สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 606 กงล้อดาราจักร
เสิ่นอวี้เมื่อมองดูคู่ต่อสู้ของมัน ในดวงตาปรากฏร่องรอยหวาดกลัววูบ
หนึ่ง ไม่ทราบเพราะเหตุใด ขนราชานกยูงในมือไม่ได้ก่อให้เกิดความ
เชื่อมั่นมากเท่าที่มันคาดคิดเอาไว้ เจ้าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้ามัน กำลังต่อสู้ดิ้น
รนอยู่ในเขตแดนของมัน ไม่ได้มีท่วงท่าสภาวะของยอดฝีมือแม้แต่น้อย
กลับคล้ายปิศาจสุราที่ร่าดื่มจนเมามาย ซึ่งสามารถพบเห็นได้ทั่วทุกมุม
ถนน
แต่ปิศาจสุราที่เมามายนี้ กลับทำให้มันบังเกิดความหวาดกลัวชั่ววูบ
หนึ่ง
มันไม่อาจบอกได้ว่าเพราะเหตุใด หรือเพราะพายุหมัดเมื่อสักครู่ดู
ทรงพลังอำนาจเหนือธรรมดา? หรือเพราะเสียงหัวร่ออันคลุ้มคลั่งของ
เซี่ยวม่อเกอ?
แต่แล้วสายตาของเสิ่นอวี้กลับคืนเป็นกระจ่างชัดในบัดดล พลังอัน
กล้าแข็งที่ส่งผ่านออกมาจากขนราชานกยูงในมือของมัน ช่วยลบล้าง
ร่องรอยความหวาดกลัวออกไปจากใจมันอย่างสมบูรณ์
มันหัวร่อเบา ๆ ความกลัวไฉนผุดขึ้นโดยไม่มีต้นสายปลายเหตุได้?
ต้องเป็นอีกฝ่ายที่สมควรหวาดกลัวมันจึงจะถูกต้อง
ฝีมือที่เซี่ยวม่อเกอแสดงออกมาเมื่อครู่ สมควรขู่ขวัญผู้คนจนตื่น
ตะลึงไม่น้อย นี่ก็เป็นสิ่งที่มันต้องการอยู่แล้วมิใช่หรือ? คู่ต่อสู้ที่แกร่งกล้า
Page 13 of 24
ถึงเพียงนี้ หากพ่ายแพ้ภายใต้ขนราชานกยูงของมัน ยิ่งจะช่วยแต่งแต้ม
สีสันอันเจิดจรัสให้แก่ประวัติศาสตร์ตำนานของมัน
นี่คือบุคคลที่สามารถก่อให้เกิดหมู่ดาวประทานพร! หินรองเท้าชั้น
เลิศที่จะหนุนส่งให้มันโด่งดังสะท้านทั่วแดนปิศาจ!
มาทำให้ทุกอย่างจบสิ้นกันเสียที!
เสิ่นอวี้ครุ่นคิด ดวงตาสาดประกายเย็นเยียบ มือขวายกขึ้นซัดเบา ๆ
ขนราชานกยูงพุ่งวาบออกไป แปรเปลี่ยนเป็นลำแสงหลากสีสายหนึ่ง
ทะยานเข้าหาเซี่ยวม่อเกอตรง ๆ!
จั่วม่อสีหน้าทอแววเจ็บปวด
หลังจากโหมซัดหมัดออกไปอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เปลวเพลิง
ภายในร่างกายมันประดุจลูกตุ้มอันหนักหน่วง ทุกครั้งที่หมัดอันหนักหน่วง
ต่อยใส่พื้น เปลวไฟในร่างกายก็พลุ่งพล่านปั่นป่วน แม้ว่าจะถูกเมล็ดผลึก
สุริยันและพลังของอุปกรณ์สวรรค์สิบอีกาสะกดเอาไว้ แต่อันที่จริงยังคง
พลุ่งพล่านปั่นป่วนอย่างรุนแรง
ยามที่มันโหมซัดพายุหมัด มันไม่ได้รู้สึกอันใด แต่หลังจากหยุดต่อย
หมัด กลุ่มไฟก็ขยายออกเป็นกระแสเปลวไฟนับไม่ถ้วน กระจายไปทั่วแขน
ขาและอวัยวะต่าง ๆ ภายในกาย
ชั่วพริบตานี้จั่วม่อรู้สึกศีรษะลั่นอึงอล จิตใจอันสับสนเลอะเลือน
กลายเป็นว่างเปล่าอย่างสมบูรณ์
Page 14 of 24
แทบจะในเวลาเดียวกัน สามดวงอาทิตย์บนแผ่นหลังที่เดิมทียังหมุน
คว้างอย่างแช่มช้า จู่ ๆ หยุดหมุนลงอย่างกะทันหัน
แสงสว่างแล่นวาบจากแผนผังปิศาจรูปดวงอาทิตย์ที่กลางอก ไหล
ผ่านไปตามเส้นสีทองที่เชื่อมระหว่างแผนผังปิศาจแต่ละดวง พุ่งเข้าสู่สาม
ดวงอาทิตย์บนแผนหลังของมันอย่างเร่งร้อน!
