สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 555 ความก้าวหน้าที่ผิดปกติ
“ว่ากระไร!” ปิศาจหมาป่าตาเดียวร้องลั่น เผ่นผึงขึ้นจากเก้าอี้ สีหน้า
ตะลึงพรึงเพริด
“หัวหน้า! พวกมันตายกันหมดแล้ว! ทุกคนล้วนตายสิ้น! ไม่มีผู้ใดรอด
กลับมา!” ลูกสมุนผู้นั้นใบหน้าซีดขาวไร้สีเลือด มันวิ่งเข้ามาด้วยอาการ
สะดุดล้มลุกคลุกคลาน นี่ทำให้ผู้คนรู้สึกว่าคนผู้นี้เข่าอ่อนจนเดินไม่ไหว
“ตายกันหมด?
?”
ปิศาจหมาป่าตาเดียวตั้งสติทันควัน สอบถามอย่างเยือกเย็น
“ผู้คนจากเจ็ดกองโจรล้วนเสียชีวิตหมดสิ้น! มากกว่าสามพันคน! ไม่มี
…ผู้รอดชีวิตแม้แต่คนเดียว!” ลูกสมุนตะกุกตะกักรายงาน คอยเหลียวซ้าย
แลขวาอย่างหวาดผวาราวกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างกำลังไล่ล่ามัน เต็มไป
ด้วยสีหน้าหมดหวัง กล่าวเสียงสั่นสะท้าน “คนเหล่านั้น… …พวกมัน บน
ยอดเขามังกรดำ พวกมัน…พวกมันฆ่าทุกคน!”
“เป็นไปไม่ได้!” ปิศาจหมาป่าตาเดียวดวงตาทอแววเหลือเชื่อ
พยายามสั่นศีรษะไม่ยอมรับ “นั่นเป็นผู้คนมากกว่าสามพัน แล้วฝ่ายพวก
มันมีกันเท่าใด หนึ่งร้อยคน! หนึ่งร้อยเข่นฆ่าสามพันจนหมดสิ้น เจ้าคิดว่า
พวกมันเพียงฆ่าไก่หรือ?”
“หัวหน้า! แต่นี่เป็นเรื่องจริง!” ลูกสมุนแทบร่าไห้ออกมา “ท่าน
สามารถไปดูที่ยอดเขามังกรดำด้วยตาตัวเอง! ซากศพกลาดเกลื่อนอยู่ทั่ว
ทุกที่ ตั้งแต่ยอดเขาทับถมลงมาถึงตีนเขา ล้วนมีแต่ซากศพ!”
ปิศาจหมาป่าตาเดียวตัวแข็งทื่อ เมื่อลูกสมุนของมันกล้ากล่าวเช่นนี้
มันไม่เชื่อก็ไม่ได้แล้ว! ยอดเขามังกรดำที่ว่าอยู่ไม่ไกลจากค่ายของพวกมัน
มากนัก ลูกสมุนของมันไม่มีทางดูผิดพลาดง่าย ๆ เช่นนี้ อีกประการหนึ่ง
แน่นอนว่าเรื่องนี้หากหลอกลวงมัน ไม่ช้าก็ต้องถูกเปิดโปง
จะเป็นไปได้อย่างไรกัน?
? มิหนำซ้ายัง
เข่นฆ่าอย่างหมดจด ไม่มีผู้รอดชีวิตแม้แต่คนเดียว!
ปิศาจหมาป่าตาเดียวรู้สึกมือเท้าเย็นเฉียบ ลำคอแห้งผาก “เจ้าพบ
ศพของพวกมันบ้างเหรือไม่
“มะ ไม่ ไม่มีเลย!”
ปิศาจหมาป่าตาเดียวความเย็นสายหนึ่งแผ่ซ่านขึ้นจากใจ นานเท่าใด
แล้วที่มันไม่ได้รู้สึกเช่นนี้ ความรู้สึกหวาดสะพรึงที่ไม่คุ้นเคย! กระนั้นความ
หวาดสะพรึงที่ไม่คุ้นเคยนี้ไม่ต่างจากคลื่นน้ามหึมา แทบจะกลืนกินมันลง
ไปในบัดดล
พวกมันเตะถูกแผ่นเหล็กเข้าแล้ว!
มิหนำซ้ายังเป็นแผ่นเหล็กกล้าที่แข็งกระด้างที่สุดในชีวิตของมัน!
คนหนึ่งร้อยคนที่สามารถเข่นฆ่าสังหารสามพันคน ย่อมมิใช่เพียง
กองทัพชั้นยอดทั่วไปเท่านั้น แต่จะต้องเป็นยอดกองทัพในหมู่กองทัพชั้น
?
