สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 616 ฆ้องปากแตก
จั่วม่อเดาะแหวนเล่นอยู่ในมือ ประกายฆ่าฟันแผ่ซ่านในดวงตา
คุนหลุน!
นึกไม่ถึงจริง ๆ ว่าจะเป็นคุนหลุน!
แหวนวงนี้อากุ่ยนำมามอบให้แก่มัน จั่วม่อประหลาดใจอยู่บ้าง แต่พอ
พลิกดูสิ่งของที่อยู่ภายในแหวน มันก็ต้องตื่นตะลึงเมื่อพบว่าเจ้าของแหวน
เป็นซิวเจ่อจากคุนหลุน มันสอบถามอากุ่ย แน่นอนว่าย่อมไม่ได้รับคำตอบ
รอจนมันซักถามจากเจ้าเฮยจินจอมตะกละ ค่อยล่วงรู้ว่าเกิดเรื่องราวอันใด
ขึ้น
ที่แท้คุนหลุนมาเยือนถึงหน้าประตูบ้านมันแล้ว!
จั่วม่อดวงตามืดมนเย็นชา สำหรับกับมัน คุนหลุนเป็นศัตรูคู่แค้นที่ไม่
ยินยอมอยู่ร่วมฟ้าเดียวกัน!
ในแหวนมิติวงนั้นมีสิ่งของดี ๆ มากมาย แต่สำหรับเสี่ยวม่อเกอใน
ปัจจุบัน นี่ไม่นับเป็นความมั่งคั่งอันใด
คุนหลุน!
จั่วม่อแค่นหัวร่อเย็นเยือก ในเมื่อพวกเจ้าแส่หาที่ตายมาถึงนครมหา
สันติด้วยตัวเอง ก็อย่าได้โทษว่าข้าเสี่ยวม่อเกอเป็นฆ้องปากแตก เที่ยวป่าว
ประกาศเรื่องของพวกเจ้าให้ผู้คนได้ทราบ!
… …
Page 135 of 937
จั่วม่อนั่งประจันหน้ากับซิ่นกงจู่
ซิ่นกงจู่มีบรรยากาศที่แตกต่างจากเสียกงจู่อย่างสิ้นเชิง เสียกงจู่เปี่ยม
เสน่ห์เย้ายวนใจ ส่วนซิ่นกงจู่สูงสง่า โอ่อ่าผ่าเผยและหยั่งซึ้งถึงจิตใจผู้คน
“ได้ข่าวคนของเจ้าบ้างแล้วหรือไม่?”
ประโยคแรกของซิ่นกงจู่แลกมาซึ่งความรู้สึกที่ดีจากจั่วม่อ เค้าความ
ห่วงกังวลในสุ้มเสียงของนาง บันดาลให้ผู้คนล่วงรู้ถึงความมีน้าใจไมตรี
ของนาง
“ยังไม่มีข่าวคราวใด” จั่วม่อสั่นศีรษะ จากนั้นกล่าวอย่างซาบซึ้งใจ
“ขอบคุณกงจู่ที่เป็นห่วง”
ซิ่นกงจู่กล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง “หากมีเรื่องใดให้ช่วยเหลือ
โปรดอย่าได้เกรงอกเกรงใจ ให้บอกมาตามตรง ซิ่นอาจมีขีดความสามารถ
ไม่มากนัก แต่หากสามารถช่วยเหลือได้ ซิ่นจะไม่ปฏิเสธบอกปัดเป็นอัน
ขาด”
รับฟังความจริงใจในสุ้มเสียงของอีกฝ่าย จั่วม่อในใจอุ่นวาบขึ้น
เล็กน้อย “ทราบแล้ว!”
ในทะเลแห่งจิตสำนึก เว่ยผู้ซึ่งปกติไม่ค่อยสะทกสะท้านต่อสิ่งใด ยาม
นี้สีหน้ามีแต่ความเหลือเชื่อ ร้องอุทานอย่างตื่นตระหนกประดุจพบพานผี
สาง “ชุดเกราะป้ายศิลาสุสาน!”
