สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 632 จุดอ่อน
จั่วม่อลอยตัวขึ้นจากพื้นอย่างแช่มช้า สีหน้าเย็นยะเยียบ ดวงตาคม
กล้าดุจกระบี่ แผ่ซ่านรังสีกดดันอันหนักหน่วงออกมา
ผู้คนที่หน้าซีดเผือดแหงนเงยมองตามโดยไม่รู้ตัว สายตาว่างเปล่า
และหวาดกลัวของพวกมันจ้องมองจั่วม่อเป็นตาเดียว
“ผู้ที่ถอยหนี ฆ่า! ผู้ที่ไม่ทำตามคำสั่ง ฆ่า! ผู้ที่บั่นทอนขวัญกำลังใจ
ของกองทัพ ฆ่า!”
คำว่า ‘ฆ่า’ ทั้งสามหนดุจสายลมยะเยือกกวาดผ่านทั่วนครมหาสันติ
ร่างที่ผอมบางอยู่บ้างกลางเวหา สะท้อนอยู่ในดวงตาหวาดสะพรึงของ
ผู้คน
“กุมศาสตรามารของเจ้าให้มั่น การปะทะครั้งต่อไปยังจะโหดร้ายกว่า
นี้ จะยิ่งรุนแรงกว่านี้ และจะยิ่งมีผู้คนล้มตายมากกว่านี้”
บนใบหน้าสลายคลายลง
อำนาจอันแปลกประหลาดบรรดาคนที่ประหว่ันพรั่นพรึงความหวาดกลัว
ยิ่งขึ้นแต่ไม่ทราบเพราะเหตุใดถ้อยคำของมันคล้ายแฝงไว้ด้วยพลัง
มันว่าการต่อสู้เพิ่งจะเปิดฉากขึ้นเท่านั้นหลังจากนี้ยังจะดุเดือดรุนแรงมาก
ยังปฏิบัติต่อพวกมันราวกับเป็นใต้บังคับบัญชาของมัน กระตุ้นเตือนพวก
จ่ัวม่อสุ้มเสียงเย็นยะเยือกมันไม่ได้ปลอบขวัญกำลังใจแก่ฝูงชนท้ัง
Page 1 of 11
ในสายตาของพวกมัน เซี่ยวม่อเกอมีท่วงท่าสงบเยือกเย็น ไม่ตื่นกลัว
แม้แต่น้อย ผู้คนที่สูญเสียความกล้าไปทีแรก พลันค้นพบที่ยึดเหนี่ยว ค่อย
ๆ สงบใจลง
“เมื่อครู่นี้ เราเพิ่งฆ่ากองโจรตระกูลหมิงไปสามพันคน!”
“พวกมันจะหวาดหวั่น จะเกรงกลัว แล้วจะโกรธเกรี้ยว การโจมตี
ระลอกต่อไปจะร้ายกาจกว่าเดิม” จั่วม่อยังคงกล่าวด้วยสุ้มเสียงราบเรียบ
และเย็นเยือก
ผู้คนมากขึ้นและมากขึ้นเรื่อย ๆ เริ่มเข้าใจความหมายของวาจา
เหล่านี้ สายตาของพวกมันค่อย ๆเป็นประกายขึ้น ความหวาดกลัวถูก
แทนที่ด้วยความตื่นเต้นระทึกใจ พวกมันพลันพบว่ากองโจรตระกูลหมิงที่
แท้ยังคงประกอบขึ้นจากเลือดเนื้อ พวกมันเป็นปุถุชนเช่นเดียวกัน พวกมัน
สามารถตายได้เหมือนกัน!
ทุกผู้คนจู่ ๆ ก็บังเกิดความรู้สึกว่าชัยชนะมิใช่ว่าเป็นไปไม่ได้
หากยังคงเกิดการปะทะกันเช่นนี้อีกสักหลายครั้ง กองโจรตระกูลหมิง
มิใช่สูญเสียผู้คนจนหมด พ่ายแพ้ไปเองหรอกหรือ?
