่นมากกว่าเดิม พฤติการณ์ทั้งหมดของเกาะเต่าล้วนบ่ง
บอกอย่างชัดเจนว่าพวกมันแตกต่างจากขุมกำลังอื่น
บางที…พวกมันอาจสามารถเอาชัยกองทัพปิศาจได้จริง ๆ
ความคิดที่ผุดขึ้นมาอย่างกะทันหันนี้ ทำเอาปู้ซือตงตื่นตระหนกแทบ
ตาย
ในเวลานี้เอง ค่ายกลใหญ่ของเกาะเต่าพลันเปิดกว้าง เมฆเพลิงแดง
ฉานแยกออกจากกัน เห็นกองทหารที่มีไพร่พลราวสองร้อยคนปรากฏขึ้น
เบื้องหน้าสายตาของผู้คน
ทุกคนสวมใส่ยุทโธปกรณ์ระดับสี่ทั้งร่าง ทุกคนถือกระบี่บินสีทอง
เหมือนกัน เป็นระเบียบเรียบร้อยอย่างผิดปกติ!
เซียนกระบี่
ผู้คนที่กำลังตื่นตระหนกในใจบังเกิดความคิดเดียวกัน เซียนกระบี่
มากมายถึงเพียงนี้ หรือว่าเกาะเต่าเป็นสำนักกระบี่
กองกำลังสองร้อยคนไม่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้ขบคิดใคร่ครวญ ปีก
เมฆาบนแผ่นหลังของซิวเจ่อที่เป็นผู้นำทัพพลันสะบัดวูบ จากนั้นปีกเมฆา
บนหลังของเซียนกระบี่ทั้งสองร้อยคนก็สะบัดตามอย่างพร้อมเพรียง ทั้ง
ทัพหายวับไปจากสายตาผู้คนในบัดดล!
คนทั้งหมดล้วนแตกตื่นสุดระงับ!
ความเร็วอันร้ายกาจ! ความพร้อมเพรียงอันร้ายกาจ!
“ฆ่า!”
สองร้อยเซียนกระบี่ตวาดอย่างพร้อมเพรียง “ฆ่า!”
เจตจำนงฆ่าฟันที่ยึดครองท้องฟ้าพลันโหมซัดลงมาดุจพายุฝน พลัง
สภาวะเย็นเยือกปานน้าแข็งแทรกตัวอยู่ในทุกแห่งหน ราวกับใบมีดคมกริบ
ยึดครองทุกตารางนิ้วในอากาศ! ปู้ซือตงรู้สึกราวกับมันยืนอยู่กลางพื้นที่เวิ้ง
ว้างซึ่งเต็มไปด้วยเจตจำนงกระบี่ เสียงเจตจำนงกระบี่ฉีกฝ่าอากาศดัง
แหลมสูง ประหนึ่งเสียงภูตผีนับไม่ถ้วนกรีดร้องทวงวิญญาณ บันดาลให้
ผู้คนสูญเสียความคิดต่อต้านแข็งขืน
เจตจำนงกระบี่อันไพศาล ดุจดั่งคลื่นน้าถาโถมที่ไม่อาจสกัดขัดขวาง
พกพาเจตนาฆ่าฟันโหมซัดลงมาจากท้องฟ้า!
ต่อหน้าการโจมตีสะท้านฟ้าสะเทือนดินนี้ ซิวเจ่อทั้งหมดใบหน้าขาว
ซีด ร่างสั่นระริกอย่างสุดระงับยับยั้ง!
ไม่มีใครกล้าขยับตัว!
