สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 546 ความคิดอันอุกอาจยิ่งกว่า
ลุงอันหย่าเบิกตามองร่องลึกยาวยี่สิบจั้งเบื้องหน้าตงจื่อ สีหน้า
แปรเปลี่ยนไม่หยุดยั้ง สุดท้ายทอแววเหลือเชื่อ
ด่านเว่ย! (เทียบเท่าจู้จี)
กระบวนท่าเศษหินฟาดฟันชองตงจื่อเมื่อครู่ บรรลุถึงระดับพลังของ
ด่านเว่ย!
ตัวลุงอันหย่าเองก็เป็นปิศาจด่านเว่ย คุ้นเคยกับระดับพลังของ
กระบวนท่านี้เป็นที่สุด มันต่อให้ทุ่มเทใช้พลังเต็มที่ก็เพียงแค่ได้ผลลัพธ์
เช่นเดียวกันเท่านั้น
ลุงอันหย่ายังทราบระดับของตงจื่อเป็นอย่างดี เด็กผู้นี้แม้มีพรสวรรค์
มากที่สุดในบรรดาปิศาจอายุเยาว์ของเมืองเศษหิน แต่ก็ยังห่างไกลจาก
ระดับพลังด่านเว่ยอยู่ช่วงใหญ่
แต่บัดนี้… …มันกลับกลายเป็นปิศาจด่านเว่ย!
ลุงอันหย่าต้องหันไปมองจั่วม่อในอ้อมแขนของอากุ่ยอย่างช่วยไม่ได้
ใบหน้าของจั่วม่อไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย สายตาสงบราบคาบดังเช่น
ปกติ ไม่มีวี่แววตื่นตกใจใด ๆ
มันไม่ได้ประหลาดใจแม้แต่น้อยจริง ๆ?
ลุงอันหย่าแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง อย่างไรก็ตาม มันเคยผ่าน
เรื่องราวทางโลก พบเห็นมามาก ดังนั้นล่วงรู้มากกว่าชาวบ้านร้านถิ่นใน
เมืองอันแร้นแค้นแห่งนี้
ต้นกำเนิดของอาจั่วไม่รวบรัดธรรมดา!
ยามนี้หวนนึกย้อนกลับไป ครั้งนั้นอาจั่วกับอากุ่ยเดินออกมาจาก
ทะเลทรายเศษหินไม่ผิดแน่ ทีแรกมันเข้าใจว่าเด็กสองคนนี้โชคดีไม่น้อย
แต่ตอนนี้ขบคิดอย่างถี่ถ้วน หากมิใช่ว่ามีพลังอยู่บ้าง คิดรอดชีวิตอยู่ใน
ทะเลทรายเศษหินนานร่วมเดือนจะพึ่งพาเพียงโชคดีได้อย่างไร?
?
จั่วม่อกล่าวด้วยรอยยิ้ม “อา อา ท่านลุงไม่ต้องเกรงใจ นี่เป็นสิ่งที่ข้า
สมควรทำอยู่แล้ว!”
“ข้าไม่เคยคาดคิดเลยว่าตงจื่อจะยกระดับขึ้นสู่ด่านเว่ยโดยตรง นี่มัน
ช่าง… …” ลุงอันหย่าในสุ้มเสียงไม่อาจปิดบังความอัศจรรย์ใจไว้ได้
“ด่านเว่ย
จั่วม่อพอฟังพลันชะงักกึก จากนั้นกล่าวราวพึมพำกับ
ตัวเอง “ที่แท้เป็นเช่นนี้ ไม่น่าแปลกใจเลยไฉนข้ารู้สึกว่าอ่อนแออยู่บ้าง ที่
แท้ก็แค่ด่านเว่ย!”
