สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 601 แม่นางน้อยผู้ห่วงหน้าพะวงหลัง
Page 1 of 11
“ซือเยวี่ยอี้คือเฉิงจู่คนปัจจุบันแห่งนครมหาสันติ!” เถาซิงเห็นสีหน้า
งุนงงสงสัยของจั่วม่อ ในใจเต็มไปด้วยความอิจฉาเลื่อมใส เมื่อได้รับเทียบ
เชิญจากเฉิงจู่แห่งนครมหาสันติ เท่ากับว่าความแข็งแกร่งของจั่วม่อเป็นที่
ยอมรับจากนครมหาสันติแล้ว
“ซือเยวี่ยอี้… …” จั่วม่อทวนคำ จากนั้นเงยหน้าขึ้นอย่างฉับพลัน “คน
ผู้นี้มีส่วนเกี่ยวข้องใดกับซือจื่อหมิง?”
ความเฉื่อยชาของจั่วม่อทำเอาเถาซิงแทบร่าไห้ด้วยความอับจน
ปัญญา “มันย่อมเป็นศิษย์ของปรมาจารย์ซือจื่อหมิง นับตั้งแต่ท่าน
ปรมาจารย์ล่วงลับไป ซือเยวี่ยอี้ผู้นี้ก็กลายเป็นผู้รับผิดชอบดูแลนครมหา
สันติ”
“ศิษย์ของซือจื่อหมิง!” จั่วม่อเปลี่ยนสีหน้าเป็นยกย่องนับถือทันควัน
มันเลื่อมใสซือจื่อหมิงเป็นอันมาก จนถึงบัดนี้มันยังศึกษาหลักศิลาทักษะ
ปิศาจไม่ครบถ้วน แต่เคล็ดความที่มันอ่านผ่านมา มากพอที่จะทำให้มัน
ได้รับประโยชน์นับเอนกอนันต์ ยิ่งไปกว่านั้น หลักศิลาทักษะปิศาจยังเปิด
กว้างให้ทุกผู้คนได้อ่านอย่างเท่าเทียม ไม่ปิดกั้นแบ่งแยก ลำพังใจคอ
กว้างขวางดั่งห้วงสมุทรนี้ก็สมดังนามยอดปรมาจารย์ผู้เป็นตำนานในใจ
ผู้คน
“ซือเยวี่ยอี้ผู้นี้ก็เป็นเช่นเดียวกันกับเหล่าซือของมัน ไม่ได้ฝึกปรือ
ทักษะปิศาจ แต่เป็นบุคคลอันชาญฉลาดปราดเปรื่องยิ่ง!” เถาซิงสีหน้าทอ
แววเทิดทูนบูชา “สายตาของมันสามารถมองผ่านหมอกควัน มองทะลุ
จิตใจคน หลังจากท่านปรมาจารย์ล่วงลับไป นครมหาสันติที่ไม่ได้เสื่อม
Page 2 of 11
ทรุดลงเลยแม้แต่น้อย ก็สืบเนื่องมาจากการทุ่มเทแรงกายแรงใจของซือ
เยวี่ยอี้ผู้นี้เอง”
จากนั้นมันหันมาตักเตือนอย่างเคร่งเครียด “อย่าได้ดูแคลนหรือ
ล่วงเกินซือเยวี่ยอี้เฉิงจู่ ต้าเหรินท่านไม่อาจนึกภาพได้ว่าคนผู้นี้เป็นที่
เคารพนับถือมากเพียงใดในนครมหาสันติ หากท่านล่วงเกินซือเยวี่ยอี้เฉิงจู่
ท่านจะกลายเป็นศัตรูของคนทั้งเมืองในชั่วพริบตาเดียว!”
