สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 562 กรรโชก
เถาซิง?
จั่วม่อกวักมือเรียกโซ่วผิงอย่างวางอำนาจ เป็นสัญญาณให้อีกฝ่ายเข้า
ไปหามัน ในสายตาของมันเขิงเหลียนเอ๋อร์เมื่อติดตามมันมา ดังนั้นโซ่วผิง
และหน่วยองครักษ์ดาวสวรรค์ก็เหมือนกับของแถมที่ได้รับมาพร้อมกับ
สินค้าหลัก การที่มันจะสั่งการอีกฝ่ายก็ไม่ได้รู้สึกตะขิดตะขวงใจแม้แต่น้อย
โซ่วผิงเส้นเอ็นเต้นกระตุก เด็กหนุ่มที่ยังอายุไม่ถึงยี่สิบปีกลับกวักมือ
เรียกให้มันเข้าไปหา หากเป็นผู้อื่นมันจะต้องโถมเข้าทุบตีเจ้าคนอวดดีผู้นี้
ให้แหลกเป็นชิ้น ๆ! ต่อให้เจ้าเป็นบุรุษเหี้ยมหาญ ต่อให้ไพร่พลใต้ร่มธงของ
เจ้าจะร้ายกาจ ต่อให้เจ้ามีฉากหลังอันทรงพลังอำนาจ แต่เจ้ามิใช่เจี้ยจู่ของ
ข้า! แต่เมื่อมันเหลือบมองคุณหนู เห็นคุณหนูกำลังเพ่งตามองตรงมาที่มัน
เช่นกัน
โซ่วผิงสะดุ้งเฮือก
…. …ข้าจะอดทน!
โซ่วผิงเดินเข้าไปหาจั่วม่ออย่างเรียบ ๆ ร้อย ๆ “ใต้เท้าท่านมีเรื่อง
ใด?”
“เถาซิงเป็นใคร?”
“เถาซิงผู้นี้เป็นเฉิงจู่ (เจ้าเมือง) แห่งเมืองไร้จุดจบ!” โซ่วผิงครุ่นคิด
พลันตระหนักว่าหากขบวนของพวกมันเผชิญอันตรายใด พวกมันก็ไม่
?” จั่วม่อสังเกตเห็นเยี่ยหลิงดวงตาทอประกายมุ่งมาด
ปรารถนาวูบหนึ่ง พลันนึกขึ้นได้ว่าเยี่ยหลิงฝึกปรือหัตถ์บัลลังก์หมอก
จำเป็นต้องใช้ตัวอ่อนปิศาจหมอกเพื่อฝึกปรือสังขารปิศาจ จึงจะสำแดง
พลังของหัตถ์บัลลังก์หมอกได้เต็มที่ การที่ไม่สามารถฝึกปรือสังขารปิศาจ
เป็นหนึ่งในความเสียใจชั่วชีวิตของเยี่ยหลิง
“ใช่แล้ว! เถาซิงเป็นปรมาจารย์ตัวอ่อนปิศาจที่แท้จริง ชื่อเสียง
กระเดื่องดังไปทั่ว” โซ่วผิงกล่าวพลาง ดวงตาฉายความต้องการ แต่มันก็
ทราบว่านี่เป็นเพียงความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ดังนั้นสายตากลับเป็นสงบเยือก
เย็นอย่างรวดเร็ว
จั่วม่อพอเข้าใจแล้ว พลันหมุนตัว ร้องตวาดไปทางสมรภูมิเดือด “เถา
ซิง! เจ้ามีตัวอ่อนปิศาจหมอกหรือไม่
โซ่วผิงตะลึงพรึงเพริด หน่วยองครักษ์ดาวสวรรค์ทั้งหมดถึงกับไร้
คำพูด
เขิงเหลียนเอ๋อร์ริมฝีปากอิ่มจุดรอยยิ้มน้อย ๆ ที่แทบมองไม่เห็นวูบ
หนึ่ง
“ท่านปรมาจารย์ พวกมันจะยินยอมยื่นมือเข้าช่วยรึ?”