ชุดเกราะป้ายศิลาสุสาน?
จั่วม่องงงันวูบ ผ่านไปอึดใจใหญ่ ๆ ค่อยเข้าใจประโยคนี้ แทบร้อง
ออกมาดัง ๆ
Page 136 of 937
แต่ในไม่ช้า มันก็ตระหนักว่ายามนี้ตนเองอยู่ที่ใด ฝืนระงับความตื่น
ตะลึงในใจ รีบซักถามในใจ “เว่ย ชุดเกราะป้ายศิลาสุสานอยู่ที่ใด?”
ในดวงตาสีโลหิตของผูเยาเองก็ทอแววตื่นตะลึงอย่างลึกล้า
“ในมุมนั้น องครักษ์เกราะหนักผู้นั้น ชุดเกราะที่มันสวมใส่คือชุด
เกราะป้ายศิลาสุสาน!” สุ้มเสียงของเว่ยไม่หลงเหลือความสงบเยือกเย็น
เริ่มจะสั่นพร่าอยู่บ้าง
องครักษ์เกราะหนัก?
จั่วม่อหันไปมององครักษ์เกราะหนักที่อยู่ในมุมด้านหลังซิ่นกงจู่
ในทันที
ชุดเกราะป้ายศิลาสุสาน… …
ซิ่นกงจู่สังเกตเห็นร่องรอยผิดปกติบนใบหน้าของเซี่ยวม่อเกอ จากนั้น
เฝ้ามองสายตาของมันเลื่อนจากนางไปยังองครักษ์ของนางที่อยู่ด้านหลัง
“เซี่ยวเซียนเซิงรู้จักเซี่ย11ด้วยรึ?” ซิ่นกงจู่เอ่ยถามอย่างฉับพลัน
“เซี่ย?” จั่วม่อทวนคำตามสัญชาตญาณ จากนั้นค่อยรู้สึกตัวในทันที
รีบสั่นศีรษะ “ไม่ไม่ ไม่รู้จัก”
ซิ่นกงจู่แย้มยิ้มอ่อนหวาน “ข้าเห็นว่าเซี่ยวเซียนเซิงดูท่าจะสนอก
สนใจในตัวเซี่ยเป็นอันมาก”
11 เซี่ย – คิมหันต์
Page 137 of 937
เมื่อตั้งสติได้ ปฏิกิริยาของจั่วม่อก็กลายเป็นรวดเร็ว มันรีบกล่าวกลบ
เกลื่อนด้วยรอยยิ้มสัตย์ซื่อ “มิผิด ทุกวันนี้ยากจะพบเห็นปิศาจเกราะหนัก
ที่มีพลังฝึกปรือกล้าแข็งถึงเพียงนี้”
“อ้อ” ซิ่นกงจู่พยักหน้ารับรู้ คล้ายไม่ติดใจสงสัยอันใด นางหันเหหัว
เรื่องว่า “เซี่ยวเซียนเซิงอายุยังเยาว์วัย แต่กลับมีความสำเร็จอย่างน่า
อัศจรรย์ถึงเพียงนี้ เจ้าต้องมาจากครอบครัวที่มีชื่อเสียงเป็นแน่”
“กล่าวไปอาจทำให้กงจู่ผิดหวังแล้ว แต่จนกระทั่งถึงตอนนี้ ผู้น้อยยัง
ไม่เคยล่วงรู้ว่าครอบครัวของตัวเองเป็นใคร” จั่วม่อกล่าวอย่างจนปัญญา
อยู่บ้าง แทบทุกคนล้วนต้องถามคำถามนี้ต่อมัน จนมันเริ่มจะชินชาอยู่บ้าง
จากนั้นลอบเหลือบมององครักษ์ผู้สวมเกราะป้ายศิลาสุสานที่มุมห้อง
พยายามระงับความกระหายใคร่รู้ในใจ
ซิ่นกงจู่ตกตะลึงเล็กน้อย นางยังมองออกว่าสีหน้าของเซี่ยวม่อเกอดู
ไม่เหมือนว่าเสแสร้งแกล้งดัด
แต่สำหรับนางนี่นับเป็นข่าวดีประการหนึ่ง ยอดฝีมือที่ไม่มีข้อผูกมัด
ของตระกูลย่อมเกลี้ยกล่อมได้ง่ายดายกว่า นางกำลังตริตรองว่าจะเริ่มเอ่ย
ปากอย่างไรดี แต่จั่วม่อกลับชิงออกปากเสียก่อน “กงจู่ทราบเรื่องหอสมบัติ
มหาสันติที่เป็นเหตุให้ระยะนี้ผู้คนพากันบ้าคลั่งไปหมดหรือไม่?”
