สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 605 ขนราชานกยูง
เสิ่นอวี้ทอดตามองจั่วม่ออย่างไร้อารมณ์
สีหน้ามันไม่แปรเปลี่ยนแม้แต่น้อย เขตแดนเนตรนกยูงเต็มไปด้วย
ความเปลี่ยนแปลงไร้ที่สิ้นสุด คิดใช้กำลังทำลายล้างตรง ๆ ไม่มีประโยชน์
ใด ในดวงตาไร้อารมณ์ของมันจุดประกายภาคภูมิลำพองวูบหนึ่ง
ภายในเขตแดนเนตรนกยูง ทุกประการล้วนอยู่ในกำมือของมัน มัน
ประหนึ่งเทพปิศาจแห่งยุคบรรพกาล ยืนหยัดอยู่บนจุดสูงสุดของยอดเขา
ทอดตามองไปยังเหล่าศัตรูที่ไม่ต่างจากฝูงมดใต้ฝ่าเท้าของมัน ความรู้สึก
เช่นนี้น่าเคลิบเคลิ้มมึนเมาไม่น้อย
มองดูคู่ต่อสู้ของมันชกใส่พื้นราวกับคนปัญญาอ่อน เสิ่นอวี้รอยยิ้มดู
หมิ่นจุดขึ้นที่มุมปาก
เพิ่มไฟอีกสักหน่อยดีหรือไม่?
รอยยิ้มเหยียดหยามประดับอยู่บนมุมปากเสิ่นอวี้ มันยกมือขวาขึ้นอีก
ครั้ง
ทันใดนั้นเอง สายตามันจ้องมองไปที่หมัดขวาของจั่วม่อ รอยยิ้มพลัน
แข็งค้างในบัดดล
อะไร… …นั่นมันอะไรกัน?
Page 1 of 24
จั่วม่อรู้สึกราวกับว่าร่างกายของมันอยู่เหนือทะเล แต่เป็นทะเลเพลิง
ที่แผดคำรามกึกก้องผืนหนึ่ง! ทั่วทั้งทะเลเพลิงคึกคักพลุ่งพล่าน อาละวาด
ไม่หยุดยั้ง เมล็ดผลึกสุริยันเม็ดเล็ก ๆ และดวงอาทิตย์ที่มาจากแผ่นหลัง
ของมันอีกสามดวง ประหนึ่งมือที่มองไม่เห็น คอยกระชากดึงรั้งทะเลเพลิง
ให้เดือดพล่าน!
ภาพพร่ามัวที่ลอยอยู่ในจิตใจมัน ราวกับเสียงกระซิบเร่งเร้า คอย
กระตุ้นจั่วม่ออยู่ตลอดเวลา
ความป่าเถื่อนและความพลุ่งพล่าน บันดาลให้จั่วม่อจู่โจมอย่างไม่
รีรอลังเล หมัดขวาต่อยออกไปตามภาพที่ปรากฏขึ้นในใจ!
ตูม!
ประกายไฟแลบลั่นระหว่างหมัดกับพื้น ก่อนจะลอยขึ้นกลางอากาศ
ไม่มีผู้ใดทันสังเกตเห็นประกายไฟซึ่งมีขนาดเท่าปลายเข็มนี้
กระทั่งจั่วม่อเองยังไม่สังเกตเห็น ทะเลเพลิงที่พลุ่งพล่านอยู่ภายใน
ร่างกายมันราวกับท่อนไม้หนัก ถูกแขวนไว้กลางอากาศ ทุกครั้งที่มันต่อย
ลง ท่อนไม้หนักจะร่วงฟาดลงมาด้วย ความรู้สึกนี้ทั้งปลอดโปร่งสบายและ
ชวนสำราญใจอย่างบอกไม่ถูก มันรู้สึกราวกับว่ามันสามารถทุบทำลายได้
ทุกสิ่ง!
หมัดแล้วหมัดเล่ากระหน่าซัดไม่ขาดสาย!
ทุกหมัดจะเกิดประกายไฟจุดเล็ก ๆ พวยพุ่งออกจากหมัด ลอยค้างอยู่
กลางอากาศ ไม่ว่าคลื่นลมหมัดจะรุนแรงสักปานใด พวกมันก็คล้ายถูกตรึง
แน่นอยู่กลางเวหา ไม่ไหวติงแม้แต่น้อย
Page 2 of 24
ประกายไฟเพิ่มจำนวนขึ้นเป็นลำดับ ในไม่ช้าผู้คนก็เริ่มสังเกตพบ!
