สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 580 กระบวนทัพค่ายกลสะพานสายรุ้ง
ในมือของไพร่พลค่ายเสวียนอู่แต่ละคน ปรากฏดวงแสงขึ้นคนละดวง
ดวงแสงเหล่านั้นสีสันแตกต่างหลากหลาย มองแต่ไกลคล้ายว่าพวกมันถือ
ตะเกียงหลากสีสันละลานตา
แต่หากพิศดูให้ถี่ถ้วน จะพบด้วยความประหลาดใจว่าตะเกียงหลากสี
เหล่านี้ จัดขบวนซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ทีละดวง ทีละชั้น เรียงรายทับซ้อนเป็น
วงแหวนใหญ่น้อยมากกว่าสามสิบหกชั้น
ทันทีที่เสียงตวาด ‘ฆ่า!’ ของม้าฝานดังกึกก้องขึ้น
วู้ม!
วงแสงโค้งดุจสะพานสายรุ้งพุ่งทะยานออกไปจากกระบวนทัพรูป
วงกลมอย่างฉับพลัน ตรงดิ่งเข้าหาบัวเพลิงพระโพธิสัตว์อย่างไม่ครั่นคร้าม
วู้มวู้มวู้ม!
เสียงหวีดแหลมดังกระหึ่มไม่ขาดหู สะพานสายรุ้งเส้นแล้วเส้นเล่า
เหินทะยานเข้าไปเรียงซ้อนกันเป็นชั้น ๆ จนแน่นขนัด ภายในชั่วหนึ่งในสิบ
ของอึดใจ สะพานสายรุ้งทั้งสามสิบหกชั้นก็ถูกปลดปล่อยออกมา!
สะพานสายรุ้งแต่ละวงมีสีสันผิดแผกแตกต่าง สายรุ้งสามสิบหกสีที่
แตกต่างกัน ผนึกรวมเข้าด้วยกัน ก่อตัวเป็นสะพานสายรุ้งหลากสีอัน
เพียบพร้อมสมบูรณ์ชุดหนึ่ง!
กระบวนทัพค่ายกลสะพานสายรุ้ง!
นี่คือกระบวนทัพค่ายกลป้องกันที่ม้าฝานคิดค้นขึ้นมาเพื่อค่ายเสวียน
อู่โดยเฉพาะ เพราะเพื่อค่ายกลชุดนี้ มันต้องใช้เวลาไปมากมาย ทุ่มเท
สมาธิจิตใจลงไปเป็นจำนวนมหาศาล ถึงกับต้องแล่นไปเยือนค่ายจินวูนับ
ครั้งไม่ถ้วน!
ชั่วพริบตาที่สะพานสายรุ้งเจิดจ้าบาดตาก่อตัวขึ้นเป็นรูปเป็นร่าง
ความตื่นเต้นลิงโลดที่ไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือน ก็แผ่ซ่านไปทั่วทุกส่วนใน
ร่างกายของม้าฝาน มันร่างสั่นระริกอย่างสุดจะระงับยับยั้ง
ทุกผู้คนก็ไม่อาจหยุดพักวางใจได้ พวกมันแทบหยุดหายใจโดยไม่รู้ตัว
กว่าที่จะฝึกฝนค่ายกลชุดนี้จนสมบูรณ์ ไม่มีใครรู้ว่าพวกมันต้องทน
ทุกข์ทรมานมากมายเท่าใด ต้องผ่านการลงโทษอย่างไร้มนุษยธรรมมากี่
ครั้งกี่หน! ทุกผู้คน นับตั้งแต่ม้าฝานลงมาจนถึงเซียนนักรบมือใหม่ที่สุดใน
ค่าย ล้วนต้องมุ่งมั่นฝึกปรือซ้าแล้วซ้าเล่าไม่ต่างกัน!