กล่าวเสร็จสิ้น มันก็รีบแล่นเข้าไปในทะเลแห่งจิตสำนึก เริ่มคาดโทษ
เว่ยทันที
“แผนผังปิศาจวานรที่ราบสูงเป็นแผนผังปิศาจด่านเจี้ยว (เทียบเท่า
หนิงม่าย) แล้วไฉนตงจื่อเพียงบรรลุถึงด่านเว่ยเท่านั้น?” จั่วม่อถาม
“การเปลี่ยนแปลงมิได้สิ้นสุดลงในทันที แผนผังปิศาจที่เพิ่มลงไปจะ
ค่อย ๆ กลั่นเกลาเลือดเนื้อของมันอย่างต่อเนื่อง จวบจนกระทั่งแผนผัง
ปิศาจกับร่างกายของมันผสานรวมเป็นหนึ่งอย่างสมบูรณ์ ถึงเวลานั้นพลัง
ของมันจึงจะทะลวงฝ่าขึ้นไปถึงด่านเจี้ยว” เว่ยอธิบายอย่างใจเย็น
จั่วม่อเข้าใจในที่สุด
เมื่อมัวแต่สนทนากับเว่ย จั่วม่อจึงไม่ทันสังเกตเห็นว่าลุงอันหย่าสีหน้า
กลายเป็นแข็งทื่อ
อ่อนแออยู่บ้าง… …ปิศาจด่านเว่ย… …อ่อนแอ… …
ผ่านไปชั่วอึดใจ ลุงอันหย่าค่อยได้สติ มันยิ่งรู้สึกว่าจั่วม่อลี้ลับมาก
กว่าเดิม อาจั่วที่แท้มาจากที่ใดกันแน่?
ผู้ที่มีพลังด่านเว่ย แม้ไม่อาจเข้าร่วมกองทัพชั้นยอด แต่คิดเข้าร่วม
กองทัพทั่วไปย่อมไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน ในสถานที่เล็ก ๆ เช่นเมืองเศษ
หิน ปิศาจด่านเว่ยนับเป็นผู้เข้มแข็งที่สุด
“ท่านลุง ท่านลุง เวลานี้ข้ารู้สึกแข็งแกร่งยิ่ง แข็งแกร่งทรงพลังยิ่ง!”
ตงจื่อโถมเข้าหาลุงอันหย่าอย่างลิงโลด
“แข็งแกร่งยิ่ง?”
แค่ด่านเว่ยเท่านั้น.. ….
ลุงอันหย่าคิดว่ายามนี้หุบปากเอาไว้น่าจะดีกว่า
“ร่างกายของเจ้ายังไม่ถูกกลั่นเกลาอย่างสมบูรณ์ แผนผังปิศาจยังไม่
ผสานรวมกับเลือดเนื้อร่างกาย เจ้าไม่มีสังขารปิศาจ อีกทั้งทักษะปิศาจที่
เจ้าฝึกปรือนั้น … … โอ ขออภัยท่านลุง ข้าไม่ได้ตั้งใจ” จั่วม่อในที่สุดค่อย
จดจำได้ว่าผู้ที่สอนวิชาให้ตงจือคือลุงอันหย่า ลุงอันหย่าผู้ยืนอยู่ข้าง ๆ
นี่เอง
ลุงอันหย่าหัวร่ออย่างไม่ถือสา “อาจั่วไม่ต้องเกรงใจข้า ลุงรู้ฝีมือของ
ตัวเองดี ไม่นับเป็นอะไรได้จริง ๆ” จากนั้นลุงอันหย่าหันมากำชับตงจื่อ
อย่างเคร่งเครียดจริงจัง “จงตั้งใจฟังอาจั่วให้ดี จดจำทุกคำที่อาจั่วสั่งสอน
เจ้าเอาไว้ให้มั่น!”
ลุงอันหย่าเห็นซึ้งกระจ่าง สำหรับตงจื่อแล้วนี่เป็นโอกาสทองที่ชั่วชีวิต
นี้อาจไม่มีอีกเป็นครั้งที่สอง!
ตงจื่อเห็นได้ชัดว่าไม่เข้าใจ เพียงกล่าวอย่างมึนงง “ข้าย่อมต้องฟังอา
จั่ว มันร้ายกาจยิ่ง!”