ในสภาพเลอะเลือน มีเพียงจั่วม่อที่ยังไม่สังเกตเห็น ดวงอาทิตย์สาม
ดวงบนแผ่นหลังมันคล้ายกลายเป็นมีชีวิต ค่อย ๆ หมุนคว้างอย่างช้า ๆ
เส้นสีทองที่เชื่อมต่อระหว่างดวงอาทิตย์แต่ละดวงก็เปลี่ยนแปลงไปด้วย
ทุกครั้งที่หมัดขวาของจั่วม่อต่อยออกมา เสาเปลวไฟร้อนแรงบนหมัด
ยิ่งหนักหน่วงเข้มข้น จนค่อย ๆ กลายเป็นมีรูปร่าง ห่อหุ้มไปถึงข้อมือของ
มันแล้วค่อยหยุดยั้งลง
จั่วม่อไม่ทราบว่ากระบวนท่านี้คือสิ่งใด แต่ทันใดนั้นชื่อหนึ่งก็ผุดขึ้น
ในใจมัน
ค้อนสุริยัน!
นี่มัน… …
จั่วม่อยังคงอยู่ในสภาวะเลื่อนลอยมึนงง ดังนั้นมันไม่สนใจอันใด เพียง
ทำไปตามภาพที่ปรากฏขึ้นตามสัญชาตญาณ
เศษเสี้ยวพลังเทพทำตัวประดุจทั่งเหล็ก รอจนค้อนไฟหวดฟาดลง
ปะทะกัน ประกายไฟก็แลบลั่น!
จั่วม่อผู้กำลังเมามาย กลับรู้สึกว่ากระบวนท่านี้ไม่มีพลังอำนาจมาก
พอให้มันพึงพอใจ มันพยายามเร่งเร้าพลังทุกชนิด ทับซ้อนกันเป็นชั้น ๆ
บนหมัดขวาของมัน
หมัดคลื่นสวรรค์กระจกฟ้า! หมัดเพลิงแกนฟ้าลำดับที่หนึ่ง! ค้อน
สุริยัน!
Page 3 of 24
แต่ละหมัดก็เปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ ยิ่งมายิ่งดุดัน ยิ่งนานยิ่งหนัก
หน่วง!
ตูม!
พื้นปฐพีสั่นสะเทือน
ตูม!
แรงสะเทือนของแผ่นดินยิ่งรู้สึกได้ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
หลังจากนั้นไม่นาน โต๊ะและเก้าอี้ทั้งหมดก็เริ่มสั่นไหว โฉมสะคราญ
บนที่นั่งผู้ชมกรีดร้องอย่างขวัญเสีย พวกนางล้วนรู้สึกได้ว่าที่นั่งผู้ชมกำลัง
สั่นอย่างรุนแรง!
ไม่มีผู้ใดให้ความสนใจเสียงกรีดร้องเหล่านี้ พวกมันพากันจ้องมอง
ลานประลองตาไม่กะพริบ แต่ละคนแทบลืมหายใจ ไม่กล้าแม้แต่จะ
กะพริบตาจริงๆ
แรงสั่นสะเทือนของพื้นดินยิ่งมายิ่งหนักหน่วงรุนแรง ภาชนะอาหาร
บนโต๊ะสั่นกระทบกันดังเกรียวกราว
หมัดของเซี่ยวม่อเกอ… ต้องหนักหน่วงถึงเพียงไหนกัน!
เพื่อที่จะรับประกันความปลอดภัยของผู้คนนอกลานประลอง รอบๆ
ลานประลองจัดตั้งอาคมหวงห้ามเอาไว้หลายชั้น แต่ถึงกระนั้น
แรงสั่นสะเทือนที่กระทบออกมานอกลานประลองยังรุนแรงถึงเพียงนี้
เช่นนั้นหมัดของเซี่ยวม่อเกอจะทรงพลังอำนาจสักปานใด… ผู้คนไม่อาจ
จินตนาการได้จริง ๆ!
