สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 552 นางงามนิทรา
อาเหวินดวงตาทอประกายอำมหิตวูบ มันสังเกตเห็นกลุ่มคนที่เข้ามา
ใกล้ได้สักระยะหนึ่งแล้ว เห็นได้ชัดว่าคนเหล่านี้มุ่งเป้ามายังพวกมัน ทั้งยัง
ดูเหมือนจะเห็นพวกมันเป็นเพียงแพะอ้วนฝูงหนึ่งเท่านั้น บางครั้งได้ยิน
เสียงหัวร่อที่จงใจไม่ปกปิดซ่อนเร้นดังมาเข้าหูอย่างชัดเจน
หนึ่ง สอง สาม สี่ … …เจ็ดกลุ่ม!
อาเหวินนับจำนวนอย่างถี่ถ้วนระมัดระวัง แต่ละกลุ่มซึ่งไม่ทราบที่มา
เหล่านี้ห้อมล้อมอยู่รอบ ๆ พวกมัน เห็นได้ชัดว่าจับจ้องพวกมันตาเป็นมัน
แล้ว
ยามนี้อาเหวินมิใช่ทาสเด็กหนุ่มไม่รู้ความซึ่งได้แต่พึ่งพาพรสวรรค์ใน
การเอาชีวิตรอดจากลานประลองทาสในครั้งนั้นอีกแล้ว มันผ่านศึก
สงครามขนาดใหญ่หลายครั้ง พบพานทะเลเลือดจนชาชิน และไม่ว่าจะ
เป็นผูเยาหรือเว่ยต่างก็รักถนอมพรสวรรค์ชั้นยอดของเด็กหนุ่มผู้นี้ พากัน
ทุ่มเทสมาธิจิตใจสั่งสอนมันเป็นอย่างดี
สุดท้ายมันกลายเป็นองครักษ์ทุกข์ยากที่เข้มแข็งที่สุดในค่ายเว่ย
แข็งแกร่งยิ่งกว่าซู่หลงเสียอีก!
ในฐานะองครักษ์ปิศาจเงาเพียงหนึ่งเดียว พลังความสามารถของมัน
แตกต่างจากองครักษ์ทุกข์ยากอื่น ๆ อย่างสิ้นเชิง ด้วยความเร็วสุดยอดที่ไร้
ผู้ต้านติด มันมักรับหน้าที่เป็นสายสืบอยู่เสมอ
แม้ว่าคราครั้งนี้พวกมันมีกันเพียงหนึ่งร้อยกว่าคนเท่านั้น แต่ซู่หลง
ยังคงจัดส่งสายสืบออกไปอย่างเป็นระบบ
หนึ่งร้อยต่อสามพัน กล่าวอีกทางหนึ่งก็คือ พวกมันแต่ละคนต้อง
จัดการกับศัตรูสามสิบคน
นี่เป็นอัตราส่วนที่ชวนให้หมดหวังเสียจริง!
พวกมันจู่ ๆ รู้สึกนับถือเลื่อมใสซู่หลงเป็นอย่างยิ่ง มันกระทั่งได้ยิน
ข่าวร้ายเช่นนี้ สีหน้าก็ไม่แปรเปลี่ยน ไม่มีเค้าแตกตื่นกังวลแม้แต่น้อย
สมกับที่เป็นผู้นำของค่ายเว่ย มีท่วงท่าสภาวะของยอดแม่ทัพผู้หนึ่ง
อย่างแท้จริง!
“เยี่ยหลิง เจ้ามีความเห็นใด?”
?”
ศิโรราบ! มีเพียงหนทางนี้เท่านั้น ที่จะช่วยให้เรามีโอกาสบุกฝ่าออกจาก
อาณาจักรนี้ได้”
นอกจากชาวค่ายเว่ยกับอสูรบุปผาแล้ว ทุกผู้คนรวมทั้งเยี่ยหลิงกับ
หนานเยว่ล้วนตะลึงพรึงเพริด หนึ่งร้อยคนกับสามพันคน ต้าเหรินไฉน
เรียกให้พวกมันต่อสู้?
?
?”
?”
