สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 541 อาจารย์ปลุกปิศาจ
เห็นปลายนิ้วของอาจารย์ปลุกปิศาจจู่ ๆ ก็สว่างขึ้นด้วยแสงที่แทบ
มองไม่เห็น สะบัดข้อมือวูบ เข็มยาวคล้ายเปลี่ยนเป็นริ้วแสงสีเงิน แทงเข้า
ไปใต้ผิวหนังของเด็กหนุ่มอย่างฉับพลัน
เด็กหนุ่มร่างสะท้านเฮือก แค่นเสียงหนัก ๆ คำหนึ่ง
ในเวลาเดียวกันนั้น แผนผังปิศาจเลือนรางพลันปรากฏขึ้น แม้ว่าจะ
ยังไม่เด่นชัดนัก แต่ก็สามารถมองเห็นเค้าร่างของแผนผังปิศาจได้ชัดเจน
อาจารย์ปลุกปิศาจระบายลมหายใจยาว ตบเบา ๆ บนแผนผังปิศาจ
เข็มยาวคล้ายถูกเส้นด้ายที่มองไม่เห็นดึงรั้งกลับออกมาจากร่างของเด็ก
หนุ่ม อาจารย์ปลุกปิศาจยื่นมือรับเข็ม จัดวางไว้ทางหนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นยืน
กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “โชคดีที่ทำสำเร็จ”
เด็กหนุ่มนั้นพอฟัง ต้องลิงโลดยินดีแทบคลุ้มคลั่ง บิดามารดาของมัน
พากันถอนใจยาวอย่างพร้อมเพรียง สีหน้าปลาบปลื้มปิติ เมื่อแผนผัง
ปิศาจถูกปลุกขึ้น ขอเพียงมันไม่ล้มเลิกการฝึกฝีมือ หลังจากนี้สักระยะหนึ่ง
จะได้พบกับช่วงการเติบโตรุดหน้าอย่างรวดเร็ว
ไม่ว่าที่ใดในโลก ความแข็งแกร่งก็เป็นหลักประกันที่มีอานุภาพมาก
ที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภพปิศาจอันโหดร้ายทารุณ
ตงจื่อจ้องมองเด็กหนุ่มผู้นั้นด้วยสายตาอิจฉาเลื่อมใส อีกฝ่ายไม่ได้มี
พรสวรรค์เทียบเท่ามัน แต่สุดท้ายตัวมันเองจะไปได้ไกลเท่าใดยังต้องดูว่า
การปลุกแผนผังปิศาจของมันจะพบความสำเร็จหรือไม่
การซ่อมแซมส่วนหนึ่งของแผนผังปิศาจที่ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้อง หากกล่าว
ให้ถูกต้องกว่านั้นก็คือการปรับเปลี่ยน พวกมันจะทำการปรับเปลี่ยนเลือด
เนื้อและกระแสพลังส่วนเล็ก ๆ บางส่วน แม้ว่าพวกมันไม่สามารถซ่อมแซม
แผนผังปิศาจอย่างสมบูรณ์ แต่ก็ยังสามารถทำให้แผนผังปิศาจสำแดง
อานุภาพได้ในระดับหนึ่ง
ดังนั้นคำว่า ‘ปลุกแผนผังปิศาจ’ นับว่าใช้ได้ถูกต้องเหมาะสมที่สุด
แล้ว
จั่วม่อขณะครุ่นคิด ก็จ้องมองเข็มยาวในมืออาจารย์ปลุกปิศาจตาไม่
กะพริบ มันสนอกสนใจเข็มเล่มนั้นมาก
เหล่าปิศาจมุงค่อย ๆ แยกย้ายจากไป พวกมันเดิมทีก็คุ้นชินกับเรื่อง
เหล่านี้อยู่แล้ว ส่วนกลุ่มปิศาจวัยเยาว์ยังคงรั้งรออยู่เบื้องหลัง พากัน
ซักถามคำถามทุกประเภทกับอาจารย์ปลุกปิศาจ อาจารย์ปลุกปิศาจวัย
กลางคนผู้นี้ลักษณะเป็นคนใจดีมีเมตตา เพียรตอบคำถามทั้งหมดโดยไม่
ขุ่นข้องรำคาญ
จั่วม่อรับฟังอยู่ครู่ใหญ่ ต้องประเมินอาจารย์ปลุกปิศาจผู้นี้เสียใหม่
ผู้อื่นรอบรู้ไม่น้อยจริง ๆ
“ท่านอาจารย์ปลุกปิศาจ ข้าสามารถชมดูเข็มของท่านสักครู่ได้
หรือไม่?”