ซิ่นกงจู่ตอบคำตามตรงอย่างตั้งตัวไม่ทันอยู่บ้าง “นับว่าได้ยินได้ฟัง
มาไม่น้อย เซี่ยวเซียนเซิงก็สนใจเรื่องนี้ด้วยรึ?”
จั่วม่อฝืนยิ้มเจื่อนขม “นี่มิใช่ว่าข้าสนใจมัน แต่เป็นมันต่างหากที่มา
สนใจข้า” จากนั้นยกนิ้วขึ้นนับ “กงจู่ลองบอกมาเถอะ โลกนี้ยังมีหลัก
Page 138 of 937
เหตุผลอยู่อีกหรือไม่ ข้าไม่เคยตอแยผู้ใด แต่ปัญหากลับวิ่งเข้ามาหาข้า
เอง”
ไม่รอให้ซิ่นกงจู่ได้เอ่ยปาก มันร่ายยาวราวกับต้ดพ้อฟ้าดิน “ข้าเพียง
ไปดื่มสุราเป็นเพื่อนเสียกงจู่ไม่กี่อึก จากนั้นหนานเหมินเสวี่ยก็โผล่ออกมา
ไล่ล่าข้า ข้าสู้อุตส่าห์ลอบหลบหน้าออกมา แต่กลับถูกลอบทำร้ายบนท้อง
ถนน แทบสูญเสียชีวิตน้อย ๆ ของข้าไป รอจนข้ากลับไปถึงที่พำนักอย่าง
ยากลำบาก คนของข้ากลับหายสาบสูญไปโดยไร้ร่องรอย ถึงยามนี้ยังจับ
มือใครดมไม่ได้เสียด้วยซ้า นี่ยังไม่ได้กล่าวถึงว่าเมื่อวานนี้ กระทั่งคนจาก
คุนหลุนยังพยายามลอบเข้าไปในที่พักของข้า!”
ซิ่นกงจู่ในที่สุดเผยสีหน้าตื่นตระหนกอย่างแท้จริง “คุนหลุน?”
จั่วม่อสีหน้าขมขื่น “ถูกแล้ว กงจู่! กระทั่งคุนหลุนยังมาร่วมวง ข้าไม่
ทราบจะกล่าวว่ากระไรดีแล้ว!” แต่แล้วสุ้มเสียงพลันดังขึ้น กล่าวด้วยสี
หน้าเจ็บแค้น “ไม่ว่าผู้ใดมุ่งเป้าไปยังหอสมบัติมหาสันติ ข้าหาได้กังวล
สนใจไม่ แต่ข้าในฐานะที่เป็นเผ่าปิศาจตนหนึ่ง หอสมบัติมหาสันติก็เป็น
สมบัติของเผ่าปิศาจเรา ไม่ว่าผู้ใดในหมู่พวกเราได้รับสมบัติเหล่านั้นไป ข้า
ล้วนไม่สนใจ แต่ต้องไม่ใช่คุนหลุน! คุนหลุนเป็นตัวอะไร? พวกมันเป็นซิว
เจ่อ! ศัตรูคู่แค้นของเรา! ถือสิทธิ์อันใดมุ่งเป้ามายังหอสมบัติมหาสันติของ
พวกเราด้วย?”