‘ไสว้ (แม่ทัพใหญ่) มิใช่
เป็นเพียงแค่ด่านพลังที่พวกมันบรรลุถึง แต่ยังเป็นฉายานามที่หมายถึง
อำนาจอิทธิพล จอมปิศาจด่านไสว้ไม่เคยอยู่ตามลำพังคนเดียว ยอดคนที่
ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดเช่นนั้น นอกเหนือจากในตำนานเล่าขานก็ไม่มีที่ไหนอีก
แล้ว
อย่าได้เห็นว่าปิศาจสุนัขป่าตาเดียวมีอำนาจเหนืออาณาจักรขุนเขา
อริยะ แต่ในสายตาของจอมปิศาจด่านไสว้เหล่านั้น มันเป็นเพียงตัว
ประกอบเล็ก ๆ ที่ไม่ต่างจากมดปลวก สามารถบดขยี้ทิ้งได้ทุกเมื่อ จอม
ปิศาจด่านไสว้ตนใดไม่มีปิศาจด่านเจียงอันร้ายกาจหรือเจี้ยจู่ของ
อาณาจักรต่าง ๆ อยู่ภายใต้ร่มธงสักหลายคน?
และอย่าได้เห็นว่าปิศาจสุนัขป่าตาเดียวเย่อหยิ่งดุร้าย ซึ่งความจริง
มันเฉลียวฉลาดยิ่ง ไม่เคยล่วงเกินขุมอำนาจใด เนื่องเพราะรู้ตัวดีว่ามันไม่
สามารถจ่ายค่าตอบแทนได้
ขุมอำนาจที่เป็นตัวแทนของจอมปิศาจด่านไสว้… เป็นตัวตนที่มันไม่มี
ปัญญาล่วงเกิน!
บัดซบ! ครั้งนี้มันไฉนกระทำเรื่องโง่เขลาเช่นนี้?
ปิศาจหมาป่าตาเดียวสำนึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง เรื่องเดียวที่พอจะนับได้
ว่าเป็นข่าวดี นั่นก็คืออีกฝ่ายคล้ายไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือ
เสียชีวิต มันคุ้นเคยกับความคิดของคนเหล่านี้ดี สำหรับบุคคลอันสูงส่ง
เหล่านี้ เวลามักจะเป็นสิ่งมีค่ามากที่สุดของพวกมัน ขอเพียงไม่มีปัญหา
ร้ายแรงเกินไป พวกมันจะไม่ยอมเสียเวลากับมดปลวกดังเช่นกองโจรของ
มัน
“พวกมันอยู่ที่ใด?”
? ข่าว
กองทัพหนึ่งร้อยคนฆ่าล้างกองโจรสามพันคนในคราวเดียว แพร่สะพัด
อย่างรวดเร็วดุจไฟลามทุ่ง
ผู้คนมากมายเมื่อได้ยินเรื่องนี้ ล้วนมีสีหน้าไม่เชื่อถือ
แต่รอจนภาพมายาที่บันทึกภาพขุมนรกเหนือยอดเขามังกรดำส่งผ่าน
ออกไป ผู้คนที่ไม่เชื่อข่าวลือพากันแตกฮืออื้ออึงในบัดดล
ทุกคนที่ได้เห็นพากันคาดเดาว่ากองทัพอันน่าสะพรึงกลัวนี้สังกัดขุม
กำลังใด หนึ่งร้อยฆ่าล้างสามพัน ผลลัพธ์อันน่าแตกตื่นสะท้านโลกนี้หนุน
ส่งกองทัพลึกลับให้เป็นที่โจษจันกันไปทั่ว และเนื่องเพราะไม่มีผู้ใดทราบ
ชื่อของกองทัพนี้ เหล่าปิศาจจึงพากันเรียกพวกมันว่า กองพันคนฆ่าสัตว์
ซู่หลงกับพวกพยายามเร่งเดินทางอย่างสุดกำลังความสามารถ หาได้
ล่วงรู้ไม่ว่าการศึกสะท้านฟ้าเหนือยอดเขามังกรดำ ได้ดึงดูดสายตาของขุม
อำนาจมากมายให้เพ่งเล็งมายังพวกมันเป็นตาเดียว!
อย่างไรก็ตาม ต่อให้พวกมันทราบแล้วจะเป็นไร หรือพวกมันยังจะ
แยแสสนใจด้วย?
เนื่องเพราะพวกมันเพิ่งจะได้รับคำสั่งจากจั่วม่อ ให้รีบรุดสู่อาณาจักร
เศษหินโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้!
