สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 582 ลับดาบ
ที่เรียกว่าหมู่ดาวประทานพร เป็นปรากฏการณ์ที่ดวงดาวจะผลิต
พลังงานดวงดาวบริสุทธิ์จำนวนมหาศาลออกมา พลังงานเหล่านี้จะ
เปลี่ยนเป็นทรายดาว ซึมซับเข้าสู่ร่างกายของผู้คน เม็ดทรายดาว
คลับคล้ายกับกระดาษทรายที่ผู้คนใช้ลับดาบ ทรายดาวสามารถช่วยขัด
เกลาสังขารร่างกายของผู้คนจากภายในสู่ภายนอก ทำให้สมบูรณ์พร้อม
มากขึ้น
จั่วม่อย่อมไม่ทราบ ว่าตัวมันเองจะเป็นต้นเหตุให้นครมหาสันติทั้ง
เมืองแทบถล่มทลายด้วยความตื่นเต้นเร้าใจอยู่ในตอนนี้!
มันจ่อมจมอยู่ในโลกอันมหัศจรรย์พันลึกใบหนึ่ง
ละเอียด เป็นพลังงานที่ดีที่สุดสำหรับการขัดเกลาสังขารร่างกาย
ไม่นุ่มนวลอ่อนโยนเฉกเช่นลำแสงจันทรา แสงดาวประดุจเม็ดทราย
ที่สุด ลำแสงจากดวงดาวไม่ได้แกร่งกร้าวร้อนแรงเช่นลำแสงสุริยันท้ังยัง
นี่ก็คือหมู่ดาวประทานพร หนึ่งในนิมิตแห่งฟ้าดินซึ่งเป็นที่เล่ืองลือ
ระหว่างฝึกฝีมือคนผู้นั้นจะเป็นบุคคลเหนือธรรมดาผู้หนึ่ง
ได้อย่างไร แต่ทุกผู้คนล้วนทราบดี หากมีคนที่ก่อให้เกิดนิมิตแห่งฟ้าดินใน
จนกระท่ังถึงบัดนี้ก็ยังไม่เคยมีผู้ใดเข้าใจว่าจะทำให้บังเกิดนิมิตแห่งฟ้าดิน
อย่างไรก็ตาม นิมิตแห่งฟ้าดินเป็นเร่ืองของโชควาสนา ซึ่งความจริง
ดูเหมือนจะมีดวงดาวมากมายสุดคนานับโคจรรอบกายมัน พลังงานที่
คล้ายคุ้นเคยคล้ายไม่คุ้นเคยซึมซาบเข้ามาในร่างกายของมันไม่หยุดยั้ง
จั่วม่อจดจำได้ในบัดดล นี่คือทรายดาว!
เม็ดทรายดาวแต่ละเม็ดแข็งกระด้างเป็นที่สุด พวกมันค่อยๆ แทรก
ซึมเข้าสู่ร่าง แล้วโคจรไปทั่วด้วยเหลี่ยมมุมอันแหลมคมและสากระคาย
จั่วม่อรู้สึกราวกับว่ามีกระดาษทรายค่อยๆ บรรจงขัดถูเลือดเนื้อร่างกายที่
ยังขัดเกลาไม่เรียบร้อยของมัน
นี่ไม่ได้เจ็บปวด แต่เป็นความรู้สึกสุขสบายอย่างที่ยากจะบ่งบอก
บรรยายได้ชนิดหนึ่ง
ช่างชวนลุ่มหลงมึนเมาเสียจริง
เนื่องเพราะเว่ยหยานตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบเต็มประตู
พิชัยยุทธ์ของฝ่ายตรงข้ามทรงพลานุภาพเหนือความคาดหมายของ
พวกมันมาก หลังจากปิศาจด่านถงหลิ่งหลายสิบตนผนวกรวมเข้ากับค่ายจู