เจ้าเด็กผู้นี้ … นี่เรียกว่าคนโง่งมก็มีโชคอันโง่งมโดยแท้! ลุงอันหย่าก็
ไม่คิดอธิบายอันใด ในใจมันรู้สึกเบิกบานยิ่ง เพียงกล่าวว่า “อา เจ้ารับฟัง
อาจั่วให้ดีเถอะ ข้าจะไปดูแลพวกมันก่อน” กล่าวจบก็ดึงบิดามารดาของ
ตงจื่อไปอีกทาง
“อาจั่ว สั่งสอนข้าเถอะ ข้ารับรองว่าจะจดจำไม่ตกหล่นแม้สักครึ่ง
คำ!” ตงจื่อตบอกแรง ๆ กล่าวเสียงดังฟังชัด
จั่วม่อมองดูสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสัตย์ซื่อจริงใจของตงจื่อ ในใจ
รู้สึกผิดอยู่บ้าง
เกอช่างชั่วร้ายโดยแท้! ถึงกับล่อลวงเด็กหนุ่มที่สัตย์ซื่อผู้หนึ่ง เพาะ
สร้างให้กลายเป็นผู้ช่วยอันเข้มแข็ง… …
มันแม้รู้สึกผิดไม่น้อย แต่วาจาพอหลุดออกจากปากกลับกลายเป็น
“อะแฮ่ม แฮ่ม ข้าในที่นี้มีตารางการฝึกปรืออันหนักหน่วงชุดหนึ่ง หากเจ้า
สามารถฝึกได้ตามนี้ เจ้าอาจบรรลุถึงด่านเจี้ยวในไม่ช้า!”
“เป็นความจริง?” ตงจื่อดวงตาเป็นประกาย เต็มไปด้วยแรงปรารถนา
“ก็หากเจ้าสามารถฝึกได้ครบถ้วน”
“ข้าจะต้องฝึกให้ได้!” ตงจื่อสุ้มเสียงหนักแน่นดังสนั่น ราวกับกำลัง
กล่าวสัตย์สาบาน ใบหน้าเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวแน่วแน่
“เด็กหนุ่มที่ห้าวหาญนัก!” เว่ยชมเชย จากนั้นกล่าวกับจั่วม่อ “ส่วน
เจ้ายิ่งมายิ่งกลอกกลิ้งแล้ว”
จั่วม่อเมินเฉยต่อเว่ย กล่าวต่อไปว่า “แต่ตงจื่อ เจ้าต้องให้คำมั่นกับข้า
เรื่องหนึ่ง”
“เรื่องอันใด?
?”
ข่าวที่ว่าตงจื่อกลายเป็นปิศาจด่านเว่ยสร้างความปั่นป่วนไปทั่วเมือง
เศษหิน ชื่อเสียงของข่าจั๋วโด่งดังคับฟ้า บิดามารดานับไม่ถ้วนรีบพาบุตร
หลานของพวกมันมาเสาะหาข่าจั๋ว ข่าจั๋วที่ต้องรับมือกับคนเหล่านี้ตลอด
ทั้งวัน ตกอยู่ในสภาพน่าอนาถไม่น้อย
ไม่มีผู้ใดมาสร้างความรำคาญให้แก่จั่วม่อ สภาพป่วยไข้หนักหนา
สาหัสของมัน ทำให้ผู้คนไม่อาจหักใจรบกวนมัน
ในทะเลแห่งจิตสำนึก ขณะนี้กำลังเปิดประชุมหาหนทางเอาชีวิตรอด
จากสภาพร่างระเบิดตายอนาถ
“ข้ามีความคิดประการหนึ่ง” จั่วม่อกล่าวอย่างเคร่งเครียดจริงจัง
“หากข้าสลักแผนผังปิศาจลงบนร่างตัวเองจะเป็นอย่างไร
ความคิดของจั่วม่อทำเอาผูเยากับเว่ยถึงกับตื่นตะลึง
“เจ้าไม่ใช่เผ่าปิศาจ” ผูเยาคัดค้านเป็นคนแรก
“แต่ข้าสำเร็จสังขารปิศาจมหาทิวา” จั่วม่อโต้กลับอย่างไม่ลังเล
ผูเยาอึ้งงันไป มันในที่สุดค่อยนึกได้ว่าเจ้าตัวประหลาดผู้นี้แม้ไม่ใช่
เผ่าปิศาจ แต่กลับฝึกปรือสังขารปิศาจมหาทิวาสำเร็จถึงขั้นลึกล้า ร้ายกาจ