ดวงอาทิตย์ทั้งสี่ ทันใดนั้นสาดแสงสว่างเจิดจ้าออกมา
กลุ่มประกายไฟข้างเท้าของจั่วม่อพลันสว่างวาบ แต่ละจุดส่อง
ประกายดุจดวงดาว จากนั้นถูกดึงดูดเข้าไปในมือขวาของจั่วม่อในบัดดล
ซี่!
บังเกิดเสียงแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน
เพียงชั่วพริบตาเดียว แผนผังปิศาจรูปดวงอาทิตย์บนมือขวาของ
จั่วม่อระเบิดแสงสว่างจ้าออกมาอย่างฉับพลัน ดวงอาทิตย์ดวงที่ห้าแห่ง
อุปกรณ์สวรรค์สิบอีกาจุติแล้ว!
ตูม!
ดวงอาทิตย์ดวงที่ห้าซึ่งดูไม่มีอันใดแตกต่างจากสี่ดวงที่จุติก่อน กลับ
ก่อให้เกิดเหตุการณ์สุดคาดคิดตามมา!
เนื่องเพราะตำแหน่งของดวงอาทิตย์ดวงที่ห้านั้นอ่อนไหวเกินไป มือ
ขวาของจั่วม่อซึ่งมีแผนผังปิศาจหอยเปลือกเหล็กหมื่นชั้น เป็นศูนย์รวม
ของวังวนพลังงานอันลี้ลับพิสดารที่ยากจะหยั่งคำนวณ!
กระแสพลังอันเกรี้ยวกราดสุดบรรยายพลันไหลบ่าไปยังมือขวาของ
จั่วม่ออย่างบ้าคลั่ง แผนผังปิศาจรูปดวงอาทิตย์ดวงที่ห้าเมื่อรองรับพลังทั้ง
Page 15 of 24
มวล ภายในชั่วพริบตาเดียวถึงกับแทบแตกระเบิดออกมา ในกระแสพลัง
เหล่านี้ยังแฝงไว้ด้วยพลังเทพมากมายมหาศาล
ทันใดนั้น ดวงอาทิตย์ดวงที่ห้าพลันมืดสลัวลง กลิ่นอายสภาวะที่
แตกต่างจากดวงอาทิตย์ดวงอื่นแผ่ซ่านออกมาจากมือขวาของจั่วม่อ
เห็นประกายไฟเป็นจุดแต้มมากมายปรากฏขึ้นล้อมรอบลวดลายดวง
อาทิตย์ ประหนึ่งว่าเป็นตัวแทนของกลุ่มดาวก็มิปาน
เมฆหมอกประกายไฟเริ่มหมุนคว้างรอบมือขวาของจั่วม่อ โคจรหมุน
วนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ราวกับกระแสธารดาราจักรสีแดงฉานวงเล็กๆ วงหนึ่ง
ทันใดนั้น แสงสีแดงผืนหนึ่งแผ่กระจายออกมาจากใต้ฝ่าเท้าของ
จั่วม่อ ตรงเข้าหักหาญโรมรันกับความมืดในเขตแดนของเสิ่นอวี้
“เขตแดน!” เสียงอุทานอย่างแตกตื่นดังกระหึ่มในกลุ่มคน
เสียงอุทานนี้ทำให้จั่วม่อจิตใจไหววูบ ความเมามายที่ผสมรวมกับ
ทะเลเพลิงคล้ายจะถดถอยตามกันไป สายตาของมันกลับคืนสู่
สติสัมปชัญญะในบัดดล
ดังนั้นเอง มันจึงทันได้มองเห็นลำแสงห้าสีสายหนึ่งพวยพุ่งเข้าหามัน
ชั่วพริบตานั้น สังหรณ์อันตรายอย่างแรงกล้ากรีดร้องระงมในใจ
บันดาลให้เส้นขนทั่วร่างลุกชี้ชัน!
