สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 512 เป้าหมาย
“พวกมันล้วนแห่กันไปยังสถานที่ที่เรียกว่าเกาะเต่า ฟังว่าเป็นขุม
กำลังเดียวที่คิดเปิดศึกต่อต้านพวกเรา” รองแม่ทัพรายงานอย่างไร้อารมณ์
“อ้อ” สือตง (ฤดูกาลเหมันต์) รับคำเสียงราบเรียบ สีหน้าเย็นชา กล่าว
เสียงเบาต่า “ก็ดีเหมือนกัน ปล่อยให้พวกมันไปรวมตัวอยู่ที่เดียวกัน
ทั้งหมด จะช่วยลดความยุ่งยากให้เราไม่น้อย”
รองผู้บัญชาการไม่กล่าวคำใด สองตาครึ่งหลับครึ่งลืม ยืนนิ่งสงบ
เหมือนก้อนศิลา ท่านแม่ทัพของพวกมันห้าวหาญชาญศึก ทั้งขวัญกล้า
จิตใจละเอียดอ่อน ไม่จำเป็นต้องห่วงกังวลมากความ
แม่ทัพสือตงแม้ถือกำเนิดจากปิศาจตั๊กแตนระดับต่า แต่ถือครอง
สายเลือดแห่งตั๊กแตนฟ้าที่หาได้ยาก มันมีร่างกายสูงสง่าเพรียวบางอัน
เป็นเอกลักษณ์ของปิศาจตั๊กแตน บนใบหน้าที่ราวกับสลักเสลาจากคมมีด
ไม่มีรอยตำหนิใด ดวงตาสีฟ้าครามพิสุทธิ์สดใสราวกับผลึกน้าแข็ง สีหน้า
เย็นชา คล้ายวางตัวห่างไกลจากผู้คน
ดาบตะขอตั๊กแตนของมันมีรูปร่างแตกต่างจากดาบตะขอตั๊กแตน
ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง เสียบอยู่ที่หว่างเอว ใบดาบแคบเรียวยาวจนแทบระพื้น
ใบดาบมีส่วนโค้งน้อยมาก ก้ากึ่งอยู่ระหว่างดาบกับกระบี่เสียมากกว่า
มองดูใบหน้าหล่อเหลาของท่านแม่ทัพ รองผู้บัญชาการลอบทอด
ถอนในใจ หากมิใช่ว่าต้าเหรินถือกำเนิดจากปิศาจตั๊กแตนชั้นต่า จะต้องได้
เกาะเต่าต้อนรับซิวเจ่อเข้ามามากมาย ทำให้บรรยากาศบนเกาะ
กลายเป็นเอะอะอึกทึกและฮึกเหิมขึ้นมา
ซิวเจ่อส่วนใหญ่ที่เข้ามาในเกาะเป็นเซียนนักรบ คึกคักแจ่มใสไปด้วย
จิตวิญญาณการต่อสู้ มีบ้างที่พยศดุร้าย ยากจะควบคุมพวกมัน อย่างไรก็
ตาม เมื่อเหวยเสิ้ง จงหยู เซี่ยซานและจินตันคนอื่น ๆ มาถึง ก็ให้การดูแล
คนที่ไม่เชื่อฟังเหล่านี้เป็นพิเศษทันที
เหล่าคนที่พยศดุร้ายถูกโยนเข้าไปในค่ายกลกระบี่ รับการทรมานคน
ละรอบสองรอบ ได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนดังออกมาจากค่ายกลกระบี่
เป็นครั้งคราว ทำเอาคนผ่านไปผ่านมาถึงกับร่างสั่นเทาโดยไม่ตั้งใจ
เกาะเต่ากลายเป็นสงบเรียบร้อยในทันใด
เซียนนักรบทุกคนที่เข้ามาในเกาะเต่า จะเข้าร่วมการคัดเลือกคนเข้า
สู่ค่ายเสวียนอู่เป็นอันดับแรก แต่ในไม่ช้าพวกมันค่อยเข้าใจอย่างซาบซึ้ง
ว่าอันใดจึงเรียกว่ากองทัพเกาะเต่า! เซียนนักรบที่มาในครั้งนี้ล้วนเป็นชน
ชั้นอันเหี้ยมหาญเลือดร้อน แต่ละคนมีประสบการณ์ต่อสู้อย่างโชกโชน
พลังฝีมือกล้าแข็ง หากอยู่ในกองกำลังอื่น พวกมันสามารถเข้าเป็นส่วน
หนึ่งของกองพันชั้นยอดได้อย่างง่ายดาย ซึ่งความจริงหลายคนในนี้ ก็เพิ่ง
ออกจากกองพันชั้นยอดของกองกำลังอื่น มุ่งหน้ามาที่นี่เพื่อที่จะได้มี
โอกาสเข้าร่วมศึก
แต่ยอดฝีมือชั้นสูงเหล่านี้ หลังจากวันแรกของการคัดเลือกคน หลาย
คนกลับออกมาด้วยสีหน้าเลอะเทอะเปรอะเปื้อนและสลดหดหู่
พวกมันในที่สุดก็ได้ลิ้มรสพลังอันกล้าแกร่งเกรียงไกรของกองพัน
เกาะเต่าอย่างลึกซึ้ง!
