สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 531 ชนเผ่ามนุษย์หมอก
เหวยเสิ้งกับจงหยูก็ถูกโครงกระดูกทำเอาตื่นตะลึงเช่นกัน กระทั่งนก
โง่ที่เย่อหยิ่งถือดี ยามนี้ยังเรียบ ๆ ร้อย ๆ ผิดปกติ โครงกระดูกผู้นี้พลังไม่
ธรรมดา! ในหมู่พวกมันทั้งหมด คนผู้เดียวที่สงบเยือกเย็นก็คืออากุ่ย
อากุ่ยยืนนิ่งเงียบอยู่ข้างกายจั่วม่อ เมินเฉยต่อทุกสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า
กระดูกผลึกหยกโปร่งใสกระจ่างจ้า แต่ละชิ้นคล้ายงานฝีมือชั้นยอด
ทั่วร่างโครงกระดูกผลึกหยกละเอียดอ่อนงดงาม รอจนกระดูกชิ้นสุดท้าย
ประกบเข้าตำแหน่งของมันในร่างโครงกระดูก โครงกระดูกทั้งร่างก็สว่าง
วาบด้วยแสงสีฟ้าบาดตา แสงสีฟ้าแผ่ซ่านกระเพื่อมไหวออกไปทุกทิศทุก
ทาง เหล่ามนุษย์หมอกเมื่อสัมผัสกับแสงเจิดจ้าบาดตาก็ยิ่งลิงโลดยินดี
กว่าเดิม
กระดูกหยกดำที่จั่วม่อหยิบฉวยออกมาจากแดนผลาญเทพไม่ครบ
ชิ้นส่วน มีอยู่สามชิ้นที่ขาดหายไป นั่นคือกะโหลกศีรษะ กระดูกชายโครง
ชิ้นหนึ่งและกระดูกนิ้วมืออีกชิ้นหนึ่ง
แต่ในร่างโครงกระดูกที่ไม่สมบูรณ์นี้ กลับไม่ปรากฏร่องรอยของความ
ไม่สมดุลใด ราวกับว่าพวกมันครบถ้วนสมบูรณ์แบบ เหวยเสิ้งกับจงหยูมีสี
หน้าน่ากลัว พวกมันทันใดนั้นบังเกิดความรู้สึกว่าทะเลหมอกน้าแข็งอันไร้
ที่สิ้นสุดนี้ จู่ ๆ ก็กลายเป็นเริงร่ามีชีวิตชีวาขึ้นมา!
จั่วม่อก็สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงภายในม่านหมอกน้าแข็ง ต้อง
ประหลาดใจวูบหนึ่ง พลังเทพ!
นี่คือพลังเทพ!
พลังเทพที่กระดูกผลึกหยกปลดปล่อยออกมานุ่มนวลผิดธรรมดา เบา
บางเสียจนแทบไม่อาจสัมผัสได้ หากมิใช่ว่าจั่วม่อฝึกปรือพลังเทพ มี
ความรู้สึกเฉียบไวต่อพลังเทพมากกว่าผู้อื่น มันต้องไม่อาจตรวจพบพลัง
เทพขุมนี้เป็นแน่!
ทว่ากับการที่โครงกระดูกปลดปล่อยพลังเทพออกมา จั่วม่อหาได้ตื่น
ตะลึงมากมายอันใดไม่ มันเมื่อหยิบฉวยโครงกระดูกมาจากแดนผลาญเทพ
ก็แน่นอนว่าโครงกระดูกนี้ต้องมาจากยุคสมัยโบราณกาล เป็นธรรมดาที่
โครงกระดูกจะเป็นผู้ใช้พลังเทพ แต่สิ่งที่ทำให้มันตื่นตะลึงอย่างแท้จริง คือ
มันพบว่าโครงกระดูกนี้ยังคงมีร่องรอยของชีวิตหลงเหลืออยู่ด้วย!
พลังเทพของโครงกระดูกทั้งอ่อนแอและเบาบาง แต่จั่วม่อสามารถ
รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายชีวิตที่แฝงเร้นอยู่ภายในได้อย่างชัดแจ้ง!
แม้ว่ากลิ่นอายชีวิตสายนี้อ่อนแอยิ่ง แต่ก็เป็นพลังแห่งชีวิตอย่าง
แท้จริง!
จั่วม่อเหม่อมองโครงกระดูกด้วยหัวใจสั่นไหว ล้อเล่นหรือไม่?