มันตวัดมือซัดออกไปตามสัญชาตญาณ ประกายไฟขนาดเท่ากำปั้น
ซึ่งล้อมรอบอยู่บนฝ่ามือของมันพลันกรีดวาบ จู่โจมสวนเข้าหาลำแสงห้าสี
สายนั้นอย่างหักโหม
Page 16 of 24
ซือเยวี่ยอี้ผุดลุกขึ้นอย่างกะทันหัน จ้องมองประกายไฟขนาดเท่า
กำปั้นวงนั้นด้วยสีหน้าตื่นเต้นระทึกใจ
ในเวลานี้ไม่มีผู้ใดสนใจมัน ทุกผู้คนจ้องเขม็งไปยังสนามประลอง จู่ ๆ
บังเกิดความรู้สึกว่าหลังจากปะทะกันรอบนี้ ต้องมีฝ่ายหนึ่งล้มลง!
ประกายไฟไม่รวดเร็วนัก ต่อหน้าขนราชานกยูงที่รวดเร็วดุจสายฟ้า
มันดูไม่ต่างอันใดจากเต่าคลาน
ขนราชานกยูงพุ่งวาบ ทะลวงใส่กลุ่มเมฆประกายไฟอย่างดุดัน
อำมหิต
จากนั้นฉากอันน่าแตกตื่นสะท้านใจพลันอุบัติขึ้น!
ชั่วพริบตาที่ขนราชานกยูงอันกร้าวแกร่งสุดเปรียบปาน ทะยานเข้า
เข่นฆ่าพิฆาตกลุ่มเมฆประกายไฟ ระดับความเร็วของมันกลับเชื่องช้าลง
ทันควัน รอจนทะลวงผ่านเข้าไปได้ครึ่งทาง ความเร็วของมันก็ลดต่าฮวบ
ฮาบ จนเชื่องช้ายิ่งกว่าหอยทากแล้ว
ซู่ว!
ปลายแหลมของขนราชานกยูงจู่ ๆ บังเกิดประกายไฟสายหนึ่ง เปลว
ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว ชั่วพริบตาเดียวก็อาบท่วมขนราชานกยูงทั้งเส้น
วู้ม!
พริบตาดุจประกายไฟ ขนราชานกยูงอันเกรียงไกรพลันกลับ
กลายเป็นเถ้าถ่านกลุ่มหนึ่ง สลายหายไปกับตา
Page 17 of 24
ชั่วขณะที่ประกายไฟแรกปะทุขึ้นบนปลายขนราชานกยูง เสิ่นอวี้เบิก
ตาถลนแทบหลุดออกจากเบ้า นิ่งขึงตะลึงงันราวกับถูกสายฟ้าฟาดใส่กลาง
ศีรษะ
ภายใต้ภาพอันน่าตระหนกนี้ ไม่มีผู้ใดทันได้สังเกตเห็นประกายไฟที่
ปะทุขึ้นใต้ฝ่าเท้าของเสิ่นอวี้ แล้วไต่ขึ้นไปบนขาของมันอย่างรวดเร็วโดย
ไร้เสียง
รอจนเสิ่นอวี้สังเกตเห็นประกายไฟมหาประลัย ก็สายเกินไปแล้ว
ประกายไฟจุดเล็ก ๆ พลันลุกวาบ อาบท่วมร่างมันในชั่วพริบตาเดียว เสียง
กรีดร้องอันน่าสยดสยองดังกึกก้องออกมาจากในกองไฟ
“อ๊ากกก… อ๊ากกก… …”
เพียงชั่วอึดใจเดียว เสียงกรีดร้องโหยหวนที่ชวนขนหัวลุกชี้ชัน จู่ ๆ
ขาดหายไปทันควัน เปลวไฟระเบิดเบา ๆ แล้วอันตรธานหายไปอย่าง
สิ้นเชิง ไม่หลงเหลือแม้แต่เถ้าธุลี
กลุ่มประกายไฟหมุนคว้างกลับคืน ตรงเข้าห่อหุ้มมือขวาของจั่วม่ออีก
ครั้ง จากนั้นค่อย ๆ เปลี่ยนรูปร่าง ภายในชั่วพริบตาก็กลับกลายเป็นกำไล
ข้อมือสีแดงสด รัดพันรอบข้อมือข้างขวาของจั่วม่อ หากมีคนเพ่งมองอย่าง
ใกล้ชิด อาจสามารถเห็นได้ว่ากำไลข้อมือชิ้นนี้ดูคล้ายดาราจักรสีแดงสดที่
หมุนคว้างอย่างช้า ๆ อยู่ตลอดเวลา
