สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 550 สำเร็จ!
กระแสพลังปั่นป่วนยังคงพลุ่งพล่านไปทั่วร่าง ปะทะชนกันนับครั้งไม่
ถ้วน พลังสามขุมที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกระแทกใส่กันอย่างต่อเนื่อง สิ่ง
ที่ทำให้มันตื่นตะลึงก็คือ ภายใต้การปะทะชนเช่นนี้ พลังทั้งสามขุมเติบโต
เพิ่มพูนขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง
ความเร็วในการเติบโตเพิ่มพูน อยู่นอกเหนือความรู้ความเข้าใจทั้ง
มวลของจั่วม่อ
พวกมันดูเหมือนจะแข็งแกร่งขึ้นทุกโมงยาม ไม่ว่าความเร็วในการ
ฝึกปรือใดหากนำมาเทียบด้วย ก็เรียกได้ว่าเชื่องช้าดุจเต่าคลาน
หากพลังฝึกปรือของมันเติบโตขึ้นด้วยระดับความเร็วเช่นนี้ในยามที่
ฝึกฝีมือ ไม่ทราบจะน่าสำราญใจถึงเพียงไหน!
ความคิดนี้ผุดขึ้นในใจจั่วม่อ ก่อนที่มันจะสลัดทิ้งไปทันที ภยันตราย
ที่มาพร้อมกับการเติบโตอันผิดปกตินี้ เพียงพอจะฆ่าซิวเจ่อทั่วไปให้ตก
ตายไปแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
จั่วม่อค่อย ๆ ไขว่คว้ารูปแบบการเคลื่อนที่ของกระแสพลังทั้งหลายได้
ทีละน้อย การเติบโตอย่างบ้าคลั่งนี้เกิดจากการกระตุ้นซึ่งกันและกันของ
พลังทั้งสาม ในเวลานี้พลังทั้งสามภายในร่างมันประหนึ่งขุมกำลังที่เท่า
เทียมกันสามฝ่าย ไม่ว่าฝ่ายใดเติบโตขยายตัว จะชักนำอีกสองฝ่ายให้
ขยายตัวตามไปด้วย
การเติบโตนี้ยังอยู่ในสภาพสมดุลที่ละเอียดอ่อนชนิดหนึ่ง
สภาพสมดุลอันละเอียดอ่อนเป็นเหตุผลที่ทำให้ร่างกายของจั่วม่อยัง
ไม่ถูกทำลาย แต่กระแสพลังที่อาละวาดอย่างไม่หยุดยั้งนี้ก็ยังคงจู่โจม
ร่างกายของจั่วม่อด้วย ซึ่งเป็นเหตุผลที่จั่วม่อไม่อาจขยับตัวได้
นี่เป็นขั้นตอนที่ยากเย็นที่สุด ทั้งยังสำคัญที่สุด
โอกาสเดียวของจั่วม่อ จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาอันกระชั้นสิ้นยิ่ง นั่นคือ
ชั่วพริบตาที่แผนผังปิศาจหอยเปลือกเหล็กหมื่นชั้นจะผสานรวมเข้ากับ
เลือดเนื้อในมือขวาของมันอย่างสมบูรณ์ สมดุลอันละเอียดอ่อนในมือของ
มันจะถูกทำลายลงทันที! พลังสังขารส่วนนั้นจะผสานเข้ากับแผนผังปิศาจ
หลงเหลือเพียงพลังปราณกับพลังจิตสำนึกที่เกาะเกี่ยวอยู่ด้วยกัน สิ่งที่จั่ว
ม่อต้องทำก็คือแยกพลังทั้งสองออกจากกัน หาทางใช้พลังปราณที่เกาะ
เกี่ยวพัวพันอยู่กับพลังจิตสำนึกให้หมดสิ้นไปเสียก่อน!
