สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 545 ทลายหินฟาดฟัน
วัดเสวียนคงพิชิตอาณาจักรขุนเขายะเยือก ดินแดนในภพปิศาจ!
ข่าวนี้ประโคมผ่านการออกอากาศทางอินกุย แพร่สะพัดไปทั่วสวรรค์
สี่ดินแดนอย่างรวดเร็วดุจไฟลามทุ่ง สี่ดินแดนที่กำลังอยู่ในสภาพโกลาหล
อลหม่าน พลันบังเกิดขวัญกำลังใจพลุ่งพล่านขึ้นอักโข นี่เป็นอาณาจักร
ปิศาจแห่งแรกที่ถูกสวรรค์สี่ดินแดนเข้ายึดครอง สิ่งที่เหนือความคาดหมาย
ของผู้คนก็คือไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าคนแรกที่ทำสำเร็จจะเป็นวัดเสวียนคง
พวกมันเดิมทีเข้าใจว่าขุมกำลังที่จะประกาศศักดาเป็นแห่งแรก หากมิใช่
คุนหลุนก็ต้องเป็นเทียนหวน
วัดเสวียนคงซึ่งมักถ่อมเนื้อถ่อมตัว กลับสำแดงพลังอำนาจสุดคาดคิด
ออกมาอย่างฉับพลัน ถึงกับเปล่งประกายเจิดจรัสดุจดวงอาทิตย์ยามเที่ยง
ดึงดูดความสนใจของผู้คนมายังพวกมันเป็นจุดเดียว
เจียงเจ๋อผู้นำทัพคว้าชัยอย่างหมดจดงดงามในครั้งนี้ กลับกลายเป็น
หนึ่งในแม่ทัพบัญชาการศึกที่เด่นล้าที่สุดในสวรรค์สี่ดินแดน!
ตงจื่อแช่ร่างทั้งตัวอยู่ในน้ายาสีดำมะเมื่อมภายในบ่อโอสถ น้ายาสีดำ
ส่งกลิ่นแปลกพิสดารสุดบรรยาย ข่าจั๋วกำลังค่อย ๆ ใส่วัตถุดิบที่เตรียม
เอาไว้ลงไปในบ่อโอสถทีละชิ้น ทีละชิ้น
เมืองเศษหินกันดารห่างไกลและแร้นแค้น ในมือแทบไม่มีวัตถุดิบดี ๆ
อยู่เลย หลายสิ่งหลายอย่างไม่สามารถหาได้ในเมืองเศษหิน จั่วม่อค่อย ๆ
เลือกเฟ้นอย่างรอบคอบระมัดระวัง และค้นพบวัตถุดิบทั่วไปบางชนิดที่
พอจะใช้ทดแทนส่วนผสมหายากได้บ้าง ข่าจั๋วออกไปตระเวนซื้อหาสิ่งของ
เหล่านี้จนครบถ้วน
แม้กระนั้นยังกล่าวได้ว่าน้าโอสถที่จั่วม่อรังสรรค์ขึ้นมีประสิทธิภาพยิ่ง
พลังโอสถที่เดือดพล่านและแผนผังปิศาจสีเขียวเข้มแทบจะปรากฏขึ้นบน
ร่างของตงจื่ออย่างพร้อมเพรียง โดยเฉพาะสองแขนแทบจะปกคลุมด้วย
แผนผังปิศาจจนไม่เหลือพื้นที่ว่าง แผนผังปิศาจที่ปรากฏขึ้นบนแขนของ
มันละเอียดซับซ้อนและเด่นชัดยิ่ง ลวดลายแผนผังปิศาจอันเรียวบางดุจ
เส้นผมจำนวนมหาศาลถักทอประสานเป็นแผนภาพที่ทั้งสลับซับซ้อนและ
น่าตื่นตาตื่นใจ มองจากที่ไกล ๆ คลับคล้ายรอยสักอันน่าเกรงขามชุดหนึ่ง
“แผนผังปิศาจวานรที่ราบสูง นี่คือแผนผังวานรที่ราบสูงไม่ผิดแน่?”