ระเบียบวินัยอันเข้มงวดที่พวกมันไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อน ระดับ
การฝึกฝนอันเข้มข้นและหนักหน่วง ชนิดที่ทำเอาหลายคนถึงกับยืนหยัด
ได้ไม่ครบวันเสียด้วยซ้า ถึงตอนนี้พวกมันค่อยตระหนักว่ากองทหารสอง
ร้อยคนที่พวกมันเห็นในวันนั้น เป็นเพียงไพร่พลทั่วไปในเกาะเต่าเท่านั้น
เกาะเต่าไม่มีสิ่งที่เรียกว่ากองทัพชั้นยอด อาจบางทีเนื่องเพราะพวกมัน
ล้วนเป็นยอดเหมือน ๆ กันทั้งหมด
แต่ที่สอดคล้องกับมาตรฐานที่ตั้งไว้สูงลิบลิ่ว ค่ายเสวียนอู่ก็มอบ
สวัสดิการค่าตอบแทนที่สูงลิบลิ่วจนหลายคนอิจฉาตาร้อนเช่นกัน
ผู้คนชุดแรกที่ถูกเลือกเข้าค่ายและผ่านการฝึกฝนกระบวนทัพ จะ
ได้รับชุดยุทโธปกรณ์ระดับสี่ทั้งชุด หลายคนเคยอิจฉาตาร้อนกับชุด
ยุทโธปกรณ์ระดับสี่ที่ค่ายจูเชวี่ยสวมใส่ แต่ยามนี้ขอเพียงพวกมันเสร็จสิ้น
การฝึกฝนอย่างสมบูรณ์ จะได้รับชุดยุทโธปกรณ์อย่างเดียวกัน เรื่องดีงาม
ถึงปานนี้พวกมันยังจะไปหาได้จากที่ใดอีกเล่า
ค่ายเสวียนอู่ยุ่งวุ่นวายยิ่ง
จั่วม่อเฝ้าดูอยู่ระยะหนึ่ง แล้วค่อยหันเหสายตาจากค่ายเสวียนอู่ ใน
ระยะเวลาอันสั้น มันยังไม่อาจตั้งความหวังอันใดกับค่ายเสวียนอู่ การ
ฝึกปรือกระบวนทัพและพิชัยยุทธ์ของกองพันหนึ่ง ต้องใช้เวลาไม่น้อย
อย่าว่าแต่สัดส่วนไพร่พลของค่ายเสวียนอู่ยังหลากหลายมาก เป็นกองทัพ
ที่ผสมปนเปไปด้วยซิวเจ่อทุกประเภทอย่างครบถ้วน การคิดหากระบวน
ทัพค่ายกลศึกที่เหมาะสมกับพวกมัน ต้องทุ่มเทกำลังความคิดจิตใจอย่าง
มหาศาล
โชคดีที่นอกเหนือจากบรรดาเซียนนักรบที่รับเข้ามาใหม่ ยังมีแม่ทัพ
บัญชาการศึกระดับเงินอีกสามคน ด้วยความช่วยเหลือจากสามแม่ทัพ
บัญชาการศึกระดับเงิน สามารถช่วยแบ่งเบาภาระของม้าฝานไม่น้อย แต่
ถึงกระนั้น ตามการประเมินของแม่นางน้อย หากต้องการให้ค่ายเสวียนอู่
พร้อมทำศึกอย่างแท้จริง เกรงว่ายังต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