สะพานสายรุ้งอันงดงามละลานตา ก็เป็นเช่นเดียวกันกับความงดงาม
จนแทบจะเหนือโลกของมัน นั่นคือยากจะสร้างสำเร็จไม่ต่างกัน
สะพานสายรุ้งสามสิบหกวงแหวน หากหนึ่งในนั้นเกิดข้อผิดพลาดแม้
เพียงเล็กน้อย จะไปรบกวนสะพานรุ้งสายอื่น จนแตกระเบิดเป็นดอกไม้ไฟ
ที่ไร้พิษสงใด ๆ เท่ากับว่าทุกอย่างสูญเปล่าทั้งหมด
เงาร่างพระโพธิสัตว์คล้ายสัมผัสได้ถึงอันตราย พลันแผดเสียงคำราม
ดังสะเทือนฟ้า ดอกบัวในมือยิ่งฟาดลงมาอย่างเร่งร้อนกว่าเดิม!
สะพานรุ้งประหนึ่งสายลมพาดผ่านนภา ปรากฏขึ้นตรงหน้าร่างพระ
โพธิสัตว์โดยไร้เสียง
เปลวไฟแดงฉาน!
สายรุ้งงดงามละลานตา!
สองยอดพลังค่ายกลปะทะชนกันอย่างหักโหม
แสงระเบิดสว่างวาบบาดตา ครอบฟ้าคลุมดิน อาบท่วมทั้งโลกจนตก
อยู่ภายใต้แสงเจิดจรัส แต่บรรดาซิวเจ่อจินตันไม่มีผู้ใดกะพริบตา พวก
มันถลึงจ้องด้วยดวงตาเบิกกว้าง เกรงว่าจะพลาดรายละเอียดใดไป!
สะพานรุ้งชั้นแรกแตกทลาย!
สะพานรุ้งชั้นที่สองแตกทลาย!
สะพานรุ้งชั้นที่สิบแตกทลาย!
สะพานรุ้งชั้นที่สิบเอ็ดแตกทลาย!
สะพานรุ้งชั้นที่สิบแปดหยุดยั้งดอกบัวเพลิงเอาไว้ได้!
พระโพธิสัตว์ดอกบัวพิโรธกู่ก้องด้วยโทสะ ร่างดีดพุ่งเข้าไปในดอกบัว
เพลิงด้วยตัวเอง ดอกบัวเพลิงพลันลุกโชนท่วมฟ้า ระเบิดทะลวงรุดหน้า
ด้วยกำลังแรง!
ทะลุทะลวงสะพานสายรุ้ง!
สะพานรุ้งชั้นที่ยี่สิบสามแตกทลาย!
ดอกบัวเพลิงคล้ายงอกเงยออกมาจากสะพานสายรุ้งเอง เป็นดอกบัว
ที่เติบโตเพื่อประดับตกแต่งสะพานรุ้ง ไม่ว่ามันจะปั่นป่วนก่อกวนเท่าใด
สะพานรุ้งก็ไม่ขยับเคลื่อนไหวแม้แต่น้อย
ตูม!
ทันใดนั้นดอกบัวเพลิงแตกระเบิดดังสนั่นลั่นโลก ลำแสงสีแดงบาดตา
พลันลุกโชติช่วงด้วยแสงเพลิงสีขาวแผดกล้า คราครั้งนี้กระทั่งจินตันยัง
ต้องหลับตาหลบเลี่ยง!
ชั้นที่ยี่สิบสี่แตกทลาย! ชั้นที่ยี่สิบห้าแตกทลาย!