Page 4 of 24
“พลังอันน่าพรั่นพรึงนัก!” อวี๋ซวงบ่นพึมพำกับตัวเอง สีหน้าถึงกับ
แปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย “พลังอันเกรี้ยวกราดถึงเพียงนี้อาจไม่เป็นรอง
ตระกูลเถี่ยซานเซี่ยง (ช้างภูเขาเหล็ก) แม้แต่น้อย”
ซือเยวี่ยอี้ดวงตาลึกล้าสุดหยั่ง สุ้มเสียงแฝงไว้ด้วยร่องรอยหวนรำลึก
จางๆ “เหล่าซือของข้าครั้งหนึ่งเคยบอกว่า ผู้ที่สามารถดื่มสุราปิศาจเมิ่ง
ผอได้มากกว่าสิบเหยือกล้วนเป็นบุคคลพิเศษ”
“บุคคลพิเศษ?” ชางเยวียนฮ่าวจับประเด็นสำคัญที่สุดในประโยคได้
ทันที
“เหล่าซือของข้าไม่ได้อธิบายว่าหมายความว่าอย่างไร” ซือเยวี่ยอี้สั่น
ศีรษะ “สำหรับสุราปิศาจเมิ่งผอของเหล่าซือ ข้าไม่เคยเปลี่ยนแปลงสูตร
การกลั่นมาก่อน ข้าเองก็อยากรู้เช่นกันว่าคนที่เหล่าซือของข้าเชื่อว่าเป็น
บุคคลพิเศษ เป็นคนประเภทใดกัน”
มันเมื่อกล่าวถึงท้ายประโยค สุ้มเสียงก็ฉายแววคาดหวังรอคอยและ
ตื่นเต้นเร้าใจออกมาชัดเจนกว่าเดิม
ชางเยวียนฮ่าวประหลาดใจอยู่บ้าง เฉิงจู่ตามปกติสงบเยือกเย็นและ
ผ่อนคลายสบายอารมณ์ ประหนึ่งว่าไม่ว่าตกอยู่ภายใต้สถานการณ์เช่นไร
ก็ไม่มีสิ่งใดโยกคลอนมันได้ ชางเยวียนฮ่าวเพิ่งจะเคยเห็นสีหน้าเช่นนี้บน
ใบหน้าของเฉิงจู่เป็นครั้งแรก
อวี๋ซวงหูแม้รับฟังคำสนทนาของทั้งสอง แต่สายตาไม่ละจากลาน
ประลองแม้แต่ชั่ววูบ “คราวนี้ก็ถึงเวลาที่จะได้เห็นแล้วว่าเขตแดนเนตร
Page 5 of 24
นกยูงของเสิ่นอวี้ฝึกปรือถึงขั้นใด จะสามารถรับมือการโจมตีอันป่าเถื่อนนี้
ได้หรือไม่”
คนทั้งสามสงบปากสงบคำลงทันที ท่ามกลางแรงสั่นสะเทือนอันชวน
สะท้านใจ สายตาสามคู่จับนิ่งอยู่ที่ลานประลอง
เสิ่นอวี้สีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย
มันคล้ายยืนอยู่บนหนังกลองที่มีคนกำลังโหมตีอย่างบ้าคลั่ง ทุก
จังหวะการตี พื้นลานประลองก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นรุนแรงขึ้นทุกขณะ
ดวงเนตรแพนหางนกยูงบนพื้นยังคงคอยรักษาสภาพดังเดิม แต่
เสิ่นอวี้รู้สึกได้ว่าพวกมันกำลังสั่นไหว เริ่มจะกลายเป็นไม่มั่นคงขึ้นมาแล้ว!
คนผู้นี้…ที่แท้เป็นตัวประหลาดอันใด?
มันแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ภายใต้เขตแดนเนตรนกยูง อีกฝ่ายยัง
สามารถสำแดงพลังออกมาอย่างเกรี้ยวกราดถึงเพียงนี้ เจ้าผู้นี้มัน… …
ควรทราบว่าภายในเขตแดนเนตรนกยูง ดวงเนตรแพนหางนกยูงแต่
ละดวงเป็นวังวนขุมหนึ่ง มันแม้เพิ่งจะสำเร็จเขตแดนเนตรนกยูงได้เพียง
สองปี แต่ภายในเขตแดนเนตรนกยูงของมัน ก็มีดวงเนตรแพนหางนกยูง
อยู่ถึงเก้าร้อยเก้าสิบดวง!