“ถูกแล้ว!” ซิ่นกงจู่สีหน้าเคร่งเครียดเย็นชา “นึกไม่ถึงว่าคุนหลุนจะ
ลอบวางแผนต่อสมบัติของเผ่าปิศาจเรา! นี่มันจะมากเกินไปแล้ว!”
Page 139 of 937
“กงจู่กล่าวถูกต้อง!” จั่วม่อสุมเชื้อไฟ “หอสมบัติมหาสันติเป็นสมบัติ
วิเศษซึ่งปรมาจารย์ซือจื่อหมิงเหลือทิ้งเอาไว้ให้แก่พวกเรา ปรมาจารย์ซือจื่
อหมิงเป็นผู้อาวุโสของเผ่าปิศาจเรา มรดกตกทอดของท่านจะยินยอมให้
ซิวเจ่อมาแตะต้องได้อย่างไร? ข้าเป็นคนแรกที่ไม่ยอม!”
จากนั้นมันกล่าวด้วยสีหน้าซื่อสัตย์เที่ยงธรรม “ข้าทราบว่าทุกผู้คน
พากันจับตามองข้า แม้ว่าข้าไม่ทราบว่าเป็นเหตุผลกลใด แต่เพื่อหอสมบัติ
มหาสันติของเผ่าปิศาจเรา ต่อให้ข้าต้องเสียสละตน ก็จะไม่ขมวดคิ้วนิ่ว
หน้า แต่หากข้าต้องตกอยู่ในมือของซิวเจ่อ ข้าขอสู้ตายจะดีกว่า!”
ซิ่นกงจู่รีบกล่าวปลอบโยน “เซี่ยวเซียนเซิงอย่าได้ห่วงกังวลไปเลย
นครมหาสันติเป็นดินแดนของพวกเราเผ่าปิศาจ ย่อมไม่ใช่สถานที่ที่ซิวเจ่อ
จะสามารถล่วงล้าเข้ามาได้! ข้าว่าทุกคนในเมืองมหาสันติล้วนต้องมี
ความคิดดุจเดียวกันนี้! เซี่ยวเซียนเซิง ไม่ต้องวิตก ในเรื่องนี้พวกเราทุกคน
ล้วนเป็นฝ่ายเดียวกัน นั่นคือฝ่ายตรงข้ามกับพวกซิวเจ่อ!”
เขิงเหลียนเอ๋อร์วันนี้ย่อมติดตามมาเป็นองครักษ์ประจำตัว นางนั่งอยู่
ด้านข้างค่อย ๆ จิบชาอย่างสบายอารมณ์ราวกับไม่ได้ยินอะไรเลย แต่ใน
ดวงตาทอแววรื่นเริงบันเทิงใจที่แทบจะมองไม่เห็น
“กงจู่ต้องรีบลงมือ!” จั่วม่อมีสีหน้าปานจะร่าไห้ “มองดูข้าเถอะ
เดี๋ยวนี้เวลานี้ข้าออกมาด้านนอก ยังต้องนำองครักษ์ติดตัวมาด้วย ข้า
หวาดกลัวแทบตายแล้ว!”