มนุษย์หมอกที่หมอบกราบกรานอยู่กับพื้นพากันลุกขึ้นยืน มนุษย์
หมอกที่ดูมีอายุหลายคนก้าวมาข้างหน้าอย่างระมัดระวัง จากนั้นช่วยกัน
ประคองโครงกระดูก พาหายลับไปในม่านหมอกน้าแข็งในบัดดล
มนุษย์หมอกวัยกลางคนผู้หนึ่งก้าวมาหยุดยืนตรงหน้าจั่วม่อ ค้อม
คำนับคณะของจั่วม่อด้วยท่วงท่าประหลาด “อาคันตุกะผู้ทรงเกียรติ ทั้ง
เบื้องสูงเบื้องต่าของเผ่ามนุษย์หมอกจะจดจำน้าใจที่พวกท่านมีต่อเผ่า
มนุษย์หมอก! ไม่ว่าที่ไหนและเมื่อใด ท่านคือสหายของพวกเราตลอด
กาล!”
แม้ว่าจั่วม่อจะเจ็บปวดใจอยู่บ้างที่กระดูกหยกดำถูกเหล่ามนุษย์
หมอกพาหายไป แต่จะอย่างไรก็สามารถแก้ไขเภทภัยถึงชีวิตได้ด้วย ดังนั้น
รีบกล่าวถ่อมตัว “ท่านเกรงอกเกรงใจเกินไปแล้ว! นี่เป็นเพียงเรื่องบังเอิญ
เท่านั้น!”
“อาศัยเพียงวาจาย่อมไม่อาจสำแดงความสำนึกขอบคุณของชนเผ่า
เราได้หมด ทุกท่าน หากไม่มีสิ่งใดขัดข้อง โปรดไปเยือนชนเผ่าเราสักหลาย
วันได้หรือไม่ ให้พวกเราได้ทำหน้าที่เจ้าบ้านที่ดีสักครา!” บุรุษมนุษย์หมอก
วัยกลางคนกล่าวชักชวนอย่างจริงใจ
จั่วม่อในใจบังเกิดความขัดแย้งเล็กน้อย กล่าวปฏิเสธว่า “ขออภัยด้วย
เราจำต้องไปเสาะหาตัวอ่อนเมฆวารี… …”
บุรุษมนุษย์หมอกวัยกลางคนมองดูอากุ่ยแวบหนึ่ง พลันเข้าใจเบื้อง
ลึกเบื้องหลัง จากนั้นแย้มยิ้มพลางกล่าว “ท่านที่นับถือไม่ต้องห่วงกังวลไป
พวกเรารู้จักสถานที่หลายแห่งที่ตัวอ่อนเมฆวารีเติบโตงอกงาม” กล่าวจบ
จากนั้นผายมือเชื้อเชิญจั่วม่อ “ขอเชิญอาคันตุกะทั้งหลาย!”
ทันใดนั้นจั่วม่อสีหน้าแปลกพิกลอยู่บ้าง อึกอักลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะ
กล่าวกระมิดกระเมี้ยน “คือว่า… …”
มนุษย์หมอกวัยกลางคนสีหน้างุนงงสงสัย “ท่านที่นับถือ มีเรื่อง
ลำบากใจอันใดโปรดบอกมาเถิด!”
กระทั่งใบหน้าหนาเท่ากำแพงเมืองของจั่วม่อยังแดงซ่านเล็กน้อย
ค่อย ๆ ชี้ไปยังน้าตาแห่งสายหมอกบนพื้น “คือว่า… ..ขอข้าเก็บสิ่งเหล่านั้น
ไปด้วยได้หรือไม่
จั่วม่อไม่ทันสังเกตว่ามันเมื่อกล่าวออกมา โฉมสะคราญหมอกผู้เป็น
เจ้าของหยาดน้าตาเหล่านั้นพลันใบหน้าแดงซ่านเล็กน้อย
มนุษย์หมอกวัยกลางคนแหงนหน้าหัวร่อดังกระหึ่มก้อง แล้วตวัดมือ
วูบ น้าตาแห่งสายหมอกเหล่านั้นพุ่งเข้าหาฝ่ามือของมัน จากนั้นยื่นส่งให้
จั่วม่ออย่างไม่เกี่ยงงอน
จั่วม่อยื่นมือรับอย่างระมัดระวัง พลางแย้มยิ้มกว้างขวาง น้าตาแห่ง
สายหมอกเหล่านี้เป็นสมบัติชั้นเลิศ! สิ่งที่ได้รับการตัดสินจากผูเยาว่าเป็น
‘สมบัติที่ดี’ แน่นอนว่าต้องเป็นสมบัติที่ไม่ธรรมดา
จากนั้นพวกมันติดตามมนุษย์หมอกวัยกลางคนไป ม่านหมอกน้าแข็ง
อันเย็นเยียบเสียดกระดูกคล้ายจะรู้จักพวกมัน กลับกลายเป็นเย็นรื่นชื่นใจ
ทำให้รู้สึกสุขสบายอย่างบอกไม่ถูก
มนุษย์หมอกวัยกลางคนให้ความใกล้ชิดสนิทสนมเป็นอย่างยิ่ง คอย
สนทนาแนะนำชนเผ่าหมอกต่ออาคันตุกะของพวกมันอย่างต่อเนื่อง
?