เชวี่ย พวกมันก็เริ่มใช้พิชัยยุทธ์ใหม่ที่แม่นางน้อยต้าเหรินปรับปรุงแก้ไข
ขึ้นมา ทุกคนในค่ายจูเชวี่ยเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นอย่างเปี่ยมล้น ใน
ทว่าความจริงกลับโหดร้ายนัก
กองทัพเล็ก ๆ ที่มีคนเพียงห้าร้อยนี้ร้ายกาจเหนือธรรมดา
ในตอนต้นทั้งสองฝ่ายประมือกันอย่างคู่คี่ก้ากึ่ง แต่ยิ่งนาน ฝ่ายตรง
ข้ามก็ยิ่งช่วงชิงเป็นฝ่ายมีเปรียบมากขึ้นเรื่อย ๆ เว่ยหยานเริ่มเสียเปรียบ
อย่างเห็นได้ชัด
สิ่งที่ทำให้สีหน้าของพวกมันยิ่งดูขัดตามากขึ้นทุกขณะ ก็คือเว่ยหยาน
ไม่ได้กระทำผิดพลาดแม้แต่น้อย เว่ยหยานเป็นแม่ทัพประเภทนี้เอง ไม่
มุ่งหวังความดีความชอบ เพียงหวังว่าไม่เกิดข้อผิดพลาด แม่นางน้อยจึงใช้
ให้มันเป็นคนทดลองออกศึกครั้งนี้ แต่กระนั้น มันยิ่งนานยิ่งตกเป็นรอง
อย่างไม่อาจแก้ไขกลับกลาย สิ่งเหล่านี้ค่อย ๆ เกิดขึ้นอย่างช้า ๆ ช้าเป็น
อย่างยิ่ง แต่พวกมันทุกคนมีประสบการณ์ผ่านศึกนับร้อย ไหนเลยจะมอง
ไม่เห็นชัดตา
บนใบหน้าของแม่นางน้อยยังคงประดับด้วยรอยยิ้มน้อย ๆ อย่างเอียง
อายราวกับเด็กชายข้างบ้าน และยังคงไม่มีผู้ใดทราบว่ามันคิดอ่านประการ
ใด
? มันไม่ใช่หนึ่งใน
สี่มหาอำนาจ ไม่ใช่หนึ่งในสิบสำนักใหญ่ ไม่ติดหนึ่งในร้อยขุมกำลังทรง
อำนาจ ในโลกซิวเจ่อของพวกมัน อาณาจักรทะเลเมฆไม่เคยถูกจัดอันดับ
เสียด้วยซ้า พวกมันไม่ใช่ตัวอะไรเลย
เกาเซวียนสีหน้ายิ่งมายิ่งหนักอึ้งเคร่งเครียด มันคาดอยู่แล้วว่า
กองทัพนี้จะต้องเป็นศัตรูอันเข้มแข็ง แต่ร้อยไม่คิดพันไม่คิดว่าจะเข้มแข็ง
จนถึงขั้นสู้เสมอกับมัน!
พิชัยยุทธ์ของฝ่ายตรงข้ามแปลกประหลาดยิ่ง อีกทั้งองค์ประกอบ
ของกองทัพก็แปลกประหลาดไม่น้อยไปกว่ากัน!
มันถึงกับค้นพบเผ่าปิศาจปะปนอยู่ท่ามกลางกระบวนทัพของฝ่าย
ตรงข้าม แวบแรกที่มองเห็น เกาเซวียนแทบเข้าใจว่ามันตาฝาดไป แต่
ทักษะปิศาจที่อีกฝ่ายใช้ และพลังบุกทะลวงอันแกร่งกร้าวเหนือสามัญ
สำนึกทั่วไปล้วนทำให้มันต้องสะท้านใจ
ในการศึกยึดครองอาณาจักรขุนเขายะเยือก มันพบเห็นปิศาจมา
มากมายจนคุ้นเคยกับพวกมันมากไปแล้ว!
นี่เป็นเผ่าปิศาจอย่างชัดแจ้ง มิหนำซ้ายังเป็นปิศาจด่านถงหลิ่ง!
