สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 636 กะทันหัน
“การศึกในวันนี้ทำให้ข้าตาสว่าง! คราครั้งนี้ในที่สุดข้าก็เข้าใจกระจ่าง
อาศัยลวดลายต่าต้อยเหล่านี้ข้าไม่อาจสร้างกองทัพที่แท้จริงได้” หมิงฮุย
กล่าวด้วยสายตาแน่วแน่มั่นคง “ข้าจะสลายอาคมหวงห้ามบนร่างพวกเจ้า
ทั้งหมด ในยามนี้หากเจ้าคิดจากไป สามารถจากไปได้ตามใจปรารถนา! ข้า
ตกลงใจสร้างกองทัพขึ้นมาใหม่ ไม่ใช่กองโจร แต่เป็นกองพันหมิง! หากเจ้า
ยังคงยินดีที่จะอยู่กับข้า ข้าหมิงฮุยผู้นี้รับปากว่าจะไม่ทำให้พวกเจ้า
ผิดหวัง!”
มันพอกล่าวจบความ เหล่าแม่ทัพนายกองล้วนสะท้านขึ้นทั้งร่าง สี
หน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ หมิงฮุยยังพูดจริงทำจริง พร้อมกับที่
กล่าววาจาก็ปลดปล่อยอาคมหวงห้ามออกจากร่างของทุกคนด้วย
บางคนยกมือประสาน คารวะหมิงฮุยเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหมุนตัว
จากไปทันที หมิงฮุยไม่ขวางรั้งหน่วงเหนี่ยวพวกมัน ภายในชั่วอึดใจเดียว
คนของมันก็หลงเหลืออยู่เพียงสามพันคนเท่านั้น
เหล่ากองโจรที่พบว่าอาคมหวงห้ามภายในร่างสลายหายไป พลัน
สูญเสียความกล้าที่จะต่อสู้อีก พากันหลบหนีจากไปทันที
หมิงอวี่เวยลดเสียงกระซิบเบาต่า “พี่ใหญ่ ปลดปล่อยอาคมหวงห้าม
ออกในเวลาเช่นนี้ เกรงว่าจะไม่ดีนัก… …”
Page 1 of 12
หากอาคมหวงห้ามยังคงควบคุมบังคับคนเหล่านี้เอาไว้ อาจสามารถ
ยื้อเวลาให้พวกมันหลบหนีได้มากกว่า
หมิงฮุยแย้มยิ้มอย่างลี้ลับ กล่าวด้วยเสียงกระซิบเช่นเดียวกัน “อย่า
ห่วงไปเลย ข้าย่อมมีแผนการเป็นมั่นเหมาะ วันนี้ข้าใจบุญสุนทานเป็น
พิเศษที่ไม่เข่นฆ่าสังหารคนที่หลบหนีเหล่านั้น แต่หากพวกมันต้องตกตาย
ในเงื้อมมือของฝ่ายตรงข้าม ก็นับว่าเป็นชะตากรรมของพวกมันเองแล้ว”
หมิงอวี่เวยรู้สึกเย็นเยียบไปถึงไขสันหลัง พี่ใหญ่ดูผิวเผินคล้าย
ปลดปล่อยพวกมันให้เป็นอิสระ แต่แท้ที่จริงเป็นการผลักไสพวกมันไปสู่
ความตาย
กองโจรตระกูลหมิงที่แตกทัพกระจัดกระจายกันหลบหนี ต่อให้หลบ
รอดไปจากกองพันลึกลับอันน่าพรั่นพรึงนั้นได้ แต่พวกมันจะไม่มีทางหลุด
รอดไปจากเงื้อมมือของเหล่ายอดยุทธ์นครมหาสันติ นี่เท่ากับพวกมันช่วย
ดึงความสนใจของยอดยุทธ์เหล่านั้นไปโดยที่พวกมันเองก็ไม่ทันรู้ตัว
“พี่ใหญ่ ท่านกำลังรอคอยปู้เกิ้นใช่หรือไม่?” หมิงอวี่เวยถามอย่าง
กะทันหัน
หมิงฮุยแย้มยิ้มเย็นชา “ย่อมมิใช่เพียงแค่ปู้เกิ้นเท่านั้น กองทัพนี้อาจ
ร้ายกาจสุดหยั่งคาด แต่จะอย่างไร ของวิเศษเช่นกรงเล็บพิฆาตมังกรย่อม
เป็นที่ปรารถนาของผู้คนนับไม่ถ้วน! ปู้เกิ้นเป็นบุคคลอันชาญฉลาด
นับตั้งแต่เริ่มแรกมันก็สำนึกตัวว่าหอสมบัติมหาสันติหาใช่สิ่งที่คนเช่นมัน
จะสามารถแตะต้องได้ไม่ ดังนั้นมันเมื่อได้รับข้อมูลข่าวสาร ก็แพร่กระจาย
ข่าวสารออกไปตั้งแต่แรก”
Page 2 of 12
หมิงฮุยดวงตายิ่งเย็นยะเยือกกว่าเดิม มันแค่นเสียงอย่างเย็นชา
“ความวุ่นวายจะไม่จบสิ้นลงโดยง่ายเช่นนี้แน่!”
