สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 635 ดาบอับโชคที่หลุดออกจากฝัก
เห็นเงาร่างมากมายนับไม่ถ้วนโถมออกมาจากฝูงชนที่แตกตื่นลนลาน
จัดขบวนเรียงรายอยู่ด้านล่างของทัพโจรตระกูลหมิงพอดี ภายในชั่ว
พริบตาเดียว เงาร่างดำทะมึนก็ปกคลุมท้องนภา
เงาดำเหล่านั้นรวดเร็วสุดบรรยาย เสียงแหวกฝ่าอากาศของพวกมัน
แหลมคมดุจคมดาบฟาดฟัน กังวานลึกกึกก้องเป็นระลอก เปี่ยมล้นไปด้วย
พลังอันน่าแตกตื่นสะท้านใจ
ผู้คนที่ได้ยินเสียงนี้ล้วนสีหน้าแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง ถึงกับหนัง
ศีรษะชาซ่าน
แต่ก่อนที่พวกมันจะทันใด้มีปฏิกิริยาตอบสนอง คลื่นพลังมหึมาที่
ผนึกรวมรั้งอย่างเข้มข้นพลันกระแทกใส่กลางแถวทัพกองโจรตระกูลหมิง
อย่างถนัดถนี่
ตูม!
คลื่นแรงปะทะอันเกรี้ยวกราดทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างในสายตาดูบิด
เบี้ยว
กระบวนทัพที่อยู่ตรงกลางกองโจรตระกูลหมิง กระทั่งเวลาจะกรีด
ร้องยังไม่มี คลื่นกระแทกอันบ้าคลั่งซัดผ่าน ร่างของพวกมันถูกบดขยี้
แหลกลาญภายใต้คลื่นการโจมตีนี้ สลายหายไปด้วยระดับความเร็วที่
มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า กระทั่งสังขารปิศาจอันทรงพลังของกองโจรหมิง
ยังแหลกเป็นจุณ ประหนึ่งมนุษย์หิมะต้องแสงแดดอันแผดเผา
หมิงอวี่เวยหน้าเขียวคล้า กองทัพ! พวกมันถูกกองทัพซุ่มโจมตี! ศัตรู
ถึงกับซุกซ่อนกองทัพที่แท้จริงขบวนหนึ่งเอาไว้!
อย่างไรก็ตาม กองโจรตระกูลหมิงห้าวหาญชาญศึก มีประสบการณ์
โชกโชน ดุร้ายกระหายเลือดเป็นชีวิตจิตใจ แม้ว่าการปรากฏตัวอย่าง
กะทันหันของกองทัพขบวนหนึ่งจะทำให้พวกมันประหลาดใจ แต่หลังจาก
แตกตื่นลนลานเพียงชั่ววูบ พวกมันพลันสงบใจลงทันควัน กองโจร
ตระกูลหมิงที่ประชิดใกล้กลุ่มคนบุญหนักศักดิ์ใหญ่ เร่งโถมทะยานต่อไป
อย่างไม่ลังเล กำลังอีกส่วนหนึ่งแบ่งออกมาหยุดยั้งกองทัพที่เพิ่งปรากฏตัว
ขอเพียงพัวพันกองทัพนี้เอาไว้ชั่วครู่ เมื่อกองทัพนี้ถูกหยุดไว้ที่นี่ย่อมไม่มี
ทางหนีรอดไปได้!
ไม่ว่ามองจากมุมใด การตอบสนองต่อเหตุเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน
ของกองโจรตระกูลหมิง เรียกได้ว่าน่าชมเชย ไม่มีข้อบกพร่องใดให้ค่อน
แคะตำหนิ หลังจากถูกซุ่มจู่โจมยังสามารถตอบโต้ได้อย่างรวดเร็วและหมด
จดถึงเพียงนี้ได้ มีเพียงยอดทหารปิศาจที่เปี่ยมล้นไปด้วยประสบการณ์สู้
รบเท่านั้น จึงสามารถกระทำเรื่องเช่นนี้
แต่มีสิ่งหนึ่งที่พวกมันร้อยคิดพันคำนวณยังคาดคิดไปไม่ถึง นั่นคือ
พวกมันประเมินความร้ายกาจของกองพันที่ไม่รู้จักนี้ผิดพลาดไป!