เหตุแปรเปลี่ยนอุบัติขึ้นเร็วเกินไปและกะทันหันเกินไป เพียงชั่ว
พริบตาดุจประกายไฟ สถานการณ์ทั้งหมดพลันพลิกกลับตาลปัตร ยอด
Page 18 of 24
อัจฉริยะในรอบร้อยปีเสิ่นอวี้ จู่ ๆ ก็กลับกลายเป็นเถ้าธุลีสลายหายไปกับ
ตา
ทั่วทั้งสนามเงียบสงัดเสมือนตาย
บนที่นั่งผู้ชม ซือเยวี่ยอี้มีสีหน้าเหลือเชื่อ พร่าบ่นพึมพำราวกับจะย้า
ให้ตนเองเชื่อ “กงล้อดาราจักร… …กงล้อดาราจักร… …”
ชางเยวียนฮ่าวพอได้ยินต้องตัวแข็งทื่อ ชั่วอึดใจให้หลัง ค่อยกล่าวช้า
ๆ “มันมิใช่ว่าฝึกปรืออุปกรณ์สวรรค์สิบอีกาหรอกรึ? ไฉนสำเร็จกระบวน
ท่ากงล้อดาราจักรได้?”
“กงล้อดาราจักร? เป็นไปไม่ได้!” อวี๋ซวงเพิ่งรู้สึกตัวจากอาการตะลึง
ลาน “นั่นเป็นท่าสังหารซึ่งมีแต่ผู้ที่ฝึกปรือสังขารปิศาจสายดวงดาวจึง
สามารถบรรลุได้!”
“ข้าไม่ทราบว่าเป็นไปได้อย่างไร” ซือเยวี่ยอี้กลับคืนสู่ความเยือกเย็น
อย่างรวดเร็ว มันสั่นศีรษะพลางกล่าว “หากว่ากันตามหลักการทั่วไป ผู้ที่
ฝึกปรืออุปกรณ์สวรรค์สิบอีกาย่อมไม่สามารถสำเร็จท่าสังหารกงล้อดารา
จักรได้ แต่นั่นเฉพาะกงล้อดาราจักรทั่วไปเท่านั้น พวกเจ้าไม่เห็นรึ กงล้อ
ดาราจักรของมันไม่ใช่กงล้อดาราจักรในรูปแบบปกติ มวลดาวของมันเป็น
สีแดงสด เห็นได้ว่ามีคุณสมบัติธาตุไฟอย่างเปี่ยมล้น ความแตกต่างนี้
สมควรเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์สวรรค์สิบอีกาของมัน”
Page 19 of 24
“เป็นไปไม่ได้! จะอย่างไรก็เป็นไปไม่ได้!” อวี๋ซวงสั่นศีรษะระรัวดุจ
กลองป๋องแป๋ง “ผู้ที่ถือครองสังขารปิศาจอุปกรณ์สวรรค์สิบอีกาจะสำเร็จ
กงล้อดาราจักรได้อย่างไร? เหลวไหล!”
หากมิใช่ว่าผู้กล่าวเป็นเฉิงจู่ที่มันเคารพนับถือ เกรงว่าอวี๋ซวงคงเยาะ
เย้ยถากถางความคิดอันไม่สมเหตุสมผลนี้แล้ว
“อย่าลืมว่ามันเคยก่อให้เกิดหมู่ดาวประทานพร” ชางเยวียนฮ่าว
โพล่งออกมาอย่างกะทันหัน
อวี๋ซวงชะงักงันวูบ กล่าวด้วยสีหน้าลังเล “หรือว่ามันจะเป็นกงล้อ
ดาราจักรจริง ๆ?”
มันถลึงมองกำไรข้อมือสีแดงเข้มที่หมุนคว้างอยู่กลางอากาศ ไม่ทราบ
ว่าในใจครุ่นคิดอันใด
จั่วม่อในที่สุดก็สร่างเมา ฟื้นคืนสติสัมปชัญญะทั้งมวล พอดีกับที่
อาคมหวงห้ามของลานประลองถูกปิดการใช้งาน หลันหยงโถมขึ้นมาบน
ลานประลองอย่างลิงโลดยินดี ตรงเข้าโอบไหล่จั่วม่ออย่างสนิทสนม มัน
ตื่นเต้นเสียจนแทบพูดไม่ออก “พี่น้อง เจ้าร้ายกาจยิ่ง! ร้ายกาจยิ่ง! เจ้า
สามารถพิชิตขนราชานกยูงอย่างหมดจด นับว่าร้ายกาจอย่างแท้จริง!”