“ร้ายแรงถึงเพียงนี้?” จั่วม่อตื่นตะลึงอยู่บ้าง
“มันเคยช่วยเหลือผู้คนนับไม่ถ้วน รวมถึงบุคคลลำดับต้น ๆ ใน
ทำเนียบสุดยอดฝีมือปิศาจมหาสันติด้วย ทุกคนล้วนเคยรับคำชี้แนะจาก
เฉิงจู่ เหล่ายอดฝีมือที่เคยได้รับพระคุณจากซือเยวี่ยอี้เฉิงจู่ จะปกป้องเฉิงจู่
และนครมหาสันติโดยไม่ต้องร้องขอ ยกตัวอย่างเช่นชางเยวียนฮ่าว อวี๋ซวง
และหนานเหมินเสวี่ย สามสุดยอดในทำเนียบปิศาจมหาสันติ พวกมันล้วน
รั้งอยู่ในนครมหาสันติ ด้วยความตั้งใจที่จะคอยช่วยเหลือซือเยวี่ยอี้เฉิงจู่
จดจำผู้ที่ทำลายเสียงปิศาจของชีเตียวอวี่ในวันนั้นได้หรือไม่? นั่นคือหนาน
เหมินเสวี่ยเอง!”
จั่วม่อพลันฉุกคิดถึงวันที่ชีเตียวอวี่กลับเข้าเมือง สุ้มเสียงสำเนียง
ปิศาจของชีเตียวอวี่ส่งผลกระทบต่อถนนทั้งสาย คราครั้งนั้นเสียงแค่น
อย่างเย็นชาเพียงคำเดียว กลับทำลายสำเนียงปิศาจอย่างสิ้นเชิง ยามนั้น
จั่วม่อเพียงตื่นตะลึงในความเข้มแข็งของชีเตียวอวี่ ไม่ได้ขบคิดใคร่ครวญ
ให้ลึกซึ้งไปกว่านั้น ยามนี้มาหวนคิดทบทวน ค่อยพบว่ามันแทบผิดพลาด
ไปแล้ว!
Page 3 of 11
สมกับที่เป็นสุดยอดฝีมือลำดับสามในทำเนียบปิศาจมหาสันติ พลัง
ฝีมือของหนานเหมินเสวี่ยช่างลึกล้าสุดหยั่งถึง!
หากหนานเหมินเสวี่ยที่รั้งลำดับสาม ยังมีฝีมือกล้าแข็งถึงเพียงนี้
เช่นนั้นชางเยวียนฮ่าวกับอวี๋ซวงผู้รั้งลำดับหนึ่งและลำดับสอง จะมีพลัง
ฝีมือเลิศภพจบพสุธาสักเพียงใด?
นึกถึงสามกลิ่นอายที่แทบสัมผัสไม่ได้เมื่อค่าคืนที่ผ่านมา จั่วม่อรู้สึก
ศีรษะพองโต ในนครมหาสันติยามนี้มียอดฝีมือชั้นสูงมากมายเหลือเกิน!
การประลองกับเหมียวจุนทำให้มันเริ่มเข้าใจว่า ผู้ที่สามารถ
เบียดเสียดเข้าสู่ทำเนียบปิศาจมหาสันติไม่มีผู้ใดไม่ใช่ผู้เข้มแข็ง ในหมู่พวก
มันไหนเลยจะมีคนอ่อนแอได้ และการที่มียอดฝีมือมากมายถึงเพียงนี้อยู่
ด้วย หมายความว่าแผนการสุดท้ายของมัน ที่แท้กลับเต็มไปด้วยช่องว่าง
รอยโหว่!