“เราสืบพบว่ากองทัพปิศาจขบวนนี้มีไพร่พลอยู่ราว ๆ สามพัน ความ
แข็งแกร่งของพวกมันนับว่าไม่เลว” กงซุนชากึ่งบอกเล่ากึ่งรายงาน ด้วยสุ้ม
เสียงไม่เห็นสำคัญ
บางทีอาจเป็นเพราะรับอิทธิพลมาจากผูเยา การที่จะให้แม่นางน้อย
กล่าวว่า ‘ไม่เลว’ ออกมาสักคำ เป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญไม่น้อย ดังนั้น
กล่าวอีกอย่างก็คือ กองทัพปิศาจขบวนนี้สมควรฝีมือดีมากแล้ว
“พวกมันชะลอความเร็วในการเดินทัพรุดหน้า บางทีพวกมันอาจ
ต้องการให้เรามีเวลารวมตัวกันมาก ๆ พวกมันจะได้ถล่มให้ราบคาบเสีย
ทีเดียว” แม่นางน้อยแยกแยะอย่างยิ้มแย้ม
เห็นรอยยิ้มหวานเยือกของแม่นางน้อย ผู้คนรอบข้างสะดุ้งเฮือก แม่
นางน้อยมีโทสะแล้ว!
บางคนถึงกับแสยะยิ้มยินดีในคราเคราะห์ของผู้อื่น อสูรปิศาจอันใด
ตัวประหลาดอันใด พวกเจ้าหากตอแยแม่นางน้อยของเรา …ฮี่ฮี่ฮี่ฮี่… …
“พวกเราจะทำศึกอย่างไร?”
แม่นางน้อยกล่าวอย่างเฉื่อยชา “พวกเราไฉนไม่ชิงบุกเข้าโจมตีพวก
มันก่อน? ข้าจึงไม่เชื่อว่าพวกมันจะแข็งแกร่งกว่าค่ายจูเชวี่ย!”
วาจาแม้เฉื่อยชา แต่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นอย่างเปี่ยมล้น แม่นาง
น้อยเห็นได้ชัดว่าถูกจิตเจตนาที่แฝงความดูแคลนของแม่ทัพฝ่ายตรงข้าม
สะกิดความเดือดดาลขึ้นมา
ความคิดอันบ้าคลั่งนี้ทำให้ชาวค่ายจูเชวี่ยคึกคักแจ่มใสขึ้นมาทันที
การเผชิญหน้ากับกองทัพปิศาจ หากเปลี่ยนเป็นผู้อื่นต้องรู้สึกกดดันอย่าง
ใหญ่หลวง แต่สำหรับค่ายจูเชวี่ย กองทัพปิศาจขบวนหนึ่งไม่นับเป็นอะไร
ได้! พวกมันเคยพบเห็นกองทัพปิศาจหลายทัพในมหานครนภาโลหิต
ระดับฝีมือก็เพียงนี้เท่านั้น ยามนี้ค่ายจูเชวี่ยยังยกระดับเครื่องสวมใส่ทั้งชุด
ความแข็งแกร่งของพวกมันเพิ่มพูนขึ้นหลายขั้น ความเชื่อมั่นของพวกมัน
ไต่ขึ้นไปถึงจุดสูงสุด
มา เข้ามา! ตาต่อตาฟันต่อฟัน ลองประดาบกันสักครา ดูว่าผู้ใด
แข็งแกร่งกว่า!
หลายคนแทบแหงนหน้ากู่คำราม เพื่อระบายความฮึกเหิมในใจ!