ทั้งยังไม่ใช่แค่ตนสองตน แต่เป็นสิบตน! พวกมันทั้งหมดล้วนเป็น
ปิศาจด่านถงหลิ่ง
มันรู้สึกว่าเรื่องนี้เหลวไหลยิ่ง ปิศาจกลุ่มหนึ่งเข้าร่วมกองทัพซิวเจ่อ
มิหนำซ้ายังเป็นปิศาจด่านถงหลิ่งทั้งหมด?
สิ่งที่ทำให้มันยิ่งรู้สึกว่าไม่อาจเข้าใจได้ ก็คือการที่มันไม่สามารถตรวจ
พบอาคมหวงห้ามภายในร่างของปิศาจเหล่านั้น
หรือว่าซิวเจ่อเหล่านี้จับมือเป็นพันธมิตรกับอสูรปิศาจ?
ความคิดนี้พอผุดขึ้น เกาเซวียนบังเกิดความเย็นเยียบจับใจ
กล่าวได้ว่าเกาเซวียนผู้นี้มีฝีมือสูงเยี่ยมยิ่ง เจียงเจ๋อจึงวางใจมอบ
ภาระนี้ไว้บนบ่าของมัน หลังจากประมือกันรอบแรก เกาเซวียนก็ค่อย ๆ
ปรับตัวให้เข้ากับพิชัยยุทธ์อันแปลกประหลาดของฝ่ายตรงข้ามในทันที ทำ
ให้เริ่มช่วงชิงเป็นฝ่ายมีเปรียบ
ความได้เปรียบของมันเพิ่มขึ้นทุกขณะ แต่ฝ่ายตรงข้ามก็ทนทายาด
อย่างน่าอัศจรรย์ พวกมันแม้ตกเป็นรอง กลับไม่แตกตื่นลนลานแม้แต่น้อย
ทันใดนั้นเอง เกาเซวียนบังเกิดความรู้สึกว่าความกดดันที่ฝ่ายมัน
ได้รับ กำลังค่อย ๆ เพิ่มมากขึ้นทุกขณะ มันค้นพบอย่างเร็ว ว่าการร่วมมือ
ประสานงานในกลยุทธ์ของผู้อื่นกลายเป็นราบเรียบลื่นไหลกว่าเดิม ยิ่งมา
ยิ่งเคลื่อนไหวอย่างคุ้นเคย ยิ่งนานยิ่งเป็นธรรมชาติ ข้อผิดพลาดลดน้อยลง
เรื่อย ๆ พลานุภาพกลับพุ่งทะยานขึ้น!
เกาเซวียนนิ่งอึ้งงงงัน แต่เมื่อหวนนึกย้อนกลับไปถึงความสะดุดติดขัด
ในกลยุทธ์ของอีกฝ่ายตอนช่วงเริ่มต้น ทันใดนั้นมันหัวใจดิ่งวูบ มือเท้าเย็น
เฉียบ มันในที่สุดก็เข้าใจเจตนาที่แท้จริงของผู้อื่น
ที่แท้ฝ่ายตรงข้ามเพียงใช้มันเป็นหินลับดาบ!
?” สุ้มเสียงอ่อนโยนของแม่นางน้อยผ่าน
เข้าไปในโสตประสาทของเหล่าแม่ทัพนายกองรอบข้าง
“ขอรับ!” ทุกผู้คนใจสั่นสะท้าน แต่สิ่งที่อยู่ในดวงตาของพวกมันคือ
ความตื่นเต้นลิงโลด
จริงดังคาด ไม่มีสิ่งใดจะลับดาบของพวกมันได้ดีไปกว่าการต่อสู้จริง
อีกแล้ว ฝ่ายตรงข้ามยิ่งเข้มแข็งเท่าใด ก็ยิ่งช่วยให้พวกมันสามารถทดสอบ
พิชัยยุทธ์ของพวกมันได้ง่ายดายเท่านั้น
กองทัพอันแกร่งกล้าเกรียงไกรจาดวัดเสวียนคงนี้ ประดุจหินลับมีด
ก้อนหนึ่ง ค่อย ๆ ขัดฝนพวกมันให้คมกล้ากว่าเดิมทีละน้อย รอจนเว่ย
หยานค่อย ๆ ปีนป่ายกลับมาจากสภาพตกเป็นรองอย่างเต็มประตู ทุกผู้คน
รู้สึกว่าโลหิตในกายเริ่มจะเดือดพล่านขึ้นช้า ๆ
นี่คือสุดยอดกองทัพจากวัดเสวียนคง!