อาศัยดวงเนตรแพนหางนกยูงเก้าร้อยเก้าสิบดวงปลดปล่อยพลังวัง
วนพร้อมกัน กระแสอันดุดันภายในเขตแดนนั้น หากเป็นคนที่อ่อนแอสัก
หน่อยจะถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้น ๆ ในชั่วพริบตา และแม้ว่าสังขาร
ร่างกายของพวกมันจะแข็งแกร่งทนทานยิ่ง แต่ภายใต้พลังวังวนของดวง
Page 6 of 24
เนตรแพนหางนกยูงเก้าร้อยเก้าสิบดวง พวกมันก็ไม่ต่างจากผีเสื้อที่พลัด
ติดใยแมงมุม ยิ่งดิ้นรนเท่าใดก็ยิ่งรัดพันตัวเองแน่นหนาขึ้นเท่านั้น
และท้ายที่สุด รอจนศัตรูถูกพลังวังวนรัดพันจนไม่อาจขยับ
เคลื่อนไหว เสิ่นอวี้ก็สามารถเข้าไปปลิดชีวิตอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดาย
ภายใต้สายตาประพรั่นพรึงของฝ่ายตรงข้าม
แต่ทว่า… …
มันถลึงจ้องจั่วม่อตาแทบถลน ไม่ทราบเพราะเหตุใด มันรู้สึกคลื่น
ความเย็นสายหนึ่งแผ่ซ่านขึ้นจากใจ เสิ่นอวี้ทราบแน่ชัดว่าเซี่ยวม่อเกอ
ได้รับผลกระทบจากเขตแดนเนตรนกยูงอย่างเต็มที่ เนื่องเพราะเมื่อตอนที่
เซี่ยวม่อเกอเข้าสู่เขตแดนเนตรนกยูง ถึงกับชะงักงันชั่ววูบไปอย่างเห็นได้
ชัด
ทว่าเซี่ยวม่อเกอกำลังกระหน่าหมัดต่อยใส่พื้นลานประลองราวกับ
เสียสติ!
พฤติการณ์ที่สำหรับมันแล้วดูเหมือนจะโง่งมเกินเยียวยา บัดนี้กลับทำ
ให้เสิ่นอวี้รู้สึกถึงอันตรายขึ้นมา
มันย่อมมิอาจนั่งนิ่งเฉย รอดูผู้อื่นทำลายเขตแดนของมันได้!
เสิ่นอวี้คล้ายว่าเพิ่งสะดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างกะทันหัน ดวงตาทอประกาย
อำมหิตวูบ
มันตกลงใจใช้กระบวนท่าที่เก็บซ่อนเอาไว้!
Page 7 of 24
จั่วม่อรู้สึกสุขสำราญอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ในใจมันยิ่งเมามายเท่าใด
มันก็ยิ่งตื่นเต้นเร้าใจมากเท่านั้น ดวงเนตรแพนหางนกยูงคล้ายไม่อาจฟื้น
สภาพได้ทันเวลาอีกแล้ว ยังไม่ทันจะกลับคืนเป็นเหมือนเดิม ก็ถูกทุบจน
แหลกละเอียดอีกครั้ง หมัดของจั่วม่อเมื่อกลายเป็นยิ่งหนักหน่วงดุดัน พลัง
อันน่าสะพรึงกลัวก็กวาดซัดออกไป ก่อเกิดระลอกคลื่นสีรุ้งระลอกแล้ว
ระลอกเล่า
แช่มชื่นยิ่งนัก!
จั่วม่อหัวร่ออย่างคลุ้มคลั่ง ดังกังวานไปในอากาศ ขณะที่มันยังคง
กระหน่าหมัดต่อยลงไปไม่หยุดมือ!
หมัดยิ่งมายิ่งรวดเร็ว รวดเร็วเสียจนแทบจะช่วงชิงเอาลมหายใจของ
บรรดาผู้ชมไปด้วย เปลวไฟอันกล้าแข็งพลุ่งพล่านอาละวาดอยู่ภายใน
ร่างกายของจั่วม่อ มันคล้ายคนที่หิวกระหายจนใกล้ตาย ควานหาแหล่งน้า
อย่างบ้าคลั่ง สิ่งที่มันพากเพียรค้นหากลับไม่ใช่แหล่งน้า แต่เป็นวิธีการที่
จะช่วยให้หมัดของมันแกร่งกร้าวทรงอำนาจยิ่งกว่านี้
พลังแห่งเปลวไฟยิ่งปะทะกันรุนแรงขึ้น พลังเทพก็ยิ่งปะทุออกมาจาก
ภายในร่างกายมันมากขึ้น!