“ไม่ได้!” แต่จั่วม่อกลับถลึงตาใส่แม่นางน้อย
นี่มิใช่ว่ามันไม่เชื่อมั่นในค่ายจูเชวี่ย แต่หากปะทะหักหาญซึ่งหน้า
เช่นนี้ ต่อให้ได้ชัยก็ต้องมีการบาดเจ็บล้มตายอย่างน่าตระหนก ทุกคนใน
ค่ายจูเชวี่ยติดตามมันมานาน มันไหนเลยจะทนดูคนเหล่านี้ต่อสู้แลกชีวิต
ได้
เสี่ยวม่อเกอไม่กระทำการค้าที่ขาดทุน!
“เราจำเป็นต้องคว้าชัยชนะที่หมดจดที่สุด ด้วยการสูญเสียที่น้อย
ที่สุด” จั่วม่อน้าเสียงแฝงแววห่วงกังวล เห็นหลายคนยังคล้ายจะโต้แย้ง มัน
กล่าวต่อทันที “เป้าหมายของพวกเราคือปราบพิชิตกองทัพปิศาจขบวนนี้
หาใช่คิดเข่นฆ่าพวกมันให้สิ้นซากไม่ เราต้องขับไล่พวกมันกลับไปยังภพ
ปิศาจ จึงจะสามารถปิดผนึกรอยแยกแห่งความโกลาหลได้ อย่าได้ลืมเลือน
ไป ว่าเมื่อพวกเราได้ชัย ยังต้องมีกำลังในการยึดครองอาณาจักรทะเลเมฆ
ด้วย มิเช่นนั้นมิเท่ากับว่าพวกเราตัดเย็บชุดวิวาห์ให้แก่ผู้อื่นหรือ?”
เหล่าคนในห้องพอฟัง เลือดลมอันร้อนระอุพลันสงบลงทันควัน นั่นก็
ใช่แล้ว หากพวกมันชนะศึกคราวนี้ อาณาจักรทะเลเมฆเท่ากับเป็นส้มใน
ลังของพวกมัน หากถึงตอนนั้นพวกมันไม่มีกำลังพอ ไยมิใช่ตัดเย็บชุด
วิวาห์ให้แก่ผู้อื่นจริงๆ
“ไม่มีใครเชื่อว่าพวกเรามีพลังพอจะปราบพิชิตกองทัพปิศาจ ยามนี้
ขุมกำลังหลัก ๆ ล้วนหลบลี้หนีหน้า อาณาจักรทะเลเมฆแทบจะปราศจาก
ขุมกำลังอื่นโดยสิ้นเชิง สำหรับพวกเรานี่เป็นโอกาสทอง หากสามารถฉก
ฉวยเอาไว้ได้ ต่อไปอาณาจักรทะเลเมฆจะตกอยู่ในกำมือเรา!”
ชนชั้นแกนนำรอบกายจั่วม่อรับฟังอย่างระมัดระวัง สีหน้ายิ่งมายิ่ง
ลิงโลดยินดี เทียบกับการทำศึกกับกองทัพปิศาจแล้ว การยึดครอง
อาณาจักรทะเลเมฆยังทำให้พวกมันตื่นเต้นเร้าใจยิ่งกว่า
จั่วม่อกล่าวเสียงลึกด้วยอารมณ์ “อาณาจักรทะเลเมฆเป็นสถานที่ที่ดี
ห่างไกลออกมามาก แทบไม่ได้รับผลกระทบจากอำนาจอิทธิพลของ
สวรรค์สี่ดินแดน ทั้งยังไม่สะกิดความสนใจ เวลานี้มหาพิบัตินภาสลายอุบัติ
ขึ้นทุกแห่งหน ดังนั้นยิ่งไม่มีผู้ใดมีเวลาสนใจสร้างปัญหาให้แก่พวกเรา
สำหรับพวกเรา นี่เป็นช่วงเวลาที่สวรรค์ประทานให้”
ทุกผู้คนยืดเอว หลังตั้งตรง พยายามระงับความตื่นเต้นในใจอย่างสุด
ความสามารถ พวกมันติดตามจั่วม่อซัดเซพเนจรมานานปี ตลอดเวลาที่
ผ่านมาล้วนปรารถนาจะครอบครองดินแดนอันมั่นคง กระทั่งเหวยเสิ้งที่
ปกติจิตใจหนักแน่น พอฟังคำของจั่วม่อยังอดพยักหน้าเห็นพ้องไม่ได้
“ดังนั้นเป้าหมายของเราในครั้งนี้ก็ชัดเจนยิ่ง ประการแรก ต้อง
ปราบปรามกองทัพปิศาจและปิดผนึกรอยแยกแห่งความโกลาหล ประการ
ที่สอง ฉวยโอกาสที่ฟ้าประทานนี้ เข้าควบคุมแม่น้าอาณาจักร และยึด
ครองอาณาจักรทะเลเมฆอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด!”