ชั้นที่ยี่สิบเจ็ดยังคงต้านทานอย่างแข็งขัน ไม่ล่าถอยแม้แต่น้อย คลื่น
อากาศแผดเผาโหมอาละวาดฟาดทลายไปตามส่วนโค้งของพื้นผิวสายรุ้ง
ไหลบ่าออกไปยังสองฟากข้าง
เหล่าจินตันใต้ร่มธงของฟ่งเยวี่ยใบหน้าขาวเผือด การโจมตีเมื่อ
ล้มเหลว พลังสะท้อนอันรุนแรงก็กระแทกทำร้ายพวกมันรับบาดเจ็บทันที
บางคนที่พลังฝึกปรือไม่กล้าแข็งพอถึงกับกระอักเลือดเป็นฟูฝอย แทบจะ
ร่วงลงจากฟากฟ้า ร้อนถึงสหายที่อยู่ด้านข้างต้องรีบคว้าร่างของพวกมัน
เอาไว้ แต่ใบหน้าของซิวเจ่อเหล่านี้แดงฉานอย่างน่าตระหนก เห็นได้ชัดว่า
พวกมันไม่อาจมีชีวิตรอดไปได้
แต่ยามนี้ผู้ใดจะมัวมาใส่ใจเรื่องเหล่านี้ ทุกผู้คนถลึงจ้องสะพาน
สายรุ้งที่เหลือเพียงบางเฉียบ สีหน้ามึนงงซึมเซา!
หยุดแล้ว… …มันหยุดแล้วจริง ๆ… …
เป็นไปได้อย่างไร จะเป็นไปได้อย่างไรกัน… …
ดอกบัวพิโรธพระโพธิสัตว์จะถูกหยุดยั้งได้อย่างไร?
ฟ่งเยวี่ยเหม่อมองสะพานรุ้งงดงามที่พาดกลางเวหาด้วยสีหน้าโง่งม
บนใบหน้าทอแววเหลือเชื่อ ดอกบัวพิโรธพระโพธิสัตว์แกร่งกร้าวเกรียง
ไกรเพียงใด ในที่นี้ไม่มีผู้ใดรู้ดีไปกว่านาง นางเชื่อมั่นว่าต่อให้อีกฝ่ายเป็น
สามมหาสำนักที่เหลือ ก็ไม่มีทางหยุดยั้งดอกบัวพิโรธพระโพธิสัตว์ได้
โดยง่าย!
แต่มันกลับถูกหยุดเอาไว้จริง ๆ… …
หลังจากเหม่อมองอย่างงุนงงอยู่สองสามอึดใจ ฟ่งเยวี่ยพลันรู้สึกตัว
ใบหน้าขาวเผือดไร้สีเลือด ดอกบัวพิโรธพระโพธิสัตว์แม้ทรงพลังอำนาจ
สุดเปรียบปาน แต่มิใช่ว่าไม่มีจุดอ่อน เนื่องเพราะมันดุเดือดรุนแรงเกินไป
ยามเมื่อถูกหยุดเอาไว้ได้ ผลกระแทกสะท้อนอันรุนแรงจะย้อนกลับมาทำ
ร้ายพวกมันเองอย่างง่ายดาย
แต่เนื่องเพราะมันแทบไม่เคยถูกหยุดยั้ง จุดอ่อนข้อนี้จึงมักไม่ค่อยมี
ใครใส่ใจจะจดจำ
จนกระทั่งบัดนี้!
จุดอ่อนข้อนี้ถูกบีบบังคับให้เผยออกมาอย่างหมดเปลือก ฟ่งเยวี่ย
กวาดตามองรอบข้าง หัวใจดิ่งวูบ เซียนนักรบในกองทัพของนางกว่าครึ่ง
รับบาดเจ็บไม่เบา บ้างถึงขั้นหนักหนาสาหัสจนน่าจะไม่มีชีวิตรอด เป็นครั้ง
แรกที่นางจ้องมองฝ่ายตรงข้ามราวกับไม่เคยเห็นพวกมันมาก่อน นางกัด
ริมฝีปากงามจนแทบห้อเลือด
กองทัพไร้ชื่อเสียงเรียงนาม จากอาณาจักรที่ไม่มีผู้ใดสนใจ
กระทั่งถึงยามนี้ นางยังไม่ล่วงรู้ด้วยซ้าว่ากองพันของผู้อื่นเรียกว่า
อะไร …แต่กองทัพเยี่ยงนี้ กลับหยุดยั้งดอกบัวพิโรธพระโพธิสัตว์อย่าง
เบ็ดเสร็จเด็ดขาด เรื่องนี้หากแพร่สะพัดออกไป เกรงว่าจะสะท้านทั่ว
สวรรค์สี่ดินแดนแล้ว!
