สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 631 บุก
เมื่อรุ่งอรุณเริ่มฉายแสงที่เส้นขอบฟ้า นครมหาสันติอันเงียบสงัดก็คล้ายจะ
ตื่นจากการหลับใหล
ในไม่ช้าเสียงตะโกนสั่งการก็ทำลายความเงียบสงัดทั้งมวล เหล่าผู้นำ
หน่วยทัพแผดเสียงตวาดด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี เสียงฝีเท้าเหยียบ อย่าง
พรักพร้อมดังสนั่นหวั่นไหวดุจกลองศึก ปลุกนครมหาสันติให้คึกคัก ฮึก
เหิม ผู้คนสีหน้าแปรเปลี่ยนไม่หยุด จากสงบขรึม กลายเป็นตื่นเต้น
ประหม่า ตามมาด้วยความหวาดหวั่นพรั่นพรึงบางคนเริ่มตัวสั่นระริก แต่
ทุกผู้คนล้วนกัดฟันข่มกลั้น นำตัวเข้าประจำตำแหน่งในกระบวนทัพโดย
อาศัยความเข้าใจจากการฝึกฝนช่วงสั้น ๆ ในสองสามวันที่ผ่านมา
ผู้บัญชาการหนายเดินตรวจแถวทัพ พร้อมกับพยายามปลุกเร้าจิต
วิญญาณการต่อสู้ของไพร่พลในหน่วยของตน
แม้ว่าพวกมันไม่เคยฝึกปรือกระบวนทัพค่ายกลมาก่อน แต่กระบวน ทัพที่
ผนึกรวมผู้คนนับหมื่นเข้าด้วยกัน บันดาลให้ทุกผู้คนที่เข้าร่วม กระบวนทัพ
รู้สึกตื่นเต้นเร้าใจอย่างบอกไม่ถูก
กระทั่งจั่วม่อยังไม่เคยควบคุมผู้คนจำนวนมากถึงเพียงนี้มาก่อน ผู้คน
หลายหมื่นคนแบ่งออกเป็นกระบวนทัพแต่ละหน่วย กระจัดกระจายเรียง
รายอยู่ตามตำแหน่งต่าง ๆ ในนครมหาสันติ
แต่ทั้งจั่วม่อและเหมียวจุนล้วนทราบแน่แก่ใจ พวกมันแม้มีผู้คนจำนวน
มากมายมหาศาล อาจไม่สามารถต้านทานการบุกจู่โจมของศัตรูได้ แม้แต่
ครั้งเดียว ทั้งหมดที่พวกมันเฝ้าตระเตรียม ก็เพื่อให้สามเณรมือใหม่ที่ ไม่
เคยมีประสบการณ์ทำศึกเหล่านี้ อย่างน้อยต้องอยู่รอดให้ได้หลังจาก การ
บุกจู่โจมระลอกแรกของศัตรู
หากพวกมันสามารถรอดจากการบุกจู่โจมระลอกแรกโดยไม่แตกพ่าย ไป
เสียก่อน บรรดาสามเณรน้อยเหล่านี้อาจเริ่มคุ้นชินกับบรรยากาศใน
สมรภูมิ ความได้เปรียบในเรื่องจำนวนคนของพวกมันจะเริ่มสำแดงผล
ออกมาอย่างช้า ๆ
อย่างไรก็ตาม จั่วม่อเมื่อมองดูความหวาดหวั่นบนใบหน้าคนเหล่านี้ ต้อง
ลอบฝืนยิ้มเงื่อนขม ในใจเต็มไปด้วยความวิตกกังวล
การนำเหล่าเณรน้อยจำนวนมหาศาล เข้าต่อสู้นั่นชนิดเดิมพัน ด้วยชีวิต
กับฝูงโจรตระกูลหญิงที่มากเล่ห์ดุจสุนัขป่า เรียกได้ว่าเป็นการค้าที่
ขาดทุนที่สุดเท่าที่วมอเคยกระทำมาชั่วชีวิต
แต่จั่วม่อไม่นึกเสียใจแม้แต่น้อย ในเมื่อจะอย่างไรก็ต้องต่อสู้ มันก็จะต่อสู้
ให้ยิ่งใหญ่เกรียงไกรจนโลก ต้องสะท้าน!