จั่วม่อดูดกลืนพลังเทพจากมือขวาของมันอย่างบ้าคลั่ง
พลังเทพสายแล้วสายเล่า ผสานรวมเข้ากับเลือดเนื้อร่างกายของมัน
ไม่ขาดสาย
หลังจากฝ่าด่านรุดหน้าสำเร็จ จั่วม่อคล้ายทลายโซ่ตรวนที่เคยผูกมัด
มันเอาไว้จนหมดสิ้น พลังฝึกปรือเพิ่มพูนทวีคูณขึ้นด้วยระดับความเร็วดุจ
ปาฏิหาริย์
จะว่าไปแล้วก็น่าประหลาด พลังปราณของจั่วม่อเพาะสร้างเม็ดพลัง
ทองคำสำเร็จเสร็จสิ้น บรรลุถึงด่านจินตัน ส่วนพลังจิตสำนึกก็ให้กำเนิด
วิญญาณหยิน ทะลวงไปสู่ด่านหยินเสิน ทว่าสังขารปิศาจกลับล้าหลังกว่า
พวก จนแล้วจนรอดก็ยังไม่อาจฝ่าทะลวงไปยังด่านถงหลิ่งเสียที เรื่องนี้มัน
ไม่อาจเข้าใจได้ ในบรรดาพลังสามประการ สังขารปิศาจเป็นพลังที่มัน
สนิทสนมคุ้นเคยที่สุดและมีฝีมือมากที่สุด ตามเหตุผลแล้ว พลังที่ทะลวง
ด่านเป็นสิ่งแรกสมควรเป็นสังขารปิศาจจึงถูกต้อง
แต่จั่วม่อก็ไม่ร้อนอกร้อนใจ
ในเวลานี้มันยังคงอยู่ในช่วงที่พลังฝึกปรือเพิ่มพูนขึ้นอย่างรวดเร็ว ทุก
ครั้งที่ดึงพลังเทพออกมาจากฝ่ามือ มันรู้สึกถึงความก้าวหน้าอย่างชัดเจน
จั่วม่อไม่มีเวลาฝึกปรือพลังใดในพลังทั้งสาม เพียงแค่ดึงพลังเทพออกมา
อย่างทื่อด้านและกลั่นเกลาพลังเทพโดยตรง ฝ่ามือขวาของมันไม่ต่างจาก
ถือลูกระเบิดติดตัวไว้ตลอดเวลา สามารถระเบิดได้ทุกเมื่อ
ทว่าพลังเทพอันพรั่งพรูไพศาล ช่างน่าลุ่มหลงงมงายโดยแท้!
จั่วม่อไม่ยอมปล่อยเวลาสูญเปล่าแม้แต่ชั่ววูบ จมลงไปในการฝึกฝีมือ
อย่างบ้าคลั่ง
ระหว่างนี้มันก็เสาะหาข้อมูลเกี่ยวกับอาณาจักรน้าพุปรโลกไปด้วย
เช่นเดียวกันกับที่ภพเซียนถูกเรียกขานกันว่า ‘
’ ภพ
ปิศาจก็มีอีกชื่อหนึ่งเรียกว่า ร้อยเถื่อนแดนทมิฬ’
จั่วม่อทราบดีว่าหากมันคิดขจัดพลังเทพของอากุ่ย หากมันต้องการ
ล่วงรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง หากมันต้องการค้นหาหญ้าไหมย้อนเงาคืนวิญญาณ
มันจะต้องแข็งแกร่งกว่านี้!
ลำพังตัวมันเองไม่มีพลังมากพอ มันต้องการผู้ช่วย ต้องการกำลัง
หนุน จึงตกลงใจรอคอยพวกซู่หลงตามมาสมทบที่อาณาจักรเศษหิน
?