พวกมันกลัวว่าหากขยับตัวสักเล็กน้อย จะเป็นเหตุให้กระบี่ของผู้อื่น
เปลี่ยนทิศทางมุ่งตรงมายังพวกมันแทน
เหล่าซิวเจ่อที่เคยชินกับการต่อสู้ขนาดเล็ก เป็นครั้งแรกที่เผชิญกับ
การโจมตีประดุจคลื่นยักษ์ถล่มขุนเขาซึ่งมาจากกระบวนทัพ ทันใดนั้น
พลันพบว่า สิ่งที่พวกมันเรียกว่าประสบการณ์ต่อสู้อันโชกโชน ที่แท้ช่าง
เหลวไหลน่าหัวร่อนัก! ความเหี้ยมหาญของคนผู้หนึ่ง ต่อหน้าการโจมตีอัน
เกรี้ยวกราดดุดันของกองทัพ ก็เล็กกระจ้อยร่อยไม่ต่างจากมดปลวก
ห่าฝนปราณกระบี่เฉียดผ่านในระยะไกล แล้วสลายหายไป ส่งเสียง
กังวานสะท้อนสะท้านกลับมา รอบ ๆ เกาะเต่าเงียบสงัดดุจป่าช้า
ม้าฝานพออกพอใจกับผลงานของการข่มขวัญครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง แต่
เมื่อนึกขึ้นได้ว่ากลุ่มคนที่ตื่นกลัวจนแม้แต่จะขยับตัวยังไม่กล้าเหล่านี้
กำลังจะกลายเป็นไพร่พลใต้บังคับบัญชาของมันเอง พลันอารมณ์เสีย
ขึ้นมาอีกครั้ง
แต่บนใบหน้าย่อมไม่แสดงความไม่พอใจออกมา เพียงกล่าวอย่าง
เคร่งขรึม “ข้ารับคำสั่งจากต้าเหรินให้ก่อตั้งค่ายเสวียนอู่ ผู้ที่เชื่อมั่นใน
ความแข็งแกร่งของตัวเองสามารถเข้ารับการทดสอบ นับตั้งแต่บัดนี้จนถึง
เวลาแห่งการเปิดศึก เกาะเต่าจะเปิดกว้างต้อนรับผู้มีจิตปณิธาน ทุกท่าน
เกาะเต่าเรามีกฏระเบียบอันเข้มงวด ดูแลตัวเองด้วย!”
ด้วยการฉวยโอกาสตีเหล็กทั้งที่ยังร้อนนี้ ไม่มีใครกล้ากล่าววาจา
แม้แต่ครึ่งคำ
ม้าฝานก็ไม่กล่าวมากความ สะบัดหน้าไปอีกทาง นำทัพของมันกลับ
เข้าไปยังเกาะเต่า
ปู้ซือตงตั้งสติจากความตื่นตระหนกอย่างรวดเร็ว เกาะเต่าเปิดเกาะ
แล้ว?
? มันเริ่มคิดทบทวน แล้วพลันคึกคักขึ้นอักโข โดย
ไม่รีรอลังเล รีบเหินทะยานเข้าไปในเกาะเต่าทันที
มันเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นอย่างเปี่ยมล้น กองพันเกาะเต่าร้ายกาจ
กว่าที่เล่าลือกันเสียอีก!
กองพันเช่นนี้สามารถพิชิตกองทัพปิศาจได้หรือไม่ มันไม่อาจล่วงรู้
แต่มันทราบว่านี่เป็นกองทัพเดียวในอาณาจักรทะเลเมฆที่มีโอกาสประสบ
ความสำเร็จมากที่สุด
มันยังกระหายใคร่รู้ยิ่ง เกาะเต่าที่เล่าลือกัน ที่แท้มีลักษณะเช่นไร?
ในวันนั้นเอง ข่าวที่ว่าเกาะเต่าเปิดกว้างรอรับผู้มีจิตปณิธาน ก็
แพร่กระจายไปทั่วอาณาจักรทะเลเมฆ การโจมตีของกองทัพม้าฝานถูก
โจษขานกันไปอย่างยิ่งใหญ่เกินจริงมากกว่าเดิม
คนที่หัวร่อเย้ยหยันยังคงหัวร่อเย้ยหยัน คนที่ลนลานหลบหนี ก็ยังคง
หลบหนีอย่างลนลานต่อไป
มีเพียงผู้ที่จุดประกายแห่งความหวังและจิตวิญญาณการต่อสู้ พากัน
เดินทางทั้งวันทั้งคืน เร่งรุดมายังเกาะเต่า!