ผู้คนรอบข้างพากันจ้องมองจั่วม่อด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความ
ครั่นคร้ามยำเกรง
ไม่ว่าผู้ใดที่สามารถพิชิตขนราชานกยูงได้อย่างหมดจดงดงาม ย่อม
สามารถทำให้พวกมันครั่นคร้ามยำเกรงได้มากเกินพอ
Page 20 of 24
จั่วม่อใบหน้าสับสนงุนงง หลังจากเมามาย ทุกสิ่งทุกอย่างก็เลอะเลือน
พร่ามัว ไม่รู้เรื่องรู้ราวอันใดทั้งสิ้น ท่าทีอันสนิทสนมของหลันหยงยังทำให้
มันแปลกใจอยู่บ้าง แต่มันย่อมไม่ผลักสหายผู้นี้ออกไป เพียงถามอย่าง
สงสัยใจว่า “เกิดอะไรขึ้น? ที่นี่เกิดเรื่องอันใด? ข้าไฉนจดจำสิ่งใดไม่ได้
เลย?”
หลันหยงชะงักกึก ถลึงตามองจั่วม่ออยู่เป็นนานสองนาน เห็นอีกฝ่าย
คล้ายไม่ได้เสแสร้งแกล้งดัด จึงรีบบอกเล่าเรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้นอย่าง
กระตือรือร้น
เมื่อเล่าถึงส่วนที่คับขันอันตรายและเร่าร้อนระทึกใจ หลันหยงก็กรีด
มือวาดเท้าอย่างตื่นเต้นไปด้วย มันยังตื่นเต้นลิงโลดมากกว่าตัวจั่วม่อเอง
เสียอีก
จั่วม่อตื่นตะลึงอยู่บ้าง มันไม่มีความทรงจำช่วงนี้เลยแม้แต่น้อย อีก
ฝ่ายบรรลุพลังเขตแดน มิหนำซ้ายังมีท่าไม้ตายลับอย่างเช่นขนราชานกยูง
อีกด้วย คู่ต่อสู้ของมันฟังดูร้ายกาจอย่างเหลือเชื่อ แต่มันถึงกับฆ่าเสิ่นอวี้
ไปแล้ว!
จากนั้นมันสังเกตเห็นกำไลข้อมือสีแดงเข้มสวมใส่อยู่ในมือข้างขวา
ต้องชะงักงันวูบ เพ่งจิตสำรวจตรวจสอบกำไลข้อมือชิ้นนี้ทันที ทันใดนั้นใน
ใจบังเกิดความรู้สึกที่ยากจะบ่งบอกบรรยายชนิดหนึ่ง
“เฮ้ เฮ้ เฮ้! เจ้าตื่นเต้นยินดีจนเลอะเลือนไปแล้วหรือ?” หลันหยงเห็น
จั่วม่อมีสีหน้าเหม่อลอย รีบร้องเรียกเสียงดัง
Page 21 of 24
จั่วม่อได้สติทันที มันทราบว่าที่นี่ยังไม่ใช่สถานที่ให้ตรวจสอบเชิงลึก
รีบรั้งจิตกลับจากกำไลข้อมือ จากนั้นกวาดตามองไปรอบๆ ถามว่า “แล้วพี่
เทียนหลงอยู่ที่ใด?”
หลังจากผ่านเรื่องราวครั้งนี้ พวกมันทั้งสามคล้ายร่วมฟันฝ่าความ
เป็นความตายด้วยกันรอบหนึ่ง ความสัมพันธ์ย่อมเปลี่ยนเป็นสนิทสนม
กลมเกลียวกว่าเดิม
“มันไม่ได้กระดูกเหล็กคอทองแดงเหมือนเจ้า ดังนั้นเมากลิ้งอยู่ในมุม
โน่น เจ้าดุร้ายยิ่ง อา ข้าไม่เคยเห็นผู้ใดดื่มสุราปิศาจเมิ่งผอมากมายเท่ากับ
เจ้า มิหนำซ้าหลังจากนั้นยังฆ่าเสิ่นอวี้ทิ้งได้อีกด้วย สัตว์ประหลาด! เจ้ามัน
ตัวประหลาดชัด ๆ!”