แผนผังปิศาจบนร่างมันค่อย ๆ ส่องประกาย แผนผังปิศาจสีทอง
อร่ามลี้ลับซับซ้อน บัดเดี๋ยวสว่างวาบ บัดเดี๋ยวสลัวราง ประหนึ่งว่ากำลัง
หายใจเข้าออกก็มิปาน แต่ทุกครั้งที่ส่องประกายวาบขึ้น แสงสว่างก็ยิ่งแรง
กล้าขึ้นทุกขณะ
รอจนแผนผังปิศาจสีทองสว่างไสวถึงขีดสุด ลำแสงสีทองเจิดจ้าบาด
ตาก็พุ่งทะลวงออกมา
ในเวลานี้เอง เมล็ดผลึกสุริยันทันใดนั้นปลดปล่อยกระแสเปลวเพลิง
อันร้อนแรงสุดประมาณออกมา ประดุจหินหลอมเหลวที่ลุกไหม้ ห่อหุ้มด้วย
พลังเทพ ไหลบ่ากลืนกินภายในร่างกายมัน หยดน้าลี้ลับเถาวัลย์เขียวก็ทวี
พลังขึ้นอย่างรวดเร็ว ไอน้าอันชุ่มชื้นจมลงไปในเลือดเนื้อของจั่วม่อ เลือด
เนื้อที่เพิ่งจะถูกเปลวไฟของเมล็ดผลึกสุริยันแผดเผา พลันฟื้นสภาพ
ในทันที ราวกับไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้น
แผนผังปิศาจบนร่างจั่วม่อบังเกิดความเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ อย่าง
ฉับพลัน
แผนผังปิศาจสีทองคล้ายกลับกลายเป็นมีชีวิต เคลื่อนไปตามร่างกาย
ของจั่วม่อ พร้อมทั้งเปลี่ยนรูปลักษณ์ไปด้วย!
อย่างแช่มช้า แผนผังปิศาจที่ผนึกแนบแน่นเป็นหนึ่งเดียวกัน เริ่ม
แบ่งแยกออกเป็นหลายส่วน แผนผังปิศาจทั่วร่างกระจายตัวออก รวมรั้ง
เข้าไปในชิ้นส่วนแผนผังปิศาจที่แบ่งแยกออกมาเหล่านี้ รอจนผนึกรวมตัว
มากขึ้นและเข้มข้นขึ้น ค่อยเห็นเป็นตราสัญลักษณ์ที่แตกต่างกันสิบแห่ง
ทันใดนั้นเอง เมล็ดผลึกสุริยันภายในร่างจั่วม่อสาดแสงสว่างวาบ
ปลดปล่อยลำแสงสีทองออกมาจากทรวงอกของมัน!
ฉากประหลาดมหัศจรรย์พลันอุบัติขึ้น
ตราสัญลักษณ์ทั้งสิบซึ่งเกิดจากการหดตัวรวมกันของแผนผังปิศาจ จู่
ๆ เริ่มเคลื่อนที่ไปตามร่างกายของจั่วม่อ ราวกับว่ามีเส้นเชือกที่มองไม่เห็น
ฉุดกระชากพวกมันไป แผนผังปิศาจสีทองที่ใหญ่ที่สุดคล้ายถูกพลัง
แม่เหล็กดึงดูด เคลื่อนไปยังกลางแผ่นอกของจั่วม่อ
ลำแสงของเมล็ดผลึกสุริยันหลอมรวมเข้ากับแผนผังปิศาจแผ่นใหญ่
ที่สุดนี้ แผนผังปิศาจดูคล้ายเปลี่ยนเป็นของเหลวสีทอง ไหลเวียนไปบนแผ่
นอกของจั่วม่อ ราวกับพู่กันกำลังขีดวาดเส้นสายอย่างแช่มช้า
พร้อมกันนั้น แผนผังปิศาจอีกเก้าชิ้นที่เหลือก็ทยอยเปล่งแสงสว่าง
วาบทีละดวง ๆ
แผนผังปิศาจอันสว่างไสวเชื่อมโยงเข้าหากัน แล้วแปรเปลี่ยนไป พวก
มันแต่ละชิ้นกลายเป็นรูปวงกลม แผนผังปิศาจสิบชิ้นบนที่ต่าง ๆ ทั่วร่าง
กลับกลายเป็นวงกลมอันสมบูรณ์พร้อมสิบวง ดุจดั่งดวงอาทิตย์น้อย ๆ สิบ
ดวง!
ดวงอาทิตย์ทั้งสิบประจำอยู่ที่ส่วนต่าง ๆ ในร่างกายของจั่วม่อ!
ทันใดนั้นสิบดวงอาทิตย์แผดแสงแรงกล้าออกมาพร้อมกัน ราตรีอัน
มืดมิดสว่างไสวราวกับกลางวัน หมู่ดาวบนฟากฟ้าถึงกับสูญเสียสีสันที่พึงมี
ในเวลานี้เอง แสงศักดิ์สิทธิ์วิญญาณมั่นที่กำลังว่ายเวียนไปมา พลัน
ทะลวงเข้าไปในแผนผังปิศาจรูปดวงอาทิตย์บนแผ่นอกของจั่วม่ออย่าง
จั่วม่อมีความรู้สึกอย่างรุนแรง ว่าการฝ่าด่านรุดหน้านี้ผิดปกติเป็น
อย่างยิ่ง!
เกิดอะไรขึ้น?