มิหน้าซ้าพวกมันยังประเมินความแกร่งกร้าวเกรียงไกรของเปี๋ยหาน
ผู้นำทัพกองพันบาปเคราะห์ต่าเตี้ยเกินไปมาก!
เปี๋ยหานใบหน้ายะเยียบเย็นชา แต่ดวงตาเร่าร้อนด้วยจิตวิญญาณ
การต่อสู้ สองข้างแก้มปรากฏรอยแดงซ่านจาง ๆ มันเฝ้ารอคอยศึกนี้มา
เนิ่นนานเกินไปแล้ว!
นับตั้งแต่ที่มันร่าเรียนวิชาแม่ทัพบัญชาการศึก มันก็เฝ้ารอศึกนี้มา
โดยตลอด นับแต่ชั่วพริบตาที่มันบัญชาการกองพันบาปเคราะห์ นับแต่
ช่วงเวลาที่มันถูกคุมขังอยู่บนเขาเสวียนคง นับตั้งแต่เสี้ยววินาทีที่มันหวน
คืนมายังแดนปิศาจ นับตั้งแต่ตอนที่มันไม่มีที่จะไป ยังคงดิ้นรนค้นหาที่พัก
พิง เจียงเจ๋อ ซึ่งผู้คนกล่าวกันว่าเป็นคู่แข่งที่ทัดเทียมกับมัน กลับพิชิตไป
โดยไร้ผู้ต้าน ดึงดูดทุกสายตาจากทั่วสามภพให้มองมายังตน เจียงเจ๋อดู
เหมือนจะพุ่งทะยานขึ้นสู่ศักดิ์ฐานะยอดแม่ทัพชั้นนำแห่งสวรรค์สี่ดินแดน
ทว่าตัวเปี๋ยหานเองกลับตกระกำลำบาก เส้นทางของมันเต็มไปด้วยความ
อับโชค ความพ่ายแพ้และวกวนหลงทาง ไม่ว่าไปยังที่ใดล้วนต้องเผชิญ
อุปสรรคขวากหนาม หลังจากผจญความยากลำบากเลือดตาแทบกระเด็น
มันยังไม่เคยแม้แต่ทำศึกครั้งแรก!
มันเฝ้ารอมายาวนานเกินไปแล้ว!
ขวานใหญ่ในมือของมันหิวกระหาย ดาบอันอับโชคเปล่งเสียงคร่า
ครวญหวนไห้ โศกเศร้าคับแค้น ดังระงมออกมาจากในฝัก
ศึกครั้งนี้จะระบือลือลั่นไปทั่วสามภพ! แสงเรืองรองแห่งยอดแม่ทัพผู้
กล้าแกร่งจะสาดส่องไปทั่วทั้งโลกหล้า!
ในดวงตาเย็นยะเยียบของเปี๋ยหาน สาดส่องด้วยประกายชนิดหนึ่ง ที่
เรียกขานว่าความเชื่อมั่น
ซิวเจ่อมีฝีมือมากที่สุดในการ ‘หยั่งคำนวณ’ ซึ่งความจริงเพียงถ้อยคำ
สั้น ๆ แต่แฝงไว้ด้วยแนวคิดหลักความจริงอันกว้างไพศาล ครอบคลุมถึง
การพิเคราะห์ หยั่งคำนวณพฤติการณ์ของศัตรู ค้นหาและฉกฉวยใช้
ประโยชน์จากจุดอ่อนในกระบวนทัพของศัตรู วิธีสำแดงพลังของกองทัพ
ฝ่ายตนออกมาได้อย่างสุดขีดความสามารถ เหล่านี้ล้วนเป็นหลักพื้นฐานที่
แม่ทัพบัญชาการศึกซิวเจ่อทุกคนจะต้องร่าเรียน เปี๋ยหานผู้ร่าเรียนวิธีการ
ทำศึกของซิวเจ่อตั้งแต่ยังเยาว์วัยจนเจนจบ มีฝีมือในเรื่องนี้อย่างที่ยากจะ
หาผู้ใดเสมอเหมือน
แต่แบบฉบับการบัญชาการกองทัพของเปี๋ยหานผิดแผกแตกต่างจาก
เจียงเจ๋อผู้เป็นศิษย์ร่วมสำนักอย่างสิ้นเชิง เจียงเจ๋อพอเหมาะพอดีในทุก
ด้าน ละเอียดรอบคอบ แทบไม่เคยเผยจุดอ่อนออกมา ส่วนเปี๋ยหาน เมื่อ
มันมายังภูเขาเสวียนคง ทุกผู้คนที่พบเห็นมันล้วนกล่าวเป็นเสียงเดียวกัน
“ดาบเล่มนี้อัปมงคลยิ่ง!”