จั่วม่อยามนี้ค่อยเข้าใจอย่างชัดแจ้ง การที่จะใช้กองพันบาปเคราะห์
คร่ากุมตัวเสียกงจู่ ไม่น่าจะเป็นไปได้ ไม่ต้องกล่าวถึงอื่นใด ลำพังยี่สิบสุด
ยอดฝีมือในทำเนียบพร้อมใจกันบุกจู่โจมเข้ามา เชื่อแน่ว่าไม่มีกองพันใด
สามารถต้านทานรับได้
ต่อให้ไม่นับรวมมันผู้รั้งลำดับที่ยี่สิบก็ตาม นี่ยังเป็นขุมกำลังอันน่าขน
พองสยองเกล้านัก
จั่วม่อในที่สุดก็ได้ประจักษ์ในขุมกำลังของนครมหาสันติอย่างชัดแจ้ง
เมื่อจำนวนยอดฝีมือชั้นสูงมีมากถึงระดับหนึ่ง พลังอำนาจที่สำแดงออกมา
จะทะยานขึ้นแบบก้าวกระโดด
Page 4 of 11
จั่วม่อสีหน้าแปรเปลี่ยนกลับกลาย หากเป็นกาลก่อนมันมีความ
เชื่อมั่น แต่ในยามนี้มันพบว่าเรื่องราวยังยุ่งยากกว่าที่มันคิดเอาไว้มาก
ถึงตอนนี้มันได้แต่เดินไปพลางคิดอ่านไปพลาง
“นี่คือตัวอ่อนปิศาจหมอกน้าแข็ง เป็นตัวอ่อนปิศาจชนิดหนึ่งที่เกิดอยู่
ในอาณาจักรทะเลเมฆของเรา เราค้นพบมันจากข้อมูลของสือตงและ
ความช่วยเหลือของมนุษย์หมอก” ปรมาจารย์จี๋เหว่ยชี้ให้ดูบางสิ่งซึ่งดู
คล้ายกับก้อนปุยฝ้าย ของสิ่งนั้นเป็นสีฟ้าจาง ๆ เคลื่อนที่ไปมาบนโต๊ะ
อย่างแช่มช้า
“ประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของตัวอ่อนปิศาจ คือสามารถช่วยให้เผ่า
ปิศาจสำเร็จสังขารปิศาจ” ปรมาจารย์จี๋เหว่ยกล่าวเนิบช้า คนอื่น ๆ ก็ตั้งใจ
รับฟังอย่างใจจดใจจ่อ
“ตัวอ่อนปิศาจหมอกน้าแข็ง เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งสำหรับปิศาจที่
สามารถฝึกปรือสังขารปิศาจหมอกน้าแข็ง เราค้นพบว่าเมื่อคนผู้หนึ่ง
สำเร็จสังขารปิศาจ พลังฝีมือจะเพิ่มพูนขึ้นเป็นทบทวี เหตุผลที่แท้จริงก็คือ
ตัวอ่อนปิศาจเหล่านั้นมีแผนผังปิศาจที่สมบูรณ์พร้อมอยู่ในตัว แผนผัง
ปิศาจนี้จะถูกถ่ายโอนไปยังปิศาจผ่านทางการกลืนกินตัวอ่อนปิศาจ
แผนผังปิศาจอันสมบูรณ์พร้อมของตัวอ่อนปิศาจจะถูกดูดกลืนเข้าไป ผ่าน
การขัดเกลาปรับแต่ง จากนั้นพวกมันจะเติบโตไปพร้อมกันกับแผนผัง
ปิศาจดั้งเดิมของปิศาจผู้ใช้ ก่อเกิดเป็นแผนผังปิศาจชุดใหม่ที่สมบูรณ์
พร้อมกว่าเดิม”
Page 5 of 11
“ระหว่างนี้ ด้วยความทุ่มเทของพวกเราทุกคน ได้วิเคราะห์เจาะลึก