ผู้คนที่ค้นพบความความหวังอีกครั้ง สีหน้าเริ่มเริ่มฮึกเหิมขึ้นทีละ
น้อย
ว่าเป็นความเสียหายอันหนักหนาอยู่บ้าง
คน! กองโจรตระกูลหมิงมีท้ังสิ้นเพียงสองหม่ืนคน! สามพันคนอาจเรียกได้
แต่ผู้ที่ขวัญกล้าบังอาจอยู่บ้างกลายเป็นต่ืนเต้นลิงโลดขึ้นมาทันที สามพัน
ฝูงชนส่งเสียงอ้ืออึงขึ้นมาทันที แม้คนส่วนใหญ่ยังคงหวาดหว่ันวิตก
Page 2 of 11
“ยืนหยัดไว้ แล้วเราจะชนะ!”
สุ้มเสียงของจั่วม่อไม่คิดกระตุ้นขวัญกำลังใจ ไม่มีความรัดทดหดหู่
สุ้มเสียงสงบราบเรียบที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นของมัน สะท้อนสะท้านไป
ทั่วนครมหาสันติ
ฝูงชนเงียบกริบลงอีกครั้ง แต่ละคนกุมศาสตรามารของตนเอาไว้แน่น
ดวงตาทุกคู่สดใสเป็นประกาย อัดแน่นไปด้วยความหวัง
หมิงฮุยดวงตามืดมนเย็นเยียบ
คำที่จั่วม่อกล่าวออกมา มันล้วนได้ยินครบถ้วนไม่ตกหล่น แต่ไม่ได้สั่ง
ให้เปิดฉากโจมตีเป็นคำรบสอง เหล่าสมาชิกกองโจรตระกูลหมิงอื่น ๆ ยังมี
สีหน้าหวาดหวั่นอยู่บ้าง เพียงปะทะกันรอบเดียวสหายโจรของพวกมัน
สามพันคนล้วนดับดิ้นสิ้นชีพ ไม่มีผู้ใดหลบรอดแม้แต่คนเดียว พวกมันไหน
เลยจะเคยประสบพบเจอเรื่องที่เขย่าขวัญวิญญาณถึงเพียงนี้มาก่อน
ในการต่อสู้เมื่อครู่ คลื่นการโจมตีที่ราวกับคลื่นยักษ์โหมซัด กระทั่ง
ดวงตะวันยังหม่นแสงไป ลูกแกะน้อยจู่ ๆ สยายเขี้ยวเล็บอันคมกล้าออกมา
ขบกัดพวกมันเต็มแรง จะไม่ให้พวกมันแตกตื่นตกใจได้อย่างไร
“คนผู้นี้สมควรเป็นเซี่ยวม่อเกอ เป็นไปตามคำร่าลือ มันทั้งหาญกล้า
บ้าบิ่นและกลอกกลิ้งเจ้าเล่ห์” หมิงฮุยจ้องมองกรงเล็บพิฆาตมังกรบนแผ่น
หลังของจั่วม่อ ม่านตาหดแคบลงทันควัน
หมิงอวี่เวยสีหน้าตะลึงงัน ทว่าที่นางสนใจไม่ใช่กรงเล็บพิฆาตมังกร
แต่เป็นถ้อยคำของจั่วม่อ นางได้ยินความเลือดเย็น เหี้ยมเกรียมและสงบ
Page 3 of 11
เยือกเย็นในคำพูดเหล่านั้น นางยังได้เห็นผู้ที่หวาดกลัวจนแทบแตกทัพ
ค่อย ๆ สงบใจลง ทั้งความแน่วแน่ที่จะต่อต้านแข็งขืนยิ่งมายิ่งกล้าแข็ง
กว่าเดิม
กองทัพที่สูญสิ้นขวัญกำลังใจและกำลังจะล่มสลายอยู่รอมร่อ แต่กลับ
ไม่ได้บังเกิดขึ้นตามที่นางคาดเอาไว้
บุคคลอันร้ายกาจนัก!
ทุกผู้คนพอฟัง ค่อยเพ่งพิศกระบวนทัพที่คล้ายเย็บปะติดปะต่อเข้า
ด้วยกันที่ด้านล่างอย่างจริงจัง
พวกมันล้วนมีปรสบการณ์โชกโชน ก่อนหน้านี้พวกมันเพียงไม่คิด
สนใจเหล่าลูกแกะในกำมือ แต่ยามนี้เมื่อหมิงอวี่เวยชี้บอก พวกมันค่อย
สังเกตอย่างใกล้ชิด ทันใดนั้นมองเห็นความนัยที่ซ่อนอยู่ในทันที
“เซี่ยวม่อเกออันกลอกกลิ้ง!”