จากนั้นพลังจิตสำนึกที่หลงเหลืออยู่ สมควรเพียงพอให้ใช้ศาสตร์อสูร
ที่ต้องการ
จั่วม่อประดุจนายพรานเฝ้ารอเหยื่อ อดทนรอคอยช่วงเวลาที่ดีที่สุด
อย่างใจจดใจจ่อ
ทันใดนั้นเอง แผนผังปิศาจสาดแสงสีน้าเงินเยือกเย็นออกมา
ความสัมพันธ์ระหว่างมือขวาของมันกับแผนผังปิศาจหอยเปลือกเหล็ก
หมื่นชั้นทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ พลังสังขารที่อยู่ท่ามกลางพลังทั้งสามลดน้อย
ถอยลงอย่างรวดเร็ว
สมดุลพังทลาย!
เฝ้ารอโอกาสอยู่ทุกขณะจิต จั่วม่อลงมือในบัลดล!
ห้านิ้วมือขวากางออก ร่ายรำอย่างคล่องแคล่วปราดเปรียว สะบัดจี้
แปรเปลี่ยนอย่างกระชั้นเร่งร้อน!
กระบวนท่าดรรชนี!
กระบวนท่าดรรชนีที่มันเคยฝึกปรือจนแทบล้มประดาตายที่หลังภูเขา
สุญตา บัดนี้ปรากฏขึ้นอีกครั้ง!
“กระบวนท่าดรรชนี?”
ข่าจั๋วอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกโพลง มันไม่เคยเห็นดรรชนีที่คล่องแคล่ว
ประเปรียวถึงเพียงนี้มาก่อน ทั้งยังไม่เคยเห็นกระบวนท่าดรรชนีอันเลิศ
พิสดารถึงปานนี้!
ประดุจห้าดรรชนีกำลังร่ายรำ สำแดงกระบวนท่าดรรชนีอย่าง
ต่อเนื่องดุจเมฆล่องน้าริน
จั่วม่อรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในฝ่ามือในทันที พลังปราณที่เกาะ
เกี่ยวรัดพันอยู่กับพลังจิตสำนึกถูกกระบวนท่าดรรชนีปลุกเร้า ค่อย ๆ
คลายตัวออกมาราวกับถูกดึงดูด ในที่สุดไหลผ่านนิ้วทั้งห้าของจั่วม่อออก
มา
ปลายนิ้วทั้งห้าของจั่วม่อค่อยๆ เปล่งแสงสว่าง ทีแรกยังคงเป็นเพียง
จุดแสงเล็ก ๆ ที่แทบมองไม่เห็น แต่ห้าดรรชนียิ่งกรีดวาดกระบวนท่า แสง
สว่างก็ยิ่งเจิดจ้าขึ้น!
ดรรชนีทั้งห้าประหนึ่งแสงดาวสุกสว่างห้าดวง ยามที่กรีดวาดกลาง
อากาศ ก็วาดริ้วลำแสงพร่างพราวอันพิเศษเฉพาะ
เคล็ดเมฆฝนหล่นริน!
เวทวิชาที่จั่วม่อคุ้นเคยมากที่สุด!
ท่ามกลางแสงสว่างตัดไขว้ประสาน กลุ่มหมอกจาง ๆ แผ่กระจาย
อย่างเชื่องช้า กลุ่มหมอกค่อย ๆ กระจายตัวออกไป ห้าดรรชนียังคงสะบัด
พลิ้วไม่หยุดยั้ง เห็นริ้วแสงพราวพรายส่องลอดออกมาจากม่านหมอก เป็น
ภาพอันงดงามน่าดูชมไม่น้อย!
แต่จั่วม่อไม่ได้แบ่งแยกสมาธิจิตใจไปชื่นชมภาพอันงดงามที่ยากจะ
พบพานนี้ ความคิดของมันยังคงจดจ่อรวมรั้งอยู่กับกระบวนท่าดรรชนี
เนื่องเพราะมันต้องใช้ศาสตร์อสูรชักนำพลังทั้งหมดให้แล้วเสร็จอย่าง
สมบูรณ์!