แผนผังปิศาจของตัวอ่อนปิศาจโดยไม่หยุดพัก พวกเราในที่สุดก็ได้รับ
ความเข้าใจเกี่ยวกับตัวอ่อนปิศาจและสังขารปิศาจหลายประการ ตัวอ่อน
ปิศาจแม้เป็นสิ่งของอันประเสริฐ แต่หาได้ยากยิ่ง จนกระทั่งถึงยามนี้ ชน
เผ่ามนุษย์หมอกเพิ่งจะเสาะพบตัวอ่อนปิศาจเพียงสามตัวเท่านั้น”
“จุดมุ่งหมายขั้นต่อไปของเรา คือการสร้างวัตถุที่คล้ายคลึงกับตัว
อ่อนปิศาจ อาจเรียกพวกมันว่าตัวอ่อนปิศาจเทียม เราไม่จำเป็นต้องให้
พวกมันลี้ลับซับซ้อนเท่าตัวอ่อนปิศาจของแท้ เพียงต้องการให้มีแผนผัง
ปิศาจไม่กี่ชนิดเป็นแกนกลางเท่านั้น นอกจากนี้ ยังจำเป็นต้องค้นหา
แผนผังปิศาจที่เหมาะสมต่อการเร่งการเจริญเติบโตของตัวอ่อนปิศาจ
เทียมเหล่านี้ด้วย”
“แบ่งออกเป็นสามกลุ่ม! ทุกสามวันเราจะจัดประชุมแลกเปลี่ยนความ
คิดเห็นหนึ่งครั้ง! วัตถุดิบทุกชนิดเตรียมพร้อมให้พวกเจ้าใช้งาน และหาก
พวกเจ้าต้องการวัตถุดิบใดเพิ่มเติม เราจะพยายามเสาะหามาให้ทุกอย่าง
พวกเจ้าสามารถทดลองตามแนวคิดของตนเองได้ตามใจปรารถนา”
ทุกผู้คนดวงตาสว่างวาบ เป้าหมายเช่นนี้ทำให้พวกมันตื่นเต้นระทึก
ใจเป็นที่สุด!
พวกมันหาใช่ชาวชนบทไม่รู้ความเหมือนในอดีตไม่ แต่ละคนในยาม
นี้เชี่ยวชาญแผนผังปิศาจและค่ายกลยันต์หลากหลายประเภท หากอยู่ใน
สถานที่อื่น อาศัยความสามารถของพวกมัน เพียงพอให้ขุมกำลังแต่ละฝ่าย
ทำสงครามช่วงชิงตัว โดยไม่สนใจค่าตอบแทนที่ต้องจ่ายออกไป
Page 6 of 11
ในบรรดาค่ายทั้งหมดของเกาะเต่า ค่ายจินวูขยับขยายเชื่องช้าที่สุด
สองปรมาจารย์เลือกเฟ้นผู้คนเข้าค่ายอย่างเข้มงวดกวดขันยิ่ง ไม่เพียงต้อง
มีความสามารถ ยังต้องมีทัศนคติที่เหมาะสมและจงรักภักดี แต่ด้วย
บรรยากาศอันล้าเลิศในค่าย รวมถึงผลประโยชน์มหาศาลสุดคาดคิดที่จะ
ได้รับ จึงเป็นที่ฝันใฝ่ของซิวเจ่อสายการผลิตทั่วทั้งอาณาจักรทะเลเมฆ
สำหรับพวกมัน หัวข้อการท้าทายคราวนี้ทั้งยากลำบากและน่า
สะพรึงกลัว
แต่ในที่แห่งนี้ ไม่มีผู้ใดไม่ชมชอบการท้าทาย!
ทุกผู้คนที่นั่งอยู่ที่นี่ล้วนทราบดี ว่าหากพวกมันกระทำภารกิจนี้สำเร็จ
ลุล่วง สำหรับทั้งโลกหล้า จะก่อเกิดความเปลี่ยนแปลงที่สามารถพลิกฟ้า
คว่าดิน!
“ต้าเหริน! บริวารขออาสาเฝ้ารักษาอาณาจักรเรือนกล้วยไม้!”