ซิ่นกงจู่ปลอบโยนมันอีกยกใหญ่
สนทนากันอีกไม่กี่คำ จั่วม่อก็นำเขิงเหลียนเอ๋อร์อำลากลับไป
Page 140 of 937
ซิ่นกงจู่ทอดสายตามองเงาร่างของจั่วม่อค่อย ๆ ลับหาย พลันเอ่ย
ปากว่า “เซี่ย มันคล้ายสนใจเจ้ามาก”
“อา” สุ้มเสียงของเซี่ยดังลอดออกมาจากเกราะหนา ฟังไม่ออกว่า
รู้สึกอย่างไร
“เจ้าเห็นว่าอย่างไร?” ซิ่นกงจู่ถามอย่างไม่มีต้นสายปลายเหตุ
เซี่ยนิ่งเงียบงันอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนจะกล่าว “มีจริงมีลวง”
“ข้าก็คิดเช่นนั้น” ซิ่นกงจู่แย้มยิ้มจาง ๆ “ช่างไม่ทราบจริง ๆ หอ
สมบัติมหาสันติไฉนตกหลุมรักคนผู้นี้ ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็เหมือน
อันธพาลน้อยผู้หนึ่งเสียมากกว่า”
เซี่ยนิ่งเงียบงัน ไม่ตอบคำ
ซิ่นกงจู่คล้ายพึมพำกับตัวเอง “อย่างไรก็ตาม คุนหลุนนี้เหิมเกริม
เกินไปแล้ว!”
นางพอกล่าวเช่นนี้ ดวงตาคู่งามพลันสาดประกายฆ่าฟัน
“เว่ย เจ้าบอกว่าคนผู้นั้นสวมชุดเกราะป้ายศิลาสุสานเช่นนั้นรึ?”
จั่วม่อพอออกมาได้ ก็รีบถามเว่ยทันที
“อา” เว่ยสีหน้ากลับเป็นปกติ ไม่หลงเหลือร่องรอยเสียกิริยาเหมือน
เช่นเมื่อสักครู่อีก
“ชุดเกราะป้ายศิลาสุสานมิใช่ว่าล้มหายตายจากไปหมดสิ้นแล้ว
หรือ?” จั่วม่อถามอย่างสงสัยใคร่รู้ “ข้ายังเข้าใจว่านอกจากเจ้าแล้ว ก็ไม่มี
ชุดเกราะป้ายศิลาสุสานอื่นอีก ที่แท้ถึงกับมีคนอื่นอยู่ด้วยจริง ๆ!”
Page 141 of 937
“ข้าเองก็เข้าใจว่าไม่มีหลงเหลืออีกแล้วเช่นกัน” เว่ยเหลือบตามอง
จั่วม่อ “เจ้าต้องระมัดระวังให้มาก ชุดเกราะป้ายศิลาสุสานที่ผ่านการสืบ
ทอดอย่างสมบูรณ์มีพลังร้ายกาจยิ่ง”
“ร้ายกาจปานใด?” จั่วม่อขบคิด แล้วซักถามขอความกระจ่าง
“แก่นแท้ของชุดเกราะป้ายศิลาสุสานคือการเสียสละตน” เว่ยกล่าว
อย่างเยือกเย็น “ชุดเกราะป้ายศิลาสุสานทุกชุดล้วนมีวิญญาณเกราะซึ่ง
ผ่านการสละตนสิงสู่อยู่ภายใน ในยุคบรรพกาล นี่เป็นพิธีเซ่นสรวงศึก
สงครามประเภทหนึ่ง ทั้งยังเป็นพิธีที่ยากลำบากที่สุด เนื่องเพราะมีการ
เซ่นสรวงเพียงรูปแบบเดียวเท่านั้น นั่นคือเสียสละตนเอง แต่ผลตอบแทน
ที่ได้รับก็มากมายมหาศาล ชุดเกราะป้ายศิลาสุสานหากมิใช่มีพลังอัน
ยิ่งใหญ่ไพศาล ก็มีพลังพิเศษเฉพาะที่ไม่มีผู้ใดเสมอเหมือน อย่างไรก็ตาม
ข้อได้เปรียบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชุดเกราะป้ายศิลาสุสานก็คือวิญญาณ
เกราะ วิญญาณเกราะคงอยู่เนิ่นนานเหนือกาลเวลา ยากจะดับสลายไป ยิ่ง
คงอยู่นานเท่าใด มันก็จะยิ่งเรียนรู้สรรพวิชาความรู้มากมายเท่านั้น
กลายเป็นยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ อีกทั้งภูมิปัญญาความรู้ที่สามารถ
ถ่ายทอดต่อไปก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ”
จั่วม่อเงียบกริบ มันทราบดรว่าข้อได้เปรียบนี้หมายความว่าอย่างไร
ตัวมันที่มีทุกวันนี้ได้ ยังมิใช่เพราะสรรพวิชาความรู้ที่ถ่ายทอดมาจากผูเยา
กับเว่ยหรอกหรือ?