ท่ามกลางเสียงอุทานสบถด่า ปะปนไปด้วยเสียงสูดลมหายใจอย่าง
หนาวเหน็บ
กองโจรตระกูลหมิงตั้งทัพอยู่บนฟากฟ้า สามารถมองลงมาเห็นเบื้อง
ล่างได้อย่างชัดเจน พวกมันในที่สุดค่อยสังเกตเห็นว่ากระบวนทัพของศัตรู
ที่ดูผิวเผินเหมือนเศษผ้าเย็บปะติดปะต่อกันนี้ ที่แท้เป็นเซี่ยวม่อเกอทุ่มเท
เป็นสิ่งที่หมิงฮุยต้องรับฟัง
บัญชาการศึกที่เลิศล้าที่สุดของกองโจรตระกูลหมิง คำประเมินของนาง
หมิงอวี่เวยจู่ๆ โพล่งประโยคนี้ออกมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม นางเป็นแม่ทัพ
“กระบวนทัพค่ายกลของพวกมันแปลกพิสดารหาผู้ใดเสมอเหมือน”
Page 4 of 11
กำลังความคิดมากมาย จัดตั้งกระบวนทัพค่ายกลขบวนนี้ขึ้นอย่างประณีต
บรรจงยิ่ง
หน่วยทัพแต่ละหน่วยที่เรียงร้อยเชื่อมประสานคล้ายรอยปะติดปะต่อ
ในผืนผ้า ประหนึ่งตัวเม่นที่เต็มไปด้วยหนามแหลมทั่วตัว ไม่ว่าพวกมันจะ
บุกจู่โจมเข้าไปในทิศทางใด ในตำแหน่งไหน พวกมันล้วนต้องเผชิญกับ
การกลุ้มรุมโจมตีจากกระบวนทัพเหล่านี้พร้อมกัน ไม่น้อยกว่ายี่สิบ
กระบวนทัพ!
แม้ว่าฝ่ายตรงข้ามไม่ใช่กองทัพ ไม่มีแม่ทัพบัญชาการศึกคอยควบคุม
กำลังทั้งหมด แต่คนสองหมื่นคนโจมตีรวมจุดอย่างพร้อมเพรียงก็เพียงพอ
ให้แม่ทัพบัญชาการศึกไม่ว่าคนใดต้องปวดเศียรเวียนเกล้า
ใช้พวกมากข่มเหงคนน้อย!
ประโยคนี้ผุดวาบขึ้นในใจทุกผู้คน เหล่าแม่ทัพนายกองมองหน้ากัน
ยามกะทันหันไม่ทราบจะทำอย่างไรดี นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกมันต้องเผชิญ
เข้ากับปัญหายุ่งยาก แต่ประสบการณ์ของพวกมันบอกพวกมันว่า ฝูงชน
คนธรรมดาไม่ว่ามีมากมายเท่าใด เมื่อเผชิญหน้ากับกองทัพก็เป็นได้แค่ฝูง
แพะแกะที่ได้แต่รอให้เชือดเฉือน หากพวกมันยินยอมสูญเสียสักเล็กน้อย
บุกเข่นฆ่าเข้าไปในกลุ่มศัตรู แพะแกะเหล่านี้จะแตกฮือหลบหนี จากนั้น
ศัตรูก็จะกลายเป็นเพียงแค่เหยื่อที่รอรับการเชือดเฉือน
แต่สิ่งที่บังเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาพวกมันในเวลานี้ ไม่มีอันใดเหมือนกัน
กับสิ่งที่พวกมันเคยรับรู้มาทั้งหมด
Page 5 of 11
พวกมันแม้สูญเสียสามพัน แต่ฝ่ายศัตรูเองก็ต้องแลกมาด้วยชีวิตคน
เจ็ดแปดพันคน ว่ากันตามเหตุผล ยามนี้กระบวนทัพศัตรูสมควรปั่นป่วน
รวนเร เริ่มแตกฮือหลบหนีและแตกพ่ายในที่สุด!
แต่คนเหล่านี้กลับไม่แตกฮือหลบหนี ความเฉียบขาดและดุดันอำมหิต
ของเซี่ยวม่อเกอไม่เพียงข่มขวัญทั่วนครมหาสันติ แต่กระทั่งเหล่าโจร
ตระกูลหมิงยังต้องสะท้านใจ สิ่งที่ทำให้พวกมันต้องประหลาดใจมาก
กว่าเดิม คือเซี่ยวม่อเกอกลับอาศัยเพียงคำพูดไม่กี่คำ ปลอบขวัญความ
หวาดวิตกของชาวนครมหาสันติ
คนธรรมดาสามัญเหล่านี้ มีจิตใจอันแข็งแกร่งและสงบนิ่งถึงปานนี้
ตั้งแต่เมื่อใด?