มันต้องแบ่งแยกจิตใจออกเป็นสองส่วน!
ผลพลอยได้จากพลังเทพปรากฏขึ้นในยามนี้เอง หากเป็นในกาลก่อน
มันแน่นอนว่าไม่มีความสามารถที่จะร่ายศาสตร์อสูรออกมา ในขณะที่
ยังคงสภาพเวทวิชาเอาไว้ด้วย
ศาสตร์อสูรวิชานี้เรียกว่า ‘ศาสตร์ชีวิตอื่น’ ไม่ใช่วิชาที่ยากเย็น แต่ลี้
ลับคลุมเครือยิ่ง ผูเยายังกล่าวอย่างภาคภูมิใจว่าในยุคของมัน ผู้ที่ล่วงรู้วิชา
นี้ยังมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น
จั่วม่อไม่เข้าใจว่าผูเยาจะภาคภูมิใจไปหาอันใด นอกจากตกอยู่ใน
สภาพครึ่งผีครึ่งคนเช่นมันแล้ว มันไม่คิดว่าจะมีใครต้องการใช้ศาสตร์ที่
สามารถทำลายพลังฝีมือของตัวเองเช่นนี้ แต่เพื่อรักษาสภาพความมั่นคง
ในทะเลแห่งจิตสำนึก ความคิดนี้มันไม่ได้กล่าวออกจากปาก
ในเวลานี้ จั่วม่อโยนความคิดเหลวไหลเหล่านี้ทิ้งไป พลังจิตสำนึกของ
มันที่เพิ่งจะคลายตัวแยกออกมาจากพลังปราณ กำลังทำท่าราวกับจะเริ่ม
ผสานรวมเข้าด้วยกันอีกครั้ง
จั่วม่อร่าย ‘ศาสตร์ชีวิตอื่น’ ออกมาอย่างง่ายดาย
ชั่วพริบตาที่ศาสตร์อสูรถูกร่ายออกมา จั่วม่อร่างสะท้านเฮือกอย่าง
ฉับพลัน พลังอันพลุ่งพล่านปั่นป่วนในร่างมันพลันหยุดชะงักลงอย่าง
สมบูรณ์
เกิดอะไรขึ้น
จั่วม่อบังเกิดสังหรณ์เลวร้าย ไฉนหยุดชะงัก นี่แตกต่างจากที่พวกมัน
คาดเอาไว้อย่างสิ้นเชิง!
มันยังไม่ทันจะได้ขบคิดมากไปกว่านี้ กระแสพลังที่หยุดชะงักพลัน
ระเบิดทะลักทลายโดยไม่มีเค้าลางล่วงหน้า!
ตูม!
กระแสพลังพลุ่งพล่านจากทุกซอกทุกมุมในร่างกาย ประหนึ่งฝูง
ฉลามร้ายกระสากลิ่นเลือด พากันถาโถมไปยังมือขวาของจั่วม่ออย่างคลุ้ม
คลั่ง
จั่วม่อร่างสั่นอย่างรุนแรง แค่นเสียงหนัก ๆ ออกมา
กระแสพลังปั่นป่วนยามปะทะชนกันตามปกติก็นับว่าเจ็บปวดเจียน
ตายอยู่แล้ว แต่การปะทะชนอย่างบ้าคลั่งในยามนี้ยังร้ายแรงยิ่งกว่า
ประดุจใบมีดนับไม่ถ้วนเชือดเฉือนไปตามร่างมัน ลากคมมีดกรีดยาวไป
ตลอดทางจนถึงมือขวา
แผนผังปิศาจหอยเปลือกเหล็กหมื่นชั้นบนมือขวาได้รับผลกระทบ
ทันที ปลดปล่อยแสงสีน้าเงินเจิดจ้าออกมาอย่างฉับพลัน
แสงสีน้าเงินที่สาดส่องออกมาในยามนี้สว่างไสวยิ่งกว่าครั้งใด ทั่วทั้ง
ห้องถูกย้อมด้วยแสงเจิดจรัสสีน้าเงิน มือขวาของจั่วม่อกลายเป็นดวงแสง
บาดตากลุ่มหนึ่ง
แสงสีน้าเงินทวีความกล้าแข็งมากขึ้นเรื่อย ๆ!