“แต่ทว่า ทุกหนึ่งพันปีวิญญาณเกราะของชุดเกราะป้ายศิลาสุสาน
จะต้องผ่านการทดสอบของสวรรค์ครั้งหนึ่ง พวกมันหากผ่านมาได้ จะยัง
Page 142 of 937
อยู่รอดต่อไป แต่หากล้มเหลว พวกมันจะสลายหายไป” เว่ยกล่าวแผ่วเบา
“วิญญาณเกราะที่สามารถอยู่รอดมาได้จนถึงตอนนี้มีเพียงความหมาย
เดียว นั่นคือพวกมันล้วนเป็นวิญญาณเกราะอันกล้าแกร่งเกรียงไกร หรือ
กล่าวอีกทางหนึ่งก็คือ มีเพียงวิญญาณเกราะที่กล้าแกร่งเกรียงไกร จึง
ยังคงอยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้”
“กระทั่งร้ายกาจกว่าเจ้าอีกหรือ?” จั่วม่อแทบไม่อยากจะเชื่อ
“มันยอมรับการสืบทอด แต่เจ้าไม่ได้ยอมรับ” เว่ยชายตามองจั่วม่อ
“ในพิธีสืบทอดชุดเกราะป้ายศิลาสุสาน นอกเหนือจากภูมิปัญญาความรู้
ยังมีพลังอำนาจที่มอบให้อีกด้วย พลังฤทธิ์แห่งชุดเกราะป้ายศิลาสุสาน!
มันยิ่งใหญ่ไพศาลเกินกว่านี่เจ้าจะคาดคิดได้!”
ผูเยาแค่นเสียงขัดอย่างเย็นชา “เจ้าต้องจดจำไว้ ว่าในโลกนี้มีเพียง
การแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมกันเท่านั้น หาได้มีสิ่งดี ๆ ที่ได้เปล่าไม่ พลังที่สืบ
ทอดกันมาไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้ครอบครอง ชุดเกราะป้ายศิลาสุสานอันใด
นี่เป็นเพียงหลุมพรางกลอุบายที่ใช้พลังเป็นเหยื่อล่อ!”
“ที่เจ้าว่ามาก็มิใช่ว่าจะไม่ถูกต้อง” เว่ยกล่าวอย่างยิ้มแย้ม “มันเป็น
เพียงหลุมพรางกลอุบายเท่านั้น แต่กลับเป็นหลุมพรางที่ผู้คนมากมายยินดี
กระโดดลงมา!”
เห็นทั้งคู่เริ่มจะประมือกันอีกรอบ จั่วม่อรีบขัดจังหวะ “เช่นนั้น
องครักษ์ของซิ่นกงจู่มีฝีมือระดับใด?”