กระทั่งเหล่าโจรตระกูลหมิงที่เคยเข่นฆ่าสังหารเป็นทางโลหิต สร้าง
กองซากศพเท่าภูเขาเลากา ยังไม่อาจเข้าใจสิ่งที่บังเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา
พวกมันนี้!
จากนั้นหมิงอวี่เวยยังชี้ให้เห็นถึงจุดเด่นอันพิเศษเฉพาะกระบวนทัพ
ของฝ่ายตรงข้าม บันดาลให้พวกมันล้วนครั่นคร้ามหวาดระแวงบุรุษนาม
เซี่ยวม่อเกอผู้นี้มากขึ้นเรื่อย ๆ
“มีหนทางหรือไม่?” หมิงฮุยเอ่ยปากถาม มันทราบว่าเม่ยเม่ยของมัน
ฉลาดปราดเปรื่องในด้านยุทธวิธี นางเป็นที่พึ่งพาให้แก่มันเสมอ
หมิงอวี่เวยเพ่งมองกระบวนทัพค่ายกลขนาดมหึมาที่เบื้องล่าง ยังไม่
เอ่ยปากตอบคำ
Page 6 of 11
ทุกคนทราบว่านางกำลังขบคิดหาวิธีทำลายกระบวนทัพค่ายกล พวก
มันไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ๆ ด้วยเกรงว่าจะรบกวนสมาธิของนาง
ชั่วอึดใจให้หลัง นางดวงตาเป็นประกาย กล่าวว่า “กระบวนทัพค่าย
กลนี้แม้พิเศษพิสดาร แต่มิใช่ว่าจะไร้ผู้ต้าน!”
ทุกผู้คนคึกคักขึ้นอักโข พากันเงี่ยหูฟัง
“พวกมันแม้มีคนมาก แต่จะอย่างไรไม่ใช่กองทัพที่แท้จริง ดูผิวเผิน
เหมือนมีการร่วมมือประสานงานที่ดี แต่ภายใต้แรงกดดันของการสู้รบ
พวกมันย่อมมิอาจยืนหยัดได้นาน เราเพียงจัดหน่วยทัพเล็ก ๆ จำนวนมาก
คอยโจมตีก่อกวนขบวนทัพของพวกมันอยู่ตลอดเวลา บีบบังคับให้พวกมัน
ต้องคอยต่อสู้จนหมดเรี่ยวสิ้นแรง เพียงระวังอย่าถลำลงไปในตาข่ายของ
พวกมันก็พอ รอจนถึงเวลาพวกมันย่อมไม่สามารถรักษากระบวนทัพเช่นนี้
เอาไว้ได้นาน ถึงตอนนั้นเราจะบุกโจมตีตรงใจกลางกระบวนทัพของพวก
มัน ขอเพียงเราสามารถจัดการกับเซี่ยวม่อเกอ กระบวนทัพของพวกมัน
ย่อมต้องแตกพ่ายไปเอง!”
“นั่นก็ใช่แล้ว!”
“ใช่แล้ว ใช่แล้ว! พวกเราจะคอยหลอกล่อบัดเดี๋ยวเข้าใกล้ บัดเดี๋ยว
หนีห่าง พวกมันไม่ทราบจะสู้รบหรือไม่ สุดท้ายพวกมันย่อมต้องเหนื่อยล้า
เสียขบวนรวนเรไปเอง!”
“วิธีการอันประเสริฐ!”