กล่าวจบคำ มันก็ออกคำสั่งให้กองทัพที่เหลือล่าถอยเต็มกำลัง หมิงอวี่
เวยนิ่งเงียบงันไป นางแม้ห้าวหาญชาญศึก เป็นแม่ทัพบัญชาการศึกที่มี
ฝีมือ แต่นางสำนึกตัวดีว่าในด้านคิดอ่านวางแผนนางมิใช่คู่มือของเกอเกอ
ของนาง
สำหรับเกอเกอของนาง ความพ่ายแพ้ในครั้งนี้แม้แต่นางก็ไม่ทราบว่า
เป็นสิ่งที่ดีหรือเลวร้าย… …
หมิงอวี่เวยในใจเกิดเป็นเงาทะมึน รู้สึกหวาดวิตกต่อภายภาคหน้าอยู่
บ้าง
กองโจรตระกูลหมิงแตกพ่ายหลบหนีอย่างกะทันหัน เป็นสิ่งที่ไม่มี
ผู้ใดคิดฝันไปถึง
ในชั่วพริบตา เหมียวจุนกับซู่หลงรู้สึกว่าแรงกดดันลดน้อยลงไปมาก
พวกมันแม้ไม่ทราบชัดว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น แต่เพื่อที่จะช่วยเปิดโอกาส
ให้แก่กองพันบาปเคราะห์ พวกมันต้องเผชิญกับศัตรูที่มีจำนวนมากกว่า
พวกตนหลายเท่า ยามนี้เหน็ดเหนื่อยแทบล้มประดาตาย
แม้ว่าจะเห็นศัตรูแตกพ่ายหลบหนีไปต่อหน้าต่อตา พวกมันก็ไม่มี
เรี่ยวแรงไล่ล่าคนเหล่านั้น
ซู่หลงกับไพร่พลค่ายเว่ยกระแทกนั่งลงบนพื้นที่เนืองนองไปด้วย
โลหิต เริ่มโคจรพลังฟื้นฟูสภาพ เหมียวจุนก็สั่งให้คนของมันรีบพักผ่อนฟื้น
Page 3 of 12
กำลังทันที แต่สายตาของมันเหลือบมองไปยังเปี๋ยหานที่บนฟากฟ้าโดยไม่
รู้ตัว
เปี๋ยหานเข้ามาอาศัยในนครมหาสันติเป็นเวลานาน ขุมกำลังสำคัญ
ทุกกลุ่มล้วนรู้จักคนผู้นี้ ทั้งยังล่วงรู้ว่ามันมีกองทัพที่เรียกว่ากองพันบาป
เคราะห์อยู่ภายใต้ร่มธงของมัน แต่ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าบุคคลที่ทระนงถือดี
และเย็นชาผู้นี้จะทรงพลังอำนาจถึงเพียงนี้ กองพันไร้ชื่อเสียงเรียงนามนี้
ช่างน่าประหวั่นพรั่นพรึงเป็นอย่างยิ่ง!