สามารถไล่ต้อนกองทัพจากสี่มหาสำนักจนมีสภาพทุลักทุเลถึงปานนี้
ก็เพียงพอให้ค่ายจูเชวี่ยภาคภูมิใจแล้ว!
แม่นางน้อยแย้มยิ้มบางเบา สีหน้าเหมือนเด็กชายข้างบ้านที่เต็มไป
ด้วยความประหม่าอาย มันกล่าวเบา ๆ ว่า “ไปได้แล้ว อย่าปล่อยให้พวก
มันหนีรอดไปได้แม้แต่คนเดียว”
ทุกผู้คนน้อมรับคำสั่งอย่างพร้อมเพรียง รังสีฆ่าฟันม้วนทะลักออก
รอบข้าง!
ไพร่พลค่ายจูเชวี่ยไหลบ่าดุจกระแสน้าทลายเขื่อน หลุดออกจาก
พันธนาการทั้งมวล ลงมืออาละวาดได้ตามใจปรารถนา!
เจียงเจ๋อรู้สึกใจสั่นหวั่นไหวอย่างน่าประหลาด
มันเดินออกจากห้อง ลมราตรีเฉื่อยฉิวปะทะใบหน้า มันได้สติขึ้นมา
ทันที อดหัวร่อเย้ยหยันจิตใจที่ไม่มั่นคงของตัวเองไม่ได้ เกาเซวียนนำไพร่
พลกองพันเจียงจื้อห้าร้อยนายไปด้วย แม้ว่าไม่อาจล้างแค้นให้แก่อาจารย์
อาติ้งเจินด้วยตัวเอง แต่ในการรับประกันความปลอดภัยของฟ่งเยวี่ย
ระหว่างที่นางทำการล้างแค้น สมควรไม่มีปัญหาอันใด
มันคลายใจลง หันไปให้ความสำคัญกับการตอบโต้ของเผ่าปิศาจที่
กำลังใกล้เข้ามา
ตามข่าวสารที่ส่งมาจากสายสืบซึ่งแฝงตัวอยู่ภายในภพปิศาจ ขุม
กำลังเผ่าปิศาจหลายกลุ่มจับมือเป็นพันธมิตร จัดตั้งกองทัพขนาดมหึมา
ตระเตรียมช่วงชิงอาณาจักรขุนเขายะเยือกกลับคืน
คิดถึงเรื่องนี้ เจียงเจ๋อดวงตาเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือก มันจัดเตรียม
ของกำนัลไว้รับหน้าฝ่ายตรงข้ามอย่างพร้อมสรรพ
ในใจมันเต็มไปด้วยความเชื่อมั่น
ทันใดนั้นเอง ซิวเจ่อใต้บังคับบัญชาของมันผู้หนึ่งเหินร่างซวนเซเข้า
มา
“ต้า… …ต้าเหริน! หอนักบวช… ที่หอนักบวช … …”
เจียงเจ๋อใจหายวาบ สีหน้าพลันกลายเป็นเย็นเยียบ กล่าวถามเสียงต่า
ลึก “หอนักบวชมีเรื่องอันใด
ถูกท่วงท่าสภาวะของเจียงเจ๋อกระตุ้นเตือน ซิวเจ่อผู้นั้นค่อยระงับ
จิตใจได้ ถ้อยคำที่พูดไม่ออกเมื่อครู่เริ่มไหลหลั่งออกมา แต่สุ้มเสียงยังคง
สั่นสะท้านสุดระงับ “ที่หอนักบวช… เทียนชีวิตของฟ่งเยวี่ยต้าเหรินกับเกา
เซวียนต้าเหรินที่หอนักบวช…ดับมอดลงแล้ว!”