แผนผังปิศาจบนหมัดขวาของจั่วม่อเปล่งแสงเจิดจ้าบาดตา เมื่อมัน
กระหน่าชกใส่พื้นอย่างเร่งร้อน ประกายแสงสีน้าเงินก็ลากเป็นทางยาวอยู่
กลางอากาศ
ถึงตอนนี้ ภายใต้ประกายแสงเจิดจ้าบาดตา ไม่มีผู้ใดสามารถมองเห็น
ประกายไฟที่ล่องลอยอยู่กลางอากาศได้อีก
Page 8 of 24
ในเวลานี้เอง ดวงเนตรแพนหางนกยูงคล้ายจานเหล็กที่ถูกแม่เหล็ก
ดึงดูดไป เริ่มรวมตัวกัน มุ่งหน้าไปในทิศทางหนึ่ง
ด้วยดวงตาเมามาย จั่วม่อในที่สุดก็หยุดการต่อยใส่สนามประลอง
เหม่อมองดวงเนตรแพนหางนกยูงไหลผ่านฝ่าเท้าของมันไปอย่างไม่ขาด
สาย มันค่อย ๆ หันหน้า มองตามทิศทางที่ดวงเนตรแพนหางนกยูงลับหาย
เข้าไป
ดวงเนตรแพนหางนกยูงทั้งที่อยู่บนพื้นและกลางอากาศ ล้วนไป
รวมตัวกันอยู่บนร่างของเสิ่นอวี้
ชั่วพริบตานี้เสิ่นอวี้แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ดวงเนตรแพนหาง
นกยูงไต่ขึ้นไปบนร่างมัน หายเข้าไปในแผนผังปิศาจของมัน มงกุฏรูป
นกยูงบนศีรษะเสิ่นอวี้ดูคล้ายกลับกลายเป็นมีชีวิต สองปีกกางออกทันควัน
เพียงชั่วพริบตาเดียว มงกุฎนกยูงก็แผ่ปีกครอบคลุมศีรษะของเสิ่นอวี้
แปลงกายเป็นหมวกเกราะอันงามวิจิตร เผยให้เห็นเฉพาะดวงตาของ
เสิ่นอวี้เท่านั้น พร้อมกันนั้นขนนกยูงที่มีความยาวราวครึ่งฉื่อเส้นหนึ่ง พลัน
ปรากฏขึ้นในมือของเสิ่นอวี้!
จั่วม่อชะงักงันวูบ ยังคงจดจำได้ว่าเจ้าคนที่เบื้องหน้านี้วางเดิมพันกับ
มันตาหนึ่ง
แต่กลับนึกไม่ออกว่าเดิมพันเรื่องอันใด
อย่างไรก็ตาม เซี่ยวม่อเกอเคยแพ้พนันด้วยหรือ?
จั่วม่อสะบัดร่าง ดีดพุ่งเข้าเผชิญหน้าเสิ่นอวี้ในบัดดล
Page 9 of 24
ไม่มีผู้ใดกล้าดูแคลนปิศาจสุราน้อยตนนี้อีกต่อไป แต่ละหมัดของมัน
คล้ายต่อยใส่หัวใจของผู้คนด้วย
อย่างไรก็ตาม รอจนการแปลงร่างของเสิ่นอวี้เสร็จสิ้นสมบูรณ์
โดยเฉพาะขนนกยูงห้าสีในมือของมัน เสียงอุทานพลันดังระงมในกลุ่มคน
“ขนราชานกยูง!”
กระทั้งอวี๋ซวงบนที่นั่งผู้ชมยังไม่อาจรักษาความเยือกเย็นเอาไว้ได้ มัน
ผุดลุกขึ้นอย่างฉับพลัน จ้องเขม็งไปยังลานประลองด้วยสีหน้าตื่นตะลึง
“เจ้าผู้นี้…กระทั่งขนราชานกยูงก็ฝึกปรือสำเร็จ ตระกูลเสิ่นให้กำเนิดยอด
อัจฉริยะที่น่าทึ่งออกมาคนหนึ่งโดยแท้!”