เมื่อได้ชมดูการโจมตีติดต่อตามกันเป็นชุดเมื่อครู่ เหมียวจุนถึงกับ
หน้าเผือดสี
ในฐานะแม่ทัพบัญชาการศึกระดับทอง มันทราบกระจ่างกว่าผู้ใด
แบบฉบับการรบที่ดุดันอำมหิตถึงเพียงนี้ ชั่วชีวิตนี้มันไม่เคยพบเห็นมา
ก่อน!
เปี๋ยหานไม่ต้องสงสัยเลยว่ามีฝีมืออยู่ในระดับแม่ทัพชั้นยอด!
เหมียวจุนพอขบคิดถึงตรงนี้ อดไม่ได้ต้องหันไปมองจั่วม่ออย่าง
ครุ่นคิด พวกซู่หลงไม่เคยปิดบังอันใดจากเหมียวจุน ดังนั้นเหมียวจุน
รับทราบมานานแล้วว่าเซี่ยวม่อเกอต้าเหรินยังมีแม่ทัพไร้ผู้ต้านอยู่คนหนึ่ง
เรียกว่ากงซุนชา ทั้งยังมีกองพันไร้พ่ายที่เรียกว่าค่ายจูเชวี่ย
เหมียวจุนเมื่อสนิทสนมคุ้นเคยกับนิสัยใจคอของซู่หลง สำหรับเรื่อง
ความสามารถของแม่นางน้อยกงซุน มันไม่มีข้อกังขาแม้แต่น้อย มันยัง
เกรงว่าซู่หลงจะกล่าวต่ากว่าความเป็นจริงเสียอีก
Page 4 of 12
เมื่อเพิ่มเปี๋ยหานเข้าไปอีกผู้หนึ่ง เท่ากับว่าเซี่ยวม่อเกอต้าเหรินก็ถือ
ครองสองแม่ทัพชั้นยอดอยู่ใต้ร่มธง!
ขุมกำลังที่มีขีดความสามารถเช่นนี้ กระทั่งในแดนปิศาจอันกว้างใหญ่
ไพศาลยังสามารถนับได้ด้วยนิ้วมือข้างเดียว
เมื่อผนวกกับเขิงเหลียนเอ๋อร์และอากุ่ยผู้มีพลังฝีมือลึกล้าสุดหยั่งคาด
มิหนำเซี่ยวม่อเกอต้าเหรินเองยังมีพลังฝีมือกล้าแกร่งไม่แพ้กัน เหมียวจุน
พลันตระหนัก ภายในกลียุคอันวุ่นวาย โลกหล้าแบ่งแยกออกเป็นส่วน ๆ
สงครามปะทุขึ้นทุกแห่งหน ขุมกำลังเยี่ยงนี้อาจสามารถขยายอำนาจ
อิทธิพลและครองอำนาจ
เมื่อคิดถึงสิ่งเหล่านี้ ดวงตามันวาววับเป็นประกายเจิดจ้า
เสียกงจู่กับพวกทั้งหลายถึงกับปากอ้าตาค้าง สถานการณ์พลิกตลบ
อย่างกะทันหัน จนแม้แต่พวกมันยังตามไม่ทัน หลายคนจนถึงยามนี้ยังไม่
เข้าใจว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นบ้าง
เซี่ยวม่อเกอเรียกให้พวกมันล่าถอยมาในทิศทางนี้ และทุกคนล้วน
เห็นพ้องด้วย
แต่เมื่อกองทัพใหญ่แห่งกองโจรตระกูลหมิงมุ่งเป้ามายังพวกมัน พวก
มันตื่นตระหนกจนหน้าเผือดสี ทุกคนล้วนเข้าใจว่าพวกมันคงไม่มีหนทาง
หนีรอดไปได้ แต่ภายในชั่วกะพริบตาครั้งเดียว กองพันบาปเคราะห์
ประหนึ่งผุดขึ้นจากขุมนรกอย่างฉับพลัน สะบั้นทำลายกองโจรตระกูลหมิง