แบบฉบับการบัญชาการของมันดุดันรุนแรง ประกอบกับนิสัยใจคอ
ยะเยียบเย็นชาของมัน มันสามารถทำทุกอย่างเพื่อชัยชนะ ไม่เว้นแม้แต่
การเสียสละกองทัพของตน มันเป็นตัวตนที่ผู้คนต้องระมัดระวัง
ความผิดพลาดเช่นการประเมินความสามารถของคู่ต่อสู้ผิดไป
นับเป็นโอกาสที่ดีเยี่ยมสำหรับแม่ทัพบัญชาการศึกระดับเปี๋ยหาน นี่เป็น
ข้อผิดพลาดที่เพียงพอให้มันพลิกสถานการณ์!
จนกระทั่งถึงบัดนี้ กองโจรตระกูลหมิงยังคงไม่เข้าใจระดับฝีมือของ
แม่ทัพบัญญชาการศึกที่พวกมันกำลังเผชิญ รวมถึงความสามารถของกอง
พันที่มีชื่อสะท้านไปทั่วหล้าขบวนนี้
ในขณะที่หน่วยทัพบริเวณส่วนกลางของกองโจรตระกูลหมิงเพิ่งจัด
กระบวนเตรียมบุกทะลวงจู่โจม การโจมตีครั้งใหม่ของกองพันบาปเคราะห์
ก็บรรลุถึงตรงหน้าของพวกมันแล้ว
ภายในมือของเปี๋ยหาน กองพันบาปเคราะห์ซึ่งถูกจั่วม่อยกระดับพลัง
ขึ้นมาอีกขั้นทรงพลังอำนาจดุจเทพปิศาจมารร้าย พวกมันเคลื่อนไหว
เหมือนเงาผี แต่ละการโจมตีของพวกมันหนักหน่วงดุจกระบี่ยักษ์ ไพร่พล
กองพันบาปเคราะห์หลายร้อยตนร่างวูบไหวตัดไขว้ไปมาด้วยรูปแบบ
ประสานอันพิสดารล้า ฉากเหตุการณ์อันแปลกประหลาดเหนือคาดคิด
พลันอุบัติขึ้น! กองโจรตระกูลหมิงที่ตระเตรียมจะบุกทะลวงเข้ามา จู่ ๆ
ดวงตาถลึงกว้าง บนร่างกายของพวกมันปรากฏเส้นโลหิตพาดผ่านดุจตา
ข่าย ราวกับว่าพวกมันถูกเส้นใยอันคมกริบนับไม่ถ้วนเชือดเฉือนผ่านร่าง
เช้ง!
โลหิตฉีดพ่นออกมาจากเส้นริ้วรอยโลหิตเหล่านั้น กลายเป็นหมอก
โลหิตกระจายคลุ้งกลางอากาศ ทหารโจรตระกูลหมิงเหล่านี้ร่างแยก
กระจายเป็นเจ็ดแปดส่วน รอยตัดและบาดแผลทุกแห่งราบเรียบดุจผิว
กระจก!