ม้าฝานแล่นมาถึงอาณาจักรเรือนกล้วยไม้ คุกเข่าร้องขอด้วยตัวเอง
“ไม่ได้!” กงซุนชาสั่นศีรษะโดยแทบไม่ต้องขบคิด หากสูญเสียรอย
แยกแห่งความโกลาหล ผลที่ตามมาจะเลวร้ายสุดคาดคิด ค่ายเสวียนอู่แม้
ประสบความสำเร็จในการต้านรับกองพันชั้นยอดจากวัดเสวียนคง แต่ยัง
ไม่ช่วยให้กงซุนชาวางใจได้มากพอ
“ต้าเหริน! วันนี้กู่เหลียงเตายึดครองไปอีกหนึ่งอาณาจักรแล้ว!” วาจา
ของม้าฝานทำให้แม่นางน้อยสีหน้ามืดคล้าลงทันตา ไม่ว่าผู้ใดก็นึกไม่ถึง
Page 7 of 11
ว่ากู่เหลียงเตาซึ่งก่อนหน้านี้ไร้ชื่อเสียงเรียงนาม จะเกรี้ยวกราดดุดันถึง
เพียงนี้!
“ต้าเหริน บริวารเพียงเฝ้ารักษาสถานที่แห่งนี้ หาใช่บุกจู่โจมไม่ แม้ว่า
ค่ายเสวียนอู่เราไม่กล้าแข็งเท่าค่ายจูเชวี่ย แต่อาศัยขบวนค่ายกลป้องกัน
และฝีมือทางศึกป้องกันของเรา หากเราไม่ออกจากพื้นที่ค่ายกล ผู้อื่นคิด
บุกจู่โจมสถานที่แห่งนี้เกรงว่าไม่ง่ายนัก ยิ่งไปกว่านั้นเบื้องหลังเรายังมี
อาณาจักรยุ้งฉางกลาง ค่ายเสวียนอู่สามารถเรียกกำลังหนุนได้ทุกเมื่อ
บริวารมีความเชื่อมั่นในการทำศึกป้องกันสถานที่นี้!”
ถ้อยคำของม้าฝาพรั่งพรูไม่ขาดสาย ไม่ล่าถอยแม้สักก้าวเดียว
“นอกจากนี้ยังมีค่ายเว่ย! แม้ว่าซู่หลงกับบรรดาสมาชิกยอดฝีมือจะไม่อยู่
ด้วย แต่ไพร่พลค่ายเว่ยจำนวนมากยังคงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นค่ายเสวียนอู่เรา
หรือค่ายเว่ย ก็ล้วนแล้วแต่มีฝีมือในศึกป้องกัน อาศัยสองกองพันและ
ขบวนค่ายกลป้องกันขั้นสุดยอด บริวารจึงไม่เชื่อว่าเราไม่สามารถเฝ้า
รักษาสถานที่แห่งนี้!”
กงซุนชาหวั่นไหวใจอยู่บ้าง ม้าฝานกล่าวไม่ผิด ซู่หลงแม้ไม่อยู่ที่นี่ แต่
ค่ายเว่ยหากคิดทำศึกป้องกันตัว สมควรไม่มีปัญหาใด ด้วยความมั่งคั่ง
รุ่งเรืองของอาณาจักรทะเลเมฆปัจจุบัน พวกมันมิใช่ไม่สามารถทำศึกบั่น
ทอนกำลังระยะยาว
ทุกผู้คนหันไปจ้องมองกงซุนชาเป็นตาเดียว ทุกผู้คนล้วนทราบดี
คำสั่งถัดไปของกงซุนชาจะกำหนดชะตากรรมของอาณาจักรทะเลเมฆ!