ข่าจั๋วจ้องมองรอยสักบนร่างตงจื่อด้วยสายตาดื่มด่ามึนเมา ในฐานะ
อาจารย์ปลุกปิศาจ ความลุ่มหลงงมงายในแผนผังปิศาจของมันแทบจะ
กลายเป็นสัญชาตญาณไปแล้ว แม้ว่าจั่วม่อจะถ่ายทอดแผนผังปิศาจวานร
ที่ราบสูงให้แก่มัน มิหนำซ้ามันยังศึกษาจนทะลุปรุโปร่งแต่แรก แต่ข่าจั๋ว
พอเห็นของจริงปรากฏอยู่ตรงหน้ายังอดเคลิบเคลิ้มหลงใหลมิได้
จั่วม่อไม่เอ่ยปาก เพราะเกรงว่าจะรบกวนสมาธิของข่าจั๋ว ซึ่งความ
จริงมันชื่นชมในทักษะฝีมือของข่าจั๋วไม่น้อย วิชาความรู้ที่ผ่านมาของ
ข่าจั๋วไม่ได้มีเคล็ดความลึกล้าอันใด แต่กระนั้นยังสามารถผลักดันตัวเองจน
มีฝีมือถึงขั้นนี้ได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความคลั่งไคล้ในแผนผังปิศาจของมัน
นั่นเอง
22 ม๋อเป้ย – ม๋อก็คือปิศาจ เป้ยตัวนี้แปลว่าหอย ในที่นี้เป็นหน่วยเงินของภพปิศาจ
เว่ยเงียบงันไป หากเป็นเรื่องนี้ มันยืนอยู่ฝ่ายเดียวกันกับผูเยา
“สถานการณ์ยามนี้นับว่าดีกว่าเดิมมาก ตอนนี้ข้าถึงกับสามารถขยับ
แขนได้แล้ว” จั่วม่อทำท่าภาคภูมิลำพองอยู่บ้าง
“ฮ่า เจ้าควรทราบ ระเบิดตัวเองตายนับเป็นความตายที่ทุเรศทุรัง
ที่สุด” ผูเยาสีหน้าเหยียดหยาม “ต่อให้เจ้ากลับมาเคลื่อนไหวได้ทั้งร่างก็ไม่
มีประโยชน์ ร่างของเจ้ายามนี้ไม่ต่างจากภูเขาไฟที่จวนเจียนจะระเบิดลูก
หนึ่ง ภายในภูเขาไฟยิ่งเก็บกักแรงระเบิดมากขึ้นทุกขณะ นอกเสียจากว่า
เจ้าจะทำให้มันสงบลง หรือมิเช่นนั้นก็ระบายมันออกมาเสีย”
จั่วม่อเลิกคิ้ว “เจ้ามีความคิดอันใด?”
ผูเยานิ่งเงียบงันไปชั่วอึดใจ ก่อนจะกล่าวว่า “หากเจ้าสามารถระบาย
พลังงานในร่างออกมาได้ทั้งหมด อย่างน้อยยังพอจะรักษาชีวิตเอาไว้ได้ ข้า
รู้วิชาศาสตร์อสูรที่สามารถกระทำเช่นนี้ได้”
“แล้วจากนั้นเล่า?
?”
จั่วม่อเบ้ปาก “เกอจึงไม่เสียสติเช่นนั้น เกอยังต้องรักษาอากุ่ย ยังต้องสืบ
หาชาติกำเนิดของเกอ เกอยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องกระทำ เกอไม่
สามารถละทิ้งพลังฝีมือได้!”
“เจ้ามีเวลาเหลือไม่มากแล้ว” ผูเยาสุ้มเสียงไร้อารมณ์ “ดูจากสภาพ
ภายในร่างกายของเจ้าในยามนี้ เจ้ามิอาจทนทานได้นานนัก”
จั่วม่อขมวดคิ้ว “เหลือเวลาอีกนานเท่าใด?”
“ไม่เกินหนึ่งเดือน”
ทะเลแห่งจิตสำนึกกลายเป็นเงียบสงัดเสมือนตาย พวกมันทั้งสามไม่
มีผู้ใดมีแก่ใจสนทนาสืบต่อ
จั่วม่อนั่งอยู่ในอ้อมแขนของอากุ่ยด้วยสีหน้ามึนงง มันคาดคิดไม่ถึงว่า
สถานการณ์จะเลวร้ายถึงเพียงนี้ ยังเลวร้ายกว่าที่มันคิดเอาไว้มาก
“เหล่าซือ สามารถเริ่มต้นได้แล้วหรือไม่?”