ต่อหน้าภาพอันอัศจรรย์พันลึกเช่นนี้ กระทั่งกองโจรที่ดุร้ายอำมหิต
ดังเช่นกองโจรตระกูลหมิงยังตกตะลึงพรึงเพริด ชั่วพริบตานี้พากันเหม่อ
มองเหมือนคนไร้วิญญาณ
เปี๋ยหานไม่สะทกสะท้าน ใบหน้าไม่แปรเปลี่ยนแม้แต่น้อย มีเพียง
ดวงตาที่ยิ่งมายิ่งแหลมคมดุจคมดาบ เบื้องหน้ามันไม่มีสิ่งใดขวางรั้งได้ สิ่ง
กีดขวางทั้งหมดล้วนถูกกวาดหายไป แนวหลังที่โล่งโจ้งของกองโจร
ตระกูลหมิงเผยออกมาต่อหน้าสายตาของมัน
ยามบรรยายอาจยาวนาน แต่ทั้งหมดนี้ล้วนเกิดขึ้นในเวลาชั่วกะพริบ
ตาเดียว
ก่อนที่แขนขาชิ้นส่วนร่างกายและหมอกโลหิตจะทันได้ตกกระทบพื้น
ก่อนที่กองโจรจะทันมีปฏิกิริยาตอบสนองและลงมือตอบโต้ กระบวนทัพ
บุกทะลวงที่ตระเตรียมมาอย่างยาวนานพลันทะลวงเข้ากลางกองทัพ
กองโจรอย่างหักโหม!
กองโจรตระกูลหมิงที่อยู่ใกล้กับกองพันบาปเคราะห์มากที่สุดหันหลัง
หลบหนีไม่คิดชีวิต ใบหน้าของพวกมันเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นพรั่น
พรึงและความสิ้นหวัง
ตูม!
ราวกับมีดคมกริบชำแหละเนื้อสด ๆ กองพันบาปเคราะห์ไม่ว่าบุก
ผ่านไปยังที่ใด เลือดเนื้อกระเซ็นซ่าน เศษกระดูกปลิวลิ่วไปทุกทิศทาง
กองพันบาปเคราะห์ยังคงฝึกปรือทักษะปิศาจไม่เคยขาด ต่อมายัง
ได้รับการปรับเปลี่ยนอาคมหวงห้ามบนร่างของพวกมัน เป็นเหตุให้พลัง
ทักษะปิศาจของพวกมันทวีความกล้าแข็งขึ้นอย่างมาก หลังจากที่จั่วม่อ
สลักแผนผังปิศาจชุดใหม่อันสมบูรณ์พร้อมให้แก่พวกมัน กองพันสัตว์
ประหลาดที่จิตวิญญาณไม่สมบูรณ์นี้ ยิ่งแข็งแกร่งกว่าเดิมเป็นร้อยเท่าพัน
ทวี!
พวกมันบรรลุถึงระดับความเร็วอันน่าแตกตื่นสะท้านใจ ท่าร่างลี้ลับ
ยากจะคาดเดา พวกมันพอโจมตีเต็มไปด้วยพลานุภาพกร้าวแกร่งเกรียง
ไกรไร้ผู้ต้าน ทั้งยังลึกล้าสุดหยั่งคาด
สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวมากที่สุด คือพวกมันไม่มีอารมณ์ความรู้สึกและ
ความกลัวแม้สักส่วนเสี้ยว พวกมันจะปฏิบัติตามคำสั่งของเปี๋ยหานอย่าง
ตั้งอกตั้งใจและสัตย์ซื่อ กระทั่งการโจมตีของศัตรูตกกระทบร่าง พวกมันยัง
คล้ายไม่รู้สึกตัว บางครั้งพวกมันไม่แม้แต่จะหลบเลี่ยงเสียด้วยซ้า กองพัน
บาปเคราะห์ไม่ต่างอันใดจากสัตว์ประหลาดขบวนหนึ่ง
แม้แต่กองโจรตระกูลหมิงที่มากประสบการณ์ ยังไม่เคยพบเห็นการ
บุกทะลวงอันกร้าวแกร่งเกรียงไกรถึงเพียงนี้มาก่อน!