โฉมงามแห่งวัดเสวียนคงจับจ้องมองดูฝ่ายตรงข้ามตาเขม็ง ราวกับว่า
นางปรารถนาจะประทับภาพของพวกมันเอาไว้ในใจนาง
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! ข้ารู้อยู่แล้ว! ข้ารู้อยู่แล้ว! มีอันใดต้องกลัวด้วย!” เสียง
หัวร่อดังกระหึ่มของเหลยเผิงสามารถได้ยินจากที่ห่างไกล สีหน้ามันแม้
แฝงแววเหน็ดเหนื่อยสิ้นเรี่ยวแรง แต่ยังคงตื่นเต้นลิงโลดสุดระงับ
บนใบหน้าของเหนียนลู่ก็มีรอยยิ้มเบิกบานปานบุปผาสะพรั่ง ในยาม
นี้ ใบหน้าหล่อเหลาของมันดูคล้ายเด็กน้อยที่เพิ่งได้เล่นของเล่นที่ถูกใจ
ม้าฝานบนใบหน้าก็มีแต่ความตื่นเต้นเร้าใจ แต่ไม่อาจกล่าววาจาได้
แม้สักครึ่งคำ มันตื่นเต้นยินดีเกินไป ตื่นเต้นยินดีมากเกินไปจริง ๆ ตื่นเต้น
ยินดีอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน!
กระบวนทัพค่ายกลสะพานสายรุ้งเป็นผลงานชิ้นเอกของมัน!
มันรู้ดีว่าตัวมันเองไม่ใช่แม่ทัพบัญชาการศึกที่เด่นล้าอันใด แต่แม่นาง
น้อยต้าเหรินเมื่อวางใจมอบค่ายเสวียนอู่ไว้ในมือมัน มันก็ไม่อาจสร้าง
ความผิดหวังให้แก่ต้าเหรินได้ กับบรรดาซิวเจ่อที่ผิดแผกแตกต่างอย่าง
สิ้นเชิง กับเวทวิชาอันหลากหลายมากมาย มันต้องใช้ความอดทนอดกลั้น
อย่างน่าตระหนก เพื่อค่อย ๆ ผสานรวมพวกมันเข้าเป็นหนึ่งเดียวกัน
ไม่มีกลยุทธ์ที่ลึกล้าซับซ้อน แต่เต็มไปด้วยกลยุทธ์ย่อยจำนวน
มากมายจนชวนให้ตื่นตะลึง
มันอาจเป็นผู้ริเริ่มกระบวนทัพค่ายกลสะพานสายรุ้ง แต่ผู้ที่ทำให้ค่าย
กลชุดนี้เพียบพร้อมสมบูรณ์อย่างแท้จริงกลับเป็นค่ายจินวู
มันล่วงรู้ขีดจำกัดของตัวเองดี
มันทราบว่าสำหรับค่ายเสวียนอู่ ดูจากโครงสร้างองค์ประกอบของ
พวกมัน ไม่มีทางที่จะถนัดจัดเจนในการบุกจู่โจม พิชิตไปโดยไร้ผู้ต้านเฉก
เช่นค่ายจูเชวี่ยได้ สิ่งที่มันต้องฝึกฝนค่ายเสวียนอู่ก็มีเพียงวิถีทางการทำ
ศึกตะลุมบอน และกลายเป็นกองพันที่เชี่ยวชาญการป้องกันเท่านั้น
มันกัดฟันตั้งมั่น ค่อย ๆ ขัดเกลาจนกลายเป็นค่ายเสวียนอู่ในทุกวันนี้