เหล่าแม่ทัพนายกองพากันสรรเสริญเยินยอกันยกใหญ่ หมิงฮุยเองก็สี
หน้าแช่มชื่นขึ้น แผนการของหมิงอวี่เวยตีถูกจุดอ่อนของศัตรูตรง ๆ การ
Page 7 of 11
ใช้พวกมากข่มเหงคนน้อยแม้เป็นยุทธวิธีอันร้ายกาจ แต่จุดอ่อนของศัตรูก็
คือ พวกมันเป็นเพียงคนธรรมดาที่ไม่เคยได้รับการฝึกฝนเยี่ยงกองทัพ
ความจริงข้อนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
“ประเสริฐ! ให้ดำเนินการตามนี้!” หมิงฮุยบัญชา
กองโจรตระกูลหมิงเริ่มลงมือทันที
มองดูหน่วยทัพเล็ก ๆ ของศัตรูเฝ้าวนเวียนอยู่ตามชายขอบของแถว
ทัพพวกมัน คอยจู่โจมก่อกวนกระบวนทัพของพวกมัน แต่รอจนพวกมัน
จะโจมตีตอบโต้ ศัตรูก็หลบลี้หนีหน้า ผู้คนจำนวนมากเริ่มมีสีหน้าขัดตายิ่ง
“กองโจรตระกูลหมิงช่างไม่รวบรัดธรรมดาโดยแท้!” ซิ่นกงจู่สีหน้ามิสู้
ดี เสียกงจู่ยังมีริ้วรอยของความกังวล “พวกมันกำลังบีบบังคับให้พวกเรา
ต้องเปลืองเรี่ยวแรงคอยระวังพวกมัน”
แทบทุกคนที่อยู่ที่นี่สามารถล่วงรู้จิตเจตนาของกองโจรตระกูลหมิง
แต่ล่วงรู้ไปก็หาได้มีประโยชน์อันใด เนื่องเพราะไม่มีผู้ใดมีหนทางตอบโต้
ยุทธวิธีอันแยบยลนี้ กองโจรตระกูลหมิงมองจุดอ่อนของพวกมันออก และ
ไม่คิดจะปิดบังจิตเจตนาของพวกมันแม้แต่น้อย
ทุกคนพากันหันไปมองเซี่ยวม่อเกอตามสัญชาตญาณ
รอจนพวกมันมองเห็นใบหน้าสงบเยือกเย็นของเซี่ยวม่อเกอ พวกมัน
ก็สามารถสงบสติอารมณ์ลงทันควันเช่นกัน
มันจะต้องมีวิธีการรับมืออย่างแน่นอน!
แทบจะในเวลาเดียวกัน ทุกผู้คนล้วนบังเกิดความคิดเช่นนี้
Page 8 of 11
“พวกเราไม่อาจปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป!” จูเข่อที่ยืนอยู่ข้างกาย
จั่วม่อ อดกล่าวออกมาไม่ได้ บนใบหน้าของพวกมันหลายคนทอแวววิตก
กังวล หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป กระบวนทัพรอบนอกจะไม่สามารถยืนหยัด
อีกต่อไป และจะแตกพ่ายในไม่ช้า
และเมื่อเริ่มมีบางส่วนแตกพ่าย ต่อให้มีสิบเซี่ยวม่อเกอก็อาจจะรั้ง
เอาไว้ไม่อยู่อีก กองทัพทั้งหมดจะล่มสลายไปตาม ๆ กัน
หากนี่เป็นกองทัพที่ผ่านการฝึกปรือมาเป็นอย่างดี เวลานี้สามารถ
พลิกแพลงแปรขบวนทัพ อาศัยการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัพเข้ารับมือกับ
การเปลี่ยนแปลงของศัตรู แต่ในเวลานี้ในมือพวกมันมีเพียงกองทัพ
สามเณรมือใหม่ ที่ผ่านการฝึกปรือเพียงไม่ถึงสามวัน หากพวกมันพยายาม
แปรเปลี่ยนขบวนทัพในเวลานี้ แทนที่จะช่วยแก้ปัญหา อาจพาให้กระบวน
ทัพล่มสลายเร็วกว่าเดิมเสียอีก
แต่หากพวกมันไม่คิดหาหนทางเปลี่ยนแปลงในยามนี้ ช้าเร็วกระบวน
ทัพก็ต้องล่มสลายอยู่วันยันค่า
จั่วม่อผงกศีรษะ ไม่กล่าวคำใด เพียงชี้ไปยังเหมียวจุน
ไม่นานนัก กระบวนทัพรอบนอกพลันค่อย ๆ ถอยร่นกลับมา พร้อม
กันนั้นกระบวนทัพชั้นใน กลับผลักดันไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ
การแปรกระบวนทัพ สำหรับกองทัพที่ฝึกฝนมาเป็นอย่างดียังไม่ใช่
เรื่องง่าย อย่าว่าแต่คนเหล่านี้เพียงจะฝึกฝนได้เพียงสองวัน นี่เป็นไปไม่ได้
แต่แรกแล้ว
Page 9 of 11
ความปั่นป่วนโกลาหลแผ่ลามออกไป
ที่กองโจรตระกูลหมิงเฝ้ารอก็เป็นโอกาสเช่นนี้เอง พวกมันพลันโถม
ดิ่งลงมา เสียงแหวกฝ่าอากาศดังแหลมสูงบาดหู เจตนาฆ่าฟันทะลักล้น
จากกลางอากาศ พวกมันฉวยโอกาสบุกทะลวงในบัดดล!