กวาดตามองไปรอบ ๆ เห็นกระบวนทัพน้อยใหญ่เรียงรายแน่นขนัด จั่วม่อ
รู้สึกหนังศีรษะชาซ่าน คลับคล้ายมีกระแสอนระอุพลุ่งพล่านอยู่ในไข
กระดูกของมัน
โอกาสที่จะได้บัญชาการการต่อสู้ขนาดใหญ่ถึงเพียงนี้ ไม่ใช่จะพบ พานได้
โดยง่าย
ม่านนํ้าค่อย ๆ เบาบางลงด้วยระดับความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตา เปล่า
สุ้มเสียงต่าง ๆ เริ่มชะงักขาดหาย รอจนชั่วพริบตาที่ม่านนํ้าเลือนหายไป
หมดสิ้น ทั่วทั้งนครมหาสันติก็ตกสู่ความเงียบงันอย่างสมบูรณ์
ม่านนํ้าแตกสลายกลายเป็นละอองนํ้าและกลุ่มหมอกเลือนราง
กองโจรตระกูลหมิงที่กระเหี้ยนกระหือรือประจกขึ้นในรายตาผู้คน ฝูงชน
ปั่นป่วนขึ้นทันที สีหน้ายิ่งทอดแววหวาดกลัวมากขึ้นกว่าเดิม
ฝ่ายกองโจรตระกูลหมิง รอจนภาพในเมืองปรากฏขึ้นต่อหน้าพวกมัน
กองโจรตระกูลหมิงพากันงงงันวูบ
ท่ามกลางซากความพินาศของนครมหาสันติ เห็นกระบวนทัพน้อย ใหญ่
มากมายตั้งทัพเรียงรายเชื่อมประสาน ราวกับผืนผ้าที่เต็มไปด้วยรอย
ปะติดปะต่อผืนหนึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่าครึ่งของนครมหาสันติ
“โอ้ พวกมันคิดต่อสู้กับพวกเรา!” หมิงฮุยใบหน้าประกฏรอยยิ้มเหี้ยม
เกรียม “แต่อาศัยกลุ่มเหวรากเหล่านี้ถึงกับคิดต่อสู้กับพวกเรา นี่มันช่าง
มันสั่นศีรษะพลางทอดถอนรำพันกับตัวเอง ราวกับว่ามันเองก็ไร้วาจา จะ
กล่าว เหล่าแม่ทัพนายกองพากันหัวร่อดังเซ็งแซ่
“นี่เป็นเรื่องดี อาจช่วยให้พวกเรารู้สึกสำราญใจได้บ้าง มิเช่นนั้นคง น่าเบื่อ
หน่ายแทบตายแล้ว” หนึ่งในแม่ทัพนายกองร้องออกมาดัง ๆ “ฟัง ว่าที่นี่มี
คนบุญหนักศักดิ์ใหญ่อยู่ไม่น้อย!”
มันเน้นคำ “บุญหนักศักดิ์ใหญ่ เป็นพิเศษ ทำเอาหลายคนใบหน้าทอ แวว
หิวกระหายขึ้นมา
คนบุญหนักศักดิ์ใหญ่เหล่านี้ปกติมีศักดิ์ฐานะสูงส่ง รอจนดิ้นพราดรํ่า ให้
ครวญครางอยู่ภายใต้เกือกม้าของพวกมัน ความตื่นเต้นเร้าใจแปลก ๆ ที่
พวกมันไม่เคยลิ้มรสมาก่อนจะแผ่ซ่านไปทั่วร่าง พวกมันไม่อาจระงบ
ยับยั้งเค้าความความดุร้ายอำมหิตบนใบหน้าได้อีก
“ฟังว่ากงจู่ทั้งสามสะคราญลํ้าเหนือผู้ใด!? แม่ทัพนายกองอีกผู้หนึ่ง เลียริม
ฝีปากแห้งแตกของตนเล็กน้อย กล่าวพลางหัวร่ออย่างชั่วข้า “หัวหน้าว่า
อย่างไร? ยกพวกนางให้แก่เราดีหรือไม่!”
เสียงหัวร่อของหมิงฮุยชะงักลงทันควัน มันเน้นเสียงหนัก “ย่อมได้! กงจู่ทั้ง
สามจะยกให้แก่ผู้ที่มีความดีความชอบมากที่สุด พวกเจ้าผู้ใดจะ ได้รับ
หญิงงามเป็นรางวัล ก็ขึ้นอยู่กับพวกเจ้าเองแล้ว!”