จั่วม่อดวงตาสาดประกายดุจสายฟ้า พร้อมกับกล่าวประโยคสุดท้าย
มือขวาก็ทุบโต๊ะอย่างหนักหน่วง แผ่ซ่านสภาวะสยบใต้หล้าออกมาอย่าง
เบาบาง
แทบไม่รู้สึกตัว ทุกผู้คนตะโกนรับอย่างพร้อมเพรียง “ขอรับ!”
จั่วม่อลอบสูดหายใจลึก กระทั่งตัวมันยังตื่นเต้นกับวาจาของมันเอง
พยายามสงบใจลง อดทึ่งกับความหาญกล้าบ้าบิ่นของตนไม่ได้ ทีแรกมัน
ไม่ได้มีความคิดเช่นนี้ แต่เมื่อชมดูผู้คนจำนวนมากหลั่งไหลมารวมตัวกันที่
เกาะเต่า พลันบังเกิดความคิดขึ้นอย่างกะทันหัน และหลังจากขบคิด
ใคร่ครวญมาหลายวัน มันในที่สุดค่อยตัดสินใจเด็ดขาด
กวาดตามองไปรอบ ๆ มันพบว่าทุกคนมีสีหน้าตื่นเต้นยินดีสุดระงับ
อารมณ์ความรู้สึกของพวกมันแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ทุกผู้คนเต็มไป
ด้วยเรี่ยวแรงพลังและจิตวิญญาณการต่อสู้ เผยชัดออกมาทางสีหน้า
ลิงโลดยินดีและคาดหวังต่ออนาคต
จั่วม่อทันใดนั้นพลันเข้าใจกระจ่าง
เป้าหมายที่ชัดเจนทำให้ผู้คนเป็นน้าหนึ่งใจเดียวกัน พวกมันเต็มไป
ด้วยแรงขับเคลื่อนและแรงบันดาลใจ ทุกคนจะไม่มีวันกลับไปเป็นคนป่า
เถื่อนหลักลอยเหมือนสมัยก่อนอีกแล้ว
กองทัพนี้ถือกำเนิดขึ้นใหม่แล้ว!
น่าประหลาด จั่วม่อสำนึกเสียใจอยู่บ้างและลอบขออภัยทุกคนในใจ
รอจนถึงวันนี้ มันค่อยมีเป้าหมายที่ชัดเจนให้แก่ทุกคน มันไม่ใช่ผู้นำที่ดีจริง
ๆ
ไม่มีใครสังเกตเห็นสีหน้าละอายใจของจั่วม่อ ทุกคนกำลังดื่มด่าอยู่กับ
การวาดฝันถึงอนาคต
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เราก็ต้องเปลี่ยนแผนกันเสียหน่อย” แม่นางน้อย
ปัดปอยผมที่ระหน้าผาก สองแก้มแดงระเรื่อดุจสีกุหลาบ จากนั้นแย้มยิ้ม
เอียงอายเหมือนเด็กชายข้างบ้าน “พวกเรามีข้อได้เปรียบหลายประการที่
นำมาใช้ได้ รอยแยกแห่งความโกลาหลนี้สมควรปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน
เกินไป ข้าเชื่อว่ากองทัพปิศาจยังไม่ได้เตรียมการอย่างพรักพร้อมเพียงพอ
เหตุที่พวกมันสามารถพิชิตไปโดยไร้ผู้ต้าน ก็เนื่องเพราะกองทัพท้องถิ่น
ของอาณาจักรทะเลเมฆอ่อนแอเกินไป และยังเป็นเพราะทุกคนล้วน
หวาดกลัวกองทัพปิศาจอีกด้วย แต่เมื่อเผชิญกับเรา พวกมันย่อมไม่มีข้อ