Page 8 of 11
กงซุนชาทอดตามองแผนที่อาณาจักร บนแผนที่อาณาจักร อาณาจักร
ที่เพิ่งถูกกู่เหลียงเตายึดครองถูกย้อมด้วยสีแดง
เหล่าอาณาจักรที่ถูกย้อมสีแดงก่อตัวเป็นรูปทรงชนิดหนึ่ง เค้าโครง
ภายนอกของรูปทรงนี้ดูคล้ายคมดาบที่ย้อมด้วยเลือด จี้ตรงเข้าใส่เส้นทาง
สีน้าเงินอ่อนสายเล็ก ๆ ประหนึ่งว่าสามารถพุ่งเข้าตัดสะบั้นเส้นทางสาย
น้อยได้ทุกขณะจิต!
กู่เหลียงเตาซึ่งจู่ ๆ ก็ผุดขึ้นจากที่ใดไม่ทราบ ยามนี้ชื่อเสียงกระเดื่อง
ดังเจิดจรัสเสียยิ่งกว่าเจียงเจ๋อแห่งวัดเสวียนคง ฉายานามขุนพลพยัคฆ์
แห่งซีเซวียนโด่งดังสะท้านทั่วทั้งสามภพ!
แม่นางน้อยสายตาสงบราบคาบลงทันควัน
สำหรับมัน ไม่มีสิ่งใดสำคัญมากไปกว่าความปลอดภัยของจั่วม่อ หาก
สถานการณ์คับขันอันตรายสุดขีด จนต้องใช้ชีวิตของทุกผู้คนใต้ร่มธงของ
มันแลกกับจั่วม่อ กงซุนชาจะไม่รีรอลังเลแม้แต่น้อย
นี่ก็คือกงซุนชา ผู้บ้าคลั่ง ดื้อรั้นและบางครั้งก็ไร้เหตุผล! บางทีผู้คน
อาจเข้าใจมัน หรืออาจบางทีไม่มีใครเข้าใจ มันหาได้แยแสสนใจไม่ ในชีวิต
มันเพียงใส่ใจสองสิ่ง จั่วม่อและชัยชนะ!
เมื่อมีจั่วม่ออยู่ด้วย การตัดสินใจของแม่นางน้อยมักจะดูนุ่มนวลและ
ไม่เสี่ยงอันตราย
แต่เมื่อจั่วม่อไม่อยู่ที่นี่ แบบฉบับอันดื้อรั้นรุนแรงของแม่นางน้อยก็
สะท้อนออกมาในทุกการตัดสินใจของมัน
Page 9 of 11
ทุกผู้คนล้วนทราบว่าแม่นางน้อยได้ตกลงใจแล้ว พวกมันแทบหยุด
หายใจ เฝ้ารอฟังการตัดสินใจของแม่นางน้อย
“ทุกคนรับคำสั่ง!”
วู้ม ทุกผู้คนเผ่นผึงขึ้นยืนตรงแน่วในบัดดล
ในสายตาของพวกมัน แม่นางน้อยใบหน้าสงบราบเรียบ สุ้มเสียงอ่อน
เบา แต่ไม่มีข้อกังขาลังเลใจ คำสั่งการเฉียบขาดแหลมคมดุจคมดาบ
“ค่ายเสวียนอู่กับค่ายเว่ยร่วมกันเฝ้ารักษาอาณาจักรเรือนกล้วยไม้
ม้าฝานรับหน้าที่ผู้บัญชาการสูงสุด ค่ายชิงหลงให้เฝ้ารักษาอาณาจักรยุ้ง
ฉางกลาง รับฟังคำสั่งจากม้าฝานแต่เพียงผู้เดียว!”
ม้าฝานค้อมคารวะไปทางแม่นางน้อยอย่างเคร่งขรึม กล่าวด้วยสีหน้า
จริงจังที่ยากจะพบพาน “ข้าจะไม่ทำให้ต้าเหรินผิดหวัง!”
แม่นางน้อยผงกศีรษะรับ แต่ไม่กล่าวคำใด มันหันไปทางคนที่เหลือ
“ค่ายเว่ยกับกองพันอาซาเก๋อให้ระดมพลเตรียมความพร้อมทันที เรา
จะออกเดินทางภายในสามวัน!”