หมิงอวี่เวยขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ไม่เอ่ยคำใด
เหล่าแม่ทัพนายกองอื่น ๆ ล้วนมีสายตาดุร้ายอำมหิต เปิดเผยความ
ปรารถนาและโลภโมโทสันออกมาอย่างเต็มที่
“หัวหน้า! ให้ข้าไปเป็นคนแรก!” บุรุษเค้าหน้าหยาบกร้านผู้หนึ่ง กระโดด
ออกมาจากแถว
มันเรียกว่าเป้าซยง หนึ่งในแม่ทัพระดับกลางในกองโจรตระกูลหมิง พลัง
ฝีมือส่วนตัวเข้มแข็งยิ่ง หากมิใช่ว่าฝีมือทางการบัญชาทัพของมัน อ่อน
ด้อยไปบ้าง มันจะต้องกลายเป็นแม่ทัพบัญชาการศึกระดับทองอย่าง
แน่นอน อย่างไรก็ตาม มันแม้ไม่ใช่แม่ทัพบัญชาการศึกระดับทอง แต่
อาศัยพลังฝีมืออันแกร่งกร้าว ความองอาจเหี้ยมหาญ รวมถึงความดุร้าย
กระหาย เลือด มันชมชอบบุกตะลุยเป็นทัพหน้า บรรดาไพร่พลใต้ร่มธง
ของมันก็ คลั่งไคล้การเข่นฆ่าสังหาร เหี้ยมหาญและดุดันอำมหิตไม่ต่าง
จากมันเลย ทัพของเป้าซยงเป็นหนึ่งในทัพหน้าบุกทะลวงที่ทรงพลังที่สุด
ในกองโจร ตระกูลหมิง
หมิงฮุยผงกศีรษะ “ดี! บุกเข้าไป ลองทดสอบฝีมือของพวกมันดู!
นอกจากนี้ให้เกี่ยหลางและต้าหูคอยระวังสองปีกข้าง คอยคุ้มกันเป้าซยง”
เป้าซยงน้อมรับคำสั่ง ดวงตาสาดประกายเหี้ยมเกรียม มันรู้สึกคึกคัก ฮึก
เหิมถึงที่สุด อีกสองแม่ทัพที่ถูกเรียกพากันก้าวออกมาจากแถวทัพ ใบหน้า
ทอแววตื่นเต้นเร้าใจไม่ต่างกัน
ชั่วเวลาไม่นานนัก ทั้งสามกองพันก็เตรียมการเสร็จสิ้น
กองกำลังของพวกมันแต่ละคนมีจำนวนหนึ่งพัน รวมเป็นสามพันคน
มองดูกลุ่มคนที่เรียงรายแน่นขนัดอยู่ด้านล่าง พวกมันเต็มไปด้วยจิต
วิญญาณการต่อสู้อย่างเปี่ยมล้น
เป้าซยงยกขวานใหญ่ขึ้นสูง กู่คำรามดังกึกก้อง “ฆ่า!”
โดยไม่มีคำที่สอง มันนำกองทัพของตนโถมทะยานลงไปอย่างทันที
อีกสองกองพันไม่ยินยอมล้าหลัง แต่ละคนสั่งกองทัพกรีดวาดเป็นวง โค้ง
เสี้ยวจันทร์วงหนึ่ง มุ่งตรงไปยังสองฟากข้างของกระบวนทัพขนาด ใหญ่
ด่านล่าง
กองโจรตระกูลหมิงโถมทะลวงลงมาอย่างกราดเกรี้ยวดุดัน แผดเสียง
คำรามดังสนั่นบาดหู ประหนึ่งภูตร้ายทวงวิญญาณ
อากาศคล้ายเดือดพล่านขึ้นมาในทันใด
กองพันเป้าซยงเร่งความเร็วไม่หยุดยัง ราวกับพายุฝนฟ้าคะนองดำ ทะมึน
จู่ๆ ก็ก่อตัวขึ้นและกวาดซัดเข้ามาถึง
วู้ม วู้ม วู้ม!
เสียงแหวกฝ่าอากาศแหลมสูงค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นทุ่มลึก ผู้คนด้านล่าง ใน
ใจเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงสุดบรรยาย!