ตงจื่อเวลานี้ทั่วร่างปกคลุมด้วยแผนผังปิศาจละเอียดซับซ้อน ดูคล้าย
รอยสักอันน่าเกรงขามจริง ๆ
ข่าจั๋วไม่แยแสสนใจความเหน็ดเหนื่อยของตน ในดวงตาฉายแวว
ตื่นเต้นตึงเครียดจาง ๆ มันหลับตาลง นิ่งงันไปราวชั่วยี่สิบลมหายใจเข้า
ออก พอลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาสีน้าตาลก็สงบราบเรียบเหมือนผิวน้า
เข็มปลุกปิศาจในมือของมันพลันปลดปล่อยพลังงานสีดำอันเงียบ
สงบออกมา พลังงานสีดำห่อหุ้มเข็มปลุกปิศาจทั้งเล่ม ก่อเกิดสภาพ
ประหนึ่งว่าข่าจั๋วกำลังถือสายฟ้าทมิฬดำเส้นหนึ่งก็มิปาน
ข่าจั๋วตวัดสายฟ้าดำจี้ปราด พลังงานสีดำพวยพุ่งหายเข้าไปในหว่าง
คิ้วของตงจื่อ
ตงจื่อบนใบหน้าทอแววเจ็บปวดรวดร้าว ร่างสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
เสียงคำรามป่าเถื่อนลึกล้าดังก้องออกมาจากลำคอของตงจื่อ เต็มไป
ด้วยวี่แววเจ็บปวดแสนสาหัส
จั่วม่อมองดูตงจื่อดิ้นพราดอยู่บนพื้น หัวใจเต้นรัวเร็วยิ่งกว่าตีกลอง
แผนผังปิศาจสลักเสร็จสิ้น ทั้งยังกระตุ้นการทำงานแล้ว แต่นี่เป็นเพียงขั้น
แรกเท่านั้น ความสำเร็จขึ้นอยู่กับว่าร่างกายของตงจื่อจะสามารถทนรับ
แผนผังปิศาจวานรที่ราบสูงฉบับสมบูรณ์ได้หรือไม่
มันต้องทนให้ได้… …
จั่วม่อโห่ร้องให้กำลังตงจื่ออยู่ในใจ ร้อนรุ่มกระวนกระวายยิ่งกว่า
ข่าจั๋วเสียอีก
ไอพลังงานสีดำมากมายคล้ายปรากฏออกมาจากอากาศธาตุ พุ่งหาย
เข้าไปในแผนผังปิศาจของตงจื่อไม่หยุดยั้ง ตงจื่อเกลือกกลิ้งอย่างรุนแรง
กว่าเดิม แผดเสียงโหยหวนบาดหู
แต่ไม่ว่าจะเกลือกกลิ้งรุนแรงถึงเพียงไหน แผนผังปิศาจบนร่างมันก็
ไม่ได้รับผลกระทบแม้แต่น้อย ยิ่งนานยิ่งดูดซับพลังงานสีดำมากขึ้นทุก
ขณะ แผนผังปิศาจก็ค่อย ๆ เจิดจ้าขึ้นทีละน้อย
ตงจื่อร่างสั่นกระตุกเป็นระลอก ลมหายใจแผ่วเบาลงจนหลงเหลือ
เพียงรวยริน
จั่วม่อถลึงมองแผนผังปิศาจตาไม่กะพริบ ตื่นเต้นตึงเครียดจนแทบ
กลั้นหายใจ
แผนผังปิศาจค่อยๆ มืดมัวลง จากนั้นสักครู่ ก็ค่อย ๆ สว่างเรืองรอง
ขึ้นอีกครั้ง จากนั้นกลับเป็นมืดสลัวอีกครั้ง… …บัดเดี๋ยวมืดบัดเดี๋ยวสว่าง
ราวกับกำลังหายใจเข้าออก
หลังจากสลับมืดสว่างเจ็ดแปดรอบ แผนผังปิศาจก็ดับวูบลง ไม่
หลงเหลือแสงสว่างอีกต่อไป ตงจื่อนอนนิ่งสนิทไม่ไหวติงอยู่บนพื้น
แผนผังปิศาจที่ดับมืดค่อย ๆ เลือนรางลง จางหายไปด้วยระดับ
ความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ตงจื่อที่สลบไสลอยู่บนพื้นดูไม่ต่างจาก
ยามปกติแม้แต่น้อย
เสียงหายใจของตงจื่อดังขึ้นทีละน้อย ลึก ยาวและสงบราบเรียบราว
กับกำลังหลับลึกอย่างสบาย
จั่วม่อราวกับยกภูเขาออกจากอก รีบเรียกรั้งข่าจั๋วที่กำลังจะก้าวเข้า
ไปดู “ปล่อยให้มันนอนไปเถอะ อย่าเพิ่งรบกวนมันแล้ว”
ข่าจั๋วงงงันวูบ จากนั้นตะกุกตะกักถามว่า “ใช่… ใช่สำเร็จแล้ว
หรือไม่?”