เป็นชิ้น ๆ
Page 5 of 12
ผู้ที่มีความคิดประเปรียวอยู่บ้าง อดไม่ได้ต้องหันไปมองเซี่ยวม่อเกอ
อย่างหวาดเกรง
คนผู้นี้มีกองพันอันแกร่งกร้าวเกรียงไกรถึงเพียงนี้อยู่ในมือ แต่
สามารถปกปิดเป็นความลับ ไม่ให้ผู้ใดล่วงรู้ขีดความสามารถที่แท้จริงของ
พวกมัน มันรวมรวมพลเมืองจำนวนมหาศาลมาก่อตั้งกระบวนทัพค่ายกล
ขนาดมหึมา ทำทีเป็นต่อสู้อย่างจนตรอก จุดประสงค์ก็เพื่อล่อลวงให้
กองโจรประมาทพวกมัน และเพื่อที่จะสร้างโอกาสให้กองพันบาปเคราะห์
จู่โจมปลิดชีพในคราวเดียว มันถึงกับโยนทุกคน รวมทั้งตัวมันเองออกมา
เป็นเหยื่อล่อ
ความลึกซึ้งชั่วร้ายของคนผู้นี้ ยากจะหยั่งคำนวณโดยแท้!
“ช่างกลอกกลิ้งนัก!” หญิงรับใช้วัยกลางคนทอดถอน รู้สึกอัศจรรย์ใจ
สุดระงับ
เสียกงจู่ดวงตาไม่เคยคลาดคลาจากใบหน้าของจั่วม่อมาก่อน รอจน
นางสังเกตเห็นเค้าความตกตะลึงในดวงตาของมัน ต้องอดหัวร่อคิกคัก
ไม่ได้ “บางทีมันอาจจะไม่ได้ตั้งใจ”
“ไม่ได้ตั้งใจ?” หญิงรับใช้วัยกลางคนกวาดตามองเสียงกงจู่อย่าง
สงสัยใจ เสียกงจู่ผู้ทรงภูมิปัญญาหาผู้ใดเปรียบ ไฉนจู่ ๆ คล้ายกลับ
กลายเป็นโง่งมไปเสียได้? นางสั่นศีรษะพลางกล่าวว่า “นี่มิใช่เรื่องบังเอิญ
อย่างเด็ดขาด ทุกการกระทำของมันล้วนเชื่อมโยงเป็นห่วงโซ่ ด้านจังหวะ
เวลาและการลงมือจู่โจมล้วนหมดจดงดงามยิ่ง! พวกเราล้วนถูกใช้เป็น
Page 6 of 12
เหยื่อล่อ โดยที่ไม่มีผู้ใดทันได้สะกิดใจแม้แต่น้อย เด็กผู้นี้ระดับความกลอก
กลิ้งเกรงว่าบรรลุถึงขั้นสุดยอดแล้วกระมัง!”
เสียกงจู่แย้มยิ้มอย่างเฉิดฉัน เสียงหัวร่อสดใสดุจระฆังเงิน
สิ่งที่ผู้คนไม่ล่วงรู้ ก็คือจั่วม่อเองก็ตื่นตะลึงไม่น้อยไปกว่าพวกมัน
ที่แท้เปี๋ยหานร้ายกาจถึงเพียงนี้!
มันถึงกับตกตะลึงพรึงเพริด!
แผนผังปิศาจชุดใหม่ของกองพันบาปเคราะห์ ตั้งแต่ต้นจนจบมันเป็น
ผู้สลักด้วยมือตัวเอง ล่วงรู้ความแข็งแกร่งของกองพันบาปเคราะห์เป็น
อย่างดี แต่พลังของกองพันบาปเคราะห์ที่อยู่ในมือของเปี๋ยหานกลับเหนือ
ล้ากว่าที่มันคาดเอาไว้มาก
หากมันล่วงรู้เสียก่อนว่ากองพันบาปเคราะห์แกร่งกร้าวเกรียงไกรถึง
เพียงนี้ มันยังจะต้องลำบากลำบนกระทำเรื่องราวมากมายถึงเพียงนี้ไป
ทำไมกัน?