จั่วม่อตรวจดูแผนผังปิศาจบนร่างดรุณีน้อยอย่างละเอียด ยามนี้มัน
ทุเลาไปกว่าครึ่ง ไม่จำเป็นต้องรบกวนข่าจั๋วช่วยมันตรวจร่างกายนางแทน
อีก
มันยิ่งเพ่งพิจารณายิ่งเชื่องช้าลง สีหน้ายิ่งมายิ่งเครียดขรึม
กระบวนการพัฒนาของแผนผังปิศาจเมื่อถูกขัดกลางคัน ถึงกับ
ก่อให้เกิดความเสียหายที่ไม่อาจเยียวยารักษาได้ แผนผังปิศาจบนร่าง
คุณหนูใหญ่นางนี้ลี้ลับซับซ้อนเหนือธรรมดา แผนผังปิศาจเขี้ยวขาว
แผนผังปิศาจพิเศษสำหรับปิศาจอสรพิษเขี้ยวขาวโดยเฉพาะ หากแผนผัง
ปิศาจเติบโตพัฒนาสำร็จ นางจะทะยานขึ้นสู่ด่านเจียง ก่อกำเนิดสังขาร
ปิศาจขึ้นเองตามธรรมชาติ
นางยังเยาว์วัยถึงเพียงนี้ กลับสัมผัสถูกธรณีประตูด่านเจียง ดรุณีน้อย
นางนี้นับว่ามีพรสวรรค์อันน่าแตกตื่นสะท้านโลกแล้ว
แผนผังปิศาจเขี้ยวขาวเป็นแผนผังปิศาจที่ยากจะหาผู้ใดเสมอเหมือน
มันสามารถดูดซับพลังอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังสามารถผนึกรวมรั้งพลังเข้า
ด้วยกันจนกลายเป็นยิ่งหนาแน่นเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ หากฝึกปรือถึงขั้นสุด
ยอด สามารถบีบอัดพลังทั้งร่างจนมีขนาดเล็กกว่าปลายเข็ม พลังที่ถูกบีบ
อัดจนเล็กกว่าปลายเข็มนี้สามารถเจาะทะลวงทุกสรรพสิ่ง จั่วม่อ
สันนิษฐานว่าต่อให้เป็น ‘เขตแดน’ ที่พัฒนาอย่างสมบูรณ์ยังสามารถเจาะ
ทะลวงได้
ผูเยากับเว่ยก็พากันสำรวจตรวจสอบแผนผังปิศาจเขี้ยวขาวอย่าง
สนใจใคร่รู้ ในหมู่พวกมันไม่มีใครเคยเห็นแผนผังปิศาจเขี้ยวขาวมาก่อน
“น่าสนใจอยู่บ้าง ไม่ต้องแปลกใจเลยที่สังขารปิศาจเขี้ยวขาวสามารถ
จัดอยู่ลำดับที่สิบหกในหมู่สังขารปิศาจด่านเจียงทั้งหมด” ผูเยากล่าวอย่าง
กระตือรือร้น มันเชี่ยวชาญด้านแผนผังปิศาจ เพียงมองปราดเดียวก็พบ
เห็นหัวใจหลักของแผนผังปิศาจชุดนี้
?” จั่วม่อทวนคำอย่าง
ตะลึงลาน
“อา เป็นสังขารปิศาจที่แข็งแกร่งมากทีเดียว อย่างไรก็ตาม คุณสมบัติ
ที่ยอดเยี่ยมที่สุดกลับไม่ใช่สิ่งเหล่านี้ หากแต่เป็นการที่สังขารปิศาจจะก่อ
ตัวขึ้นเองตามธรรมชาติเมื่อบรรลุถึงด่านเจียงต่างหาก สำหรับวิชาสังขาร
ปิศาจที่ยากจะพบกับความสำเร็จแล้ว คุณสมบัติข้อนี้เรียกได้ว่าเป็นที่
ริษยาของปิศาจทั่วไปไม่น้อย!” กล่าวถึงตรงนี้ ผูเยาจู่ ๆ ก็หันมองจั่วม่อ
“เจ้าลองหาหนทางเก็บโลหิตของนางดู บางทีโลหิตของนางอาจลี้ลับ
พิสดาร ควรค่าแก่การศึกษาค้นคว้า”
เว่ยผู้เฝ้ามองเงียบ ๆ พลันเอ่ยปากสอดคำ “ความคิดนี้ไม่เลว ข้าล่วงรู้