กองโจรที่อยู่แถวหน้าสุดพากันแตกตื่นลนลาน พวกมันพยายามโถม
ทะยานไปข้างหน้า หลบหนีจากคลื่นทะลวงที่บุกเข่นฆ่ามาจากเบื้องหลัง
ชองพวกมัน ทหารโจรตระกูลหมิงที่เฉลียฉลาดกว่าเร่งเร้าพลังทั่วร่าง ดีด
กายพุ่งออกไปทิศทางด้านข้างแทน กองโจรตระกูลหมิงไม่ว่ากระบวนทัพ
อันใดล้วนล่มสลายลงในชั่วพริบตานี้เอง
กองพันบาปเคราะห์บุกทะลวงไปโดยไม่มีผู้ใดต้านติด เลือดเนื้อพร่าง
พรมชโลมท้องนภา ต่อหน้าพลังอันยิ่งใหญ่ไพศาลที่ก่อเกิดจากการบุก
ทะลวงของกองทัพ พลังอำนาจของคนผู้หนึ่งไร้คุณค่าความหมาย เล็ก
กระจ้อยร้อยไม่ต่างจากมดปลวก เพียงแค่เฉียดผ่านเบา ๆ ก็รุนแรงพอที่จะ
เชือดเนื้อหักกระดูก กระแทกทำร้ายผู้คนปลิวลิ่วดุจว่าวสายป่านขาด
กระดูกทั่วร่างแตกละเอียด พวกมันวิญญาณหลุดลอยออกจากร่างก่อนที่
จะตกถึงพื้นเสียอีก
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในชั่วพริบตาเดียว!
กองโจรตระกูลหมิงที่ด้านหลังสุดยังคงบุกทะลวงไปตามสภาวะ
ส่วนกลางกระบวนทัพแยกย้ายหลบหนีไปสองฟากข้าง ภายในชั่วกะพริบ
ตา กองโจรตระกูลหมิงที่อยู่ใกล้กับกองพันบาปเคราะห์ที่สุดถูกบดขยี้แตก
พ่าย โลหิตหลั่งเนืองนองเป็นท้องธาร
เหตุเปลี่ยนแปลงนี้อุบัติขึ้นเร็วเกินไป รวดเร็วเสียจนคนส่วนใหญ่ยัง
ไม่ทันตระหนักว่าเกิดอะไรขึ้น
การซุ่มโจมตีอันบ้าคลั่งถึงเพียงนี้ กระทั่งกองโจรตระกูลหมิงยังตก
ตะลึงพรึงเพริด
พวกมันเหม่อมองกองพันบาปเคราะห์ไล่เข่นฆ่าสังหารทหารโจร
ตระกูลหมิงที่แตกฮือหลบหนี เหล่าปิศาจแห่งกองพันบาปเคราะห์ไม่เคย
ลงมือเพียงลำพัง พวกมันอาละวาดฟาดฟันไปรอบ ๆ อย่างมีรูปแบบ ราว
กับว่าพวกมันกำลังถักทอเป็นตาข่ายขนาดมหึมาผืนหนึ่ง ทหารโจร
ตระกูลหมิงที่ตกอยู่ภายในตาข่ายไม่ว่าดิ้นรนขัดขืนสักเท่าใด ล้วนถูกตา
ข่ายอันคมกล้านี้สับร่างเป็นชิ้น ๆ ในบัดดล
กองพันบาปเคราะห์เก็บเกี่ยวชีวิตผู้คนอย่างเย็นชา แขนขาอวัยวะ
ปลิวกระเด็นทุกแห่งหน โลหิตฉีดพ่นย้อมท้องฟ้าจนแดงฉาน
ฉากการฆ่าฟันที่ชุ่มโชกไปด้วยโลหิตนี้น่าสยดสยองสุดทนดู กระทั่ง
กองโจรตระกูลหมิงที่โหดเหี้ยมอำมหิตยังไม่อาจระงับความสะอิดสะเอียด
ของพวกมันได้ หลายคนเริ่มขยักขย้อนเป็นการใหญ่
หมิงฮุยสีหน้าเขียวคล้า เหม่อมองภาพตรงหน้าอย่างเหลือเชื่อ เมื่อ
ไม่กี่อึดใจที่แล้วทุกสิ่งทุกอย่างยังอยู่ในกำมือของมัน กรงเล็บพิฆาตมังกร
กำลังจะตกเป็นของมัน แต่เพียงชั่วพริบตาเดียว กองโจรตระกูลหมิงอัน
เกรียงไกรกลับล้มตายไปมากกว่าครึ่ง
ดวงตาของมันว่างเปล่าเลื่อนลอย กองทัพโจรที่ยังหลงเหลือถูกกลิ่น
อายเย็นเยียบข่มขู่จนขวัญหนีดีฝ่อ ล่าถอยไปร้อยกว่าจั้งโดยไม่รู้ตัว!