แผนการเดิมของมันก็คือคอยบั่นทอนกำลังของกองโจรตระกูลหมิง
อย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดโอกาสให้กองพันบาปเคราะห์ซุ่มโจมตี นั่นจะสร้าง
ความสับสนวุ่นวายในชั่วระยะเวลาสั้น ๆ แต่การจู่โจมปลิดชีพที่แท้จริงก็
คือ มันจะนำขบวนยอดยุทธ์ด่านเจียงทั้งหมดบุกทะลวงเข้าไปใจกลาง
กองโจรตระกูลหมิงเพื่อจู่โจมสังหารผู้นำของพวกมัน!
มันกระทั่งตระเตรียมคร่ากุมเหล่ากงจู่และผู้นำของกองกำลังต่าง ๆ
ไว้เป็นตัวประกัน หากพวกจูเข่อและเหล่ายอดยุทธ์ไม่ยินยอมรับปาก
Page 7 of 12
ทว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกลับอยู่นอกเหนือการคาดคำนวณของ
มัน เปี๋ยหานเมื่อนำทัพกองพันบาปเคราะห์ออกทำศึก กลับแกร่งกร้าว
เกรียงไกรไร้ผู้ต้าน ถึงกับจู่โจมทำลายกองโจรตระกูลหมิงในการบุกทะลวง
ครั้งเดียว!
จั่วม่อฝืนยิ้มในใจ หากมันทราบเช่นนี้มาก่อน มันเพียงแค่ส่งเปี๋ยหาน
ออกไป ก็มิใช่ว่าทุกสิ่งสามารถแก้ไขได้โดยง่ายหรอกหรือ?
พอเห็นสถานการณ์คับขันในที่สุดก็คลี่คลาย เส้นประสาทที่ตึงเขม็ง
ของจั่วม่อค่อยผ่อนคลายลงโดยไม่รู้ตัว มันทอดถอนหายใจยาว
แต่เมื่อมันมองไปทางฝูงชนอลหม่านที่เตลิดหลบหนี ต้องทอดถอนใจ
อีกครา
กล่าวตามความสัตย์ มันจงใจทิ้งช่องว่างรอยโหว่ไว้ในกระบวนทัพที่
มันจัดตั้งขึ้นจริง เนื่องเพราะมันทราบกระจ่างแก่ใจ คนธรรมดาสามัญที่ไม่
เคยผ่านการฝึกฝนในกองทัพเหล่านี้ไม่ว่าจะมีจำนวนมากมายเท่าใด ก็ไม่
อาจหยุดยั้งกองโจรตระกูลหมิงได้
ในแผนการของมัน บ้างโหดร้าย บ้างไร้ประโยชน์ หลายคนดับดิ้น
สิ้นชีพ แต่ท้ายที่สุดพวกมันทำศึกประสบชัย
คนส่วนใหญ่รอดชีวิตมาได้
“ฮ่าฮ่า! พี่น้อง! ข้าล่วงรู้อยู่แล้วว่าเจ้าต้องทำได้!” หลันเทียนหลงหัว
ร่อดังกระหึ่มมาจากทางเบื้องหลัง ผู้คนที่ติดตามมาทางด้านหลังมันล้วนมี
สีหน้าลิงโลดยินดีสุดระงับ
จั่วม่อหันกลับไปมอง มันคิดแย้มยิ้ม แต่กลับไม่สามารถยิ้มออกมาได้
Page 8 of 12
มันไม่ได้เศร้าโศกอันใดมากมาย แต่ก็ไม่อาจยินดีได้มากนักเช่นกัน
หลันเทียนหลงโถมเข้ามาสวมกอดจั่วม่อแรง ๆ คนอื่น ๆ ก็ผลัดกันเข้า
มาสวมกอดมันเช่นกัน
ชั่วขณะที่คนผู้หนึ่งตระเตรียมจะสวมกอดมัน กรงเล็บสังหารมังกรบน
หลังจั่วม่อพลันสั่นวูบ จั่วม่อตื่นตระหนกในบัดดล
แทบจะในเวลาเดียวกัน สังหรณ์อันตรายในใจมันกรีดร้องระงม!