เคล็ดบูชายัญโลหิตอยู่บ้าง บางทีอาจจะช่วยให้เจ้าสามารถครอบครอง
พลังสายเลือดนี้เช่นเดียวกันกับนาง”
จั่วม่อขบคิดอยู่ชั่วอึดใจ จากนั้นสั่นศีรษะ “ไม่ดีกว่า ข้ารู้สึกได้ว่า
สังขารปิศาจมหาทิวาของข้ากำลังจะฝ่าด่านรุดหน้าในไม่ช้า เป็นความรู้สึก
ที่แรงกล้ายิ่ง”
“นั่นก็ใช่แล้ว เจ้าฝึกปรือสังขารปิศาจมหาทิวา ในด้านของรากฐาน
อันมั่นคง สังขารปิศาจชนิดอื่นไม่สามารถยกขึ้นเทียบได้” ผูเยาผงกศีรษะ
เห็นพ้อง
เว่ยก็ไม่เห็นค้าน เปลี่ยนไปถามว่า “เจ้าคิดช่วยเหลือนาง
“ช่วยเหลือนาง
จั่วม่อสั่นศีรษะ “ข้าไหนเลยจะมีความสามารถ
ยิ่งใหญ่ปานนั้น ความเสียหายที่เกิดจากแผนผังปิศาจพัฒนาไม่สำเร็จ ก่อ
เกิดความเสียหายต่อเลือดเนื้อของนางด้วย ข้าไม่มีปัญญาช่วยนางได้”
เว่ยนิ่งเงียบงันไป
จั่วม่อก็ไม่กล่าวคำใดอีก หันกลับไปศึกษาแผนผังปิศาจบนร่างดรุณี
น้อยสืบต่อ
มันไม่มีความคิดจะช่วยเหลือนางแม้แต่น้อย เนื่องเพราะมันไม่มี
ปัญญากระทำ แต่ต่อให้มีปัญญามันก็ไม่คิดกระทำ มันตั้งใจแน่วแน่ว่ารอ
จนมันทุเลาหายดีและฝ่าด่านรุดหน้าสำเร็จ จะต้องก่อความยุ่งยากให้แก่
เขิงอี้สักครา เพื่อแก้แค้นที่อสรพิษเฒ่าผู้นี้บีบบังคับมัน
มันไม่ใช่คนประเภทที่เมื่อถูกตบหน้าข้างซ้าย ก็จะยื่นหน้าข้างขวาไป
ให้ผู้อื่นตบด้วย
แต่แผนผังปิศาจเขี้ยวขาวนี้ลึกล้าโดยแท้ กล่าวถึงแผนผังปิศาจด่าน
เจียง กระทั่งผูเยายังมีครอบครองเพียงไม่กี่ชิ้น
นี่เป็นโอกาสที่ยากจะพบพาน!
จั่วม่อไล่ปลายนิ้วไปตามแผนผังปิศาจ แผนผังปิศาจอันลี้ลับซับซ้อน
ของปิศาจอสรพิษเขี้ยวขาว ทำให้มันจมลงไปในภวังค์ครุ่นคิดอย่าง
เคลิบเคลิ้มงมงาย
โดยไม่รู้สึกตัว พลังเทพสายหนึ่งถูกดึงออกจากปลายนิ้วของมันอย่าง
เงียบเชียบ
รอจนปลายนิ้วของมันกระทบถูกแผนผังปิศาจตรงหว่างคิ้วของดรุณี
น้อย เหตุแปรเปลี่ยนสุดพิสดารพลันอุบัติขึ้น!
ตำแหน่งหว่างคิ้วของดรุณีน้อยบังเกิดแรงดึงดูดอันแข็งกล้าอย่าง
ฉับพลัน พลังเทพในกายจั่วม่อจู่ ๆ หลุดออกจากการควบคุม ทะลักทลาย
ออกจากร่าง ไหลบ่าไปยังหว่างคิ้วของดรุณีน้อยอย่างบ้าคลั่ง
จั่วม่อตื่นตะลึง!
อะไรกันนี่
แต่ไม่ว่ามันจะต่อต้านแข็งขืนสักเท่าใด พลังเทพของมันก็ยังคงไม่ฟัง
คำสั่งมัน พากันถาโถมไปยังจุดกลางหว่างคิ้วของนางงามนิทราอย่าง
ดุเดือด
จั่วม่อแตกตื่นจนขวัญหนีดีฝ่อในบัดดล หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป มัน
มิใช่ถูกสูบจนเหือดแห้งหรือ?