ชนเผ่าเทพสุริยันดับสูญหมดสิ้น วิหารเทพแห่งสุดท้ายของพวกมันก็
ดับสลายกลายเป็นฝุ่นธุลี ทว่าหลันที่พวกมันจับกุมคุมขังเอาไว้ก็แทบ
จะต้องสังเวยชีวิตไปด้วย
เมื่อจั่วม่อเล่าเรื่องราวเหล่านี้ออกมา ทุกผู้คนอดทอดถอนไม่ได้
มนุษย์หมอกวัยกลางคนผงกศีรษะอย่างโศกสลด “ที่แท้ก็เป็นฝีมือ
ของชนเผ่าเทพสุริยัน ไม่ต้องสงสัยเลย! พวกมันมีพลังพอที่จะทำเรื่อง
เช่นนี้ได้! ใช่แล้ว พวกเราแม้แยกตัวออกจากโลกภายนอก แต่มักจะส่งคน
ในเผ่าคนสองคนออกไปสืบหาข่าวคราวในหมอกน้าแข็งอยู่เป็นประจำ ฟัง
ว่าสายเลือดของชนเผ่าโบราณในโลกภายนอกล้วนดับสูญสิ้นแล้วใช่
หรือไม่
มองดูสีหน้าโศกสลดของมนุษย์หมอกวัยกลางคน จั่วม่อไม่ทราบจะ
ปลอบใจมันอย่างไร ได้แต่พยักหน้ารับ
มนุษย์หมอกวัยกลางคนนิ่งเงียบงันไป ข่าวสารเมื่อได้รับการยืนยัน
จากจั่วม่อ ความหวังส่วนเสี้ยวสุดท้ายของมันก็ดับสูญไปด้วย อึดใจให้หลัง
ค่อยกล่าวถามอย่างงุนงงสงสัย “พวกมันไฉนพากันตายหมดสิ้น
จั่วม่อสั่นศีรษะ “ข้าก็ไม่ทราบ บางทีอาจเป็นไปได้หลายสาเหตุ” ไม่
ทราบเพราะเหตุใด มันไม่ต้องการบอกอีกฝ่าย ว่าหลายพันปีมานี้เป็น
สวรรค์สี่ดินแดนที่ไล่ล่าทำลายล้างเชื้อสายของชนเผ่าโบราณจนสูญสิ้น
เห็นสีหน้าสลดหดหู่ของมนุษย์หมอกวัยกลางคน จั่วม่อได้แต่
ปลอบโยนว่า “บัดนี้หลันหวนคืนมาแล้ว ชนเผ่าหมอกก็สามารถกลับสู่พลัง
อำนาจเช่นในกาลก่อน ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น”
ได้ยินเช่นนี้ มนุษย์หมอกวัยกลางคนในที่สุดค่อยยิ้มออก “มิผิด!
ตราบเท่าที่ยังมีหลัน ชนเผ่าของเราก็สามารถสืบต่อไปได้!”
มันเชื่อมั่นในหลันอย่างเปี่ยมล้น!
ในไม่ช้าพวกมันก็เดินทางไปถึงที่ตั้งปัจจุบันของชนเผ่าหมอก
เดินห่างออกไปจากบริเวณบ่อน้าสายหมอก พื้นที่สิ่งปลูกสร้างผืน
ใหญ่ก็ปรากฏขึ้นในสายตาของทุกคน สิ่งปลูกสร้างเหล่านี้เป็นสีฟ้าสดใส
ล้วน ๆ ราวกับว่าพวกมันถูกสร้างด้วยผลึกน้าแข็ง ให้ความรู้สึกโปร่งใส
เยือกเย็น ผนังกำแพงสะท้อนแสงแวววาม ก่อเกิดเป็นชั้นแสงที่สามารถปิด
กั้นสายตาของคนภายนอก ป้องกันไม่ให้พวกมันมองทะลุเข้าไปภายใน
บ้าน
สิ่งปลูกสร้างแต่ละหลังไม่ใหญ่โตนัก เพียงสามารถเรียกได้ว่าเป็นบ้าน
หลังเล็ก ๆ เท่านั้น นอกเหนือจากวัสดุที่ใช้สร้างซึ่งให้ความรู้สึกประณีต
ละเอียดอ่อนแล้ว รูปทรงของสิ่งปลูกสร้างก็ล้วนแล้วแต่เรียบง่ายและ
สันโดษ บางครั้งคราวพวกมันยังสามารถมองเห็นภาพวาดฝาผนังที่เป็น
เส้นสายสีเทาจาง ๆ
สถานที่แห่งนี้มีมนุษย์หมอกอยู่กันมากมายยิ่งกว่าที่บ่อน้าสายหมอก
แต่จั่วม่อกับพวกค้นพบอย่างประหลาดใจ ว่ามนุษย์หมอกที่อยู่ที่นี่ดู
เหมือนพลังฝีมืออ่อนด้อยกว่าบรรดามนุษย์หมอกที่พวกมันพบพานในที
แรกมาก
จั่วม่อทันใดนั้นเหลือบเห็นแท่นบูชาที่ปลายหางตา โครงกระดูกสถิต
อยู่บนยอดของแท่นบูชานั้นเอง
แท่นบูชาเซ่นสรวงห้อมล้อมด้วยบรรดามนุษย์หมอก ที่กำลังสวด
ภาวนาด้วยศรัทธาอันแรงกล้า
จั่วม่อค้นพบอย่างตื่นตะลึง ว่าพลังเทพของโครงกระดูกแข็งแกร่งกว่า
ตอนแรกอยู่มากโข!