จั่วม่อแม้แต่จะคิดยังไม่ขบคิด สะบัดร่างหงายหลังสุดแรงเกิด กงล้อ
ดาราจักรซัดวูบ พุ่งลิ่วไปข้างหน้าอย่างหักโหม
พลังงานดำทมิฬที่ทั้งเย็นเยียบทั้งมืดดำสุดขั้วสายหนึ่งพุ่งเฉียดแผ่น
อกจั่วม่อจากล่างขึ้นบน กลิ่นอายดำมืดพิกลพิการที่แฝงอยู่ภายในทำเอา
จั่วม่อขนหัวลุกชี้ชัน
ผู้ลงมือไม่คาดฝันว่าจั่วม่อหลังจากผ่อนคลายลงจนเปิดช่องโหว่ต่อ
หน้าสหาย กลับสามารถตอบสนองทันทีทันใดถึงเพียงนี้!
ทั้งสองฝ่ายอยู่ในระยะประชิดยิ่ง ในระยะที่ใกล้จนแทบจะสัมผัสกัน
ได้เช่นนี้ ไม่มีเหตุผลอันใดที่มันจะผิดพลาด แต่ที่คาดไม่ถึงก็คือก่อนที่มัน
จะลงมือเพียงชั่วเสี้ยวกะพริบตา ฝ่ายตรงข้ามกลับจับจิตเจตนาของมันได้
การโจมตีของมันเฉียดผ่านไปเพียงองคุลีเดียว เมื่อผิดพลาดมันก็ดีด
กายถอยหนีทันที แต่ก่อนที่มันจะทันได้ถอยห่างออกมา กงล้อดาราจักร
หมุนคว้างเป็นประกายไฟ ปรากฏขึ้นตรงหน้ามันอย่างฉับพลันทันใด
คนผู้นั้นสีหน้าแปรเปลี่ยนกลับกลาย ท่าสังหารที่เซี่ยวม่อเกอเคยใช้
ปลิดชีพเสิ่นอวี้เจ้าของกระบวนท่าขนราชานกยูง มันไหนเลยจะไม่รู้จักได้?
Page 9 of 12
แต่คนทั้งสองอยู่ในระยะประชิดใกล้ ใกล้เสียจนมันไม่มีเวลาทัน
ตอบสนอง!
ภายใต้สายตาหวาดหวั่นพรั่นพรึงของมัน กงล้อดาราจักรเปลี่ยนเป็น
ประกายไฟดวงดาวทะลวงผ่านเข้าไปในร่าง มันกระทั่งเวลาจะกรีดร้องยัง
ไม่มี ก่อนจะถูกแผดเผาเป็นจุณ!
ประกายไฟดาราจักร หมุนคว้างกลับสู่มือของจั่วม่อ กลับคืนสู่สภาพ
กำไลข้อมือที่หมุนวนอย่างแช่มช้าอีกครั้ว
หลันเทียนหลงกับคนอื่น ๆ หน้าเผือดสี เหตุเปลี่ยนแปลงนี้อุบัติขึ้น
อย่างกะทันหันเกินไป ชั่วพริบตาดุจประกายไฟ ผู้ลอบทำร้ายก็หลงเหลือ
เพียงเถ้าธุลี!
“มันคือฉีกง มันไฉนคิดฆ่าเจ้า?” หลันเทียนหลงได้สติทันที ดวงตาทอ
ประกายโทสะ ฉีกงเห็นได้ชัดว่าใช้ประโยชน์จากความสัมพันธ์ของมันกับ
เซี่ยวม่อเกอ ฉวยโอกาสลงมือลอบสังหารซึ่ง ๆ หน้า มีคนคิดเล่นลูกไม้กับ
ข้าเหล่าหลง! หลันเทียนหลงพลันถามเสียงต่า “ต้องการให้ข้าลองสืบดู
หรือไม่?”