สว่างจ้าเสียจนข่าจั๋วต้องหลับตาหนี ในใจลอบตื่นตระหนกสุดระงับ
สมกับที่เป็นเหล่าซือ ช่างอัศจรรย์พันลึก! แม้ว่ามันจะไม่ล่วงรู้อย่างถ่องแท้
ว่าจั่วม่อกำลังทำสิ่งใดกันแน่ แต่นี่ย่อมไม่อาจขัดขวางไม่ให้มันรู้สึก
อัศจรรย์ใจได้
มือขวาประดุจหลุมลึกไร้ก้นบึ้ง กระแสพลังไหลบ่าเข้าไปมากขึ้น มาก
ขึ้นทุกขณะ แต่นอกเหนือจากแผนผังปิศาจสาดแสงสว่างขึ้น ก็ไม่มี
เรื่องราวใดอีก
เมื่อกระแสพลังปั่นป่วนพากันถ่ายเทไปยังมือขวา ความรู้สึกเจ็บปวด
ก็ลดน้อยลงมาก ร่างกายที่แข็งทื่อของมันค่อย ๆ ฟื้นสภาพอย่างรวดเร็ว
จั่วม่อลิงโลดยินดีแทบคลุ้มคลั่ง!
สำเร็จ!
มันทำสำเร็จแล้วจริง ๆ!
เมื่อกระแสพลังสายสุดท้ายพุ่งหายเข้าไปในมือขวา ร่างที่บอบช้าของ
จั่วม่อก็ฟื้นฟูอย่างเร็วรี่ ภายใต้พลังหล่อเลี้ยงเยียวยาของหยดน้าลี้ลับ
เถาวัลย์เขียวของขวัญจากพี่ใหญ่ชิงหลินของมัน
หยดน้าลี้ลับเถาวัลย์เขียวอันเลิศพิสดารนัก!
จั่วม่อระงับความยินดี ทดลองเคลื่อนไหวร่างกาย แขนซ้ายของมัน
ขยับได้แล้ว!
แต่เนื่องด้วยตำแหน่งในการอุ้ม มือซ้ายของมันบังเอิญวางทาบอยู่บน
อกเต่งตึงของอากุ่ยพอดี มันเมื่อลองขยับมือซ้าย ผลที่เกิดขึ้นย่อมเป็นที่
ทราบได้
นุ่มเหลือเกิน!
จั่วม่อหน้าแดงก่า นี่มัน… …นี่มัน มันไม่อาจรับประทานข้าวต้มได้
ตลอดไป!
หลังจากเตือนตัวเองอย่างเข้มงวด จั่วม่อค่อย ๆ ลุกขึ้นจากอ้อมแขน
ของอากุ่ยอย่างระมัดระวัง มันไม่ได้ขยับตัวมานานเกินไป การเคลื่อนไหว
จึงทั้งงุ่มง่ามและแข็งทื่อ โชคยังดีที่อากุ่ยคล้ายเข้าใจว่ามันฟื้นสภาพแล้ว
ไม่ได้พยายามอุ้มมันอีก
ชั่วพริบตาที่สองเท้าสัมผัสพื้น จั่วม่อแทบหลั่งน้าตา!
สำเร็จ!
ยกเว้นมือขวาแล้ว ทั่วร่างของมันก็ไร้พลังอย่างสิ้นเชิง กระทั่งสังขาร
ปิศาจยังใช้การไม่ได้ แต่แค่เพียงฟื้นฟูความสามารถในการเดินเหินขยับตัว
มันก็ปลาบปลื้มยินดีจนแทบหลั่งน้าตาจริง ๆ แล้ว!