“มิผิด! สำเร็จ! ไม่ผิดพลาดไปเลย!” จั่วม่อสุ้มเสียงเต็มไปด้วยความ
เบิกบานใจ
หลังจากหลับใหลอย่างสงบถึงสองชั่วยาม ตงจื่อก็ฟื้นตื่นขึ้น มัน
เหลียวมองรอบด้านอย่างงุนงง จากนั้นก้มมองสองมือของตน หันมาถาม
จั่วม่ออย่างสงสัยใจ “อาจั่ว จะลงมือจัดการกับข้าเมื่อใด
เห็นสีหน้าท่าทางของตงจื่อ จั่วม่ออดไม่ได้ หัวร่อออกมาดังสนั่น
หวั่นไหว “ฮ่าฮ่า จัดการผีสางอันใด ล้วนเสร็จสิ้นแต่แรกแล้ว!”
“เสร็จสิ้นแล้ว
ตงจื่อตะลึงงัน จากนั้นยกมือขึ้น เพ่งพิศอยู่ชั่วครู่
ก่อนจะสั่นศีรษะพลางกล่าว “อาจั่ว อย่าคิดหลอกข้าเสียให้ยาก นี่เห็นได้
ชัดว่ายังคงเหมือนเดิมไม่มีผิด!”
จั่วม่อก็ไม่อธิบาย เพียงกล่าวอย่างยิ้มแย้ม “มาเถอะ ออกไปข้างนอก
กัน ลุงอันหย่ากับคนอื่น ๆ แทบจะทนรอไม่ไหวแล้ว”
มิใช่แค่ลุงอันหย่าคนเดียว บิดามารดาของตงจื่อก็กำลังเฝ้ารออย่าง
อดทนเช่นกัน ชาวเมืองทั้งหมดล้วนเต็มไปด้วยความกระหายใคร่รู้ นี่ย่อม
มิใช่ว่าการปลุกแผนผังปิศาจเป็นสิ่งหายากที่ไม่ได้ชมดูมานาน เพียงแต่
ตงจื่อเป็นเด็กหนุ่มที่มีพรสวรรค์มากที่สุดในเมือง ทั้งสัตย์ซื่อมีน้าใจ เป็นที่
รักใคร่ของผู้คนทั้งหมด ทุกคนพากันคาดหวังต่ออนาคตของมันอย่างเต็ม
เปี่ยม
พอเห็นตงจื่อเดินออกมา เมืองเศษหินก็อึกทึกครึกครื้นแทบถล่ม
ทลาย
ทุกคนรุมล้อมเข้ามาอย่างยินดีปรีดา
“ตงจื่อ แสดงให้พวกเราดูหน่อย!”
“ตงจื่อ ให้ท่านป้าผู้นี้ได้ชมดูเป็นขวัญตา ว่าบัดนี้เจ้าร้ายกาจ
เพียงใด!”
“พี่ใหญ่ตงจื่อ… …”
การถูกผู้คนรุมล้อมตะโกนสนทนาอย่างพลุ่งพล่านใจเช่นนี้ ตงจื่อไหน
เลยจะเคยประสบพบเจอมาก่อน ยามกะทันหันได้แต่ยืนซึมเซา ไม่ทราบ
จะตอบสนองอย่างไร เคราะห์ดีที่คนเหล่านี้ล้วนเป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตา
ทั้งสิ้น ดังนั้นมันแม้แตกตื่นแต่ไม่กลัวเกรง ในไม่ช้าตงจื่อก็ถูกผู้คนพากัน
แห่แหนตรงไปยังลานฝึก เวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ลุงอันหย่ายังคงสั่งสอนวิชา
ให้แก่เหล่าปิศาจเยาว์วัยคนอื่น ๆ
รอจนลุงอันหย่าเห็นตงจื่อ มันทีแรกเบิกบานใจ แต่หลังจากพิศดู
ตงจื่อชั่วขณะอดมีสีหน้างุนงงสงสัยไม่ได้ ตงจื่อไฉนดูเหมือนเดิมไม่มี
ผิดเพี้ยน ส่วนบิดามารดาของตงจื่อเอาแต่ตื่นเต้นยินดีสุดขีด ไม่ทัน
สังเกตเห็นเรื่องนี้
“ตงจื่อ เรียบร้อยหรือไม่
ลุงอันหย่าถามไถ่ราวกับว่าตงจื่อเพิ่งไป
ตลาดกลับมาเท่านั้น เรื่องการซ่อมแซมแผนผังปิศาจน่าตื่นตะลึงเกินไป
ดังนั้นถูกเก็บงำเป็นความลับ เฉพาะลุงอันหย่ากับบิดามารดาของตงจื่อ
เท่านั้นที่ทราบความจริงที่เกิดขึ้น ส่วนคนอื่น ๆ เพียงเข้าใจว่าตงจื่อเพิ่ง
ผ่านการปลุกแผนผังปิศาจเหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา
ในเมืองเศษหินลุงอันหย่าเป็นที่นับหน้าถือตาที่สุด มันพอเอ่ยปาก ฝูง
ชนที่เอะอะอึกทึกก็พากันเงียบลงทันควัน
ตงจื่อเกาศีรษะแกรก ๆ “อาจั่วบอกว่าเรียบร้อยแล้ว”
ลุงอันหย่าสีหน้าไม่เปลี่ยนสักนิด ทำท่าทำทางให้ผู้คนขยับหลบ สร้าง
พื้นที่ว่างอันกว้างขวางผืนหนึ่ง “อา เช่นนั้นก็ประเสริฐ มาเถอะ มาลองดู
กัน เจ้ายังจดจำกระบวนท่า ‘เศษหินฟาดฟัน’ ที่ข้าเคยสอนได้หรือไม่?”