ถังเฟยแม้จะได้รับคำชมเชย บนใบหน้ากลับไม่มีเค้าภาคภูมิใจ เกร็ง
มือแน่น บีบกระชับด้ามศาสตรามารจนข้อนิ้วขาวซีด
นางทางหนึ่งกล่าววาจากับเฉิงจู่ อีกทางหนึ่งมุ่งความสนใจส่วนใหญ่
ไปยังสมรภูมิ นางสังเกตเห็นฉาซยงเริ่มเชื่องช้าลงกว่าเดิม ต้องตื่น
ตระหนกทันที
ถังเฟยย่อมทราบดีแก่ใจ การที่นางสามารถใช้กำลังพลห้าร้อย
หยุดยั้งทัพยักษาเขียวหนึ่งพันห้าร้อยได้ ก็เนื่องเพราะฉาซยงเป็นนักรบที่มี
ฝีมือ มิเช่นนั้นพวกมันคงต้องพ่ายแพ้ล้มตายไปเสียนานแล้ว
หากฉาซยงต่อสู้จนหมดสิ้นเรี่ยวแรง การต่อสู้ที่คู่คี่ก้ากึ่งจะถึงจุดจบ
ในบัดดล
ทันใดนั้นเอง สุ้มเสียงตวาดถามดังกึกก้องไปทั่วสมรภูมิ “เถาซิง! เจ้า
มีตัวอ่อนปิศาจหมอกหรือไม่
ถังเฟยดวงตาเบิกกว้าง สีหน้าแข็งทื่อ รู้สึกอึดอัดขัดข้องอย่างบอกไม่
ถูก นางติดตามเถาซิงมานานปี เคยเห็นท่านปรมาจารย์ร้องขอความ
ช่วยเหลือจากผู้อื่นมาแล้วหลายครั้งหลายหน แต่ไม่เคยเจอเรื่องน่าคลั่งใจ
เช่นนี้มาก่อน ทุกคนที่ท่านปรมาจารย์เคยขอความช่วยเหลือ มักจะลงมือ
ตามคำขอโดยไม่ต้องเอ่ยคำที่สอง หลังจากเรื่องราวสิ้นสุดลง ท่าน
ปรมาจารย์ย่อมต้องตอบแทนด้วยดี ส่วนใหญ่จะเป็นตัวอ่อนปิศาจ แล้ว
จากนั้นทั้งคู่ก็จะสานความสัมพันธ์ฉันท์มิตรต่อกัน
นางไม่เคยพบเจอคนที่เริ่มจากการระบุเงื่อนไข เมื่อเทียบกับที่แล้ว ๆ
มา นางอดเหยียดหยามดูแคลนไม่ได้
อย่างที่คาดไว้ วีรบุรุษย่อมต้องเป็นวีรบุรุษ ท่วงท่าสภาวะอันยิ่งใหญ่
เช่นนั้นไม่ใช่สิ่งที่ชนชั้นกเฬวรากเหล่านี้จะมีได้
หากพวกมันช่วยเหลือท่านปรมาจารย์ หรือยังต้องกลัวว่าจะไม่มีตัว
อ่อนปิศาจอีก?
การเริ่มเสนอราคาในช่วงที่ผู้อื่นตกอยู่ในอันตรายเช่นนี้ มิใช่ขู่กรรโชก
จะเป็นอะไร?
?”