ความหวาดกลัวที่เหนือการควบคุมแผ่ซ่านไปทั่วร่าง กระบวนทัพ ปั่นป่วน
รวนเรขึ้นมาทันที พวกมันเกือบทั้งหมดไหนเลยจะเคยพบเห็นการ บุก
ทะลวงที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้มาก่อน
“อย่าแตกตื่นโดย่านตกตื่น! ผู้ใดหลบหนีร้านประหารฆ่าสิ้น!”
บรรดาผู้นาหน่วยทัพแผดเสียงตะโกนไม่ขาดสาย พยายามควบคุม
สถานการณ์ แต่ยังมีผู้คนที่แตกตื่นจนสูญสิ้นสติสัมปชัญญะ หันหลังเตลิด
หลบหนีอย่างไม่คิดชีวิต
เพียะ เพียะ เพียะ!
หยดนํ้าพุ่งทะลุแผ่นอกของคนเหล่านั้น ชีเตียวอวี่ที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ สี หน้ายะ
เยียบเย็นชา มันกระทั่งหางตายังไม่เหลือบแล
ทุกคนที่หันหลังหลบหนีล้วนไม่มีผู้ใดรอดชีวิต คนที่เหลือยุติความคิด
หลบหนีทันที
ชั่วพริบตานี้เอง เสียงตวาดสั่งการของบรรดาผู้นำหน่วยทัพดังระรัว ไม่ขาด
หู “เตรียมพร้อม! เตรียมพร้อม!”
คนเหล่านั้นคล้ายเพิ่งสะดุ้งตื่นขึ้นมา มองดูแสงสว่างที่ปะทุขึ้นจาก สหาย
ข้างกาย รวมถึงผู้คนโดยรอบ พวกมันกระทำตามไปตาม สัญชาตญาณ
กระบวนทัพค่ายกลสว่างเรืองรองขึ้นเป็นลำดับ
เป้าซยงดื่มดํ่ากับความรู้สึกของการบุกทะลวง มันจมอยู่ในความ ตื่นเต้น
เร้าใจสุดขีด ดวงตาแดงฉานอย่างสมบูรณ์ พลังทักษะปิศาจผนึก รวมรั้ง
อย่างไม่หยุดยั้ง
มันสามารถมองเห็นความปั่นป่วนรวนเรที่ด้านล่าง โดยเฉพาะอย่าง ยิ่ง
บรรดาตัวโง่งมที่หันหลังวิ่งหนี มันอดเหยียดหยามดูแลนไม่ได้ คน เหล่านี้
ช่างสมกับที่เป็นอาหารสัตว์โดยแท้
มันยิ่งเข้าใกล้ ยิ่งมองเห็นความหวาดกลัวบนใบหน้าผู้คน เห็นแข้งขาที่สั่น
ระริกของพวกมัน นี่ทำให้มันรู้สึกสำราญใจเป็นอย่างยิ่ง วูบวาบ ซาบซ่าน
ไปทั่วร่างดุจถูกกระแสไฟฟ้าแล่นผ่าน
ช่างเป็นฝูงลูกแกะน้อยนุ่มนิ่มอย่างแท้จริง!
เป้าซยงพลันเยื้อขวานใหญ่ขึ้นสุดล้า ขวานสีดำสนิทสาดประกายเย็น
เยียบ หมอกดำม้วนตลบครอบคลุมใบขวานอย่างหนาแน่น เจตนาฆ่าฟัน
ดุจลำแสงที่ส่องประกายท่ามกลางราตรีมืดมิด!
แทบจะในเวลาเดียวกัน บรรดาปิศาจสงครามเบื้องหลังมันชูศาสตรา มาร
ของพวกมันขึ้นอย่างพร้อมเพรียง
กลุ่มแสงสีขาวลอยขึ้นเหนือกระบวนทัพของพวกมัน แสงเหล่านั้น ประทั่ง
ฉลามกระสากลิ่นเลือด พากันถาโถมอย่างบ้าคลั่ง เข้าหาขวานทมิฬ ที่
ห่อหุ้มด้วยหมอกดำ
ขวานใหญ่สีดำสนิทคล้ายก่อเกิดหางยาวห้าสี กรีดวาดเป็นทางยาวที่
กลางอากาศ!
ระยะห่างระหว่างทั้งสองฝ่ายหดแคบลงอย่างเร็วรี่
รอจนได้จังหวะเหมาะเจาะพอดีที่สุด เป้าซยงตวาดดังกึกก้อง ขวาน ใหญ่
ในมือจามลงอย่างเกรี้ยวกราด “ฆ่า!”