ไฉนเป็นเช่นนี้?
หมิงอวี่เวยใบหน้าซีดขาวเหมือนคนตาย ดวงตาเต็มไปด้วยความ
ประหวั่นพรั่นพรึง กล่าวเสียงสั่นสะท้าน “พี่ใหญ่ คนผู้นี้…เราไม่สามารถ
เอาชนะได้!”
ไม่สามารถเอาชนะได้?
สีหน้าเลื่อนลอยของหมิงฮุยแปรเปลี่ยนเป็นบ้าคลั่งในบัดดล มันตวาด
อย่างเดือดดาล “ไม่สามารถเอาชนะได้! ไม่สามารถเอาชนะได้หมายความ
ว่าอย่างไร! พวกเราคือกองโจรตระกูลหมิง! เราคือกองโจรตระกูลหมิงที่ไร้
ผู้ต้าน! เม่ยเม่ย! ข้าเชื่อในความสามารถของเจ้า… …”
“พี่ใหญ่ ไม่มีประโยชน์” หมิงอวี่เวยสุ้มเสียงยังคงสั่นสะท้านเล็กน้อย
แต่สีหน้าฟื้นคืนความสงบอย่างรวดเร็ว นางสั่นศีรษะพลางกล่าวอย่างเคร่ง
ขรึม “ข้ามิใช่คู่มือของมัน นับตั้งแต่เปิดฉากการซุ่มโจมตี มันล้วนคาด
คำนวณสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดเอาไว้ล่วงหน้า ท่ามกลางสถานการณ์สับสน
วุ่นวาย มันยังคงปลอดโปร่งถึงเพียงนั้น ช่างน่าสะพรึงกลัวนัก ข้าสำนึกตัว
ว่ามิใช่คู่มือของมัน ยิ่งไปกว่านั้น กองพันนี้ยังแข็งแกร่งกว่าพวกเรามาก
คนผู้นี้สามารยกขึ้นเทียบกับเหล่าแม่ทัพที่มีชื่อเสียงเหล่านั้นได้”
“เม่ยเม่ยเจ้ามีฝีมือยิ่งกว่าแม่ทัพที่มีชื่อเสียง… …”
“พี่ใหญ่ มันอาจสามารถเข้าสู่หอเกียรติยศ!”
เสียงสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บดังระงม เหล่าแม่ทัพนายกองรอบ
กายแต่ละคนมีสีหน้าตื่นตระหนกสุดระงับ
หอเกียรติยศ!
แดนปิศาจแม้ไม่ใหญ่โตเท่าภพเซียนของซิวเจ่อ แต่ยังคงกว้างใหญ่
ไพศาลมาก ทั่วทั้งดินแดนร้อยโหดและดินแดนแห่งความมืดมีแม่ทัพ
บัญชาการศึกมามายดุจดวงดาวบนท้องฟ้า นับเป็นจำนวนไม่ถ้วน แต่ยังมี
สถานที่อันเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าแม่ทัพบัญชาการศึกเผ่าปิศาจทั้ง
มวล นั่นคือหอเกียรติยศ
หอเกียรติยศเปิดต้อนรับผู้มาเยือนทุกรูปนาม มีผู้คนมากมาย
หลั่งไหลมาเยือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่เคยขาด หอเกียรติยศฟังดูยิ่งใหญ่
แต่อันที่จริงไม่ได้ใหญ่โต มันเป็นเพียงหอศิลาเล็กที่มีพื้นที่เพียงไม่กี่สิบหมู่
หอเกียรติยศเก็บบันทึกแม่ทัพบัญชาการศึกในอดีตทุกคนที่สามารถ
ระบุตัวตน ก่อตั้งขึ้นโดยเหล่านักประวัติศาสตร์ แรกเดิมเดิมทีไม่ได้มี
ชื่อเสียงอันใด พวกมันเพียงสลักนามของยอดแม่ทัพบัญชาการศึกที่กล้า
แกร่งเกรียงไกรที่สุดของทุกยุคสมัยไว้ภายในหอเกียรติยศ สิ่งที่ทำให้หอ