แม้จะเลือนราง แต่เกรงว่ากระทั่งผู้คนที่อยู่ห่างไกลยังมองเห็นได้ชัด
ตา!
“เขิงเจี้ยจู่ ท่านจะไม่ลองพิจารณาดูจริง ๆ
บุรุษหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้า
เขิงอี้ถามอย่างเย็นชา
บุรุษหนุ่มนี้ขมับสองข้างนูนสูงเด่น มีเขายื่นออกมาเล็กน้อย นี่เป็น
ลักษณะเฉพาะของผู้ที่มีสายเลือดมังกร และเป็นคุณลักษณะที่จะปรากฏ
ขึ้นก็ต่อเมื่อบรรลุถึงด่านเจียงเท่านั้น บุรุษหนุ่มนี้หน้าขาวนวลเนียน หล่อ
เหลาราวกับหยก ร่างสูงสง่าน่าดู แต่สีหน้าเย็นชาและทระนงถือดี
สายตาของมันเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งโอหัง
ข้างกายบุรุษหนุ่มยืนไว้ด้วยปิศาจหนึ่งอ้วนหนึ่งผอมสองตน คนอ้วน
ใบหน้าประดับรอยยิ้มสดใสจริงใจ สีหน้าท่าทีเปี่ยมด้วยไมตรีจิต คนผอมสี
หน้ากระด้างเย็นชา ดวงตาครึ่งหลับครึ่งลืม มองผิวเผินคล้ายขัดแย้งกับคน
อ้วนอย่างถึงที่สุด แต่พานดูผสมกลมกลืนกันอย่างน่าประหลาด
“ไม่จำเป็นต้องพิจารณา!” เขิงอี้ตอบทันควัน สีหน้าสงบราบเรียบจน
อ่านไม่ออก จากนั้นกล่าวช้าๆ ว่า “เราผู้ต่าต้อยแม้จะเป็นเจี้ยจู่ที่ไม่มีอันใด
วิเศษวิโส แต่ก็อยู่อย่างอิสระเสรี ความเมตตาของอวี่ไสว้24ได้แต่ขอรับไว้
ด้วยใจแล้ว!”
24 อวี่ไสว้ – แม่ทัพใหญ่พิรุณ ไสว้หรือแม่ทัพใหญ่เป็นด่านพลังด่านที่หกของฝ่ายปิศาจ เทียบเท่าฝ่านซูของซิว
เจ่อ เหนือกว่าหยวนอิงหนึ่งด่าน ผูเยาที่เป็นอสูรฟ้าก็เทียบเท่ากับด่านนี้
ในเวลานี้เอง เขิงอี้พลันสีหน้าแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง พร้อมกันนั้น
ปิศาจผอมที่ข้างกายบุรุษหนุ่มก็ลืมตาขึ้นอย่างกะทันหัน ส่วนปิศาจอ้วน
รอยยิ้มสลายวับไปทันตา
โดยไม่มีผู้ใดเอ่ยปาก ทั้งหมดทะยานร่างออกจากห้องแทบจะพร้อม
กัน ราวกับนัดแนะกันไว้
เห็นตำหนักที่อยู่ไกลออกไปส่องแสงเจิดจ้าขึ้นไปถึงชั้นฟ้า เงามหึมา
ของพญางูขาวบัดเดี๋ยวผลุบบัดเดี๋ยวโผล่อยู่ท่ามกลางลำแสง
“เหลียนเอ๋อร์!25” เขิงอี้ร่าร้องอย่างตื่นตะลึง สีหน้าแปรเปลี่ยนอย่าง
รุนแรง สุ้มเสียงยังไม่ทันจะขาดหาย ร่างก็หายวับไป
“เขิงอี้เป็นปิศาจอสรพิษเขี้ยวขาวจริงดังคาด!” บุรุษหนุ่มแค่นเสียง
จากนั้นสีหน้าทอแววปิติยินดี “นี่เป็นโอกาสอันดีงาม! บุตรีของมันกำลังอยู่
ในช่วงคับขันอันตราย มันต้องไม่กล้าปฏิเสธแน่ มิเช่นนั้น ฮึ่มฮึ่ม อย่าได้
ตำหนิว่าข้าโหดเหี้ยม!”