ขนราชานกยูง สุดยอดกระบวนท่าไม้ตายอันกระเดื่องดังของตระกูล
เสิ่น แม้กระทั่งในหมู่ตระกูลสูงศักดิ์มากมายในดินแดนร้อยเถื่อน ยัง
นับเป็นหนึ่งในสุดยอดท่าไม้ตายชั้นแนวหน้า ภายในประวัติศาสตร์อัน
ยาวนานของตระกูลเสิ่น ไม่ทราบมีศัตรูมากมายเท่าใดต้องทอดร่างเป็น
ซากศพภายใต้กระบวนท่านี้
ปฐมาจารย์ผู้ก่อตั้งตระกูลเสิ่น เคยใช้กระบวนท่านี้สังหารจอมปิศาจ
ด่านเจียงทั้งสิ้นเจ็ดสิบเก้าตน สะท้านไปทั่วแดนปิศาจ จากนั้นค่อยก่อตั้ง
ตระกูลเสิ่นขึ้น
ขนราชานกยูงแม้ร้ายกาจ แต่ยากจะฝึกปรือถึงขั้นสูงล้า กระทั่งถึง
บัดนี้ จำนวนผู้ที่สำเร็จวิชาขนราชานกยูง ในเชื้อสายตระกูลเสิ่นแทบจะ
นับได้ด้วยนิ้วมือข้างเดียว ว่ากันว่าผู้ที่คิดฝึกปรือขนราชานกยูง จะต้อง
บรรลุความเข้าใจในเขตแดนเนตรนกยูงถึงขั้นลึกล้าเสียก่อน
Page 10 of 24
ตั้งแต่แรกเริ่ม ความยากลำบากในการสำเร็จพลังเขตแดนเนตรนกยูง
ก็เรียกได้ว่าสูงล้าอยู่แล้ว ในบรรดาลูกหลานตระกูลเสิ่นรุ่นนี้ มีคนเพียง
หยิบมือเดียวที่สามารถบรรลุพลังเขตแดนเนตรนกยูง ในจำนวนนั้น ผู้ที่
สามารถสำเร็จวิชาขนราชานกยูงยิ่งมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย
ดังนั้นอวี๋ซวงพอเห็นขนนกยูงในมือเสิ่นอวี้ ความตื่นตะลึงของมัน
ย่อมเป็นที่คาดคำนวณได้
“ยังไม่สมบูรณ์” ชางเยวียนฮ่าวโพล่งออกมา
“เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว” อวี๋ซวงถอนหายใจเบา ๆ “มันยังเยาว์วัยยิ่ง
แต่สามารถฝึกปรือขนราชานกยูงได้ถึงขั้นนี้ พรสวรรค์ระดับนี้เกรงว่าต่อ
ให้เทียบกับปฐมาจารย์ผู้ก่อตั้งตระกูลเสิ่น ยังคงไม่อ่อนด้อยกว่าแม้แต่
น้อย”
ชางเยวียนฮ่าวนิ่งงียบงันไป อวี๋ซวงกล่าวไม่ผิด
พรสวรรค์ของเสิ่นอวี้สูงล้าจนน่าตระหนก
มันเพ่งมองบุรุษหนุ่มที่เมามายจนส่ายไปส่ายมา ในใจรู้สึกเศร้า
เสียดายอยู่บ้าง เด็กน้อยผู้นี้ก็มีพรสวรรค์สูงส่งเช่นกัน แต่ผู้ใดจะคาดคิด
ว่ามันจะต้องเผชิญกับยอดอัจฉริยะในรอบร้อยปีเช่นเสิ่นอวี้
ช่างน่าเสียดายนัก
ด้วยความรู้สึกเศร้าเสียดาย ชางเยวียนฮ่าวกวาดตามองผ่านบนพื้น
ใต้ฝ่าเท้าของจั่วม่อโดยไม่ได้ตั้งใจ เท่านั้นเอง มันต้องถลึงตามองอีกครั้ง
อย่างฉับพลัน
สิ่งนั้นมัน… …
Page 11 of 24
เห็นกลุ่มประกายไฟเล็ก ๆ อันแปลกพิสดารลอยอยู่ข้างเท้าของจั่วม่อ
อย่างเงียบงัน
เงียบงันจนชวนสะท้านใจ!
Page 12 of 24