เสียยิ่งกว่าปิศาจแท้จริงเสียอีก
“เจ้าคิดสลักแผนผังปิศาจประเภทใด
เว่ยไม่คัดค้าน เพียงซักถาม
เสียงขรึม
“ร่างกายของข้าในยามนี้ไม่ต่างจากภูเขาไฟที่กำลังจะระเบิด พลัง
ภายในมีแต่เพิ่มพูนขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง การปะทะชนกันเองก็ยิ่งมายิ่ง
รุนแรง ผลสุดท้ายคงมีแต่ร่างระเบิดเป็นผุยผงเท่านั้น” จั่วม่อกล่าวเสียง
ราบเรียบ ราวกับว่ากำลังกล่าวถึงเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับความเป็นความ
ตายของมัน สุ้มเสียงสงบเยือกเย็นยิ่ง “ยามกะทันหันข้านึกได้สองวิธี วิธีที่
ดีที่สุดย่อมเป็นการจัดระเบียบพลังทุกสายในร่างให้กลับคืนสู่สภาพเดิม
แต่วิธีนี้ยากเย็นเกินไป ข้าไม่ทราบจะเริ่มจากที่ใด ส่วนอีกวิธีหนึ่งอาจทื่อ
ด้านอยู่บ้าง ในเมื่อภูเขาไฟกำลังจะระเบิด เราไฉนไม่เสริมสร้างความ
แข็งแกร่งทนทานให้กับตัวภูเขาเสียเล่า เมื่อภูเขาแข็งแกร่งทนทานกว่าเดิม
พลังที่อยู่ภายในก็ยากจะระเบิดทำลายได้แล้ว”
“น่าสนใจ น่าสนใจยิ่ง! แม้ว่ายังไม่สามารถแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ แต่เรา
สามารถทดลองดู” เว่ยกล่าว “แต่ด้วยสภาพของเจ้าในตอนนี้ เกรงว่า
แผนผังปิศาจระดับต่าจะไม่มีพลังพอที่จะส่งผลกระทบ พลังสังขารของ
เจ้ายังปั่นป่วนวุ่นวาย ดังนั้นไม่อาจเปิดใช้งานแผนผังปิศาจระดับสูงด้วย
เช่นกัน”
จั่วม่อพยักหน้า พลางกล่าว “มิผิด ดังนั้นข้าต้องการสลักแผนผัง
ปิศาจส่วนหนึ่งลงบนมือของข้า แผนผังปิศาจเมื่อสลักลงไป เลือดเนื้อที่
แขนข้างนั้นจะฟื้นสภาพ จะมีสภาพคล้ายเหยือกเหล็กที่แข็งแกร่งทนทาน
ใบหนึ่ง จากนั้นข้าจะพยายามเคลื่อนพลังทั้งหมดไปเก็บกักไว้ในเหยือกใบ
นี้ ด้วยวิธีนี้ส่วนอื่นในร่างกายข้าจะปราศจากพลังอันสับสนวุ่นวาย ย่อม
สามารถฟื้นสภาพได้อย่างรวดเร็ว”
? ในเมื่อ
สามารถชักนำพลังให้ระบายออกจากร่าง เช่นนั้นย่อมสามารถใช้ชักนำ
พลังทั้งหมดไปยังมือของข้าได้”
ผูเยากับเว่ยจมลงในภวังค์ความคิด
แต่ในไม่ช้า ทั้งสองคนก็เงยหน้าขึ้นพร้อมกัน ดวงตาสาดประกาย
ตื่นเต้นเร้าใจ
“ศาสตร์อสูรนั้นจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนเล็กน้อย อา แต่ก็ไม่มากนัก”
“แผนผังปิศาจที่ใช้ต้องแข็งแกร่งทนทาน เพียงแค่ต้องแข็งแกร่ง
ทนทานเท่านั้น ยิ่งแข็งแกร่งทนทานก็ยิ่งดี ด้วยความต้องการอันเรียบง่าย
เช่นนี้ แผนผังปิศาจที่เหมาะสมก็หาไม่ยากนัก!”