จั่วม่อโพล่งขึ้นอย่างกะทันหัน สุ้มเสียงของมันฟังดูไม่ต่างอันใดจาก
บรรดาเด็กหนุ่มสาวที่ไม่ล่วงรู้เรื่องราวทางโลกคนอื่น ๆ เต็มไปด้วยความ
อยากรู้อยากเห็น
“ฮะ?”
?
?
จั่วม่อตระหนักทันที
ที่แท้เป็นรสชาติที่… …ไม่เลวเลยจริง ๆ… …
จั่วม่อเผลอเคลิบเคลิ้มมึนเมาไปวูบหนึ่ง แต่แล้วก็ตั้งสติอย่างรวดเร็ว
“เซียนเซิง ขออภัยยิ่ง ข้าขยับตัวไม่ได้”
จนถึงยามนี้มันก็ยังดูเหมือนเด็กหนุ่มที่ไม่มีพิษภัย ไม่มีร่องรอย
ท่วงท่าสภาวะของยอดคนที่เคยเข้ายึดครองอาณาจักรแห่งหนึ่งแม้แต่น้อย
“ท่านอาจารย์ปลุกปิศาจ อาจั่วร่างกายไม่สู้ดี ไม่สามารถเคลื่อนไหว
ได้จริงๆ ส่วนอากุ่ยทั้งไม่ได้ยินและพูดไม่ได้” ตงจื่อผู้มีน้าใจรีบอธิบายต่อ
อาจารย์ปลุกปิศาจ
“อ้อ!” อาจารย์ปลุกปิศาจวัยกลางคนเผยสีหน้าประหลาดใจอยู่บ้าง
มันเพ่งพิศคนทั้งสองพลางกล่าวราวรำพึงกับตัวเอง “เป็นอาการที่แปลก
ประหลาดโดยแท้ มามา ลองให้ข้าตรวจดูสักครา”
ไม่รอให้จั่วม่อมีปฏิกิริยาใด มันเดินตรงเข้ามา คว้ามือจั่วม่อข้างหนึ่ง
ขึ้นทันที
จั่วม่อตื่นตระหนกจนขวัญหาย พลันสำนึกเสียใจที่เริ่มสนทนากับ
ผู้อื่น ยามนี้มันไม่ควรชักนำความสนใจเข้าหาตัวเอง หากผู้อื่นตรวจ
ร่างกายของมันแล้วเกิดพบสิ่งใดเข้า เกรงว่าจะกลายเป็นเรื่องยุ่งยากและ
อันตรายมากแล้ว!
แต่มันยังไม่ทันจะได้ปฏิเสธ อาจารย์ปลุกปิศาจวัยกลางคนก็เริ่ม
เคลื่อนพลังปิศาจเข้าตรวจร่างกายของจั่วม่อผ่านทางฝ่ามือข้างนั้น
กระแสพลังอันอบอุ่นอ่อนโยนสายหนึ่งไหลผ่านปลายนิ้ว แทรกผ่าน
เข้าไปในแขนของจั่วม่อ
แต่ทันใดนั้นเอง กระแสพลังสายนี้พลันถูกพลังอันเกรี้ยวกราดที่กำลัง
อาละวาดสัประยุทธ์ในร่างกายของจั่วม่อ กระแทกทำร้ายจนขาดสะบั้นใน
บัดดล!