“ฆ่า!”
บรรดานักรบเบื้องหลังมันกู่ก้องอย่างดุดัน ศาสตรามารในมือพวกมัน ฟัน
ลงอย่างสุดแรงกำลัง
แสงสว่างเจิดจ้าขึ้นในบัดดล
ลำแสงนับไม่ถ้วนผนึกรวมตัวกลายเป็นปราณขวานห้าสีขนาดมหึมา ยาว
กว่าหนึ่งร้อยจัง ฟาดฟันจากฟากฟ้า ถล่มใส่กองทัพเบื้องล่างอย่างหัก
โหม
ชั่วพริบตาที่ปราณขวานก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง เจตนาฆ่าฟันที่ชวนขน หัว
ลุกพลันกวาดวาบ กดทับใส่ผู้คนเบื้องล่างดุจพายุหมุนอันเกรี้ยวกราด!
มองดูใบหน้าของผู้คนเบื้องล่างปราศจากสีเลือด เป้าซยงรู้สึกสุข สำราญ
อย่างบอกไม่ถูก
ขณะที่มันกำลังวาดภาพว่าผู้คนเบื้องล่างจะแหลกลาญเป็นผุยผง ภายใต้
กระบวนท่าขวานของมัน ทันใดนั้นเสียงตวาดเย็นเยียบดังกึกก้อง
ขัดจังหวะความคิดของมัน
“ฆ่า!”
“ยิงได้!”
“ลงมือ!”
เป้าซยงร่องรอยเหยียดหยามดูแคลนแข็งค้างบนใบหน้า ในครรลอง
สายตามันจู่ ๆ ท่วมท้นไปด้วยกระแสพลังหลากสีทะลักทลาย!
ลำแสงเหล่านั้นมีจำนวนมากมายสุดคนานับ ทั้งยังไหลบ่ามาจากทุก ทิศ
ทุกทาง มันกระทั่งพื้นที่ให้หลบเลี่ยงยังไม่มี!
สังหรณ์อันตรายอย่างแรงกล้าพลุ่งขึ้นอย่างฉับพลัน เป้าซยงรู้สึกราว กับ
ว่าหล่นร่วงลงไปในหลุ่มนํ้าแข็ง เลือดที่เดือดพล่านในกายเปลี่ยนเป็น เย็น
เฉียบ!
ทุกสิ่งทุกอย่างในสายตามันกลายเป็นสีขาวพร่าง ไม่อาจมองเห็นสิ่ง ใดใน
ใจมันตกตะลึงพรึงเพริด นี่จะเป็นไปได้อย่างไร……..
มันยังไม่ทันจะได้ร้องเตือนจบคำ ก็ถูกคลื่นลำแสงอันคลุ้มคลั่งกลืน กินลง
ไปในบัดดล!
มันกระทั่งเวลาจะกรีดร้องยังไม่มี ก่อนที่ภาพทั้งหมดจะดับวูบไป
กลายเป็นความมืดมิดไปตลอดกาล
เมื่อกองทัพจำนวนสามหมื่นสองพันคนโจมตีพร้อมกัน เมื่อพลังโจมตี
มากกว่าสามหมื่นสายผสานรวมเข้าด้วยกัน ลำแสงสว่างวาบเจิดจรัสดุจ
ดวงตะวันสาดแสง เปลี่ยนผืนฟ้าทั้งหมดกลายเป็นสีขาวพร่าง!
กองพันเป้าซยงไม่ต่างจากเศษไม้ผุหล่นร่วงลงไปในกระแสนคลั่ง ถูกกลืน
หายวับไปกับตา
พร้อมกันนั้น ปราณขวานที่กองพันเป้าซยงฟาดฟันออกมาด้วยพลัง
ทั้งหมดของพวกมัน ก็กรีดผ่าคลื่นพลังพิโรธของฝ่ายตรงข้ามดุจฉีกผ้าเก่า
ๆ ฟาดฟันใส่กองพันบนพื้นในเวลาเดียวกัน!
ตูม!
เสียงระเบิดดังสนั่นลั่นโลก เศษหินปลิวเวียนว่อน คลื่นกระแทกอันน่า
ตระหนกกวาดวาบออกทุกทิศทางอย่างเร่งร้อน
ท่ามกองกระบวนทัพอันแน่นขนัดบนพื้น ปรากฏหลุมขนาดใหญ่โต จนน่า
ตระหมกหลมหนึ่ง ราวกับว่าพื้นที่ตรงนั้นถูกลบออกไปจนเกลี้ยง เกลา!