“น่าเสียดายที่พวกเราสูญเสียหลันเป็นเวลานานเกินไป เวลานี้ในชน
เผ่าเราไม่มีนักบวชหลงเหลืออยู่อีกแล้ว เราได้แต่สวดภาวนาเซ่นสรวงบูชา
ทุกวัน หวังว่าหลันจะสามารถฟื้นคืนสภาพโดยเร็วที่สุดและสามารถ
ปกป้องคุ้มครองชนเผ่าเราได้อีกครั้ง!” มนุษย์หมอกวัยกลางคนกล่าวด้วย
อารมณ์อันซับซ้อน
“เวลานั้นจะมาถึงรวดเร็วยิ่ง” จั่วม่อคล้อยตามอย่างน่าประหลาด
มนุษย์หมอกวัยกลางคนงงงันวูบ จากนั้นแย้มยิ้มอย่างอ่อนโยน
จั่วม่อพอกล่าวจบคำ จู่ ๆ ก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่าง มันรู้สึกว่าโครง
กระดูกบนแท่นบูชาคล้ายกำลังมองมายังมัน! ความรู้สึกนี้ทำให้มันสะดุ้ง
สุดตัว แต่เมื่อเพ่งมองอย่างละเอียดอีกที ความรู้สึกที่ว่าก็หายสาบสูญไป
เหมือนไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
จั่วม่อยิ้มปลอบใจตัวเอง ดูเหมือนว่ามันจะตึงเครียดมากเกินไป หลัน
ไม่มีหัวกะโหลก จึงไม่มีดวงตา ไหนเลยจะจ้องมองมาที่มันได้?
สะบัดศีรษะอย่างยิ้มแย้มสองสามที มันติดตามมนุษย์หมอกวัย
กลางคนไปยังสิ่งปลูกสร้างที่ใหญ่โตที่สุด
“นี่คือหอชุมนุมของชนเผ่าเรา” มนุษย์หมอกวัยกลางคนมีสีหน้าขอ
อภัย “พวกเราแยกตัวจากโลกภายนอกนานเกินไป ไม่เคยมีอาคันตุกะมา
เยือน ดังนั้นหลงลืมสิ่งปลูกสร้างสำหรับต้อนรับอาคันตุกะไปเสียสนิท
รบกวนให้ทุกท่านต้องลำบากแล้ว โปรดอภัยในความบกพร่องของพวกเรา
ด้วย!”
จั่วม่อกับพวกรีบปลอบโยนว่ามันเกรงอกเกรงใจมากเกินไปแล้ว
ก้าวเข้าไปในหอชุมนุม พวกมันพบว่าภายในเห็นได้ชัดว่าได้รับการทำ
ความสะอาดเป็นอย่างดี บนพื้นมีเพียงพรมหญ้าขาวพิสุทธิ์ปูลาด บนโต๊ะ
ที่วางอยู่มุมห้อง สุมซ้อนด้วยอาหารและผลไม้หลายชนิด แม้ว่าจะเรียบ
ง่ายธรรมดา แต่ยิ่งทำให้ผู้คนรู้สึกสุขสงบและผ่อนคลายสบายอารมณ์เสีย
มากกว่า
ก้าวขึ้นไปยืนบนพรมสีขาว ทุกคนรู้สึกคลื่นความเย็นสายหนึ่งชำแรก
เข้าไปในร่าง ช่วยให้จิตใจของพวกมันกระจ่างชัดเจนขึ้น อารมณ์ตึงเครียด
ถูกชะล้างในทันใด ความเหน็ดเหนื่อยตรากตรำค่อย ๆ เลือนหายไป รู้สึก
สุขสบายอย่างบอกไม่ถูก
สมบัติที่ดี!
จั่วม่อตาเป็นประกาย