อาจารย์ปลุกปิศาจวัยกลางคนสะท้านเฮือก ใบหน้ากลายเป็นขาวซีด!
จั่วม่อลอบทอดถอนอย่างโศกสลด จบสิ้นกัน!
อาจารย์ปลุกปิศาจวัยกลางคนกระตุกมือกลับอย่างลนลาน หน้าเขียว
คล้าเหมือนซากศพ แม้ว่ามันจะพยายามวางท่าสงบเยือกเย็นอย่างสุด
ความสามารถ จั่วม่อก็ยังคงสังเกตเห็นร่องรอยแตกตื่นตะลึงลานที่แทบ
มองไม่เห็นในดวงตามัน
“ท่านอาจารย์ ตรวจพบสิ่งใดบ้างหรือไม่?” จั่วม่อถามยิ้ม ๆ ฟังคล้าย
เด็กหนุ่มไร้เดียงสาที่เฝ้ารอคำตอบอย่างใจจดจใจจ่อ มันในเมื่อถูกค้นพบ
?
ว่าอีกฝ่ายจะเป็นใคร ไฉนปิดบังตัวตนอยู่ในที่แห่งนี้ หรือไม่ว่าอาจั่วจะ
เจ็บป่วยจริงหรือไม่ มันล้วนตัดสินใจไม่ขอเกี่ยวข้องทั้งสิ้น
รู้รักษาตัวรอดจึงเป็นยอดกลยุทธ์
หลังจากกล่าวจบ ก็หมุนตัวเตรียมจากไปทันที
“ท่านอาจารย์ปลุกปิศาจที่นับถือ ท่านยังไม่ได้ให้ข้าชมดูเข็มของ
ท่าน” สุ้มเสียงที่ดูเหมือนจะไร้เดียงสาตามติดมาทางเบื้องหลัง
อาจารย์ปลุกปิศาจวัยกลางคนชะงักกึก สีหน้าแข็งทื่อ
ผู้อื่นไม่กลัวเกรงแม้แต่น้อย… …ดูเหมือนว่าการคาดเดาของมันจะ
ถูกต้องเสียแปดเก้าส่วน … …คนอันตรายเช่นนี้ไม่อาจตอแยได้!
อาจารย์ปลุกปิศาจพอหันกลับมาอีกครั้ง ใบหน้าก็เกลื่อนไปด้วย
รอยยิ้มใจดี “ไฮ้ย่า ขออภัย ขออภัย ข้าลืมไป” กล่าวจบก็รีบนำเข็มยาว
คู่ชีพออกมา
“ท่านอาจารย์ปลุกปิศาจ รบกวนท่านวางใส่ในมือของข้าได้หรือไม่?
ตงจื่อกับพวกดวงตาเบิกกว้าง พวกมันเคยเห็นคนซุกซนที่พยายามจะ
แตะต้องเข็มยาวของอาจารย์ปลุกปิศาจและถูกท่านอาจารย์ดุว่าตำหนิอยู่
เป็นครึ่งค่อนวัน ท่านอาจารย์ปลุกปิศาจช่างเป็นปิศาจที่ใจดีมีเมตตาโดย
แท้ มันอาจรู้สึกว่าอาจั่วน่าเวทนา ดังนั้นปฏิบัติต่ออาจั่วดีเป็นพิเศษ!
นี่คือสิ่งที่ปิศาจน้อย ๆ เหล่านี้ครุ่นคิดอยู่ในใจ
ทันทีที่เข็มยาวอยู่ในมือ จั่วม่อก็พลันค้นพบความลึกลับของเข็มยาว
เล่มนี้
“โลหะเงินขอบฟ้า ทรายดำแสงศูนย์ ไม้แรดเขาเหล็ก หยดน้าอัสดง
… ..” จั่วม่อพึมพำรัวเร็วเป็นชุด แยกแยะองค์ประกอบของเข็มเงินเล่มนี้
อย่างรวดเร็ว
อาจารย์ปลุกปิศาจนิ่งขึงตะลึงงันไปแล้ว!