“เจ้าไม่ไปตอแยมันจะดีที่สุด” ผูเยาเตือน
“เจ้าลองดูก็จะรู้เอง” เว่ยกล่าวด้วยรอยยิ้ม
Page 143 of 937
สองคำตอบเป็นตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เตือนจั่วม่อให้ตระหนักใน
ระดับพลังฝีมือของคนผู้นั้นทันที แน่นอนว่ายังไม่ใช่สิ่งที่มันจะต่อกรได้
มันเพียงอยากรู้เรื่องชุดเกราะป้ายศิลาสุสานเท่านั้น มิหนำซ้ามันกับ
ซิ่นกงจู่มิใช่ศัตรูคู่แค้น ย่อมไม่มีเรื่องให้มันต้องต่อกรเป็นเซี่ยผู้นั้นอยู่แล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น ซิ่นกงจู่มีศักดิ์ฐานะสูงส่ง นางจะมีสุดยอดฝีมือสักคนเฝ้า
คุ้มครอง ก็ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดายิ่ง
เมื่อหวนนึกถึงการเปิดโปงคุนหลุนในวันนี้ จั่วม่อรู้สึกเบิกบานใจเป็น
ที่สุด
เรื่องที่คุนหลุนมุ่งเป้ามายังหอสมบัติมหาสันติ หากไม่มีใครป่าวร้อง
ออกไป จั่วม่อคาดคิดว่าหลายคนอาจยอมลืมตาข้างหนึ่ง หลับตาข้างหนึ่ง
แต่เมื่อเรื่องราวถูกเปิดโปงออกมา ไม่ว่าขุมกำลังฝ่ายใด ย่อมต้องมีท่าที
สอดคล้องกันอย่างน่าแปลกใจ
จั่วม่อพอออกมาจากตำหนักของซิ่นกงจู่ มันก็เร่งไปยังตำหนักของ
หว่านกงจู่เป็นลำดับถัดไป จากนั้นมันก็เล่าเรื่องของคุนหลุนให้ฝ่ายของ
หว่านกงจู่ฟังอีกรอบ ปฏิกิริยาตอบสนองของหว่านกงจู่เป็นเช่นเดียวกัน
กับซิ่นกงจู่ มิหนำซ้ายังพิโรธโกรธกริ้วเป็นการใหญ่
จากนั้นจั่วม่อไปพบซือเยวี่ยอี้กับหลันเทียนหลงตามลำดับ
ในไม่ช้า ขุมกำลังหลักทุกแห่งในเมืองต่างก็ล่วงรู้ ว่าเซี่ยวม่อเกอถูก
คนของคุนหลุนลอบจู่โจม
ในค่าคืนนั้น ซือเยวี่ยอี้เชื้อเชิญเหล่าขุมกำลังหลักๆ ในนครมหาสันติ
มาร่วมหารือวิธีรับมือคุนหลุนอย่างเร่งด่วน
Page 144 of 937
ชื่อเสียงของคุนหลุนยิ่งใหญ่คับฟ้า ไม่มีผู้ใดในแดนปิศาจไม่รู้จักพวก
มัน ขุมกำลังต่างๆ ในเมือง โดยมีซือเยวี่ยอี้เป็นผู้นำ ล้วนทราบแก่ใจว่ายาม
นี้คุนหลุนจึงเป็นศัตรูตัวฉกาจที่สุดของพวกมัน
คุนหลุนมีฐานกำลังกล้าแข็งสุดหยั่งถึง พวกมันเมื่อกล้าส่งคนมายัง
นครมหาสันติ ผู้มาย่อมต้องเป็นยอดฝีมือทั้งหมด
นครมหาสันติแม้เต็มไปด้วยยอดฝีมือ แต่ยอดฝีมือที่แท้จริงของขุม
กำลังแต่ละฝ่ายหาได้ประจำอยู่ที่นี่ไม่ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่
แข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้าเช่นคุนหลุน ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่มีความเชื่อมั่น แต่พวก
มันมีความเข้าใจอย่างชัดแจ้งว่าหากไม่จัดการกับคุนหลุนก่อน ขุมกำลัง
เผ่าปิศาจไม่ว่าฝ่ายใด เกรงว่าคงไม่อาจฉกฉวยผลประโยชน์จากหอสมบัติ
มหาสันติได้
หลินเชียนร้อยพันไม่คิด ไม่คิดว่าจั่วม่อจะจัดเตรียมความประหลาด
ใจครั้งยิ่งใหญ่ไว้รอท่ามันเรียบร้อยแล้ว!
Page 145 of 937