ค่ายเสวียนอู่เมื่อสำแดงพลังออกมาอย่างเหนือความคาดหมาย
สำหรับมันซึ่งเป็นผู้สร้างค่ายนี้ขึ้นมากับมือ ยังจะมีสิ่งใดที่น่าปลาบปลื้ม
ประโลมใจมากไปกว่านี้อีกเล่า
แต่ในสถานการณ์ตรงหน้า มันได้แต่ระงับความตื่นเต้นยินดีไว้ในใจ
การต่อสู้ยังไม่สิ้นสุดลง แต่มันสังเกตเห็นไพร่พลที่บาดเจ็บของฝ่ายตรง
ข้าม รวมถึงขวัญกำลังใจที่ตกต่าของพวกมัน ม้าฝานลอบถอนหายใจอย่าง
โล่งอกในทันที
กระบวนทัพค่ายกลสะพานสายรุ้งเพิ่งจะเผยโฉมเป็นครั้งแรก ทุก
ผู้คนรวมทั้งตัวมันเอง ไม่กล้าออมรั้งสิ่งใดไว้เบื้องหลัง ดังนั้นยามนี้พวกมัน
ทั้งกองทัพ เรียกได้ว่าแทบจะหมดสิ้นเรี่ยวแรงอยู่รอมร่อ
โชคยังดีที่อีกฝ่ายก็รับบาดเจ็บบอบช้าไม่น้อย ทั้งสองฝ่ายล้วนใกล้จะ
หมดแรงต่อสู้ไม่ต่างกัน!
กองทัพทั้งสองฝ่ายตกอยู่ในสภาพชะงักงันอย่างน่าประหลาด
ทั้งสองฝ่ายในใจล้วนมีแผนการเดียวกัน นั่นคือรอคอยกำลังหนุนจาก
สหายของพวกมัน
ในใจม้าฝาน ค่ายจูเชวี่ยคือตัวตนอันไร้เทียมทาน หากค่ายจูเชวี่ย
มาถึง ไม่ว่ากองทัพฝ่ายตรงข้ามจะมีจำนวนมากมายสักเท่าใด พวกมันก็
สามารถถล่มทำลายจนพินาศสิ้น ส่วนในใจของฟ่งเยวี่ย เกาเซวียนนำทัพ
จากกองพันเจียงจื้อจำนวนห้าร้อยนาย พวกมันล้วนเป็นกองทัพหลักของ
วัดเสวียนคง! ต่อให้กองทัพศัตรูมีจำนวนมากกว่านี้อีกหลายเท่า กองพัน
เจียงจื้อห้าร้อยคนก็สามารถเข่นฆ่าพวกมันจนราบคาบ!
ทันใดนั้นเอง ม้าฝานกับฟ่งเยวี่ยสีหน้าทอแววปิติยินดีอย่างพร้อม
เพรียง
แทบจะในเวลาเดียวกัน กองทัพสองขบวนทยอยปรากฏขึ้นเบื้องหลัง
เหล่าสหายของตน
ค่ายจูเชวี่ย!
กองพันเจียงจื้อ!
แม่นางน้อยกวาดตามองสนามรบแวบหนึ่ง พลันเข้าใจสถานการณ์
โดยรวมอย่างแจ่มแจ้ง อดไม่ได้ต้องหันไปมองม้าฝานด้วยสายตาชมเชย
แต่รอจนมันทอดตามองไปยังกองทัพฝ่ายตรงข้าม ดวงตาพลัน
เปลี่ยนเป็นเย็นชาปานน้าแข็ง รอยยิ้มยิ่งมายิ่งกว้างขวางกว่าเดิม
จากนั้นมันพบว่ากำลังเสริมของฝ่ายตรงข้ามมีเพียงห้าร้อยคนเท่านั้น
ความทระนงถือดีของแม่นางน้อยพลันสำแดงฤทธิ์ทันที “เว่ยหยาน!”