หลันหยงสั่นศีรษะพลางทอดถอนอย่างสะทกสะท้อน
ทันใดนั้นเอง สุ้มเสียงหยาดเยิ้มพลันดังขึ้นด้านหลังพวกมัน
“เจ้าชนะ! สามวันให้หลัง ข้าจะอยู่เป็นเพื่อนเจ้าหนึ่งวันตามสัญญา”
จั่วม่อหันขวับ สิ่งที่ผ่านเข้ามาในสายตามันคือใบหน้าพิลาสล้าอันเย้า
ยวนใจ ทั้งยังแฝงไว้ด้วยความเกียจคร้านสายหนึ่ง ดวงตาคู่งามที่คล้าย
สามารถเอื้อนเอ่ยวาจากำลังเพ่งมองจั่วม่ออย่างสนใจใคร่รู้
เสียกงจู่!
จั่วม่อพลันตื่นเต้นตึงเครียดขึ้นมาทันที นี่มิใช่เป้าหมายที่มันถวิลหา
หรอกหรือ?
มันระงับความพลุ่งพล่านใจ ฝืนเค้นรอยยิ้ม “เสียกงจู่ช่างรักษาคำพูด
นัก! ประเสริฐ! สามวันนี้ข้าจะตั้งตารอกงจู่!”
Page 22 of 24
เสียกงจู่แย้มยิ้มปานบุปผาบานสะพรั่ง รอบข้างกระจ่างจ้าขึ้นมาทันที
สุ้มเสียงกลืนน้าลายอย่างฝืดคอดังเซ็งแซ่จากบริเวณโดยรอบ บรรยากาศ
อันเคร่งเครียดแทบสลายหายไปกับตา
“นี่เป็นรางวัลที่เจ้าสมควรได้รับอยู่แล้ว!”
กล่าวจบคำ เสียกงจู่ก็หมุนตัวเดินชดช้อยจากไป
“ช่างงดงามกระไรปานนี้!” หลันหยงมองตามหลังเสียกงจู่ อดยกย่อง
ชมเชยไม่ได้ อย่างไรก็ตาม พอมันหันกลับมา บนใบหน้าก็ประดับไปด้วย
รอยยิ้มซุกซน กล่าวกระเซ้าจั่อม่อว่า “ฮี่ฮี่ เจ้าคงรู้สึกว่าสามวันนี้ยากจะ
ผ่านพ้นไปกระมัง?”
จั่วม่อไม่ทราบจะหัวร่อหรือร่าไห้ดี หลันหยงตอนนี้แช่มชื่นเริงร่าเสีย
จนแทบจะออกนอกลู่นอกทาง แต่ความรู้สึกนี้ก็ไม่เลวเลยจริง ๆ
มันแสร้งทำเป็นคล้อยตาม “สามวัน หวังว่าจะผ่านพ้นไปโดยเร็ว”
ทันใดนั้นหลันหยงกดเสียงต่าลง สุ้มเสียงเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด
จริงจัง “เจ้าต้องระมัดระวังให้มาก แม้ว่าเจ้าจะสังหารเสิ่นอวี้ในการ
ประลองตามกฏเกณฑ์ นี่ย่อมไม่มีผู้ใดสามารถอาละวาดได้อย่างเปิดเผย
แต่ตระกูลเสิ่นให้ความสำคัญกับเสิ่นอวี้เป็นที่สุด พวกมันจะต้องไม่ยอม
เลิกราแน่ เจ้าต้องระวังพวกมันลอบลงมือจากเงามืด”
จั่วม่อตบไหล่อีกฝ่ายอย่างสำนึกขอบคุณ “อย่าห่วงไปเลย ข้าจะระวัง
ตัว”
รอจนช่วยเหลือเสี่ยวกั่วกับหลี่อิงฟ่งออกมาได้ มันจะรีบเผ่นออกจาก
ที่นี่ในบัดดล ยังจะรออยู่ในนครมหาสันติไปหาอะไรเล่า?
Page 23 of 24
แต่มันสามารถรู้สึกได้ว่าหลันหยงกระตุ้นเตือนจากใจจริง ข้อนี้ทำให้
มันบังเกิดความรู้สึกที่ดีกว่าเดิม
ทันใดนั้นเอง จั่วม่อสังเกตเห็นว่าคนกลุ่มหนึ่งกำลังก้าวตรงมาพวกมัน
Page 24 of 24