ชั่วพริบตานั้นจั่วม่อขวัญวิญญาณแทบกระเจิดกระเจิง แต่ยามนี้มัน
สงบใจลงอย่างรวดเร็ว สั่นศีรษะพลางกล่าว “ไม่จำเป็น”
หลังจากขบคิดชั่วครู่ มันกล่าวกับหลันเทียนหลง “พาคนไปจำนวน
หนึ่ง ไปรักษาความสงบเรียบร้อย ป้องคนไม่ให้มีคนฉวยโอกาสจากความ
วุ่นวาย”
Page 10 of 12
หลันเทียนหลงกล่าวเสียงหนัก “เข้าใจแล้ว! หากเหล่าหลงค้นหาผู้บง
การพบ ข้าจะทำให้มันต้องร้องขอความตาย!”
กล่าวจบคำ มันก็หมุนตัวจากไปด้วยสีหน้าดำทะมึน
เปี๋ยหานหรี่ตามองกองโจรตระกูลหมิงที่ยังหลงเหลืออีกสามพันคน
ตรงหน้ามัน ส่วนกองพันบาปเคราะห์ที่ด้านหลังยังคงไล่ล่าเก็บเกี่ยวชีวิต
ของสมุนกองโจรด้วยระดับความเร็วอันน่าสยดสยอง ในดวงตาหรี่แคบ
สาดประกายวาบ มันไม่ต่างจากพยัคฆ์ร้ายที่ถูกกังขังเอาไว้นานเกินไป การ
ต่อสู้เพียงช่วงสั้น ๆ ที่เพิ่งจบสิ้นไป ยังไม่อาจทำให้มันพึงพอใจได้
อย่างไรก็ตาม กองโจรตระกูลหมิงที่หนีห่างออกไปพลันแล่นกลับมา
อีกอย่างแตกตื่นลนลาน
“หัวหน้า! แย่แล้ว! ผิดท่าแล้ว! อวี่ไสว้! อวี่ไสว้มาแล้ว!”
อวี่ไสว้!
อวี่ไสว้!
นามอันยิ่งใหญ่นี้บันดาลให้กองโจรตระกูลหมิงแตกตื่นลนลาน พร้อม
กันนั้นในฝูงชนบังเกิดเสียงไชโยโห่ร้องดังอึงอล หลายคนถึงกับหลั่งน้าตา
แห่งความยินดี ชื่อเสียงของอวี่ไสว้เป็นตรงกันข้ามกับกองโจรตระกูลหมิง
อวี่ไสว้ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ลงมือกับประชาชนคนธรรมดาเช่นพวกมัน
จูเข่อกับพวกสีหน้าคลายใจลงเช่นกัน ตระกูลของพวกมันทั้งหลาย
ล้วนมีสัมพันธ์อันดีกับอวี่ไสว้ ปัญหาด้านความปลอดภัยของพวกมันนับว่า
คลี่คลายลงทันที
Page 11 of 12
มีเพียงเสียกงจู่ที่หน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย นางเหลียวมองจั่วม่ออย่าง
หวาดวิตก
จั่วม่อสีหน้ากลายเป็นเขียวคล้าทันที ที่เจตนาดีย่อมไม่มา ผู้มาย่อม
ไม่มีเจตนาดี!
เขิงเหลียนเอ๋อร์ดวงตาทอประกายฆ่าฟัน เมื่อครั้งที่นางอยู่ในช่วงคับ
ขันอันตรายของการฝ่าด่าน เป็นคนของอวี่ไสว้ผู้นี้เองที่พยายามคร่ากุม
นางเพื่อบีบบังคับบิดา วันนี้คงเป็นโอกาสที่จะได้ทวงหนี้แล้ว!
เปี๋ยหานไม่หวาดกลัวแม้แต่น่อย หลังจากต่อสู้กับกองโจรตระกูลหมิง
มันยังคงหิวกระหาย มันหรี่ตามองไปที่ขอบฟ้า จิตวิญญาณการต่อสู้เดือด
พล่านอยู่ภายในร่าง!
ขอเพียงอย่าได้อ่อนแอเกินไปเท่านั้น!
Page 12 of 12