คำสั่งการอันเยียบเยียบ อัดแน่นไปด้วยจิตวิญญาณการต่อสู้
“รับคำสั่ง!” เหล่าแม่ทัพนายกองตอบรับอย่างพร้อมเพรียง ทุกผู้คนสี
หน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นฮึกหาญ ค่ายจูเชวี่ยแต่เดิมก็เป็นกลุ่มคนคลั่ง
การต่อสู้ แบบฉบับของกงซุนชาประทับฝังลึกลงในกองพันส่วนตัวของมัน
นี้อย่างลึกล้า วันคืนของการทำศึกป้องกันสถานที่ สำหรับพวกมันไม่ต่าง
จากสัตว์ร้ายถูกขังกรง โลหิตอันเหี้ยมหาญของพวกมันร้อนรน
กระสับกระส่ายมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว
Page 10 of 11
ยามนี้พวกมันในที่สุดก็ได้รับคำสั่งออกเดินทาง จิตวิญญาณการต่อสู้
ที่ทะลักล้นออกมา ย่อมไม่อาจระงับยับยั้งได้อีกต่อไป
กงซุนชาพลันแย้มยิ้มดุจบุปผาบานสะพรั่ง ดวงตาเป็นประจายเจิดจ้า
จนไม่มีผู้ใดสามารถจ้องมองได้ตรง ๆ รอยยิ้มตรงมุมปากดูคล้ายประหม่า
อายเหมือนเช่นเคย แต่วาจาอ่อนเบาที่กล่าวออกมา บันดาลให้ทุกผู้คน
โลหิตในกายเดือดพล่าน!
“เราจะไปพบหน้าขุนพลพยัคฆ์แห่งซีเซวียนสักครา!”
Page 11 of 11
ภายในตำหนักมหาสันติ เสียงสรวลเสเฮฮาได้ยินถนัดชัดเจน โฉม
สะคราญมากมายพลิ้วกายเหมือนหมู่เมฆ ผู้คนแน่นขนัดไปทุกที่นั่ง! เหล่า
ข้ารับใช้แทรกผ่านไปมาในฝูงชนอย่างประเปรียว เสนอสุราอาหารอย่าง
ไม่ขาดตกบกพร่อง บางครั้งคราวพวกมันจะหยุดย่อกายคารวะอาคันตุกะ
ผู้ทรงเกียรติบางท่าน
จั่วม่อเหม่อมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าซึมเซา
กระแสผู้คนที่หลั่งไหลมาอย่างเนืองแน่น บันดาลให้มันหัวหมุน
วิงเวียน เสียงดนตรีหวานแว่ว กลิ่นสุราหอมหวนชวนลิ้มลอง รวมไปถึง
กลิ่นอาหารเลิศรสลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ
สภาพอึกทึกวุ่นวายเช่นเบื้องหน้านี้ เป็นสิ่งที่มันไม่เคยคาดฝันถึง
แม้แต่น้อย ในจินตนาการของมัน งานเลี้ยงของซือเยวี่ยอี้สมควรดูเป็นการ
เป็นงานและสง่างาม อาจแฝงเค้าเคร่งขรึมจริงจังเล็กน้อย ผู้ใดจะคาดคิด
ว่าจะมีสภาพราวงานเลี้ยงวิวาห์ตระกูลใหญ่ที่เชื้อเชิญแขกมาแทบทั้งเมือง
เช่นนี้
ในสายตาของจั่วม่อ นี่เป็นหายนะชัด ๆ! เสี่ยวม่อเกอผู้สามารถเข่นฆ่า
อาละวาดไปทั่วสมรภูมิเดือด เมื่อเผชิญกับภาพเบื้องหน้านี้กลับมือไม้
ปั่นป่วนไปหมด ไม่ทราบจะวางตัวอย่างไรดี