เข็มเงินในมือจั่วม่อไหนเลยจะรองรับพลังอันแกร่งกร้าวสุดขั้วนี้ได้
แตกระเบิดเป็นฝุ่นควันสีเงินกลุ่มหนึ่ง
เสียงระเบิดขู่ขวัญผู้คนจนขวัญกระเจิง ไม่เว้นแม้แต่ตัวจั่วม่อเอง
อาจารย์ปลุกปิศาจวัยกลางคนยืนแข็งทื่อเหมือนท่อนไม้ ใบหน้าบัด
เดี๋ยวซีดขาวบัดเดี๋ยวเขียวคล้า เหม่อมองมือขวาอันว่างเปล่าของจั่วม่อ
อย่างซึมเซา ตงจื่อกับพวกก็มีสีหน้าตะลึงพรึงเพริด ตอนที่จั่วม่อรำพึง
แยกแยะเข็มเงินออกมา พวกมันแม้รับฟังไม่เข้าใจ แต่ยังคงรู้สึกนับถือ
เลื่อมใสมาก … วาจาของอาจั่วฟังดูทรงพลังยิ่ง!
แต่เมื่อเห็นเข็มเงินระเบิดพินาศคามือของอาจั่ว ความคิดแรกของ
ตงจื่อกับพวกก็คือ ทีนี้ย่าแย่แล้ว! อาจั่วทำลายเข็มเงินของอาจารย์ปลุก
ปิศาจเสียแล้ว!
ตงจื่อยิ่งมีสีหน้าย่าแย่กว่าผู้ใด มันทั้งกังวลว่าจะไม่สามารถปลุก
แผนผังปิศาจของตนได้ ทั้งกังวลว่าอาจั่วจะไม่มีปัญญาชดใช้เข็มเงินให้แก่
อาจารย์ปลุกปิศาจ
“ขออภัย ขออภัยจริง ๆ ข้าทำลายเข็มเงินของท่านเสียแล้ว!” มองดู
อาจารย์ปลุกปิศาจวัยกลางคนที่ใบหน้าไร้สีเลือด จั่วม่อสำนึกเสียใจอย่าง
สุดซึ้ง เข็มเงินนี้ไม่ต้องบอกก็ทราบว่าผู้อื่นต้องใช้ความพยายามไป
มากมายถึงเพียงไหน แต่มันกลับเผลอทำลายแหลกละเอียดคามือ!
ความรู้สึกนี้มันซาบซึ้งเป็นอย่างดี หากเมื่อครั้งกระโน้นมีคนทำลาย
นกกระเรียนกระดาษเสี่ยวหวงของมัน มันจะต้องโถมเข้าเสี่ยงชีวิตโดยไม่
คิดหน้าคิดหลังเป็นแน่!
แต่ยามนี้มันไม่สามารถควบคุมพลังปราณได้ มิเช่นนั้นจะต้องชดใช้
ให้แก่อีกฝ่ายอย่างจุใจ กับแค่เข็มเงินเพียงเท่านี้ ไม่ได้กระทบกระเทือน
ความมั่งคั่งของมันแม้แต่น้อย
ทว่าในสภาพเช่นนี้ … …
อาจารย์ปลุกปิศาจวัยกลางคนยังคงยืนซึมเซา ตงจื่อกับพวกสีหน้า
ร้อนรุ่มกระวนกระวาย ส่วนจั่วม่อไม่ทราบจะทำอย่างไรดี แต่ละคนเหลียว
มองกันเลิ่กลั่กไปมา ทั่วบริเวณเงียบกริบดุจป่าช้า
อากุ่ยในเวลานี้ ไม่ได้ดูสะดุดตาแม้แต่น้อย