? มัน
หันกลับไปถามเยี่ยหลิง “ตัวอ่อนปิศาจหมอกชนิดใดที่เจ้าต้องการ
เยี่ยหลิงขอบตาแดงเรื่อ เมื่อจั่วม่อถามถึงตัวอ่อนปิศาจหมอกเมื่อครู่
หัวใจมันก็เริ่มเต้นกระหน่าอย่างดุเดือด รอจนจั่วม่อหันมาถามมันโดยตรง
ความรู้สึกที่ไม่เคยมีมาก่อนพลันท่วมท้นอยู่ในใจ ตอนนี้หากต้าเหรินสั่งให้
มันไปตาย มันจะโถมออกไปอย่างไม่รีรอลังเล
เจ้าเหนือหัวของข้า… …
เยี่ยหลิงริมฝีปากสั่นสะท้าน ตะกุกตะกักว่า “ตัวอ่อนปิศาจหมอกผืน
เถ้า… …”
“อ้อ เป็นตัวอ่อนปิศาจหมอกผืนเถ้า” จั่วม่อพยักหน้ารับ หันกลับไป
ตะโกนบอก “ตาเฒ่า ข้าต้องการตัวอ่อนปิศาจหมอกผืนเถ้า!”
?”
มันเดิมทีคิดว่าผู้อื่นจะเรียกร้องราคาที่หนักหนาสาหัส ไม่เคยนึกฝัน
ว่าอีกฝ่ายจะต้องการแค่เพียงตัวอ่อนปิศาจหมอกผืนเถ้าเท่านั้น สำหรับมัน
นี่ไม่นับเป็นอะไรได้ ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะเป็นสามเณรมือใหม่อย่างแท้จริง
มันกระทำผิดพลาดไปแล้ว!
จั่วม่อตระหนักทันทีว่าราคาเปิดของมันต่าเกินไป ซึ่งความจริงมัน
ล่วงรู้เรื่องตัวอ่อนปิศาจไม่มากนัก ดังนั้นยากจะหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาด
เช่นนี้ และสำหรับจั่วม่อผู้ที่ความโลภสลักลึกลงไปในกระดูก จะให้มัน
ยอมรับความผิดพลาดเรื่องต่อราคา ยังยากกว่าเชือดเนื้อเถือหนังมันเสีย
อีก มันคิดถามเยี่ยหลิงอีกที แต่พอเห็นสภาพฟูมฟายน้าตาแห่งความ
ปลาบปลื้มของอีกฝ่าย จั่วม่อรู้สึกว่าถามไปก็เสียเวลาเปล่า มันตัดสินใจ
เรียกร้องไปตามสมควร
“หนึ่งร้อยตัว!”
โซว่ผิงแทบล้มคะมำหัวฟาดพื้น เยี่ยหลิงน้าตาแข็งค้างอยู่ในดวงตา
อ้าปากอึกอักอยู่ครึ่งค่อนวัน ยังไม่ทราบจะกล่าวอะไรออกมา
กระทั่งเหล่ายักษาเขียวยังอึ้งงัน
หนึ่งร้อย!
ตัวอ่อนปิศาจหนึ่งร้อยตัว!
ตั้งแต่เมื่อใดที่ตัวอ่อนปิศาจนับกันด้วยหลักร้อย?
หนึ่งร้อย!
กระทั่งเถาซิงยังนิ่งขึงตะลึงงันแล้ว มันรู้สึกพูดไม่ออกบอกไม่ถูกอย่าง
แท้จริง
เจ้าผู้นี้ใช่เป็นเผ่าปิศาจแน่หรือ?
ความคิดเหลวไหลนี้ผุดในใจเถาซิง สิ่งที่มันไม่ทราบก็คือ ความคิด
ของมันใกล้เคียงกับความจริงเป็นอย่างยิ่ง
“ขออภัยด้วย ข้ามีตัวอ่อนปิศาจหมอกผืนเถ้าเพียงสามตัวเท่านั้น!”