กระบวนทัพที่อยู่รอบนอกยิ่งแตกตื่นลนลานกว่าเดิม
ความแตกตื่นลนลานแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว กระบวนทัพค่าย
กลที่เสียขบวนรวนเรอยู่แล้ว ยิ่งกลับกลายเป็นปั่นป่วนโกลาหลกว่าเดิม
แทบจะล่มสลายอยู่รอมร่อ
ในเวลานี้เอง แม่ทัพกองโจรตระกูลหมิงดวงตาสว่างวาบในบัดดล หัว
ใจเต้นระทึกขึ้นมา! ชั่วแวบหนึ่งมันสังเกตเห็น เห็นเส้นทางบุกโจมตีที่เลือน
รางจนแทบมองไม่เห็นสายหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้ามัน
เส้นทางสายนั้นนำไปหาเซี่ยวม่อเกอตรง ๆ! จากนั้นมันกวาดตาวูบ
มองเห็นกลุ่มคนที่ข้างกายเซี่ยวม่อเกอ มีกงจู่ทั้งสามกับเหล่าคนบุญหนัก
ศักดิ์ใหญ่อยู่ท่ามกลางพวกมัน!
แม่ทัพโจรนั้นลิงโลดยินดีสุดระงับ แทบลืมหายใจไปชั่วขณะ สวรรค์
อำนวยพรให้แก่พวกมันแล้ว ด้วยการประทานโอกาสที่ดีลงมาให้!
หากมันสามารถคร่ากุมคนกลุ่มนี้ได้ ศึกครั้งนี้จะจบสิ้นลงทันที!
สิ่งที่อยู่ตรงหน้ามันคือเนื้อติดมันชิ้นโตที่สุด หากมันสามารถกลืนกิน
ลงไป จะมีความดีความชอบยิ่งใหญ่ที่สุดในสงครามครั้งนี้
สายตามันร้อนระอุขึ้นมา!
โดยไม่มีคำที่สอง มันตวาดสั่งการ “บุกเข้าไป!”
Page 10 of 11
กองทัพของมันได้รับการฝึกปรืออย่างเข้มงวด เมื่อแม่ทัพของพวกมัน
ชี้บอก พวกมันก็ไม่รีรอลังเล บุกทะลวงเข้าไปทันควัน!
กองโจรตระกูลหมิงเมื่อบุกตะลุยเข้ามาในกระบวนทัพของพวกมัน
เป็นเหตุให้ผู้คนของเมืองมหาสันติต้องมัวพะวงคิดโจมตีตอบโต้พวกมัน
แต่ผู้คนที่อยู่ใกล้เคียงกับกองทัพโจรชุดนี้ ไหนเลยจะเป็นคู่มือของกองโจร
ตระกูลหมิงที่เจ้าเล่ห์ดุจสุนัขป่าได้
เลือดเนื้อกระเซ็นซ่าน เสียงแผดร้องครวญครางดังระงมไม่ขาดหู!
กองทัพโจรขบวนนี้ดุจมีดคมกล้าที่ผ่าก้อนเต้าหู้ ทะลุทะลวงผ่านแถว
ทัพในบัดดล พุ่งดิ่งเข้าหาเซี่ยวม่อเกออย่างหักโหม!
บนท้องฟ้า หมิงฮุยดวงตาทอประกายวาบ ใบหน้าแดงซ่านด้วยความ
ลิงโลดยินดี มันชี้ไปยังรอยแตกของกระบวนทัพฝ่ายตรงข้ามที่กำลังขยาย
ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ตวาดสั่งการเสียงดังสนั่น “ทุกคน บุกเข้าไป!”
กองโจรที่แทบอดรนทนไม่ไหวตั้งแต่แรก ถาโถมเข้าไปในบัดดล!
เจตนาฆ่าฟันทะลักทลายท่วมฟ้า!
Page 11 of 11