‘เศษหินฟาดฟัน’ เป็นกระบวนท่าไม้ตายสุดยอดของลุงอันหย่า ทั้งยัง
เป็นกระบวนท่าที่มีชื่อเสียงในละแวกนี้ วิชานี้ลุงอันหย่าคิดค้นขึ้นโดย
อาศัยพื้นฐานจากกระบวนท่าที่เคยเรียนรู้ในกองทัพ ทรงอานุภาพไม่น้อย
“อ้อ” ตงจื่อรับคำอย่างมึนงง อันที่จริงมันยังไม่ทันทำความเข้าใจกับ
สิ่งที่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม วิชาความรู้ทั้งมวลของมัน ลุงอันหย่าเป็นผู้ประสิทธิ์
ประสาทให้ สิ่งที่ลุงอันหย่าบอก มันจะกระทำโดยไม่รีรอลังเล
จั่วม่อเฝ้ามองจากอ้อมแขนของอากุ่ย สีหน้าเต็มไปด้วยความ
คาดหวัง ส่วนข่าจั๋วใบหน้าแดงก่าอย่างตื่นเต้นเร้าใจ
ตงจื่อแยกขาออก ลดแขนต่าลงเล็กน้อย ฝ่ามือขวาประกบเป็นดาบ
ในเวลานี้เอง สีหน้าเลื่อนลอยของตงจื่อหายวับไป กลายเป็นขรึมเคร่ง
เฉยชา ดวงตาสาดประกายคมกล้า คนคล้ายดาบยาวที่หลุดจากฝักเล่ม
หนึ่ง!
จั่วม่ออดครุ่นคิดไม่ได้ ตงจื่อนิสัยใจคอซื่อตรงไร้เดียงสา ไม่เคย
วอกแวกไขว้เขว ลำพังท่วงท่าสภาวะที่เผยออกมานี้ก็สามารถเห็นได้ว่ามัน
ร่าเรียนจากลุงอันหย่าอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
“ฟาดฟัน!”
ท่ามกลางเสียงตวาดกราดเกรี้ยว แขนที่ลดลงต่าสะบัดวูบ ฝ่ามือดาบ
ตวัดฟันตรงไปข้างหน้าอย่างสุดกำลัง!
จั่วม่อสายตาแหลมคมกว่าผู้ใด มองเห็นได้ชัดเจน
เห็นฝ่ามือดาบของตงจื่อสั่นสะเทือนด้วยความถี่สูงยิ่ง! ทุกครั้งที่
สั่นสะเทือน จะปรากฏไอพลังงานสีแดงแผ่ซ่านออกมาจากฝ่ามือดาบของ
ตงจื่อ ไอพลังสีแดงเหล่านี้ทับซ้อนกันเป็นชั้น ๆ
รอจนสั่นสะเทือนหนึ่งร้อยครั้งในชั่วพริบตา พลังงานสีแดงก็เข้มข้น
จนแทบจับต้องได้ ห่อหุ้มฝ่ามือดาบไว้ภายใน!
วู้ม!
พลังดาบสีแดงฟาดฟันออกจากฝ่ามืออย่างดุดัน!
บึม!
บังเกิดร่องลึกตรงแน่ว เริ่มจากปลายเท้าของตงจื่อ ทะลวงตรงดิ่งไป
เบื้องหน้า ยาวเกือบยี่สิบจั้งจึงสิ้นสุดลง!
รอบข้างเงียบกริบดุจป่าช้า