ไม่ทราบเพราะเหตุใด เถาซิงพอกล่าวเช่นนี้ ถึงกับรู้สึกอับอายอยู่บ้าง
“ท่านที่นับถือ เจ้าสามารถเปลี่ยนข้อร้องขอเป็นตัวอ่อนปิศาจชนิดอื่น ๆ
ได้หรือไม่
“มีแค่สามตัวเอง… …” จั่วม่อลูบคาง แสร้งเป็นขบคิดใคร่คราญ แต่
ในใจรีบถามผูเยากับเว่ยเป็นการใหญ่ “รีบด่วนรีบด่วนรีบด่วน พวกเรา
สมควรเรียกร้องตัวอ่อนปิศาจชนิดใดบ้าง
ริมฝีปากบางเฉียบของผูเยาดูคล้ายมีด มีดที่กล่าวออกมาแต่ละครั้ง
ล้วนเรียกเลือด “ตัวอ่อนปิศาจผืนทอง ตัวอ่อนปิศาจทิวาวาร ตัวอ่อน
ปิศาจเงาปรโลก ตัวอ่อนปิศาจตั๊กแตนดาบยะเยือก ตัวอ่อนปิศาจร้อย
ราตรี”
เว่ยแย้มยิ้มอย่างอบอุ่นและเปี่ยมด้วยไมตรีจิต ขณะที่กล่าวเสริม
“รวมทั้งตัวอ่อนปิศาจน้าลึกจันทร์กระจ่าง ตัวอ่อนปิศาจพลังแม่เหล็ก ตัว
อ่อนปิศาจดาวตก ตัวอ่อนปิศาจวิญญาณฟ้าแลบ”
จั่วม่อทวนซ้าโดยไม่ตกหล่นแม้แต่คำเดียว ทั่วทั้งสมรภูมิยามนี้มีแต่
เสียงของมันดังกังวานอยู่แต่ผู้เดียว
สนามรบเงียบสงัดดุจป่าช้า รายการตัวอ่อนปิศาจอันยาวเหยียดเป็น
หางว่าวนี้ ทำเอาทุกผู้คนตะลึงพรึงเพริด
สายตาทุกคู่หันมามองจั่วม่อเป็นตาเดียว ในชั่วพริบตานี้ จั่วม่อเป็น
ศูนย์กลางความสนใจของผู้คนนับพัน กระทั่งฝูงยักษาเขียวยังอ้าปากหวอ
เหม่อมองจั่วม่อราวกับพบพานผีสาง
นายกองยักษาเขียวดวงตาแดงฉาน หากมิใช่ว่าคำสั่งประกาศิตครั้งนี้
ไม่อาจฝ่าฝืน มันก็อยากจะตะโกนแข่งออกไปบ้าง ให้ข้า ให้ข้า มอบพวก
มันให้ข้าเถอะ! ให้ข้าแล้วข้าจะรีบไปทันที จะแถมเสบียงให้ด้วย! ไม่ ไม่ ขอ
ข้าแค่ครึ่งเดียว เราต้องการเพียงครึ่งเดียวจากที่ว่ามา แล้วพวกเราจะรีบไส
หัวไปทันที! อ้อ ยังคงแถมเสบียงให้ด้วย!