กระบวนท่าขวานของเป้าซยงครั้งนี้ถล่มใส่ห้าหน่วยทัพ และในหน่วย ทัพ
ทั้งห้านี้ มีอยู่หนึ่งหน่วยทัพที่มีจำนวนคนมากกว่าสองพันคน รับการ โจมตี
เข้าไปตรง ๆ ถึงกับถูกลบหายไปทั้งหมด!
พวกมันสูญเสียมากกว่าสามพันในคราวเดียว!
และแทบจะในเวลาเดียวกัน สองกองพันที่ติดตามมาคุ้มกันกองพัน เป้าซ
ยง ล้วนลงมือจู่โจมอย่างพร้อมเพรียง
เสียงระเบิดดังกึกก้องกัมปนาทอีกสองครั้งซ้อน!
หลุมมหึมาอีกสองหลุมปรากฏขึ้นบนพื้นแทบจะพร้อมเพรียงกัน แต่
กองโจรตระกูลหมิงทั้งสองกองพันนี้ไม่ได้แกร่งกร้าวดุดันเท่ากับกองพัน
เป้าซยง ความเสียหายที่พวกมันสร้างขึ้นเบาบางกว่ามาก แต่ถึงกระนั้นใน
สถานที่ทั้งสองแห่งนี้ ฝ่ายจั่วม่อยังคงเกิดการบาดเจ็บล้มตายมากกว่าสี่
พันคน!
เสียงรํ่าไห้ครวญครางดังระงม
ปิศาจเหล่านี้ย่อมไม่เคยพบเห็นภาพเช่นนี้มาก่อน หลายคนแตกตื่น จน
ขวัญหนีดีฝ่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระบวนทัพที่อยู่ใกล้เคียงกับการ โจมตี
ทั้งสามจุด!
เสียงกรีดร้องคล้ายระบาดใส่กลุ่มคนดุจโรคระบาด ผู้นำหน่วยทัพไม่ ว่าจะ
แผดเสียงตะโกนดังกึกก้องสักเท่าใด ล้วนแล้วแต่ไร้ประโยชน์ กองทัพ
ทั้งหมดดูราวกับจะล่มสลายได้ทุกเมื่อ
จั่วมอสีหน้าไร้อารมณ์ ดวงตาสาดประกายคมกริบ ขณะโบกมือให้
สัญญาณคนที่ด้านข้าง
สถานการณ์เช่นนี้ เป็นสิ่งที่มันคาดการณ์เอาไว้ล่วงหน้าแล้ว
“ผู้ที่บั่นทอนขวัญกำลังใจกองทัพ ให้ฆ่าทิ้ง!”
“ผู้ที่บั่นทอนขวัญกำลังใจกองทัพให้ฆ่าทิ้ง!”
เสียงตวาดดังกังวานไปทั่วนครมหาสันติอย่างพร้อมเพรียง
ชั่วพริบตานี้เอง เห็นเสาโลหิตนับไม่ถ้วนพวยพุ่งขึ้นท่ามกลาง กระบวนทัพ
ต่าง ๆ ปิศาจหลายร้อยตนที่สูญเสียความกล้า หลบหนีออก จากกระบวน
ทัพล้วนถูกสังหารคาที่!
วิธีการที่ทั้งดุดันและโชกเลือดนี้ ขู่ขวัญทุกผู้คนจนตะลึงลาน!
นครมหาสันติอันกว้างใหญ่เงียบกริบดุจป่าช้า เงียบเสียจนกระทั่งเข็ม สัก
เล่มตกลงพื้นคงได้ยินอย่างชัดเจน
หลายคนหน้าขาวเผือด แต่ไม่มีผู้ใดกล้าขยับตัว พวกมันได้แต่ยืนนิ่ง เงียบ
งันอยู่กับที่
เสียกงจู่กับพวกยังใบหน้าขาวซีด มือเท้าเย็นเฉียบ ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่า
เซี่ยวม่อเกอซึ่งปกติยิ้มแย้มแจ่มใส ยามลงมือจะเฉียบขาดและเหี้ยม
เกรียม ถึงเพียงนี้