แต่ในไม่ช้า จั่วม่อก็ค้นพบสถานการณ์ไม่คาดฝัน…แสงสีน้าเงินที่มือ
ขวาของมันไม่มีทีท่าว่าจะมืดมัวลงแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม กลับค่อย ๆ
สว่างขึ้นทีละน้อยเสียด้วยซ้า!
?
เมื่อแสงสีน้าเงินบาดตาลับหายไป ข่าจั๋วก็ลืมตามองอีกครั้ง รอจนมัน
เห็นจั่วม่อยืนอยู่ตรงหน้า อดตะกุกตะกักถามอย่างตื่นตะลึงไม่ได้ “เหล่า
ซือท่าน… … ท่านหายดีแล้วหรือ
จั่วม่อแย้มยิ้มเล็กน้อย “ทุเลาลงส่วนหนึ่ง”
จากนั้นมันหันไปมองอากุ่ย สุ้มเสียงพลันนุ่มนวลกว่าเดิม “อากุ่ย ขอ
อภัยยิ่ง ลำบากเจ้ามากแล้ว!”
อากุ่ยไม่ตอบสนองราวกับว่านางไม่ได้ยิน
จั่วม่อก็ไม่ถือสา กล่าวแผ่วเบาว่า “ข้าจะพาเจ้าออกไปจากที่นี่! ข้าจะ
รักษาเจ้าจนหาย ฟื้นฟูความทรงจำของเจ้า ข้าอยากฟังนามที่แท้จริงของ
เจ้า”
อากุ่ยยืนนิ่งงันเหมือนท่อนไม้
“ข้าจะต้องทำให้ได้!” จั่วม่อก้มหน้าลงมองฝ่ามือตัวเอง กล่าวอย่าง
เด็ดเดี่ยวราวกับประกาศคำสาบานตน
มันเริ่มฝึกซ้อมร่างกาย ไม่นานหลังจากนั้น ค่อยฟื้นฟูสมรรถภาพ
ร่างกายส่วนใหญ่
หลังจากหมดธุระกับสภาพร่างกาย มันก็ทรุดนั่งลงอีกครั้ง เริ่ม
ตรวจสอบมือขวาซึ่งพันไว้ด้วยผ้าอย่างแน่นหนา
กระแสพลังปั่นป่วนทั้งมวลถูกดูดกลืนเข้าไปเก็บกักไว้ในมือขวา
กระแสพลังเหล่านี้ก่อตัวเป็นวังวนขุมหนึ่ง
ไม่ว่าจะเป็นพลังในรูปแบบใด ก็มักจะค้นหาจุดสมดุลของตัวเอง
เสมอ!
จั่วม่อคล้ายเข้าใจหลักความจริงบางประการ
กระแสพลังทั้งร่างเมื่อถูกบีบอัดรวมรั้งไว้ในมือเล็ก ๆ ข้างหนึ่ง สภาพ
ต่อสู้ห้าหั่นระหว่างพลังทั้งสามก็ยิ่งร้ายแรงกว่าเดิม เมื่อสูญเสียพื้นที่
กว้างขวางให้อาละวาดตามอำเภอใจ พวกมันยิ่งกระชับตัวหนาแน่นมาก
ขึ้น การปะทะชนก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้น จั่วม่อสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจน
ถึงพลังอันน่าขนพองสยองเกล้าที่เกิดจากการปะทะชนแต่ละครั้ง!
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นไปตามที่มันคาดเอาไว้
แต่สิ่งที่มันค้นพบหลังจากนั้น กลับทำให้จั่วม่อหน้าเปลี่ยนสี!
ที่แท้เภทภัยยังไม่จบสิ้น มิหนำซ้ายังเร่งเร็วกว่าเดิมอีก!