เจียงเจ๋อโลหิตในกายผนึกแข็งตัว มือเท้าเย็นเฉียบ
จั่วม่อรู้สึกสุขสบายอย่างบอกไม่ถูก ทรายดาวขัดเกลาสังขารร่างกาย
ของมันอย่างต่อเนื่อง กล้ามเนื้อทุกมัด กระดูกทุกชิ้น เส้นเอ็นทุกเส้น ล้วน
แล้วแต่ผ่านการขัดฝนอย่างเฉพาะเจาะจง ระหว่างกระบวนการขัดเกลานี้
ทรายดาวบางส่วนยังผสานรวมเข้ากับเลือดเนื้อร่างกายของมัน ช่วยให้ทุก
สิ่งทุกอย่างสมบูรณ์พร้อมยิ่งกว่า
นอกเหนือจากสมบูรณ์พร้อม จั่วม่อไม่ทราบจะหาถ้อยคำใดมา
อธิบายได้ดีกว่านี้
พลังทั้งสามโคจรหมุนเวียนภายในร่างกายมันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด พลัง
ทั้งสามมีระบบระเบียบเฉพาะตน แต่พวกมันก็ดึงดูดซึ่งกันและกันด้วย
เคล็ดความบนหลักศิลาไหลผ่านจิตใจมันดุจสายน้าต่อเนื่องไม่ขาดตอน
การโคจรของพลังทั้งสามปรับเปลี่ยนอย่างไม่หยุดยั้ง พวกมัน
กลายเป็นสนิทสนมกลมเกลียวมากขึ้น หลอมกลืนใกล้ชิดกว่าเดิม
จั่วม่อจิตใจกระจ่างแจ้งผิดธรรมดา ความคิดโปร่งโล่งไร้ขีดจำกัด
เช่นเดียวกันกับเลือดเนื้อทุกส่วนในร่างกายที่บังคับควบคุมได้ดั่งใจ
ปรารถนา
ความเชื่อมั่นที่ไม่เคยมีมาก่อนอัดแน่นอยู่ในทุกซอกทุกมุมภายในกาย
ในไม่ช้าจั่วม่อก็พบว่าทรายดาวที่ซึมซาบเข้ามาภายในร่างมัน คล้าย
ถูกดึงดูดไปยังแผนผังปิศาจรูปดวงอาทิตย์ที่กลางอก ผนึกรวมรั้งเข้า
ด้วยกันอย่างไม่หยุดยั้ง
ในขณะที่เลือดเนื้อกระดูกเส้นเอ็นของจั่วม่อถูกขัดเกลาอย่างต่อเนื่อง
ทรายดาวที่ตกลงมาก็ยิ่งเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ ท้ายที่สุดกลายเป็นน้าตก
แสงดาวสายหนึ่ง
น้าตกแสงดาวเหล่านี้ ไหลบ่าเข้าไปยังแผนผังปิศาจรูปดวงอาทิตย์ที่
กลางอกของจั่วม่ออย่างไม่หยุดยั้ง
ตูม!
จั่วม่อรู้สึกราวกับแผนผังปิศาจรูปดวงอาทิตย์ที่กลางอกแตกระเบิด
อย่างฉับพลัน บางสิ่งบางอย่างปรากฏขึ้นในใจมัน
สิ่งนี้คือ… …
จั่วม่อค่อย ๆ ดื่มด่ากับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ได้รู้สึกตัวเลยว่า ไม่มีทรายดาว
ซึมซาบเข้ามาในร่างกายของมันอีกแล้ว
เป็นเวลานาน
แผนผังปิศาจรูปดวงอาทิตย์บนหน้าผากสาดประกายสีทองวาบ แล้ว
หายวับไป มันค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ
เมื่อจั่วม่อฟื้นฟูสติสัมปชัญญะอย่างเต็มที่ ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้
มันนิ่งขึงตะลึงงันอยู่กับที่
ภายใต้นภาดาวอันไพศาล บนท้องฟ้าเหนือนครมหาสันติ เต็มพรืดไป
ด้วยเหล่าปิศาจมากมาย ราวกับทะเลเมฆดำทะมึนไร้ที่สิ้นสุด
แต่… …
พวกมันไฉนพากันจ้องมองข้าเป็นตาเดียว