มันถึงกับสงสัยว่าหากมันกลับไปรายงานเรื่องนี้แก่ผู้บังคับบัญชา
เกรงว่าต้าเหรินเหล่านั้นคงสำนึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง ที่ไม่ได้ให้อำนาจมัน
ตัดสินใจทำการค้า… …
เถาซิงตัวแข็งทื่อดุจรูปปั้น ตกตะลึงพรึงเพริดอย่างสิ้นเชิง
? คนที่สามารถร่ายชื่อสังขารปิศาจยาวเป็น
หางว่าวเช่นนี้ในอึดใจเดียวหากไม่ใช่เผ่าปิศาจ ในที่นี้เกรงว่าคงไม่มีผู้ใด
เป็นเผ่าปิศาจแล้ว
เถาซิงที่น่าสงสาร ยังคงจมอยู่กับความรอบรู้ในตัวอ่อนปิศาจของอีก
ฝ่าย ไม่ทันฉุกคิดถึงว่าตัวอ่อนปิศาจชุดใหญ่นี้ มีราคาค่างวดเป็นม๋อเป้ย
จำนวนมากมายเท่าใด
“นี่มันขู่กรรโชกกันชัด ๆ!” ถังเฟยกรีดร้องอย่างเหลืออด นางจะไม่
ทนอีกต่อไปแล้ว
จั่วม่องงงันวูบ จากนั้นกล่าวอย่างไม่เห็นสำคัญ “นี่เป็นการค้าที่ทั้ง
สองฝ่ายต่างเต็มใจ แต่หากเจ้าไม่เต็มใจก็หาเป็นไรไม่ ข้าไม่คิดว่ายังจะมี
สิ่งใดมีราคาค่างวดมากไปกว่าชีวิต การค้าครั้งนี้ ข้าไม่เห็นว่าฝ่ายเจ้า
ขาดทุนตรงที่ใด”
คนผู้นี้เมื่อหน้าด้านไร้ยางอายถึงเพียงนี้ ปิศาจทั้งหมดจะไม่นับถือ
เลื่อมใสก็ไม่ได้แล้ว
ถังเฟยอับจนถ้อยคำ ไม่ทราบจะตอบโต้อย่างไร ในดวงตาแทบลุก
ไหม้ด้วยเปลวไฟโทสะ คล้ายต้องการเผาผลาญจั่วม่อให้มอดไหม้เป็นเถ้า
ธุลี
เถาซิงในที่สุดฟื้นคืนสติ ยกมือห้ามปรามถังเฟย แม้ว่าบนใบหน้าจะ
ทอแววเจ็บปวดใจ มันก็ยังคงตะโกนตอบว่า “เสี่ยวเกอท่านนี้กล่าวไม่ผิด
ไม่มีสิ่งใดสำคัญไปกว่าชีวิตอีกแล้ว ประเสริฐ ข้าตกลง! แต่ทว่าตัวอ่อน
ปิศาจทั้งหมดอยู่ที่เมืองไร้จุดจบ ท่านที่นับถือจะต้องส่งคนไปรับพวกมัน”
“พวกเราจะผ่านอาณาจักรหุบเหวทมิฬหรือไม่?”
ซู่หลงตลอดเวลาของการเจรจายังคงสงบเยือกเย็นเป็นอย่างยิ่ง ซึ่ง
ความจริง นอกเหนือจากเยี่ยหลิง หนานเยว่และอีกไม่กี่คนแล้ว คนที่เหลือ
ในขบวนของพวกมันล้วนไม่ได้รู้สึกอันใด พวกมันถึงกับคิดว่าวาจาของต้า
เหรินถูกต้องเที่ยงแท้ที่สุดแล้ว ยังจะมีสิ่งใดมีค่ามากไปกว่าชีวิตอีกเล่า
พอจั่วม่อหันมาถาม ซู่หลงก็ผงกศีรษะ ให้คำตอบอย่างมั่นอกมั่นใจ
“ต้าเหริน อาณาจักรหุบเหวทมิฬอยู่ในทางผ่านของพวกเรา”
จั่วม่อสีหน้าเบิกบานใจขึ้นมาทันที ร้องตอบว่า “ประเสริฐ พวกเราตก
ลง!”
นายกองยักษาเขียวรู้สึกหัวใจโหวงเหวงว่างเปล่า ความผิดหวังไร้ที่
สิ้นสุดท่วมท้นอยู่ภายในร่าง แทบจะทำให้มันคลั่งใจตาย
ตัวอ่อนปิศาจมากมายถึงเพียงนั้น… …
มันเงยหน้าขึ้นอย่างฉับพลัน ดวงตาแดงฉานด้วยสายเลือด กรีดร้อง
จากหัวใจ “ฆ่าพวกมันให้หมด!”
“ฆ่ามัน!” ฝูงยักษาเขียวดวงตาแดงฉาน สีหน้าดุร้ายสุดขีด
กองกำลังที่มีเพียงหนึ่งร้อยกว่าคนถึงกับกล้าไม่เห็นหัวพวกมัน!
ต้องฆ่าเสียให้สมแค้น!