จากนั้นทั้งสามก็ร่างหายวับไปเช่นกัน
จั่วม่อไม่คาดฝันว่าแผนผังปิศาจของดรุณีน้อยนี้จะประหลาดพิสดาร
ถึงปานนี้ ต้องแตกตื่นจนขวัญบิน รอจนเห็นแสงสว่างเจิดจ้าสาดส่อง
ออกมาจากแผนผังปิศาจของนางงามนิทรา มันพลันพบว่าผิดท่า
เอะอะอึกทึกถึงเพียงนี้ เขิงอี้ไม่สังเกตเห็นก็แปลกไปแล้ว!
25 เหลียน คำนี้แปลว่าเวทนาสงสารหรือรักใคร่เอ็นดู ส่วนเอ๋อร์เป็นคำเรียกอย่างเอ็นดู คล้าย ๆ คำว่าหนูของไทย
ชื่อเต็มของนางคือเขิงเหลียนเอ๋อร์
อุบาทว์บัดซบ!
คิดเผชิญหน้ากับเขิงอี้ตอนนี้ยังไม่ใช่จังหวะที่ดี แต่จั่วม่อกระทั่งเวลา
จะสำนึกเสียใจยังไม่มี มันสัมผัสพบพลังของเขิงอี้แล้ว ไม่ถูกต้อง ยังมี
ปิศาจด่านเจียงอีกสามตน!
จั่วม่อนิ่งขึงตะลึงลาน สี่ปิศาจด่านเจียง ต่อให้มันพลังฝีมือรุดหน้าฝ่า
ด่านสำเร็จ ยังมิใช่คู่มือของคนเหล่านี้!
“เหลียนเอ๋อร์!” เขิงอี้ร้องเรียกอย่างแตกตื่นกังวล ดวงตาเต็มไปด้วย
ความหวาดวิตก ไม่หลงเหลือเค้าเหี้ยมเกรียมและยะเยียบเย็นชาที่พึงมี
“เขิงเจี้ยจู่ ข้าว่าท่านสมควรพิจารณาเรื่องที่เราเพิ่งจะหารือกันเมื่อครู่
จะดีกว่า” บุรุษหนุ่มกล่าวด้วยสุ้มเสียงแฝงนัยประหลาดจากด้านหลังของ
เขิงอี้
เขิงอี้ขุ่นแค้นจนหน้าเขียวคล้า “เจ้า… …”
“ฮ่าฮ่า เขิงเจี้ยจู่ ลองคิดดูให้ดีเถอะ” ปิศาจอ้วนกล่าวปนหัวร่อ “ขอ
เพียงเจี้ยจู่ตัดสินใจให้ดี พวกเราทั้งสามยินดีจ่ายด้วยเคล็ดทักษะปิศาจของ
พวกเรา และช่วยเหลือให้บุตรีของท่านพัฒนาแผนผังปิศาจสำเร็จ”
เขิงอี้เริ่มหวั่นไหวใจ
ในเวลานี้เอง แรงดึงดูดจากหว่างคิ้วของนางงามนิทราหายวับไป
อย่างฉับพลัน จั่วม่อยังไม่ทันจะได้นึกยินดี ทันใดนั้นพลังเทพแปลก
ประหลาดสายหนึ่งปะทุออกมาจากหว่างคิ้วของดรุณีน้อย ไหลบ่าย้อน
ทวนเข้ามาตามปลายนิ้วของจั่วม่อ
กระแสพลังเทพอันเปี่ยมล้นสายนี้แปลกพิสดารยิ่ง มันเมื่อมองดูใน
ร่างตนเอง สามารถเห็นได้ชัดเจนว่าพลังเทพที่ย้อนกลับมาเป็นสีขาวเงิน
แวววับจับตา
ทันทีที่พลังเทพสีขาวเงินเข้าสู่ร่างของจั่วม่อ ก็เป็นเช่นเดียวกันกับ
ประกายไฟพุ่งลงหม้อน้ามัน จุดระเบิดพลังเทพที่ยังหลงเหลืออยู่ในร่าง
จั่วม่อในบัดดล!
ตูม!
จั่วม่อรู้สึกราวกับในศีรษะมีอะไรบางอย่างแตกระเบิดดังกึกก้อง