ได้เปรียบสองประการนี้ พวกเรายังทำศึกในดินแดนของตัวเอง ส่วนพวก
มันเดินทัพทางไกล บุกตะลุยออกห่างจากบ้านเกิดเมืองนอนของพวกมัน
ทำให้พวกเรายิ่งได้เปรียบมากขึ้นไปอีก”
ทุกผู้คนรับฟังอย่างระมัดระวัง พวกมันสัมผัสได้ถึงความจริงจังที่หา
ได้ยากในน้าเสียงของแม่นางน้อย ดูเหมือนว่าคำพูดของต้าเหรินจะสะกิด
ความตื่นเต้นสนใจของแม่นางน้อยเช่นกัน
“พวกเราเมื่อรบในบ้านตัวเอง เท่ากับครอบครองชัยภูมิดิน นี่
หมายความว่าเราสามารถใช้ประโยชน์จากข้อได้เปรียบทางภูมิประเทศที่
พวกมันไม่ล่วงรู้ อย่างเช่นค่ายกลเคลื่อนย้าย เราสามารถระบุตำแหน่งของ
ค่ายกลเคลื่อนย้ายทุกจุด หมายความว่าเราสามารถลอบตลบหลังศัตรู
หรือซุ่มโจมตีโดยที่พวกมันไม่ทันรู้ตัว”
แม่นางน้อยหยุดชะงักแวบหนึ่ง แล้วกล่าวต่อไปว่า “แต่เราต้องตัด
ขาดเส้นทางระหว่างกองทัพปิศาจกับภพปิศาจเสียก่อน มิเช่นนั้นหากพวก
มันสามารถเรียกกำลังหนุน กลยุทธ์นี้อาจส่งผลเสียสำหรับเราแทน”
ทุกผู้คนพยักหน้าหงึก ๆ จั่วม่อมองดูแม่นางน้อยที่วางยุทธการอย่าง
เยือกเย็น อดทอดถอนชมเชยไม่ได้ แม่นางน้อยในยามนี้มีท่วงท่าสภาวะ
เยี่ยงแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง!
แม่นางน้อยชูสองนิ้ว กล่าวว่า “แผนการรบของข้ารวบรัดยิ่ง ส่ง
กองทัพหนึ่งไปรับหน้ากองทัพปิศาจ และส่งอีกกองทัพหนึ่งไปลอบจู่โจม
รอยแยกแห่งความโกลาหล ชิงปิดผนึกรอยแยกแห่งความโกลาหลเสีย
หากรอยแยกถูกผนึกเท่ากับโดดเดี่ยวกองทัพปิศาจ เราจะได้ชัยไปแล้ว
ครึ่งหนึ่ง เมื่อถึงตอนนั้นฝ่ายตรงข้ามจะหลงเหลือทางเลือกเพียงสองทาง
หนึ่งคือบุกเข่นฆ่ามาข้างหน้าโดยไม่สนใจสิ่งใด และอีกหนึ่งคือเข่นฆ่า
เปิดทางกลับไปยังภพปิศาจให้จงได้ มีความเป็นไปได้สูงมากที่พวกมันจะ
เลือกหนทางที่สอง เราจะสามารถซุ่มกำลังไว้ใกล้รอยแยกแห่งความ
โกลาหล และโจมตีขนาบหน้าหลัง เช่นนั้นพวกมันก็จบสิ้นแล้ว”
จั่วม่อนิ่งครุ่นคิดใคร่ครวญอยู่เป็นนาน รู้สึกว่าแผนการนี้ไม่มีช่องโหว่
ใด จึงกล่าวอย่างไม่ลังเล “ดำเนินการตามแผนนี้!”
“ขอรับ!” ทุกผู้คนตะโกนรับคำอย่างพร้อมเพรียง!