เมื่อหลักใหญ่ใจความถูกกำหนดแน่ชัดแล้ว เรื่องที่เหลือสำหรับยอด
คนเช่นผูเยากับเว่ย ก็หาใช่เรื่องยากเย็นอันใดไม่
จั่วม่อตื่นเต้นลิงโลดอยู่บ้าง มันในที่สุดก็มีหวังจะได้บอกลาสภาพ
อัมพาตนี้เสียที
“นี่คือแผนผังปิศาจของหอยเปลือกเหล็กหมื่นชั้น เป็นแผนผังปิศาจ
ด่านเจี้ยว เหมาะสมที่สุดสำหรับงานนี้ แผนผังปิศาจชุดนี้ไม่ซับซ้อน ปิศาจ
ชนิดนี้อาศัยอยู่ในทะเลลึก แต่ละตัวมีขนาดเท่ากำปั้นเท่านั้น เปลือกของ
มันเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่แข็งที่สุดในโลก สามารถทนทานต่อแรงกระแทก
อันมหาศาลได้อย่างสบาย”
เว่ยในไม่ช้าก็ค้นพบแผนผังปิศาจที่เหมาะเจาะพอดี เหล่าแผนผัง
ปิศาจที่ผูเยาเก็บสะสมไว้ส่วนมากล้วนเป็นแผนผังปิศาจอันร้ายกาจและ
ยิ่งใหญ่ แต่ในด้านของความรู้ความเข้าใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจุดที่ลี้ลับ
คลุมเครือ ย่อมไม่อาจเปรียบเทียบกับเว่ยได้
“ไม่ซับซ้อนจริง ๆ” จั่วม่อกล่าวหลังจากเพ่งพินิจพิจารณาอยู่นาน
ผูเยาก็คิดค้นสูตรวิธีสลักแผนผังปิศาจที่ต้องการ มันศึกษาค้นคว้า
แผนผังปิศาจมายาวนาน กระทั่งนานกว่าจั่วม่อเสียอีก นี่ย่อมไม่ใช่เรื่อง
ยากสำหรับมัน
แต่รอจนจั่วม่อยื่นส่งสูตรแผนผังปิศาจหอยเปลือกเหล็กหมื่นชั้นให้
ข่าจั๋ว ข่าจั๋วกลับมีสีหน้าแปลกพิกล
“มีปัญหาอันใด?”
?” จั่วม่อสมองขาวว่างเปล่า
“ใช่ขอรับ เหล่าซือ แพงมากจริง ๆ! อย่างเช่นอันนี้ ผงกระดูกปลา
พุทรา ศิษย์เพียงเคยได้ยินได้ฟัง แต่ไม่เคยพบเห็นของจริงมาก่อน ส่วนวุ้น
โลหิตอันนี้ ศิษย์ก็ไม่เคยเห็นมาก่อนเช่นกัน แน่นอนว่าร้านค้าทั่วไปย่อมไม่
มีขาย … …” ข่าจั๋วอธิบายอย่างกระอักกระอ่วน
จั่วม่อเศร้าหดหู่จนแทบเอาศีรษะชนกำแพงตาย
มันในที่สุดก็คิดค้นแผนการที่มีความหวังสายหนึ่ง แต่แล้วกลับพบว่า
จิงสือ โอ้ ไม่ใช่ เป็นม๋อเป้ย ม๋อเป้ยไม่เพียงพอให้ซื้อวัตถุดิบ!
ที่น่าคลั่งใจยิ่งไปกว่านั้น คือมิใช่ว่าจั่วม่อไม่มั่งคั่งร่ารวยพอ แต่มันไม่
มีปัญญานำทรัพย์สินเงินทองออกมาได้ต่างหาก!
ยังจะมีสิ่งใดน่าโศกสลดหดหู่มากไปกว่านี้อีกเล่า?
จั่วม่อในใจร่าไห้จนน้าตาแทบเป็นสายเลือด
ทันใดนั้นเอง สุ้มเสียงแปลกหูเสียงหนึ่งพลันดังขึ้น ขัดจังหวะความ
เศร้าสลดของจั่วม่อ
“จั่วเซียนเซิงสบาย”
คนผู้นี้กล่าวด้วยสุ้มเสียงลุ่มลึกเป็นพิเศษ เต็มไปด้วยความกังวานที่
ไม่มีผู้ใดเสมอเหมือน
จั่วม่อเงยหน้าขวับ เพ่งพิศคนผู้นั้น เห็นร่างสูงสมส่วนเยี่ยงชายชาติ
ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ห่อหุ้มร่างอยู่ในชุดเกราะสีเขียวเข้ม ดวงตาสี
แดงเข้มจ้องมองจั่วม่อโดยไร้ซึ่งความอบอุ่นใด
ด่านเจี้ยว!
จากพลังสภาวะที่แผ่ซ่านออกมา จั่วม่อค้นพบระดับพลังฝีมือของอีก
ฝ่ายในบัดดล
จั่วม่อสะท้านใจวูบ อดบังเกิดสังหรณ์ร้ายมิได้