“ผู้น้อยอยู่!” เว่ยหยานรีบขานรับ
“เลือกคนห้าร้อย ออกไปเล่นกับพวกมันสักครา!” แม่นางน้อยแย้มยิ้ม
เบิกบานปานบุปผา สุ้มเสียงเย็นยะเยือกเต็มไปด้วยความถือดี
“รับคำสั่ง!” เว่ยหยานรับคำ สีหน้าสงบราบเรียบราวกับกำลังจะออก
ลาดตระเวน ไม่ใช่จะไปสัประยุทธ์กับกองพันชั้นยอดจากสี่มหาอำนาจ
กองทัพที่มีห้าร้อยคนแยกตัวออกจากค่ายจูเชวี่ยอย่างรวดเร็ว
ฟ่งเยวี่ยดูเหมือนประสบความสูญเสียไม่น้อย!
พวกมันขวัญกำลังใจตกต่า เซียนนักรบเกือบครึ่งทัพรับบาดเจ็บบอบ
ช้าอย่างหนัก
เกาเซวียนหยีตาลง ประกายเย็นเยียบสาดวาบในดวงตา วัดเสวียนคง
เคยพ่ายแพ้อย่างยับเยินถึงเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อใด?
มันไม่กล่าวคำใด กองทัพใต้บัญชาการของมันไหลรี่ดุจปรอท เคลื่อน
เข้าประจำตำแหน่งด้านหน้ากองพันฟ่งเยวี่ยในบัดดล เกาเซวียนสีหน้า
?
เคยมีศัตรูที่ใช้กองทัพจำนวนเท่ากันเข้าปะทะหักหาญกับกองพัน
เจียงจื้อตั้งแต่เมื่อใด?
แน่นอนว่าคนโง่ไม่รู้จักกลัว!
เกาเซวียนจิตใจเย็นเยือกปานน้าแข็ง รังสีฆ่าฟันทะลักล้นออกจาก
ร่าง
เว่ยหยานทอดตามองฝ่ายตรงข้ามอย่างเยือกเย็น
มันเป็นหนึ่งในหัวหน้ากองที่ติดตามแม่นางน้อยมาเป็นเวลานานที่สุด
แต่มันแตกต่างจากม้าฝาน มันในตอนเริ่มแรกไม่ได้มีความสามารถโดด
เด่นอันใด แต่ด้วยการติดตามแม่นางน้อยออกทำศึกและเฝ้าศึกษาเรียนรู้
แม้ว่ามันไม่อาจเทียบได้กับแม่นางน้อยผู้มีความเข้าใจทั้งซิวเจ่อ อสูร
และปิศาจอย่างลึกล้า แต่นอกเหนือจากแม่นางน้อยต้าเหรินก็ไม่มีผู้ใด
เข้าใจในพิชัยยุทธ์ใหม่ได้ดีไปกว่ามัน
ที่สำคัญไปกว่านั้น… …
เว่ยหยานเลื่อนสายตามองไปยังม้าฝาน อดอิจฉาเลื่อมใสสหายรักผู้นี้
ไม่ได้จริง ๆ
สำหรับแม่ทัพบัญชาการศึกผู้หนึ่ง สามารถสร้างกองทัพตามแบบ
ฉบับของตัวเองสำเร็จอย่างงดงาม นับเป็นสิ่งล่อใจที่ไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือน
จะไม่ให้มันริษยาม้าฝานจนตาร้อนฉ่าได้อย่างไร
จากนั้นเว่ยหยานรั้งสายตากลับมา
มันเพ่งมองตรงไปยังคู่ต่อสู้ของมัน เว่ยหยานสามารถเห็นได้ว่า
กองทัพฝ่ายตรงข้ามนับเป็นสุดยอดฝีมือในหมู่ยอดฝีมือ แต่โดยไม่รู้ตัว จิต
วิญญาณการต่อสู้ในใจมันประดุจเปลวไฟลุกโชติช่วง แผดเผาโลหิตในกาย
จนเดือดพล่าน