เกียรติยศเริ่มมีชื่อเสียงอย่างแท้จริง คือการทำนายผลลัพธ์ของการศึก
หลายต่อหลายครั้ง ล้วนถูกต้องแม่นยำเหมือนดั่งคำคาดการณ์ กาลเวลา
ล่วงผ่านไม่หยุดยั้ง แต่เจ้าหอเกียรติยศแต่ละรุ่นก็ยังคงไว้ซึ่งความยุติธรรม
นามที่สามารถสลักลงไปในหอเกียรติยศล้วนผ่านการเลือกเฟ้นอย่าง
เคร่งครัดกวดขัน พวกมันทั้งหมดล้วนเป็นยอดแม่ทัพซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี ใน
ฐานะแม่ทัพบัญชาการศึกที่แข็งแกร่งที่สุดในยุคสมัยของพวกมัน
เมื่อเวลาผ่านไปนับพันปี หอเกียรติยศกลายเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ของแม่
ทัพบัญชาการศึกเผ่าปิศาจ แม่ทัพหลายคนนับตั้งแต่วันที่เริ่มฝึกฝนการ
เป็นทัพบัญชาการศึก ล้วนใฝ่ฝันถึงว่าวันหนึ่งนามของพวกมันจะได้รับการ
จารึกไว้ในหอเกียรติยศ
นี่แสดงถึงความสำเร็จและเกียรติยศที่ไม่มีผู้ใดเทียบ!
ดังนั้นวาจาของหมิงอวี่เวยก่อให้เกิดความแตกตื่นตะลึงลานเพียงใด
ย่อมเป็นที่คาดคำนวณได้ นามสุดท้ายที่ถูกจารึกลงไปในหอเกียรติยศก็
ยี่สิบปีล่วงมาแล้ว หมิงอวี่เวยกลับกล่าวว่าแม่ทัพของศัตรูผู้นี้มีโอกาสที่จะ
เข้าสู่หอเกียรติยศ จะไม่ให้พวกมันแตกตื่นตระหนกได้อย่างไร?
แต่พวกมันรู้จักคุ้นเคยกับหมิงอวี่เวยเป็นอย่างดี นางฉลาด
ปราดเปรื่องเจ้าแผนการ นางเป็นแม่ทัพบัญชาการศึกที่แข็งแกร่งที่สุดใน
กองโจรตระกูลหมิง วาจาของนางอาจฟังดูเหลือเชื่อ แต่คนกว่าครึ่งเชื่อถือ
นางโดยไม่มีข้อโต้แย้ง
หมิงฮุยเหม่มองใบหน้าเคร่งขรึมจริงจังของผู้เป็นเม่ยเม่ยอย่างโง่งม
ความเดือดดาลบนใบหน้ามันเลือนหายไปตั้งแต่แรกโดยไม่ทันได้รู้สึกตัว
ทันใดนั้นมันยกมือขึ้น กระหน่าตบหน้าตัวเองแรง ๆ หลายครั้ง
“พี่ใหญ่!” หมิงอวี่เวยถูกพฤติการณ์ของหมิงฮุยข่มขู่จนอกสั่นขวัญ
หาย เหล่าแม่ทัพนายกองล้วนหน้าเผือดสี
หมิงฮุยตบตัวเองอย่างหนักหน่วงรุนแรงยิ่ง ตบจนใบหน้าของมันเต็ม
ไปด้วยรอยมือแดงฉาน สายตาของมันกลับคืนสู่ความสงบเยือกเย็นอีกครั้ง
มันจ้องมองการสังหารหมู่ที่ยังคงดำเนินอยู่ในระยะไกล พลางกล่าวเสียง
หนัก “ข้าหมิงฮุย จะจดจำความอัปยศในครั้งนี้! เม่ยเม่ยอย่าได้ท้อแท้ มัน
สามารถก้าวเข้าสู่หอเกียรติยศแล้วจะเป็นไร? นับตั้งแต่ข้ายังเด็ก ข้าก็
เชื่อมั่นว่าเม่ยเม่ยของข้าต้องสามารถเข้าสู่หอเกียรติยศอย่างแน่นอน! ข้า
เชื่อมั่นในตัวเจ้า!”
อวี่อวี่เวยกัดริมฝีปาก น้าตาเอ่อคลอในดวงตาคู่งาม สองมือกำแน่น
โดยไม่รู้ตัว